NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] คุมะ คุมะ คุมะ แบร์

Ch.99 - คุณหมีเป็นเด็กที่ไม่มีใครต้องการ?


 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากที่พวกเราทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้ว คลิฟท์และมายรีนซังก็เริ่มวางแผนเรื่องที่จะทำกัน ในห้องนั่งเล่นที่ชั้น1ของโรงแรม

 

「ถ้างั้นเราก็จะโอนส่วนหนึ่งของรายได้จากการเก็บค่าผ่านทางอุโมงค์ ไปยังการ์ดของยูนะผ่านทางสมาคมนะ」

「การจัดหาพวกสายเวทมาติดตั้งนี่มันเป็นปัญหาใหญ่จริงๆเลย」

「อืมมม สายเวทแสงและลมสินะ ทางกิลด์ช่วยเรื่องนี้ไม่ได้เลยเหรอ?」

「ทางเราทำได้ก็จริงแต่ แต่ฉันกลัวว่าราคาสินค้าตามตลาดตอนนี้มันไม่ไหวนะสิ ถ้าซื้อตอนนี้นี่ตายแน่」

「ถ้างั้นก็ทำตามที่เคยคิดไว้ละกัน ทางเลือกที่ดีที่สุดคงต้องถามทางเมืองหลวงว่ามีสต๊อกเหลือไว้ไหม?」

「ฉันเชื่อว่าทางนั้นน่าจะดีที่สุดแล้วแหละ」

「แต่เรื่องนี้มันสำคัญมาก เราแค่ส่งจดหมายแจ้งเฉยๆคงไม่ได้หรอก」

「นายก็จะได้แวะไปเยี่ยมภรรยานายไง ไม่ดีเหรอ?」

「มันก็ดีอยู่หรอกถ้าฉันไม่มีงานที่จะต้องทำนะสิ เธอก็รู้นิว่างานฉันเยอะแค่ไหน แล้วที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือฉันต้องดูแลการ

ดำเนินงานที่เกี่ยวกับอุโมงค์นั่น แถมยังเรื่องที่กำลังจะรวมเมืองนี้เข้ามาอยู่ในเขตของเราอีก มันทำให้งานฉันมากยิ่งขึ้นไปใหญ่ แค่คิดเรื่องว่าต้องไปเมืองหลวงเพื่อแจ้งการรายงานก็ทำให้ฉันกลุ้มจะตายอยู่แล้วเนี่ย」

ฉันแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้นแล้วก็ดื่มน้ำโอเร็นต่อไป

การเป็นนักผจญภัยมันง่ายกว่าเยอะใช่ไหมละ อยากกินก็ได้กิน อยากนอนก็ได้นอน มันเป็นงานที่เยี่ยมจะตาย  

ตอนที่ฉันอ่านพวกการ์ตูนและนิยายแฟนตาซี ฉันรู้สึกประทับใจจริงๆนะที่มีคนที่สามารถทำเรื่องยุ่งยากน่าลำบากแบบเรื่องการดูแลจัดการพวกดินแดนต่างๆได้น่ะ เพราะฉันทำแบบนั้นไม่ได้แน่ๆ พวกตัวเอกในนิยายที่ทำได้นี่มันน่าทึ่งจริงๆ

ก็นะฉันชอบที่จะใช้ชีวิตสบายๆแบบนี้มากกว่าที่จะไปมีบทบาทสำคัญแบบพวกตัวเอกเหล่านั้น

ฉันนั่งสบายๆดื่มน้ำผลไม้ อยู่ใกล้ๆสองคนที่กำลังยุ่งวุ่นวายอยุ่ตอนนี้ ราวกับว่าปัญหานี้ไม่เกี่ยวกับฉันเลย รู้สึกมีความสุขกับวิถีชีวิตแบบนี้จัง

อาาา ฉันดีใจจริงๆที่ฉันเป็นแค่นักผจญภัย

ขณะที่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาก็ยังพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง

 

「นอกจากนี้ฉันลองคิดดูเกี่ยวกับการเดินทางผ่านอุโมงค์นั่น เราไม่ต้องทำให้มันเป็นทางวันเวย์ตลอดก็ได้นิ เรายังมีพื้นที่ด้านข้างเหลือพอแม้ว่าจะมีรถม้าสองคัน มันเป็นไปได้ไหมว่าเราจะจัดเส้นทางให้รถม้ากับคนเดินสามารถสวนทางกันได้?」

