[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 105 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.105 - หมู่บ้านเหยียนซี


บทที่ 105 หมู่บ้านเหยียนซี

 

เย่เฟิงนั้นสงสัยว่าไซ่เชาหงเป็นคนๆเดียวกันกับไซ่เชาจากองค์กรลึกลับ และเพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ เขาต้องมีหลักฐานที่มากพอ

 

การที่เขาสงสัยเรื่องนี้ มันไม่ใช่แค่เพราะชื่อที่เหมือนกัน แต่สิ่งสำคัญก็คือเรื่องของ‘เวลา’ ไซ่เชาหงมาที่ประเทศนี้และเริ่มเข้าศึกษาที่มหาลัยเหยียนจิงเมื่อหนึ่งปีก่อน ขณะที่อีกด้านหนึ่ง องค์กรลึกลับก็ปรากฏตัวขึ้นมาในเวลาเดียวกัน และลงมือทำลายแก๊งประตูสวรรค์ใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในแก๊งใหญ่ของเมืองเหยียนจิง

 

ยิ่งกว่านั้น ไซ่เชาหงยังมีสัญชาติอเมริกา พ่อของเขาเป็นประธานบอร์ดบริหารของเผ่ยเขิงกรุ๊ปซึ่งเป็นบริษัทที่เคยทดลองตัวยาชนิดใหม่ มีงานวิจัยทางพันธุศาสตร์มากมาย และอีกหลายๆอย่าง ดังนั้น มันจึงมีเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้เย่เฟิงเกิดความสงสัยในใจ

 

ตามกฏแห่งป่าในโลกเทวะ หากใครมีวรยุทธ์ในระดับหลายปี คนๆนั้นก็จะมีความเชี่ยวชาญในทักษะเซียนมากมาย ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว ทักษะการสะกดรอยและการตรวจสอบของเย่เฟิงจัดว่าอยู่ในระดับชำนาญ ยิ่งกว่านั้นในโลกใบนี้ ไม่มีใครสามารถมองทะลุทักษะอำพรางของเขาไปได้ ดังนั้น แผนสะกดรอยตามของเย่เฟิงจึงควรสำเร็จได้ไม่ยาก

 

ในช่วงเช้า ไซ่เชาหงเล่นบาสเกตบอลและคุยโทรศัพท์นิดหน่อย จากนั้น เขาก็ไปเปิดร้านกาแฟ‘กาชาด’ และด้วยที่เป็นสมาชิกของสโมสรนักศึกษา เรื่องสำคัญที่เขาต้องทำดูเหมือนจะมีเยอะทีเดียว

 

สำหรับในช่วงบ่าย ไซ่เชาหงไปโรงอาหารเพื่อทานข้าวกลางวันด้วยกลุ่มเพื่อนของเขา ซึ่งเมื่อมองดูแล้ว ไซ่เชาหงคนนี้ไม่แสดงออกถึงความหยิ่งยโสแม้แต่น้อย เขามีอัธยาศัยดี ถ่อมตัว และเป็นสุภาพบุรุษ หลังจากทานข้าวกลางวันเสร็จ ไซ่เชาหงก็เข้าเรียนคาบบ่ายพร้อมกับกลุ่มนักศึกษาชายคนอื่น

 

ในระหว่างนี้ เย่เฟิงได้ค้นพบบางอย่าง เขาพบว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ใกล้ชิดกับไซ่เชาหงมากราวกับเป็นเพื่อนสนิท ชายหนุ่มคนนั้นดูเหมือนเป็นคนเดียวกันกับที่เย่เฟิงเคยเจอที่ร้านกาแฟฉีฉีเมื่อตอนเช้า ซึ่งหลินชื่อฉิงเรียกเขาว่า “น้องจ้าว” หลังจากสะกดรอยตามมาตลอดทั้งวัน เย่เฟิงได้รู้ว่าชายคนนั้นชื่อว่า‘จ้าวหมิงเจ๋อ’ ถึงแม้นิสัยของเขาจะดูแต๋วเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าเป็นชายหนุ่มรูปหล่อและตัวสูง โดยน้ำเสียงของเขาดูจะไพเราะเอามากๆ

 

จากการสะกดรอยตามไซ่เชาหงมาตลอดทั้งวันนั้น เขาพบว่าชายคนนี้ไม่มีสิ่งใดเชื่อมโยงไปยังไซ่เชาได้เลย แต่ถึงอย่างนั้น เย่เฟิงก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าพวกเขาไม่ใช่คนๆเดียวกัน

 

