[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game ตอนที่ 25 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game

Ch.25 - ภาค 3 ตอนที่ 6


School Arc – Chapter 6


 

อย่างที่คิดไว้ ตัวตนของลิลี่นั้นโดดเด่นมากภายในโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้

 

ไม่มีแม้แต่วันเดียวที่ฉันจะไม่ได้ยินชื่อของเธอ หลังจากที่เห็นเธอในคลาสเรียนมารยาทวันนั้น

 

ตอนเย็นวันนั้นที่โรงเรียนก็เริ่มมีข่าวลือเรื่องของเธอแล้ว

 

『ฉันเพิ่งได้ยินมาว่า แม่เด็กใหม่พังเครื่องวัดพลังเวทมนตร์ล่ะ』

 

มีคนที่เชื่อและคนที่ไม่เชื่อ ดูเหมือนว่าความสนใจเรื่องของลิลี่จะไม่ได้มีเพียงแค่นั้นด้วยซ้ำ

 

บางครั้งนักเรียนที่เรียนด้วยกันกับเธอก็เป็นพยานในเรื่องนั้น ให้ข้อมูลเรื่องของเธอ ดูเหมือนนี่จะเป็นเกมการกระซิบแบบจีนที่ทำให้การสื่อสารผิดเพี้ยนไปจากเดิม



 

『ถ้าจริงล่ะก็ แย่เลยนะ』

 

ฉันได้แต่พึมพำเมื่อได้ยินข่าวลือพวกนั้น

ปัญหาอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ

 

เวทมนตร์ในโลกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากปาฏิหารย์ผ่านจิตวิญญาณหรือพระเจ้า แต่มาจากพลังงานที่มองไม่เห็นอยู่ภายในร่างกายของผู้ใช้

 

ถึงจะไม่ใช่พลังเวทมนตร์ที่ทำทุกอย่างได้– แต่ว่าวิธีการใช้พลังนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละคน

 

ยกตัวอย่างเช่น เชด น้องชายของฉันที่ใช้เวทมนตร์เสน่ห์ทำให้เขาแผ่ออร่าพีโรแมนออกมาอย่างที่ใจคิด

 

วูล์ฟ มีร่างกายที่แข็งแกร่ง แล้วก็มีเวทมนตร์ตรวจสอบการกระทำผิด เนื่องจากเรื่องฝังใจของพ่อเขา ท่านดยุครานังคูล่าตั้งแต่เด็กๆ ทำให้วูล์ฟทะเยอทะยานมากทีเดียว ถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยล่ะก็นี่อาจจะทำให้เกิดสงครามการเมืองก็เป็นได้

 

สำหรับฉันแล้ว ถ้าบอกอย่างกว้างๆ ก็คล้ายกับเชดนั่นแหละ แต่เวทมนตร์ของฉันคือเวทมนตร์ความทรงจำ นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าหวาดระแวงหรอกนะ การใช้เวทมนตร์นี้ในการจำหนังสือก่อนสอบนี่ทำให้การสอบผ่านไปได้อย่างราบรื่นเลยทีเดียวเชียวล่ะ

 

อย่างไรก็ตามเวทมนตร์ของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน นั่นก็คือ『ไม่มีเวทมนตร์ใดที่จะแข็งแกร่งเกินความคาดการณ์ของพวกสมาคม』

 

ทางสมาคมเวทมนตร์ที่วิจัยเรื่องเวทมนตร์เองก็พยายามจะหาข้อแตกต่างของเวทมนตร์แต่ละชนิด

แต่ว่าในความหลากหลายของเวทมนตร์แล้ว ฉันได้ยินมาว่าพวกเขาสามารถเข้าใจขอบเขตของเวทมนตร์ได้แล้วล่ะ

 

ยกตัวอย่างเช่นเรื่องเวทมนตร์ของเชดนั้น เป็นเวทมนตร์ที่มีผลอันตรายต่อจิตใจของผู้อื่น อยู่ในระดับ A และก็กำลังมีการวิจัยเรื่องการควบคุมพลังเวทมนตร์ชนิดนี้ด้วย

 

ในทางตรงกันข้ามสำหรับลิลี่ มีเวทมนตร์ที่สามารถที่เหนือกว่าที่ทางสมาคมเวทมนตร์คาดการณ์เอาไว้ การมีตัวตนของเธออยู่นั้นทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา『เป็นพลังเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งเหนือกว่าเวทมนตร์ใดๆ ทั้งสิ้น』

 

