[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 128 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.128 - ระเบิดโรงงานร้าง!


บทที่ 128 ระเบิดโรงงานร้าง!

 

วืด! วืด! วืด!

 

เย่เฟิงพุ่งตัวเข้าใกล้พุ่มไม้ที่เป็นสถานที่ซ่อนตัว ถึงอย่างนั้น ประสาทการรับรู้ของคนที่อยู่ในพุ่มไม้เฉียบแหลมเกินกว่าที่คิด มีดบินสามแหลมถูกปาออกมาติดๆกันเข้าใส่ใบหน้าของเย่เฟิง ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตกใจนิดหน่อยกับการจู่โจมอันไม่คาดฝันนี้

 

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

 

ด้วยทักษะสัมผัสวิญญาณ เย่เฟิงกวัดแกว่งกระบี่สีทองในมือปัดป้องมีดบิดทั้งสามเล่มที่จู่โจมเข้ามา จากนั้น เขาเงยหน้าขึ้นมองเงาดำของคนๆหนึ่งที่กำลังจะพุ่งตัวออกจากพุ้มไม้เพื่อหลบหนี

 

จุยหุนนั้นมีประสบการณ์ในการลอบสังหารทั่วโลกมาอย่างโชกโชน นอกจากนี้ ทักษะวรยุทธ์หลักของเขาคือทักษะอาวุธลับ รวมทั้งความรวดเร็วของเขายังสูงยิ่งกว่าทักษะย่างก้าวไร้เงา ฉะนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่เย่เฟิงจะไล่ตามจุยหุนทัน

 

อย่างทันทีทันใด ร่างของจุยหุนพุ่งไปไกลหลาย 10 เมตร มุ่งสู่โรงงานร้าง เหมือนดั่งหมาป่าเจ้าเล่ห์ยามค่ำคืน

 

‘มันคิดจะหนีงั้นรึ?’

โดยไม่ลังเล เย่เฟิงปล่อยตัวหลินชื่อฉิงอีกครั้ง ก่อนจะปลดปล่อยทักษะกรงเล็บมังกรออกมา!

 

ในชั่วขณะเดียว เจินชี่ของเขาพวยพุ่งออกจากร่างไปยังทิศที่จุยหุนกำลังหนี ราวกับกรงเล็บมังกรแท้จริง ไม่นาน มันก็คว้าเอาไหล่และเอวของจุยหุน เพื่อหมายจะดึงตัวมันกลับมา

 

ถึงอย่างนั้น น่าเสียดายที่ฝ่ายตรงข้ามเตรียมพร้อมไว้แล้ว ด้วยที่จุยหุนเคยเห็นเย่เฟิงใช้ทักษะกรงเล็บมังกรออกมาเพื่อปัดมีดบินที่พุ่งเข้าใส่หลินเต๋อเทียนก่อนหน้านี้

 

ในชั่วพริบตา พลังชี่ภายในร่างจุยหุนระเบิดออกมา ส่งผลให้ร่างของมันสลัดหลุดจากการคร่ากุมของกรงเล็บมังกรที่เย่เฟิงใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว ตอนนี้ เย่เฟิงมั่นใจแน่นอนแล้วว่าศัตรูของเขามีระดับวรยุทธ์มากกว่า 20 ปี หรืออาจจะถึง 30 ปีเลยทีเดียว!

 

จุยหุนก่ออาชญกรรมไปทั่วประเทศเมื่อ 5 ปีก่อน วิธีลงมือของมันนั้นโหดเหี้ยมเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ มันยังมีชื่ออยู่ในลิสของอาชญากรที่รัฐบาลต้องการตัวที่สุด ฉะนั้นแล้ว ระดับวรยุทธ์ของมันย่อมเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้

 

หากเวลานี้ เย่เฟิงยังมีระดับวรยุทธ์ไม่ถึง 10 ปี เขาคงไม่กล้าบุ่มบ่ามไล่ล่าชายคนนี้เป็นแน่

 

‘ระดับวรยุทธ์ของเรายังต่ำไป ไม่งั้น ลำพังแค่ทักษะกรงเล็บมังกรก็คงเพียงพอที่จะจับมันเอาไว้ได้แล้ว…..’

