[นิยายแปล] คุมะ คุมะ คุมะ แบร์ ตอนที่ 8 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] คุมะ คุมะ คุมะ แบร์

Ch.8 - คุณหมีเดินช็อปปิ้ง


“พี่ยูนะคะ”
“ว่าไง?”
“พี่อยากได้ชุดแบบไหนเหรอคะ?”

“อย่างแรกก็คงเป็นอะไรสักอย่างที่ใส่ไว้ข้างในชุดนี้ได้ละนะ”

 

ฉันดึงชุดคุณหมี

ภายใต้ชุดนี้มีแต่ชุดชั้นใน

อย่างน้อยก็อยากได้เสื้อเชิ้ตสักหน่อยแหละนะ

 

“จะเข้าร้านแบบประหยัดหรือร้านราคาแพงเหรอคะ?”

“จริงๆอันไหนก็ได้นะ มันต่างกันยังไงเหรอ?”

 

“ร้านของชนชั้นสูงเป็นร้านราคาแพง หนูก็ไม่เคยเข้าไปเหมือนกัน แต่มีเสื้อผ้าราคาสูงคุณภาพน่าจะดีกว่าค่ะ ส่วนร้านแบบประหยัดจะขายเสื้อผ้าในราคาที่คนธรรมดาจะซื้อได้ค่ะ นอกจากนั้นก็มีร้านมือสองที่ขายเสื้อผ้าใช้แล้วแถมยังต่อรองราคาได้ นานๆทีหนูก็แวะไปที่นั่นเหมือนกัน พี่ยูนะอยากไปร้านไหนคะ?”

 

ที่จริงแล้วฉันก็อยากไปดูร้านราคาแพงเหมือนกันนะ แต่ว่าฟีน่าดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลยเวลาพูดถึงร้านนั้น ไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรกับร้านรึเปล่า? หรือว่าตัวร้านเองเลือกลูกค้า? จะว่าไปพอมานึงถึงสภาพตัวเองแล้ว ถ้าใส่ชุดแบบนี้ไป สงสัยคงจะโดนไล่ตะเพิดตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าร้าน คิดแบบนั้นแล้ว ฉันว่าฉันไปร้านธรรมดาจะดีกว่า
ส่วนร้านมือสองนั่นคงไม่ไหวจริงๆ

จะให้สวมชุดชั้นในมือสองนี่ก็ออกจะน่าขยะแขยงเกินไปหน่อยนะ

 

“ถ้างั้นเอาเป็นว่าลองไปดูที่ร้านแบบประหยัดกันก่อนดีไหม? แล้วค่อยตัดสินใจกันอีกทีว่าจะไปไหนต่อ”

 

ฟีน่านำทางฉันไปที่ร้านขายเสื้อผ้า

แล้วก็มีผู้หญิงอายุราว 20 ปีออกมาต้อนรับเมื่อเราเข้ามาในร้าน

เมื่อเธอเห็นชุดที่ฉันใส่ รอยยิ้มของเธอก็หายไปช่วงสั้นๆ ก่อนจะกลับคืนมาแทบจะในทันที

 

“ยินดีต้อนรับค่ะ มองหาอะไรเป็นพิเศษอยู่รึเปล่าคะ?”

“ชุดชั้นใน กับเสื้อผ้าอื่นๆอีกนิดหน่อยน่ะ”

“ชุดชั้นในอยู่ทางด้านนี้ค่ะ แต่ถ้าเป็นเสื้อผ้าที่จะเข้ากับรสนิยมของคุณลูกค้านี่….”

 

การที่ไม่สามารถใส่เสื้อผ้าปรกติแบบมนุษย์มนาเขาใส่กันได้นี่มันน่าสิ้นหวังสิ้นดี

 

“ขอแค่ใส่ได้พอดีก็ใช้ได้แล้ว”

 

ฉันแยกกับพนักงานขายแล้วเดินเข้าไปข้างในกับฟีน่า อย่างแรกที่ฉันมองหาคือชุดชั้นใน

ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะแยกทางกับกางเกงในคุณหมี

ฉันเลือกชุดโดยใช้ความเห็นของฟีน่าเป็นพื้นฐาน

ผลลัพธ์ก็คือฉันได้กางเกงในมาสองสามตัว แต่ว่าที่นี่ไม่มีบรา

ดูเหมือนว่าโลกนี้จะไม่มีบราอยู่แฮะ

ที่เหลือฉันก็ซื้อชุดที่เอาไว้ใส่ใต้ชุดคุณหมีด้วย

 

“ขอบใจมากนะฟีน่า”

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูดีใจที่ได้ช่วยค่ะ แล้วหลังจากนี้พี่ยูนะอยากจะไปไหนต่อเหรอคะ?”

