[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 118 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.118 - เงาของชายสวมหน้ากาก


บทที่ 118 เงาของชายสวมหน้ากาก

 

เมื่อเกิดเสียงกรีดร้องอันสยองขวัญดังมากจากชั้นสองของตัวบ้าน มันทำให้ทุกคนในค่ำคืนนี้ตกอยู่ในอาการหวาดกลัว ธันเดอร์ที่อยู่ในห้องใต้ดินของบ้านในเวลานี้พลันตอบสนอง และวิ่งขึ้นไปยังชั้นสองทันที

 

“เตรียมตัวให้พร้อม!”

เขาตะโกนบอกสมาชิกหน่วยคนอื่นด้วยความร้อนใจ และรีบตรวจสอบอาวุธของตัวเอง ในเวลาเดียวกัน ทหารนายอื่นได้ขึ้นชั้นสองของบ้านตามเขาไป

 

บ้านของหมู่บ้านเหยียนซีนั้นค่อนข้างหรูหรา และมีห้องขนาดใหญ่อยู่หลายห้องในชั้นสองของบ้าน ทุกๆคนต่างรีบวิ่งไปยังห้องที่ได้ยินเสียงร้องโหยหวนดังออกมา พวกเขาเห็นสมาชิกในหน่วยคนหนึ่งนอนนิ่งอยู่บนพื้น พร้อมทั้งมีเลือดสดๆที่ไหลออกมา

 

เมื่อเห็นดังนั้น ธันเดอร์พลันผงะ เขารีบวิ่งเข้าไปดูชายคนนั้น ขณะที่ทหารคนอื่นก็รู้สึกตกใจเช่นกัน พวกเขากำอาวุธในมือแน่นขณะตรวจสอบไปทั่วทั้งห้อง เหล่าทหารตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เมื่อคิดว่าพวกเขาอาจถูกจู่โจมอย่างฉับพลันได้ทุกเมื่อ

 

สมาชิกในหน่วย NSA ทุกคนล้วนเป็นพวกทหารผ่านศึกที่มีประสบการณ์โชกโชน ยิ่งกว่านั้น ในตัวของพวกเขายังเต็มไปด้วยยุทโธปกรณ์ประสิทธิภาพสูง คนจากหน่วย NSA หนึ่งคนสามารถต่อกรกับชาย 10 คนได้อย่างสบาย และด้วยสถานะแบบนี้ พวกเขาจึงมักได้รับภารกิจอันแสนยากเย็นมากมาย ถึงอย่างนั้นในระหว่างภารกิจที่ผ่านมา แม้พวกเขาจะได้รับบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่มีครั้งใดเลยที่เคยได้รับบาดเจ็บถึงตาย

 

แต่วันนี้ สมาชิกคนหนึ่งในหน่วยกลับนอนตายอยู่ที่นี่!

 

ธันเดอร์วิ่งมาถึงร่างไร้ชีวิตของสมาชิกหน่วยอย่างรวดเร็ว แล้วลงมือตรวจสอบชายคนนั้นเล็กน้อย เขาได้ข้อสรุปว่า : ลำคอของชายคนนี้ฉีกขาดด้วยอาวุธแหลมคมบางอย่าง จึงทำให้เขาเสียชีวิต

 

ยุทโธปกรณ์ของหน่วย NSA นั้นถูกคัดสรรมาอย่างดี ทุกๆคนในหน่วยต่างมีกล้องวีดีโอขนาดจิ๋วบันทึกภาพไว้ตลอดเวลา

 

ธันเดอร์รีบเปิดปกคอเสื้อของสมาชิกหน่วยคนนี้อย่างรวดเร็วเพื่อจะเอากล้องบันทึกวีดีโอตัวจิ๋วออกมา แต่เขาก็ต้องตกใจ เพราะมันกลับแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

 

เลือดสดๆยังคงหลั่งไหลออกมาจากลำคอของสมาชิกหน่วยคนนี้ ถึงแม้ว่าธันเดอร์จะเห็นบาดแผล แต่เขาไม่พบร่องรอยของอาวุธที่ใช้สังหารเลยแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตาม เขาก็แน่ใจว่ามันเป็นอาวุธประเภทมีคมแน่นอน

 

มันคืออะไรกัน กระบี่? มีดสั้น? หรืออาวุธลับ?

