[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 238 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.238 - หลิงเฉิน


บทที่ 238 หลิงเฉิน

 

ใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนนี้ ณ ริมชายหาดบนเกาะแห่งหนึ่ง แสงสว่างจากลูกบอลไฟทำให้มองเห็น เย่เฟิงในชุดสีดำขาดวิ่นที่กำลังยืนอยู่ต่อหน้าร่างโปร่งใสทั้งสองร่าง

 

หลังจากพูดคุยกันอยู่นาน ในที่สุดเย่เฟิงก็ได้เข้าใจเรื่องต่างๆรวมทั้งรู้ว่าเด็กหนุ่มจากวังไท่จี๋คนนี้มีนามว่า หลิงเฉิน

 

ในวังไท่จี๋นั้น หลิงเฉินเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพรสวรรค์ เมื่อ 10 ปีก่อน ผู้อาวุโสคนหนึ่งจากวังไท่จี๋ได้ช่วยเขาออกมาจากหมู่บ้านที่ถูกไฟไหม้ จากนั้นจึงรับเข้าเป็นศิษย์ แต่เพราะเหตุการณ์ในตอนนั้นเอง ในระหว่าง 10 ปีที่ผ่านมานี้ หลิงเฉินจึงสวมหน้ากากอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ชีวิตจะไม่ได้สุขสบายมากนัก แต่เขาก็ได้รับการดูแลจากผู้อาวุโสของวังไท่จี๋เป็นอย่างดี หากไม่มีชายคนนั้น เขาก็ตกตายในกองเพลิงไปแล้ว ช่างน่าเศร้าที่ครอบครัวของเขาไม่มีใครรอดชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นเลยสักคน

 

สำหรับการมาที่นี่ในครั้งนี้ หลิงเฉินและศิษย์สำนักคนอื่นๆจำนวนหนึ่ง ได้รับคำสั่งให้มาสังเกตการปะการังราชันย์ แต่ศิษย์สำนักแต่ละคนนั้น ล้วนดูถูกหลินเฉินและไม่ต้องการจะเดินทางมาที่นี่กับเขา คนเหล่านั้นจึงยังเที่ยวเล่นอยู่ที่เมืองในเขตเซี่ยงซาน พวกเขาคิดว่าไม่ว่าอย่างไรเดี๋ยวก็มีข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นออกมาอยู่แล้ว ทำไมพวกเขาต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงที่นี่ด้วย?

 

หลิงเฉินเป็นเพียงคนเดียวที่เคารพในคำสั่งของผู้อาวุโส จึงเดินทางมายังหมู่บ้านชาวประมงในแถบทะเลจีนตะวันออกนี้ สุดท้าย เขาก็มาเจอกับพวกหัวรุนแรงอย่างหลี่เฟิงและถูกกลั่นแกล้ง ส่วนเรื่องราวต่อจากนั้น เย่เฟิงก็รับรู้อยู่แล้ว

 

“พี่เย่ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างทั้งเรื่องที่ช่วยขีวิตผมและช่วยรักษาแผลเป็นที่ใบหน้าให้”

ร่างโปร่งใส่ของหลิงเฉินกระพือไปกับสายลม ขณะที่ใบหน้าของเขายังคงหนักแน่น “หลิงเฉินคนนี้ไม่เคยเสียใจที่ใช้ชีวิตตัวเองเพื่อช่วยพี่เย่! ตอนนี้ เรื่องที่พี่จะสอนให้ผมเป็นผู้ฝึกวิญญาณ หากทำมันสำเร็จ ผมจะขอติดตามพี่ตลอดไป!”

 

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้วละ นายตายก็เพราะช่วยฉัน แน่นอนว่าฉันย่อมไม่ทอดทิ้งนายแน่”

เย่เฟิงส่ายหน้า “หลังจากฝึกทักษะควบคุมวิญญาณ นายจะทำอะไรต่อไปก็แล้วแต่นายแล้ว”

 

“ผมจะขอติดตามพี่เย่ครับ”

หลินเฉินตอบอย่างมั่นใจ

 

“พี่เย่ ทำอย่างไรหรือถึงจะได้กลายเป็นผู้ฝึกวิญญาณ?”

