[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game ตอนที่ 29 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game

Ch.29 - ภาค 3 ตอนที่ 10


School Arc – Chapter 10

 

วันที่เงียบสงบผ่านไป

 

วันนั้น —วันที่เรียนเต้นรำ คำพูดที่ไม่คาดคิดของวูล์ฟ ทำให้ความรู้สึกของฉันถูกเติมเติม สำหรับฉันคำพูดคำนั้นของวูล์ฟทำให้ฉันเชื่อในความจริงใจของเขา

 

แต่ มันน่าอายจริงๆ นะ ตอนนั้นจิตใจของฉันกำลังหดหู่อยู่แท้ๆ แต่แค่คำพูดประโยคเดียวของฉันทำเอาสมองของฉันว่างเปล่า ขาวโพลนไปหมด

 

วูล์ฟขอฉันเต้นรำ การเต้นรำรอบสุดท้ายในคลาสเรียนนั้น สมองของฉันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่ แน่นอนว่าเป็นการเต้นรำที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต ยังดีที่เขายังช่วยประคองฉันจนจบเพลง ไม่อย่างนั้นไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่าคงจะล่มไม่เป็นท่า… ฉันในตอนนี้ยังสามารถเชื่อว่าจะก้าวเดินกับวูล์ฟได้อยู่สินะ

 

ในตอนนี้แทนที่จะกลัวกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นมาต่อจากนี้ไป ฉันตัดสินใจที่จะเชื่อวูล์ฟแทน

 

แล้วก็ลิลี่ที่ดูเหมือนเธอเองจะห่วงฉันอยู่ ถ้าเธอรู้เรื่องที่ฉันคิดไว้ล่ะก็เธอคงจะตกใจแน่นอน เอาเป็นว่าฉันต้องขอโทษเธอจากใจจริงๆ ของฉันด้วย

 

ฉันในตอนนี้ขอใช้ชีวิตฟุ่มเฟื่อยกับรอยยิ้มแทนความคิดไม่ดีที่ผ่านๆ มาก็แล้วกัน




 

การเรียนเสริมของลิลี่เป็นไปตามแผนการที่วางไว้

 

ถึงแม้ว่าจะยังไม่ถึงครึ่งของบทเรียนที่ลิลี่ล้าช้าไปสี่ปี แต่ทว่าครูส่วนใหญ่ก็เข้าใจเธอ และลิลี่เองก็เริ่มเข้าใจพื้นฐานของเนื้อหาในชั้นเรียนบ้างแล้ว พวกครูนั้นบางคนก็แนะนำหัวข้อที่เหมาะสำหรับลิลี่ หรือบางท่านก็จัดทำตารางสอนเนื้อหาให้สำหรับเธอโดยเฉพาะ

 

ท้ายที่สุดแล้วครูทุกคนก็ชอบเด็กนักเรียนที่พยายามนั่นแหละ เป็นเรื่องที่ไม่เหนือความคาดหมายที่ฉันคิดสักเท่าไหร่

 

ขณะที่บทเรียนเวทมนตร์ของลิลี่นั้นก้าวกระโดดอย่างเห็นได้ชัด

 

เธอมีความสามารถด้านเวทมนตร์ในการรักษาพลังเวท และมีความสามารถการใช้เวทมนตร์บทอื่นๆ อีกมากมายเท่าที่ฉันรู้นะ

 

ถ้าให้ฉันพูดเธอ『มีศักยภาพ』เพราะปัจจุบันลิลี่ไม่เคยใช้เวทมนตร์ใดนอกจากเวทมนตร์รักษาเลย

 

ความจริงแล้วตั้งแต่ในอดีตที่พลังเวทมนตร์ของเธอตื่นตัวขึ้นมา ทำให้เธอไม่คิดจะใช้เวทมนตร์บทอื่นนอกจากเวทมนตร์รักษาอาการบาดเจ็บ

 

ฉันไม่รู้ว่าเธอจะสามารถเอาชนะเหตุการณ์ในอดีตได้หรือเปล่า นี่น่ะเป็นกุญแจสำคัญในการเรียนรู้เรื่องเวทมนตร์ของลิลี่ในอนาคตเลยนี่นา

 

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในตอนนี้ไม่มีปัญหาใดๆ ดังนั้นไม่ต้องเร่งรีบก็ได้



 

 

ในเช้าวันนี้ ฉันอดทนรอเวลาอาหารกลางวันแทบไม่ไหว หัวใจของฉันเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้นทีเดียวเชียวล่ะ

 

ความกระตือรือร้นเรื่องมื้อกลางวันของฉันมากกว่าปกติ ถ้าจะถามล่ะก็… อื้มม มีหลายครั้งตอนเรียนชั้นประถม ฉันไม่เคยกินมื้อเช้าเลย

 

