[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game ตอนที่ 9 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game

Ch.9 - ตอนพิเศษ ห้องเรียนทำอาหารกับลิโคริส


 

 

ตอนพิเศษ (เรียนทำอาหารกับลิโคริส)

 

「วันนี้พวกเราจะมาทำอาหารกัน!」

 

ทันใดที่จบประโยคนั้นผู้พูดก็ดันผ้ากันเปื้อนสีขาวใส่ผม เธอเป็นคู่หมั้นของผมเอง –ลิโคริส ราเดียต้า เมื่อเร็วๆ เธอมาหาผมบ่อยๆ จนการมาของเธอไม่ได้ทำให้ผมแปลกประหลาดใจอีกแล้ว

 

ในการพบกันครั้งแรกของเรา เธอโกรธผม แต่มาคิดๆ ดูแล้วเธอนั้นมีใบหน้าที่ค่อนข้างน่ามองดี นัยน์ตาของเธอชี้ขึ้นบ่งบอกถึงความถือตัว และมีไฝใต้ตาของเธด้วย แม้ว่าเธอจะมีท่าทีเหมือนกับผู้ใหญ่ แต่ในความเป็นจริงแล้วเธอเป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงอายุสิบขวบ ที่ตัวค่อนข้างสูงกว่ามาตรฐาน... และในตอนนี้เธอก็ยังแสดงความคิดที่ผมไม่อาจจะเข้าใจได้เท่าไหร่นักออกมา

 

เมื่อหญิงสาวเข้ามาอยู่ในสายตาของผม พร้อมกับคำถามที่กึ่งคำสั่งกลายๆ นี้ ทำให้คิ้วของผมขมวดกันจนเป็นปม

 

เหตุผลเป็นเพราะว่า ปกติเธอจะปล่อยผมสีดำหยักศกเอาไว้เสมอ แต่ในวันนี้เธอกลับมัดรวบเอาไว้อย่างลวกๆ แล้วเอาผ้าสีขาวที่มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมมาคลุมหน้าผากเธอเอาไว้ และปกติชุดที่เธอมักจะใส่สีแดงเสมอๆ นั้น กลับถูกผ้าคลุมสีขาวบดบังเอาไว้ จากมุมที่ผมเห็นนี้ เหมือนเธอเป็นแผ่นกระดาษสีขาวๆ ผืนนึง...

 

การแต่งกายของเธอเหมือนกับกำลังจะเลียนแบบชุดของสาวใช้สวมใส่อยู่ มีผ้ากันเปื้อนสีขาว และหมวกคลุมผม (แม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าจะเรียกสิ่งที่เธอสวมว่าอย่างไรดีก็ตามที)

 

「นายรู้ไหมว่าไม่มีใครยอมให้ฉันยืมเสื้อกันเปื้อนเลยแม้แต่คนเดียว!」

 

「...แจ่มแจ้งเลยล่ะ」

 

ดูเหมือนว่าเธอจะสังเกตเห็นว่าผมดูสงสัยกับการแต่งกายของเธอ เธอถึงได้อธิบายแล้วทำหน้ามุ่ย ยื่นปากออกมาหน่อยๆ ผมบอกได้เลยว่าตอนนี้สามารถจินตนาการใบหน้าผู้คนในคฤหาสน์ที่ตอนนี้คงจะสับสนอลม่าน วุ่นวายกันอยู่แน่นอน ที่เห็นบุตรีของท่านดยุคแห่งลิเลีย วิ่งไปรอบๆ ด้วยเสื้อผ้าที่เหมือนกับคนรับใช้

 

「แต่ว่าฉันก็ไปหาผ้าที่ใช้ทดแทนกันมาได้ล่ะ  อา...แต่ไม่ห่วงนะ ผ้าที่นายถืออยู่นั้นฉันยืมมาจากคุณพ่อบ้านของนายหน่ะ」

 

ก่อนที่เธอจะอธิบายจบ ผมก็ถูกเธอกางแขนออก เอาเสื้อผ้าที่เธอเพิ่งยัดใส่มือของฉันคลี่ออกมาแนบกับเสื้อของผม มันเป็นผ้าที่ถูกดัดแปลงมาเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีเชือกผูกไว้ตรงเอา ทำให้แลดูคล้ายกับเสื้อกั๊กมากทีเดียว ทรงมันคล้ายกับผ้ากันเปื้อน แต่เดี๋ยวนะ ทำอาหารนี่มันต้องใส่เสื้อแบบนี้ด้วยเหรอ?

