[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game ตอนที่ 17 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game

Ch.17 - ภาค 2 ตอนที่ 8


 

ร่างกายของฉันกำลังสั่นไหว หลังจากที่ฉันถูกดึงออกมาจากเตียง แล้วโดนเขย่าตัวไปมา ปลุกฉันให้ตื่นจากความง่วง

 

ตัดสินใจจากความรู้สึกของฉัน ฉันอยากจะปิดเปลือกตา และจมดิ่งไปในท้องทะเลแห่งความฝัน ให้การรับรู้ทั้งหลายนั้นบินออกไป แต่ดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างไม่ให้ทำแบบนั้นเสียแล้ว

 

เจ้าของมือหนากระด้างที่กำลังจับไหล่ของฉันเขย่าไปมา– คือเชด

 

「…??」

 

ฉันงงงวยกับคนที่มาเยี่ยมยามวิกาล ที่ไม่น่าจะเข้ามาในตอนนี้ได้ แถมยังอยู่บนที่นอนฉันอีก เรื่องนี้ทำให้ฉันตาสว่างทันที

 

「กะ เกิดอะไรขึ้น?」

 

เชดยืนมองฉันอยู่ที่เตียงข้างๆ พร้อมกับถอนหายใจด้วยความอ่อนล้า

นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันไม่แหย่เขาเหมือนกับเวลาอื่น อย่าง “โรคจิต?!” เป็นเพราะฉันรู้สึกว่าสถานการณ์นี้ผิดปกติ ใบหน้าของเชดที่อยู่ข้างเตียงฉันขาวซีดอย่างเห็นได้ชัดเจน

 

「เกิดอะไรขึ้น?」

 

「ทะ-ท่านพ่อ เขา…」

 

「เกิดอะไรขึ้นกับน้านาร์ซิสซัส?」

 

สีหน้าของเชดในตอนนี้ดูตื่นตระหนก พอเห็นแบบนี้ทำให้ฉันเกิดความกังวลไปด้วย

 

「ตาของฉัน เขาบอกว่าจะเอาตาของฉันไป」

 

คำพูดคำจาของเชดดูแปลกไปจากเดิม

 

แต่ฉันเหมือนเคยได้ยินเรื่องนี้ที่ไหนสักแห่งมาก่อน

 

ตอนที่ยังเป็นเกม

 

『เมื่อตอนที่ฉันยังเป็นเด็กพ่อของฉันบอกว่า “เอาตาของแกมาให้ฉัน” และไล่กวาดฉัน』

เรื่องที่เค้าพูดออกมานั้นไม่มีคำอธิบายใดๆ เพิ่มเติม ภายในเกมก็ไม่ได้เอ่ยถึงอดีตของเชด อีกทั้งนางเอกเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของเขาเท่าไหร่นักด้วย

 

อันที่จริง ฉันคุ้นเคยเรื่องแบบนี้แล้วจากประสบการณ์ของตัวเอง ดูเหมือนว่าน้าจะหมกมุ่นเรื่อง『สีแดงแห่งสายเลือดตระกูลดยุคแห่งลิเลีย』มากจนน่ากลัว

 

「อย่าบอกนะว่า… ตอนนี้ – นายกำลังถูกท่านน้าไล่ล่า..?」

 

เมื่อฉันถามออกไป เชดก็พยักหน้าหลายครั้งราวกับเสียสติ

 

เพียงเท่านั้น

 

เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

 

ฉันรีบเอาผ้าห่มมาคลุมร่างของเชดทันที


 

ผ้าห่มส่วนตัวของฉัน ที่ฉันเอาไว้คลุมโคมไฟที่อยู่ข้างเตียง มีพลังในการเปิดปิดไฟ

 

เสียงเคาะประตู– ยังดังรัวอย่างต่อเนื่อง

 

「คะ-ค่ะ ใครคะ?」

 