「มันจะมีไอ้บ้าบางคนควบม้าเร็ว หรือวิ่งในอุโมงค์น่ะสิ มันจะอันตรายมากนะถ้าเกิดอุบัติเหตุข้างในนั้น」

「ถ้างั้นเรากั้นรั้วได้ไหม?」

「เรามีคนไม่พอที่จะไปสร้างรั้วนะ」

「เธอพูดถูก ถ้างั้นตอนนี้เราคงต้องเปิดให้ใช้แบบวันเวย์ไปก่อน แล้วดูว่าพอใช้งานได้ไหม」

「ตอนนี้ทำแบบนี้ไปก่อนคงดีที่สุดแล้วละ ไว้ค่อยมาแก้ไขหลังจากรู้จำนวนคนใช้เส้นทางนั้นก็ยังไม่สายไปหรอก」

 

ทั้งสองคนปรึกษารายละเอียดของเรื่องนี้ด้วยความกระตือรือร้น แต่ไม่มีอะไรที่คนปกติอย่างฉันจะทำได้  ดังนั้นฉันเลยขยับออกไปหาที่นั่งที่ไม่ได้ยินเสียงพวกเขา

ก็นะ ตำแหน่งเจ้าเมืองกับหัวหน้ากิลด์นี่เป็นงานที่ยากจริงๆ

ซาอิมาถึงโรงแรมในขณะที่พวกเขากำลังปรึกษากันอยู่

 

「อรุณสวัสดิ์ครับทุกท่าน ไม่ทราบว่าตอนนี้จะสะดวกเดินทางไปกิลด์นักผจญภัยไหมครับ?」

 

พวกเขาสองคนไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้วดังนั้นเลยตอบตกลง

เอาละ พอพวกเขาไปเจรจากันแล้ว ฉันจะทำอะไรต่อดีละ?

คลิฟท์เรียก เมื่อมองเห็นฉันไม่ยอมลุกจากเก้าอี้ซักที

 

「ยูนะ เราจะไปกันแล้วนะ เธอมัวทำอะไรอยู่?」

「ฉันต้องไปด้วยเหรอ?」

「ทำไมถึงถามไอ้เรื่องที่รู้ๆกันอยู่ด้วยละ?」

 

เขาถามออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ

 

「พวกคุณกำลังจะไปเจรจากันระหว่างผู้นำของแต่ละเมืองใช่ไหม?」

「ก็ใช่นะสิ」

「ถ้างั้นก็ไม่เกี่ยวกับฉันนะสิ」

「พูดอะไรของเธอ? เธอเป็นตัวตั้้งตัวตีของเรื่องนี้เลยนะ แค่นั่งอยู่เฉยๆที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด」

 

หืมม?

ฉันเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นิ?

 

「มายรีนซัง?」

ฉันมองไปที่มายรีนซังเพื่อขอความช่วยเหลือ

 

「เราต้องการเธอ เพราะมีแต่เธอที่รู้เรื่องเกี่ยวกับเมืองนี้ ถ้ามีเรื่องที่ฉันสงสัยว่าพวกเขาอาจจะโกหกเรา ก็ต้องใช้ความรู้ของเธอเข้าช่วย ดังนั้นเธอต้องมาด้วยกัน」

「ในการเจรจาเรื่องแบบนี้ ผู้คนมักจะพูดแต่สิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับพวกเขา แล้วเก็บเรื่องแย่ๆไว้เป็นความลับ ถ้าเธอไปด้วยพวกเขาก็จะทำได้ลำบากขึ้น」

 

อะไรละนั่น?