ในช่วงเย็น เมื่อไซ่เชาหงกำลังทานข้าวเย็น เย่เฟิงเปลี่ยนรูปลักษณ์ของเขาไปเป็นชายชราจากทักษะอำพราง ขณะเดียวกัน เขาใช้โอกาสนี้โทรศัพท์สองสายซึ่งขณะที่โทรศัพท์ ชายหนุ่มยังคงจับตามองดูเป้าหมายของเขาตลอดเวลา

 

สายแรกเย่เฟิงได้โทรไปหาหน้าบาก ซึ่งหลังจากที่เขาวางสาย ชายหนุ่มรู้สึกอารมณ์เสียและเริ่มกังวลเล็กน้อย

 

เรื่องของการฟ้องร้องเซี่ยหมินและเซี่ยเฉิงเย่ เรื่องนี้ถูกจัดการโดยหน้าบากแบบไม่ติดขัดอะไร นอกจากนั้น หน้าบากได้รวบรวมคนที่เชื่อใจได้ และพาพวกเขาไปเช่าสำนักงานเป็นเรื่องเป็นราวที่หมู่บ้านชิงเฟิงเพื่อให้มั่นใจว่า จะไม่เกิดเหตุร้ายอะไรขึ้นกับซูเหมิงหาน ยิ่งกว่านั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนที่บ่อนเทียนหัวซึ่งมีคนตายมากมาย เรื่องนี้ถูกจัดการเรียบร้อยแล้วโดยหลิวลี่ฮุย

 

ถึงอย่างนั้น ยังมีเรื่องๆหนึ่งที่กวนใจเขา ศพของจ้าวอี้เปยได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยก่อนจะมีการฌาปนกิจ นอกจากนี้ หน้าบากปรึกษาถึงสิ่งที่เกี่ยวข้อง และเก็บข้อมูลต่างๆรอบๆเมืองเหยียนจิง สิ่งที่เขาพบคือตอนนี้มีเหตุการณ์ที่ศพของคนตายได้หายไปไร้ร่องรอยเช่นกัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมากมายและบ่อยครั้ง ซึ่งยังไม่พบศพใดเลยจนถึงตอนนี้ ญาติๆของเหล่าคนตายพวกล้วนรู้สึกกังวลในสิ่งที่เกิดขึ้น

 

เย่เฟิงคิดว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องรีบจัดการ เพราะถึงอย่างไร จ้าวอี้เปยก็ตายเพราะตั้งใจจะปกป้องเขา ชายหนุ่มรู้สึกอารมณ์เสียเมื่อคิดว่าใครมันกล้าขโมยร่างของจ้าวอี้เปยไปกัน?

 

แต่ถึงอย่างไร เขาก็ยังไม่มีเบาะแสอะไรในมือตอนนี้ ดังนั้น เย่เฟิงจึงตัดสินใจจัดการเรื่องตรงหน้าให้เสร็จก่อน

 

ต่อมา ชายหนุ่มได้โทรศัพท์หาซูเหมิงหาน และถามความต้องการของดาวโรงเรียนคนสวยว่าเธออยากจะให้ลุงทั้งสามคนของเด็กสาวมาเป็นพยานในการฟ้องร้องเซี่ยหมินและเซี่ยเฉิงเย่ด้วยไหม เพราะไม่ว่าอย่างไร ยายของซูเหมิงหานก็เป็นแม่แท้ๆของพวกเขา

 

สำหรับเรื่องนี้ เย่เฟิงปล่อยให้เด็กสาวได้คิดและตัดสินใจด้วยตัวเธอเอง

 

พวกเขาพูดคุยกันอยู่ช่วงหนึ่ง และเย่เฟิงก็ได้บอกเด็กสาวไปว่าคืนนี้เขาไม่ได้กลับไปนอนที่บ้าน ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ซูเหมิงหานรู้สึกหึงหวงมาก ในเช้าวันนี้ เย่เฟิงได้หายไปกับสาวสวยอย่างหลินชื่อฉิงทั้งวัน และตอนนี้ เขาบอกว่าจะไม่กลับบ้านคืนนี้เนี่ยนะ?