 

ถึงแม้ภายนอก ธันเดอร์จะยังคงมีใบหน้าเรียบเฉยและดูใจเย็น แต่สมองของเขาครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลาว่าใครกันที่เป็นคนสังหารสมาชิกหน่วยของเขา ชายผิวคล้ำมั่นใจว่าฆาตกรคนนั้นต้องเป็นใครบางคนในโลกยุทธภพอย่างแน่นอน

 

ด้วยวิธีการที่ใช้ลงมือสังหารชายคนนี้ แสดงให้เห็นว่าระดับวรยุทธ์ของฆาตกรต้องสูงส่งอย่างมาก ยิ่งกว่านั้น ฆาตกรยังคุ้นเคยกับยุทโธปกรณ์ของหน่วย NSA หรืออย่างน้อยก็รู้ว่าหน่วย NSA มีกล้องบันทึกวีดีโอซ่อนไว้ที่คอเสื้อ มันจึงได้ทำลายทิ้งเพื่อไม่ให้เหลือหลักฐานเอาไว้

 

แต่ปัญหาตอนนี้คือ ฆาตกรคนนั้นมาที่นี่เพื่อสังหารสมาชิกของหน่วยเขาแค่นั้นหรือ? มันทำไปเพื่ออะไรกัน?

 

“แย่แล้ว รีบลงไปข้างล่างเร็ว!”

 

ทันใดนั้น สีหน้าของธันเดอร์ก็พลันเปลี่ยนไป เขายืนขึ้นอย่างเร่งรีบ ถึงอย่างไรสมาชิกหน่วยคนนี้ก็ตายไปแล้ว เขาไม่สามารถทำอะไรได้อีก แต่เวลานี้ยังมีหลักฐานและข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องอยู่ที่ห้องใต้ดิน ซึ่งเขาต้องรักษาเอาไว้ให้ได้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม

 

เมื่อทุกคนวิ่งลงไปชั้นล่างและมาถึงยังประตูห้องใต้ดิน ซึ่งเป็นระยะทางที่ค่อนข้างไกล พวกเขาก็รู้สึกถึงคลื่นความร้อนที่กระจายออกมาเข้าใส่ใบหน้า

 

ห้องใต้ดินถูกเปลวเพลิงเผาผลาญไปทั่วทั้งห้อง!

 

เมื่อเห็นดังนั้น ธันเดอร์รู้สึกเกรี้ยวกราดจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ไหว เขาตะโกนสั่งให้ทหารสองคนรีบใช้อุปกรณ์ดับเพลิงที่พกติดตัวเอาไว้อย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อหมายจะดับไฟให้ทันก่อนที่หลักฐานทั้งหมดจะถูกทำลาย

 

นอกเหนือจากนี้ ทุกคนต่างรู้ว่ามีสมาชิกในหน่วยคนหนึ่งที่ยังคงอยู่เฝ้าห้องใต้ดินก่อนหน้านี้!

 

“เดี๋ยว! รถของเราอยู่ข้างนอก!”

ทันใดนั้นธันเดอร์ก็นึกขึ้นได้บางอย่าง ถึงแม้หลักฐานอย่างเช่นศพของไซ่เชาหง รีโมทควบคุม และสิ่งอื่นๆจะยังอยู่ในห้องใต้ดิน ซึ่งพวกเขาไม่มีเวลาพอจะย้ายไปไว้ที่อื่น แต่พวกเขาได้ขนกล่องเหล็กที่ถูกล๊อกเอาไว้ 5 กล่องไปไว้ที่รถบรรทุกทหารแล้ว และรถคันนั้นจอดอยู่นอกรั้วบ้าน

 

“ครึ่งหนึ่งตามฉันมา ส่วนคนที่เหลือให้ดับไฟในห้องใต้ดินต่อไป และเตรียมพร้อมรับมือกับการลอบโจมตีเอาไว้ด้วย แล้วถ้าพวกนายพบอะไรที่น่าสงสัย ก็ให้รีบติดต่อฉันมาทันที!”

 

หลังจากพูดจบ ชายผิวคล้ำรีบวิ่งออกไปนอกบ้านพร้อมด้วยทหารสามคน

 

เมื่อมาถึงรถบรรทุกทหารสีเขียว พวกเขาก็เห็นเงาดำร่างหนึ่งกำลังนำกล่องเหล็กลงจากรถ แต่ทันใดนั้น ร่างของมันก็ไหววูบแล้วพุ่งไปยังป่าจำลอง ความรวดเร็วของร่างนั้นมีสูงมาก เพียงชั่วพริบตา เงาดำร่างนั้นก็ไกลออกไปจากพวกเขาเสียแล้ว

 

“ยิง!”

 

ธันเดอร์ออกคำสั่งอย่างไม่ลังเล พร้อมกับชี้ไปยังทิศนั้น สมาชิกทั้งสามตอบสนองต่อคำสั่งโดยการยกปืนในมือขึ้นลั่นไกทันที

 

ปัง! ปัง! ปัง!