จ้าวอี้เป่ยถามด้วยรอยยิ้ม “ถึงผมจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ผมก็เหมือนกับน้องหลิงเฉิน ขอติดตามพี่เย่ตลอดไป”

 

ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเขาก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องไปจากเย่เฟิงอยู่แล้ว ในเมื่อเป็นคนที่สุดยอดขนาดนี้ การเลือกติดตามเย่เฟิงย่อมไม่ใช่ความคิดที่ผิดแน่

 

สำหรับจ้าวอี้เป่ย ครอบครัวของเขามีเพียงคนเดียวคือชายหน้าบาก ซึ่งก็ทำงานอยู่ใต้คำสั่งเย่เฟิงอยู่แล้ว เขาจึงไม่มีเหตุผลใดเลยที่ต้องไปจากเย่เฟิง

 

แต่สำหรับหลิงเฉินนั้น ในช่วงเหตุการณ์ที่หมู่บ้านชาวประมง เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครบางคนยืนหยัดเพื่อช่วยเหลือเขา ตั้งแต่เล็กจนโต นอกจากผู้อาวุโสของวังไท่จี๋ เขาก็ไม่เคยเป็นหนี้บุญคุณใครอีกเลย ในเมื่อตอนนี้ เขาได้ตายไปแล้ว สถานะของเขาจึงไม่ใช่ศิษย์ของวังไท่จี๋อีก และเลือกจะติดตามเย่เฟิงแทน

 

สำหรับเรื่องการฝึกนั้น หลังจากที่ผู้ฝึกเซียนและคนธรรมดาเสียชีวิต ดวงวิญญาณของพวกเขาจะแตกต่างกัน เพราะเมื่อผู้ฝึกเซียนตาย พวกเขาจะไม่สามารถกลายเป็นผู้ฝึกวิญญาณได้ แต่ตอนนี้ร่างกายของหลิงเฉินนั้นเป็นเพียงคนธรรมดาที่ฝึกวรยุทธ์ ไม่ใช่ผู้ฝึกเซียน

 

หลิงเฉินโคจรทักษะควบคุมวิญญาณอย่างตะกุกตะกักเล็กน้อย แต่ในที่สุด เขาก็สามารถโคจรมันได้อย่างสมบูรณ์

 

ดวงวิญญาณนั้น ไม่มีเส้นลมปราณหรือจุดตันเถียน พูดง่ายๆก็คือ มีเพียงดวงจิตแต่ไม่มีกายหยาบ หากเกิดความผิดพลาดขึ้นระหว่างการโคจรแล้วละก็ มันอาจทำให้ดวงจิตของคนๆนั้นสลายหายไปได้เลย

 

โชคดีที่ถึงแม้หลิงเฉินจะได้รับความเจ็บปวด แต่เขาก็ทำมันได้สำเร็จ

 

เนื่องจากดวงวิญญาณนั้นไม่มีร่างกาย ความเจ็บปวดที่ว่านี้จึงล้วนเกิดขึ้นในจิตวิญญาณ ยิ่งกว่านั้นในการฝึกทักษะควบคุมวิญญาณ เมื่อมีระดับวรยุทธ์ที่เพิ่มขึ้น ความเจ็บปวดที่ได้รับก็อาจจะยิ่งมากขึ้นกว่านี้อีก ด้วยที่เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์มาก่อน ทักษะควบคุมวิญญาณจึงมีปฏิกิริยาต่อต้าน มันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทนกับความเจ็บปวดนี้เท่านั้น

 

แต่สำหรับจ้าวอี้เป่ย เขาไม่มีอุปสรรคเหล่านี้ ซึ่งตามกระบวนการที่เย่เฟิงได้อธิบาย เขาสามารถโคจรทักษะควบคุมวิญญาณได้อย่างราบรื่น

 

“จากนั้นก็ดูดซับเจ้าพวกนี้”

เย่เฟิงล้วงเอาโสมหุบเขาวิญญาณ ผลหมื่นโคจร และอื่นๆออกมาจากแหวนมิติ สมบัติสวรรค์แต่ละชนิดนั้น ซูเฟยหยิ่งได้รับมามากกว่าหนึ่งชิ้น เมื่อหลงหวางเอ๋อเอาไปอย่างละชิ้นแล้ว มันจึงยังเหลืออยู่อีกมากมาย

 

“เมื่อมีระดับวรยุทธ์ที่สูงขึ้นแล้ว ดวงวิญญาณของพวกนายก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น และคงสภาพอยู่ในโลกใบนี้ได้นานขึ้น”

เย่เฟิงกล่าว จากนั้นจึงสอนพวกเขาในเรื่องการดูดซับพลังวิญญาณ และใช้มันเพื่อเพิ่มระดับวรยุทธ์

 

ระดับวรยุทธ์ของผู้ฝึกวิญญาณนั้นมีขีดจำกัดเช่นกัน หากเพิ่มระดับเร็วเกินไป มันอาจจะทำให้ดวงจิตไม่สามารถต้านทานไหวและแตกสลายไป ขีดจำกัดนี้คลายกับขีดจำกัดในเส้นลมปราณของผู้ฝึกเซียน เมื่อผู้ฝึกวิญญาณได้โคจรทักษะควบคุมวิญญาณไปเรื่อยๆ ขีดจำกัดของดวงจิตก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้นเช่นกัน

 

เส้นทางของผู้ฝึกวิญญาณนั้น ยากลำบากกว่าผู้ฝึกเซียนหลายเท่า แต่แน่นอนว่าใครจะยอมตายอีกครั้งเล่าจริงไหม?

