[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game ตอนที่ 18 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game

Ch.18 - ภาค 2 ตอนที่ 9


หลังจากนั้นวูล์ฟก็เข้ามาช่วยเหลือท่านพ่อเอาน้าไปมัดไว้ที่มุมเสาต้นหนึ่ง

 

ผลพ่วงหลังจากนั้นก็คือ น้าสะใภ้ ไคนัม และพ่อบ้าน และสมาชิกที่อยู่ในตระกูลแรงเจอรัชหลายคนที่ตอนนี้กำลังอยู่ในอาการสับสน

 

ผู้ที่อยู่ภายในห้องนั่งเล่น (แน่นอนว่าไม่รวมน้า) กำลังรอคำอธิบายจากเรื่องทั้งหมด

 

อย่างแรกทำไมท่านพ่อถึงได้มาอยู่ในคฤหาสน์ของตระกูลแรงเจอรัชในตอนนี้ได้?

 

จะว่าไปแล้ว ตอนนี้ท่านพ่อน่าจะกำลังตรวจงานอยู่ในเมืองหลวงสิ (และเขายังต้องเป็นคนที่ทำหน้าที่ดูแลแขกที่มาจากต่างเมืองด้วย) ท่านพ่อได้กลับมาที่นี่ก่อนกำหนดการณ์ในช่วงเย็นวันนี้ และเรื่องเขาแจ้งฉันว่าจะมาช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้นั้น เพราะเผื่อเวลาไว้สำหรับมีปัญหาฉุกเฉิน และเขาจะได้รีบกลับมารับฉันให้ทันก่อนที่ฉันจะไปนอน

 

อีกเรื่องหนึ่งก็คือการพูดคุยกับน้าสะใภ้แบบส่วนตัวที่คฤหาสน์ลิเลีย

 

ต้องขอบอกก่อนว่านี่ไม่ได้เป็นการนัดหมายเอาไว้ก่อนล่วงหน้า

 

ดูเหมือนว่าการพูดคุยนั้นจะเน้นไปเรื่องที่น้าสะใภ้สารภาพผิดเรื่องที่เธอทำกับเชด และแผนการจับฉันแต่งงานกับเชดด้วย

 

ความคิดของน้าทำให้ท่านพ่อของฉันโกรธมาก ขณะที่ฟังความคิดพวกนั้นที่ออกมาจากปากของน้าสะใภ้ ทำให้ท่านพ่อถึงกับรีบกลับไปที่คฤหาสน์แรงเจอรัชช่วงกลางดึก

 

สำหรับเหตุผลที่วูล์ฟอยู่ที่นี่ หลังจากที่เขาแยกจากฉันเมื่อคืน น้าไล่เขาออกจากบ้านทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกหักหน้า เพราะวูล์ฟเป็นถึงลูกชายของอัครเสนาบดี ทั้งยังถูกไล่ออกมาจตอนกลางคืนทำให้วูล์ฟรู้สึกแปลกๆ

 

แต่ต้องบอกว่าวูล์ฟนั้นมีความกล้ามาก หลังจากที่เขาแกล้งกลับโรงแรม เขาก็แวบกลับมาดูลาดราวที่นี่อีกรอบนึง แล้วแอบเข้ามาในบ้านหลังนี้

 

เริ่มแรก วูล์ฟมุ่งหน้าไปที่ห้องของฉัน และพบว่าภายในห้องว่างเปล่า แล้วเขาก็ได้เจอกับท่านพ่อและน้าสะใภ้พอดี

 

วูล์ฟ:「ลิโคริสไม่อยู่ด้านใน!」

 

ท่านพ่อ:「ว่าไงนะ? ฉันเองก็หานาร์ซิสซัสไม่เจอเหมือนกัน」

 

น้าสะใภ้:「เชดเองก็ไม่อยู่ด้วย! ไม่นะ–เขาคงไม่จับเด็กทั้งสองคนแต่งงานกันหรอกมั้ง!?」


 

การสนทนาก็คร่าวๆ ประมาณนี้แหละ

 

น้าสะใภ้ดูเหมือนสติสตังจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปซะแล้ว

