[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 188 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.188 - เข็มล่องหนระยะไกล


บทที่ 188 เข็มล่องหนระยะไกล

 

ภายใต้การแนะนำของหลงหวางเอ๋อและเย่เฟิง ในที่สุดชูชูก็เริ่มฝึกวรยุทธ์ของตระกูลหลง จากนั้นจึงดูดซับพลังวิญญาณจากปะการังต้นเล็กพร้อมกันกับหนานฟาง

 

หลงหวางเอ๋อก็เริ่มดูดซับปะการังราชันย์รวมทั้งปะการังต้นเล็กเช่นกัน โดยไม่นานนัก วรยุทธ์ของหญิงสาวก็เพิ่มขึ้นเป็นระดับ 18 ปีในทีเดียว!

 

นี่คือสิ่งที่หลงหวางเอ๋อไม่เคยคาดฝันมาก่อน ตอนนี้ไม่เพียงมีระดับวรยุทธ์ถึง 18 ปี แต่เธอยังเป็นผู้ฝึกเซียนอีกด้วย ความแข็งแกร่งแท้จริงในโลกยุทธภพของหญิงสาวนั้น เทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับวรยุทธ์ถึง 36 ปี

 

“ฉันสอนทักษะเซียนให้เธอหลายอย่างแล้ว เป็นไงมั่ง?”

เมื่อเย่เฟิงเห็นว่าทุกอย่างราบรื่นดี เขาจึงรู้สึกโล่งใจและเอ่ยถาม

 

“ฝึกเสร็จเรียบร้อยแล้ว”

หญิงสาวเอ่ยตอบขณะกระพริบตา

 

“งั้นหรอ? งั้นลองปล่อยบอลไฟดูหน่อยสิ”

ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ทักษะล่องหน ย่างก้าวไร้เงา และเพลิงสีแดง ถึงแม้จะเป็นทักษะพื้นฐานของผู้ฝึกเซียนแต่หลงหวางเอ๋อก็ไม่เคยสัมผัสมันมาก่อน มันน่าเหลือเชื่อจริงๆที่เธอสามารถเรียนรู้ได้รวดเร็วขนาดนี้

 

ถึงแม้ว่าหลงหวางเอ๋อจะมีร่างชีพจรเทวะ แต่พรสวรรค์ของเธอก็เกิดความคาดหมายไปไม่น้อยเหมือนกัน…...

 

หลงหวางเอ๋อได้ยินดังนั้นก็เริ่มรวบรวมเจินชี่ไว้ที่ฝ่ามืออย่างไม่ลังเล “บูม” และในชั่วพริบตา บอลไฟก็ปรากฏขึ้นมาบนฝ่ามือของหญิงสาว!

 

แสงสว่างที่เข้มข้นอย่างเห็นได้ชัด แสดงให้เห็นว่าบอลไฟลูกนี้มีความร้อนแรงมากกว่าที่เย่เฟิงใช้เสียอีก ทั้งหมดทั้งมวลนั้นมาจากการที่เธอมีระดับวรยุทธ์ถึง 18 ปี

 

“เยี่ยมมาก”

ปรากฏร่องรอยของความชื่นชมขึ้นในดวงตาของชายหนุ่ม ดูเหมือนว่าการสอนให้หลงหวางเอ๋อเป็นผู้ฝึกเซียนจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริงๆ แบบนี้ในอนาคต เธอย่อมช่วยเหลือเขาได้อย่างมาก

 

อย่างไรก็ตาม ด้วยที่หลงโม่หรันบรรลุเพลงกระบี่พร่ำเพ้อถึงขั้นที่สามแล้วซึ่งเย่เฟิงยังไม่รู้ว่ามันแข็งแกร่งเพียงใด แต่เขาย่อมไม่กล้าประมาทมันแน่

 

“ตอนนี้ ฉันจะสอนทักษะเซียนอีกวิชาหนึ่งให้ นี่เป็นทักษะที่ถ่ายทอดแค่เฉพาะในสำนักของฉัน ทักษะศรดารา”

 

ในที่สุด เย่เฟิงก้เริ่มเริ่มอธิบายความคิดของตัวเองและสอนวิธีใช้ทักษะศรดารา นี่ไม่ใช่ทักษะพื้นฐานที่เรียบง่าย บางที แม้แต่ตัวเขาเองก็ต้องใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงเพื่อใช้มันออกมาในครั้งแรก ชัดเจนว่ามันค่อนข้างยากสำหรับหญิงสาวไม่น้อย

 

แล้วก็เป็นไปตามคาด เมื่อหลงหวางเอ๋อได้ฟังกระบวนการของมัน เธอก็พลันขมวดคิ้วเพราะรู้สึกว่ามันค่อนข้างซับซ้อน

 