พวกเขาไม่เหมือนคนที่จะทำเรื่องแบบนี้เลยนะ

เอาเถอะมันช่วยไม่ได้ คลิฟท์และมายรีนซังไม่รู้จริงๆเกี่ยวกับคนในเมื่องนี้นิ

ฉันหาเหตุผลที่จะปฏิเสธไม่ได้ ดังนั้นถึงแม้ไม่เต็มใจนักแต่ฉันก็ต้องไปกับพวกเขาด้วย

เมื่อมาถึงกิลด์นักผจญภัย พวกเราก็เดินไปห้องเดิมที่ฉันเคยเข้าไป

พอเปิดประตูก็เจออโทร่าซังกับคุณปู่ทั้งสามคนนั่งรออยู่ในห้องแล้ว

ฉันว่าฉันรู้จักคนที่ยืนอยู่ข้างๆพวกเขานะ น่าจะเป็นพนักงานกิลด์การค้าที่คุณเดม่อนเคยแนะนำ  

อโทร่าซังเชิญให้พวกเรานั่งลงก่อน

 

「พวกเราต้องขอขอบคุณทุกท่านจริงๆที่เดินทางมาที่มิริร่าแห่งนี้」

 

อโทร่าซังยืนขึ้นและเริ่มกล่าวขอบคุณ

 

「พวกเราไม่คาดคิดจริงๆว่าเจ้าเมืองครีโมเนียจะเดินทางมาที่นี่เอง」

「ก็เพราะใครบางคน ทำให้ต้องทำแบบนี้น่ะสิ」

 

คลิฟท์มองมาที่ฉัน

ฉันจำไม่ได้นะว่าขอให้เขาทำแบบนี้  ที่ฉันทำก็แค่ ให้จดหมายกับเขาแล้วก็ชี้แจงทุกอย่าง

 

「สำหรับพวกเราแล้วเธอเป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลที่สุด และที่สำคัญที่สุดคือสามัญสำนึกของเธอ หลังจากคิดว่าอาจจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นได้อีก ผมคงปล่อยเรื่องนี้ให้ผู้ใต้บังคับบัญชามาแทนไม่ได้หรอก」

「ฉันเข้าใจ ถึงเธอจะช่วยพวกเราหลายครั้งก็เถอะ」

「ผมก็เหมือนกัน」

 

ทำไมพวกเขาถึงพูดอย่างกับกำลังปรับทุกข์กันอย่างนั้นละ?

 

「ถ้างั้นก่อนจะเริ่มเจรจากัน ขอแนะนำตัวกันก่อนนะ ฉัน อโทร่า เป็นหัวหน้ากิลด์นักผจญภัย ตอนนี้ก็มีหน้าที่เพิ่มเติมคือสนับสนุนการจัดการเมืองนี้อยู่」

หลังจากนั้นคุณปู่ทั้งสามคนก็แนะนำตัวเอง

สุดท้ายจูรีโม่ซังก็ได้พูดแนะนำตัวเอง

 

「ผม… ผมจูรีโม่เป็นพนักงานกิลด์การค้าครับ ถึงผมจะไม่ทราบว่าทำไมผมถึงถูกเรียกมาร่วมการประชุมด้วยน่ะครับ?」

「นายก็มาเป็นตัวแทนพนักงานกิลด์การค้าไง」

「ตัวแทน?」

「ใช่แล้ว จากนี้ไป เราต้องการให้นายฟังคำแนะนำของสุภาพสตรีท่านนี้ หัวหน้ากิลด์การค้าแห่งเมืองครีโมเนีย และทำงานภายใต้คำแนะนำของเธอ」

 

คุณปู่คนนึงพูดออกมา

 

「เดี๋ยวก่อน แล้วทำไมคุณถึงเลือกผมละ?」

「เพราะว่านายเป็นคนดีใช้ได้ ถึงแม้ว่าจะยังเป็นมือใหม่ก็เถอะ」

「นายขโมยปลาส่วนหนึ่งไปแจกจ่ายให้ครอบครัวที่กำลังเดือดร้อนใช่ไหมละ?」

「เอ่อออ พวกคุณรู้..」

「แน่นอนสิ แค่ได้กลิ่นปลาย่างออกมาจากบ้านที่ยากจนไม่มีเงินพอซื้อปลาพวกนั้น มันก็เดาออกง่ายจะตาย」

「แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่น่าจะรู้ว่าผมเป็นคนทำสิครับ?」

「อย่าดูถูกเครือข่ายข้อมูลของพวกเรานัก เวลาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเรารู้หมดแหละ」

「ถ้างั้น พวกคุณทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับเรื่องที่ผมทำ?」

「เราแค่รู้สึกผิด ที่จะมีแต่พวกคนรวยเท่านั้นที่จะมีอาหารกิน」

「นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมพวกเราคอยปกป้องนายอย่างลับๆ」