เนื่องจากการบรรยายช่วงเช้านั้นค่อนข้างเงียบ และถ้าท้องฉันว่าง แล้วร้องระหว่างคาบล่ะก็คงจะแย่แน่ๆ ฉันได้แต่เข้าเรียนบรรยายด้วยความหวาดกลัว ขืนท้องร้องขึ้นมามีหวังจบแห่แน่ชีวิตในรั้วโรงเรียน แต่โชคยังดีที่โชคร้ายนั้นไม่เกิดขึ้นมา

 

ถ้าฉันจะบอกว่าทำไมฉันถึงได้รอมื้อกลางวันน่ะหรือ เป็นเพราะว่าวันนี้กลุ่มพวกเราสี่คน ประกอบด้วย ลิลี่ วูล์ฟ เชด และฉันวางแผนจะไปกินข้าวกลางวันข้างนอกด้วยกันไงล่ะ+

 

สถานที่ที่ไม่ค่อยมีคน สงบและไม่มีคนจ้องมองพวกเราด้วย พวกเราเลยเลือกที่นี่ให้เป็นที่กินข้าวกลางวันกัน ถ้าหากไปที่ที่มีคนเยอะล่ะก็ พวกเราอาจจะถูกมองไม่ดีได้ อย่าง ทำไมชนชั้นต่ำถึงได้ทำตัวสนิทสนมกับชนชั้นสูง อะไรแบบนั้น…

 

 

ฉันเป็นคนรับผิดชอบในการตัดสินใจดูแลเรื่องความปลอดภัย วูล์ฟทำอาหาร เชดช่วยส่งวัสดุอุปกรณ์ และลิลี่เป็นแขกในวันนี้ นี่คือหน้าที่การรับผิดชอบทั้งหมดของพวกเรา

 

ว่ากันตามตรงแล้ว วูล์ฟเป็นคนที่ทำอาหารดีกว่าฉันมาก ถึงฉันจะไม่ได้ปรุงอาหารแย่ แต่ว่าวูล์ฟกลับมีทักษะการทำอาหารสูงกว่าฉัน ทำให้ฉันได้แต่ยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี

 

ถึงแม้ว่าตอนเด็กๆ ฉันจะเป็นคนสอนเขาทำอาหาร แต่ก็นึกไม่ถึงว่าวูล์ฟจะสนใจการทำอาหารขนาดนั้น บางทีเพราะบุคลิกที่จริงจังของวูล์ฟ ทำให้ยึดติดกับสิ่งต่างๆ ที่เมื่อเขาตัดสินใจจะทำให้ได้แล้ว ต้องทำให้สุดๆ ไปเลย และเหมือนเขาจะซื้ออุปกรณ์ทำอาหารติดห้องของเขาไว้ด้วย แน่นอนว่าไม่มีห้องครัวในหอพัก แต่แน่นอนว่าวูล์ฟกลับหาวิธีทำห้องครัวไว้จนได้ วูล์ฟยังคงเป็นวูล์ฟ เป็นนายน้อยผู้ร่ำรวยที่สามารถทำอะไรก็ได้อยู่นะ…

 

สำหรับผู้หญิงแล้วเรื่องนี้น่ะทำให้เสียความั่นใจไปเลยนะ แต่ว่าถ้าคิดดูแล้วผลกระทบจากเรื่องในอดีตที่เขาจะถูกวางยาพิษนั้นแล้วล่ะก็ ถ้าให้เทียบกับตอนนั้น ตอนี้เขาตอบรับคำเชิญ ‘ไปกินข้าวข้างนอกกัน’ ด้วยรอยยิ้มเลยล่ะ ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีใช่ม้า

 

และบังเอิญที่เชดก็ชอบกินด้วยเหมือนกัน ส่วนสิลี่เองก็จะทำอาหารมาให้ฉันในวันนี้ด้วย ฉันตั้งหน้าตั้งตารอด้วยเช่นกัน

 

วันนี้อาหารกลางวันน่าตื่นตาตื่นใจจนรอคอยไม่ไหวแล้ว

 

พอเลิกเรียน ฉันก็รีบเดินไปยังสถานที่ที่นัดเอาไว้ ฉันคงจะไปเร็วกว่านี้ถ้าเพียงแต่ไม่เจอกับเจ้ายันสีเหลืองเข้าซะก่อน

 

「หืมม? บอส! บอส! บอสเลดี้!」

 

คิดว่าฉันจะหันหน้ากลับไปเพราะนายเรียกฉันแบบนี้งั้นเรอะ!? ฉันไม่สนใจเขาแล้วเดินต่อไป อาร์คไม่ยอมแพ้วิ่งไล่ตามมาพร้อมกับลูกสมุนของเขาด้วย

 

ฉันหยุดฝีเท้าลง มองอาร์คที่อยู่ตรงหน้าฉันที่กำลังจะสร้างปัญหาให้อย่างปลงๆ

 

