[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game ตอนที่ 24 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game

Ch.24 - ภาค 3 ตอนที่ 5


School Arc – Chapter 5



 

เนื่องจากฉันและเธออยู่โรงเรียนเดียวกันจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยที่ฉันได้พบหน้าเธอ

 

บทเรียนเรื่องมารยาทนั้นจะรวมทุกระดับชั้นปีของโรงเรียนเข้าไว้ด้วยกัน และเธอก็อยู่ชั้นปีเดียวกันกับฉัน แม้แต่ในเกมก็เป็นเช่นนั้นด้วย

 

ปีที่ผ่านมานี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย ฉันจึงจำได้แต่สมาชิกปีสองจนถึงปีที่หกได้เพียงแค่มองเท่านั้น หลังจากที่เรียนจบแล้วลิลี่ก็เริ่มแนะนำตัวเอง

 

「ดิฉัน ลิเลียม แวลลี่ ได้โปรด– ช่วยดูแลฉันด้วยนะคะ」

 

ท่าทางการก้มตัวของเธอแย่ยิ่งกว่านักเรียนชั้นปีแรกเสียอีก อันที่จริงนักเรียนทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าเธอเป็นสามัญชนธรรมดาๆ ซึ่งรู้กันทั้งโรงเรียนนั่นแหละ

 

เสียงของเธอที่ได้ยินเป็นครั้งแรกพอให้รู้สึกประทับใจเล็กน้อย พอๆ กับรูปลักษณ์ที่ทรงเสน่ห์ ถึงคำทักทายของเธอจะดูเงอะงะ แต่ว่าช่างมันประไร ฉันในตอนนี้ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง



 

การเรียนบทเรียนมารยาทในวันนี้นั้น ถูกกำหนดเอาไว้ว่าจะต้องต้อนรับผู้ที่เข้ามาเรียนคนใหม่

 

ถึงแม้ว่าในปีก่อนหน้านี้จะมีเรื่องที่เครียดๆ เยอะ ครูสอนมารยาทพูดแนะนำเรื่องคำที่ใช้ทักทายอย่างแผ่วเบาในเรื่องมารยาทต่างๆ ห้ามพูดจาลวกๆ เมื่อมีคนอื่นให้คำแนะนำอยู่ และหลังจากนั้นก็ย้ำเตือนให้อย่าละเลยพื้นฐานของท่าทาง และขั้นตอนต่างๆในการทักทาย ที่สำคัญ– และเตือนตัวเองไม่ให้คิดไม่ดีต่อผู้อื่นเสมอ

 

ถึงแม้ว่าจะมีพวกนักเรียนที่ไม่สบายใจก็ตามที แต่บทเรียนนี้ครูก็ค่อนข้างโอนเอียงให้กับพวกนักเรียนมากทีเดียว แน่นแนล่ะ การฝึกสอนที่เข้มงวดนั้นเป็นรากฐานที่สำคัญ แต่สำหรับฉันคิดว่า『ฉันอยากเป็นแบบครูคนนี้』 หมายถึงฉันนับถือครูคนนี้น่ะ

 

「ความพยายามที่จะพัฒนาวันต่อวันจะทำให้ทวงท่าสง่างามขึ้นทุกวัน ลองสังเกตจากนักเรียนชั้นปีอื่น เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง โดยเฉพาะหัวหน้าหอพักปีนี้」

 

พอถูกพูดแบบนั้นใส่ ฉันก็ยิ่งกดดันมากขึ้นไปอีก

 

ฉันได้แต่ภาวนาในใจว่า 『อย่าเร่งรีบ ค่อยๆ ทำไป ช้าๆ 』ฉันยกชายกระโปรงขึ้นมาพร้อมกับย่อตัวลงแล้วพูดว่า 「ฉันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ」 พร้อมกับกล่าวขอบคุณเบาๆ

 

