[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game ตอนที่ 1 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล]It seems like I got reincarnated into the world of a Yandere Otome game

Ch.1 - ภาค 1 คู่หมั้น (1)


ตอนที่ 1คู่หมั้น

 

 

Kishikan หรือ เดจาวู = ภาพหรือเหตุการณ์ที่รู้สึกว่าเคยเห็นหรือประสบมาก่อน

 

 

 

ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าเคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ที่ไหนสักที่ในความทรงจำของฉัน

 

ในตอนนี้ภายในหัวสมองของฉันเต็มไปด้วยคำว่า ‘คาชิเคน’ แต่ฉันก็รู้สึกว่า คำคำนี้แตกต่างจากคำว่าเดจาวู

 

—ยังไงดีล่ะ?... ความรู้สึกของฉันในตอนนี้มันคล้ายกับคำว่า ‘คาชิเคน’ แต่เรื่องพวกนี้ ‘ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน’

 

ชื่อของฉันคือ ลิโคริส ราเดียต้า อายุ 6 ขวบค่ะ แต่ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงได้พูดจาฉาดฉานเหมือนกับผู้ใหญ่

ทั้งยังคิดอีกว่า ‘น่ารัก’ หรือ ‘โตขึ้นนะ’ เหมือนกับคำชมที่เอาไว้ชมเด็กเท่านั้น ทั้งที่ตัวฉันเองก็ยังเป็นเด็ก...

 

อีกอย่างที่ทำให้ฉันทึ่งมากนั้นก็คือฉันคือบุตรีคนเดียวของท่านดยุคราเดียต้าแห่งลิเลียเลยเชียวนะ—!!

 

ท่านแม่ของฉันนั้นท่านเสียชีวิตไปนานแล้ว ก่อนที่ฉันจะจำความได้เสียอีก แต่ในคฤหาสน์มีรูปวาดของท่านมากมายเอาไว้ให้ดูต่างหน้า ถึงแม้ว่าท่านแม่ในรูปวาดนั้นจะดูงดงามและสง่ามาก

 

ทว่าเธอในความรู้สึกของฉันนั้นน่าจะเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างเย็นชา เพราะท่านพ่อของฉันที่เป็นดยุคนั้นต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง เนื่องจากหน้าที่การงานที่ได้รับมอบหมาย ท่านพ่อไม่ค่อยได้กลับบ้าน ดังนั้นจึงมีพวกอาจารย์แวะเวียนเข้ามาสอนเรื่องต่างๆ ให้กลับตัวฉันมากมายเลย ทำให้ฉันไม่รู้สึกเหงาเท่าไหร่นัก

 

แต่... ตั้งแต่ที่มีความรู้สึกกับคำว่าเดจาวู

ฉันก็เริ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องความทรงจำของฉันบ่อยๆ จนบางทีก็อดคิดไม่ได้ว่านี่อาจจะเป็นความสามารถพิเศษในการรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าก็เป็นไปได้ แต่เมื่อลองได้มาคิดอย่างรอบคอบแล้ว ความทรงจำพวกนี้ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย

 

ผิด... ผิดปกติ... ฉันคิดว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติไปแน่ๆเลย

ตัวฉันร้องไห้กับตัวเองในใจ ทว่าก็ไม่รู้อยู่ดีว่า ‘อะไร’ ที่ผิดปกติไป

 

ความคิดที่ไม่สามารถอธิบายออกมาได้อยู่ภายในจิตใจของฉัน บางทีฉันอาจจะต้องปรึกษากับผู้ใหญ่สักคนแล้วล่ะ

 

บุคคลที่ฉันเลือกปรึกษาก็คือแม่นมของฉันเอง เธอเป็นคนที่ตัวฉันเชื่อใจและนับถือมาก ดังนั้นในตอนที่ฉันพูดปัญหาของฉันออกไปอย่างเงอะงะ แม่นมของฉันก็เบิกตากว้างที่เหี่ยวย่นของเธอขึ้น  แล้วกล่าวว่า “โอ้...”

