[นิยายแปล] Genius Sword Immortal ตอนที่ 104 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Genius Sword Immortal

Ch.104 - แผนสะกดรอยตาม


บทที่ 104 แผนสะกดรอยตาม

 

ที่ร้านกาแฟในตอนนี้ยังมีเรื่องสำคัญอีกหลายอย่างที่ต้องจัดการ ดังนั้น เสี่ยวฉีจึงไม่ได้ตามทั้งสองไปด้วย

 

“เขาน่าจะเล่นบาสอยู่ตอนนี้ เดี๋ยวพี่สาวจะพาไปแล้วกันนะ”

หลินชื่อฉิงพูดด้วยรอยยิ้มขณะเดินออกมาจากร้านกับเย่เฟิง ในเมื่อแผนของเธอที่จะสร้างภาพลักษณ์ความเป็นพี่สาวลงไปในใจเย่เฟิง เป็นไปได้ด้วยดี ดังนั้น เธอต้องทำมันต่อไปจนจบ

 

ขณะเดียวกัน เย่เฟิงที่เดินมากับหลินชื่อฉิงรู้สึกว่าคุณหนูหลินคนนี้เป็นที่นิยมจริงๆ

 

ตลอดทางที่พวกเขาเดินผ่านมา มีผู้คนมากมายเดินเข้ามาทักหลินชื่อฉิงซึ่งมีทั้งผู้ชายแล้วผู้หญิง ในฐานะประธานสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเหยียนจิง ทักษะทางด้านผู้คนของเธอคนนี้จัดว่ายอดเยี่ยมอย่างมาก ซึ่งไม่ว่าเธอจะไปที่ไหนก็มักจะเจอคนรู้จักและแวะเวียนเข้ามาทักทายอยู่เสมอ

 

กลิ่นหอมอ่อนๆรอบตัวหญิงสาวยังคงลอยเข้ามาแตะจมูกเย่เฟิง และขณะเดียวกัน แขนของหนุ่มสาวก็ได้สัมผัสกันอยู่บ่อยครั้ง สิ่งเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกสำราญใจ ซึ่งการที่ได้อยู่กับสาวสวยคนนี้ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นแฟนกับเธอ มันก็ยังคงมากพอที่จะทำให้ชายหนุ่มใดรู้สึกมีความสุข

 

อาจบอกได้ว่าเสน่ห์ของหลินชื่อฉิงนั้นมีมากจนน่าอัศจรรย์ใจ ซึ่งแม้แต่ชายหนุ่มที่จิตใจเข้มแข็งอย่างเย่เฟิงยังแทบควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ยามได้เดินอยู่ข้างสาวสวยคนนี้ เวลานี้ ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนเลือดในตัวเดือดพล่านพร้อมกับอารมณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในใจ

 

หากเย่เฟิงเป็นเพียงแค่ชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งในมหาลัยเหยียนจิงแล้ว อาจบอกได้ว่าเขาช่างเป็นคนที่โชคดีอย่างยิ่ง เพราะบางที แค่การได้พูดอะไรสักอย่างต่อหน้าหลินชื่อฉิงยังถือเป็นเรื่องยากมากสำหรับคนทั่วไป

 

ไม่นาน พวกเขาทั้งคู่ก็มาถึงยังด้านข้างลานบาสเกตบอลของมหาลัยเหยียนจิง ในเวลาเช้าแบบนี้จะมีชายหนุ่มมากมายมาซ้อมบาสกันที่นี่ หยาดเหงื่อของพวกเขาที่หยดลงบนสนามแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นและพละกำลังของคนหนุ่ม

 

เมื่อมองไปยังฝูงชนที่แออัดอยู่ในสนามจากระยะไกล เย่เฟิงมองเห็นชายหนุ่มรูปหล่อคนหนึ่งในชุดสเวตเชิตแขนสั้น ซึ่งในตอนนี้ เขาได้วิ่งหลบหลีกผู้เล่นคนอื่นอย่างพริ้วไหวก่อนจะกระโดดสแลมดั้งอย่างง่ายดาย

 

“เยี่ยมเลยพี่ไซ่”

กลุ่มของผู้คนตระโกนเชียร์เขา

 

‘นั่นน่ะหรอไซ่เชาหง?’

