[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 220 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.220 - เกาะน้ำแข็งแห่งใหม่!


บทที่ 220 เกาะน้ำแข็งแห่งใหม่!

 

เป็นอีกครั้งที่ลูกศรสีน้ำเงินเข้มต้องทำหน้าที่ในการเจาะทะลวงกำแพงน้ำแข็ง แต่ในครั้งนี้ กำแพงน้ำแข็งเหลืออยู่เพียงสามชั้น รวมความหนาทั้งหมดประมาณ 30 เมตร แน่นอนว่าศรดาราที่หลงหวางเอ๋อใช้เวลาครึ่งชั่วโมงเพื่อรวบรวมพลังย่อมสามารถเจาะทะลวงไปได้ในทีเดียว

 

เย่เฟิงรีบจับร่างของซูเฟยหยิ่งไว้ แม้ความหนาวเย็นจากร่างนี้จะทำให้รู้สึกแสบลึกไปถึงกระดูก แต่เขาไม่ยอมถอยแต่อย่างใด ดวงตาทั้งคู่ของชายหนุ่มยังคงจับจ้องออกไปยังน้ำทะเลด้านนอกเมืองน้ำแข็งนี้

 

มาแล้ว!

 

ในที่สุด ลูกศรสีน้ำเงินเข้มก็พุ่งฝ่าน้ำทะเลเข้ามาจนก่อให้เกิดคลื่นน้ำที่ปั่นป่วน มันเจาะทะลวงเข้าใส่กำแพงน้ำแข็งในส่วนที่เปราะบางที่สุดอย่างแม่นยำ

 

ด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง รอยร้าวเริ่มกระจายไปทั่วทุกทิศทุกทาง ภายใต้พลังอำนาจการทะลุทะลวงของศรดารา กำแพงน้ำแข็งทั้งสามชั้นไม่ต่างอะไรกับเนื้อไก่ที่ถูกเจาะได้อย่างง่ายดาย

 

ชั่วพริบตา กระแสน้ำทะเลก็พวยพุ่งเข้ามาในเมืองน้ำแข็งแห่งนี้!

 

“แย่แล้ว!”

 

ในชั่วขณะนี้ เย่เฟิงตระหนักได้ถึงความผิดพลาดบางสิ่ง หลังจากที่ศรดาราเจาะทะลวงกำแพงน้ำแข็งเข้ามา มันยังคงพุ่งต่อไปโดยมีเป้าหมายเป็นน้ำแข็งพันปี!

 

เขาลืมกำหนดทิศทางให้หลงหวางเอ๋อไปสนิทเลย!

 

ชายหนุ่มคำนวณพลาดไป แต่ถึงอย่างนั้น ก่อนหน้านี้พวกเขาทั้งคู่ก็ไม่สามารถส่งเสียงพูดคุยกันผ่านกำแพงน้ำแข็งได้อยู่แล้ว ต่อให้พยายามจะบอกหลงหวางเอ๋อเรื่องนี้ หญิงสาวก็คงไม่เข้าใจสิ่งที่เขาต้องการอยู่ดี และสถานการณ์ในตอนนี้ไม่มีเวลาเหลือให้คิดอะไรมากแล้ว เพราะเย่เฟิงไม่มีวิธีการที่จะหยุดศรดาราลูกนี้ และไม่มีกำลังพอจะเบี่ยงทิศทางของมัน

 

ศรดาราที่เกิดจากการดูดซับพลังจากดวงดาวในระยะเวลาครึ่งชั่วโมงนั้น ความแข็งแกร่งของมันสูงยิ่งกว่าจรวดขีปนาวุธเสียอีก!

 

ถ้าคิดจะหยุดมันก็คงไม่ต่างอะไรกับเอาชีวิตไปทิ้งแน่ๆ

 

เย่เฟิงอ้าแขนไปรวบร่างที่ถูกแช่แข็งของซูเฟยหยิ่งมากอดไว้แน่น จากนั้นจึงรีบวิ่งไปอีกทิศทางหนึ่ง เขาต้องปกป้องหญิงสาวให้ได้ ต่อให้ต้องรู้สึกทรมาณกับความหนาวเย็นนี้แค่ไหนก็ตาม แม้ต้องแลกด้วยชีวิต ชายหนุ่มก็จะไม่ทำให้เธอได้รับแม้แต่รอยขีดข่วน!