“มีร้านขายหนังสือหรือห้องสมุดในเมืองนี้ไหม”

“มีร้านขายหนังสืออยู่ค่ะแต่ว่าไม่มีห้องสมุด หนูได้ยินมาจากคุณนักผจญภัยว่าห้องสมุดมีเฉพาะแต่ในเมืองหลวง”

“ถ้างั้นเอาเป็นร้านขายหนังสือก็ได้ แต่ตอนนี้มากินข้าวกลางวันกันก่อนดีกว่า มีที่ไหนแนะนำไหม?”

“เอ่อ ที่ไหนก็ได้เหรอคะ?”
“ใช่แล้ว”

“ถ้าอยากนั้นหนูอยากลองไปทานที่โรงแรมที่พี่ยูนะพักอยู่นะค่ะ หนูได้ยินมาว่าอาหารที่นั่นอร่อย ถึงหนูจะยังไม่เคยไปกินจริงๆก็เถอะ”

“โรงแรมนั้นเหรอ?”

“ค่ะ เพราะนักผจญภัยที่พักค้างคืนที่โรงแรมออกไปทำธุระกัน เพราะฉะนั้นโรงแรมจะเปิดให้บริการลูกค้าภายนอกตอนช่วงกลางวันค่ะ”

“อย่างนี้นี่เอง ถ้างั้นก็ไปกันเลยเถอะ”

 

ฟีน่ามุ่งตรงไปยังโรงแรมท่าทางมีความสุข

เมื่อเราไปถึงโรงแรม ที่นั่นก็เต็มไปด้วยลูกค้าแล้ว

กลิ่นหอมลอยอบอวลไปทั่วโรงแรม

 

“ยินดีต้อนรับค่ะ อ้าวยูนะจัง ทำไมกลับมาเร็วจัง?”

 

เอเลน่าสังเกตเห็นเราระหว่างที่กำลังถือจานที่ทานหมดแล้ว

 

“พวกเรามาทานอาหารกลางวันกันน่ะ”

“ถ้าอาหารกลางวันนี่มีคิดเพิ่มนะ”

“ไม่เป็นไร ยังมีที่ว่างเหลืออยู่ไหม?”

“ตอนนี้เต็มอยู่น่ะนะ แต่อีกเดี๋ยวคงจะมีที่เหลือบ้างแล้วละ”

“ถ้างั้นเตรียมอาหารตอนนี้เลยจะได้ไหม”

“อื้มได้สิ ตรงนี้ใกล้จะเสร็จแล้วละ”

“ถ้างั้นฉันทานที่ห้องจะได้รึเปล่า?”

“ไม่มีปัญหา”

“ถ้างั้นก็สั่งอาหารเลยละกัน ฟีน่าอยากทายอะไรก็สั่งได้เลยนะ”

“จะดีเหรอคะ?”

“ดีสิ แต่ต้องนำทางฉันไปร้านหนังสือหลังทานเสร็จด้วยล่ะ อันนี้ถือเป็นรางวัลล่วงหน้า”
“ขอบคุณมากค่ะ ถ้าอย่างนั้น...”

 

หลังจากที่พวกเรารออยู่ในห้องสักพัก เอเลน่าก็นำอาหารมาเสิร์ฟ

“ขอโทษที่ทำให้รอนะ”

“ขอบคุณ วางไว้บนโต๊ะได้เลย”

“ถ้ายังไม่เป็นการรบกวนเกินไปก็ช่วยเอาจานลงไปให้หน่อยนะ”

“เข้าใจแล้วเดี๋ยวกินเสร็จจะเอาลงไปให้นะ”
“ขอบใจนะ”

 

อาหารน่าอร่อยวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ

ขนมปังที่ดูนุ่มนิ่มๆ ,อาหารจานเนื้อ ,สลัด

จะว่าไปแล้ว โลกนี้มีข้าวไหมนะ?   (Lazysleeper : ถ้าไม่มีข้าวแล้วจะเอาอะไรไปทำขนมปังเล่า!)