「… ฉันเคยบอกเธอว่ายังไงหืม ถ้าเธอไม่เรียกชื่อของฉัน ฉันก็จะไม่ตอบกลับเธอเหมือนกัน นั่นไม่ใช่ชื่อเล่นฉันซะหน่อย」

 

「เข้าใจแล้วฮะ หัวหน้าหอลิโคริส」

 

‘โอ๊ะ’ พอได้ยินอาร์คเปลี่ยนคำเรียกชื่อฉันฉันถึงกับอุทานอย่างลืมตัว

 

อาร์คแย้มยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของเขาเหมือนกับพี่สาวของเขาเปี้ยบ สีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอกที่เหมือนกับเทวดาตัวน้อยๆ

 

「ดูเหมือนว่าวันนี้จะเชื่อฟังดีนี่นา」

 

「ผมเชื่อฟังหัวหน้าตลอดอยู่แล้วนี่ฮะ ไปโรงอาหารด้วยกันนะฮะ!」

 

「โทษที วันนี้ฉันมีแผนการที่อื่นน่ะ ไว้ครั้งหน้านะ」

 

「ครั้งหน้าเมื่อไหร่ล่ะ?」

 

「ฉันว่างตลอดนั่นแหละ ถ้าเธอบอกฉันล่วงหน้านะ」

 

「แต่พวกเราเจอกันแล้วนี่ ก็ปรับแผนสิฮะ!」

 

ฉันที่ถูกต้อนเข้ามุม ถูกลูกสมุนอาร์คและอาร์คล้อมรู้สึกลำบากใจมาก เพียงแต่

 

「วันนี้ไม่ได้หรอก แล้วเหมือนเธอก็ไม่ได้อยู่คนเดียวด้วยนี่นา」

 

ฉันพูดพลางมองลูกสมุนของเขาไปด้วย ให้รู้ว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว แต่เขาก็โต้ตอบคำพูดของฉันอย่างจริงจัง

 

「ผมไม่เอาอ่ะ! ผมอยากให้ลิโคริสไปกับผม ไม่งั้นผมเหงาตายแน่!」

 

อาร์คพยายามขดตัวทำท่าน่าสงสารเหมือนกระต่าย? เอาจริงดิ?

 

ถึงเขาจะน่ารักยังไง แต่พฤติกรรมแบบนี้น่ะมันเป็นของผู้หญิงไม่ใช่เหรอ บางทีเขาน่าจะมีศักดิ์ศรีความเป็นชายอยู่บ้างเถอะนะ

 

「เธอไม่ตายหรอก จบกการพูดคุยแค่นี้ค่ะ」

 

พอฉันพูดออกไป เชดก็พ่นลมออกมาจากปาก

 

อาา ถ้าวูล์ฟหรือเชดอยู่นี่ พวกเขาอาจห้ามอาร์คได้ แต่ฉันทำไม่ได้หรอก

 

แต่แผนที่วางไว้จะให้ล่มไม่ได้เด็ดขาด

 

และตอนนี้อาร์คที่มองมาอย่างจับผิด ก็ไร้ประโยชน์ด้วย!

 

「ฟังเหตุผลสิ อาร์ค!」

 

พอฉันขอร้องเขา ท่าทีของอาร์คก็เปลี่ยนไปนิดหน่อย

 

「…หื~~มม บอสต้องทำสิ่งที่สำคัญเหรอ」

 

「ใช่แล้ว! เข้าใจรึยังล่ะ?」

 

「อื้ม… ก็ได้ ถ้าสัญญาว่าจะไปโรงอาหารพร้อมผมครั้งหน้าน่ะ」

 

「เข้าใจแล้ว! ไว้เจอกันอาร์ค」

 

ฉันเดินจากไปด้วยความเร่งรีบ

 

แน่ล่ะ ว่าฉันอยากจะวิ่งหนี แต่ฉันไม่สามารถวิ่งในโรงเรียนได้ ถ้าคำนึงถึงหน้าตาของฉัน และผลที่ตามมาคือดูไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของหัวหน้าหอ

 

ฉันเดาว่าอาร์คคงจะเริ่มตระหนักได้แล้วใช่ไหมว่าตัวเขานั้นเป็นชนชั้นสูง ถ้ามองในแง่ดีล่ะก็เขาเริ่มเติบโตขึ้นไปอีกขั้นนึงแล้ว

 

ในที่สุดฉันก็มาถึงจุดที่นัดไว้ตอนแรก

 

หลังจากนั้นลิลี่ก็มาเป็นคนที่สอง พวกเราสองคนเริ่มทานข้าวกลางวันกัน

 

ในตอนนั้นพวกเราไม่ได้สังเกตเห็นนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนคู่หนึ่งกำลังมองมาที่พวกเราอย่างตั้งใจเลยแม้แต่น้อย


 




NEKOPOST.NET