เย่เฟิงคิดกับตัวเองในใจ เขาและหลินชื่อฉิงค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ชายคนนั้นช้าๆ เมื่อเห็นไซ่เชาหงยิ้มอย่างเริงร่าขณะที่คนอื่นๆที่เหลือส่งเสียงเชียร์เขาอย่างออกหน้าออกตา นั่นแสดงให้เห็นว่าเขาชนะเกมนี้แล้ว และกำลังจะพักยก

 

ไซ่เชาหงนั้นสวมเสื้อและกางเกงกีฬาที่แสนจะธรรมดา ขณะที่ชื่อของเขามีความหมายว่าเครื่องประดับซึ่งก็ไม่ได้สวมอยู่กับตัวเขาเลยสักชิ้น ถึงอย่างนั้น ชายคนนี้ก็ดูสดใส เยือกเย็น คล่องแคล่ว และมีเสน่ห์ เขาสูงเกือบ 190 cm ซึ่งรูปร่างของไซ่เชาหงนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเพอร์เฟคเลยทีเดียว ดังนั้น หากบอกว่าหลินชื่อฉิงให้ความสนใจกับชายคนนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องน่าแปลกใจอันใดแม้แต่น้อย

 

ทันใดนั้นท่ามกลางฝูงชนในสนาม ก็ปรากฏร่างที่คุ้นเคยขึ้นในสายตาของเย่เฟิง ชายคนนั้นคือหลินซิวเหวิน ซานเชาแห่งตระกูลหลิน

 (ซานเชาคือบุตรชายคนที่สาม)

 

“ทำไมน้องชายของคุณถึงอยู่ที่นี่ล่ะ?”

ด้วยความงงงวย เย่เฟิงถามหลินชื่อฉิงออกไปตามตรง

 

“น้องเย่เคยคุยกับซิวเหวินด้วยหรอ?”

หญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้ม “เขาสนิทกับเชาหงน่ะ แล้วก็ยังชื่นชมเชาหงเขาด้วย”

 

เมื่อเย่เฟิงได้ฟังดังนั้น เขาก็คิดในใจว่าเจ้าเด็กน้อยคนนี้เนี่ยนะ? ไซ่เชาหงมีอิทธิพลแค่ไหนกันถึงทำให้แม้แต่หลินซิวเหวินแห่งตระกูลหลินที่แสนจะหยิ่งยโสคนนั้น ยอมรับในตัวเขาได้?

 

หลังจากจบเกม ไซ่เชาหงเดินมาที่ข้างสนามเพื่อพักผ่อนพร้อมกับเริ่มพูดคุยกับหลินซิวเหวิน

 

“พี่ไซ่ เสี่ยวฉียังไม่ยอมรับผมเลย ผมควรทำยังไงดี?”

หลินซิวเหวินแสดงท่าทีถ่อมตัวขณะขอคำแนะนำจากไซ่เชาหง เขาพูดต่อว่า “ผมเพิ่งเคยเจอผู้หญิงแบบนี้เป็นครั้งแรกเลย เธอไม่ให้ราคากับผมสักนิด แล้วที่หนักกว่านั้น พี่สาวผมยังไม่ยอมช่วยผมเรื่องนี้ด้วย…..”

 

“ผู้ชายน่ะควรเข้มแข็งอยู่เสมอนะ แล้ว นายกลัวอะไรล่ะ?”

ไซ่เชาหงยิ้มอย่างผ่อนคลายก่อนจะวางมือลงบนบ่าหลินซิวเหวิน และขณะที่เขายื่นนามบัตรให้หลินซิวเหวิน ไซ่เชาหงก็พูดว่า “สำหรับเรื่องนี้ เอาไว้พูดคุยกันส่วนตัวทีหลังนะ ยังไงตอนนี้พี่สาวนายก็มาแล้ว ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอหน่อย”

 

น้ำเสียงของไซ่เชาหงเต็มไปด้วยพลังที่สามารถดึงดูดผู้หญิงได้ทุกรุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหญิงสาวร้อนรักที่มีอยู่มากมายในมหาลัยแห่งนี้ เมื่อปีก่อนที่เขาเพิ่งเข้ามาที่นี่ ในระหว่างการแข่งขันประกวดร้องเพลง เสียงร้องของไซ่เชาหงได้กระแทกใจหญิงสาวมากมายจนทำให้พวกเธอแทบคลั่ง และได้คว้าตำแหน่งชนะเลิศของมหาลัยมาครอบครอง

 

หลังจากนั้นมา ดูเหมือนว่าเหตุการณ์นั้นจะทำให้เขาเป็นที่รู้จักไปทั่ว ชื่อของไซ่เชาหงได้ถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้งในเว็บบอร์ดมหาลัย และในไม่ถึงครึ่งปี สิ่งนี้ก็ทำให้เขากลายเป็นบุคคลโด่งดังในมหาลัย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะกับเหล่านักศึกษาหญิงเท่านั้น เขาเป็นที่นิยมในหมู่นักศึกษาชายเช่นกัน
 

ดังนั้น ไม่ว่าในมุมมองของใครคนใดก็ล้วนบอกได้ว่าไซ่เชาหงคนนี้เป็นคนที่แทบจะสมบูรณ์แบบ

 

เวลานี้ เขาเงยหน้าขึ้นมองแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นหลินชื่อฉิงเดินมาหาเขาพร้อมกับเย่เฟิง

 

การปรากฏตัวของหลินชื่อฉิงนั้นมากพอที่จะหยุดสายตาของชายหนุ่มแทบจะทุกคน พวกเขามองมาที่เธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเห็นหญิงสาวเดินมากับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง

 

คนนั้นเป็นใครกัน?