 

เมื่อศรดาราปะทะเข้ากับน้ำแข็งพันปี คงมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

 

เย่เฟิงทำได้แค่ฝากตัวเองไว้กับโชคชะตา ถึงแม้จะเป็นทางเลือกที่เขาไม่ชอบที่สุด แต่มันก็ไม่มีทางอื่นอีกแล้ว

 

ไม่นานการปะทะก็เกิดขึ้น ก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเบื้องหลังของชายหนุ่ม

 

……..

 

เหนือขึ้นไปบนผิวทะเล ทุกๆสิ่งยังคงสงบนิ่ง

 

ถึงอย่างนั้น ธันเดอร์กำลังอารมณ์เสียสุดๆ และเหตุใดเขาถึงได้อารมณ์เสียน่ะหรือ? ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งแล้วตั้งแต่ที่หนิวเหมิ่งเสียการติดต่อไป ตามมาตรฐานปริมาณออกซิเจนของหน่วย NSA หากหนิวเหมิ่งยังไม่ปรากฏตัวออกมาเร็วๆนี้ เขาย่อมต้องเสียชีวิตแน่นอน

 

นอกจากนี้ เมื่อรูโหว่ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาที่ผิวของเกาะน้ำแข็ง ธันเดอร์รีบส่งเรื่องขึ้นไปขออนุมัติให้เขาได้ใช้เรือ Destroyer เพื่อทำการยิงขีปนาวุธอีกครั้งหนึ่ง ตอนนี้ กำแพงน้ำแข็งได้บางลงมากแล้ว เขามั่นใจว่าขีปนาวุธต้องทะลวงเข้าไปได้แน่

 

แต่โชคไม่ดีที่คำร้องของเขาต้องผ่านกระบวนการหลายอย่างและจนถึงตอนนี้ มันยังคงไม่ได้รับการอนุมัติเสียที

 

ด้วยที่จรวดขีปนาวุธลูกแรกล้มเหลว ทางกองทัพจึงใช้เวลาพูดคุยกันอยู่นานในการพิจารณาคำร้องนี้ ทุกๆคนต่างรู้ว่ามูลค่าของจรวดขีปนาวุธลูกหนึ่งนั้นสูงมาก และฝ่ายงบประมาณของกองทัพไม่ได้รู้สึกชอบใจนักกับคำร้องของธันเดอร์ พวกเขาไม่อยากเสี่ยงที่จะต้องเสียจรวดขีปนาวุธไปอย่างเปล่าประโยชน์อีกครั้งหนึ่ง

 

เพราะฉะนั้นในช่วงเวลานี้ ธันเดอร์จึงไม่อาจทำสิ่งใดได้ แต่เขาก็ไม่ต้องการจะอยู่เฉยๆเช่นกัน จึงออกคำสั่งแก่ลูกทีมให้ขับเรือสปีดโบทเพื่อจับตาดูสถานการณ์ในบริเวณนี้รวมถึงในก้นทะเลด้วย

 

เมื่อทีมดำน้ำลงไปที่ก้นทะเล พวกเขาก็รีบรายงานสถานการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในเมืองน้ำแข็งทันที มันทำให้ธันเดอร์รู้ว่าเย่เฟิงได้เข้าไปอยู่ข้างในแล้ว และเด็กหนุ่มยังได้สังหารผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งข้างในนั้น

 

เด็กนั่นเข้าไปข้างในได้อย่างไรกัน?

 

นี่ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก หากเขายังคงทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งก็จะถือว่าเป็นการละเลยต่อหน้าที่อย่างถึงที่สุด ต่อให้หลินชื่อฉิงขอร้องไว้ แต่เมื่อเย่เฟิงกำลังจะฉกฉวยสิ่งล้ำค่าที่อยู่ภายในเกาะน้ำแข็งไป ธันเดอร์จะยอมให้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร

 

เขาจึงออกคำสั่งให้ทีมติดอาวุธเตรียมพร้อมทันที ทุกคนต้องสกัดกั้นเย่เฟิงไว้ให้ได้!

