[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game ตอนที่ 31 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game

Ch.31 - ภาค 3 ตอนที่ 12


School Arc – Chapter 12

 

สาเหตุอาการนอนหลับลึกของลิลี่นั้น ถูกวินิจฉัยว่าเป็นอาการเหนื่อยล้าเมื่อร่างกายสูญเสียเวทมนตร์ แม้รายละเอียดจะทำให้ทุกคนสงสัยในตัวลิลี่ แม้แต่ลิลี่เองที่ตื่นขึ้นมาก็ดูงงงวย

 

『เมื่อวานนี้ฉันไม่ได้ใช้เวทมนตร์เลยนะคะ พวกเราไม่เคยใช้เวทมนตร์นอกจากตอนเรียนเลยค่ะ…』

 

นี่คือสิ่งที่ลิลี่พูดให้คุณหมอประจำหอพักหญิงฟัง

 

เธอจำได้ว่าถูกอาร์คเรียกตัวไป หลังจากนั้นเธอก็เข้าไปตามหานกในป่า หลังจากนั้นความทรงจำของเธอเหมือนขาดหายไป

 

ลิลี่เจอนกตรงจุดเดิมที่เคยเจอ แต่นกตัวนั้นไม่ลงมาหาลิลี่เหมือนเคย คิดว่าเจ้านกตัวนั้นอาจจะบาดเจ็บลิลี่เลยตามนกไป

 

ลิลี่ที่ไม่คุ้นเคยกับสถานที่ในป่านั้นหลงทาง และหลังจากนั้นความทรงจำของเธอก็เริ่มสับสน

 

ลิลี่บอกกับฉันว่าเธอได้เจอใครคนหนึ่งในป่า แต่เธอจำไม่ได้ว่าเธอพบใคร 

ฉันพูดคุยกับเขานานมาก จนเริ่มคิดได้ว่าต้องกลับไปที่หอพัก ความทรงจำในตอนนั้นสับสนมาก นี่คืดสิ่งที่หมอในหอพักเล่าให้ฉันฟังตอนที่ฉันไปหาเธอ

 

ตั้งแต่นั้นลิลี่ก็พยายามที่จะเรียกความทรงจำของเธอกลับมา เพื่อหาว่าเธอคุยกับใคร แต่สุดท้ายก็นึกไม่ออกจนเธอหลับไป นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้

 

และเพื่อให้เธอได้พักผ่อน วันนี้ลิลี่เลยหยุดเรียน

 

「ถึงเธอจะโคม่าก็เถอะ พี่ไม่คิดว่าความทรงจำของเธอแปลกๆ ไปเหรอ? 」

 

พอเชดพูดแบบนั้น ฉันก็หันไปจ้องเชดที่มองฉันแบบมีนัยยะ

 

「อย่าพูดจาแย่ๆ แบบนั้นนะ นายก็รู้ว่าลิลี่เป็นเหยื่อ」

 

บางครั้งเชดก็พูดจาดูถูกคนอื่น แต่ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดี แต่วันนี้ฉันไม่อาจที่จะเมินเฉยได้ ก่อนที่ฉันจะทะเลาะกับเชด วูล์ฟก็เข้ามาแทรก

 

「ความทรงจำของเธอสับสน น่าจะมีเวทมนตร์เกี่ยวข้องด้วย」

 

「อื้อ ฉันก็คิดเหมือนกัน」

 

ฉันพยักหน้าจากนั้นก็ช้อนตามองวูล์ฟด้วยสายตาปลาบปลื้ม “เหมือนที่คาดการณ์เอาไว้เลย” เชดเบือนหน้าไปทางอื่น สีหน้าของเขาตอนนี้บึ้งตึงไปเล็กน้อย

 

วันนี้พวกเรามากินข้าวที่โรงอาหาร ในพื้นที่ที่จัดไว้ให้สำหรับหัวหน้าหอ เนื่องจากถ้านั่งรวมกลุ่มกับนักเรียนคนอื่นๆ อาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายได้ และพวกเราได้ใช้ห้องนี้ได้เพราะว่า『พวกเราต้องพูดเรื่องลิลี่ในวันนี้』น่ะ

