[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 107 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.107 - ล่องูออกจากหลุม


บทที่ 107 ล่องูออกจากหลุม

 

แก๊งเทียนนั้น ถึงแม้ว่าชื่อของแก๊งจะสั้นเมื่อเทียบกับแก๊งอสรพิษสวรรค์ แต่ความแข็งแกร่งของแก๊งนี้ไม่ด้อยเลยแม้แต่น้อย แก๊งเทียนยังได้รับการหนุนหลังจากกองทัพอีกด้วย ดังนั้น หากพูดว่าแก๊งเทียนเป็นแก๊งที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดได้สามแก๊งใหญ่ก็ย่อมไม่ผิดเท่าไหร่นัก

 

ถึงแม้เย่เฟิงจะรู้ว่าบ่อนการพนันในชั้นใต้ดิน ถูกดำเนินการโดยแก๊งเทียน แต่เขาไม่รู้ว่าหัวหน้าของแก๊งนี้ซ่อนตัวอยู่ที่ไหน

 

ดังนั้น ชายหนุ่มจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเข้าไปในคลับเฮ้าส์ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองเหยียนจิง ที่ชั้นสองของชั้นใต้ดินในคลับเฮ้าส์เป็นบ่อนการพนันขนาดใหญ่ของแก๊งเทียน บ่อนการพนันนี้เป็นบ่อนที่มีอิทธิพลมากที่สุดของเมืองเหยียนจิงโดยผู้ที่เขามาเล่นนั้น มีอยู่ทุกชนชั้นทางสังคม

 

“คงต้องลองไปดูหน่อย ถ้าโชคดีเราอาจจะได้รู้ว่าหัวหน้าแก๊งเทียนซ่อนตัวอยู่ไหน”

 

ขณะที่สวมหน้ากากอยู่ เย่เฟิงมุ่งหน้าไปยังคลับเฮ้าส์แห่งนั้น โดยไม่นาน เขาก็มาถึงและเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า พาสเวิร์ดสำหรับเข้าไปในคลับเฮ้าส์นั้น ชายหน้าบากได้มาอย่างลับๆจากผู้สือข่าวสำนักพิมพ์ เมื่อเย่เฟิงบอกพาสเวิร์ดที่เขาได้มาแก่ชายหนุ่มที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าทางเข้า ชายคนนั้นก็นำเขาเข้าไปยังสถานที่ซึ่งจอแจและแออัดไปด้วยผู้คน สถานที่แห่งนี้คือชั้นใต้ดินที่สองของคลับเฮ้าส์ซึ่งเต็มไปด้วยแสงไฟจ้า รวมทั้งเสียงอึกทึกดังลั่นไปทั่ว ชัดเจนว่าบ่อนการพนันชั้นใต้ดินนี้ไม่ได้ถูกปิดเป็นความลับเท่าไหร่นัก

 

จะมีผู้คนมากมายเท่าไหร่กันที่ต้องล้มละลาย และสูญเสียทุกสิ่งจนไม่เหลือแม้แต่กางเกงในให้แก่บ่อนพนันแห่งนี้?

 

ที่นี่อาจมีผู้คนมากมายที่สามารถเอาชนะเกมการพนันได้ แต่ในความจริงแล้ว จะมีสักกี่คนกันเชียวที่สามารถเอาชนะได้อย่างต่อเนื่อง ตามกฏของความน่าจะเป็นแล้ว หากใครยังคงเล่นเกมพนันต่อไปเรื่อยๆ แน่นอนว่าสุดท้าย พวกเขาย่อมต้องสูญเสียทุกสิ่ง

 

สำหรับเรื่องการพนันนั้น เย่เฟิงไม่ค่อยรู้กฏการเล่นสักเท่าไหร่ แต่ถ้าให้เขาต้องลงสนามละก็ ชายหนุ่มมั่นใจว่าเขาย่อมไม่สูญเสียเงินแม้แต่สลึ่งเดียว ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะยังไม่สามารถใช้ทักษะสัมผัสวิญญาณได้ แต่ลำพังแค่ทักษะอำพรางก็เพียงพอที่จะเอาชนะพนันในทุกตาได้แล้ว

 

ขณะที่เย่เฟิงกำลังแวกฝูงชนเข้าไปข้างใน ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้โต๊ะพนันแห่งหนึ่งที่รายล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย บรรยากาศบริเวณนี้คุกรุ่นจนแทบจะเดือดพล่าน สายตาของผู้คนทั้งหลายล้วนจับจ้องไปยังโต๊ะพนันด้วยความตื่นเต้น

 

“ไงละคุณชายใหญ่หลิน เงินหมดแล้วหรอ? ถ้าเงินหมดแล้วคุณก็รีบไสหัวไปให้ไว อย่าทำให้บรรยากาศที่นี่เสียหมดเพราะคุณ”

เวลานี้อีกด้านหนึ่ง เสียงเยาะเย้ยด้วยความเพลิดเพลินลอยเขามาแตะหูเย่เฟิง

 

คุณชายใหญ่หลินงั้นหรอ?

