[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game ตอนที่ 16 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game

Ch.16 - ภาค 2 ตอนที่ 7


「เมื้อกี้นี้เธอใช้เวทมนตร์กับฉันใช่ไหม?」

 

เมื่อได้ยินคำถามของฉัน เชดกลับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

 

「พูดเรื่องอะไรเหรอ?」

 

มือของเชดถูกมัดเอาไว้ไพล่หลัง และนัยน์ตาของเขาถูกผ้าปิดเอาไว้

 

แน่นอนว่าคนที่จับเขามัดไว้แบบนี้คือฉันเอง!

 

ถึงวูล์ฟจะต่อยเข้าที่ท้องของเชดแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ฉันก็ต่อยเขาไปด้วยเหมือนกันเฉียดตรงที่ริมฝีปากของเขา ถึงแม้จะเห็นใจ แต่ฉันก็ต้องทำเป็นใจแข็ง

 

แม้ว่าที่แก้มของเขาจะมีรอยบวมช้ำจากการใช้กำลังของฉันก็ตามที่ แต่ว่านะเรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้น เรื่องนี้ต่างหากที่น่าสนใจกว่า

 

เชดไม่ยอมสารภาพ ไม่ยอมอธิบายว่าทำไมฉันถึงหลุดปากพูดอะไรออกไป ในตอนที่กำลังคิดอยู่ วูล์ฟก็ให้คำตอบกับฉัน

 

「จากสิ่งที่ได้ยินมาจนถึงตอนนี้เขาน่าจะมีเวทมนตร์ เป็นพวก 『หนีการปิดผนึก』สินะ」

 

「หนีการปิดผนึก?」

 

「เธอเคยถูก『ปิดผนึก』จากสมาคมเวทมนตร์ตอนที่อายุ 5 ขวบด้วยใช่ไหม?」

 

「ใช่ พวกเขาบอกว่าเพื่อที่จะกันไม่ให้เวทมนตร์ของเรานั้นมีฤทธิ์มากเกินไป」

 

เป็นไปตามคำอธิบายของวูล์ฟ

 

เด็กทุกคนที่เป็นลูกของขุนนางที่มีเวทมนตร์จะต้องถูกทางสมาคมเวทมนตร์『ปิดผนึก』 ในวัยเด็ก เพื่อที่จะกันไม่ให้พวกเด็กๆ เหล่านั้น ใช้เวทมนตร์ในทางที่ผิด หรือเกินขีดจำกัด จนกว่าพวกเขาจะได้เข้าไปในโรงเรียนตอนอายุครบสิบสองปี เมื่อถึงตอนนั้นพวกเขาจะได้เรียนรู้วิธีใช้เวทมนต์ การควบคุมพลังให้ดีเสียก่อน ก่อนที่จะเปิดผนึกขึ้นมา

 

แต่ว่า『ปิดผนึก』นี้นั้นทำให้พวกสมาคมเวทมนตร์ต้องตระเวนหาเด็กที่มีเวทมนตร์ และทำการปิดผนึกให้กับเด็กเหล่านั้น ถึงแม้ว่าจะพยายามป้องกัน แต่ว่าก็ยังมีเด็กที่เล็ดรอดไปอยู่ดี

 

อนึ่งเพราะว่าพวกเขาจำกัดแค่ที่『ที่เป็นลูกของขุนนาง』เป็นส่วนใหญ่ เพราะว่าเด็กที่มีเวทมนตร์นั้นส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่เกิดจากชนชั้นสูงแทบทั้งสิ้น

 

「แม้ว่าทางสมาคมจะเข้มงวดยังไงก็มีการยกเว้นอยู่สองกรณีก็คือ หนึ่งเด็กนอกสมรส ก็คือเด็กที่ไม่ได้เกิดตระกูลขุนนาง และสองก็คือได้รับพลังมาจากการสืบทอดมาจากหลายรุ่นจนเป็นการกลายพันธ์ของเวทมนตร์ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในวงศ์ขุนนางแล้ว แต่ก็มีสองกรณีนี้เกิดขึ้นได้ ทำให้ทางสมาคมไม่ทราบว่ามีเด็กสองแบบนี้มีตัวตนอยู่ ทำให้เกิดข้อละเว้นขึ้นได้」

 

ฉันอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนงี่เง่ามากที่ลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไป ขณะที่กำลังฟังคำอธิบายของวูล์ฟ ฉันก็ค่อยๆ ปรับอารมณ์ของฉันได้แล้ว

 

「นะ... วูล์ฟนี่รู้เรื่องดีจังนะ? เรื่องเวทมนตร์นี่เป็นข้อห้ามสำหรับเด็กไม่ใช่เหรอ? เรื่องนี้พวกเราจะรู้ในตอนที่เข้าเรียนในโรงเรียนนี่นา การเรียนรู้ด้วยตัวเอง รวมทั้งการศึกษาในเชิงทฤษฎี ถูกสั่งห้ามโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ นี่

อันที่จริง ฉันไม่รู้หรอกถ้าครูที่สอนพิเศษไม่บอกฉันเรื่องนี้ แล้วก็ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็ก พวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้อ่านหนังสือใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์ ถ้าพวกเขาไม่ได้เรียนจบจากในโรงเรียน」

 

「ใช่ นั่นก็ด้วย…แต่ อันที่จริงแล้ว มันมีช่องโหว่อยู่นี่นา หากว่าเธอฟังเรื่องต่างๆ จากบทสนทนาของผู้อื่น หรือไม่…เธอก็สามารถหาอ่านจากในหนังสือได้อยู่ดีนั้นแหละ」

 

ฉันนี่มันโง่มากๆ ในตอนนี้ฉันรู้สึกว่าวูล์ฟกำลังเปล่งประกายอ่อร่าแห่งความรู้

 

เมื่อก่อน เป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็นของฉัน กระตุ้นให้ตัวฉันแอบลอบเข้าไปในห้องทำงานของท่านพ่อ  ความทรงจำที่ขมขื่นทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจ ทำให้ไม่สามารถลุกออกจากเตียงไปประมาณครึ่งวันเพราะไปแอบอ่านหนังสือของท่านพ่อมา


 

「นั่นก็เป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ชายไม่ใช่เหรอ? สำหรับเด็กผู้หญิงในตระกูลเองตามกฎแล้วก็ไม่ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ห้ามไม่ให้ออกไปข้างนอกได้ด้วยตัวเองนี่นา เธอไม่คิดอย่างนั้นเหรอ?」

 

「กะ ก็นะ ฉันว่า…นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดคุยกันแบบนี้นะ?… ตอนนี้ จะทำยังไงกับเขา」

 

พอได้รับประโยคที่เบี่ยงเบนประเด็นพูดคุยอย่างชัดเจน ฉันก็หันไปเผชิญหน้ากับเชดที่เป็นหัวข้อเดิมที่คุยกันค้างไว้ แน่นอนว่าฉันไม่ได้หลงกล ฉันสาบานกับตัวเองว่าฉันจะไม่มองข้ามทุกอย่างไม่ว่าอะไรก็ตามที

 

ก่อนหน้านี้ด้วยคำอธิบายของวูล์ฟ และตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนจากเวทมนตร์ที่เปลี่ยนแปลงของตัวเอกในเกมนี้

 

แล้วก็เด็กนอกสมรส– หรือก็คือเด็กที่เกิดจากการที่คู่รักที่ไม่ได้แต่งงานตามกฎหมาย ทำให้ลอดพ้นจากท่างสมาคมเวทมนตร์ไป– และเรื่องของเรื่องนี้ก็คือเชด

 

「พวก『หนีการปิดผนึก』 …แต่ สายเลือดครึ่งหนึ่งของเขาเป็นสายเลือดชนชั้นสูง ทางสมาคมจะจัดการอย่างไรกับเรื่องนี้ล่ะ?」

 

「แน่นอนว่า พวกเขาจะพูดเรื่องนี้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย ถ้าเดาตามสถานการณ์ตอนนี้เด็กที่แสดงความสามารถออกมาแล้วนั้น พวกสมาคมจะต้องหาทางเร่งปิดผนึกให้ได้ แต่ว่าการปิดผนึกจะไม่สมบูรณ์ และทำให้เวทมนตร์ของเด็กคนนั้นมีประสิทธิภาพด้อยลง」

 

「เข้าใจแล้ว… ถ้าอย่างนั้น ถ้าทางสมาคมเวทมนตร์ได้รับข่าวว่ามีเด็กที่ใช้เวทมนตร์ได้ล่ะ–อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าหากว่าข่าวมันรั่วไปถึงพวกสมาคมล่ะ?」