 

「พวกเรามั่นใจแล้วนี่ว่าความทรงจำที่สับสนนี้ไม่ได้เกิดจากเวทมนตร์ ณตอนนี้ แต่ บางทีคนที่ลิลี่คุยด้วยนั้นใช้เวทมนตร์ลบเลือนตัวตนทำให้ไม่มีใครจำเขาได้เลยก็ได้」

 

「ถ้าเป็นงั้นเธอคุยกับใครล่ะ? ทำไมต้องปิดบังตัวตนด้วย? แล้วทำไมเขาถึงดูดเวทมนตร์เธอไปหมดด้วย」

 

คำพูดของวูล์ฟดึงความสนใจของเชด คำพูดที่ทำให้เชดหงุดหงิดจนต้องเข้ามาร่วมด้วยเหมือนเดิม

 

「แต่พลังของมิสลิเลียมีมหาศาลจนทำลายเครื่องมือวัดพลังเวทมนตร์นี่? แล้วเวทมนตร์แบบไหนกันล่ะที่ดูดพลังเวทมนตร์ของเธอไปหมด」

 

「นายก็รู้นี่ว่าลิลี่ใช้ได้แต่เวทมนตร์รักษาเท่านั้น?」

 

「มันแปลกเกินไปไม่คิดงั้นเหรอ? พี่ไม่คิดว่าเธอจะทำให้คนตายกลับมามีชีวิตอะไรแบบนั้นเหรอ?」

 

“นั่นไม่ใช่ขอบเขตของเวทมนตร์ที่รักษา-“คำพูดฉันหยุดชะงักลง เวทมนตร์ของลิลี่นั้นยังไม่เสถียรพอ

 

「…แล้วทำไมถึงมีคนตายอยู่ในโรงเรียนได้ล่ะ」

 

「บางทีอาจจะมีคนเสียชีวิตในโรงเรียน แล้วบางทีมิสลิเลียนอาจใช้เวทมนตร์ฟื้นชีวิตเอาไว้ หลังจากนั้นก็มีคนมาทำให้ความทรงจำของเธอสับสน จนเธอจำเรื่องราวไม่ได้」

 

แม้ว่าจะไร้สาระ แต่ก็ไม่ใช่ศูนย์ ขณะที่ฉันกำลังสับสน วูล์ฟก็เถียงกับทฤษฎีของเชด

 

「การทำให้คนตายแล้วฟื้นขึ้นมานั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ยิ่งเวทมนตร์พิเศษที่บิดเบือนความทรงจำยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ หรือถ้ามีนั่นก็เป็นอีกกรณีนึง」

 

「ถ้างั้นก็มีความเป็นไปได้อย่างเดียวคือมิสลิเลียนโกหกตั้งแต่แรก ไม่มีใครอยู่กับเธอทั้งนั้น」

 

ในเรื่องนี้วูล์ฟไม่ตอบ พอถึงตอนนี้ฉันเริ่มคิดว่าทั้งวูล์ฟและเชดนั้นไม่เชื่อในคำพูดของลิลี่

 

「… ยังมีความเป็นไปอื่นอีกนะ『ใครก็ตาม』ที่เจอลิลี่ และยิ่งดึงพลังเวทมนตร์ของลิลี่ไปได้นั้น แสดงว่าเขาแข็งแกร่งพอตัว หรือก็คือคนคนนั้นวางแผนที่จะใช้พลังของเธอ」

 

「เธอจะบอกว่ามีคนที่สามารถใช้เวทมนตร์ของคนอื่นได้เหรอไง」

 

「ฉันเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน แล้วยังได้เห็นการทดลองในราชอาณาจักร แต่ละสมาคมกำลังทดลองเรื่องนี้」

 