 

แต่ฉันในตอนนั้นต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในอาณาเขต『ถูกจับตามอง』และถูกไล่ต้อนไปเรื่อยๆ

 

ใช่แล้ว ไคนัมนั้นได้ยินเสียงที่ดังจากห้องใต้หลังคา ทำให้เธอตื่นขึ้นมา แม้แต่คนรับใช้ที่อยู่ภายในคฤหาสน์ก็ยังมารวมตัวที่ห้องใต้หลังคา


 

สรุปคร่าวๆ ดังนี้

 

นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ท่านพ่อชกหน้าน้าหน้าหงาย ไม่ฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น

 

ท่านพ่อของฉันก็ยังอยู่ในท่าทางที่สง่างาม ขณะที่ท่านสั่งคนรับใช้ของตระกูลแรงเจอรัช นั่นเป็นช่วงเวลาที่ท่านดูเย็นชามากทีเดียว

 

อนึ่ง ตอนที่เรากำลังฟังเรื่องราวต่างๆ อยู่นี้นั้น เชดเองก็ถูกห่อตัวไว้ด้วยผ้าห่มในมือของเขานั้นถือเครื่องดื่มอุ่นๆ อยู่ และฉันเองในตอนนี้ก็ถูกห่มด้วยผ้าห่มเช่นเดียวกัน แต่กลับกันตรงที่ฉันนั่งอยู่บนตักของท่านพ่อ

 

วูล์ฟในตอนนี้กำลังมองมาทางฉันกับท่านพ่ออย่างอิจฉา แต่แค่วันนี้ แม้ว่าวูล์ฟอยากจะมานั่งกับฉัน ฉันก็จะไม่ยอมให้เขามานั่งด้วย ขอโทษด้วยนะวูล์ฟ ฮีโร่ของฉันวันนี้คือท่านพ่อของฉันค่ะ

 

「ท่านพ่อ ขอบคุณมากนะคะที่มาช่วยลูกเอาไว้」

 

เมื่อฉันเอ่ยคำพูดขอบคุณออกมา ท่านพ่อก็ส่งยิ้มมาให้ฉันอย่างอายๆ

 

「ไม่หรอกลูก อันที่จริงพ่อไม่คิดเลยว่าลูกจะส่งโทรจิตเรียกพ่อได้… พ่อมีสบายใจขึ้นมากเลยล่ะ」

 

「เรียกหรือคะ?」

 

「เพียงแค่ได้ยินเสียงลูกเรียก พ่อก็รีบกระโจนไปที่ห้องใต้หลังคาเลยนะ」


 

ตอนนี้ต้องบอกว่าท่านพ่อทำให้ฉันนึกถึงคำพูดหนึ่งออก

 

ฉันหมายถึง เอิ่ม ฉันอาจจะพูดว่า『พ่อคะ ช่วยด้วย!』หรืออะไรสักอย่าง

 

ฉันในตอนนี้รู้สึกอายในพฤติกรรมที่สมเด็กของตัวเอง ฉันเลยกดใบหน้าของตัวเองซบไปที่คอของท่านพ่อ

 

「เธอไม่จำเป็นต้องออกหน้าแล้วล่ะ หลังจากนี้ทุกคน ท่านพ่อของเธอ และฉันจะจัดการเรื่องพวกนี้เอง」

ท่านพ่อมองไปทางวูล์ฟอย่างอ่อนโยน คำพูดของท่านพ่อทำให้วูล์ฟเงียบไปสักพักก่อนที่จะตอบออกมา

 

「ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงของท่านครับ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นมานี้เป็นเพราะว่าผมดูแลเธอไม่ดีเอง」

วูล์ฟพูดตอบกลับท่านพ่อด้วยสีหน้าจริงจัง

 

เขาช่วยฉันจากเชด ในครึ่งวันก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าเขาจะลืมเรื่องนั้นไปแล้วสินะ?

