[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game ตอนที่ 27 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game

Ch.27 - ภาค 3 ตอนที่ 8


School Arc – Chapter 8

 

 

คลาสเรียนเต้นรำนั้นจะเรียนร่วมกับชั้นปีที่ห้าและชั้นปีที่หก ถึงจะบอกว่าเป็น 『คลาสเรียน』แต่อันที่จริงแล้วมันมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นมาในนี้

 

หนังสือเชิญในนามของหัวหน้าจะออกมาก่อน เพื่อแจ้งวันเวลาในงานเทศกาล และหลังจากงานเทศกาลพวกเราจะมีเวลาว่างจนกว่าจะถึงเวลาอาหารค่ำ

 

สถานที่เป็นห้องโถงขนาดเล็กที่ 『เกสท์เฮ้าส์』

 

『เกสท์เฮ้าส์』เป็นชื่อเรียกอาคารในหมู่นักเรียน ชื่อจริงๆ ของอาคารนี้คืออาคารวัฒนธรรมและศิลปะของโรงเรียนเวทมนตร์ ที่พวกเราไม่ได้เรียกชื่อเดิมเป็นเพราะ รูปลักษณ์ภายนอกของอาคารที่ดูอึมครึม และเฟอร์นิเจอร์ที่ดูแปลกตานั่นแหละ

 

ที่จริงแล้วสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารนี้รวบรวมหนังสือหายากที่เกี่ยวกับเวทมนตร์เอาไว้ มีห้องโถงขนาดใหญ่ไว้สำหรับคณะแสดงละครในเมืองหลวง ซึ่งจะเปิดให้แสดงต่อสาธารณชนปีละสองครั้ง ส่วนห้องโถงเล็กนั้นไว้ใช้สำหรับคลาสเรียนเต้นรำ และห้องรับรองแขกเป็นต้น

 

อย่างไรก็ตาม ภายในโรงเรียน อาคารนี้เป็นที่นิยมมากในการทดสอบความกล้า โดยเฉพาะสำหรับนักเรียนชาย

 

ถ้าพูดให้ล่ะก็ ประวัติศาสตร์ของอาคารหลังมีมายาวนานมาก ถ้าพูดในเชิงลบ เป็นสถานที่ไว้สำหรับการลองของ ไม่สิ สถานที่ลึกลับที่มีความเป็นมาไม่แน่นอน ซึ่งมีผลต่อจิตใจของนักเรียนมากทีเดียว

 

และเหนือสิ่งอื่นใดนั้น『เป็นที่รวบรวมหนังสือเวทมนตร์หายาก』นี่แหละคือสถานที่นี้

 

ไม่เพียงแค่นั้น แต่บางทีมันก็ลึกลับเกินกว่าที่จะจินตนาการไว้ มีห้องบางห้องที่กระตุ้นจิตใจอยากรู้อยากเห็น เพียงแต่เด็กนักเรียนเข้าไปไม่ได้

 

ด้วยเหตุนี้จึงมีข่าวลือเกิดขึ้นมามาก ทั้งเด็กที่อยากรู้ หรือเด็กที่หวาดกลัวเรื่องลี้ลับนี้ ที่แพร่กระจายไปทั่วจนกลายเป็นตำนานที่ไม่เคยจางหายไปจากโรงเรียน

 

มีเรื่องเล่ากันว่าในอดีตเด็กที่ไปทดสอบความกล้านั้นหายตัวไปเลย ดูเหมือนว่าจะมีสัตว์ปีศาจถูกกักขังอยู่ในอาคารเรียน – ไม่...ไม่ใช่สิ ที่พวกเขาได้ยินคือเสียงเด็กร้องไห้โฮ และมีมัมมี่อยู่ในห้องเก็บของข้างห้องโถง พูดว่าไงน้า… อ้อ มัมมี่อยูห้องใต้ดิน แล้วก็ได้ยินว่ามัมมี่ตัวนั้นเป็นมัมมี่ราชาปีศาจ!