ขณะที่กำลังข่มใจอยู่นั้น ลึกๆ แล้วฉันอยากให้วูล์ฟอยู่ที่นี่ด้วย ฉันกำมือสองข้างที่สั่นเทาแน่น

 

「ลิโคริส น้าเองนะ นาร์ซิสซัส ขอโทษที่มารบกวนยามดึกแต่ว่าเชดมาที่นี่หรือเปล่า?」

 

「เขาไม่ได้มาค่ะ」

 

ฉันเสียใจที่พูดแบบนั้นออกไป นี่เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเกินไป ถ้าหากว่าคนที่โดนปลุกให้ตื่นล่ะก็ จะต้องพูดตอบไปว่า ‘มีอะไรหรือคะ?’ หรือบางอย่างที่ดีกว่านี้ในการถามกลับไป

 

「น้าเข้าไปนะ」

 

โดยไม่รอคำตอบ ท่านน้าก็ก้าวเข้ามาในห้องราวกับทำตัวเป็นเจ้าของห้อง

 

ภายในห้องนั้นมืดมิด

 

ท่านน้ายังคงทำตัวไร้มารยาท ตามแบบฉบับของเขา ฉันรอคอยอย่างหวาดกลัว จนกระทั่งท่านน้าเดินมาหยุดที่ข้างเตียง –ฉันรีบโยนหมอนของฉันปาไปทางเขาอย่างรวดเร็ว

 

ฉันโยนมันไปด้วยพลังทั้งหมดที่ฉันมี โชคดีมากที่ปาไปโดนใบหน้าของท่านน้า ทำให้เขามึนงงไป ฉันจับมือเชดแล้ววิ่งไปที่ประตูอย่างเร่งรีบ

 

แม้ว่าจะหลบหนีออกจากห้องฉันได้แล้ว แต่ห้องของวูล์ฟนั้นอยู่ฝั่งตรงข้ามที่ไกลออกไป ห้องของเขาอยู่ทิศทางตรงกันข้ามกับบันได  ฉันคิดว่าถ้าไปคงเสียเวลา และนี่เป็นครั้งแรกของฉันกับเชดที่หลบหนี

 

「ออกไปข้างนอก!」

 

เชดและฉันวิ่งลงบันไดออกไปประตูที่จะออกไปข้างนอก

 

แต่ประตูใหญ่ถูกล็อค แม้ว่าจะล็อคจากด้านใน แต่ด้วยกำลังของเด็ก ทำให้พวกเราไม่สามารถพังทลายประตูได้ ไม่มีเวลาจะมานั่งหากุญแจแล้วด้วย

 

ฉันถามเชดว่ามีจุดอื่นสามารถออกไปได้อีกไหม แต่เขาส่ายหัว ถอนหายใจก่อนที่จะมองมาทางฉันด้วยสีหน้าเจ็บปวด แม้ว่าฉันจะเคยวิ่งเล่นในคฤหาสน์หลังนี้ แต่ว่าเรื่องประตูเป็นเรื่องยกเว้นน่ะนะ

 

ยกตัวอย่างเช่น พวกเราสามารถโดดออกจากหน้าต่างได้ แต่พวกเราไม่มีความกล้ามากพอที่จะเข้าไปในห้องพักที่เรียงรายกันอย่างนั้น และอีกอย่างหน้าต่างเป็นทรงไม่สูง ไม่สามารถให้พวกเราปีนออกได้ ในตอนนี้พวกเราอยู่ในสภาวะที่เรียกว่าถูก ‘กักขัง’

 

พวกเราที่ไม่ได้มีการวางแผนในเรื่องนี้เลย ได้ยินเสียฝีเท้าดังแว่วเข้ามาเรื่อยๆ กระตุ้นให้เราวิ่งไปยังบันได ผ่านชั้นบน วิ่งไปยังห้องใต้หลังคา ที่เป็นสถานที่เดียวที่ฉันรู้ว่าใช้ซ่อนตัวได้