「แล้วไง? การทดลองนี้ทำได้จริงไหมล่ะ?」

 

「ฉันก็รู้อย่างที่นายรู้ แต่อัตราความสำเร็จต่ำมาก และยิ่งคำนวณไปถึงอุปกรณ์เวทมนตร์ที่มีความซับซ้อนพวกนั้นแล้วมันก็ยิ่งต่ำไปอีก แต่ว่า」

 

「พี่กำลังจะบอกว่าคนที่ใช้มิสลิเลียนที่มีเวทมนตร์แข็งแกร่งนั้น เขาทำโดย『มีอุปกรณ์เวทมนตร』ที่อยู่ในโรงเรียนนี้?」

 

「… ฉันไม่มีหลักฐานเรื่องนี้หรอกนะ แล้วทฤษฎีของนายล่ะ ว่ายังไง?」

 

「อา~ ครับ ครับ พูดก็คือพี่สาวรับคำพูดที่เป็นเรื่องจริงได้สินะ」

 

เมื่อฉันพยายามจะเถียงกลับ แต่เชดกลับตัดคำพูดของฉัน「กลับมาคุยเรื่องนี้จริงจังเถอะครับ」ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

 

「พี่สาว พี่จะตัดสินทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับมิสลิเลียนแค่ปัจจัยภายนอกไม่ได้นะ」

 

「แล้วเรื่องของอาร์คล่ะ ลิลี่ตกเป็นเหยื่อไม่ใช่เหรอไง?」

 

「ถึงจะไม่มีข้อให้สงสัย แต่ว่าเธอก็เป็นเหยื่อของอาร์คจริงๆ แต่ว่าพวกเราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ถูกไหม หลังจากนั้นอาร์คกับผู้ติดตามเขาก็อยู่ที่นั่นด้วย『เกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น』เป็นเรื่องที่ต่างไปจากเดิม แล้วพี่ก็คงต้องกังวลอยู่แล้วถ้าเพื่อนนอนหลับไม่ได้สติไปทั้งวันแบบนั้น เพราะงั้นช่วยคิดอย่างใจเย็น รอบคอบด้วยเถอะนะครับ」

 

พอเชดพูดแบบนั้น วูล์ฟก็พยักหน้าเห็นด้วย “อื้มๆ” ทำเอาฉันหงุดหงิด

 

「ฉันจะตั้งใจใจเย็น พอใจไหมล่ะ!」

 

ฉันพยายามที่จะใจเย็น แต่เชดก็หัวเราะเยาะฉัน

 

「แค่『ตั้งใจ』หืม? เอาล่ะ ฉันจะไม่พูดว่ามิสลิเลียนโกหกแล้วกัน แต่ถ้าเธอความจำสับสนจริงๆ  แล้วเธอไม่ได้ใช้เวทมนตร์ล่ะก็มันก็ตลกล่ะ นี่เป็นแค่รายงานที่มาจากบุคคลอื่น แต่อันที่จริงมันมีจุดน่าสงสัยอย่างอื่นอีกเพียบเลยนะ」

 

พอเขาพูดแบบนั้นฉันก็รู้สึกหดหู่ เชดพูดถูกแล้วล่ะ…

 

「ดูเหมือนว่าพวกเราจะต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมอีก ลิโคริส หลังจากนี้ฉันหวังว่าเธอจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ...」

 

และวูล์ฟก็เทศน์ฉันจนฉันได้แต่นั่งฟังนิ่งๆ รู้สึกเหมือนตัวกำลังหดเล็กลงเรื่อยๆ แต่ว่าน้ำเสียงของวูล์ฟนั้นอ่อนโยนมาก

 

「คำพูดของทุกคนที่น่าสงสัยนั่นไม่เกี่ยวกับมิตรภาพนะ ถ้าสงสัยใครไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์ฉันเพื่อนต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วยนี่ นี่คือสิ่งที่ฉันคิดนะ」

 