「เรื่องนี้มัน..」

「ทั้งหมดนี้ทำให้พวกเราเลือกนาย คนที่คิดถึงเรื่องของชาวเมืองมากกว่าตัวเองก็เหมาะสมแล้วที่จะเป็นตัวแทนกิลด์การค้าของเมืองนี้」

「ตามที่พวกคุณเพิ่งได้ยินไป พวกเราต้องการให้คุณแนะนำสั่งสอนพนักงานกิลด์คนนี้」

 

พวกคุณปู่โค้งให้คลิฟท์กับมายรีนซัง

 

「ฉันเข้าใจแล้ว ฉันจะใช้งานเขาอย่างดีเลย」

 

หลังจากได้ยินที่พวกเขาพูด จูริโม่ซังดูท่าจะยอมแพ้ที่จะปฏิเสธแล้ว

หลังจากฝั่งนั้นแนะนำตัวกันหมดแล้ว มายรีนซังก็เริ่มแนะนำตัวทางฝั่งเราบ้าง

 

「ฉันชื่อมายรีน เป็นหัวหน้ากิลด์การค้าแห่งเมืองครีโมเนีย ฉันเชื่อว่ามีหลายเรื่องที่เราจะต้องทำที่นี่ แน่นอนรวมทั้งนายด้วยนะ」

「ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ」

 

จูริโม่ซังตอบกลับ

 

「ถ้างั้น สุดท้ายก็ฉันสินะ?」

 

คลิฟท์แนะนำตัวหลังจากพูดแบบนั้นออกมา

หืมม? สุดท้าย?

แล้วการแนะนำตัวของฉันละ?

นี่ฉันเป็นเด็กที่ไม่มีใครต้องการเหรอ?

ไม่สิ ก็แค่พวกเขาทุกคนรู้จักฉันกันหมดแล้วนิ คิดว่านะ

 

「คลิฟท์ โฟรชัวร์ เป็นเจ้าเมืองครีโมเนีย ถึงอย่างนั้น คงจะดีกว่าถ้าพวกคุณพูดแบบปกติกับผม พอดีผมได้เรียนรู้ที่จะไม่ใส่ใจกับเรื่องพวกนี้มาเยอะแล้ว」

 

ขณะนั้นคลิฟท์ก็มองมาที่ฉัน

ทำไมละนั่น?

 

「เอาละๆ พวกเราแต่ละคนก็ไม่ได้มีเวลามากนัก ดังนั้นขอเข้าประเด็นที่เร่งด่วนก่อนเลยนะ」

「ผมได้อ่านจดหมายมาแล้ว แต่พวกคุณอยากเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเราจริงๆเหรอ?」

「ครับ ทางเราก็อยากให้คุณช่วยปกป้องพวกเราเหมือนกัน เราอยากให้คุณช่วยถ้าเหตุการณ์แบบที่ผ่านมามันเกิดขึ้นอีกครั้ง」

「หืมม.. คราเคนสินะ」

「ใช่ครับ」

「ขอพูดไว้ตรงนี้เลยนะ คือมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะที่จะกำจัดคราเคน เพียงแต่หมีตัวนี้มันผิดปกติ」

 

คลิฟท์ชี้นิ้วมาทางฉัน

นี่! ไม่มีใครสั่งใครสอนนายเรอะว่าอย่าชี้นิ้วใส่คนอื่นน่ะ?

 

「ครับทางเราเข้าใจเรื่องนี้ดี เราไม่คิดหรอกว่าจะมีคราเคนตัวที่สองแต่ถ้ามันโผล่ออกมา เราขอแค่ให้ทางคุณช่วยซัพพอร์ตเรื่องอาหาร กับความช่วยเหลืออื่นๆก็พอ」

「หืมม อาหารเหรอ  พวกคุณพูดเรื่องนี้ทั้งๆที่รู้ถึงระยะทางระหว่างครีโมเนียกับเมืองนี้เหรอ?」

「นั่นก็….」

「…」

 

พวกเขาจมอยู่กับความเงียบ

เมื่อคิดถึงระยะทางระหว่างครีโมเนียกับมิริร่า แน่นอนที่พวกเขาจะสรุปว่ามันไกลเกินไป

การส่งอาหารต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก

 

「แค่ล้อเล่นน่า」

 

