[นิยายแปล] คุมะ คุมะ คุมะ แบร์ ตอนที่ 97 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] คุมะ คุมะ คุมะ แบร์

Ch.97 - คุณหมีมุ่งหน้าไปที่อุโมงค์


 

เมื่อถึงวันที่นัดกันไว้ คริฟท์และมายรีนซังมาหาฉันที่รออยู่ที่บ้านคุณหมี

 

「ขอโทษที่ให้รอ」

「ฉันเพิ่งรอได้ไม่นานเอง แล้วทำไมมายรีนซังถึงมาอยู่ที่นี่ละ?」

 

พวกเขาเป็นการรวมตัวกันที่น่าประหลาดใจ อาจจะเพราะฉันคิดว่าเป็นเรื่องยากที่จะเจอพวกเขาอยู่ด้วยกัน

 

「นี่เธอไม่รู้จริงๆเหรอว่าทำไม? มายรีนเป็นหัวหน้ากิลด์การค้าของเมืองนี้นะ ถ้าฉันจำไม่ผิด พวกเธอเป็นคนรู้จักกันไม่ใช่เหรอ?」

 

คลิฟท์พูดออกมา เหมือนเขากำลังนึกถึงเหตุการณ์บางอย่าง

ฉันเพิ่งได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรกนะ แต่พอมาลองคิดดูฉันก็ไม่เคยเจอหัวหน้ากิลด์การค้าเลยซักครั้งเหมือนกัน

 

「เราก็พอรู้จักกัน แต่….มายรีนซัง คุณเป็นหัวหน้ากิลด์เหรอ?」

「โอ๊ะ ฉันลืมบอกเธอเหรอ?」

 

เธอหยอกเล่นจนทำให้ฉันดูโง่เลย

แน่นอนว่าเธอไม่เคยบอกฉัน เรื่องสถานะของเธอเลย

 

「ล้อเล่นน่าาา ฉันไม่มีจังหวะจะบอกเธอซักที แต่ความจริงที่ว่าฉันเป็นหัวหน้ากิลด์ไม่ใช่พนักงานธรรมดา ก็ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของเราสองคนเปลี่ยนแปลงไป ใช่ไหมจ๊ะ?」

「มายรีนซัง คุณอายุมากกว่าที่เห็นภายนอกใช่ไหม?」

 

มายรีนซังดูยังสาว และชอบนั่งทำงานอยู่ตรงเคาเตอร์  ฉันเลยคาดไม่ถึงว่าเธอจะเป็นหัวหน้ากิลด์ ดังนั้นสิ่งเดียวที่ฉันคิดออกคือ เธอมีรูปลักษณ์ภายนอกที่หลอกสายตาคนอื่นแบบคุณเอลเลนอ

 

「นั่นหยาบคายมากเลยนะ อายุฉันยังเลข2อยู่เลย เหมือนรูปลักษณ์ภายนอกของฉัน」

 

คือ…ขอบเขตช่วงอายุมันไม่กว้างไปหน่อยเหรอ?

โดยส่วนตัวแล้ว ฉันคิดว่ามันแตกต่างกันมากนะระหว่างคนอายุ20 กับ29น่ะ เอาเถอะ ถ้าเธอไม่อยากบอกงั้นอายุเธอน่าจะอยู่ในช่วงครึ่งหลัง

แต่ลองคิดดู ถ้ามายรีนซังเป็นหัวหน้ากิลด์จริงๆ มันก็ช่วยอธิบายสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นได้พอดี เช่น  การตัดสินใจของมายรีนซังก็ช่วยได้มากจริงๆตอนที่ขายไข่

มันไม่มีทางอยู่แล้วที่พนักงานปกติจะทำตามที่ฉันร้องขอได้ เรื่องที่ห้ามขายไข่ให้กับเจ้าเมืองน่ะ

 

「ฉันไม่สนหรอกว่าเธอจะอายุถึง 20 30 หรือ40  การยืนคุยอยู่ตรงนี้มันไม่ช่วยอะไรเราเลย เราต้องออกเดินทางได้แล้ว」

「ดะ เดี๋ยวสิมันแตกต่างกันมากนะยะระหว่าง20กับ30เนี่ย มันต่างกันอย่างกับฟ้ากับเหว!  และอะไรคือ40ยะ!!! นายต้องถูกเกลียดแน่ถ้านายยังพูดกับสุภาพสตรีแบบนี้!」