สิ่งที่ต้องพูดหลังจากนี้ก็คือ 『แนะนำตัว』 และ 『กล่าวทักทาย』

 

ฉันเชื่อว่านี่คือวิธีการทำให้เด็กใหม่ผ่อนคลายแล้วก็ได้รับสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยเหมือนกัน เด็กผู้หญิงทุกคนดูสนุกสาน – การเล่นเกมที่น่าอายแบบนี้ทำให้พวกเธอเหล่านั้นเพลิดเพลินกับตัวเองไปด้วย

 

 

เด็กสาว ที่ไม่รู้ว่า ครูคนนี้ไม่เคยไม่มีรอยยิ้มราวกับพระพุทธรูปบนใบหน้าไปเลย แม้ว่าจะฝึกพวกเราโหดร้ายแค่ไหน เธอก็ไม่เคยลืมที่จะยิ้ม ทำให้ความหวังของเราก็เพิ้มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ฉันไม่มีวันลืมเรื่องการฝึกซ้อมการแสดงสีหน้า สุดโหดทุกวันหรอกนะ 『สิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดคือการแสดงสีหน้ากับท่าทีที่สง่างาม』 เหรอ?

 

อา ไม่ๆ ฉันเคารพครูคนนี้จริงๆ นะ

 

ไม่ใช่เฉพาะแค่คนคนนี้ แต่สำหรับครูสอนมารยาทเอง เธอไม่สามารถลงไปช่วยใครได้ ทำให้คิดว่านี่มันไม่ใช่การเรียนมารยาท แต่เป็นการเรียนกีฬาที่ต้องใช้ฝีมือของตัวเองต่างหากล่ะ

 

พอแล้วล่ะสำหรับการใคร่ควรญถึงเรื่องเก่าๆ ในตอนนี้ฉันพยายามจดจ่อกับบทเรียนอย่างตั้งใจแทน

 

แค่ใช้เวลาเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง

 

ไม่ไกลจากฉันและครู มีหลายคนที่กำลังพูดคุยหัวเราะกันอยู่

 

คลาสเรียนวันนี้พวกเราจะเริ่มทักทายเพื่อนร่วมรุ่นในโรงเรียนที่ต้องทำงานด้วยกัน 「ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ」

 

เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่น่าขบขันจริงๆ นั่นแหละ ถึงจะไม่ควรขำออกมาในระหว่างการฝึก แต่ฉันได้ยินเสียงของคนที่กลั้นหัวเราะไม่อยู่ดังมาด้วยเช่นเดียวกันล่ะ

 

แต่ในขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงหัวเราะที่เหมือนจะเย้ยหยันคนอื่นดังตามมาด้วย ฉันไม่อาจข่มอารมณ์ให้ไม่ยุ่งไม่ได้ หลังจากที่ได้ยินเสียงนั้นฉันก็เดินตรงไปตรงต้นเสียงนั้น

 

จุดหมายที่ฉันเดินไปถึงนั้น มีเด็กสาวผมสีทอง— ลิลี่ ที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่อย่างหนักใจ

 

「นี่คุณเรียกว่าการโค้งคำนับหรือคะ ช่างแปลกประหลาดดีแท้ สมกับที่ไม่เคยเรียนมาสินะคะ」

 

คนที่พูดนั้นเป็นคนชั้นปีเดียวกันกับลิลี่จัง อยู่ชั้นปีที่ห้าเหมือนกัน เธอคนนั้นพูดราวกับเป็นเรื่องน่าตลก คำพูดที่ไม่เจาะจงว่าเป็นการเย้ยหยันหรือไม่

 

แต่สาวๆ กลุ่มเดียวกันของเธอที่กำลังดูถูกลิลี่นั้นก็หัวเราะด้วยเหมือนกัน การทำตามกันแบบนี้น่าจะถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งได้

 

ก่อนที่เสียงหัวเราะจะแพร่กระจายไปมากกว่านี้ฉันต้องหยุดต้นต่อเสียก่อน

 