 

แม่นมดูสับสน แล้วเหมือนเธอกำลังตะลึงด้วย

 

“คุณหนูคะ เหมือนเรื่องที่คุณหนูบอกกับดิฉันจะเข้าใจยากเกินไป ดิฉันไม่คุ้นกับคำว่า <เดจาวู> เลยค่ะ”

 

——มาคิดดูอีกที

 

เดจาวู นี่มันมาจากไหนกัน? ฉันรู้จักคำๆ นี้ได้ยังไง? ฉันแค่รู้สึกว่าเคยได้ยินคำว่า <เดจาวู> มาก่อน แต่ก็ไม่รู้ว่านี่เป็นภาษาของประเทศไหนนี่สิ?

 

การแก้ปัญหาของฉันทำให้มีปัญหาอื่นตามมาอีก และมันก็ยิ่งทำให้ฉันสับสนมากขึ้นไปอีกเช่นกัน

 

หลังจากนั้นฉันเริ่มอ่านหนังสือมากขึ้น เพื่อตอบคำถามในใจของตัวฉันเอง นอกจากการกินกับนอนแล้ว ฉันก็ใช้เวลาทั้งหมดจมไปกับการอ่านหนังสือภายในห้องหนังสือคนเดียว

 

ฉันที่หมดเวลาไปกับอ่านหนังสือแทนที่จะไปเล่นเหมือนกับกับเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน ทำให้มีข่าวลือเกิดขึ้นในคฤหาสน์ท่านดยุคว่า “คุณหนูเป็นอัจฉริยะ” หรือไม่ก็ “คุณหนูของเราเสียสติไปแล้ว”

 

...นั้นแหละ

 

ตอนนี้ฉันติดนิสัยชอบขมวดคิ้วเพราะความกังวลกับการพยายามอ่านหนังสือมากเกินไปเสียแล้วล่ะ

 

ฉันในตอนนี้เกลียดตัวเองที่อายุ 6 ขวบ ที่สุดเลย——!!

 

————————————————

 

หลายปีผ่านไป หลังจากที่ฉันเริ่มวิเคราะห์พิจารณาเพื่อหาคำจำกัดความของคำที่เรียกว่า <คาชิเคน> ที่ทำให้ฉันรู้สึกกังวลใจมาโดยตลอดนั้น

 

วันหนึ่งฉันก็ได้รับรู้คำตอบนี้

 

เรื่องมันเกิดขึ้นก่อนวันเกิดอายุครบรอบสิบขวบของฉันนั้นเอง

 

ในวันนั้นที่ฉันได้ยินเรื่องคู่หมั้นคู่หมายของฉันจากท่านพ่อของฉันเอง

 

————————————————

 

“เฮ้... ไม่ได้เจอลูกมาได้พักเดียวโตขึ้นมากเลยนะ เจ้าหญิงน้อยของพ่อ” ท่านพ่อที่เป็นท่านดยุคราเดียต้าแห่งลิเลีย ส่งรอยยิ้มกว้างที่ดูใจดีมาให้กับฉัน

 

“สบายดีหรือคะ ท่านพ่อ”

ฉันเอ่ยคำตอบรับกลับไปด้วยคำทักทายและทวงท่าสุภาพ ขณะที่จ้องมองใบหน้าของท่านพ่อที่กำลังจ้องมองฉันตอบกลับมาเช่นกัน

 

ผมของท่านพ่อนั้นเป็นสีทองอมน้ำตาลที่ถูกหวีมาอย่างเรียบกริบ และใบหน้าที่ดูเด็กกว่าอายุของเขามากทีเดียว

 

ไม่น่าเชื่อว่าท่านพ่ออายุแค่สามสิบปีเท่านั้น ถือว่าเป็นท่านดยุคที่หนุ่มมาก ทว่าความประทับใจในตัวของท่านพ่อสำหรับฉันในนั้นค่อนข้างเจือจาง

 

แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่ได้คิดว่าฉันไม่ได้เป็นสายเลือดของเขานะ

เพียงแต่ช่วงเวลาในการพูดคุยสำหรับฉันและท่านพ่อน้อยมาก ถือว่าติดลบในฐานะที่เขาเป็นผู้ปกครองของฉัน

 