 

เพื่ออธิบายให้ท่านพ่อได้เข้าใจ ฉันจึงเอ่ยเรื่องที่วูล์ฟเล่นบทบาทเป็นอัศวินให้ฉันกับท่านพ่อ

 

เวลาในการพูดคุยกับท่านพ่อและวูล์ฟทำให้ฉันรู้สึกว่าเรื่องเลวร้ายพวกนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว

 

ในที่สุด ไคนัมก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกับน้าสะใภ้ เพียงแต่ก่อนหน้านี้เธอก้มศีรษะลงแล้วเอ่ยคำขอโทษฉันจากใจ ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น อดคิดไปว่าถ้าเกิดความสัมพันธ์ของฉันกับเธอกลับไปดีขึ้นเหมือนเมื่อก่อนหน้านี้คงมีความสุขไม่น้อยเลยทีเดียวนะ

 

หลังจากที่ไคนัมเดินออกไปจากห้อง ดูเหมือนว่าเธอไม่ได้พยายามที่จะเข้าไปพูดกับเชดเลยแม้แต่น้อย ‘อาจจะเป็นเพราะเข้าหน้ากันไม่ติด หรืออาจจะเป็นเพราะเธอกำลังสับสนกันนะ?’ อันนี้ก็บอกได้ยากเหลือเกินค่ะ

 

ในกรณีของน้า ฉันรู้ว่านี่เป็นความผิดร้ายแรงของน้า และเรื่องนี้น้าสะใภ้จะต้องเจอปัญหาที่ลำบากต่อไปอย่างแน่นอน ทั้งยังมีความผิดที่เธอได้ทำตัวไม่ดีต่อเชดด้วย

 

จะเกิดอะไรกับไคนัมและน้าสะใภ้ต่อไปกันนะ? นี่อาจจะต้องเป็นเรื่องที่น้าสะใภ้จะต้องตัดสินใจเอง แม้ว่าท่านพ่อจะไม่สามารถให้ความช่วยเหลือท่านน้าได้ แต่ว่าบางอย่างฉันคิดว่าน่าจะช่วยเหลือได้อยู่นะ

 

จากนั้นพ่อบ้านได้พยุงร่างของเชดให้เดินมาทางพวกเรา

 

เพราะผ้าห่มที่ห่มร่างของเชดทำให้ริมฝีปากและแก้มกลับมามีสีเลือด ค่อยยังชั่วหน่อยนะ

 

ฉันพูดคุยกับเขาเล็กน้อย และลงมาจากตักของท่านพ่อ

 

สิ่งที่เชดทำเป็นสิ่งแรกคือก้มหัวลงต่อหน้าท่านพ่อด้วยท่าทีที่สุภาพ แม้ว่ามันจะดูทุลักทุเลก็ตามที

 

「ท่านดยุคลิเลีย ขอบคุณมากที่ให้การช่วยเหลือครับ」

 

「ไม่หรอก เธอต้องทนทุกข์ทรมานมามายแล้ว ฉันในตอนนี้อยากให้เธอนอนหลับพักผ่อนได้สนิทใจเสียที」

 

เชดคลี่ยิ้มออกมาอย่างเศร้าใจ มือของเขากำผ้าห่มแน่นอย่างน่าสงสาร

 

(หืม?)

 

「ลิโคริส ผมต้องขอโทษเธอด้วยจริงๆ นะ ...ในตอนนั้นน่ะ เธอเป็นคนเดียวที่ผมพึ่งพาได้…」

 

「…ไม่เป็นไร เรื่องแบบนี้ใครๆ ก็พลาดกันได้」

 

「ขอบคุณนะ ถ้าไม่ได้เธออยู่ด้วยกันกับผมในตอนนี้ผมคงจะกลัวกว่านี้ที่ต้องอยู่คนเดียว…」

 

เชดหันไปมองหน้าวูล์ฟด้วยความกลัว เขาเอามือสอดเข้าไปในผ้าห่มที่ห่อร่างเขาอยู่ แต่ฉันเอื้อมมือไปจับมือของเชดเอาไว้แล้วเอ่ยว่า “จะต้องไม่เป็นไรแน่นอน”

 