 

「ยอดเยี่ยมเลย!」

เธอประกาศออกมาอย่างภาคภูมิใจที่จะนำเสนอมาก

 

「ฉันแค่ยืนเฉยๆ ก็ต้องใส่ด้วยเหรอ?」

 

「ไม่ต้องห่วงน่า ฉันได้รับอนุญาตจากท่านดยุครานันคูล่าให้ใช้ห้องครัวทำอาหารได้แล้วล่ะ อีกทั้งท่านพ่อของนายยังสนับสนุนอีกด้วย แล้วนายลองคิดดูสิ ถ้าหากว่าพวกเราอายุครบสิบสองปี ต้องเข้าไปอยู่ในโรงเรียน หากว่าทำอาหารไม่เป็นล่ะก็ พออยู่ในหอพักพวกเราก็ไม่มีอะไรทานกันเลยน่ะสิ!」

 

ท่านพ่อของผมยอมตามใจว่าที่คู่หมั้นของผมด้วยเหตุผลแบบนี้จริงๆ น่ะเหรอ...

 

「ก็ใช่ แต่พวกเราไม่จำเป็นต้องทำอาหารที่หอพักเอง…」

 

แม้ว่าผมจะพูดแบบนั้น แต่ลิโคริสกลับไม่ฟัง เธอรีบเคลื่อนย้ายมือของเธอผูกเชือกให้ที่เอวด้านหลังของผม แม้ว่าผมอยากจะพูดกับเธอว่าการใกล้ชิดแบบนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่สมควร แต่ทว่าผมก็รู้สึกหวั่นไหวกับท่าทีของเธอไปเสียแล้ว

 

อย่างน้อยก่อนที่จะมีโอกาสได้เจอผู้ชายคนอื่นๆ เพิ่มขึ้นภายในโรงเรียน และการเปิดตัวเข้าสู่วงสังคม ผมคงต้องจัดการแก้นิสัยที่ชอบสัมผัสคนอื่นของเธอแล้ว

 

ดูเหมือนว่าลิโคริสจะไม่รู้ความคิดภายในใจของผมเลยแม้แต่น้อย เธอพึมพำว่า「การ์ซงส์ สไตล์~ น่าร้าก~」ผมไม่ค่อยเข้าใจความหมายในคำแรก แต่ว่าคำว่า『น่ารัก』เอามาใช้พูดกับผู้ชายแบบนี้นี่มันเกินไปแล้ว มันเป็นคำต้องห้ามนะ! อันที่จริงผมอยากให้เธอหยุดเรียกผมว่าน่ารักเสียที แต่ผมเองก็ไม่อยากให้เธอคิดว่าผมใจแคบ

 

ถึงแม้ว่าผมรู้สึกกระด้างกระเดื่องในการที่ถูกเธอชมว่าน่ารักโดยไม่ได้ตั้งใจนั้น แต่ผมก็ยังถูกเธอลากไปในครัวอยู่ดีนั้นแหละ

 

「วันนี้พวกเราจะมาลองทำ『ข้าวต้ม』」

 

「รายการบ้าอะไรล่ะนั้น?」

 

「อืม มันอาจจะอธิบายเรื่องรสชาติได้ยากไปสักหน่อย แต่ฉันคิดว่าฉันจะทำสิ่งที่คล้ายๆ กับแบบนั้นแหละนะ!」

 

และการเรียนการสอนทำอาหารอย่างกะทันหันก็เริ่มต้นขึ้นมา

ผมเริ่มต้นด้วยการล้างมือ ก่อนที่จะล้างผักและธัญพืชบางอย่างที่ไม่รู้จัก ก่อนที่จะหั่นผักทั้งหมดนั้นผสมเข้าด้วยกันเอาไว้ในหม้อ

 

ผมสังเกตเห็นว่าส่วนผสมมานั้นส่วนมากเป็นรสเปรี้ยว และไม่ได้มีสารอาหารมากนัก อีกทั้งยังให้โทษด้วย「ต้องใส่ของพวกนี้ด้วยเหรอ?」 และเมื่อผมถามไปเธอก็「พวกนี้ต้องใส่ส่วนผสมให้เหมาะสม ห้ามปรุงมั่วซั่วเด็ดขาด!」นั้นคือคำตอบของเธอ อย่างไรก็ตามที่ผมพอจะทำได้คือเล่นตามน้ำไป และทำให้เธอพอใจเท่านั้น

 