เพราะส่วนใหญ่ท่านพ่อนั้นใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองอื่น ซึ่งนานๆ ทีท่านพ่อถึงจะกลับมาที่คฤหาสน์ แต่ท่านพ่อมักจะนำของฝากกลับมาด้วยเสมอ ฉันเลยไม่รู้ว่าเขารักลูกสาวอย่างฉันมากแค่ไหนนี่ล่ะ

 

เอาเป็นว่าตอนนี้ท่านพ่อดูเหมือนจะมีความสุขไม่น้อยตอนที่ใช้เวลาอยู่กับฉัน

 

แต่เพราะอีกฝ่ายคือท่านพ่อที่เป็นถึงท่านดยุค ทำให้ท่านพ่อมีความสามารถในการเจรจาต่อรอง และเก็บความรู้สึกเก่งจนทำให้อีกฝ่ายจับไม่ได้ ทำให้ฉันไม่รู้ว่าท่านพ่อของฉันนั้นยิ้มออกมาจากใจจริงหรือเป็นแค่การเสแสร้งที่เขามักจะใช้ในเวลาเข้าวงสังคมชนชั้นสูงกันแน่... หรือบางทีฉันอาจจะคิดมากเกินไปก็เป็นได้...

 

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า

 

“ฉันก็ไม่ได้ไม่ชอบท่านพ่อนะ”

 

————————————————

 

ท่านพ่อยังคงยิ้ม และผายมือให้ฉันไปนั่งที่โซฟา

 

“พ่อมีข่าวดีมาบอกกับลูกด้วย”

เมื่อท่านพ่อเริ่มพูดขึ้น ทำเอาฉันรู้สึกว่าชีวิตประจำวันที่แสนสงบสุขของฉันเริ่มจะพังทลายลงยังไงไม่รู้

 

“คู่หมั้นของลูกได้ถูกกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว เด็กคนนั้นชื่อ วูล์ฟกัง ไอเซนฮู้ท มีตำแหน่งเป็นไวเคานต์และเขานั้นเป็นหลานชายของท่านดยุครานังคูลัส พ่อมีรูปวาดของเขาให้ลูกดูด้วย”

 

ท่านพ่อพูดขึ้นมาพร้อมกับยื่นมือไปรับรูปวาดที่พ่อบ้านซึ่งอยู่ข้างกายของท่านพ่อถืออยู่มาส่งให้กับฉัน นั้นเป็นภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกวาดมาอย่างประณีตบรรจง ทำให้ฉันเห็นเค้าโครงรูปร่างหน้าตาของเด็กคนนั้นได้อย่างละเอียด ชนิดที่ว่าถ้าเห็นตัวจริงคงเดาได้ไม่ยากเลยล่ะ

 

“ลูกคิดว่าเขาเป็นยังไงบ้าง? เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ดูดีใช่ไหม? พรุ่งนี้ลูกจะได้พบกับเขาคนนี้ พ่อหวังว่าลูกจะชอบเขานะ”

 

เสียงของท่านพ่อจางหายไปในขณะที่สติของฉันจมอยู่กับภาพวาดสีน้ำมันของเด็กผู้ชายคนนั้นนิ่ง

 

วันนี้ ทุกอย่างในชีวิตประจำวันของฉันได้พังทลายลงซะแล้วล่ะ...

 

 

วูล์ฟกัง ไอเซนฮู้ท

เมื่อตอนที่ฉันได้ยินชื่อนี้ ฉันก็รู้สึกตะหงิดๆ ในใจอยู่แล้ว ไม่สิ...เป็นความรู้สึกที่เรียกว่าแปลกใจจะดีกว่า— เป็นความรู้สึกที่เหมือนกับฉันเจอแสงสว่างขณะที่กำลังเดินอยู่ในที่มืดมิด จากนั้นฉันก็สะดุดล้มลงไป

 

ความหมายที่ไม่เข้าใจของคำที่เรียกว่า ‘เดจาวู’ นั้นในตอนนี้ฉันเข้าใจหมดแล้วล่ะค่ะ คำว่าเดจาวูนั้นเป็นคำจำกัดความของสิ่งที่คล้ายกับมิติทับซ้อนกัน ในชาติก่อนของฉันนั้นเอง...