ในทุกๆหลักการของทักษะเซียนนั้น ล้วนมีรูปแบบการไหลเวียนเจินชี่ภายในร่างที่แตกต่างกัน เพราะงั้นเมื่อได้รับทักษะใหม่มาก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถใช้มันได้ทันที ซึ่งเย่เฟิงก็เป็นแบบนั้นเช่นเดียวกัน ถึงแม้เขาจะเป็นผู้มีพรสวรรค์แต่ก็ไม่ใช่พระเจ้า ชายหนุ่มเพียงแต่สามารถฝึกฝนทักษะเซียนได้เร็วกว่าผู้ฝึกเซียนทั่วไปเท่านั้น แต่มันก็ยังต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง

 

“ถ้าเธอฝึกมันได้เมื่อไหร่ พวกเราจะไปที่ก้นทะเลกัน ฉันอยากให้เธอใช้ทักษะนี้เพื่อทำลายกำแพงน้ำแข็ง” เย่เฟิงกล่าว

 

 “นายจะไปหาอาจารย์หรอ?”

หลงหวางเอ๋อพลันรู้สึกกังวลเล็กน้อย

 

“ฉันหวังว่าอาจารย์จะอยู่ในนั้น”

ชายหนุ่มยิ้ม “อย่ากังวลเลย ถึงแม้อาจารย์จะชอบอารมณ์เสียบ่อยๆ แต่เธอก็ไม่เคยทำให้ใครลำบากใจ”

 

“อ่อ”

 

หลงหวางเอ๋อหยักหน้า เธอรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย เพราะว่าอาจารย์ของเย่เฟิงนั้นคือผู้ฝึกเซียนชั้นสูงที่มีฝีมือเก่งกาจ แม้แต่ชายหนุ่มก็เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างมาจากคนผู้นั้น……..

 

ถึงแม้สายฝนข้างนอกจะยังคงตกอย่างต่อเนื่อง และท้องฟ้าก็มืดครึมไปด้วยเมฆดำพร้อมด้วยฟ้าแลบอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ท้องฟ้ามืดมิดจนมองไม่เห็นดวงดาวบนฟ้า แต่การใช้ทักษะศรดารานั้นไม่จำเป็นต้องมองเห็นดวงดาว ตราบเท่าที่ดวงดาวทั้งหลายยังคงมีอยู่ หลงหวางเอ๋อก็สามารถดูดซับพลังจากหมู่ดาวเพื่อสร้างเป็นศรดาราได้

 

หญิงสาวตั้งใจว่าจะฝึกฝนทักษะนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และในตอนนี้ก็เป็นยามดึกแล้ว ขณะที่เวลายังคงไหลผ่านไปอย่างช้าๆ

 

ตอนนี้กากของปะการังราชันย์และปะการังต้นเล็กทั้งสามได้ถูกเผาไปแล้วเพื่อทำลายหลักฐาน อย่างไรก็ตาม มันยังเหลือปะการังต้นเล็กอยู่อีก 5 ต้น แม้จะมีพลังวิญญาณเหลืออยู่ไม่มากนัก แต่ในช่วงเวลาวิกฤต ก็สามารถนำมันมาดูดซับเพื่อเพิ่มปริมาณเจินชี่ได้ เย่เฟิงจึงยังเก็บพวกมันไว้กับตัว

 

“หืมม?”

ทันใดนั้น ชายหนุ่มพลันขมวดคิ้ว

 

“มีอะไรหรอครับ?”

หนานฟางที่กำลังเรียนรู้การใช้งานของอุปกรณ์ทั้งสองอยู่ เมื่อได้ยินเสียงเย่เฟิง เขาก็เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

 

“นี่มันอะไร?”

เย่เฟิงชูแขนขึ้นมามองบางสิ่งอย่างระวัง สิ่งที่เห็นคือเข็มเงินที่ปักอยู่ที่แขน ถ้าเขาไม่รู้สึกเจ็บขึ้นที่แขน ก็แทบจะไม่มีทางรู้เลยว่ามีเข็มเงินนี้ปักอยู่

 

“แย่แล้ว นี่มันคือเข็มล่องหนระยะไกลไม่ใช่หรอ?”

หลงหวางเอ๋อปลดปล่อยทักษะสัมผัสวิญญาณออกไป พร้อมกับร้องตะโกนออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ

 

“เข็มล่องหนระยะไกล มันคืออะไร?”

เย่เฟิงดึงเข็มเงินออก แต่ไม่นานก็รู้สึกเริ่มชาที่แขนพร้อมกับสติของเขาที่เริ่มเรือนรางลงไป

 

“มันคืออาวุธลับของสำนักเซียนเร้นลับที่ใช้ได้จากระยะไกล และไร้ซุ่มเสียงใดๆ”

หญิงสาวรีบอธิบาย จากนั้นจึงยืนขึ้นพร้อมกับปลดปล่อยทักษะสัมผัสวิญญาณออกไปรอบๆอีกครั้ง

 

“นี่ไม่ค่อยดีแล้ว ดูเหมือนว่ามีใครสักคนกำลังเล็งเป้ามาที่เรา ฉันไม่คิดเลยว่าทักษะสัมผัสวิญญาณจะไม่สามารถตรวจจับเข็มล่องหนนี้ได้ ทุกคน ระวังตัวด้วย”