 

เย่เฟิงหันไปมองทางด้านนั้น และได้เห็นชายร่างท่วมที่กำลังเหงื่อท่วมตัวนั่งอยู่หน้าโต๊ะพนัน ชายคนนั้นดูแล้วอายุประมาณ 27-28 ปี ซึ่งดูแล้วยังหนุ่มและมีใบหน้าที่คล้ายกับหลินซิวเหวิน

 

ส่วนคนที่นั่งตรงข้ามกับชายร่างท่วมคือเจ้ามือหนุ่มคนหนึ่งที่ย้อมผมด้วยสีเขียวและเหลือง เขาแสดงท่าทางไม่แยแสต่อบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดัน พร้อมด้วยมุมปากของเขาโค้งขึ้นขณะมองไปยังคุณชายหลินคนนั้น

 

ถึงตอนนี้จะมีผู้คนมากมายอยู่รอบๆโต๊ะพนัน แต่ก็ไม่มีใครวางเดิมพันออกไป ชัดเจนว่าคนที่ร่วมเดินพันตอนนี้มีเพียงคุณชายหลินคนเดียวเท่านั้น

 

“ถ้าคุณไม่ลุกละก็ งั้นเอาอีกสักสองร้อยล้านดีไหม?”

เมื่อได้ยินดังนั้น คุณชายหลินดูเหมือนกลืนน้ำลายไม่ลงแม้แต่อึกเดียว เขากวาดมือสั่งคนรับใช้ที่ยืนอยู่ใกล้ๆให้เอาชิพมาอีก

 

เย่เฟิงคิดว่านั่นเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก ดูเหมือนว่าชายหนุ่มคนที่เล่นพนันกับคุณชายหลินอยู่นั้นจะมีสถานะสูงไม่เบาในบ่อนพนันแห่งนี้ เย่เฟิงคิดว่าเขาอาจจะสามารถลวงคอถามถึงที่อยู่ของหัวหน้าแก๊งเทียนจากชายหนุ่มคนนั้นได้

 

เย่เฟิงเดินไปยังโต๊ะพนันโต๊ะนั้น และเมื่อมาถึง เขาก็ได้ยินเสียงคนบางคนที่ยืนอยู่รอบโต๊ะกระซิบกระซาบกันขณะชี้นิ้วไปยังคุณชายหลิน

 

“สงสัยคุณชายหลินจะรวยจริง เขาแค่โบกมือให้คนรับใช้ก็ได้เงินสองร้อยล้านมาแล้ว ช่างเหมาะสมที่ถูกเรียกว่าคนตระกูลหลินจริงๆ”

 

“เจ้าโง่! ต่อให้เป็นคนตระกูลหลินก็เป็นไปไม่ได้หรอก ใครเขาจะให้เงินเจ้าหมอนั้นใช้ขนาดนี้?”

 

“นั้นสิ คนๆนี้คือหลินจื่อฉิง เขาเป็นรองประธานสำนักการคลังของเมืองเหยียนจิง ที่มีหน้าที่เก็บภาษีทั่วไป ภาษีการเมือง ภาษีศุลกากร และเป็นศูนย์กลางในการบริหารภาษีทั้งหมด ฉันเดาว่าเขาต้องเอาเงินพวกนั้นมาพนันแน่!”

 

ถึงแม้ว่าสถานะของเหล่านักพนันที่นี่จะเทียบไม่ได้กับคุณชายหลิน แต่ก็ย่อมไม่ใช่พื้นๆ พวกเขาจึงย่อมรู้สถานะของคุณชายหลินดี

 

เย่เฟิงเพิ่งรู้เช่นกันว่าหลินจื่อฉิงคนนี้เป็นถึงรองประธานสำนักการคลังของเมืองเหยียนจิง ในหมู่คนรุ่นเยาว์ของตระกูลหลิน เขาเป็นคนที่แก่ที่สุด และได้เข้าสู่แวดวงการเมืองโดยมีตระกูลของเขาค่อยให้การสนับสนุน

 

หาเทียบหลินจื่อฉิงกับ หลินชื่อฉิงและหลินซิวเหวินแล้ว สองคนหลังยังถือว่าเยาว์วัย ดังนั้น เส้นทางอนาคตของทั้งคู่จึงยังไม่แน่นอน

 