 

เด็กชายที่ชื่อ วูล์ฟกัง ไอเซนฮู้ท ในความทรงจำของฉันนั้นกำลังโอบกอดเด็กสาวผมสีทอง ในตอนนั้นเขาดูเติบโตเป็นวัยรุ่นมากกว่าในตอนนี้นี่...?

 

ตัวฉันยังคงมองเด็กชายในภาพวาดสีน้ำมันอย่างเหม่อลอย

 

จะว่ายังไงดีล่ะ สถานการณ์ในตอนนี้มันเหมือนกับเรื่องราวในเกมเปี้ยบเลยล่ะ เป็นเรื่องเล่าการหมั้นหมายของวูล์ฟในอดีตนั้นแหละ...!

 

อืม~ ถ้าให้พูดยังไงกับสถานการณ์ตอนนี้

 

ดูเหมือนว่า ตัวฉันจะมาเกิดใหม่พร้อมกับความทรงจำในชาติก่อน

 

ในโลกของเกมจีบหนุ่ม ‘ยันเดเระ’ เข้าให้แล้วล่ะนะ

 

แล้ว—ยังดันมาเกิดเป็นเป็นยัยคู่แข่งของนางเอกผมสีทองอร่าม...ที่มีจุดจบไม่ว่ายังไงก็จะต้องถูกฆ่าตายอีกต่างหาก

 

แย่...

แย่แล้วล่ะ...

ยังมีหนทางอื่นให้ตัวฉันเลือกอีกไหม?

 

การมาเกิดใหม่ในโลกของเกมก็ดีอยู่หรอกนะ... ตัวฉันเองก็อยากมาเกิดแล้วจำเรื่องราวในอดีตได้เหมือนกัน

 

แต่ทำไมฉันถึงต้องมาเกิดเป็นยัยคู่แข่งในโลกเกมจีบหนุ่มยันเดเระด้วยล่ะ? ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย—!!

ในตอนที่เป็นเกมนั้น ก็แค่เก็บภาพ CG ของตัวละครให้ได้ครบ ไม่ว่าจะเป็นรูทของซึนเดเระหรือยันเดเระก็ตาม มันก็ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่หรอกนะ

 

แต่ถ้าให้พูดกันตามตรงนะ ถามจริงๆ เถอะว่าถ้าต้องเจอเรื่องแบบนี้ในชีวิตจริงล่ะก็ พวกคุณคิดหรือว่าจะปักใจชอบพวกยันเดเระได้จริงๆ น่ะหรือ?

 

เป็นฉัน ฉันทำใจให้ชอบไม่ได้หรอกนะ!

 

หรืออาจจะทนพวกซึนเดเระได้ แต่ยันเดเระ—อืม~ จะทนกับพวกยันเดเระที่ชอบถือมีดทำครัวได้จริงๆ หรือ?

 

อย่ามาล้อกันเล่นนะ—!!

 

ไม่สิ... อันที่จริงไม่มีใครถือมีดทำครัวหรอก... นี่เป็นแค่จินตนาการของฉันเท่านั้นเอง ในเกมไม่มีรูทแบบนั้นหรอก

 

เอาเป็นว่า ยังไงฉันต้องเผชิญหน้ากับพวกยันเดเระที่เคยเล่นผ่านทางหน้าจอทีวีล่ะ

 

...ช่างเป็นเรื่องที่น่าหนักใจมากทีเดียว

 

อีกอย่าง ตัวเอกในเกมนี้ดันไม่มีทักษะพิเศษอะไรสักอย่างเลยด้วยสิ อย่าง ถ้าพวกยันเดเระปรากฏตัวออกมาก็คงไม่ต่างอะไรกับการที่เจอซอมบี้เลยนี่~~!!

 

ใครก็ได้เอาปืนมาให้ฉันทีเถิด!

 

...ไม่สิ

ฉันไม่อยากเกิดใหม่มาเป็นแบบนี้

 

ฉันจะพูดอีกครั้งนะ

เรื่องแบบนี่มันเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากเลยจริงๆ !

 

 




NEKOPOST.NET