คลิฟท์ระเบิดเสียงหัวเราะของเขา ขนาดมายรีนซังก็ยังขำไปด้วย

พวกเขาหัวเราะกันแล้วปล่อยให้อโทร่าซังกับพวกคุณปู่สับสน

 

「ท่านคลิฟท์..?」

「ผมเข้าใจถึงความสำคัญเรื่องอาหาร ถ้าเมืองนี้เกิดขาดแคลนอาหารขึ้นมาทางเราก็จะช่วยคุณเอง แต่ถ้าจังหวะนั้นทางเราก็เกิดปัญหาขาดแคลนอาหาร ก็คงไม่สามารถทำตามที่สัญญากันไว้ได้ ตกลงนะ?」

「แน่นอนครับ เมืองนี้จะประสบปัญหาสภาวะขาดแคลนอาหารแค่ตอนที่ไม่สามารถนำเรือออกทะเลได้เท่านั้น เลยคิดว่าไม่น่าจะเกิดในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ครีโมเนีย」

「คุณพูดถูก ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน นั่นเป็นเหตุผลที่ถ้าทางครีโมเนียเกิดปัญหาการขาดแคลนอาหาร ผมก็จะขอให้คุณช่วยเราในทางกลับกัน」

「ตกลงครับ」

「ถ้างั้นก็เหลือปัญหาเดียวคือการขนส่งของพวกนี้」

「เรื่องนั้นไม่มีปัญหาแล้วแหละ ต้องขอบคุณเจ้าหมีตัวนี้」

 

คลิฟท์มองมาที่ฉัน

หลังจากคลิฟท์พูดแบบนั้น คนที่เหลือนอกจากมายรีนซังดูท่าจะกำลังสับสน

 

「เพื่อประโยชน์ของเมืองนี้ ยูนะเลยสร้างอุโมงค์ที่ทะลุตรงไปที่เมืองครีโมเนีย」

「เดี๋ยวก่อนนะครับ…」

 

พวกเขาพยายามขัดจังหวะบทสนทนา

 

「นี่เรื่องจริงเหรอ!?」

「แน่นอน พวกเราใช้อุโมงค์นั่นตอนเดินทางมาเมืองนี้」

「หืมม นี่คุณไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม?」

「ไม่แปลกที่คุณจะคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น แต่นี่คือเรื่องจริง ถ้าคุณใช้ม้าเร็วเพื่อส่งข้อมูลก็น่าจะถึงภายใน2-3วัน แน่นอนว่าผมไม่รู้หรอกว่าถ้าใช้รถม้าจะใช้เวลานานขนาดไหนแต่คิดว่าคงแค่ไม่กี่วัน」

「……」

「ผมอยากจะไปที่อุโมงค์เพื่อหารือเกี่ยวกับการใช้งานมัน พวกคุณโอเคไหม?」

「แน่นอนครับ พวกเราอยากไปเห็นอุโมงค์นี้เหมือนกัน」

 

แล้วพวกเขาก็ลงนามในหนังสือสัญญากัน

หืมมม แล้วนี่ฉันจำเป็นต้องมาด้วยตรงไหนละนิ?

 

「หลังจากนี้ผมยังต้องการที่จะพูดเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้แทนของเมืองนี้ ผมต้องการคุยกับเขา เมื่อเขาได้รับการแต่งตั้งแล้ว แน่นอนว่าผมไม่คิดมากหรอกนะหากจะเป็นคนหนึ่งในที่นี้」

「คุณกำลังพูดถึงนายกเทศมนตรี?」

「ใช่ครับ ถ้าไม่มีผู้นำ พวกเราก็ไม่สามารถเจรจาเรื่องที่สำคัญกันได้」

「เข้าใจแล้วครับ พวกเราจะแต่งตั้งนายกเทศมนตรีในเร็วๆนี้」

「ตอนนี้ผมก็หมดเรื่องที่จะพูดแล้ว」

 

หลังจากที่คลิฟท์พูดทุกอย่างที่อยากจะพูดแล้ว ตอนนี้ก็ถึงตามายรีนซัง

 

「เราจะพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาของกิลด์การค้าก่อนนะ ต้องขอโทษทุกท่านจริงๆ ที่คนของเราได้ทำเรื่องที่เลวร้ายแบบนี้ ฉันได้อ่านรายงานของอโทร่าซังแล้ว ที่จริงเรื่องเลวร้ายแบบนี้ไม่สมควรจะเกิดขึ้นเลย ดังนั้นทางกิลด์การค้าจะไม่ปกป้องเขาเด็ดขาด และทางกิลด์การค้าแห่งเมืองครีโมเนี่ยจะขอรับผิดชอบเรื่องการลงโทษเขาเอง」

「ขอโทษนะครับ แล้วบทลงโทษของเขาคืออะไรบ้าง?」

「แน่นอนว่าเขาจะได้รับโทษประหาร ตอนนี้มิริร่าเป็นส่วนหนึ่งของครีโมเนียแล้ว ตามที่เราได้ลงนามกันไว้ ดังนั้นมันเป็นเรื่องปกติที่จะลงโทษเขาด้วยกฏหมายของครีโมเนีย ถ้าเขาทำแบบนี้กับเมืองและผู้คนของผม เขาต้องถูกจัดการแน่นอน ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะปล่อยให้เขามีชีวิตรอด  ในทางกลับกันการตายของเขาจะช่วยบรรเทาความโศกเศร้าของผู้ที่สูญเสียได้มากกว่า」

 

คลิฟท์พูดถึงความโศกเศร้าของผู้คนที่ได้สูญเสียคนที่สำคัญไป

สามี ภรรยา ลูกชาย ลูกสาว ญาติพี่น้อง ปู่ย่าตายาย เพื่อนสนิท…มีผู้คนมากมายที่สาปแช่งเขา

 

「เราจะดำเนินการลงโทษเขาด้วยยาพิษที่ลานกลางเมืองนี้ เรียกให้ทุกคนที่ต้องการจะเห็นมาดู เพื่อบรรเทาความโศกเศร้าของพวกเขาสำหรับเหตุการณ์โหดร้ายที่เกิดขึ้น」

「ถ้างั้นแล้วพวกโจรละ?」

「เราจะตัดสินพวกเขาตามข้อมูลที่รวบรวมมา ใครที่ฆ่าคนหรือข่มขืนผู้หญิงก็จะถูกประหาร ส่วนพวกที่เหลือก็จะถูกส่งไปใช้แรงงานหนักที่เหมือง」

 

คนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ กำลังจะถูกดำเนินการภายใต้การตัดสินโทษของคลิฟท์

ไม่มีใครต้องการยุ่งกับการตัดสินใจนี้

ผู้สูงอายุเหล่านี้เป็นแค่คนธรรมดา ต่อให้สิ่งที่พวกโจรมันทำมันเลวร้ายจริงๆก็เถอะ แต่ฉันพนันได้เลยว่าพวกเขาไม่อยากให้มือของเขาสกปรกหรอก  

ความจริงที่ว่าคลิฟท์สามารถตัดสินใจเรื่องพวกนี้ได้จริงๆ แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่มีความสามารถในการเป็นผู้นำคนอื่นๆ

ก็นะ ถ้าในระหว่างการต่อสู้ ฉันก็คงจะเชือดพวกเขาทิ้งได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าพวกเขาถูกจับมาแล้วไม่สามารถขัดขืนได้ ฉันยอมรับว่ามันเป็นการยากที่จะตัดสินโทษให้พวกเขาตายต่อหน้าต่อตา

เพราะคลิฟท์ทำมันได้ ฉันเลยคิดว่าเขานี่น่าเหลือเชื่อเหมือนกัน

 

「พวกคุณสามารถใช้ชื่อของผมได้! ถ้าหากมีญาติพวกโจรต้องการร้องเรียน」

「เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณมากสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างครับท่านคลิฟท์」

「ไม่ต้องขอบคุณหรอก เพราะว่าทั้งหมดนี่คืองานของผม」

「ถ้างั้นเราจะมาพูดเรื่องอนาคตของกิลด์การค้าที่นี่ต่อนะ」

 

หลังจากได้ยินคำนั้น จูรีโมก็เต็มไปด้วยความกังวล

 

「ฉันอยากถามพวกคุณบางอย่าง จูรีโมตั้งใจทำงานตามหน้าที่ของเขาไหม? มีใครทำงานแบบเขาได้บ้าง? แล้วฉันก็อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของเขา」

 

