[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game ตอนที่ 13 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game

Ch.13 - ภาค 2 ตอนที่ 4


หลังจากนั้นฉันก็ถูกปล่อยให้อยู่กับเชด

 

ท่านน้านาร์ซิสซัสนั้นขอให้ฉันเป็นผู้ที่ดูแลการฝึกมารยาทของเชด ในตอนนี้ฉันต้องรับหน้าที่เป็นครูสอนมารยาท ส่วนท่านพ่อของฉันเองก็คงต้องฝืนใจยอมทำตามเรื่องนี้แบบตามน้ำไป

 

ฉันรู้สึกงงงวยกับการกระทำของท่านน้ามาก เขาเหมือนกำลังผลักดันให้ฉันทำอะไรกันแน่?หรือไม่เขาก็คาดหวังว่าท่านพ่อจะสนับสนุนเขาต่อไปในเรื่องนี้? ฉันในตอนนี้ไม่สามารถละทิ้งข้อสงสัยพวกนี้ไปได้เลย แต่

 

ในตอนนี้ฉันมีโอกาสมีจะถามคำถามในสถานการณ์ต่างๆ ที่ค่อนข้างซับซ้อนนี้แล้ว

 

「ฉันอยากให้เธอเรียกฉันแค่ ลิโคริส ไม่จำเป็นต้องเพิ่มคำว่า ‘ท่านหญิง’ ไว้ข้างหน้า และต่อจากนี้ฉันจะเรียกเธอว่าเชดด้วย ดีไหมคะ?」

 

「อืม」

 

「เธอทานข้าวเย็นรึยังคะ?」

 

「อือ ฉันต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้ออกไปร่วมทานมื้อเย็นด้วย」

 

「ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องขอโทษกับเรื่องแค่เพราะเธอไม่ได้ทานด้วยกัน ว่าแต่ว่าทานอะไรไปหรือคะ?」

 

แม้ว่าภายในใจของฉันกำลังร้อนรนในเรื่องนี้ แต่ว่าเชดกลับตอบชื่อเมนูอาหารของเขาซึ่งเป็นเมนูเดียวกันกับอาหารมื้อเย็นที่พวกเราทานไปได้ตรงกัน

 

ฉันรู้สึกโล่งใจมาก ที่อย่างน้อยอาหารของเขาในตอนนี้ไม่ต้องถูกจำกัด ไม่รู้ว่าจะเสียมารยาทไปไหม แต่ว่าฉันคิดว่าคงจะต้องถาม เพื่อรับรู้ความเป็นอยู่ของเขา

 

「เธอทานอาหารแค่นิดเดียวเองหรือ? ไม่อยากเชื่อเลยค่ะ」

 

「เปล่า ไม่ใช่แบบนั้นหรอก…มันไม่ใช่แค่『อาหาร』เท่านั้นนะ แต่นี่มันอร่อยมากเลย」

 

นี่เป็นคำตอบที่ธรรมดาๆ สำหรับคนทั่วไป ถ้าพวกเขาไม่เคยกินอาหารที่อร่อย จะทำให้พวกเขารู้สึกว่าอาหารมื้อนั้นอร่อยจริงๆ

 

「เข้าใจแล้วล่ะค่ะ ถึงแม้ว่าอาหารที่นี่จะอร่อย แต่ว่า…เธอก็คงจะคิดถึงอาหารฝีมือคุณแม่ของเธอบ้างเหมือนกันใช่ไหมคะ?」

 

เมื่อเอ่ยถึงเรื่องแม่ของเขา ดูเหมือนว่านัยน์ตาสีแดงของเขากลับเลื่อนลอย และเนื้อตัวของเขาเริ่มสั่นเทา

 

และสายตานั้นก็จ้องมองมาทางฉัน– ดูเหมือนว่าฉันจะถามคำถามที่เสียมารยาทต่อเขาไปเสียแล้ว

แล้วเขาก็หันสายตามาทางฉัน–  แล้วพูดจาตอบโต้เด็กสาวที่ถามคำถามที่เสียมารยาทด้วยใบหน้าที่เฉยเมย


 

「ถึงฉันจะคิดถึง แต่ว่าฉันกลับไปไม่ได้แล้ว เพราะแม่เป็นคนให้ฉันมาเอง」

 