「ฉันไม่สนหรอก ฉันแต่งงานและมีลูกแล้ว ไม่เหมือนกับใครบางคนหรอก」

 

การที่เขามีภรรยาที่งดงามกับลูกสาวตัวน้อย ทำให้เขายืนอยู่ฝั่งของผู้ชนะ ปัญหาเดียวก็คือเขายังไม่มีทายาทชาย ฉันไม่แน่ใจแต่น่าจะเป็นแบบนั้นนะ ถึงฉันจะไม่ได้เจอเชียร์เลยจนกระทั่งได้ไปเมืองหลวงก็เถอะ

 

「นี่นายจะหาเรื่องกันใช่ไหม?」

「ฉันก็แค่พูดความจริง」

 

บรรยากาศระหว่างพวกเขาสองคนเริ่มอันตรายแล้ว

พวกเขาอาจะเหมือนหมากับแมวใช่ไหม?

ฉันไม่รู้หรอกนะว่าใครเป็นหมาใครเป็นแมว แต่ที่สำคัญกว่านั้น…….

 

「มายรีนซัง คุณจะไปมิริร่าด้วยใช่ไหม?」

「แน่นอนสิ  นอกจากเรื่องอื้อฉาวของกิลด์การค้าที่นั่น ฉันยังอยากไปดูอุโมงค์ที่สร้างขึ้นมาจริงๆ เพราะมันจะทำให้เราเริ่มทำการค้ากับมิริร่าได้ มันมีหลายเรื่องที่ไม่สามารถตกลงกันได้ถ้าหัวหน้ากิลด์แบบฉันไม่ได้ไปที่นั่นด้วย นอกจากนี้ ที่สำคัญที่สุดเลยคือฉันจะได้นั่งพวกคุณหมีที่ชื่อเสียงโด่งดังพวกนี้ ฉันต้องไปให้ได้แม้ว่าต้องหยุดงานฝั่งนี้ไว้ก่อนก็เถอะ」

 

เธอดูเหมือนจะขยันทำงานอยู่ในกิลด์การค้าตลอด แต่เธอทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้ากิลด์ได้เหมาะสมไหมนิ?

 

「เธอกลับไปทำงานของเธอเลย ไป!」

「ฉันบอกแล้วไงว่าการไปมิริร่ามันเป็นงานของฉัน!」

 

เธอเถียงกลับจนทำให้คลิฟท์ต้องเงียบปากไป

 

「เอาละยูนะจัง เราไปกันเถอะ ฉันอยากเห็นคุณหมีที่ทุกคนเล่าลือกันแล้ว」

 

มายรีนซังวางมือบนไหล่ของฉัน แล้วดันฉันให้รีบออกเดินทาง

คลิฟท์ตามพวกเรามาด้วยอาการที่ยังฉุนเฉียวอยู่

เมื่อพวกเรามาถึงที่ประตู ยามที่เฝ้าอยู่มองมาทางเราแล้วดูสับสนกับการรวมกลุ่มที่แปลกประหลาดกลุ่มนี้ ตอนนี้ฉันเริ่มคิดแล้วว่าใครก็ตามที่เห็นหัวหน้ากิลด์และเจ้าเมืองเดินด้วยกันคงแปลกใจทุกคน ฉันภาวนาให้ฉันไม่ถูกนับรวมเข้าไปกับกลุ่มที่แปลกประหลาดกลุ่มนี้

เมื่อพวกเราออกจากเมือง ฉันก็เรียกคุมะคิวและคุมะยุรุออกมา

 

「นี่แหละหมีที่ทุกคนเล่าลือกัน」

 

ฉันบอกให้คลิฟท์ขึ้นไปขี่คุมะยุรุ และให้มายรีนซังมานั่งบนคุมะคิวกับฉัน

มายรีนซังเดินเข้าไปหาคุมะคิว

 

「คุมะคิวนี่ตัวที่สีขาวตัวนี้ใช่ไหม?」

 

เธอลูบคอคุมะคิว และดูเหมือนเขาจะชอบให้เธอลูบด้วย

 

「ใช่ ตัวสีขาวชื่อคุมะคิว ตัวสีดำชื่อคุมะยุรุ」

「ฮุฮุ ชื่อพวกนี้นี่สมกับที่เป็นเธอจริงๆ ยูนะจัง」

「คุณหมายความว่ายังไงละนั่น?」

「ฉันหมายถึง ชื่อของพวกเขาน่ารักจริงๆ เหมือนกับรูปลักษณ์ของพวกเขาเลย」

 