「ถ้า」 ฉันเริ่มส่งเสียงออกไปก่อน

 

「… ถ้าการเริ่มต้นฝึกฝนมารยาทเป็นสิ่งที่น่าขบขัน เช่นนั้นทุกคนที่เรียนคงถูกหัวเราะเยาะตอนเข้าร่วมงานเลี้ยงชนชั้นสูงใช่หรือไม่คะ?」

 

พอฉันกล่าวประโยคนั้นจบแล้วก็มองทั้งกลุ่มนั้นด้วยสายตาตำหนิ

 

ถึงคำพูดนี้จะเป็นคำกล่าวที่ไม่บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกภายในของฉัน แต่ว่าเมื่อพูดออกไปแล้วฉันก็สบตากับผู้หญิงที่พูดตะกี้ ถึงแม้ว่าจะยังคับให้พวกเธอพูดขอโทษออกมาไม่ได้ แต่ฉันก็อยากให้เธอเข้าใจความหมายที่ฉันกำลังจะสื่อ

 

หากว่าไม่มีเหตุผลพิเศษใดๆ ล่ะก็ นักเรียนที่เรียนจบจากโรงเรียนเวทมนตร์นี้จะต้องเข้าสู่วงสังคมชนชั้นสูงอย่างแน่นอน และเรื่องมารยาทพื้นฐานในวงสังคมเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องตระหนักถึง ไม่มีใครหรอกที่อยากจะเข้าไปเป็นตัวตลก

 

「อะอ่าา… ฉัน… ฉัน-ฉันขอโทษค่ะ!」

 

โชคยังดีที่พวกสาวๆ ที่หัวเราะเยาะเย้ยลิลี่นั้นก้มหัวขอโทษแต่โดยดี พอเห็นอย่างนั้นฉันก็ยิ้มให้พวกเธออย่างโล่งใจ ที่พวกเธอเอ่ยคำขอโทษออกมา อย่างน้อยก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่ไม่ดีสินะ

 

ด้วยท่าทีที่แสดงออกมาไร้เยื่อใยนั้นฉันก็เหลือบมองไปทางลิลี่ ที่ดูเหมือนจะประทับใจฉันเข้า นัยน์ตาสีเขียวสดใสของเธอสบกับตาของฉัน

 

ที่น่าแปลกคือเหมือนเธอจะหลังใหลฉันเข้าให้เสียแล้ว

 

ถ้าฉันไม่รวมตอนอยู่กับวูล์ฟหรือเชด ฉันขอบอกอย่างซื่อตรงเลยว่าไม่เคยได้รับความจริงใจจากคนอื่นเลยสักครั้ง คงเป็นเพราะแบบนี้ฉันถึง…

 

「เอาล่ะ ทุกคนจ้ะ อย่าลืมสิว่าพวกเรากำลังอยู่ในคลาสเรียนมารยาท」

 

เสียงที่ฟังดูสงบนิ่งแต่ฟังดูเฉียบคมของครูดังขึ้นมา ทำให้ห้องเรียนกลับสู้สภาวะปกติ ยังไงซะตอนนี้ฉันก็ผ่อนคลายใจที่เต้นตึกๆ ของตัวเองไม่ได้เลย อ้าาา น่ากลัวเกินไปแล้ว

 

「โอ๊ะโอ๋ ใช่แล้วล่ะจ้ะ บางทีมิสลิเลียมคงต้องไปศึกษามารยาทกับหัวหน้าหอพักสักระยะนะจ้ะ」

 

ครูส่งยิ้มกว้าง กล่าวออกมาเป็นนัยๆ ว่าน่าจะเป็นความคิดที่ดีที่สุดของเธอ

 

ทำไมล่ะ ฉากแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในเกมเลยสักครั้งเดียวนี่!?


==============================================




NEKOPOST.NET