ในที่สุดหลังจากที่เขาได้แสดงความคิดเห็นของเขาออกมา ความรู้สึกแปลกๆ ก็เริ่มผ่อนคลายลง นั้นเป็นเพราะการควบคุมตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบของคนตรงหน้า ในทางตรงกันข้ามฉันเหมือนไม่มีโอกาสที่จะได้เข้าไปรู้ความคิดของเขาเลย

 

「ขอโทษด้วยนะคะ ฉันเผลอเสียมารยาทไปซะแล้ว」

 

「…ไม่เป็นไร」

 

「เอาเป็นว่า ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปฉันจะสอนเธอในเรื่องมารยาทนิดๆ หน่อยๆ นะคะ ความจริงคงจะดีกว่าถ้าเธอจะเรียนรู้กับเด็กผู้ชาย แต่ในตอนนี้ฉันจะพยายามสอนเธออย่างสุดความสามารถเลยค่ะ」

 

「อื้อ ขอบคุณมากนะ」

 

เชดยิ้ม แล้วหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

 

ลูกพี่ลูกน้องที่อายุน้อยกว่าฉันหนึ่งปี ในตอนนี้เขาดูบริสุทธิ์มากทีเดียว ไม่รู้ว่าทำไมหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับเขาที่ทำให้บุคลิกของเขานั้นกลายเป็นแบบเชดในเกมรึเปล่า เพราะในตอนนี้ฉันยังนึกภาพไม่ออกเลย

 

แต่เมื่อฉันได้เห็นรอยยิ้มของเขา ฉันก็คิดว่ารอยยิ้มของเขามันดูไม่ค่อยจริงใจเอาเสียเลย

 

「นี่ เชดคะ การศึกษาเรื่องมารยาททางสังคมชนชั้นสูงนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากเลยนะ ถ้ามีระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัดแล้วล่ะก็ พวกนี้จะเป็นเครื่องป้องกันตัวของเธอเองจากสังคมชนชั้นสูงที่มีแต่พวกเสแสร้งได้เลยทีเดียวล่ะ และสิ่งนี้ก็จะกลายเป็นความแข็งแกร่งของเธอไงล่ะคะ」

 

「…แข็งแกร่ง… เหรอ?」

 

「ถูกต้องค่ะ เป็นความแข็งแกร่งที่เป็นความหมายทั่วๆไป นี่ก็ขึ้นอยู่กับความพยายามของเธอด้วยนะคะ」

 

เชดเพียงแค่เอียงศีรษะเล็กน้อย แต่ท่าทางแบบนี้เป็นท่าทางแสดงความสนใจของเขา แม้ว่าฉันจะเป็นครูให้เขาได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่นักเรียนก็ต้องมีความพยายามที่จะเรียนรู้ด้วย

 

「งั้นมาเริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้นะคะ」

 

「อื้อ」

 

「ราตรีสวัสดิ์ค่ะ」

 

「อื้อ」

 

「ราตรีสวัสดิ์ค่ะ」

 

「…ราตรีสวัสดิ์」

 

สำหรับเด็กในวัยนี้ ที่ไม่เคยหัดกล่าวคำทักทายพวกนี้ตั้งแต่เล็กนั้นอาจจะอายเล็กน้อย แต่การกล่าวคำทักทาย อวยพร และอำลานั้นมีความสำคัญมาก ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไปฉันจะสอนเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

เมื่อฉันต้องสอนเขา ฉันก็ต้องเริ่มจริงจังกับบทบาทที่ตัวฉันเองต้องสร้างด้วย

 

หลังจากการลาเชดด้วยบรรยากาศที่น่าอึดอัดใจ ฉันก็เดินไปที่ห้องพักสำหรับแขก

 

เพราะฉันเคยมาที่นี่ตั้งแต่เด็กจนนับครั้งไม่ถ้วน ทำให้ตอนนี้ฉันไม่มีคนต้องคอยบอกทาง

 

สำหรับในตอนนี้ฉันต้องคิดเรื่องเชดอย่างจริงจัง

 

ฉันอยากรู้ความคิดและสถานการณ์ของเขา อย่างเช่นเขาถูกท่านน้าสะใภ้รังแกหรือเปล่า? แล้วเขาคิดยังไงกับท่านน้าและไคนัม? ถ้าฉันสามารถทำให้เชดเชื่อใจได้  ฉันก็จะสามารถตอบปัญหาที่อยู่ในใจของเขาได้เช่นกัน หรือ ควรจะปล่อยให้เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่– ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของท่านพ่อดีน๊า?