หลังจากที่ทำอาหารที่ชื่อ『ข้าวต้ม』ผมก็ใช้ช้อนตักส่วนผสมของซอสที่ดูเปรี้ยวๆ ออก เกลี่ยไว้ในจานรองเล็กๆ

 

「เดี๋ยว!」

 

เพราะเสียงตะโกนของเธอทำให้ผมชะงักช้อนที่ถืออยู่

 

「ฉันจะเป็นคนชิมคนแรกเอง คงจะไม่ดีเท่าไหร่ถ้าให้นายชิมก่อน เกิดมีรสชาติแปลกๆ ขึ้นมาจะต้องแย่แน่ๆ」

 

เธอบอกเหตุผลของเธอ

แม้ว่าเธอจะเป็นคนทำอาหารให้ผม แต่ถึงอาหารจะมีรสชาติแปลกๆ ก็ไม่เห็นเธอต้องใส่ใจเลยนี่นา

 

เอาเป็นว่าความตั้งใจของเธอนั้นผมเห็นแล้วล่ะ และผมก็คิดว่า

 

หลังจากเหตุการณ์ที่มีผู้หญิงจะลอบวางยาพิษผมเกิดขึ้นมานั้น ทำให้การเตรียมอาหารสำหรับผมถูกปรับเปลี่ยนไป คนรับใช้ที่อยู่ภายในห้องครัวนั้นจะเป็นคนคอยชิมอาหารทดสอบพิษก่อนที่จะนำมาให้ผม นอกจากนี้เมนูซุปก็ถูกถอดออกจากเมนูอาหารทั้งหมดด้วย

 

ถึงแม้ว่าผมจะบอกพวกเขาว่าผมไม่เป็นไร ไม่จำเป็นต้องปรับก็ได้ แต่ไม่มีใครฟังผมเลยแม้แต่คนเดียว

 

อาหารพวกนั้นทำให้ผมกินไม่ลง

อย่างไรก็ตาม ผมรู้สึกเศร้าใจทุกครั้งเวลาที่ทานข้าวเย็น และดูเหมือนว่าลิโคริสจะเห็นความผิดปกตินี้ของผมเข้า

 

「…โอเค รสชาติใช้ได้!」

 

เธอว่าอย่างนั้นหลังจากทดสอบว่าอาหารนี้ไม่มีสิ่งปกติ แล้วตักใส่จานเล็กถือมาทางผม

 

「นายอยาก…จะลองชิมดูบ้างไหม?」

 

(มาบังคับผมด้วยการตักมาให้ แล้วทำใบหน้ากังวลแบบนี้ เล่นโกงกันนี่นา?)

 

ถึงแม้ว่าจะมีความแตกต่างกันในเรื่องความสูง แต่ลิโคริสก็ยื่นช้อนส่งมาให้ผมอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกภายในใจของผมนั้นในตอนนี้รู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก ผมทั้งรู้สึกหวงเธอแล้วก็รู้สึกอยากจะแกล้งเธอในเวลาเดียวกันเลย เป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนจนอธิบายไม่ถูก

 

「ก็ได้ ฉันจะลองดู」

 

ต้องบอกว่าในตอนนี้ผมอ้าปากเล็กน้อยเพื่อให้เธอป้อนเจ้านั่นใส่ปากของผม เรียกได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่น่าอายมาก

 

แต่เมื่อ『ข้าวต้ม』ในจานรองเล็กๆ เข้ามาชิดปากของผม

เมื่อน้ำซึมเข้ามาในลิ้น ความหอมหวานอมเปรี้ยวก็แพร่กระจ่ายในปากอย่างรวดเร็ว ผมได้กลิ่นของธัญพืชและรสชาติที่แตกต่างกันในปาก 

 

ก็ไม่เลว

เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นในลำคอของผม และในตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกว่าผมหิวแล้ว

 

ไม่รู้ว่านี่เป็นความเอาใจใส่ของคู่หมั้นของผมหรือไม่

『ตราบใดที่เป็นอาหารฝีมือของลิโคริส แม้ว่ามันจะมีพิษฉันก็จะทาน!』หรือเพื่ออะไรก็ตามต่อจากนี้ นี่คือสิ่งที่ผมคิดเอาไว้ในหัวนะ

 

และถ้าผมโพล่งคำพูดประโยคนี้ออกมาล่ะก็ สิ่งที่ผมได้รับจากปากของเธอคือโดนเธอดุว่าประมาทแน่นอน




NEKOPOST.NET