ฉันเป็นคนญี่ปุ่น เพราะงั้นฉันก็เลยต้องติดการทานข้าว ,โชยุ ,มิโสะเพื่อจะมีชีวิตอยู่ได้

ตอนนี้ยังไม่เป็นไร เนื่องจากยังแค่วันที่สอง แต่ในอนาคตต้องมีวันที่ฉันจะลงแดงเอาแน่ๆ

 

“ฟีน่า รีบกันกินก่อนมันจะเย็นเถอะ”

“ค่ะ ทานละนะคะ”

“ขนมปังนุ๊มนุ่ม~ เนื้อก็ดีมากเลย”

“อื้ม อร่อยมากเลยค่ะ”

 

อยู่ๆฟีน่าก็หยุดทานอาหารลง

“เป็นอะไรไปล่ะ”
“คือว่า”
“ว่า?”

“หนูขอเอาอาหารครึ่งนึงห่อกลับบ้านได้ไหมคะ?”

“ทำไมล่ะ?”

“หนูอยากให้น้องสาวกับคุณแม่ลองกินดูน่ะค่ะ”

 

เธอพูดขึ้นทั้งๆที่ตายังจ้องอยู่ที่อาหาร

ตัวฉันเองก็ไม่มีครอบครัวเสียด้วย แต่ว่าความรู้สึกของฟีน่าสำคัญสำหรับฉัน

 

“ได้อยู่หรอก แต่ทานอันนั้นไปเถอะ แล้วหลังจากนั้นฉันจะสั่งมื้อเย็นให้อีกสอง...ไม่สิ อีกสามชุดเลย เอาไว้ให้เธอทานกับครอบครัว”

“จะดีเหรอคะ?”

“ให้เฉพาะวันนี้เป็นพิเศษไง พรุ่งนี้ไม่มีแล้วนะ เพราะงั้นไม่ต้องไปคิดมากหรอก”

“อื้ม ขอบคุณคะ”

 

หลังจากที่พวกเรากินเสร็จแล้ว ฉันก็นำจานเปล่ากลับไปให้เอเลน่า แล้วก็สั่งอาหารเย็นสำหรับสามที่

 

ด้วยท้องที่อิ่มเต็มที่ พวกเราก็มุ่งหน้าไปยังร้านหนังสือ

ดูเหมือนว่าร้านจะอยู่ที่ทิศตรงกันข้ามกับร้านขายอาวุธ

แล้วก็เช่นเคย ผู้คนที่สัญจรไปมาล้วนแต่จ้องมาที่ฉัน แต่ว่าฉันก็เดินต่อไปอย่างไม่ได้ไปใส่ใจอะไรมาก

จริงๆฉันก็ว่าจะเปลี่ยนไปใส่ชุดที่พึ่งซื้อมาอยู่ แต่มันมีโอกาสที่จะเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาอย่างตอนไปที่กิลด์ ดังนั้นฉันจะไม่ถอดคุณหมีออกจนกว่าฉันจะมั่นใจว่าปลอดภัยจริงๆ

 

พวกเรามาถึงร้านหนังสือ

มันเล็กกว่าที่คิดเอาไว้?

ฉันไม่ไม่ได้จะบอกว่าร้านหนังสือที่ญี่ปุ่นมีแต่ร้านขนาดใหญ่หรอกนะ แต่ที่เห็นอยู่นี่เล็กกว่าร้านแถวบ้านเดิมของฉันซะอีก

ภายในร้านเป็นหนังสือวางซ้อนกันเต็มไปหมด

เห็นได้ชัดว่าหนังสือที่ล้นออกมาจากชั้นวางจะถูกกองซ้อนกันอยู่บนพื้นแทน

จะมองหาจากในกองทั้งหมดนี่คงจะยาก

“ยินดีต้อนรับจ้ะ”

 

หญิงชราคนหนึ่งเรียกขึ้น

 

“คุณยายไม่ได้จัดระเบียบพวกนี้ไว้เหรอคะ?”

“อ้อ ยายรู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้างเพราะฉะนั้นไม่มีปัญหา อยากได้หนังสืออะไรก็บอกยายได้เลย”

“เหรอคะ? ถ้าอย่างนั้น ขอหนังสือที่มีข้อมูลเกี่ยวกับมอนสเตอร์ของโลกนี้ หนังสือที่เกี่ยวกับเวทมนตร์ แล้วก็ถ้าคุณยายมีแผนที่ด้วยจะดีมากเลยค่ะ”

 

“รอสักครู่นะ”

 

หญิงชราเดินไปที่ด้านหลังของร้าน

ผ่านไปไม่นาน เธอก็เดินกลับมาพร้อมกับหนังสือ 2-3 เล่ม

 

“เล่มนี้กับเล่มนี้เป็นหนังสือเกี่ยวกับมอนสเตอร์”

 

เธอส่งหนังสือให้ฉันสองเล่ม

 

“มอนสเตอร์ทั่วๆไปมีบรรยายไว้ในเล่มนี้ ส่วนสัตว์ในตำนานทั้งหลายบรรยายไว้ในเล่มนี้ แบบนี้ใช้ได้ไหม?”