 

หลังจากเสียงยิงปืนที่แสบแก้วหูดังขึ้นสามนัด ภายใต้แสงจันทร์ดวงนี้ ลำกระสุนทั้งสามพุ่งไปยังจุดเดียวกันคือเงาดำร่างนั้นที่กำลังวิ่งไปยังดงป่า แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ ความเร็วของมัน เร็วยิ่งกว่ากระสุนปืนทั่วไปเสียอีก!

 

“ช่างไร้เดียงสา”

น้ำเสียงต่ำลึกอันมืดมนดังขึ้นมาจากทิศของเงาดำร่างนั้น

 

พวกธันเดอร์เห็นเพียงแค่เงาดำร่างนั้นกระทืบเท้าลงพื้นจนเกิดเป็นประกายแสง หลังจากนั้นร่างของมันก็ไหววูบอย่างรวดเร็ว แม้เงาดำร่างนั้นจะแบกกล่องเหล็กเอาไว้ด้วย มันก็ยังพุ่งเข้าไปในดงป่าได้ในชั่วพริบตาและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือไว้เพียงกระสุนทั้งสามลูกที่ยิงเข้าใส่พื้นดิน

 

อาวุธปืนของหน่วย NSA ถูกออกแบบขึ้นมาอย่างพิเศษซึ่งสามารถจัดการได้ทั้งคนของโลกยุทธภพ หรือแม้แต่สิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ อำนาจการทะลุทะลวงและอำนาจการทำลายล้างของมันนั้นสูงยิ่ง นอกจากนี้ มันยังมีผลในการกัดกร่อนเส้นลมปราณอีกด้วย

 

แต่ถึงแม้จะมีคุณสมบัติอันสูงส่ง แต่หากยิงไม่โดนเป้าหมาย มันก็เป็นเพียงแค่พลังที่ไร้ประโยชน์

 

“บัดซบ!”

เมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามสามารถหนีรอดไปได้อย่างง่ายดาย ธันเดอร์อดไม่ได้ที่จะสบถออกมาเสียงดัง เขาคิดอยู่ในใจว่าความเร็วของเงาดำร่างนั้นน่าเกรงกลัวอย่างยิ่ง ในฐานะที่ปฏิบัติภารกิจมาร่วม 10 ปี เขาไม่เคยพบผู้ฝึกยุทธ์คนใดที่มีความรวดเร็วเท่านี้มาก่อนเลยสักคน

 

แต่ก่อนหน้านี้ที่เงาดำร่างนั้นจะหายไป ด้วยการมองผ่านกล้องล้ำสมัยที่ครอบดวงตาเอาไว้ พวกทหารมองเห็นเงาดำร่างนั้น สวมหน้ากากใบหน้าบูดบึ้งเอาไว้

 

“เจ้านั่นคือชายสวมหน้ากากจริงๆ”

ธันเดอร์กลายเป็นร้อนใจเมื่อเห็นดังนั้น เขารีบวิ่งกลับไปยังรถบรรทุกทหารพร้อมกับคนของเขา เมื่อมาถึง เขาพบสมาชิกคนหนึ่งในหน่วยของเขาที่ได้รับหน้าที่ให้ดูแลรถบรรทุกคันนี้เอาไว้ กลายเป็นศพอยู่บนเบาะที่นั่ง ที่ลำคอของชายคนนั้นถูกแทงด้วยอาวุธแหลมคมแบบเดียวกันกับคนอื่นๆ ยิ่งกว่านั้น กล่องเหล็กทั้งหมดที่พวกเขาขนมาก่อนหน้านี้ ยังหายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

ไม่นาน สมาชิกหน่วยคนอื่นที่อยู่ที่ห้องใต้ดิน ได้ติดต่อมาว่า ทั่วทั้งห้องใต้ดินเต็มไปด้วยน้ำมันเบนซิน เปลวเพลิงจึงลุกโชนอย่างมาก แม้แต่อุปกรณ์ดับไฟของหน่วย NSA ก็ไม่อาจยับยั้งเอาไว้ได้ทัน

 

เมื่อคาดคะเนถึงหลักฐานทั้งหมดที่อยู่ในห้องใต้ดิน ไม่ว่าจะเป็นร่างตัวประหลาดทั้งห้า ศพของไซ่เชาหง รีโมทควบคุมที่แตกหัก และสิ่งอื่นๆ ทั้งหมดนั้นคงถูกทำลายไปพร้อมกับเปลวเพลิง อีกทั้งพวกเขาไม่อาจติดต่อสมาชิกทีมที่อยู่เฝ้าห้องใต้ดินก่อนหน้านี้ได้เลย มันแสดงให้เห็นว่าทหารคนนั้นคงถูกสังหารไปแล้วเช่นเดียวกัน

 

เงาดำร่างนั้นก่อให้เกิดความเสียหายแก่พวกเขาอย่างยิ่ง มันไม่เพียงทำลายหลักฐานที่มีทั้งหมด แต่ยังสังหารสมาชิกในหน่วยพวกเขาไปถึงสามคน!
 

