[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game ตอนที่ 33 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game

Ch.33 - ภาค 3 ตอนที่ 14


School Arc – Chapter 14




 

ข่าวลือเริ่มแพร่ไปทั่วโรงเรียนอย่างรวดเร็วผ่านคำกระซิบหลายต่อหลายครั้งจนเรื่องราวบานปลาย

 

ข่าวลือ ลือกันว่า 『ลิเลียม แวลลี่ มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการบาดเจ็บ』 และถูกลือกันราวกับพวกเขาอยู่ในเหตุการณ์จริง

 

บางคนก็เล่าเกินความจริงจนเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่น่าหวาดผวา

 

นักเรียนใหม่ที่ยังไม่ได้เข้าพักในหอพัก โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงเริ่มกังวล ทำเอาฉันที่เป็นหัวหน้าหอต้องวิ่งวุ่น

 

ขณะที่ทำให้พวกผู้หญิงสงบ พวกเธอก็ทำให้ฉันนึกกังวลเรื่องของลิลี่

 

สุดท้ายฉันก็ทิ้งหน้าที่ของหัวหน้าหอแอบหนีไปยังห้องของลิลี่ก่อน โดยทิ้งเด็กที่ร้องไห้ให้อยู่กับหัวหน้าอีกคนนึง ฉันเองก็มีปัญหาส่วนตัวของฉันเหมือนกันนะ!

 

「ถ้าเธอใช้เวทมนตร์ทำร้ายคนอื่นเพื่อตัวของเธอเองล่ะก็ เธอก็ไม่เหมาะที่จะเป็นนักเรียนโรงเรียนนี้หรอกนะ!」

 

เสียงหนึ่งดังขึ้นมา นั่นเป็นเสียงของนักเรียนชั้นปีเดียวกันกับฉัน ชื่อ วิโอล่า ปีที่แล้วเธอก็ทำหน้าที่หอเหมือนกับฉัน

 

แม้ว่าเธอจะสรุปด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ถึงจะดูไม่เหมาะสมกับหัวหน้าหอ แต่เผอิญว่าวิโอล่านั้นเป็นผู้หญิงที่ขยันขันแข็ง และมีประโยชน์ เพราะปู่ของเธอเป็นมหาเศรษฐีที่ได้รับตำแหน่งบารอน แต่ตำแหน่งนี้สืบทอดต่อไม่ได้– ในความเป็นจริงแล้ว เธอนั้นไม่ได้มีตำแหน่งสูงส่ง ถ้าหากพูดถึงสถานะทางสังคมชนชั้นสูง แต่ว่าเธอก็ยังเคยมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าหอ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากเสียงส่วนใหญ่ที่มาจากทางคนของเธอทั้งสิ้น

 

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ

อีกฝ่ายคือวิโอล่าที่แสนใจร้อน ฉันต้องไม่พลีพล่ามทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงกว่าเดิม

 

ถึงแม้ว่าห้องของลิลี่นั้นจะถูกปิดเอาไว้เพื่อกันคนที่อยากรู้อยากเห็น แต่ก็ยังพอมองเห็นได้จากคนในหออยู่ดี

 

มีคนสามคนที่กำลังเผชิญหน้ากับลิลี่

วิโอล่าและเพื่อนของเธออีกสองคน คนที่อยู่ด้านหลังวิโอล่าที่เผชิญหน้ากับลิลี่นั้น เป็นเด็กสาวผมสีน้ำตาล ถ้าฉันจำไม่ผิด เธอคือพี่สาวของเด็กผู้หญิงที่อยู่ในกลุ่มของอาร์ค บางทีเธออาจจะนิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะน้องสาวของเธอได้รับบาดเจ็บ แต่ว่าการที่มาในห้องของนักเรียนชั้นปีต่ำกว่าสามคนนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก

 

「…ฉัน… ไม่ได้ใช้เวทมนตร์เลยนะ…」

 

แม้ว่าจะเป็นเสียงที่แผ่วเบา แต่เพื่อนของวิโอล่าก็ยังตอบโต้ด้วยน้ำเสียงข่มลิลี่

 

「ยังกับฉันจะเชื่อเธองั้นแหละ! อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่อง ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นได้รับบาดเจ็บ มีแค่คนเดียวที่ไม่ได้รับบาดเจ็บก็คือเธอ ลิเลียม แวลลี่!」

 

เสียงของผู้หญิงผมสีน้ำตาลดังขึ้นสวนคำพูดของลิลี่ และคนนี้ดูแย่ยิ่งกว่าวิโอล่าเสียอีก

 

「ขอโทษนะ ขอฉันผ่านไปหน่อยได้ไหม」

 

เมื่อฉันพูดขึ้นมา ทุกคนก็จ้องมองมาทางฉันแล้วอุทานเบาๆ ว่า『อา แย่แล้ว!』 และเปิดทางให้กับฉัน