 

ท่านน้าดูท่าทางจะรักเชด แต่ท่านน้าสะใภ้นั้นดูเหมือนจะไม่สนใจเขา ที่สำคัญคืออาจจะเกลียด แต่สำหรับไคนัมนั้น เธอจะคิดยังไงกันนะ?

 

ในตอนแรกที่เธอรู้เรื่องของเชด เธอคงจะต้องตกใจมากแน่ๆ หรือบางทีเธออาจจะเกลียดการกระทำของพ่อของเธอ เธออาจจะโกรธแม่ของเธอที่ไม่ยอมทำอะไร แต่ในตอนนี้หน้าที่ของเธอก็คือดูแลเชด เธอจะต้องเป็นพี่สาวที่ดี

 

ความคิดของฉันกำลังล่องลอยไป ในตอนที่ฉันเคยเล่นกับไคนัมในบ้านหลังนี้

 

เมื่อตอนที่ฉันยังอยู่ในวัยเด็กที่กำลังซุกซน แต่ฉันดันเป็นเด็กแปลกที่เก็บตัวอยู่ภายในห้องหนังสือ ท่านพ่อของฉันก็เลยพาฉันมาที่คฤหาสน์หลังนี้ในยามที่เขาไม่มีเวลาว่าง ฉันไม่ได้จับหนังสืออ่านเลย นั้นเป็นเพราะฉันมีลูกพี่ลูกน้องที่แสนวิเศษ ไคนัมคอยเล่นกับฉันด้วย

 

ด้วยการสอนและควบคุมดูแลของท่านน้าสะใภ้ทำให้พวกเราไม่สามารถออกไปเล่นข้างนอกได้ แต่ไคนัมและฉันนั้นใช้เวลาในการสำรวจทุกซอกทุกมุมของบ้านแทน ในฐานะที่พวกเราเป็นเด็กตัวเล็กๆ ทำให้เรื่องการผจญภัยเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก และห้องใต้หลังคาเป็นห้องห้องหนึ่งที่พวกเราชอบมากทีเดียว

 

พวกเราสองคนจะกอดตุ๊กตาในมือ เดินเข้าไปในห้องใต้หลังคา พวกเราจะเล่นซ่อนแอบหรือวิ่งไล่จับภายในนั้น ฉันเองก็ยังสงสัยอยู่เลยว่าห้องใต้หลังคานั้นยังอยู่ไหมนะ?

 

ฉันคิดว่าฉันจะต้องพูดกับไคนัม ฉันคิดที่จะหันหลังเดินกลับ

 

แต่ทว่าในตอนที่กำลังคิดอยู่นั้น ฉันไม่คาดคิดเลยว่าจะมีคนมาทักฉันเข้า

 

「ลิโคริส」

 

「เอ๊ะะ!? …ไคนัม?」

 

ฉันรู้สึกประหลาดใจมากที่เห็นไคนัม เธอยืนพิงกำแพงอยู่ระหว่างโคมไฟตรงทางเดิน

 

โคมไฟทางเดินนั้นอยู่ห่างกันไม่มาก มีสีสันสดใสแต่ลดระยะความเข้มของแสงไม่เท่ากันในแต่ละช่วง นั้นเป็นเพราะว่าฉันอยู่ห่างเกินไป หรือไม่ก็จดจ่ออยู่กับความคิดของตัวเองเลยไม่ได้สังเกตเห็นเธอ

 

「ขะ-ขอโทษนะ พอดีว่าฉันมัวแต่คิดอะไรบางอย่างอยู่ แล้วไคนัมมีเรื่องอะไรหรือ เธอกำลังรอฉันอยู่ใช่ไหม?」

 

ไคนัมไม่ได้ตอบคำถามของฉัน

 

เมื่อฉันเดินเข้าไปใกล้ไคนัน เธอกลับเดินถอยห่างจากฉัน

 