เรื่องระดับพลังเวทมนตร์ที่มีมหาศาลนี้ ในอีกทางหนึ่งก็คือเธออยู่ในระดับ S ซึ่งจัดอยู่ในโซนอันตราย

 

ในความเป็นจริงแล้ว นักเรียนที่อยู่ภายในโรงเรียนนั้นพูดถึงพลังเวทมนตร์ของลิลี่นั้นอยู่ในระดับอันเดอร์คลาสแมน ซึ่งเป็นระดับท้ายๆ ของห้อง ออกแนวจะดูถูกเธอด้วยซ้ำไป ซึ่งดูเหมือนว่าพวกเขาจะทราบถึงความหมายนี้ดี– นั่นคือเรื่องที่เป็นอันตรายสำหรับลิลี่

 

นอกจากนี้ฉันยังกังวลว่าเธอจะรู้สึกยังไงกับท่าทีของพวกนักเรียนด้วย กับคนที่ดูถูกเธอแบบนี้ เธอจะคิดว่าพวกเขาเป็นคนดีไหมนะ? หรือถ้าเธอคิดลบกว่านั้น เธอจะไปทำอันตรายใครเข้าไหม?

 

อันที่จริงฉันก็ไม่รู้หรอกว่าในหัวของเธอคิดอะไรอยู่บ้าง

 

ภายในเกม 『ลิลี่』เป็นเด็กสาวที่แอบซ่อนความสามารถในการใช้พลังเวทมนตร์เอาไว้ เพราะว่าเธอเป็นสามัญชนธรรมดาๆ

 

ภายในโรงเรียนเวทมนตร์ เด็กที่ไม่ได้เข้ามาเรียนภายในโรงเรียนตอนอายุสิบสองปีนั้น คือเด็กที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มพิเศษ ที่ทำให้เกิดความกลาโหมภายในโรงเรียนนี้

 

ถึงแม้ว่าเธอจะแข็งแกร่ง แต่ว่าเธอก็แลกมาด้วยคะแนนความสามารถของเธอเอง『ลิลี่』คือตัวละครที่ผู้เล่นใช้บังคับ ฉันเลยไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่

 

บุคลิกของเธอนั้นมองเห็นได้จากบรรดาตัวเลือกที่มีเยอะแยะมากมาย และเราจะต้องเป็นคนเลือกคำพูดให้เธอ ‘นั่นเป็นตัวเธอเองเหรอ?’หรือ ‘ที่จริงแล้วนั่นต่างหากที่เป็นตัวเธอเอง?’


 

ฉันชักอยากจะรู้จักกับเธอแล้วสิ – รู้จักกับ ลิเลียม แวลลี่ที่เข้ามาเรียนในโรงเรียนนี้

 

หลังจากทานอาหารค่ำฉันก็ยังคิดถึงเรื่องนี้อยู่เรื่อย ๆ

 

ฉันใช้เวลาว่างของฉันอยู่ในห้องสมุดภายในหอพัก

 

สถานที่นี้ไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนัก ส่วนใหญ่นักเรียนมักจะไปที่ห้องสมุดในโรงเรียนมากกว่าในห้องสมุดหอพักนี้ แล้วอีกอย่างหนังสือในหอพักมีจำกัดทำให้แทบไม่มีใครเข้ามาใช้เลย

 

ถ้าพวกเธอเข้ามาใช้ล่ะก็ห้องสมุดนี้คงมีชีวิตชีวาขึ้นมากทีเดียว อย่างน้อยก็เข้ามาอ่านหนังสือเพื่อผ่อนคลายไรงี้ น่าเสียดายที่หนังสือพวกนี้จัดอยู่ในหมวดหนังสือเรียนชั้นสูง ไม่ใช่หนังสือที่อ่านเล่น ยกตัวอย่างเช่น หนังสือประวัติศาสตร์ฉบับแก้ไขใหม่ และวรรณคดีเป็นเสียส่วนใหญ่ แล้วก็มีหนังสือเกี่ยวกับเวทมนตร์ที่ต้องควบคุมอะไรเถือกนั้น จึงไม่มีใครเข้ามาแลที่นี่

 

แล้วก็ยังมีห้องพักที่ถ้าเดินไปประมาณสิบก้าวก็จะวนไปเจอเก้าอี้สองตัวที่ไม่เหมาะแก่กลุ่มที่เข้ามาทำเสียงดัง เป็นที่ส่วนตัวที่ไว้สำหรับให้คนรักการอ่านเข้ามานั่งอ่านหนังสือ และฉันก็ชอบมานั่งมุมนี้บ่อยๆ

 

มีบางครั้งที่มีนักเรียนคนอื่นเข้ามาที่นี่เป็นครั้งคราว แต่เพราะอะไรก็ไม่รู้ ทุกครั้งที่พวกเธอเข้ามาเจอฉันก็จะตกอกตกใจ แล้วก็พูดว่า『ขอโทษที่มารบกวนค่ะ』เสมอๆ

 

ถึงฉันจะนั่งอยู่ในห้องนี้ก็เถอะ แต่ว่าทำไมต้องเกรงกลัวฉันขนาดนั้นด้วยเล่า?