 

เมื่อฉันเดินเข้ามาในห้อง พวกหล่อนก็จ้องมองฉัน ลิลี่นั้นมองมาด้วยนัยน์ตาที่สับสน ฉันไม่คิดจะได้รับกปฏิกิริยาที่ดีอะไรนัก แต่ฉันต้องทำอะไรสักอย่างกับสถานการณ์วุ่นวายนี้

 

「ก่อนอื่น ฉันขอให้ใครก็ได้ช่วยอธิบายสถานการณ์ให้ฉันฟังหน่อยว่าทำไมนักเรียนชั้นปีสุดท้ายถึงได้เข้ามารบกวนในห้องนักเรียนชั้นปีแรกคะ?」

 

ฉันหันหน้าเผชิญกับทั้งสองกลุ่ม ก็คือลิลี่ และวิโอล่ากับเพื่อนของเธอ

 

ถ้าให้พูดก็คือ ฉันต้องไว้หน้าแก่วิโอล่า และฉันเชื่อว่าด้วยสถานะและอำนาจของฉันนั้น สามารถโน้มน้าวพวกหล่อนได้อยู่

 

แต่ ฉันก็สังเกตเห็นว่าผมสีทองของเธอยังเป็นลอนสวยได้รูปเหมือนกับเมื่อเช้า เป็นผมม้วนสวยดี หรือจะพูดก็คือ: ผมสีทองม้วนเป็นแนวตั้ง

 

เธอนั้นนับว่าเป็นคนที่สวยที่สุดในโรงเรียนนี้ มีขนตาเป็นแพหนาสีทองดูแปลกตาเมื่อเทียบกับขนตาสีดำ นัยน์ตาสีม่วงกลมโตเหมือนกับการ์ตูนตาหวานที่เคยอ่านในชาติก่อน กลมโตราวกับจะทะลักออกมาพอให้ไม้ขีดไฟห้าอันวางเรียงกันได้ แน่นอนว่าฉันจะพยายามทดสอบดูสักวันนึง...

 

จมูกของเธอเชิดขึ้นบ่งบอกถึงความมั่นใจและดูน่ารัก อีกทั้งเธอตัวไม่สูง และมีท่าทีที่สง่างามน่าชื่นชม

 

「ในฐานะนักเรียนชั้นปีสุดท้าย ฉันเห็นว่าลิเลียมเพิ่งเข้ามาที่โรงเรียนนี้ เลยคิดว่าการอธิบายเรื่องเวทมนตร์เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเธอ」

 

「ถ้าเป็นเช่นนั้นไม่จำเป็นต้องมากันสามคนก็ได้นี่คะ?」

 

เธอมองฉันราวกับว่าฉันกำลังตำหนิเธอ วิโอล่าเหลือบมองไปด้านหลังของเธอ

 

แม้ว่าเธอจะใจร้อนแต่ก็ไม่ใช่คนที่บ้าบิ่น เธอไม่ใช่คนที่จะสร้างกลุ่มเพื่อดูถูกใครๆ แต่ว่าเธอจะถูกกระตุ้นเมื่อเพื่อนของเธอกำลังร้องไห้

 

「นั่น… อย่างที่ท่านกล่าวนั่นแหละค่ะ การทำเช่นนี้ไม่ถูกต้อง」

 

วิโอล่าอธิบายการกระทำของเธอ

 

เมื่อฉันพยักหน้า และพูดว่า “ดีมากค่ะ” สีหน้าของวิโอล่าก็ดีขึ้น

 

「ในเมื่อท่านรู้จุดประสงค์ของพวกเราแล้ว ทำไมท่านไม่ปล่อยให้เราทำต่อล่ะคะ หัวหน้าหอ?」

 

「เอะ?」

 

「อาา ยังมีข่าวลือภายในหอพักอยู่นี่คะ」

 

「ถ้าเป็นข่าวลือของลิเลียม ฉันรู้แล้ว เพียงแต่ว่านั่นเป็นแค่ข่าวลือโคมลอย」

 

「ไม่ใช่แค่นั้นค่ะ ยังมีข่าวลือของท่านอีก จะดีหรือคะถ้าให้ฉันพูดออกมา」

 

นัยน์ตาของฉันเบิกกว้างอย่างตะลึง วิโอล่ายิ้ม พยักหน้าราวกับจะเอ่ยว่า ‘อย่างที่คิดไว้เลย’

 

「ดูเหมือนว่าท่านจะไม่เคยได้ยินข่าวลือเรื่อง:『หัวหน้าหอปกป้องลิโคริส และลิเลียม แวลลี่นั้นเป็นเพราะว่าเธอเป็นเพื่อนสนิทกัน หัวหน้าหอเข้าข้างลิเลียมลำเอียงจนไม่อาจตัดสินออกมาอย่างยุติธรรมได้』ใช่รึเปล่าคะ?」