“น่ากลัวเกินไป หากมีการจัดอันดับยอดฝีมือของโลกยุทธภพแล้วละก็ เจ้านั่นคงอยู่อันดับต้นๆเป็นแน่”

ถึงแม้ธันเดอร์จะมีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าของหน่วย NSA แต่ในเมื่อเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแบบนี้ เขาก็ไม่มีความสามารถพอจะจัดการกับเรื่องพวกนี้ได้ ชายผิวคล้ำจึงรีบล้วงเอาเครื่องมือติดต่อสื่อสารขนาดเท่าหัวแม่มือออกมา แล้วกดปุ่มติดต่อไปยังหลินเต๋อเทียนทันที

 

…………….

 

ขณะเดียวกันเวลานี้ หลินเต๋อเทียนรวมทั้งทหารหน่วย NSA ทั้งหกนาย นั่งอยู่ในรถบรรทุกทหารสีเขียว ซึ่งกำลังมุ่งไปยังหมู่บ้านชิงเฟิง และไม่นาน พวกเขาก็มาถึงยังด้านนอกของหมู่บ้าน

 

เมื่อรปภ.หนุ่มของหมู่บ้านมองเห็นพวกเขา ชายหนุ่มคนนั้นรีบวิ่งมาขวางทางเอาไว้ทันที เมื่อเห็นดังนั้น คนขับรถบรรทุกจึงแสดงสัญลักษณ์ของหน่วย NSA ออกมา ทำให้รปภ.หนุ่มรู้สึกหวาดกลัว จนไม่กล้าจะเอ่ยอะไรออกมาสักคำ เขารีบวิ่งกลับไปห้องทำงานของเขาทันที

 

ในที่สุด รถบรรทุกทหารก็เข้ามาในหมู่บ้าน และมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของเย่เฟิง

 

“.......อะไรนะ! ชายสวมหน้ากากอีกแล้วรึ?”

หลินเต๋อเทียนรับโทรศัพท์ขณะลงจากรถบรรทุก สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นไม่น่าดูทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น
 

หลักฐานทั้งหมดที่หมู่บ้านเหยียนซีถูกชายสวมหน้ากากทำลายไปแล้วทั้งหมด! ยิ่งกว่านั้น สมาชิกของหน่วย NSA ยังถูกสังหารไปถึง 3 คนอย่างโหดเหี้ยม ทุกคนต่างรู้ดีว่าสมาชิกของหน่วย NSA นั้น ถูกคัดเลือกมาอย่างรอบคอบ ทั้งยังต้องเข้ารับการฝึกอย่างเข้มงวดถึง 5 ปี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายตลอดกระบวนการเป็นหลักหลายล้าน!

 

นี่มันจะมากเกินไปแล้ว!

 

หลินเต๋อเทียนตัวสั่นไปด้วยความโกรธเกรี้ยว หากเขาไม่สามารถจับตัวชายสวมหน้ากากมาได้ เขาจะมีหน้ายืนอยู่ในตำแหน่งระดับประเทศอีกหรือไง?

 

อย่างไรก็ตาม หากเขาต้องการหาตัวชายสวมหน้ากากจริงๆ ขั้นแรก เขาต้องอาศัยความสัมพันธ์อันดีระหว่างชายสวมหน้ากาก และเย่เฟิง

 

“เข้าไปตรวจค้นข้างใน!”

หลินเต๋อเทียนโบกมืออย่างรวดเร็ว สมาชิกหน่วย NSA 4 คน จึงกระโดดลงจากรถและรีบพุ่งเข้าไปข้างในบ้านทันที

 

“พวกคุณจะทำอะไรกัน?”

ร่างอันงดงามเปิดประตูบ้านออกมา เธอคือซูเหมิงหานที่ก่อนหน้านี้ยังคงนอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงอย่างนอนไม่หลับ

 

เด็กสาวเห็นทหาร 4 นาย พร้อมด้วยอาวุธหนัก กำลังพยายามกรูกันเข้ามาในบ้านเพื่อพยายามจะค้นหาอะไรบางอย่าง ทันใดนั้น ซูเหมิงหานก็ร้องในใจว่าแย่แล้ว บ้านหลังนี้มีตำราวรยุทธ์หายากของปู่เย่เฟิงมากมาย เพราะฉะนั้น เธอต้องไม่ให้พวกเขาเข้าไปค้นในบ้านได้เด็ดขาด!

 

..............................

แปลโดย Solar Spark




NEKOPOST.NET