 

ฉันรู้สึกเศร้าใจนิดหน่อย ทั้งที่ฉันคิดจะเป็นหัวหน้าหอพักที่อบอุ่นแท้ๆ แต่ว่าพวกเธอก็วิ่งออกไปแล้วไม่กลับมาที่นี่อีกเลย

 

พอนึกแล้วก็ถอนหายใจออกมา ตอนนั้นเองฉันก็ได้ยินเสียงเคาะประตู คงมีคนคิดว่ามีคนใช้ห้องนี้อยู่ เพราะว่ามันเปิดไฟเอาไว้?

 

「ค่ะ เข้ามาเลย」

 

ฉันยังอยู่ข้างใน ถึงแม้ว่าพวกนั้นน่าจะวิ่งหนีทันทีที่เห็นฉันก็ตาม แต่ว่าเป็นลิลี่ที่เข้ามาข้างในห้อง

 

ฉันแปลกใจมากทีเดียวที่เห็นเธอมาอยู่นี่ ตอนนี้ในหอพักคงเต็มไปด้วยข่าวลือของเธอแล้ว น่ากลัวว่าอาจจะมีใครบางคนไปกลั่นแกล้งเธอในห้องพักก็เป็นได้ด้วยเหมือนกัน

 

ถึงนี่ไม่ใช่เวลามาห่วงเรื่องอื่น ตอนนี้ฉันมีฐานะเป็นหัวหน้าหอพักนี่

 

「… ฉันจะออกไปแล้วล่ะ ไม่ต้องเกรงใจที่จะใช้เวลาที่นี่เพื่ออ่านหนังสือ ถ้าเธอต้องการที่จะยืมหนังสือก็กรอกข้อมูลที่จำเป็นไว้ตรงโน้ตที่อยู่ตรง–」

 

「ไม่ค่ะ คือฉัน…」

 

เธอพูดขัดฉัน

 

「ฉัน… ฉันหาพี่อยู่ค่ะ รุ่นพี่ลิโคริส ฉันมีเรื่องบางอย่างที่ต้องคุยกับรุ่นพี่ค่ะ」

 

เธอ… พูดอะไรน่ะ…

 

เธอรู้ว่าฉันอยู่นี่ และไม่คิดที่จะหนีออกไปเหรอ เธอมาที่นี่เพื่อมาหา…ฉัน?

 

「ตอนนี้เหรอ?」

 

「…ค่ะ ก่อนที่ฉันจะไปนอนค่ะ」

 

เมื่อฉันพูดอย่างนั้น เธอก็เดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับยิ้มอย่างใสซื่อ

 

พอได้มองอีกครั้ง ก็คิดว่าเธอน่ารักจริงๆ นั่นแหละ ความรู้สึกนี้ให้ความรู้สึกเหมือนกับหลงรักเธอ แต่ไม่ใช่ในเชิงชู้สาวนะ หมายถึง...ถูกชะตาตั้งแต่แรกแบบนั้น

 

เธอน่ารักและดูเป็นความประทับใจที่ไม่มีวันลืมเลือนได้

 

ฉันบอกให้เธอนั่งลงตรงเก้าอี้ เธอก็พูดว่า「ขอบคุณมากค่ะ」 แล้วนั่งลงข้างๆ ฉันอย่างไม่สะทกสะท้าน

 

「ฉันอยากมาขอบคุณเรื่องที่เกิดขึ้นในคลาสสอนมารยาทค่ะ อาา ขอบคุณคุณที่ช่วยฉันไว้นะคะ ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ!」

 

เธอก้มหัวให้ฉันทันที

 

「ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยค่ะ」

 

「แต่ฉันไม่เคยเรียนเรื่องมารยาทมาเลยนะคะ ฉันเป็นคนที่แปลกประหลาดออก แล้วก็ รุ่นพี่คะ รุ่นพี่จะมาเป็นพี่เลี้ยงให้ฉันได้ไหมคะ」(1)

 

ฉันไม่ได้รู้สึกแย่กับท่าทางของเธอ

 

แต่ว่าคำพูดของเธอทำให้ฉันไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่

 