 

นี่อาจจะเป็นเรื่องลี้ลับเจ็ดอย่างของโรงเรียนก็เป็นได้ มีเรื่องเล่าเยอะมาก ทั้งยังมีเรื่องนี้ ‘มัมมี่ราชาปีศาจ’ อยู่ด้วย ความคิดว่ามัมมี่เป็นราชาปีศาจนี่มันเป็นเรื่องลี้ลับมาก

 

ประวัติศาสตร์ของราชอาณาจักรนี้เคยบันทึกเรื่องของ 『ราชาปีศาจ』หรือสิ่งที่คล้ายกันในอดีต— ที่ปรากฏตัวเฉพาะในเรื่องเล่าเท่านั้น มีความเป็นไปได้คือศูนย์

 

นอกจากนี้มัมมี่ในห้องเก็บของที่พวกนั้นพูดถึงน่าจะเป็นความเข้าใจผิดมากกว่า อาจจะเป็นบรรณารักษ์ที่ทำงานมาหกสิบกว่าปี อย่างคุณเฮมล็อกที่พึ่งจะอายุ80 ปีเมื่อปีที่แล้วก็เป็นได้

 

บางทีอาจจะเข้าใจผิดว่าเขาเป็นมัมมี่ก็ได้ ถ้าหากพูดถึงปู่ยาตายายวัยแปดสิบปี ทุกคนก็คงนึกถึงชายชราเนื้อตัวเหี่ยวๆ ย่นๆ แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วในโลกนี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้น บางคนที่มีอำนาจเวทมนตร์อ่อนเยาว์ก็อาจจะทำให้ดูอ่อนกว่าวัยประมาณสักสี่สิบหรือห้าสิบปีก็เป็นได้

 

 


อืม เหมือนจะหลงประเด็นไปไกลเสียแล้ว

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือบทเรียนเต้นรำที่ต้องเต้นรวมกัน

นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอีเวนท์ความรักของตัวละครเป้าหมายจีบที่จะเกิดกับลิลี่

 

ช่วงบ่ายวันนั้นฉันพยายามถามลิลี่ถึงเป้าหมายจีบ แต่ดูเหมือนจุดที่จะเกิดอีเวนท์นั้นต่ำมากถึงต่ำที่สุด…


ตอนแรกฉันห่วงเธอมาก เพราะว่าคนที่ลิลี่คุยด้วยมากที่สุดคือเชด น้องชายของฉัน เพราะว่าพวกเขาเรียนห้องเดียวกัน ทำให้ฉันรู้ว่าพวกเขาต้องพบเจอกันอย่างแน่นอน

 

เนื่องจากแม้เกมเหตุการณ์การเผชิญหน้าของ『เชด 』และ 『ลิลี่』 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ลิลี่สนใจเชด เชดเข้ามาคุยกับเธอ แต่ว่าเรื่องนี้มันจบลงเพราะคำตอบของลิลี่แล้วล่ะ

พอฉันถามว่าพวกเธอดูเข้ากันดีจังนะ คำตอบของลิลี่คือ :

 

『ไม่ค่ะ ต่อให้ตายก็ไม่มีทางเป็นไปได้』

 

เธอตอบกลับมาด้วยใบหน้าที่ว่างเปล่า และเชดเองก็คุยกับนักเรียนคนอื่นๆ พอๆ กัน เลยไม่มีอะไรจะอธิบายได้ว่าเชดสนใจลิลี่รึเปล่าด้วย

 

คนถัดมาคือรุ่ยเซียงที่อยู่ชั้นปีเดียวกัน พอถามเรื่องของเขากับเธอ :

『 ทุกครั้งที่ฉันเห็นเขาในระหว่างเรียน ฉันมักจะคิดว่า ‘ช่างเป็นคนที่สวยจังเลยน้า’ น่ะค่ะ』

 

เธอบอกว่าไม่เคยคุยกับเขาแบบส่วนตัว เพราะว่ารุ่ยเซียงนั้นมักจะไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว

 

ยังมีเด็กหนุ่มอีกคนชื่อ โอเรีย เป็นคนที่ฉลาดและจืดจางมาก เขาเป็นองครักษ์ของรุ่ยเซียง ฉันเห็นเขาตามรุ่ยเซียงบ่อยๆ

 

เด็กหนุ่มที่ชื่อโอเรีย เป็นคนที่ติดอยู่ในใจฉันอยู่เลย เพราะว่าเขาเป็นตัวละครม็อบที่ไม่เคยเห็นในเกมเลยสักครั้งเดียว ยกตัวอย่างเช่น แม้กระทั่งผู้ติดตามของอาร์คที่มักจะเดินตามเขาเป็นขบวนในเกมก็ไม่เคยเปิดเผยหน้าตาหรือชื่อให้เห็น เพียงแค่บอกกล่าวให้รู้ว่ามีคนตามเขาอยู่เท่านั้น ทั้งยังการมีตัวตรขององครักษ์ของรุ่ยเซียงอีก นี่ทำให้ฉันแปลกใจนิดหน่อย…