 

ฉันฟังคำพูดประโยคนั้นด้วยรอยยิ้มขมขื่น

 

ทุกคนเฝ้ามองฉัน อยากจะรู้ว่าฉันจะตอบคำถามของวิโอล่ายังไง แต่พอสังเกตแล้วก็รู้เลยว่าทุกคนในหอนั้นรู้ข่าวลือเรื่องนี้กันหมด

 

เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วที่จะเกิดขึ้น แล้วยิ่งเหตุการณ์วันที่กระจกแตกฉันนั้นก็รตะโกนเรียก『ลิลี่』 ด้วยความเป็นห่วงด้วย ถึงจะไม่ได้สังเกต แต่ก็ไม่แปลกที่ใครๆ จะเห็นว่าฉันแอบไปหาลิลี่ในระหว่างอยู่ในหอพัก

 

เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่พวกผู้หญิงจะเรียกว่า『ลำเอียง』 และพวกเธอก็เริ่มไม่เชื่อใจฉันจนให้วิโอล่าออกหน้าแทน

 

「ท่านจะอธิบายยังไงคะ?」

แม้ว่าฉันจะมองไปที่ลิลี่ แต่วิโอล่าก็กดดันฉันต่อ แต่ถึงฉันจะไม่อยากพูดคำพูดที่ทำร้ายจิตใจลิลี่ แต่ฉันก็ต้องพูดออกไปเพราะว่าฉันเป็นหัวหน้าหอ

 

「…ถ้าไม่นับเรื่องฉันเป็นเพื่อนกับลิเลียมแล้ว เรื่องนี้ก็ต้องได้รับ『การแก้ไข』ให้เร็วที่สุดอยู่ดี」

 

หลังจากที่เหลือบมองไปรอบๆ ฉันก็หยุดสายตาอยู่ที่เด็กสาวผมสีน้ำตาลที่ยืนอยู่ ข้างหลังวิโอล่า

 

「เวทมนตร์ของลิเลี่ยมคือการรักษา ฉันเลยสงสัยว่าเธออาจจะทำลายกระจกได้ก็ได้นิ」

 

「นะ-นั่นเพราะว่า… ลิเลียมมีพลังเวทมนตร์… พิเศษ…」

 

และราวกับจะอธิบายทุกอย่างในเชิงคำถาม แต่นั่นก็เพียงพอให้หมดข้อสงสัยแล้ว ฉันเข้าใจว่าเธอกังวลเรื่องของน้องสาวเธอ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะมาตำหนิลิลี่ได้นี่

 

「ถ้าเธอบอกว่าพวกเราควรโยนความผิดให้กับลิลี่ ด้วยเหตุผลนี้ล่ะก็ ไม่คิดว่าจะเป็นการ『โยนความผิดให้ผู้บริสุทธิ์』หรือคะ? นี่คือสิ่งที่พวกเราปฏิบัติกันในฐานะนักเรียนเวทมนตร์ พวกเราเองก็ไ่ม่ต่างจากผู้ใช้เวทมนตร์ในอดีตที่นำพาความวิบัติแกคนที่เป็นเจ้าของเวทมนตร์หรอกค่ะ」(ลิโคริส)

 

แม้ว่าราชอาณาจักรจะมีมานานแล้ว แต่ในอดีตนั้นพวกเราได้มีการไล่ล่าพวกที่มีเวทมนตร์ ในอดีตนั้นใครก็ตามที่มีเวทมนตร์จะบอกเรื่องนี้กับใครๆ ไม่ได้

 

และในตอนนี้พวกเด็กสาวก็มองมาทางนี้อยากอยากรู้นั้นก็ละอายต่อคำพูดของฉัน อย่างไรก็ตามมีเพียงวิโอล่าที่มีความคิดต่างออกไป

 

「ฉันเข้าใจที่ท่านพูดค่ะ ถึงฉันจะบุกรุกเข้ามาในห้องนักเรียนใหม่เพราะใจร้อน ฉันไม่รู้หรอกค่ะว่าความสัมพันธ์ระหว่างมิสลิโคริสและลิเลียม แวลลี่เป็นยังไง แต่ถ้าไม่ใช่เพราะซ่อนเอาไว้ล่ะก็จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นรึคะ?」

 

(อืม….)