「เธอคิดว่าตัวเธอแปลกประหลาดจริงๆ เหรอ? หรือว่ามีใครบางคนพูดกับเธอแบบนี้กันแน่?」

 

จริงๆ แล้วคำว่า 『คนที่แปลกประหลาด』 เป็นคำที่ไม่ควรพูดออกมา

 

พอเห็นลิลี่เงียบก็คิดว่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า ภายในเกมมีช่วงหนึ่งที่ลิลี่นั้นลำบากกับการปรับตัวภายในโรงเรียนใหม่ นี่เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นทันทีที่เข้ามาสู่สังคมที่แตกต่างจากที่เธอเคยเป็นอยู่

 

「ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากค่ะที่จะได้ให้คำแนะนำเรื่องมารยาทกับคุณ แต่ฉันหวังว่าคุณจะไม่ลืมสิ่งที่มีค่าที่สุดของคุณไปนะคะ」

 

「สิ่งที่มีค่าที่สุด?」

 

「เธอได้ยินคำๆ นี้มาจากครูแล้วใช่ไหม? สิ่งสำคัญที่สุดคือการใส่ใจกับการกระทำ ยกตัวอย่างเช่นวันนี่้เธอมาขอบคุณฉันที่ช่วยเหลือเธอ เป็นต้น การกระทำที่แสดงออกมาจากหัวใจ ความจริงใจต่างหากที่สำคัญที่สุด อย่าทำตัวอ่อนแอมากเกินไป มั่นใจเข้าไว้สิ」

 

ถึงจะเป็นคำพูดที่เอามาจากครูสอนมารยาท แต่ว่าน่าจะกระทบต่อจิตใจของเธอตรงๆ เลยล่ะ แถมยังพูดขอบคุณฉันนัยครั้งไม่ถ้วน ฉันก็ได้แต่ตอบรับไปอย่างลนลาน

 

จากนั้นเมื่อฉันจะลุกไปแล้วเธอก็พูดว่า

 

「อืมม ฉันจะมาที่นี่อีกได้ไหมคะ?」

 

「อา ถ้าเป็นนักเรียนในหอก็เข้ามาใช้ที่นี่ได้ตลอด…」

 

「ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ฉันหมายถึงฉันมาเพื่อคุยกับรุ่นพี่ได้ไหมคะ?」

 

ฉันจบบทสนทนานั้นโดยการพยักหน้าหลายครั้งอย่างตื่นเต้น

 

เธอไม่ได้สงสัยท่าทีแปลกๆ ของฉัน เธอยิ้มออกมาอย่างมีความสุขแล้วเดินออกจากห้องสมุดไป

 

นะ-นี่…!!

 

พวกเรา...เป็นเพื่อนกันแล้วใช่ไหม?

 

(จริงหรือนี่!? พวกเราสัญญาว่าจะมาเจอกันใหม่ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ? คำพูดของเธอสื่อว่าเธอต้องการคุยกับฉันใช่ไหม!? ฉันคิดว่าเธอชอบฉันได้ใช่ไหมนะ! อาา อย่างที่คิดไว้เลย ตัวเอกเป็นเด็กดีจังเลยน้า เป็นเด็กดีแล้วก็เป็นมิตรด้วย ถ้าเราพูดคุยกันพวกเราก็จะยิ่ง… ยิ่งสนิทกัน แล้วก็จะกลายเป็นเพื่อนสนิทกันได้ใช่ไหม!)

 

หัวใจของฉันปลื้มปิติราวกับจะทะลุออกมา

 

ฉันไม่สามารถหักห้ามใจที่ตื่นเต้นตึกตักนี้เอาไว้ได้เลย พวกเราจะได้เจอกันอีกด้วย

 

แต่ว่า...ไม่ใช่ว่าฉันจะกลายเป็นเป้าหมายจีบของลิลี่หรอกนะ

 

เรื่องแบบนี้มันไม่ตลกสักนิด

 

================================

(1) เธอใช้คำว่า รุ่นพี่ แทนคำว่า คุณ

 

(2) Chinese Whisper game คือการเล่นเกมกระซิบส่งข่าว นั่นคือเกมที่ให้ผู้เล่นต่อกันเป็นแถวยาว จากนั้นจะส่งข้อความประโยคหนึ่ง โดยให้กระซิบส่งต่อ ๆ กันไปจากหัวแถวสู่ปลายแถว ซึ่งสุดท้ายแล้วข้อความที่ผู้เล่นปลายแถวเฉลยออกมาก็จะผิดเพี้ยนจากข้อความเริ่มต้นไปมาก

 



NEKOPOST.NET