ฉันเอาคำพูดของวูล์ฟมาคิดต่อ มองนัยน์ตาสีฟ้าอมม่วงของเขาไปด้วย การไม่เชื่อคำพูดของลิลี่นั้นไม่เกี่ยวข้องกับมิตรภาพของเรา นี่เป็นเรื่องที่หัวหน้าหอควรเพิ่งกระทำ เพราะเข้าข้างใครไม่ได้ และฉันมีสิทธิ์ที่จะสงสัยคำพูดของลิลี่…

 

「สิ่งที่เธอจะช่วยเพื่อนของเธอได้ในตอนนี้ก็คือความจริงที่เธอต้องหาด้วยตัวของเธอเอง」

 

คำพูดและทัศนคติของวูล์ฟ ทำให้ฉันเข้าใจความหมายของเขายิ่งขึ้น— ถ้าเปลี่ยนเป็นเชดฉันคงไม่รู้สึกดีเท่านี้

 

「… เข้าใจแล้ว ฉันจะจำไว้นะ」

 

「ไม่ใช่จำ แต่ต้องทำตามนี้ ตอนที่ฉันเห็นเธออยู่กับคนอื่นฉันคิดว่าเธอจะได้เพื่อนซะอีก แต่…」

 

แม้แต่กับคนอื่น     ฉันอาจจะดูดีขึ้นเมื่อลิลี่เป็นเพื่อนของฉัน ซึ่งมันน่าอายนิดหน่อย

 

「การพูดแบบนี้อาจจะไม่ค่อยแตกต่างอะไรนัก แต่…ฉันไม่อยากให้เธอบาดเจ็บ」

 

แต่ฉันก็คิดว่ามันน่าอายจริงๆ นั้นแหละ ฉันนั้นแสดงท่าทีแย่ๆ กับวูล์ฟด้วยนี่

 

ขณะที่ใบหน้าของฉันเริ่มแดงเพราะความอับอาย เชดก็ทำหน้าเหมือนเพิ่งกินของเปรี้ยวไป

จากคำแนะนำของทั้งคู่ บางทีฉันต้องฟังเรื่องของลิลี่ และคำพูดที่ได้ฟังจากลิลี่นั้น อาจจะเป็นเรื่องโกหก ไม่สิ บางทีเธออาจปิดบังความจริงบางอย่างกับฉันไว้อยู่

 

แต่ว่าหลังจากนั้นหลายวันฉันก็ไม่ได้คุยกับเธอเลย เธอเข้าเรียนหลังจากที่หยุดไปสามวัน แต่เธอไม่เคยปรากฏตัวในหอพัก เอาแต่เก็บตัวในห้องของเธอ

พอฉันคิดถึงความถี่ที่เธอเคยปรากฏตัวในห้องสมุด ดูเหมือนว่าเธอจะหลบหน้าฉัน

 

ฉันพยายามไปหาเธอที่ห้อง แต่ไม่มีการตอบกลับมา และไฟในห้องก็ไม่ได้เปิดเอาไว้ ฉันคิดว่าเธออาจจะยังไม่ตื่น และไม่รบกวนเธอมากไปกว่านั้น

นอกจากนี้ลิลี่ดูเหมือนจะเริ่มแย่ลงๆ จากที่ฉันสังเกตเห็นเธอจากที่ไกลๆ ดูเหมือนเธอจะเหนื่อย และใต้ตาของเธอคล้ำ จนต้องบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้ว

 

ถ้างั้นฉันจะเข้าไปจู่โจมเธอก่อนล่ะ — ฉันมีสิทธิ์เรียกเธอในหัวหน้าหอพักนี่!

 

แต่แล้วก็มีข่าวเรื่องอาร์คบาดเจ็บเข้ามาเสียก่อน

 

และนั่น… เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของห่วงโซ่ของเหตุการณ์ที่แสนน่าสะพรึงกลัวที่กำลังจะมาในเร็ววันนี้

 



NEKOPOST.NET