 

หากมันไร้ซึ่งความยากลำบาก ทุกๆคนก็คงเลือกฆ่าตัวตายเพื่อกลายเป็นผู้ฝึกวิญญาณกันไปหมดแล้ว

 

มองดูจ้าวอี้เป่ยและหลิงเฉินฝึกทักษะควบคุมวิญญาณอย่างราบรื่น เย่เฟิงก็ค่อยรู้สึกโล่งใจ ดูเหมือนจากวันนี้ไป รอบตัวเขาก็จะมีผู้ช่วยเพิ่มขึ้นอีกสองคนแล้ว

 

เมื่อเทียบผู้ฝึกวิญญาณกับผู้ฝึกเซียน ความสามารถในการแฝงตัวของผู้ฝึกวิญญาณสูงล้ำยิ่งกว่าทักษะล่องหนของเย่เฟิงเสียอีก มันมีเพียงผู้ฝึกเซียนที่มีระดับสูงมากเท่านั้นจึงจะสามารถใช้ทักษะสัมผัสวิญญาณในการตรวจจับได้ ไม่เช่นนั้น พวกเขาจะไม่ตระหนักถึงการคงอยู่ของผู้ฝึกวิญญาณได้เลยแม้แต่น้อย

 

แน่นอนว่าในโลกที่ทันสมัยใบนี้ มันไม่มีเครื่องมือใดที่สามารถตรวจจับการคงอยู่ของพวกเขาได้เลย

 

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม เรื่องของวิญญาณบนโลกใบนี้จึงยังถือว่าเป็นเรื่องลี้ลับและความเชื่อทางไสยศาสตร์ หากมีกระบวนการที่สามารถตรวจจับได้ เรื่องวิญญาณก็คงไม่ใช่เรื่องลี้ลับ และคงมีสาขาวิศวกรรมวิญญาณ หรืออะไรอื่นๆที่เกี่ยวข้องไปแล้ว

 

ขณะคิดไปเรื่อยเปื่อย ทักษะสัมผัสวิญญาณของเย่เฟิงก็พบว่าหลงหวางเอ๋ฮกำลังเดินตรงมาทางนี้ด้วยรอยยิ้ม

 

ในเมื่อจัดการเรื่องของจ้าวอี้เป่ยและหลิงเฉินเรียบร้อยแล้ว เขาก็จะได้ใช้เวลากับหลงหวางเอ๋อเสียอี

 

“เป่ยจื่อ เสี่ยวเฉิน พวกนายช่วยไปดูพวกตระกูลหลงสองคนที่อยู่บนเรือสปีดโบทให้ที”

เย่เฟิงกล่าว

 

ด้วยที่จ้าวอี้เป่ยและหลิงเฉินกลายเป็นผู้ฝึกวิญญาณแล้ว พวกเขาจึงรู้สึกดีใจมาก เมื่อได้ยินดังนั้น ทั้งคู่จึงรีบจากไปอย่างรวดเร็ว

 

ดวงวิญญาณนั้นไม่มีความรู้สึกหนาวเย็นหรืออื่นๆ ในเวลานี้ พวกเขาจึงไม่มีสิ่งอื่นใดต้องทำอีกนอกจากการโคจรทักษะควบคุมวิญญาณไปพลางๆ

 

“อาจารย์เป็นไงบ้าง?”

เย่เฟิงก้าวเข้าไปหาด้วยรอยยิ้มและดึงร่างของหลงหวางเอ๋อมากอดไว้

 

“อืม ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว”

 

เมื่อถูกกอดไว้แน่น หญิงสาวก็รู้สึกขัดเขินเล็กน้อยแต่ไม่ได้ขัดขืน เธอเพียงเขย่งปลายเท่าขึ้นไปกระซิบข้างหูเย่เฟิง “พักผ่อนเถอะ อาจารย์จะพาพวกเรากลับไปพรุ่งนี้”

 

..........................

แปลโดย Solar Spark

(แปลจากเว็บ lnmtl.com และ Raw จีนโดยใช้โปรแกรมแปลภาษาช่วย)

 




NEKOPOST.NET