มายรีนซังยิ้ม ราวกับซ่อนอะไรบางอย่างไว้จากฉัน

ฉันไม่รู้จริงๆว่าถ้าใช้ชื่อ ”คุมะคิว” กับ “คุมะยุรุ” แล้วมันจะฟังดูน่ารัก แต่ตอนนี้ฉันก็ใช้ชื่อนี้มาตลอด ถ้าฉันมีเซ้นท์ในการตั้งชื่อบ้าง ฉันคงหาชื่อที่ดีกว่านี้ได้ แต่ตอนนี้ฉันคิดว่าชื่อนี้ก็ดีอยู่แล้ว

ทั้งสองคนพยายามจะขึ้นไปขี่พวกหมีของแต่ละคน

 

「ยูนะจังเธอขี่พวกเขายังไงละ?」

 

ไม่เหมือนม้า พวกหมีไม่มีอานให้ขึ้นนั่ง

คุมะคิวหมอบลงทำให้พวกเราขึ้นไปได้ง่าย ฉันขึ้นไปคนแรก และมายรีนซังค่อยขึ้นมานั่งหลังฉัน

 

「ถึงจะไม่มีอานก็เถอะ แต่นี่มันนั่งสบายดีจริงๆ」

「มันก็ยังรู้สึกสบาย แม้ว่าจะต้องนั่งเป็นเวลานานๆก็ตาม」

 

ตอนแรกฉันนึกว่าที่รู้สึกสบายแบบนี้เป็นเพราะชุดคุณหมี แต่เมื่อตอนฉันไปเมืองหลวงกับฟีน่าและโนอา พวกเธอก็บอกว่าไม่ได้รู้สึกเมื่อยหรือเจ็บก้นเลย เมื่อฉันได้ยินแบบนั้น ในที่สุดฉันก็เข้าใจว่า มันเป็นเพราะความสามารถพิเศษของหมี

หลังจากพวกเราขึ้นนั่งกับครบแล้ว พวกหมีก็เริ่มมุ่งหน้าไปที่อุโมงค์

พวกเขาเริ่มจากวิ่งเหยาะๆก่อน

 

「พวกเขาวิ่งได้ราบรื่นดีจัง ไม่ค่อยกระเทือนเลย」

คุมะคิวและคุมะยุรุวิ่งขนาบกัน

「พวกเขาทั้งเร็วและก็นั่งสบาย ทำให้รถม้านี่ดูช้าไปเลยจริงๆ」

「ถ้าคุณเอาเด็กพวกนี้ไปเปรียบเทียบกับรถม้า มันจะทำให้พวกเขาเสียใจนะ」

พวกหมีเร่งความเร็วขึ้น แล้วพวกเราก็มาถึงบริเวณเทือกเขาเอริเซ็นโตะตอนเที่ยง

「ฉันคิดว่ามันน่าจะอยู่แถวนี้น้า」

พวกเรามาถึงบริเวณที่ฉันขุดอุโมงค์ไว้

เมื่อดูตามแผนที่แล้ว มันน่าจะอยู่แถวๆนี้

「เธอหลงทางเหรอ?」

 

คลิฟท์ถาม

เมื่อฉันกำลังมองไปรอบๆ อยู่ๆคุมะคิวเริ่มเดินออกไปเอง

 

「คุมะคิว?」

 

ท่าทางคุมะคิวเหมือนกำลังจะบอกว่า ‘ปล่อยเป็นหน้าที่ฉันเอง!’.

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เจออุโมงค์ที่ถูกบังด้วยต้นไม้

 

「หืม ถึงรอบๆต้นไม้จะขึ้นหนาแน่นก็เถอะ แต่ทำไมตรงนี้มันไม่มีต้นไม้เลยละ 」

「พวกมันเกะกะน่ะตอนฉันจะนอนที่นี่ ฉันเลยตัดสินใจเคลียมันออก」

เพราะแถวนี้ถูกเคลียเรียบร้อยแล้ว พวกเราเลยตัดสินใจพักกันตรงนี้

「ก็นะ ต้องขอบคุณพวกหมี เรามาถึงที่นี่ได้เร็วจริงๆ」

「ในฐานะคนค้าขายนะ ฉันอยากได้พวกเขาจริงๆ」

「ฉันพนันได้เลยว่าพวกนักผจญภัยก็ต้องชอบพวกเขาเหมือนกัน」

 