 

พวกเรารีบวิ่งไปเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ กระโดดขึ้นไปบนห้องใต้หลังคา ฉันร่วมมือกับเชดทำกับดักกีดขวางบริเวณที่อยู่ใกล้เคียงกับประตู ด้านหน้าประตูกัดกันเพื่อให้เขาสับสน จากนั้นฉันก็สั่งให้เชดปีนขึ้นบันไดที่มุมหนึ่งของห้อง

 

โครงสร้างของห้องใต้หลังคานี้แบ่งเป็นสองชั้น ก็คือห้องพักทั่วไปนั้นการเปิดประตูเข้ามาในห้อง แล้วปีนขึ้นบันไดเป็นขั้นตอนที่สอง

 

หลังจากที่เชดปีนขึ้นบันไดไปแล้ว ฉันก็ปีนขึ้นไปบนนั้นตามเช่นกัน แล้วเราก็ดึงบันไดขึ้นมาด้านบน เพื่อไม่ให้มีใครคิดว่าพวกเราปีนขึ้นมาบนนี้ นั่งอยู่ในที่ที่แออัด มีกลิ่นเหม็นๆ ของอากาศที่ไม่ได้ถูกถ่ายเท ทำให้รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

 

ถึงแม้ว่าพวกเราจะเปิดหน้าต่างเพื่อถ่ายเทอากาศ แต่มันไม่ลมทำให้อากาศในห้องระบายออกไปไม่มากนัก ฉันกับเชดนั่งอยู่ตรงมุมหน้าต่างของห้อง

 

「นี่ –คิดว่าอีกนานแค่ไหนกว่าเขาจะมาที่นี่?」

 

「…ก็คงสักพักใหญ่ และพวกเราก็สร้างกับดักไว้ด้วย ถ้ามีสิ่งกีดขวางกั้นไว้คงทำให้ถ่วงเวลาได้สักพัก และเราจะได้ยินเสียง แม้ว่าจะมองไม่เห็นก็เถอะ ฉันคิดว่าเขาคงจะต้องโยนสิ่งของที่ขวางทางเขาออกไปก่อนแน่ๆ」

 

อันที่จริงแล้วที่นี่ถูกใช้เป็นห้องเก็บของ ทำให้มีข้าวของมากมายวางระเกะระกะเต็มไปหมดอยู่แล้ว

 

ยกตัวอย่างเช่น ไม่รวมน้าที่เตรียมบันไดเพื่อขึ้นมาข้างบนนี้คงจะซื้อเวลาได้อีกหน่อยจากสิ่งกีดขวาง และการหาบันไดปีนขึ้นมาหาพวกฉัน

 

「เกิดอะไรขึ้น ทำไมหน้าของนายถึงเป็นแบบนี้?」

 

เมื่อมองหน้าของเชด ดูเหมือนใบหน้าของเขาจะดูหวาดวิตกมากกว่าเดิม ฉันเพิ่งเห็นใบหน้าของเชดชัดๆ ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องกระทบผิวขาวซีดของเขา มีร่องรอยขีดข่วยเล็กๆ หลายจุด ลักษณะการขีดข่วนที่เกิดขึ้นหลังจากที่ฉันเจอเขาล่าสุด

 

ถึงแม้ว่าความหวาดระแวงที่ฉันมีต่อเชดจะไม่ได้หายไปทั้งหมด แต่สถานการณ์แบบนี้ฉันก็ยังเป็นห่วงเขาเหมือนกัน

 

「หลังจากที่เธอส่งตัวฉันให้ผู้ชายคนนั้น ฉันก็ถูกขังอยู่ในห้องของฉันคนเดียว แต่พอตกดึก ผู้ชายคนนั้นก็เข้ามาในห้อง แล้วบอกว่าอยากคุยกับฉัน」

 