 

เย่เฟิงรู้สึกช่วยไม่ได้ เขาวางแผนจะสะกดรอยตามไซ่เชาหงในตอนเย็น ดังนั้น ชายหนุ่มจึงกลับบ้านไม่ได้จริงๆ ถึงอย่างไร เรื่องนี้คงไม่จำเป็นต้องอธิบายให้ซูเหมิงหานฟัง เขาเพียงแค่พูดคำหวานหว่านล้อมเด็กสาวอยู่สักพัก ก่อนจะจบเรื่องนี้อย่างนิ่มนวล

 

หลังจากวางสายไป เย่เฟิงเห็นว่าไซ่เชาหงเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง เขาเดินไปขึ้นรถออดี้ แล้วขับออกจากที่จอดซึ่งดูเหมือนว่าชายคนนี้กำลังจะกลับบ้าน

 

เย่เฟิงมีปฏิกิริยาทันที เขาจับจ้องรถออดี้คันนั้นจากระยะไกล และใช้ทักษะย่างก้าวไร้เงาติดตามไปในทันใด

 

ในเมืองเหยียนจิง มีหมู่บ้านที่หรูหราอยู่มากมาย ยกตัวอย่างเช่น หมู่บ้านซีซาน หมู่บ้านเอ้าเปย และอีกหลายๆหมู่บ้าน แต่หมู่บ้านเหยียนซีนั้นเพิ่งถูกสร้างขึ้นมาใหม่ โดยในหมู่บ้านนี้ มีระบบสาธารณูปโภคที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้ ทั้งโรงแรม สนามกอร์ฟ บ่อน้ำร้อน และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย ถูกสร้างขึ้นมาอย่างหรูหราจนเกินจะจินตนาการได้ ดูเหมือนว่าหมู่บ้านแห่งนี้จะถูกสร้างขึ้นมาภายใต้คอนเซ็ปต์ ที่พักอาศัยอันงดงามและแวดล้อมไปด้วยความหรูหราที่ครบครัน

 

โดยก่อนหน้านี้ ซูซินฉางและเซี่ยหมินก็เคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้เช่นกัน

 

รถออดี้ของไซ่เชาหงวิ่งตามถนนมาเรื่อยๆ และขับเข้าไปในหมู๋บ้านเหยียนซี

 

จากการสะกดรอยตามมาตลอดทาง ในที่สุด เย่เฟิงก็มาถึงที่นี่และมองเห็นทางเข้าของหมู่บ้าน ซึ่งที่นั่น มีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีมาตรฐานและมีรปภ.ยืนเฝ้าอยู่ แล้วเขาจะสามารถเข้าไปข้างในได้อย่างไร?

 

เพื่อให้การสะกดรอยตามไซ่เชาหงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เย่เฟิงตัดสินใจใช้ย่างเก้าไร้เงาเร่งความเร็วถึงขีดสุด และเมื่อเข้าใกล้ริมกำแพงรั้ว ชายหนุ่มได้กระโดดข้ามทันที

 

เมื่อพิจารณาจากวรยุทธ์ระดับ 5 ปีของเขา การกระโดดสูงประมาณสี่ถึงห้าเมตรถือเป็นเรื่องเล่นๆสำหรับชายหนุ่ม ร่างของเขาข้ามผ่านการรักษาความปลอดภัยในระบบอินฟาเรดไปอย่างง่ายดาย และตกถึงพื้นอย่างนิ่มนวลในป่าเล็กๆของหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทะเลสาบจำลองเล็กๆ โดยที่กลางทะเลสาบนั้น มีหินถูกนำมาเรียงไว้มากมายเพิ่มเป็นทางไหลของน้ำ ซึ่งดูแล้วงดงามเป็นอย่างมาก

 

โดยไม่เสียเวลาสังเกตเรื่อยเปื่อย เย่เฟิงรีบเพ่งความสนใจไปยังเป้าหมายของเขา ชายหนุ่มพบว่าตัวเขาตอนนี้ไม่ได้อยู่ห่างจากรถของไซ่เชาหงเท่าไหร่นัก เพราะฉะนั้น หลังจากมั่นใจว่าฝ่ายตรงข้ามยังไม่รู้ตัว เย่เฟิงไม่ได้เปลี่ยนรูปลักษณ์โดยใช้ทักษะอำพรางอีก ไม่อย่างนั้น เมื่อพิจารณาจาก IQ ของไซ่เชาหงแล้ว ชายคนนั้นคงสามารถมองทะลุทักษะอำพรางของเขาได้อย่างง่ายดาย

 

ดังนั้นเพื่อการสะกดรอยตาม เย่เฟิงจึงเพียงแค่หลบซ่อนอยู่ในป่าจำลอง

 

ไม่นาน รถออดี้ก็มาหยุดลงตรงหน้าบ้านอันหรูหราหลังหนึ่งซึ่งมีบ่อน้ำล้อมรอบทุกด้านของบ้าน เมื่อไซ่เชาหงลงมาจากรถ เย่เฟิงพบว่าชายคนนั้นได้เปลี่ยนไปใส่ชุดสูทสไตล์ตะวันตกแล้ว อย่างไรก็ตาม ไซ่เชาหงเดินตรงเข้าไปในบ้านโดยไม่รู้ตัวว่าถูกใครบางคนสะกดรอยตามอยู่ตั้งแต่เช้าเลยแม้แต่น้อย