ฉันพูดในฐานะที่ฉันเคยผ่านน้ำร้อนมาก่อน ถึงจะเหตุผลคนละเรื่องกันกับเรื่องของเขา ความจริงที่ต้องเผชิญ อาจจะน่ากลัว แต่ฉันคิดว่าคงจะไม่เป็นไรแน่ๆ …

 

ในขณะที่การได้ยินการสนทนาของเราพ่อพูดขึ้นด้วยเสียงค่อนข้างมีชีวิตชีวาว่า


 

「เด็กที่คนนี้อายุน้อยกว่าลูกนะ ลิโคริสจัง ลูกต้องทำหน้าที่เป็นพี่สาวที่แสนดีรู้ไหม ชุดสีแดงที่พวกลูกสวมนี่น่ารักจริงๆ อย่างกับว่ามีเทวดานางฟ้าตัวน้อยสองคนเลยน๊า」


 

เป็นไปไม่ได้

เรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้

 

『ชุดที่คล้ายกัน』ที่ท่านพ่อพูดแบบนี้เป็นเพราะว่าเนื้อตัวของพวกเรานั้นถูกผ้าห่มห่ออยู่ทั้งคู่ ทำให้การเคลื่อนไหวดูต้วมเตี้ยม

 

ก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไร วูล์ฟก็ชิงพูดขึ้นมาเพื่อเตือนท่านพ่อของฉัน

 

「ท่านดยุคลิเลียครับ เขาใช้เวทมนตร์เสน่ห์ได้นะครับ ได้โปรดพิจารณาดูอีกทีด้วย」

 

ฉันพยักหน้า ถึงแม้ว่าฉันจะชอบเชดมากแค่ไหนแต่ว่าเขาอาจจะเป็นคนที่ฆ่าฉันในอนาคตได้ แต่ท่านพ่อนั้นกลับชื่นชมเชด

 

「ไม่เป็นไร เวทมนตร์เสน่ห์ใช่กับฉันไม่ได้ผล」

 

ท่านพ่อยืนยันที่จะปฏิเสธอย่างชัดเจน แต่ประโยคที่ท่านพูดนั้นทำเอา– ฉัน วูล์ฟ และเชดตอนนี้ตกอยู่ในอาการช็อค

 

「เรื่องก็คือ ฉันเป็นนักเรียนดีเด่นคนหนึ่งในโรงเรียนเวทมนตร์ เพราะมีความประพฤติดี ทำให้ฉันได้รับอนุญาตให้ใช้พลังเสน่ห์ได้ โชคยังดีที่ฝ่ายตรงนั้นแค่สงสัยเธอเท่านั้น นี่คือ… เวทมนตร์ เธอเข้าใจใช่ไหม ถ้าเธอจะพูดว่าใช้มันที่นี่ล่ะก็เธอต้องพยายามอย่าแสดงให้ผู้อื่นรู้ว่าเธอกำลังใช้พลังอยู่ให้ผู้คนครหาได้」

 

ท่านพ่อเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มพร้อมกับมองเชดอย่างอ่อนโยน นั้นทำให้เชดมีอาการท่าทางสับสนเหมือนกับจับทางคำพูดของท่านพ่อไม่ทัน

 

「อ๋อ อย่าเข้าใจผิดนะ ลิโคริส พ่อไม่เคยใช้เวทมนตร์ในชีวิตประจำวันและหลังจากนี้ด้วย แน่นอนว่าลูกไม่ได้เห็นพ่อใช้ เพราะพวกเวทมนตร์นั้นทำให้ความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นๆ สับสน แต่ถ้าพวกเธอได้ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังที่โรงเรียนแล้วล่ะก็ พวกเธอจะต้องเข้าใจและสามารถนำมันไปปรับใช้กับทุกสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน」

 

เหมือนท่านพ่อจะกล่าวเป็นนัยๆ ว่าเขาไม่ได้เอามาใช้กับที่บ้าน แต่เวลาทำงานอีกเรื่องนึง รึเปล่านะ? แน่นอนว่าท่านพ่ออาจจะเพียงแค่เจรจาต่อรองเฉยๆ ก็เป็นได้

 