 

ความทรงจำในเกมของฉันนั้นยังไม่สมบูรณ์พอ และฉันก็จำไม่รายละเอียดอื่นๆ ไม่ค่อยได้ด้วย ภายในเกมกับชีวิตปัจจุบันนั้นมันมีอะไรแตกต่างกันหลายอย่างทีเดียว

 

ในปัจจุบันนี้รุ่ยเซียงนั้นทำงานเป็นหัวหน้าหอพักทำให้เวลาของเขานั้นมีขีดจำกัด นั่นหมายความว่าไงน่ะหรือ ก็หมายความว่า 『ฉากการเดินชนกันระหว่างทางเดินเหมือนในโชโจมังงะ』 อีเวนท์การพบกันของ 『รุ่ยเซียง』 และ 『ลิลี่』 ไม่น่าจะเกิดขึ้นมาได้

 

หลังจากนั้นก็เป็นอาร์ค นักเรียนชั้นปีต่ำกว่าก็ได้คำตอบว่า :

『ฉันไม่ชอบคนแบบนั้นค่ะ』

 

ยะ--อย่างนั้นเหรอ?

 

ฉันรู้ว่าเธอคงรู้ชื่อเขาจากการพูดคุย แต่ว่าฉันรู้สึกกังวลเรื่องลิลี่ขึ้นมาแล้ว

 

แต่ ถ้าเธอไม่ตอบสนองอาร์คก็ไม่เป็นไรหรอก? หลังจากเจออีเวนท์ของ『อาร์ค』และ 『ลิลี่』แล้ว รู้สึกว่าความประทับใจจะกลายเป็นเรื่องที่เลวร้ายกว่าที่ฉันคาดไว้ ฉันไม่รู้ว่า『อาร์ค』และลูกสมุนของเขา ไปทำอะไร『ลิลี่』เข้า หรือเข้ามาเพื่อท้าทายเธอ นั่นเป็นเพราะจินตนาการอันลึกซึ้งที่ไม่อาจจะคาดเดา และไม่มีทางที่เข้าไปของอาร์ค ทำให้เขาตัดสินสามัญชนธรรมดาว่า สามัญชน = คนยากคนจน และทำเรื่องเลวร้ายกับเธอก็เป็นได้

 

แม้แต่เด็กประถมก็ยังรู้จักวิธีที่จะพูดมากกว่านี้เลยเหอะ

 

ถ้างั้นก็มีอยู่ตัวเลือกเดียว บางทีลิลี่อาจจะชอบวูล์ฟก็ได้

 

แต่ถึงจะเป็นงั้น แต่ว่าไม่ได้หมายความว่าลิลี่จะต้องเลือกสีคนนี้สักหน่อย ไม่สิ แต่ฉันรู้สึกไม่ค่อยชอบใจความคิดของตัวฉันเองที่วูล์ฟอาจจะชอบลิลี่ พวกเขาจะชอบกัน ว่าตามตรงแล้วฉันควจะขัดขวางพวกเขาใช่ไหม? ฉันเป็นคู่หมั้นวูล์ฟ ฉันมีสิทธิที่จะทำได้? แต่ว่าตอนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมานี่นา จะรีบร้อนไปทำไม หรือนี่จะเรียกว่าอิจฉากันนะ… แต่ถ้าเกิดมีอะไรเกิดขึ้นมาอาจจะสายไปแล้วก็ได้…

 

(แต่ 『วูล์ฟ』 ในเกม และวูล์ฟที่เป็นคู่หมั้นของฉันไม่เหมือนกัน เขาในตอนนี้เป็นคนที่จริงจัง และไม่ละทิ้งคู่หมั้นอย่างฉันอย่างแน่นอน)

 

พอเริ่มคิดอย่างนั้นไปแล้ว ฉันก็เริ่มรู้สึกหู่ลง เพราะในเกม 『วูล์ฟ』 และ 『ลิลี่』รักกัน อีกทั้ง

 

『ลิโคริส』ในเกมนั้นนิสัยแย่มากๆ ตอนนั้นฉันมักคิดว่า “ฉันเกลียดเธอจริงๆ” อีกด้วย

 