 

ได้ยินคำอธิบายของหลงหวางเอ๋อ สีหน้าของเย่เฟิงก็พลันจริงจังขึ้น

 

ในตอนนี้ หลงหวางเอ๋อมีระดับวรยุทธ์ถึง 18 ปี ฉะนั้นระยะการตรวจจับของทักษะสัมผัสวิญญาณของหญิงสาวนั้นจึงเพิ่มขึ้นเป็น 180 เมตร แต่ภายในระยะนี้กลับไม่สามารถค้นพบคนที่ปล่อยเข็มเงินใส่พวกเขา นั้นหมายความว่าผู้ฝึกยุทธ์ของสำนักเซียนเร้นลับอยู่ห่างไปไกลกว่า 180 เมตร

 

เข็มล่องหนระยะไกล ช่างเป็นชื่อที่เหมาะสมจริงๆ!

 

ในเวลานี้ เย่เฟิงพลันคิดถึงตอนที่เขายังอยู่ที่โรงงานร้างนอกเมืองเหยียนจิง ในครั้งที่จุยหุนใช้อาวุธลับ ระยะของมันไกลยิ่งกว่า 100 เมตร

 

“ดูเหมือนว่าผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นจะมีระดับวรยุทธ์ที่สูง และมีฝีมือเก่งกาจในโลกยุทธภพไม่น้อย”

เย่เฟิงคิดว่าสถานการณ์ที่เป็นแบบนี้ ไม่เพียงพวกเขาจะไม่สามารถรู้ตำแหน่งของฝ่ายตรงข้ามได้ แต่ทุกคนจะถูกเข็มล่องหนยิงใส่เหมือนกันหมด

 

“เฟิงน้อยมานี่เร็ว น้ามีอะไรจะให้เธอดู”

ชูชูวิ่งเข้ามาดึงแขนของเขา

 

“ระวังด้วยครับ คุณน้าไปหลบอยู่ข้างหลังผม”

เย่เฟิงไม่คิดอะไรให้มากความ เขารีบเข้าไปยืนอยู่ด้านหน้าชูชูทันที

 

ฉึก! ฉึก!ฉึก!

 

เข็มเงินถูกยิงเข้ามาจากนอกระเบียงอย่างต่อเนื่องซึ่งเย่เฟิงไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่ามันมาจากที่ใด และในไม่ช้า ทั่วร่างของเขาก็ถูกปักด้วยเข็มล่องหนมากมาย! เข็มเหล่านี้ฉาบไว้ด้วยยาพิษที่ออกฤทธิ์อย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายของเขาเริ่มกลายเป็นอัมพาต

 

มันไม่ใช่แค่เย่เฟิงที่ถูกเข็มยิงใส่ แม้แต่หลงหวางเอ๋อและหนานฟางที่ยืนอยู่ข้างๆก็ถูกยิงด้วยเข็มเงินมากมายเช่นกัน

 

ฝีมือของผู้ฝึกยุทธ์จากสำนักเซียนเร้นลับคนนั้นสูงส่งอย่างยิ่ง!

 

เราไม่มีเรื่องกับคนแบบนี้ตอนไหนนะ?

 

เมื่อขบคิดอยู่ชั่วครู่ เย่เฟิงก็เริ่มเข้าใจเหตุการณ์และเริ่มรู้สึกเสียใจที่ไว้ชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งในตอนนั้น

 

ในตอนที่อยู่ที่เขาฉางไป่ กระบี่ของเขาได้สังหารบุตรบุญธรรมของผู้อาวุโสแห่งสำนักเซียนเร้นลับที่มีชื่อว่า หลี่จวิ้นหลง แต่เพราะเพราะคำขอร้องของจูไป่เหนี่ยว เขาจึงยอมปล่อยผู้หญิงที่ชื่อ ตู้เจวียน ไป และตอนนี้เพราะผู้หญิงคนนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นคงรู้ถึงหูคนของสำนักเซียนเร้นลับและส่งคนมาที่นี่เพื่อแก้แค้นให้กับหลี่จวิ้นหลง

 

ท่ามกลางพายุฝนภายนอกตัวบ้าน ร่างเงาร่างหนึ่งได้พุ่งเขามาอย่างรวดเร็ว คล่องแคล่ว ไร้ซุ่มเสียง และดูน่ากลัว

 

สายฟ้าเส้นหนึ่งได้ผ่าลงมาอย่างรุนแรงทำให้ท้องฟ้าที่มืดครึ่มพลันสว่างจ้าไปชั่วครู่ ร่างในชุดสีดำพร้อมด้วยหน้ากากดำ ดูแล้วลึกลับและน่ากลัวยิ่ง ดวงตาทั้งสองข้างภายใต้หน้ากากดูราวกับภูติผีที่ทำให้ผู้คนต้องตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

 

ชายคนนี้คือผู้เชี่ยวชาญอาวุธลับที่มีระดับวรยุทธ์สูงถึง 50 ปี!

 

.................................

แปลโดย Solar Spark




NEKOPOST.NET