พวกเขาสองคนแสดงความคิดเห็นต่อพวกหมี ขณะที่กำลังพักดื่มน้ำโอเร็น

หลังจากนั้น พวกเขาก็มายืนอยู่ตรงปากทางเข้าอุโมงค์

 

「แล้ว นี่สินะอุโมงค์ที่ยูนะสร้างไว้」

 

ที่อยู่ต่อหน้าพวกเขาคืออุโมงค์ที่ใหญ่โตมาก

 

「มันกว้างมากเลย มันน่าจะให้รถม้าสองคันไปพร้อมกันได้เลยนะเนี่ย」

「มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะให้รถม้าสองคันวิ่งไปพร้อมกันน่ะ ต่อให้พวกเขาต้องการก็เถอะ」

「นายต้องให้พวกเขาแยกกันไปทีละคัน ถ้าทำแบบนี้พวกเขาก็จะไม่เกิดอุบัติเหตุข้างในนั้น」

「เธอพูดถูก ในกรณีนี้ เราต้องหาคนมาคอยควบคุมนะ」

「และเราต้องจัดเก็บค่าผ่านทางด้วย」

「แล้วต้องตั้งราคาเท่าไหร่ละถึงจะเหมาะ?」

「ปกติมันต้องพิจารณาจากค่าใช้จ่ายในการสร้างอุโมงค์นะ แต่….」

 

พวกเขาสองคนหันมามองที่ฉัน

 

「เธอจะให้เก็บค่าผ่านทางไหม?」

「แน่นอนสิ คนบ้าแบบไหนละที่จะมาบริการพวกนี้ฟรีๆ? มันมีค่าใช้จ่ายในการดูแล แล้วเราต้องจ้างพวกทหารหรือนักผจญภัยมาป้องกันที่นี่ด้วย」

「ถ้าเราไม่จัดการ พวกโจรหรือมอนส์เตอร์จะเข้าไปในนั้น แล้วคนที่เจอก็จะไม่มีทางหนีได้」

 

พวกเขาพูดถูก ถ้าเราปล่อยไว้แบบนี้พวกมอนส์เตอร์ก็จะเข้าไปข้างในได้ พวกเขาต้องสร้างป้อมดูแลทางเข้าแต่ละทางเพื่อใม่ให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น มันก็จะมีค่าใช้จ่ายในการจัดการ ดังนั้นการเก็บค่าผ่านทางก็คงจำเป็นต้องทำ

 

「เราต้องติดตั้งหินเวทมนต์เพื่อให้แสงสว่างในอุโมงค์ด้วย」

「นั่นก็ถูก เราต้องติดตั้งสายเวทแสง แค่เรื่องนี้ก็มีค่าใช้จ่ายสูงแล้ว」

 

สายเวท เป็นชื่อของอุปกรณ์ที่ไว้ใช้จ่ายพลังเวทไปตามสายที่ติดตั้ง มันเหมือนกับสายไฟในโลกก่อน มันมีติดตั้งไว้ในบ้านคุณหมีเหมือนกัน ระบบที่ติดตั้งไว้ก็แบบเมื่อแตะหินเวทมนต์ที่ตั้งไว้ตรงผนัง พลังเวทก็จะถูกจ่ายไปตามสายเวทไปที่หินเวทที่ติดอยู่ตรงเพดานและทำให้ห้องสว่าง

 

「นอกจากนี้เรายังต้องติดสายเวทลมด้วย」

「อืมม มันจำเป็นเพราะอุโมงค์นี่น่าจะยาวอยู่ แต่ก่อนจะคิดถึงเรื่องนั้น อุโมงค์นี้มีความยาวเท่าไหร่กันแน่นะ? ถ้ามันยาวมาก เราคงต้องสร้างจุดพักรถม้าอีก」

 

พวกเขาสองคนเริ่มคุยเกี่ยวกับสิ่งจำเป็นในการเปิดใช้อุโมงค์กันสองคน

ฉันไม่ได้รังเกียจหรอกนะที่ถูกกันออกมาจากบทสนทนา ตราบใดที่อาหารทะเลยังส่งมาที่ครีโมเนียได้ แล้วเรื่องพวกนี้มันก็ไม่ง่ายเลย มันจะดีกว่าที่ปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการงานของเขาไป นี่เป็นเหตุผลที่ฉันปิดปากของฉันสนิท