 

「 ไม่มีอะไรที่ไม่สามารถทำได้ ถ้าไม่ได้อยู่นอกเหนือจากการกระทำผิดอาญา ผนึกนั้นจะแข็งแกร่งมากขึ้น ถ้าหากเวทมนตร์มีความสามารถสูง และทางสมาคมจะเอาไปใช้กับเด็กพวกนี้」

 

「แล้วถ้าเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมายล่ะ?」

 

「พวกเขาจะพิจารณาถึงการกระทำผิด และอาจจะต้องถูกประทับตราห้ามใช้เวทมนตร์ถาวรบนร่างของเขา」

 

ฉันหันหน้ากลับไปมองเชด สีหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย

 

「เวทมนตร์ควบคุมจิตใจ?」

 

「นี่น่าจะเรียกว่า เวทมนตร์เสน่ห์น่ะ  ผลที่ได้คือมีเสน่ห์ต่อเพศตรงกันข้ามสูง ถ้าพวกเขาอยู่ในภาวะที่อ่อนแอ แล้วพลังก็จะกลายเป็นแข็งแกร่งมาก ในการพูดหรือการแสดงออกจะดูน่าสนใจ และที่น่าสนใจปนกับความยุ่งยากก็คือ ระดับการใช้พลังของเวทมนตร์นั่นแหละนะ」

 

อย่างนั้นเหรอ ฉันคิดว่าฉันไม่มีความรู้เรื่องนี้เลยสักนิดเดียวถ้าเทียบกับวูล์ฟ….

 

「เชด เธอไม่ได้ใช้เวทมนตร์กับไคนัมใช่ไหม?」

 

「อืม ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน…」

 

เชดบอกฉันหน้าตาย

 

อาา ท่าจะลำบากแล้วสิ

 

「ฉันคิดว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากซ้อมเขา…」

 

「อย่ามาล้อเล่นด้วยใบหน้าแบบนี้นะ – …เธอล้อเล่นใช่ไหม?」

 

「ไม่รู้สิ」

 

ห๊ะ? วูล์ฟในตอนนี้ดูเหมือนจะจริงจังกับเรื่องนี้มากทีเดียว?

 

ไม่สิ ในตอนนี้ ต้องขอให้วูล์ฟเก็บเรื่องของเชดไว้เป็นความลับก่อน หรือไม่ก็ต้องปล่อยเป็นหน้าที่ของวูล์ฟดำเนินการต่อไป

 

เริ่มจาก เขาสงสัยเรื่อง『หนีการปิดผนึก』รึเปล่า

.

ยังไงก็ตามแต่เรื่องที่จะกลายเป็นว่าฉันมีอคติกับเชดได้

 

ในเกมนั้น เชด โกหกตัวเอกในเกมแทบจะทุกเรื่อง

 

ไม่สิ บางทีเขาอาจจะจงใจโกหก หรืออาจจะพูดความจริง แต่จงใจละเลยความจริงบางเรื่องไป เพราะความที่เขาแตกต่างจากผู้อื่น ถ้าเป็นในกรณีหลังฉันอาจจะให้อภัยเขาได้

 

ในความเป็นจริงแล้ว ตอนที่เชดเล่าเรื่องของเขากับตัวเอกนั้น ไม่ได้บอกเกี่ยวกับเรื่องการ『หนีการปิดผนึก』อะไรเถือกนั้นเลยเถอะ

 

และเขาก็ไม่ได้พาดพิงถึงไคนัมด้วย

 

ถ้าจำไม่ผิด『เชดนั้นจะคุยเรื่องในอดีต』 เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในช่วงต้นของวันที่อากาศดี ภายในเกม การมีตัวตนของตัวเอก ดึงดูดเชด ที่เข้ามาพูดคุยเรื่องของเขา แม้ว่าเขาจะจงใจบิดเบือนบางเรื่องไปอย่างง่ายดาย

 

นั่นก็คือยากที่จะบอกว่านี่คือเรื่องจริงในปัจจุบัน

 

「ถ้าเธอใช้เวทมนตร์กับพี่สาวของนาย เวทมนตร์ที่นายใช้มันใช้มากเกินไปแล้ว นายกำลังทำอะไรอยู่เชด?」

 

ร่างกายของเชดชักกระตุก

 

ฉันคิดว่าเขารู้ เขาใช้มันใช่ไหม...