 

เย่เฟิงยังคงต้องการสะกดรอยตามต่อ ดังนั้น เขาจึงมองไปรอบๆอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะพบรถ Mercedes-Benz คันหนึ่งขับเข้ามาข้างในหมู่บ้านและมาจอดอยู่หน้าบ้านอีกหลังหนึ่ง เมื่อจ้องมองเข้าไปในรถแล้ว คนที่นั่งอยู่ข้างในนั้นไม่ใช่‘หูเหมยเหม่ย’เลขาสาวของซูซินฉางก่อนหน้านี้หรือไง? และยังมีชายร่างอ้วนอีกคนซึ่งดูแล้วมีสถานะทางสังคมสูง นั่งอยู่ในรถเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เย่เฟิงไม่รู้ตัวตนของชายคนนั้น แต่จากที่พอรู้มา หูเหมยเหม่ยได้ถูกจ้างให้ทำงานต่อโดยลุงของเซี่ยหมิน

 

ถึงอย่างนั้น เย่เฟิงไม่ได้รู้สึกสนใจคนพวกนั้นแม้แต่น้อย ดังนั้น การมองข้ามพวกเขาไปคงจะเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด

 

เย่เฟิงเคลื่อนที่ไปอีกด้านหนึ่งอย่างไร้สุ่มเสียง เขาเข้ามาถึงริมประตูบ้านไซ่เชาหงอย่างรวดเร็ว เวลานี้ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า เย่เฟิงได้ยินเสียงน้ำไหลดังมาจากห้องน้ำภายในบ้าน ดูเหมือนไซ่เชาหงกำลังอาบน้ำอยู่

 

“เยี่ยมเลย!”

โดยไม่เสียเวลาคิด เย่เฟิงกระโดดเข้าไปในบ้าน และเริ่มตรวจสอบสิ่งของภายในบ้านอย่างถี่ถ้วน ชายหนุ่มใช้โอกาสที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังอาบน้ำอยู่ ตรวจสอบสิ่งต่างๆที่ดูมีพิรุธตามวัตถุประสงค์ของเขา

 

บ้านหลังนี้มีอยู่ด้วยกันทั้งหมดสามชั้น กำแพงรั้วบ้านประกอบขึ้นด้วยกระเบื้องสไตล์คลาสสิก และมีพืชล้ำค่าหลายชนิดถูกปลูกอยู่ในสวนของบ้าน ซึ่งจากการสังเกตของเย่เฟิง เขาไม่พบสิ่งใดที่ดูมีพิรุธเลยแม้แต่น้อย

 

ชายหนุ่มได้ใช้ทักษะย่างก้าวไร้เงาตรวจสอบต่ออย่างรวดเร็วไปทั่วทั้งบ้าน

 

‘ถ้าเรามีวรยุทธ์ระดับ 10 ปี เราคงใช้ทักษะสัมผัสวิญญาณตรวจสอบบ้านทั่วทั้งหลังอย่างง่ายดายจากการมองแบบพาโนรามา……’

เย่เฟิงรู้สึกเสียดายอยู่ในใจ แต่ไม่นานเมื่อเขามาถึงชั้นใต้ดิน ชายหนุ่มก็พบประตูทางเข้าอยู่ตรงหน้า และรู้สึกถึงพลังวิญญาณบางอย่างที่ทำให้ใจเขาเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง!

 

ความจริงแล้ว กลิ่นอายที่รุนแรงของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นั้นมันกระจายไปทั่วทั้งชั้นใต้ดินเลยด้วยซ้ำ!

 

‘มีอะไรอยู่ข้างในกัน? ถ้ามันเป็นสมบัติสวรรค์ละก็ ด้วยปริมาณพลังวิญญาณมหาศาลขนาดนี้ การได้ดูดซับมันคงเพิ่มระดับวรยุทธ์ขึ้น 3 ถึง 4 ปี หรืออาจจะมากกว่านั้นเลยก็ได้!’

 

ความรู้สึกนี้ทำให้ชายหนุ่มตื่นตกใจอย่างยิ่ง

 

แต่เวลานี้ มีเสียงบางอย่างดังมาจากห้องโถงของบ้าน ดูเหมือนว่าไซ่เชาหงจะออกมาจากห้องน้ำแล้ว

 

ดังนั้น เย่เฟิงจึงมีปฏิกิริยาทันที

 

............................

แปลโดยทีมงานGSI




NEKOPOST.NET