 

‘ฉันหวังว่าเด็กคนนั้นคงไม่ตั้งตัวเองเป็นปฏิปักษ์กับประเทศหรอกนะ’

ธันเดอร์คิดในใจ ขณะที่ใบหน้าอันเคร่งขรึมหันมองไปยังทีมติดอาวุธทั้ง 4 คนที่อยู่บนเรือ

 

โดยพื้นฐานด้านกำลังแล้ว ทั้ง 4 คนคือลูกทีมที่แข็งแกร่งที่สุดที่ทำงานภายใต้หน่วยของธันเดอร์ เพื่อไม่ให้การสกัดกั้นต้องล้มเหลว พวกเขาจึงเลือกที่จะรอคอยอยู่บนเรือ แน่นอนว่าการเผชิญหน้ากับ “เครื่องจักรสงคราม” ที่สามารถจัดการกับเรือดำน้ำด้วยตัวคนเดียวได้ ธันเดอร์ต้องพยายามเจรจาต่อรองให้เต็มที่เสียก่อน เพราะหากเกิดการปะทะกัน ก็คงไม่เกิดประโยชน์อันใดกับพวกเขารวมทั้งตัวเย่เฟิงเอง…….

 

“ทุกคนประจำตำแหน่งและเตรียมตัวให้พร้อม”

ธันเดอร์ออกคำสั่ง

 

อย่างไรก็ตามในเวลานี้ ความผิดปกติบางอย่างก็เกิดขึ้น

 

แรงระเบิดอันมหาศาลพลันกระจายออกไปทั่วทิศทางจากใต้ทะเลลึก ก่อให้เกิดคลื่นน้ำที่สูงเหนือผิวทะเลที่เคยสงบนิ่งขึ้นในทันที!

 

เพียงแค่ 2 วินาที เรือสปีดโบททุกลำที่อยู่ในบริเวณเกาะน้ำแข็งนี้รวมทั้งเรือของธันเดอร์ก็พลิกคว่ำราวกับเรือของเล่น ทีมติดอาวุธทั้งสี่ตลอดจนลูกทีมคนอื่นๆที่กระจายตัวอยู่รอบๆจุดที่เกิดระเบิดจึงร่วงลงไปในทะเลไปตามๆกัน

 

เกาะน้ำแข็งเริ่มลอยสูงขึ้นเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 20 เมตร พร้อมกับรอยร้าวที่ค่อยๆปรากฏขึ้นมา ช่างน่าประหลาดใจที่เกาะแห่งนี้ทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว

 

นี่มันเรื่องอะไรกัน!

 

ในเวลานี้ ธันเดอร์กำลังกระพือไปกับคลื่นทะเลอย่างไม่อาจทำอะไรได้ เขาไม่ได้ให้ความสนใจอันใดกับอุปกรณ์ต่างๆภายในเรือที่จมลงไปในทะเล ทั้งที่ความจริง อุปกรณ์เหล่านั้นรวมๆกันแล้วมีมูลค่าหลายล้าน

 

สิ่งเดียวที่สนใจก็คือ เขาต้องการรู้เหตุผลที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น มันเกิดอะไรขึ้นที่ใต้ก้นทะเลกันแน่!

 

นี่มันคงไม่ใช่เป็นการกระทำของเด็กคนนั้นใช่ไหม?

 

ขณะที่ยังคงลอยคอไปกับคลื่นทะเล ธันเดอร์ก็พลันมองเห็นบางสิ่งที่ทำให้ใบหน้าของเขาต้องขาวซีดด้วยความตกตะลึง

 

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เกาะน้ำแข็งอีกเกาะหนึ่งพลันลอยขึ้นมาจากในทะเล!