 

ฉันแปลกใจที่เธอเถียงฉันอีกครั้ง แต่ว่ามาถึงขั้นนี้แล้วจะดูน่าสงสัยเกินไปถ้าซ่อนไว้อีก

 

「ก็ใช่– ลิลี่เป็นเพื่อนของฉันเอง!」

 

ฉันพูดพึมพำเบาๆ

...ก็ไม่น่าจะแปลก แต่บางทีพวกหล่อนอาจคิดว่าแปลก เพราะว่าไม่เคยมีใครสนิทกับฉัน

 

「เธอเป็นเพื่อนของฉัน ฉันเลยเชื่อเธอ แต่ฉันไม่คิดบังคับให้เธอเชื่อในสิ่งที่ฉันคิด ฉันแค่อยากให้เธอใจเย็นลงกว่านี้」

 

หลังจากที่ฉันพูดจบ ฉันก็เหลือบมองลิลี่ อยากรู้ว่าเธอคิดยังไงกับคำพูดของฉัน ถ้าเธอโกรธหลังจากนี้ฉันจะขอโทษเธอ แต่เธอก็มองฉันด้วยนัยน์ตาสดใสมาทางฉัน ไม่มีวี่แววโกรธเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความยินดีบนใบหน้าของเธอ

 

ดูเหมือนว่านานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นเธอตรงไปตรงมาแบบนี้

 

ถึงจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ แต่พอได้เจอเธอหลังจากที่ไม่ได้เจอกันเลย ก็ทำให้ฉันรู้สึกโล่งใจมาก

 

ฉันผ่อนคลายลงเมื่อทุกอย่างเปิดเผย ในตอนนี้รู้สึกเหมือนกับมีน้ำมาเทลงบนหัวใจของฉันเบาๆ…

 

อยู่ๆ สีหน้าของลิลี่ก็เปลี่ยนแปลงไป

 

นี่ฉันไม่ได้คิดไปเองนะ!

 

นัยน์ตาที่เปล่งประกายความสดใสตะกี้แปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวขุ่น

 

เธอดูตื่นตระหนัก และฉันที่อยู่ข้างหน้าลิลี่นั้นเห็นชัดเจน เธอยืนก้มหน้าด้วยความตื่นกลัว พยายามที่จะปิดตาของเธอด้วยมือทั้งสองข้าง

 

「…หยุดนะ! อย่าเข้ามา! มะ-ม่ายยยย!!」

 

ลิลี่ตะโกนออกมาด้วยท่าทีผิดปกติ เรียกความสนใจจากวิโอล่า และคนที่เฝ้ามองอยู่ข้างนอก

 

「วิ่งเร็ว! ลิโคริส!」

 

ถึงลิลี่จะขอร้องฉัน แต่สถานการณ์แบบนี้ฉันไม่มีทางทิ้งเธอไปได้หรอก

 

ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจแต่ฉันก็สั่งให้ทุกคนออกจากห้อง

 

「วิโอล่า ไปเรียกครูมาที」

 

「อะ-อืม เข้าใจแล้ว」

 

ฉันรอจนเธอวิ่งออกไปนอกห้องแล้ว หันมามองลิลี่ที่มองไปทางหน้าต่างที่แตกกระจาย ถึงฉันจะเตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้ว แต่กระจกที่แตกก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรมากนัก

 

แทนที่เรื่องราวน่าจะสับสนวุ่นวาย แต่ก็มีเงาของนกสีฟ้าตัวเล็กๆ บินเข้ามาแทน– เป็นนกตัวเล็กๆ

 

อยู่ต่อหน้าดวงตาที่เหนื่อยล้าของฉัน

 

นกตัวเล็กๆ ได้แปรเปลี่ยนเป็นคนยืนอยู่ตรงนั้น มีเส้นผมสีฟ้าดูงดงามราวกับไม่ใช่มนุษย์ นัยน์ตาสีเขียวใกล้เคียงกับสีดำ ก่อนหน้านี้นัยน์ตาของลิลี่ก็เปลี่ยนสีเหมือนกัน เสื้อผ้าที่สวมอยู่ค่อนข้างเก่า เหมือนกับจะแค่หุ้มตัวเองเอาไว้เฉยๆ เท่านั้น แต่โดยรวมแล้วเหมือนกับรูปปั้นแกะสลัก

 

แต่สิ่งที่แปลกสำหรับฉันก็คือสามารถมองผ่านตัวเขาได้ เพราะเขานั้นเหมือนคนกึ่งโปร่งแสง ไม่ใช่ปีศาจ แต่ฉันคุ้นเคยกับรูปลักษณ์ของเขาตามธรรมชาติ

 

เมื่อได้ยินเสียงภายในใจ ก็รู้สึกถึงความหนาวเย็นเยียบขึ้นมาถึงกระดูกสันหลังของตัวฉันเอง

 

(ตะ-ตัวละครลับ–!!)

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++

พรุ่งนี้ไม่อยู่ อัพเพิ่มให้อีกตอนนึง

เจอกันสัปดาห์หน้าค่ะ :')

 

**ขอบคุณท่าน Oz Vas Winters ที่ช่วยบอกค่าา กลับไปแก้แล้วนะคะ^^ **

 

 




NEKOPOST.NET