เมื่อพวกคุณปู่ได้ยินคำถามเหล่านี้  พวกเขาก็เอียงหัวคิดเล็กน้อยแล้วรีบตอบกลับมา

 

「จูรีโม่ถึงจะเป็นมือใหม่ แต่เขาก็ทำงานได้ดีนะ.」

「ฉันเห็นเขาบางทีก็อู้งาน แต่พวกชาวเมืองก็รักเขานะ」

「แถมตอนที่เกิดเหตุการณ์เลวร้ายนั่น เขาก็ยังขโมยปลาไปแจกจ่ายให้ครอบครัวที่ยากจนอีก」

「ขอคิดก่อนนะ... เขาเป็นคนประเภทที่จะทำหน้าที่ของเขาอย่างถูกต้อง แม้ว่าเขาจะบ่นเกี่ยวกับมันตลอดเวลา」

 

หลังจากมายรีนซังได้ยินความเห็นของทุกคนแล้ว เธอก็ตอบออกมา

 

「เอาละ ฉันจะแต่งตั้งให้นายเป็นหัวหน้ากิลด์การค้าเมืองนี้นะ」

「คะ…คนแบบผมน่ะนะเป็นหัวหน้ากิลด์?」

「ใช่สิ ในช่วงเวลาที่ไม่มั่นคงแบบนี้ มันจะดีที่สุดที่มอบหน้าที่ให้คนที่ชาวเมืองชอบและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ พวกเขาคงไม่ทำแบบนั้นหรอกถ้าให้คนแปลกหน้าแบบฉันเป็นหัวหน้ากิลด์น่ะ」

「แต่การให้ผมเป็นหัวหน้ากิลด์เลย มัน…」

「มันไม่มีปัญหาหรอก เดี๋ยวฉันจะส่งคนมาช่วยเอง นายแค่ค่อยๆพยายามเรียนรู้หน้าที่ของหัวหน้ากิลด์การค้าก็พอ」

「ฉันก็ขอนายด้วยนะจูรีโม่ นายไม่รู้หรอกว่ามันช่วยพวกเราได้มากแค่ไหนในเวลาแบบนี้น่ะ…」

「และถ้านายอยากอู้งาน ก็แค่โยนงานให้พวกผู้ใต้บังคับบัญชาใช่ไหมละ?」

「ฉันก็รู้สึกแบบเดียวกับพวกเขานะ จูรีโม่」

 

พวกคุณปู่ก้มหัวขอร้องเขา

แต่มันไม่ดีเลยที่จะอู้งานนะ!

 

「ได้โปรดเงยหน้าขึ้นเถอะครับ ผมเข้าใจแล้ว ถ้าพวกคุณไว้ใจถึงขนาดนี้ ผมก็จะทำมันเองครับ」

 

จูรีโม่ทุบหน้าอกของเขา ในขณะที่เขาตกลงยอมรับหน้าที่ใหม่ของเขา

มายรีนซังก็ยิ้มให้กับคำตอบของเขา

ฉันว่าฉันเห็นแก้มของจูรีโม่ซังเปลี่ยนเป็นสีแดงนะ และเป็นไปได้มากว่ามันไม่ใช่แค่จินตนาการของฉัน

 

「ถ้างั้นหัวข้อสุดท้ายก็คืออุโมงค์ ใช่ไหม?」

「ฉันว่าเราน่าจะทานอาหารกันก่อนไปที่นั่นนะ?」

 

อโทร่าซังเช็คดูเวลา แน่นอนว่ามันได้เวลามื้อเที่ยงแล้ว

 

「คุณพูดถูก ถ้างั้นเราทานอาหารกันก่อนแล้วค่อยเดินทางไปอุโมงค์ โอเคนะ?」

 

ไม่มีใครปฏิเสธข้อเสนอของคลิฟท์

 

 

 

 

..................................................

TL:เหนื่อยเลยครับ ตอนนี้ยาวและแปลยากพอสมควร เพราะสรรพนามแทนตัวกันด้วย แล้วพอดีมีคนติว่าแปลประโยคแข็งไป เลยพยายามเกลาประโยคให้ดูต่อเนนื่องและอ่านไม่สะดุด

ปล.   หน้าที่หนูหมีในตอนนี้คือออออ มาสคอตประจำห้อง 5555+

 

 




NEKOPOST.NET