 

ช่องว่างบางๆ ยังคงมีช่องโหว่อยู่ บางอย่างที่มันอาจจะปิดปกติไป

 

ถ้าเขาดึงไคนัมเป็นพรรคพวกของเขา ฉันกล้าพูดเลยว่าเขากล้ามากที่ทำแบบนี้ ปกติแล้วไคนัมเป็นพี่สาวที่แสนอ่อนโยนแท้ๆ

 

ส่วนใหญ่แล้วเธอจะแอบเอาอาหารและน้ำไปให้เชด หรืออาจะต้องบอกว่านี่อาจจะเป็นการที่เชดใช้พลังเวทมนตร์ควมคุมจิตใจของไคนัม การกระทำทั้งหมดของเธอถึงได้เป็นแบบนั้น นั่นคือสิ่งที่ฉันคิด

 

และเชดยังใช้เวทมนตร์พวกนี้ควบคุมจิตใจของไคนัม บางทีเป็นเพราะว่าเขาไม่ไว้ใจเธอ หรือไม่สามารถไว้ใจเธอได้

 

เขาไม่เชื่อใจผู้หญิง– ไม่สิ นี่มันไม่ถูกต้อง เพราะเขาก็ดูผ่อนคลายยามที่เขาเดินไปรอบๆ ดังนั้นบางทีเขาอาจจะใช้เวทมนตร์ ในเกมนั้นจุดที่สำคัญที่สุดของเชดคือเขาไม่ไว้ใจคนอื่นๆ เลย

 

ซึ่งนั่นถ้าเกิดว่าจบแบบเบดเอนล่ะก็ เชดจะเกิดความหึงหวงไม่เชื่อใจตัวเอก เขากลัวว่าตัวเอกจะทิ้งเขา ทิ้งเขาไปอย่างที่แม่ของเขาเคยทิ้งเขาไป ซึ่งนั่นเป็นการกระทำของพวกยันเดเระ แต่ว่า

 

「วูล์ฟ จะยกเลิกเวทมนตร์เสน่ห์ได้ยังไง?」

 

「เวทมนตร์นี้ไม่ได้คงอยู่ถาวร ถ้าไม่ได้ใช้มันก็จะหายไปเองนั่นแหละ」

 

「ถ้างั้น สักครู่เดียวไคนัมก็จะกลับเป็นตัวเองตัวเอง และเธอก็จะกลายเป็นคนที่รู้ความจริงเรื่องเวทมนตร์ของเชดใช่ไหม?」

 

「ฉันเองก็สงสัยเยู่เหมือนกันว่ามนตร์เสน่ห์จะมีผลกระทบอะไรรึเปล่า มันคงไม่ได้แปรเปลี่ยนตามสภาพเวทมนตร์ของผู้ใช้มั้ง」

 

「วูล์ฟ! จะทำอะไรกับเชดน่ะ!」

 

「ก็ เขาน่าจะรู้พลังของตัวเขาดีที่สุด นี่เป็นเรื่องที่พวกเราคุยกันนี่ เชื่อฉันเถอะถ้าใช้กำลังนิดๆ หน่อยๆ ฉันทำให้เขายอมสารภาพให้ได้นะ…」

 

「ขอปฏิเสธ!」

 

「จากนี้ไปปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ดีกว่านะ โชคดีที่ดยุคแห่งลิเลียจะมาถึงพรุ่งนี้เช้า」

 

นั้นเป็นข่าวดีที่น่าดีใจจริงๆ

 

พอท่านน้าเข้าในในห้องพักพร้อมกับพ่อบ้าน พวกเราก็อธิบายเวทมนตร์ของเชดสั้นๆ และออกจากห้องไป

 

ถ้าเป็นไปได้ฉันไม่ต้องการให้ท่านน้ากับวูล์ฟแสดงตัวเป็นปรปักต่อกันมากนัก และฉันก็ไม่ต้องการเห็นหน้าของท่านน้าด้วย

 

หลังจากนั้นฉันก็ตัวติดกับวูล์ฟตลอดทั้งวัน ไม่ได้ออกห่างจากเขาแม้แต่น้อย แต่นั่นก็เป็นแค่คำเปรียบเปรยล่ะนะ