 

เกาะน้ำแข็งแต่เดิมนั้นมีผิวเรียบรูปทรงเหมือนกับหม้อซึ่งมีบางส่วนจมอยู่ใต้ก้นทะเล และในตอนนี้ จู่ๆเกาะน้ำแข็งอีกแห่งหนึ่งก็พลันปรากฏขึ้นมาด้วยผิวที่ไม่สม่ำเสมอราวกับภูเขาทั่วไป มันปรากฏขึ้นมาในเวลาเพียงชั่วพริบตา

 

พื้นที่ในรัศมี 2 กิโลเมตร พลันถูกครอบครองด้วยเกาะน้ำแข็งแห่งใหม่ ส่วนธันเดอร์ที่ยังคงลอยคออยู่ในทะเลนั้น จู่ๆขาของเขาก็พลันมีพื้นรองรับและไม่นานก็พบว่าตัวเองยืนอยู่บนเกาะน้ำแข็งแห่งนี้เสียแล้ว

 

เช่นเดียวกันกับเขา ลูกทีมหน่วย NSA คนอื่นๆก็ยืนอยู่บนเกาะน้ำแข็งแห่งใหม่นี้เช่นเดียวกัน แต่ละคนต่างรีบหาที่จับยึดเพื่อไม่ให้ตัวเองลื่นไถลตกลงไปในทะเล จุดที่สูงที่สุดของเกาะน้ำแข็งนั้นสูงกว่า 100 เมตร ซึ่งส่องประกายแพรวพราวจากการสะท้อนแสงของดวงอาทิตย์

 

เกือบทุกคนต่างตกอยู่ในความมึนงง นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

 

ทุกๆคนต่างหันไปมองตำแหน่งระดับกลางของเกาะน้ำแข็งซึ่งที่นั่นไม่มียอดของน้ำแข็ง หรือแนวลาดเอียงใดๆ แต่เป็นพื้นโล่งกว้างในแนวระดับ

 

นอกจากนี้ ผิวของพื้นน้ำแข็งยังเรียบเอามากๆ แต่ที่มุมของพื้นที่นั้น มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งในชุดสีดำยืนอย่างมั่นคงขณะกำลังกอดชิ้นน้ำแข็งขนาดใหญ่เอาไว้แน่น เมื่อพิจารณาดีๆแล้ว มันมีร่างของใครคนหนึ่งที่ถูกแช่อยู่ในชิ้นน้ำแข็งนั้น หรือว่านั่นจะเป็นเทพธิดาแห่งทะเลจีนตะวันออกในข่าวลือ??

 

“นั่นมันเย่เฟิง”

 

ธันเดอร์รู้สึกหนาวอยู่ในใจเล็กน้อย เขารีบออกคำสั่งแก่ลูกทีมทันที “ล้อมเขาไว้!”

 

……...

ในที่สุดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก็หยุดลง

 

ในเวลานี้ เย่เฟิงลืมตาขึ้นมาแต่ยังคงไม่คลายวงแขนออกจากชิ้นน้ำแข็ง เขามองไปยังพื้นที่โล่งกว้างโดยรอบด้วยความยินดี

 

ตามที่คาดการณ์ไว้ เป็นอีกครั้งที่น้ำแข็งพันปีได้แสดงพลังออกมา แต่ช่างน่าสงสารที่มันไม่เหลือพลังอำนาจมากพอเหมือนก่อนหน้านี้ มันจึงไม่อาจสร้างป้อมปราการน้ำแข็งได้ และเกิดการระเบิดตัวเองในที่สุด

 

ในเวลานี้ เย่เฟิงมองเห็นน้ำแข็งพันปีแทรกอยู่ในผิวของพื้นน้ำแข็งและส่องสว่างภายใต้แสงอาทิตย์

 

“ดีจริงๆที่เราไม่เป็นอะไร…..”

เย่เฟิงรู้สึกโล่งใจ เขาคงต้องปล่อยน้ำแข็งพันปีไปก่อนชั่วคราว เพราะต้องรีบอาศัยช่วงเวลานี้เพื่อหลบหนีไปกับร่างของซูเฟยหยิ่งก่อนที่หน่วย NSA จะทันได้ทำอะไร

 

แต่ทันใดนั้น น้ำเสียงอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นมาโดยรอบ

 

“ล้อมเขาไว้!”

ธันเดอร์ออกคำสั่งทันทีที่เห็นตัวเย่เฟิง!

 

........................

แปลโดย Solar Spark




NEKOPOST.NET