(เป็นเรื่องน่าหดหู่จริงๆ…)

 

ทันใดนั้นฉันก็คิดว่า

 

ฉันชอบวูล์ฟ ไม่สิต้องใช้คำว่า 『รัก』ถึงจะดูว่าพูดเกินจริงก็เถอะ  แต่ทันใดนั้นฉันก็คิดไปว่า  ‘ฉันตกหลุมรักวูล์ฟเหรอ?’ สำหรับฉันแล้ว ถ้าสูญเสียเขาไปล่ะก็คงเป็นเรื่องที่รับยากมากแน่ๆ

 


แม้ว่าฉันจะถูกขอยกเลิกหมั้น แต่ว่าฉันคงจะแสดงความยินดีกับทั้งคู่ไม่ได้แน่

 

ฉันในตอนนี้กำลังมุ่งเป็น『ลิโคริส』ในเกม นี่อาจจะเป็นจุดเพิ่มความสัมพันธ์ของตัวเอก แต่จะเพิ่มความระแวงให้กับตัวฉัน?

 

หรือก็คือความจริงที่ฉันตกหลุมรักวูล์ฟ อาจทำให้ฉันมุ่งตรงไปสู่เหตุการณ์การพังทลายทุกสิ่งทุกอย่าง

 

ข้อสรุปที่ทำให้หัวใจของฉันเต้นถี่ ใบหน้าซีดเผือกทันทีทันใด

 

และคลาสเรียนเต้นรำกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

 

ชุดเดรสหลากหลายสีสันแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน เพิ่มเติมสีสันให้กับเพลงวอลทซ์

 

ในห้องโถงที่เคยเงียบเหงาตอนนี้ ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยสาวๆ ที่เปรียบเสมือนดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน กระโปรงที่พริ้วไหวไปตามแรงเต้น ทำให้ดูเหมือนกับดอกไม้มาก แต่ละคนนั้นกำลังเต้นวอลทซ์ และยิ้มแย้มแจ่มใส

 

ส่วนเด็กหนุ่มนั้นอยู่ในชุดสูท และสวมรองเท้าที่สะอาดเนี้ยบเรียบกริบ

 

เป็นการเต้นรำแบบสามสเต็บสบายๆ แทบไม่มีใครในหมู่ชั้นปีที่ห้าบอกว่ายากเลย แต่ก็มีบางคนที่จับจังหวะไม่ถูกบ้าง หรือการเคลื่อนไหวร่างกายไม่สมดุล ก็อาจทำให้การเต้นรำร่มได้เหมือนกัน แต่ว่าพวกเราที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี ทำให้ตอนนี้ทุกคนกำลังส่องประกายระยิบระยิบ

 

ลิลี่สวมชุดกระโปรงสีเขียวมรกตเข้ากับสีนัยน์ตาของเธอพอดิบพอดี เธอส่งมือให้กับคู่เต้นรำของเธอด้วยความประหม่าที่ติดอยู่เต็มใบหน้า คงเป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้รับจกหมายเชิญมางานนี้ และเธอไม่มีชุดออกงานใส่ นอกจากชุดนี้ที่ดูดีที่สุดของเธอแล้ว เธอยิ้มอย่างประหม่า แต่ไม่เพียงแค่นั้นหรอ ชุดที่เธอใส่ในวันนี้นั้นดูสดใส อ่อนโยนเข้ากันได้ดีกับเธอ และสเต็บการเต้นของเธอก็ลงตัวด้วย

 

เธอเป็นคู่เต้นรำของวูล์ฟ เนื่องจากเขาเชื่อฟังคำพูดของครูที่แนะนำ บอกให้เขาลองฝึกกับเด็กสาวที่อยู่ชั้นปีต่ำกว่า แต่ก็ไม่ได้จับคู่เต้นด้วยมากนัก การจับคู่เต้นรำที่มีคู่ซ้อมเป็นผู้ชายนั้น ผู้ชายจะต้องเป็นผู้นำที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่เพิ่งหัดเต้นรำใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับเด็กใหม่ และนั่นทำให้ฉันที่เต้นรำกับวูล์ฟมาก่อนเข้าโรงเรียนนั้นรู้ดีเลยล่ะ

 