 

ถ้าเกิดมีแค่ฉันคนเดียวฉันคงจะแย่ แต่พอมีคนอยู่ด้วยทำให้ฉันรู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้น

 

เพียงแต่ตอนมื้อค่ำในบ้านของตระกูลแรงเจอรัช ที่ฉันอยู่ตอนนี้ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจเลย

 

แม้ว่าท่านน้าจะเตรียมห้องไว้ให้วูล์ฟ แต่ว่ามันไกลจากที่ห้องพักของฉันมากทีเดียว แน่นอนว่าฉันก็ไม่ค่อยพอใจกับการกระทำนี้ของท่านน้า ทั้งนี้ระยะทางนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่ฉันจะสามารถวิ่งหนีไปได้ทันที โดยไม่มีเสียงดังรบกวน ฉันน่าจะหยุดเขา

 

ยังไงก็ตามแต่ ฉันนอนขดอยู่บนเตียง คิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน ด้วยจิตใจที่ไม่อาจสงบลงได้

 

เพื่อพิสูจน์ว่าเชดมีเวทมนตร์ ทำให้ไคนัมมีท่าทีเปลี่ยนแปลงไป หรือไม่เช่นนั้นนั่นก็เป็นเพราะตัวของไคนัมเอง(หรือ –ฉันไม่รู้จะว่าอย่างไรดี อย่างน้อยขอแค่ให้เธอเป็นตัวของเธอเอง) เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ฉันหวังว่าฉันจะสามารถคืนดีกับลูกพี่ลูกน้องของฉันคนนี้ได้นะ

 

เหนือสิ่งอื่นใด ฉันมั่นใจว่าพรุ่งนี้เช้าพอท่านพ่อมาถึงล่ะก็ ปัญหาทุกอย่างจะต้องคลี่คลายไปในทางที่ดี

 

ทุกอย่าง

 

แต่ก็มีเพียงเรื่องหนึ่งที่ฉันไม่รู้ว่าจะแก้ไขได้ยังไง

 

ท้ายที่สุดแล้วฉันก็ไม่ได้บอกเรื่องของแม่ที่ท่านน้าเล่าให้ฉันฟังกับวูล์ฟ

 

วูล์ฟอาจจะพูดว่าเข้าใจฉัน และเหตุการณ์ที่ท่านพ่อฉันต้องเผชิญ แล้วอาจจะให้คำแนะนำกับฉันได้

 

แต่ฉันอยากจะหยุดคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างน้อยก็ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ในตอนนี้

 

หลายข้อแก้ตัววนเวียนอยู่ในหัวสมอง

 

ในครั้งแรกฉันคิดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนตาย แต่พอกลายเป็นว่าเป็นเรื่องอุบัติเหตุทำให้ฉันคิดว่าเรื่องนี้มันชักจะยุ่งยากไปกันใหญ่

 

แม้ว่าท่านพ่อจะเป็นคนที่ชอบพูด ชอบคุยก็ตามที แต่ห้วข้อเรื่องที่เกี่ยวข้องกันกับท่านแม่นั้นไม่ค่อยถูกหยิบยกออกมาพูดเท่าไหร่นัก แน่นอนว่าท่านพ่อคงไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ บางทีเขาอาจจะไม่ต้องการพูดถึงเลยด้วยซ้ำ

 

ถ้าฉันถามท่านพ่อว่า「ท่านพ่อชอบแม่บ้างไหมคะ?」และฟังท่านพ่อตอบ ฉันสงสัยว่าท่านพ่อจะว่ายังไงนะ

 

ถึงนี่เป็นเรื่องในอดีต

 

แต่ ถ้าฉันอยากรู้เรื่องนี้ล่ะ

 

โชคดีที่ฉันง่วงนอนจนตาแทบจะปิด ความง่วงกำลังครอบงำฉันอยู่  ความจริงคงเป็นที่จิตใจของฉันที่เหนื่อยล้าเกินไป และพราะว่าในวันนี้ฉันใช้พลังงานมากเกินไปด้วย

 

เมื่อฉันหลับตา ฉันคิดว่าคงจะเปิดอีกทีในเช้าวันรุ่งขึ้น

 

…ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นไปตามแผนที่ฉันวางไว้ก็ตามที


 




NEKOPOST.NET