เราตัดสินใจที่พักแค่แป๊บเดียว ดังนั้นเราเลยออกเดินทางต่อ

ฉันสร้างแสงคุณหมีออกมา และวางไว้ข้างหน้าพวกเรา เมื่อพวกเราเคลื่อนที่แสงมันก็จะเคลื่อนที่ไปด้วย

 

「ขอโทษทียูนะ แต่เธอช่วยไปให้ช้ากว่านี้หน่อยได้ไหม? ฉันอยากยืนยันสภาพและความยาวของอุโมงค์ด้วยน่ะ」

 

พวกหมีลดความเร็วลง และค่อยๆเดินผ่านอุโมงค์

 

「นี่มันเหลือเชื่อจริงๆที่เธอสร้างมันด้วยตัวคนเดียวเนี่ย」

「ถ้ามีเมืองไหนต้องการขุดอุโมงค์นะ พวกเขาต้องเรียกหาเธอแน่ๆ 」

「คนที่ใช้เวทดินเป็น ก็ทำแบบนี้ได้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?」

「เธอ…เธอนี่ไม่รู้เลยเหรอ ว่าเธอนะผิดปกติขนาดไหน ฮะ? ที่เธอพูดก็ถูก มีคนที่ขุดอุโมงค์ได้ก็จริง แต่การขุดให้เสร็จภายในเวลาไม่กี่วันน่ะ มันเป็นไปไม่ได้หรอก ฉันก็รู้อยู่หรอกว่าเวทมนต์ของเธอนะเกินกว่าที่จะเรียกว่าแข็งแกร่งอีก แต่ตอนนี้ฉันก็ได้รู้อีกว่าปริมาณพลังเวทของเธอนะมันเยอะจนไร้เหตุผลสิ้นดี」

 

ฉันไม่ได้บอกพวกเขาว่า ตอนฉันสร้างอุโมงค์ฉันสวมชุดคุณหมีสีขาวเลยทำให้ฉันฟื้นฟูพลังเวทได้อย่างรวดเร็ว

 

「แต่เราก็ต้องแจ้งเรื่องอุโมงค์นี้ไปที่เมืองหลวง ถ้าเราต้องการให้มิรีร่ามาเข้าร่วมเป็นมลรัฐเรา」

「จากนั้น ก็เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะถามว่าเราสร้างอุโมงค์กันยังไง 」

「ถ้าคุณไม่บอกพวกเขาก็ไม่รู้เรื่องนี้หรอก」

「พวกเขารู้แน่!」

 

คลิฟท์โวยวายออกมา

ฉันอยากให้เขาหยุดตะโกนในอุโมงค์นี้จริงๆ

 

「ฉันไม่คิดว่านายต้องกังวลอะไรนะ เพราะถ้าฉันจำไม่ผิด ประเทศนี้เหมือนจะไม่มีอุโมงค์เลยซักแห่งนะ」

「ฉันไม่แน่ใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าพวกเขารู้ถึงความแข็งแกร่งของยูนะ แต่อย่ากังวลไป ฉันจะอธิบายให้พวกเขาฟังอย่างเหมาะสมเอง」

 

เขาบอกให้ฉันไม่ต้องกังวล แต่พวกเชื้อพระวงศ์น่ะมีตำแหน่งสูงกว่าขุนนางใช่ไหม? มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

「นายน่าจะขอให้เอลเลนอช่วยเรื่องนี้นะ มันน่าจะไม่มีปัญหาอะไร」

เอลเลนอซัง… ถ้าฉันจำไม่ผิด เธอถึงกับใช้คำพูดแบบปกติไม่ต้องเป็นทางการได้เวลาพูดกับพระราชา

ฉันอยากรู้มาก ว่าเอลเลนอซังนี่จริงๆแล้วเป็นใครกันแน่ ตั้งแต่ฉันมาที่โลกนี้ เธอเป็นคนที่ลึกลับที่สุดเลยเท่าที่ฉันเคยเจอมา

「ดูเหมือนจะไม่มีจุดที่น้ำหยดลงมานะ」

คลิฟท์มองขึ้นไปบนเพดาน

「ตอนฉันสร้าง ฉันจัดการให้น้ำไหลไปทางอื่น มันเลยไม่มีจุดที่น้ำจะหยดลงมาได้หรอก」

 

ฉันไม่อยากให้มันกลายเป็นถ้ำหินปูนทีหลังน่ะ

 