เย่เฟิงไม่รู้เช่นกันว่าทำไมหลินจื่อฉิงถึงกลายมาเป็นผีพนันและยักยอกเอาเงินสาธารณะมาเล่นพนันที่นี้ หากเป็นไปตามนั้นจริง ข่าวนี้คงได้กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว และคงรู้ถึงหูศัตรูทางการเมืองของเขาแน่

 

หลินจื่อฉิงเป็นหนึ่งในสมาชิกตระกูลหลิน แล้วใครกันที่จะกล้ามีเรื่องกับเขา? นี่ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดา! เป็นไปได้ว่าศัตรูทางการเมืองของชายคนนี้ตั้งใจจะหาทางโค่นล้มเขา และใช้วิธีที่แม้แต่ตระกูลหลินเอง ก็ไม่รับประกันได้ว่าจะปกป้องเขาได้

 

ยิ่งกว่านั้น เย่เฟิงไม่รู้ว่าทำไมหลินจื่อฉิงถึงโง่งมได้ขนาดนี้ นี่มันไม่ใช่เป็นการพาตัวเองไปสู่ความหายนะหรือไง?

 

เย่เฟิงที่สวมหน้ากากอยู่มองไปยังเจ้ามือหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับหลินจื่อฉิง ขณะกำลังคิดว่าเขาควรจะใช้ทักษะสะกดจิตใส่ชายคนนั้นเลยหรือไม่? แต่เขาก็ต้องส่ายหัว การใช้ทักษะสะกดจิตในที่ซึ่งชุกชุมไปด้วยผู้คนแบบนี้เป็นที่น่าสงสัยเกินไป และสุดท้ายมันจะกลายเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี

 

ยิ่งกว่านั้น เขายังไม่แน่ใจว่าในกลุ่มผู้คนเหล่านี้ จะมีใครเป็นผู้ฝึกยุทธ์บ้างหรือไม่

 

ดังนั้น เย่เฟิงจึงล้มเลิกความคิดนี้ แล้วตัดสินใจหันไปเล่นตุกติกบนโต๊ะพนันนี้แทนเพื่อจะล่อหัวหน้าแก๊งเทียนออกมาจากหลุม บ่อนการพนันนี้เป็นรายได้แหล่งใหญ่ของแก๊งเทียน ดังนั้น หากเขาทำให้ทางบ่อนต้องสูญเสียสักหลายร้อยล้าน ฝ่ายนั้นย่อมไม่อยู่เฉยเป็นแน่

 

โดยไม่นาน เกมรอบใหม่ก็เริ่มขึ้น

 

หลินจื่อฉิงรวมทั้งเจ้ามือหนุ่มเริ่มเล่นกันอีกครั้ง เกมนี้เกี่ยวกับการทอดลูกเต๋าสามลูก และให้เดาว่าแต้มรวมจะสูงหรือต่ำ ยิ่งกว่านั้นยังมีการกำหนดแต้มลูกเต๋าโดยเฉพาะ ซึ่งหากแต้มลูกเตาออกมาเป็นแต้มตามที่แทงไว้ คนๆนั้นจะได้เงินมามหาศาล

 

เคร้ง! เคร้ง!

 

เจ้ามือหนุ่มโยนลูกเต๋าเข้าไปในกล่องพร้อมกับมุมปากของเขาที่โค้งขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มขณะมองไปยังหลินจื่อฉิงที่มีสีหน้าร้อนรน และไม่นาน เขาก็วางกล่องลงบนโต๊ะแล้วเอ่ยขึ้นว่า “เดิมพันมา!”

 

“ต่ำ!”

หลินจื่อฉิงพลันพลักชิพมูลค่าสิบล้านไปยังด้าน“ต่ำ”อย่างไม่ลังเล

 

เจ้ามือหนุ่มยิ้มก่อนจะพูดว่า “ดูเหมือนคุณชายใหญ่หลินจะระวังตัวเหลือเกินนะครับ ไม่แทงแต้มเฉพาะแล้วหรือไง? ”

 

ทันทีที่เขาพลิกมือและเปิดฝากล่องที่มีลูกเต๋าสามลูกอย่างด้านใน ขณะเดียวกัน เย่เฟิงปลดปล่อยเจินชี่ทันทีโดยไม่เสียเวลา เพื่อใช้ทักษะอำพรางเปลี่ยนแต้มลูกเต๋าให้เป็น 1,2,3

 

“ชนะ!”

 

เมื่อเห็นดังนั้น หลินจื่อฉิงดีใจจนแทบคลั่ง ขณะที่อีกด้านหนึ่ง เจ้ามือหนุ่มขมวดคิ้วแน่นเพราะเขาโคตรมั่นใจว่าเขากำหนดไว้แล้วให้มันเป็น 4,4,6 แล้วมันกลายเป็น 1,2,3 ไปได้ไง?