“สุดท้ายแล้ว” ดูเหมือนว่าฉันไม่ได้เป็นคนเดียวที่คิดอย่างนั้น

 

「ฉันคิดว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย เธอรู้นี่ว่าฉันแกล้งทำเป็นดีด้วย แล้วนี่ก็เป็นโอกาสดี ฉันทะเลาะกับคนอื่น แล้วก็ยิ่งไม่พอใจมากขึ้น!」

 

「เช่นอะไร?」

 

「อย่าง ถ้าเธอพูดจาไม่ดี ไร้การอบรม อย่างคนที่ฉันเรียกว่าพ่อ เธอเชื่อว่าฉันเป็นลูกเขาเหรอไง? ถ้าฉันไม่ได้รับสืบทอดสายเลือดนี้ พลังนี้ ฉันคงเป็นแค่เด็กไร้ค่า….ขอโทษด้วยที่ฉันพูดไม่สุภาพนะ」

 

「เอ๊ะ? นาย… ไม่ใช่ลูกของน้าเหรอ?」

 

「มันงี่เง่าเนอะ ว่าไหมแต่ความเป็นจริง ฉันเป็นลูกของผู้ชายคนนั้น」

 

หรือพูดก็คือ เขาสับสน หวาดระแวงจนไม่รู้ว่าพูดยังไง “เขาไม่ใช่พ่อ” เชดในตอนนี้ดูเหมือนยังไม่หายหวาดระแวง แต่ว่านะ ฉันเข้าใจล่ะ

 

「และอ่า… น้าพูดว่า『เอาตาแกมา』เหรอ?」

 

「ใช่ ผู้ชายคนนั้นพูดว่า “เอาตาแกมา แล้วไสหัวไปจากบ้านนี้” ครั้งแรกที่ฉันได้ยินเสียงผู้ชายคนนั้นตะคอกใส่ฉัน」

 

เสมือนกับมีหยดน้ำเย็นๆ ไหลผ่านลงตรงกระดูกสันหลังของฉัน นั่นเป็นเหงื่อที่ให้ความรู้สึกหนาววาบ ความรู้สึกที่ทำให้ใจไม่อาจสงบลงได้ กับบรรยากาศแปลกๆ นี้

 

จากนั้นเสียงประตูที่เชื่อมต่อกับทางเดินก็ดังขึ้น

 

เคร้ง เคร้ง เสียงน่ากลัวที่ห้องกังวานไปทั่วห้อง

 

「ลิโคริส หลานอยู่ที่นี่หรือเปล่า? ออกมาเถอะ น้าไม่โกรธหลานหรอก หลานไม่ได้ทำอะไรไม่ดีนี่นา จริงไหม?」

 

แน่นอนว่าฉันไม่ได้ออกไป และยังคงนิ่งเงียบ

 

ฉันรู้สึกหมดท่า พยายามที่จะลบตัวตนของฉันออกไป หายใจให้เบาและทำตัวตัวให้หดเล็กที่สุด เพราะสิ่งกีดขวางพวกนั้นไม่ได้แข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

 

เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง

 

เพียงแค่แปปเดียวเท่านั้นประตูก็เปิดออกมา ช่องว่างของประตูที่มีสิ่งกีดขวางกลายเป็นของไร้ค่า

 

น้าได้เดินเข้ามาในห้องใต้หลังคาแล้ว

 

ขณะที่น้าเดินวนหาพวกเราไปรอบๆ ใต้หลังคา เสียงของเขาก็ดังไปด้วย เป็นเสียงที่ไว้ใช้เกลี้ยกล่อมหลอกลวงคนอื่น

 