「แบบนี้มันจะช่วยให้จัดการได้ง่ายขึ้นนะ」

 

เราตรวจสอบหลายอย่างเลยทีเดียว แต่เราก็ไม่สามารถไปตรวจสอบจากข้างนอกได้

เราพึ่งมาถึงสามในสิบของระยะทาง

 

「มันต้องน่าขนลุกแน่ๆ ถ้าเกิดแสงมันดับตอนนี้」

「ยูนะ แสงส่องทางของเธอไม่มีปัญหานะ?」

「แค่ไม่กี่ชั่วโมงมันไม่มีปัญหาหรอก」

 

ถ้ามันดับ ฉันก็แค่สร้างขึ้นมาใหม่อีกอัน

 

「มันจะลำบากเกินไปที่จะติดตั้งสายเวทแสงไว้บนเพดาน ดังนั้นเราน่าจะติดตั้งพวกมันไว้ที่ผนังแทน」

「นั่นน่าจะดีกว่า แม้ว่าอีกฝั่งจะดับไป แต่ก็ยังมีแสงจากอีกฝั่งอยู่」

 

เรื่องที่พวกเขาคุยกันก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ฉันยังมองไม่เห็นปลายอุโมงค์เลย

 

「ระยะทางมันยาวมากเลยนะเนี่ย」

「ก็นะ แม้ว่าเราจะใช้ทางตัดตรงไปใต้ภูเขา แต่มันก็ยังเป็นระยะทางที่ไกลอยู่ดี」

「งั้นเราต้องสร้างจุดพักในนี้?」

「ฉันคิดว่าสร้างไว้ก็ดีกว่าไม่มีเลย」

 

ฉันรู้สึกได้ว่าพวกเขามองมาที่ฉัน

 

「พวกคุณต้องการให้ฉันสร้างให้ไหม?」

「ถึงเธอจะทำมาเยอะขนาดนี้แล้วก็จริง แค่ทำเพิ่มอีกนิดหน่อยมันคงไม่เป็นไรหรอก ใช่ไหมละ?  มันจะดีกว่านะถ้าไปสร้างตรงจุดระยะครึ่งทาง แต่เราต้องมีการวัดที่แม่นยำกว่านี้」

「ฉันไม่รู้ระยะทางที่แน่นอนก็จริง แต่ฉันรู้ว่าจุดไหนถึงระยะครึ่งทางแล้ว」

 

ต้องขอบคุณแผนที่ ฉันเลยพอประมาณได้ว่าตรงไหนมันถึงครึ่งทางแล้ว

 

「เธอรู้จริงๆเหรอ?」

「พวกเราเกือบจะเดินทางถึงตรงนั้นแล้ว」

 

ฉันบอกให้คุมะยูรุให้เดินทางเร็วขึ้น ในขณะที่ฉันเปิดแผนที่ดู แต่ถึงอย่างนั้นคนบนโลกนี้ก็มองไม่เห็นแผนที่อยู่ดี ฉันรู้เรื่องนี้ตอนที่ทดลองกับฟีน่า

 

「จุดระยะครึ่งทางจะอยู่บริเวณนี้」

「เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?」

「ก็แค่ประมาณเอาน่ะ ดังนั้นอย่าวางใจมันมากนักละกัน」

「เอาเถอะ แม้ว่าเธอจะกะระยะพลาดก็ตามก็คงไม่เป็นไรละมั้ง เธอช่วยมาขยายพื้นที่บริเวณนี้หน่อยได้ไหม?」

 

ฉันใช้เวทดินขุดกำแพงให้ทะลุไปตามที่คลิฟท์แนะนำ

 

「นี่มันเหลือเชื่อจริงๆ เธอสร้างโพรงนี่ขึ้นมาได้ง่ายๆเลย」

 

หลังจากนั้นไม่นาน ฉันก็สร้างจุดพัก ที่จอดรถม้าได้หลายคันสำเร็จ

 

「ถ้าตอนนี้พวกเราถึงครึ่งทางแล้ว เราก็ไม่ต้องค่อยๆสำรวจส่วนที่เหลือแล้วละ โทษทีนะยูนะ เธอช่วยเร่งความเร็วพวกเขาหน่อยได้ไหม?」

 

ฉันบอกให้พวกหมีวิ่งให้เร็วขึ้น แล้วพวกเราก็ผ่านอุโมงค์ครึ่งทางหลังมาอย่างรวดเร็ว

 




NEKOPOST.NET