 

ชายหนุ่มเจ้ามือมองไปรอบๆแล้วพลันเห็นเย่เฟิงที่สวมหน้ากากยืนอยู่ เขาจ้องไปยังเย่เฟิงชั่วขณะ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก ความจริงแล้วที่บ่อนนี้มีคนมากมายที่สวมหน้ากากเอาไว้ ดังนั้น มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นคนสวมหน้ากากเดินไปเดินมา ท่าทางของเย่เฟิงก็ไม่ใช่ดูแปลกประหลาดพอจะให้เขาสนใจ

 

“เริ่มอีกรอบ”

เจ้ามือหนุ่มตะโกนออกมา “ถ้าผมเปิดให้ใครก็ร่วมเดินพันได้ คุณชายใหญ่หลินจะว่าไง?”

 

ชายหนุ่มเจ้ามือคิดว่าเขาควรรอดูว่าใครจะชนะโดยได้แต้มสูงสุด จากนั้นจะได้รู้ว่าใครที่มันกล้าเล่นสกปรก เจ้าคนๆนี้มันเล่นตุกติกได้เนียนจนน่ากลัว แต่เขาไม่เชื่อว่ามันจะไม่พลาดเลย ดังนั้น เจ้ามือหนุ่มจึงตะโกนเรียกคนที่มุ่งดูอยู่ให้ร่วมเดินพันด้วย และในเวลาเดียวกัน เขาก็ส่งข้อความลับบางอย่างทางมือถือออกไป

 

เย่เฟิงนั้นไม่ได้ต้องการจะช่วยคุณชายหลินโดยตรง เพราะนี่มันเป็นแค่แผนการของเขาที่จะลากหัวหน้าแก๊งเทียนออกมาจากหลุมเท่านั้น

 

“แน่นอน ไม่มีปัญหา”

หลินจื่อฉิงพยักหน้า ใบหน้าที่มีเหงื่อท่วมของเขาดูสดใสขึ้น

 

เมื่อหลินจื่อฉิงพูดออกมาดังนั้น การเดิมพันบนโต๊ะพนันนี้จึงเริ่มขึ้นโดยรอบต่อมา หลินจื่อฉิงได้พนันด้าน“สูง” และมีผู้คนอีกหลายคนพนันด้านเดียวกันกับเขา

 

เมื่อกล่องถูกเปิดออก เย่เฟิงพลันใช้ทักษะอำพรางอีกครั้งโดยไม่จำเป็นต้องคิดอะไร แต้มลูกเต๋าที่ออกมาคือ 4,5,6

 

กลายเป็นด้านสูงจริงๆ!

 

ทันใดนั้น ใบหน้าของเจ้ามือหนุ่มพลันเปลี่ยนเป็นมืดครึ่ม ขณะที่อีกด้าน หลินจื่อฉิงหัวเราะร่า นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาชนะแถมยังชนะติดต่อกันอีกด้วย

 

ในรอบต่อมา ขณะที่เจ้ามือหนุ่มกลิ้งลูกเต๋าในกล่อง หลินจื่อฉิงได้เดิมพันแต้ม “18”ด้วยชิพมูลค่าสองร้อยล้าน!

 

เมื่อเห็นดังนั้น กลุ่มคนที่ยืนอยู่รอบๆล้วนคิดเหมือนกันว่าคุณชายหลินคนนี้คงบ้าไปแล้ว การที่แต้มจะออกมาเป็น “18” นั้นเป็นไปได้วิธีเดียวคือต้องให้ลูกเต๋าออกมาเป็น ‘6’แต้มทั้งสามลูก ซึ่งโอกาสมันน้อยจนเกือบจะเป็นไปไม่ได้

(ถ้าผมจำไม่ผิด แทงแบบนี้แล้วถูกจะได้เงิน 150 เท่านะครับ)

 

เมื่อได้ยินคำพูดนั้น มุมปากเจ้ามือหนุ่มโค้งขึ้นในทันใด ช่างกล้าจริงๆที่เดิมพันแต้ม ‘18’ด้วยเงินสองร้อยล้าน ชายคนนี้สติฟั่นเฟือนไปแล้วหรือยังไง?

 

ไม่มีใครรู้ว่าเวลานี้ มุมปากของเย่เฟิงก็โค้งขึ้นเช่นกัน โอกาสของเขามาถึงแล้ว!

 

หากทางบ่อนต้องสูญเสียเงินมากมายขนาดนั้น ชัดเจนว่าหัวหน้าแก๊งเทียนย่อมอยู่เฉยไม่ได้แน่

 

............................

แปลโดย Solar Spark




NEKOPOST.NET