จะว่าไปแล้วชุดราตรีที่ฉันมี ฉันก็สวมอยู่ชุดเดียวเหมือนกัน พอฉันเต้นรำรอบเปิดงานจบแล้วก็เริ่มเบื่อ เลยเดินออกจากฟลอร์เต้นรำ หลังจากที่คุยกับครู ฉันก็มองกลับที่ฟลอร์เต้นรำ ตอนนั้นที่เห็นวูล์ฟเต้นกับลิลี่ฉันรู้สึกไม่พอใจมาก

 

(ช่างเป็นคู่ที่มีระยะห่างความสูงเหมาะสม น่ารักจริงๆ ด้วย…)

 

ถึงแม้ว่าฉันพยายามจะบังคับตัวเองให้หยุดคิดเรื่องนี้ แต่ว่าก็ได้แต่ทรมานตัวเองเท่านั้นเอง

 

เมื่อเพลงจบลงทุกคนก็เดินออกจากฟลอร์ หลังจากวูล์ฟและลิลี่พูดคุยกันสองสามประโยค วูล์ฟก็เดินมาตรงที่ที่ฉันยืนอยู่

 

ฉันรอให้เขาเข้ามาหาด้วยความรู้สึกประหม่า

 

สิ่งที่วูล์ฟพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจังก็คือ

 

「ลิโคริสฉันมีเรื่องอยากถามเธอหน่อย」

 

สีหน้าที่จริงจังของเขาทำให้หัวใจของฉันรู้สึกขมขื่น

 

‘เขาจะพูดอะไร?’ หัวใจของฉันตอนนี้กำลังปวดร้าว

 

「คู่เต้นรำวันนี้– นั่นคือ–คนที่เธอเลือกเหรอ?」

 

「??」

ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่เขาถาม ฉันเลยเอียงศีรษะด้วยความงุนงง

 

คู่เต้นรำวันนี้? เขาพูดถึงลิลี่เหรอ? อา ไม่ วูล์ฟถามฉัน คงจะหมายถึง คู่เต้นรำของวูล์ฟควรจะเป็นฉันหรือ? อาา อย่างนั้นเองเหรอ

 

「ขอโทษนะ วูล์ฟ วันนี้ฉันไม่ค่อยดี เลยไม่อยากเต้นวันนี้…พอดีมีคนไม่มีคู่ ฉันเต้นด้วยแปปนึงน่ะ」

 

「อื้ม เห็นแล้วล่ะ」

 

พอวูล์ฟยิ้มด้วยใบหน้าที่น่ารัก ทำให้ใจของฉันที่ปริแตกนั้นสมานกลับมาอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกกังวลถูกปัดเป่าไปหมดเพราะรอยยิ้มของเขา ทำเอาฉันรู้สึกเหมือนเป็นคนงี่เง่าเลย

 

ดูเหมือนว่าวูล์ฟจะอิจฉาคนที่เต้นรำกับฉัน ปกติแล้วฉันจะเต้นกับครู แล้วก็ไม่เต้นกับใครนอกจากวูล์ฟหรือเชดเลยสักครั้ง

 

「นี่ วูล์ฟ ฉันอยากถามคำถามที่จริงจัง แล้วฉันก็อยากให้เธอตอบฉันตามความเป็นจริงด้วยนะ เรื่องนี้จริงจังนะ วูล์ฟ」

 

วูล์ฟพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง

 

「วูล์ฟ นายเชื่อในโชคชะตาไหม?」

 

คราวนี้ วูล์ฟหันหน้ามาพร้อมกับเครื่องหมายคำถามวนอยู่บนหัว

 

「บางทีฉันควรจะใช้คำว่าคนในโชคชะตา– ยกตัวอย่างเช่นถ้าเธอรักใคร เธอก็อยากจะให้คนที่เธอรักมีความสุข… ไม่สิ เอ่อฉันพูดมากไปใช่ไหม? คือคนที่เป็นคนในโชคชะตาสำหรับเธอ เป็นคนที่เข้มแข็งแล้วก็เปราะบาง…ถ้ามีคนแบบนั้นเธอช่วยบอกให้ฉันรู้ที คนที่เธอไม่อยากให้เขาเดินจากไปจากชีวิตของเธอน่ะ」

 

ณ จุดนี้ วูล์ฟก็พยักหน้าเหมือนจะเข้าใจแล้ว

 

「…ก็คงจะเป็นเธอ ไม่ใช่หรือไง」




NEKOPOST.NET