เพราะมันเป็นเรื่องที่น่ากลัว ดังนั้นคงจะดีกว่าถ้าปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ

ฉันพยักหน้ารับคำท่านพ่อ

 

ตอนนี้สำหรับเชด

 

เขากลับเข้าไปใกล้ท่านพ่อ

 

บางทีเพราะเป็นเขา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอคนที่เขาใช้เวทมนตร์ด้วยไม่ได้ผลก็เป็นได้

 

แต่แทนที่เขาจะถอยหนี เขากลับเดินเข้าไปหาท่านพ่อมากขึ้น

 

「ผมจะเป็นยังไงต่อไป?」

 

「ฉันยังรู้สึกว่าตัวของฉันเองมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบกับการกระทำของพ่อแม่ของเธอในบ้านนี้ และฉันต้องขอโทษเธอด้วย อันที่จริงฉันอยากจะหาบ้านใหม่ให้กับเธออยู่หรอกนะ แต่…」

 

「เป็นเรื่องที่ยากหรือคะ?」

 

ฉันแทรกเข้าไปในบทสนทนา และนั้นทำให้ท่านพ่อของฉันส่งยิ้มอย่างบิดเบี้ยวมาให้

 

「ต้องบอกว่า หากพ่อทิ้งเชดให้ตกอยู่ในการดูแลของญาติล่ะก็ พ่อกลัวว่าเชดเขาจะต้องเจอนาร์ซิสซัสที่สองไม่ก็ที่สามน่ะสิ」

 

ใบหน้าของฉันเริ่มชักกระตุก

 

「ทะ-ท่านพ่อ อย่าล้อเล่นสิคะ!」

 

「พ่อไม่ได้ล้อเล่นเสียหน่อย…」

 

ท่านพ่อบอกขณะที่จ้องมองไปที่นัยน์ตาของเชด

 

สำหรับฉัน ฉันในตอนนี้รู้สึกสิ้นหวังกับทางญาติในของตระกูลสาขามากทีเดียว

 

「แน่นอนว่าคงมีครอบครัวที่เชื่อถือได้ แต่ฉันคงเสียดายความสามารถของเธอแน่ถ้าปล่อยเธอให้ต้องอยู่กับคนเหล่านั้น」

 

「จากนี้คงจะดีกว่าหรือคะ ถ้าได้อยู่ร่วมกับคนที่ไม่เกี่ยวข้องทางสายเลือด? 」

 

「ในกรณีนี้ อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ในภายหลังได้ ถ้าทุกคนรู้ว่ามี 『สายเลือดสีแดงของตระกูลดยุคแห่งลิเลีย』อยู่ภายนอกวงศ์ตระกูล」

 

พอท่านพ่อพูดอย่างนั้นจบ ท่านก็ถอนหายใจออกมา

 

「แต่ท่านพ่อ ถ้าทำอย่างนั้น…」

 

「ตัวเลือกอีกวิธีนึงก็คือ… ครอบครัวของเราจะรับเธอมาอยู่ด้วยไงล่ะ」

 

ด้วยคำพูดของพ่อ ทำให้ฉันนึกถึงตัวละครของ『เชด』ภายในเกม

 

หืม?『ลิโคริส』 มี『เชด』เป็นน้องชาย? ไม่ รู้สึกว่าเรื่องนี้จะไม่มีอยู่ภายในเกมนะ รู้สึกว่าการที่ฉันเข้ามาเกี่ยวข้องจะทำให้เรื่องต่างๆ ต่างออกไปจากในเกม

 

ในตอนนี้ฉันไม่สามารถจำ『เชด』ชื่อในเกมของเขาได้ หรืออาจจะมีอะไรบางอย่างที่ขัดขวางความทรงจำของฉันอยู่ ในเกมเขาไม่ได้ใช้นามสกุลของเขา แม้ว่าจะแนะนำตัว เขาก็แนะนำตัวเองว่า『เชด』… เท่านั้น

 

ฉันเองก็คาดหวังว่าเขาจะแตกต่างจากในเกม ฉันในตอนนี้ไม่อยากจะเชื่อเลย

 