「…ไคนัม?」

 

「ลิโคริส ฉันมีเรื่องอยากจะถามเธอ ก็เลย...ฉันเลยรอเธออยู่นี่」

 

พอไคนัมตอบคำถามของฉัน ฉันก็รู้สึกโล่งใจ คำพูดของเธอทำให้ฉันรู้สึกประหม่าเล็กน้อย

 

「อะไรหรือ? เธอบอกฉันได้นะ」

 

ฉันตอบด้วยความยินดี ยกตัวอย่างเช่นถ้าเธอพูดว่าต่อต้านการกระทำของท่านน้า บางทีฉันอาจจะไปบุกห้องท่านน้าให้เธอเลยก็ได้

 

แต่ไคนัมกลับพูดสิ่งที่แตกต่างจากที่ฉันคิดไว้ออกมาแทน

 

「ได้โปรด เด็กคนนั้น– เชด อย่าให้เขาเข้าใกล้เธอเกินไปเลย… ฉันขอร้องล่ะ」

 

พอหันหน้าไปมองทางไคนัม แต่ว่าเพราะความมืดมิดที่บดบังเอาไว้ทำให้ฉันไม่สามารถเห็นสีหน้าของเธอได้เลย

 

「ไคนัน? หมายความว่ายั…」

 

ฉันพยายามจะถามเธออีกครั้งแต่เธอก็พูดว่า「ได้โปรด」อีกครั้ง

 

「นั่น…เป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงได้นะ เพราะว่าท่านน้าสะใภ้เองในตอนนี้ก็คงไม่อยากให้ใครรู้เรื่องเชด ก็เลยทำอย่างนั้นก็ได้?」

 

พอฉันลองพูดอย่างนี้ออกไป ไคนัมกลับส่ายหัวของเธอด้วยความละอายใจ

 

「เธอรู้เรื่องนี้แล้วหรือ รู้เรื่องที่ท่านแม่คิดกับเด็กคนนั้นแล้วหรือ? ท่านดยุคเองก็รู้เรื่องนี้ใช่ไหม? ไม่สิ...พวกเธอมาที่นี่เพื่อจะพาเด็กคนนั้นออกไปจากบ้านนี้ไปใช่ไหมล่ะ」

 

ทันใดนั้นเธอก็เงยหน้าที่มีแต่ความเกลียดชังมาทางฉัน ทำให้ฉันรู้สึกตกใจมาก ทั้งยังรู้สึกสับสนอีกด้วย

 

「ไม่…ฉันแค่คิดเฉยๆ น่ะ ส่วนเรื่องที่ท่านพ่อรู้หรือเปล่านั้น ฉันเองก็ยังไม่รู้ค่ะ และฉันก็ยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับท่านด้วย แล้วท่านพ่อเองก็ไม่ได้มีความคิดที่จะมาจัดการเรื่องนี้กับทางนี้ตั้งแต่แรกหรอกนะ」

 

「เข้าใจแล้ว…ดีแล้ว ลิโคริส ได้โปรดอย่าบอกกับท่านดยุคว่าแม่ของฉันดูแลเขาไม่ดี」

 

「นั่น… หากเธอถามฉันล่ะก็ ฉันจะทำตามที่เธอขอ แต่… ทำไมล่ะ? ทำไมเธอไม่บอกพ่อของเธอล่ะ ท่านจะได้ช่วยเชดได้ไงล่ะคะ? อันที่จริง ฉันเองก็คิดว่าท่านน้าสะใภ้คงจะรู้สึกไม่ค่อยดี แต่ถ้าเธอไปหาท่านน้า ท่านคงจะช่วยเชด แต่ในกรณีนี้คงจะเกิดเรื่องไม่ค่อยดีกับท่านน้าสะใภ้แน่ๆ อย่างไรก็ตามลองคิดดีๆ นะ」

 

ไคนัมเงียบ และในที่สุดเธอก็เอ่ยคำพูดออกมา

 

「เธอรู้ไหม ลิโคริส ครั้งแรกที่ฉันได้พบกับเด็กคนนั้น ฉันคิดว่าเขาเหมือนกับเทวดาเลยล่ะ」

 