 

เมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามยังคงวิ่งหนีไป เย่เฟิงไม่ลังเลที่จะคว้าตัวหลินชื่อฉิงเข้ามาแล้วพุ่งตัวตามไปอีกครั้ง ขณะที่โอบร่างอันนุ่มนวลและบอบบางของหญิงสาวไว้ในแขน เย่เฟิงได้ใช้ทักษะล่องหน และทักษะย่างก้าวไร้เงาพร้อมกันในทีเดียว!

 

สำหรับหลินชื่อฉิงแล้ว หญิงสาวรู้สึกขุ่นเคืองใจที่ถูกชายสวมหน้ากากโยนตัวเธอทิ้งอย่างไม่ใยดี ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังไม่กล้าทำอะไรวู่วามในเวลานี้ ใบหน้าของหญิงสาวแดงขึ้นเมื่อคิดว่าทำไมชายสวมหน้ากากคนนี้ถึงได้ไร้ยางอายแบบนี้นะ? ในเมื่อเขากำลังไล่ล่า‘อาวุธคุ้มกัน’คนนั้น แล้วทำไมเขาต้องจับตัวเธอเป็นตัวประกันด้วย?

 

นอกจากนั้น ในสถานการณ์วุ่นวายตอนนี้ ทั่วร่างของเธอยังถูกชายสวมหน้ากากเอาเปรียบครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่แค่นั้น เวลานี้เธอยังถูกพวกกิ่งไม้ใบหญ้าขีดข่วนตามใบหน้าและต้นขา สิ่งเหล่านี้ทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าค่ำคืนนี้ เป็นค่ำคืนที่แย่ที่สุดในชีวิตตั้งแต่ที่เธอเกิดมาเลย!

 

สำหรับเย่เฟิง เขาจำเป็นต้องจับตัวหลินชื่อฉิงเอาไว้เพื่อรับประกันความปลอดภัยของตัวเอง เพราะชายหนุ่มไม่มั่นใจว่าหลินเต๋อเทียนหรือธันเดอร์จะหวั่นไหวไปกับคำพูดของจุยหุน และยังเชื่อในตัวเขาอยู่หรือไม่

 

ด้วยที่ทหารหน่วย NSA มีความสามารถพอในการจัดการกับผู้ฝึกวรยุทธ์ เย่เฟิงจึงต้องรับประกันความปลอดภัยของตัวเองในทุกๆทาง ชายหนุ่มเชื่อว่าการที่เขาจับตัวหลินชื่อฉิงไว้เป็นตัวประกัน จะทำให้คนเหล่านั้นคิดหลายๆสิ่งให้รอบคอบก่อนที่จะลงมือทำอะไร

 

ขณะโอบร่างของหลินชื่อฉิงไว้ในแขน เย่เฟิงไล่กวดจุยหุนด้วยความเร็วสูงสุด และเมื่อยิ่งเข้าใกล้โรงงานร้างเท่าไหร่ ชายหนุ่มก็ยิ่งระมัดระวังตัวมากขึ้น เขาพยายามไม่สัมผัสเหล่าพืชพันธุ์ดอกไม้ และพยายามไม่ให้เสียงฝีเท้าของเขาดังออกมา

 

ร่างเงาดำของจุยหุนหลบหนีเข้าไปในประตูของโรงงาน แล้วซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงที่แตกหักเสียหาย เขายังคงระมัดระวังตัวพร้อมกับความสงสัยที่ผุดขึ้นมาในใจ

 

ชายสวมหน้ากากหายไปไหนแล้ว?

 

มันยอมแพ้แล้วงั้นรึ?

 

จุยหุนค่อยๆโผล่หัวออกไปด้อมๆมองๆภายนอกโรงงาน ภายใต้แสงสลัวยามค่ำคืนของที่นี่ เหล่าวัชพืชที่สูงตระหง่านต่างพากันพริวไหวไปตามสายลม ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่พบแม้แต่เงาของใครคนใด หรือได้ยินเสียงที่น่าสงสัยเลยแม้แต่นิดเดียว

 

ถึงอย่างนั้น เขายังคงรักษาความสงบเยือกเย็น และเฝ้าระวังตัวอยู่เสมอ

 

จุยหุนเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง และสัญชาตญาณตอนนี้ บอกว่าเขายังคงตกอยู่ในอันตราย!