「เชด ถ้าลูกออกมาตอนนี้พ่อจะให้อภัยลูก ลูกและลิโคลิสสามารถแต่งงานแล้วมีลูกของลูกได้ เด็กที่มีตาสีแดง ลองคิดดูสิเด็กคนนั้นจะมีความสามารถที่งดงามแค่ไหน ท่านย่าของลูกเองก็คงต้องการแบบนี้เช่นเดียวกัน! แคเฟอร์เขาไม่ใช่คนแบบนั้น! นั่นทำให้ฉันรังเกียจ– ฉัน!」

 

เสียงของน้า ทั้งตื่นตระหนก ตื่นเต้น เกี้ยวกราด และตกอยู่ในความเงียบเชียบ

 

「อ้าา มันอันตรายนะ ที่เด็กสองคนปีนขึ้นไปอยู่บนนั้นน่ะ」

 

เมื่อก่อนฉันเคยสงสัยว่าน้าพูดอะไรบ้าง

 

แต่ว่าคำบ่นพวกนั้น ไม่เคยออกมาจากปากของเขา เขาที่ไม่ได้ใส่ใจใยดีอะไร นอกเหนือจากสิ่งที่เขาชอบเท่านั้น

 

ใช่ นานมากแล้วที่น้าไม่เคยสนใจพวกเรา

 

ไม่ว่าจะเป็น ไคนัม หรือน้าสะใภ้ พวกเขาไม่เคยอยู่ในความสนใจของน้าเลย

 

แม้แต่เชดเองก็ยังไม่อยู่ในความสนใจของน้าเลย

 

พวกเราควรที่จะหาอะไรปาใส่เขา ฉันไม่ได้คิดเรื่องนี้เอาไว้เลย และฉันในตอนนี้ไม่สามารถก้าวไปยังด้านข้างของหน้าต่างได้ และก็เช่นเดียวกันที่ฉัน– ฉันเบียดตัวเองเข้าหาเชด ยิ่งกลัวเท่าไหร่พวกเราก็เบียดเข้าหากันมากขึ้น ถึงยังไงเชดก็อายุน้อยกว่าฉัน

 

พวกเราสองคนไม่กล้าที่จะแอบมองจากรอยโหว่ของช่องเพดาน ข้างล่างห้องที่มีเสียงแปลกๆ มีเพียงแสงจันทร์ที่คอยปลอบประโลมเท่านั้น “นี่มันไม่ใช่แค่สัตว์ประหลาดแล้ว น้าคือสิ่งที่ต่างไปจากนั้น มันน่ากลัวกว่านั้น”นี่คือสิ่งที่ฉันคิด

 

ด้านล่างยังมีเสียงสิ่งของกระทบกันไปมาอยู่

 

ร่างกายของฉันแข็งทื่อ แม้ว่าจะไม่มีบันได แต่ว่าด้วยร่างกายที่สูงใหญ่ของผู้ใหญ่ พวกเขาสามารถใช้สิ่งของวางเพียงเล็กน้อย แล้วเหยียบพวกมัน เปิดผนังเพดานหาพวกเราได้ไม่ยากนัก

 

เมื่อนานมาแล้ว ไคนัม และฉันมาหลบอยู่ที่นี่ เพราะพวกเราถูกทิ้งเอาไว้ให้อยู่กันตามลำพังเสมอ

 

ฉันหลับตาแน่น มือปิดหู แล้วเบียดร่างกายปิดบังร่างของเชด แล้วเรียกหาใครสักคนให้มาช่วยพวกเราในใจ

 

เคร้ง เคร้ง

เสียงดังตุ้บจากด้านล่าง

 

มันเป็นเสียงที่ฉันรู้สึกว่ามันแปลกไป แม้ว่าจะปิดกั้นเสียงแล้วก็เถอะ

 

จากนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมา

 

「แกอย่าเอาเด็กมาเป็นของเล่น! โดยเฉพาะลูกสาวของฉัน!!」

 

ท่านพ่อที่ปรากฏตัวออกมา พร้อมกับคำพูดที่ทำให้น้ำตาของฉันไหลออกมา

 

 

==========================================



NEKOPOST.NET