คำพูดของไคนัมทำให้ฉันรู้สึกผวาอีกครั้ง เพราะสิ่งที่เธอพูดมานั้นไม่ได้เกี่ยวกับท่านน้าสะใภ้เลย

 

「แต่เรื่องที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือตอนที่ท่านพ่อแนะนำว่าฉันเป็นพี่สาวของเด็กคนนั้น ทุกอย่างก็เกิดขึ้นกะทันหันไปหมด:『ไคนัม ถ้าลูกไม่มีกระบนใบหน้าล่ะก็ ตอนนี้ลูกคงมีใบหน้าเหมือนกับเชดแน่』ฉัน… ฉันในตอนนี้รู้สึกละอายใจมาก ฉันไม่สามารถเทียบใบหน้าของตัวเองกับใบหน้าของเด็กคนนั้นได้ ฉันคิดว่าตัวเองไม่ควรจะทำแบบนี้  เด็กคนนั้นไม่เพียงสง่างาม แต่ยังเป็นเด็กที่ฉลาดอีกด้วย ในช่วงแรกเขามีสำเนียงแปลกๆ แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็สามารถเลียนเสียงของผู้คนและคำพูดคำจาของเขาในตอนนี้ก็ดีขึ้นมาก ในตอนแรกนั้นเขาฟังการออกเสียงก่อน ต่อมาก็ค่อยๆ เลียนแบบไปเรื่อยๆ ซ้ำๆ จนกระทั่งสามารถพูดได้ตามสำเนียงที่ได้ยินนั้น

เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเกินไป แล้วเด็กคนนั้นเองก็บอกกับฉันว่าถ้ากระที่หน้าของฉันหายไปเมื่อตอนเป็นผู้ใหญ่แล้ว นั่นก็ดี แต่ฉัน… เด็กคนนั้นช่างงดงามจริงๆ แต่ฉันเองก็รู้สึกกลัวเด็กคนนั้นเช่นกัน เหมือนกับว่าตอนนี้จุดเปลี่ยนมันได้เปลี่ยนไปแล้ว ท่านพ่อเองก็คงจะ…

ไม่สิ... มีวันนึงที่ท่านพ่อต้องไปซื้อเมล็ดกุหลาบที่ต่างเมือง ตอนที่ท่านพ่อออกจากบ้านไปแล้ว แม่ก็ขึ้นไปล็อคห้องของเด็กคนนั้น บอกพวกเราว่าอย่าเอาน้ำและอาหารไปให้เขา ฉันคิดว่าเรื่องแบบนี้มันดูเลวร้ายเกินไป ในคืนนั้นฉันเลยแอบเอาอาหารและน้ำไปให้เด็กคนนั้น นั้นเป็นครั้งแรกที่เด็กคนนั้นพูดกับฉันด้วยตัวของเขาเอง เด็กคนนั้นต้องการฉัน แต่ฉัน…」

 

พอพูดจนหมดสิ้นแล้ว ไคนัมก็สูดลมหายใจลึก แล้วมองมาที่ฉัน

 

ไคนัมที่มักจะหมกมุ่นอยู่กับการอ่านหนังสือ ในตอนที่พูดถึงพระเอกนางเอกเธอจะกลายเป็นคนที่พูดเก่งมาก ตอนนี้เธอจ้องมองมาที่ฉันราวกับเพ้อฝัน ตอนนี้เหมือนกับเธอกำลังทำแบบนั้นอยู่

 

แต่ฉันก็สงสัยว่า ทำไมคำพูดแบบนี้ถึงออกมาจากปากของเธอได้ นี่มันดูเหมือนจะ...

 

(นะ…นี่มัน…)

 

มือและริมฝีปากของเธอซีดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ไคนัมตัวสั่นมาก จากการที่เธอเอาแต่พูดไม่หยุดพัก

 

「ลิโคริส เธอเองก็กำลังจะโตเป็นสาวแล้ว และเธอนั้นก็ฉลาดกว่าฉัน ฉัน… ไม่อยากให้เธอใกล้ชิดเด็กคนนั้นมากเกินไป!」

 

พอเธอพูดจบเธอก็วิ่งสวนฉันออกไปทันที

 

 



NEKOPOST.NET