 

‘หึ ตัวฉันที่มีระดับวรยุทธ์ถึง 30 ปี กลับรู้สึกเกรงกลัวเจ้าลูกไก่หัดเดินนั่นหรือนี่?’

 

จุยหุนรู้สึกขบขันตัวเองในใจ อย่างไรก็ตาม พรสวรรค์ของชายสวมหน้ากากหรือโม่จิ่วเกอคนนั้นสูงส่งจนน่าหวั่นใจ เขาเคยได้เรื่องราวเกี่ยวกับชายสวมหน้ากากมามากมาย คนๆนั้นแม้ยังอายุน้อย แต่กลับปลดปล่อยพลังชี่ภายในออกมาใช้นอกร่างกายได้ ทั้งยังบรรลุถึงระดับสองของทักษะกรงเล็บมังกรอย่างง่ายดาย แล้วแบบนี้จะไม่เรียกว่าอัจฉริยะได้อย่างไร?

 

จุยหุนคิดกับตัวเองว่าหากเขาต้องเผชิญหน้ากับชายสวมหน้ากากแบบตัวต่อตัว โอกาสชนะคงไม่สูงมากนัก ตัวเขาเองเชี่ยวชาญแค่การสังหารผู้คนในเงามืดเท่านั้น และหากเขาใช้ทักษะเสริมความว่องไวได้ไม่ถูกเวลาล่ะก็ สถานการณ์ของตัวเขาคงกลายเป็นเสียเปรียบอย่างแน่นอน

 

‘ดูเหมือนจะไม่มีใครตามฉันมาแล้วสินะ’

 

จุยหุนรอคอยอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อไม่เห็นการเคลื่อนไหวอันใดที่ภายนอก เขาค่อยรู้สึกโล่งใจพร้อมกับคิดในใจว่า ‘ด้วยทักษะที่ฉันมี การหลบหนีย่อมไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว ในเมื่อการลอบสังหารหลินเต๋อเทียนล้อมเหลวเพราะเจ้านั่น ฉันคงต้องรีบไปจากที่นี่…..’

 

จุยหุนเอือมมือไปยังกำแพงโรงงานที่หักครึ่ง แล้วขุดดินในบริเวณนั้นอยู่พักหนึ่ง ไม่ช้าเขาก็ดึงเอารีโมทควบคุมบางอย่างออกมา เมื่อมีสิ่งนี้ในมือแล้ว จุยหุนจึงคิดจะหลบหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

 

แต่ทันใดนั้นเอง น้ำเสียงอันแผ่วเบาก็ดังเข้ามาในหูของเขา

 

“คิดจะหนีหรือไง? ดูเหมือนจะสายไปหน่อยนะ”

จุยหุนรู้สึกถึงความเจ็บปวดเกินบรรยายเหมือนถูกอะไรบางสิ่งเสียดแทงเข้ามาที่ต้นขา!

 

ฉึก!

 

เลือดสดๆหลั่งไหลออกมามากมาย จุยหุนก้มหัวลงมองบาดแผลและทันใดนั้น เขาก็พบกระบี่สีทองที่จู่โจมเข้ามาจากด้านหลัง แทงทะลุต้นขาในทีเดียว

 

การลอบจู่โจมนี้ แน่นอนว่าเป็นฝีมือเย่เฟิง เขาใช้ทักษะล่องหนลอบเข้ามาด้านหลัง ก่อนจะใช้กระบี่ในมือตัดโอกาสในการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย

 

เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว จุยหุนไม่มีทางจะหนีออกไปจากที่นี่ได้อีก ในโลกยุทธภพนั้น ทักษะความว่องไวย่อมต้องอาศัยขาทั้งสองข้างที่สมบูรณ์ เวลานี้ขาข้างหนึ่งของจุยหุนได้รับบาดเจ็บ แล้วแบบนี้มันจะหนีไปได้อย่างไร?

 

เย่เฟิงเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะสังเกตฝ่ายตรงข้ามอย่างระวัง เขาพบว่าจุยหุนมีร่างกายผอมบางในชุดรัดรูปสีดำ ใบหน้าของมันถูกปกปิดด้วยฮูดสีดำเหมือนโจรปล้นธนาคาร แววตาของมันดูมืดมนคล้ายกับหมาป่าอันดุร้าย

 

“รีโมทนี่ใช้ควบคุมตัวประหลาดพวกนั้นหรือไง?”