อีกครั้งที่『เชด』ก็คนที่รู้เรื่องนี้ดี ก็คือฉัน เพราะเขานั้นเป็นตัวละครที่ลึกลับมาก

 

ในขณะที่ฉันกำลังสับสนนั้น วูล์ฟกลับพึมพำประโยคหนึ่งออกมาอย่างไม่เห็นด้วย

 

「ท่านคงจะล้อเล่น! ลิโคริสเกือบถูกนายนี่ลวนลามเลยนะครับ!?」

 

เพราะในตอนนี้ร่างกายของฉันยังเคลื่อนไหวไม่สะดวกนัก『หืม? หากการพูดคุยนี้ล่มเพราะการคัดค้านจากวูล์ฟล่ะก็ ในวันหน้าฉันจะต้องเดือดร้อนแน่?』 แต่ตัวฉันก็ยังแข็งทื่อ

 

「แน่นอน เรื่องนี้ฉันเองก็อยากจะให้ลิโคริสตัดสินใจอีกที นอกจากนี้ยังมีเรื่องยศที่กำลังเป็นเรื่องที่ยุ่งด้วยเหมือนกัน」

 

ท่านพ่อ วูล์ฟ และเชด หันมามองทางฉัน

 

ดูเหมือนเรื่องของเชดนั้น คงจะต้องได้รับการตัดสินใจจากฉันก่อน นี่ให้ฉันได้พักผ่อนบ้างสิ…

 

「… เชดอยากจะทำอะไรต่อเหรอ?」

 

ฉันหันหน้าไปหาเชดที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของฉันที่โดนทำร้าย ถ้าลองเปรียบเทียบกันแล้วสถานการณ์ในตอนนี้ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน

 

「ฉัน… ไม่อยากจะเป็นเคาท์ หรือมีฐานะอะไรเลย…」

 

เชดดูลังเล เหมือนว่าเขาไม่อยากปฏิเสธ แต่อีกส่วนหนึ่งก็เหมือนจะเกรงใจ อย่างน้อยฉันก็คิดว่าความคิดของเขานี้ไม่เลวเลยนะ

 

แม้ว่าจะมีทางเลือกไม่เยอะมาก แต่คงจะดีกว่าถ้าถามเขาเพื่อการตัดสินใจ

 

「แล้วท่านแม่ของเธอล่ะ…?」

 

「แม่ไม่สำคัญสำหรับฉันอีกต่อไปแล้ว」

 

อา

 

ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละ ดูเหมือนว่าเขาจะรู้เรื่องนั้นแล้ว

 

ว่าแม่ส่งเขาไปหาพ่อของเขา แล้วก็ไปอยู่กับผู้ชายคนอื่น

 

เขาในตอนนี้ไม่สามารถเพิ่งพาใครได้เลยทั้งพ่อและแม่ของเขา

 

เชดที่ตัวเล็กกว่าฉันก้มหัวลง เขาขดตัวเองเอาไว้แน่น สิ่งที่เห็นก็คือเส้นผมหยักศกของเขาเท่านั้น

 

จะว่าไปในตอนนั้นที่อยู่ในห้องใต้หลังคา ตัวของเชดสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัวจนน่าสงสาร…

 

หลังจากนี้ฉันเองก็ไม่อยากที่จะอยู่ใกล้เขา เพราะเวทมนตร์เสน่ห์ของเชดนั้นแหละ แต่พอเจอกับเชดที่หนีมาด้วยความหวาดกลัว หวาดระแวงนั้นแล้ว ทำให้เรื่องนี้ต่างออกไป

 

ฉันหันไปมองสีหน้าของวูล์ฟ วูล์ฟที่หน้าบึ้งตึงจนฉันรู้สึกผิด ฉันขยับปากพูดว่า『ขอโทษด้วย』กับเขา

 

「ใช่สิ นึกออกพอดีเลย เชด อย่างแรกพวกเราต้องให้ทางสมาคมปิดกั้นพลังเวทมนตร์ของเธอก่อนนะ」

 

คำพูดของฉันทำให้เชดเดาะลิ้นดัง ‘ ชิ’ ทันที

 