 

ผู้คนมากมายเริ่มคาดเดาตัวตนของเย่เฟิง และในขณะเดียวกัน พวกเขาก็มองมายังไซ่เชาหงอย่างอยากรู้อยากเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างคนทั้งสาม

 

“พี่หลิน พี่มาแล้วหรอ”

หลินซิวเหวินดีใจอย่างยิ่ง ซึ่งเขาได้ซ่อนนามบัตรที่ได้จากไซ่เชาหงก่อนจะวิ่งไปหาพี่สาวของเขาพร้อมกับโบกมือให้ บนข้อมือของชายหนุ่ม นาฬิกาข้อมือ Patek Philippe platinum ส่องสว่างจ้าเมื่อปะทะกับแสงแดดยามเช้า

 

แค่นาฬิกาข้อมือเรือนนั้นก็แสดงออกถึงความร่ำรวยอันมหาศาลที่คนทั่วไปไม่มีโอกาสได้สัมผัสตลอดช่วงชีวิตของพวกเขา

(Patek Philippe platinum รุ่นนี้มีจริงนะครับ ผมลองไปส่องราคามา ประมาณ4ล้านเหรียญ หรือเกือบ140ล้านบาท)
 

เมื่อเห็นหลินชื่อฉิงเดินมากับเย่เฟิง ใบหน้าของหลินซิวเหวินก็พลันมืดครึ้มลงในทันที “พี่หลิน พี่มากับมันได้ไงเนี่ย?”

 

“อย่าพูดอย่างนั้นสิซิวเหวิน”

หลินชื่อฉิงยิ้มขณะยกมือที่ขาวเนียนขึ้นสางเรือนผมอันสวยงามของเธอเบาๆ ก่อนจะวางมือบนไหล่เย่เฟิง “น้องเย่น่ะเป็นคนดีมากนะ ถ้าวันหลังเธอพยายามจะรังแกเขาอีก พี่สาวคนนี้จะไม่ยอมพูดกับเธอเลย เข้าใจไหม?”

 

เมื่อหลินซิวเหวินได้ยินดังนั้น เขาก็มองมายังเย่เฟิงอย่างไม่เป็นมิตรแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่พยายามสื่อความหมายทางสายตา ‘ไอ้บัดซบ แกกล้าแย่งพี่สาวไปจากฉันงั้นหรอ?”

 

ได้เห็นสายตาแบบนั้น เย่เฟิงก็พลันขมวดคิ้วขณะคิดในใจ ‘เจ้าหมอนี่อารมณ์เสียเพราะไม่อยากให้เรามาเป็นพี่เขยมัน หรือเพราะกลัวว่าเราจะแย่งพี่สาวมันไปกัน? อารมณ์ของเจ้าหนุ่มเพลย์บอยคนนี้ช่างเข้าใจยากจริงๆ

 

“ชื่อฉิง เธอจะไม่แนะนำพวกเราหน่อยหรอ?”

ไซ่เชาหงยิ้มอย่างแจ่มใส เขาพูดขณะมองมายังเย่เฟิงด้วยความสนใจ

 

“น้องเย่ คนนี้คือเชาหงนะ”

หญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะแนะนำเย่เฟิงต่อ “ส่วนนี่คือเย่เฟิง หลานชายเพื่อนสนิทของปู่ฉันเอง และเขาถือว่าฉันเป็นพี่สาวของเขา”

 

ใบหน้าของเย่เฟิงพลันเปลี่ยนเป็นมืดมนขณะคิดในใจ ‘บ้าสิ ฉันถือว่าเธอเป็นพี่สาวตั้งแต่เมื่อไหร่?’