เย่เฟิงมองดูรีโมทควบคุมที่อยู่ในมือจุยหุน มันเป็นโลหะสีเงินที่ดูแล้วถูกผลิตขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง แต่เมื่อสังเกตดูดีๆ มันดูต่างจากรีโมทของไซ่เชาหงอยู่มาก

 

“ไม่ใช่ มันคือรีโมทควบคุมระเบิด!”

หลินชื่อฉิงที่ถูกล๊อคตัวอยู่ในอ้อมอกของเย่เฟิง รับรู้ได้ทันที

 

“ระเบิด?”

ใบหน้าของเย่เฟิงซีดลง

 

“คุณหนูหลินช่างเฉียบแหลมจริงๆ ที่รู้ว่ามันคืออะไร”

จุยหุนที่นั่งกึ่งคุกเข่าอยู่บนพื้นพูดต่อไปอีกด้วยน้ำเสียงน่าขนลุก “น่าเศร้าจริงๆ ในเมื่อฉันถูกแกจับได้แบบนี้ ฉันก็ไม่จำเป็นต้องรักษาชีวิตบัดซบของฉันไว้อีกแล้ว”

 

เมื่อจุยหุนพูดออกมาแบบนั้น เย่เฟิงเห็นนิ้วของมันกดลงที่ปุ่มสีแดงของตัวระเบิดทันที

 

“แย่แล้ว!”

 

เย่เฟิงตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาเก็บกระบี่แล้วรวบตัวหลินชื่อฉิงไว้แน่น เพื่อหมายจะหลบหนีออกจากโรงงานร้างแห่งนี้ให้เร็วที่สุด

 

น่าเสียดายที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้วางระเบิดไว้ในโรงงานเท่านั้น มันยังวางระเบิดไว้ในพงหญ้ารอบๆโรงงานแห่งนี้มากมาย ในไม่ช้าเมื่อจุยหุนกดปุ่มที่รีโมท ระเบิดนับร้อยลูกก็มีปฏิกิริยาพร้อมกันทันที

 

ด้วยเสียงที่ดังสั่นกึกก้องไปทั่ว เปลวไฟพุ่งตัวขึ้นสูงจนแทบไปถึงสวรรค์!

 

ภายนอกเมืองเหยียนจิงอันเงียบสงบแห่งนี้ บางสิ่งได้เปลี่ยนสถานการณ์ที่เคยเป็นอยู่ไปอย่างสิ้นเชิง เพียงแค่ชั่วพริบตา โรงงานร้างรวมทั้งพื้นที่ในรัศมี 100 เมตรโดยรอบกลายเป็นทะเลเพลิงไปในทันที

 

“แย่แล้วหัวหน้า!”

ธันเดอร์ที่นำคนของเขามุ่งหน้าไปอย่างระวัง มองเห็นเปลวไฟที่พุ่งตัวขึ้นสูงอย่างน่ากลัวต่อหน้าต่อตา สีหน้าของชายผิวดำเปลี่ยนไปทันที

 

ขณะที่อีกด้าน สีหน้าของหลินเต๋อเทียนเปลี่ยนเป็นขาวซีด

 

เหล่าทหารต่างพากันวิ่งไปยังโรงงานร้าง หมายจะค้นหาร่างของหลินชื่อฉิงและชายสวมหน้ากากที่อยู่ในนั้น ใครจะคิดว่าจู่ๆ โรงงานร้างแห่งนี้กลับระเบิดขึ้นมาได้?

 

เมื่อเห็นระดับความรุนแรงของระเบิด หลินเต๋อเทียนแทบไม่กล้าจะเดินต่อไปข้างหน้า

 

ในเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ โอกาสรอดชีวิตของหลินชื่อฉิงแทบจะกลายเป็นศูนย์ไปแล้ว!

 

...................................

แปลโดย Solar Spark ,Tan Tan

 

Solar Spark: โอเคพระเอกตาย เรื่องนี้จบแล้ว เตรียมพบกันใหม่เรื่องหน้าครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

ล้อเล่นนะ อิอิกำ

 




NEKOPOST.NET