「เป็นอะไรไปอีกล่ะ? ไม่ดีเหรอ? หลังจากนี้ทุกคน…เอิ่ม ถึงท่านพ่อจะต้านพลังนายได้ แต่ฉันไม่มีพลังต้านทานได้หรอกนะ」

 

「…สำหรับฉันแล้วเวทมนตร์นี้ เป็นพลังของฉัน」

 

「แต่นายไม่สามารถทำอะไรได้เลย นายควบคุมเวทมนตร์ไม่ได้ด้วยซ้ำเหอะ」

 

「…………」

 

「อื๋อ ฉันเข้าใจที่นายกังวลอยู่นะ แต่ถ้าเธออยู่กับฉันและท่านพ่อ นายจะต้องได้เรียนรู้พลังใหม่แน่นอนเลยล่ะ」

 

เชดมีสีหน้าสงสัย แต่ว่าก็เหมือนจะถูกคำพูดของฉันดึงดูดไปด้วย

 

「พลังใหม่… คือ?」

 

「ใช่แล้ว นั่นแหละจ้ะ เธอจะต้องเข้าใจ… เรียนรู้สิ่งนั้น และ… ทักษะต่างๆด้วย!」

 

*ป๊อ~ก*

 

ฉันวางแผนจะพูดเรื่องการเรียนรู้นอกเหนือจากเวทมนตร์ แต่ดูเหมือนเชดจะไม่อยากรับรู้

 

「เธอคิดว่ามันจะดีกว่าที่ฉันสูญเสียพลังไปจริงน่ะเรอะ?」

เชดทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจเหมือนฉันเป็นคนงี่เง่า เอ้...

 

「ถึงมันจะเทียบเท่ากับพลังของเธอไม่ได้ แต่ว่ายังดีกว่าการที่เธอหลบซ่อนตัวนะ สมมุตินะว่าเธอหนีออกจากเรื่องในวันนี้ได้ โดยใช้เวทมนตร์ในการหลบหนีไปจากที่นี่ แต่ว่าเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นเหมือนกับไคนัมอีกเหรอไง ถ้านายหนีออกจากการควบคุมของสมาคม นายจะไม่ได้เรียนต่อในโรงเรียนเวทมนตร์นะ รู้ไหม?」

 

เชด เงียบเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยไม่คัดค้าน แต่เขาก็กระซิบในการตอบโต้

 

「… ผู้หญิงขี้บ่น」

 

「อะไรนะ!? นายพูดหยาบคายต่อผู้หญิงนะ เชด นายน่าจะทำเหมือนครั้งก่อนว่า 『ตีหน้าเศร้า แล้วยิ้มอย่างลังเล』 สิ ไม่สิ? ถ้าทำแบบนั้นมันน่ารำคาญออก!」

 

「นั่นมันพลาดไปหน่อย」

 

「ก็เหมือนกันนั่นแหละ นายเองก็แกล้งทำเหมือนกันนี่ เป็น 『นายเทวดาผู้แสนดี~』!กับฝ่ายตรงข้าม ตลอดเลยนี่ เจ้าเด็กชอบเอาชนะ แสดงความรักไม่เป็น!」

 

「…ที่จริงเรื่องนี้มันก็เป็นความจริงนี่นา」

 

「หืม โกรธแล้วเรอะ? ฉันจะตีนายดีไหม ห้ะ?」

 

พวกเราจ้องมองกันอยู่ชั่วครู่ จนกระทั่ง

 

*แปะ**แปะ*

 

เมื่อหันหน้าไปตามเสียงปรบมือ พวกเราก็เห็นท่านพ่อยิ้มกว้างให้อยู่

 

「…. เธอสองคนจะใกล้กันเกินไปแล้วนะ」

 

วูล์ฟเข้ามาที่พวกเราอย่างเงียบๆ เขาพูดแค่นั้นก่อนที่จะดึงมือฉันให้ออกห่างจากเชด

 

ดังนั้น เขาที่เหลือตัวคนเดียวในตระกูล จึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของฉันด้วย

 




NEKOPOST.NET