 

แน่นอนว่าชายหนุ่มไม่ได้พูดปฏิเสธออกไป เพราะถึงอย่างไร เวลานี้เขาสนใจเพียงเรื่องของไซ่เชาหงเท่านั้น ช่างน่าตกใจที่ฝ่ายนั้นก็มองเขากลับมาเช่นกัน เมื่อทั้งสองคนได้จ้องมองกันและกัน เย่เฟิงพยายามค้นหาบางอย่าง แต่ชายหนุ่มก็ไม่พบอะไรที่เป็นประโยชน์กับเขาเลย

 

“สวัสดีนะ ฉันชื่อไซ่เชาหง”

ชายหนุ่มรูปหล่อพูดขณะยิ้มให้อย่างสุภาพ รอยยิ้มของเขาดูสดใสยิ่งกว่าก่อนหน้านี้ ซึ่งชัดเจนว่าชายคนนี้คู่ควรกับตำแหน่งคนดังในมหาลัยอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะแม้จะได้เจอกับคู่แข่งทางด้านความรัก เขาก็ยังคงมีท่าทีสงบ และเต็มไปด้วยความสุภาพ

 

“ผมเย่เฟิง”

เย่เฟิงยิ้มตอบแต่ไม่ได้พูดอะไรมาก

 

ตอนนี้ เขาเพิ่งแค่อยากแน่ใจว่าไซ่เชาหงคนนี้เป็นคนเดียวกันกับไซ่เชาจากองค์กรลึกลับหรือไม่ และเพื่อให้ความต้องการของเขาสำเร็จลุล่วง แน่นอนว่าเย่เฟิงย่อมไม่แสดงอะไรให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ตัว  ชายหนุ่มตัดสินใจลับๆว่าเขาจะใช้แผนสะกดรอยโดยอาศัยทักษะอำพรางของเขาเพื่อเปลียนรูปลักษณ์ภายนอก และด้วยทักษะนี้ การติดตามใครสักคนจะเป็นเรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

 

ในเมื่อสุดท้าย เย่เฟิงก็เห็นแล้วว่าไซ่เชาหงมีหน้าตาอย่างไร ดังนั้นตอนนี้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีก

 

“เอาละครับ ในเมื่อตอนนี้พวกเราก็ได้รู้จักกันแล้ว เพราะงั้นก็เชิญพูดคุยกันต่อตามสบายนะครับ ผมขอตัวกลับไปที่โรงเรียนก่อน”

เย่เฟิงยิ้มขณะโบกมือ จากนั้น เขาก็หันตัวเดินจากไปทันที

 

หลินชื่อฉิงช้าเกินไปที่จะหยุดเย่เฟิงไว้ เพราะเขาได้เดินออกไปจากสนามบาสแล้ว หญิงสาวรู้สึกแปลกใจที่ทำไมเธอถึงมักรู้สึกว่าเด็กหนุ่มคนนี้ดูแปลกๆอยู่ตลอดเวลา”

 

“น้องเย่ เดี๋ยวพี่ไปส่งนะ”

หลินชื่อฉิงพูดขณะพยายามหยุดเขาไว้

 

“ไม่ต้องหรอกครับ ระยะทางจากที่นี่ไม่ไกลเท่าไหร่”

เย่เฟิงเดินต่อไปโดยไม่หันกลับมามอง และหลังจากเดินเลี้ยวไปสองโค้ง ชายหนุ่มก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

หลินชื่อฉิงส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ แต่ทันใดนั้น เธอก็นึกถึงบางอย่างได้จึงหันหน้ามาหาไซ่เชาหงก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “อ้า จริงสิ เมื่อสองวันก่อน เรื่องทุนการศึกษาของนักเรียนแลกเปลี่ยนพวกนั้นได้จัดการรึยังหรอ?”

 

“เรียบร้อย”

ไซ่เชาหงยิ้ม “ฉันช่วยจ่ายค่าเทอมให้พวกเขาเป็นการส่วนตัวแล้ว การที่พวกเขาไม่ได้ทุนการศึกษาทั้งที่ยื่นใบสมัครไปแล้วก็ทำให้รู้ว่าการจัดการเรื่องนี้ของมหาลัยยังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ พวกเราคงต้องขอความเห็นของประธานนักศึกษา……..”

 

…………..

 

ไม่มีใครรู้ว่าเวลานี้ เย่เฟิงกำลังมองมายังพวกเขาจากที่ห่างไกล ด้วยทักษะอำพรางของเขาทำให้ในสายตาของคนอื่น เย่เฟิงดูไม่ต่างอะไรกับนักศึกษาชายธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังเดินกลับไปยังข้างสนามบาสอีกครั้ง

 

เย่เฟิงนั้นตั้งใจจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกไปเรื่อยๆ ซึ่งเขาจะใช้ทักษะอำพรางนี้ ตามสะกดรอยตามไซ่เชาหงตลอดทั้งวัน!

 

...........................

แปลโดยทีมงาน GSI




NEKOPOST.NET