“งั้นหนูเอาทั้งสองเล่มเลยค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้น เล่มนี้เป็นหนังสือเวทย์มนต์ สำหรับมือใหม่เท่านั้นนะ”

“อันนี้หนูก็เอาค่ะ”
“ส่วนแผนที่จะแสดงเฉพาะบริเวณใกล้เคียงของเมืองนี้เท่านั้นนะ ถ้าจะหาอันที่ละเอียดกว่านี้ก็คงต้องไปที่เมืองหลวงแล้วละจ้ะ”

 

“อันนี้ก็ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ ”

 

ฉันจ่ายเงินแล้วเดินออกจากร้าน

ฉันคิดว่าจะเสียเวลามากกว่านี้ ต้องขอบคุณคุณยายคนนั้น เสียเวลาไปไม่กี่นาทีเอง

แค่นี้เป้าหมายทั้งหมดก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

“พี่ยูนะจะไปไหนต่อดีคะ?”

 

อันนั้นยังเป็นปัญหาอยู่เลย

 

“อ่า ต้องขอบคุณเธอที่ช่วยจริงๆ ตอนนี้ฉันได้ทุกอย่างครบตามที่ต้องการแล้วล่ะ ฉันจะกลับไปอ่านหนังสือที่โรงแรม ซะหน่อย แล้วก็คิดว่าเธอคงจะเหนื่อยแล้วละ เดินมากันขนาดนี้”

 

ที่ฉันไม่รู้สึกเหนื่อยเลยต้องขอบคุณรองเท้าคุณหมี ถ้าไม่ได้มันล่ะก็ฮิคิโคโมริอย่างฉันคงหมดแรงร่วงไปตั้งแต่ร้านขายอาวุธแล้ว

 

“หนูสบายมากค่ะ”

 

ถึงอย่างนั้นฟีน่าก็ยังดูสบายๆอยู่เลย

เธอช่างต่างจากฮิคิโคโมริอย่างฉันจริงๆ

 

“ที่จริงฉันก็อยากไปร้านอุปกรณ์กับร้านขายชุดเกราะ แต่คิดว่าวันนี้คงพอแค่นี้ก่อน เธอจะว่ายังไง?”

“ถึงจะเร็วไปหน่อย แต่คิดว่าคงจะกลับไปทานอาหารของคุณเอเลน่าที่บ้านค่ะ”

“โอเค ถ้างั้นนี่คือค่าจ้างของวันนี้”

 

ฉันยื่นเหรียญเงินหนึ่งเหรียญให้เธอ

 

“มันจะไม่เป็นไรจริงๆเหรอคะ? แม้แต่อาหารเย็นของหนูพี่ก็เป็นคนจ่าย”

“เฉพาะวันนี้เท่านั้นแหละ”
“ขอบคุณมากค่ะ พี่ยูนะ”

 

หลังจากที่บอกลาฟีน่าแล้ว ยังเหลือเวลาอีกเล็กน้อยก่อนจะถึงเวลาอาหารเย็น ดังนั้นฉันจึงกลับไปที่ห้องพักก่อน

ฉันดึงหนังสือเล่มนึงออกมาจากกล่องมิติคุณหมี

อย่างแรก ฉันเอาแผนที่มาดูก่อน

นี่เป็นป่าที่ฉันเดินมาใช่ไหมเนี่ย?

ป่านั้นตั้งอยู่ห่างจากเมืองไปเล็กน้อย

ส่วนเมืองหลวงอยู่ในทิศตรงกันข้ามกับป่านั้น

แผนที่ไม่มีระยะทางบอกด้วยสิ นี่มันไกลไหมเนี่ย?

เป้าหมายต่อไปเป็นเมืองหลวงก็น่าจะดี

ดูเหมือนว่าจะมีหมู่บ้านหลายหมู่บ้านที่อยู่นอกตัวเมือง

ภูมิศาสตร์หลักๆฉันได้จำไว้ในหัวหมดแล้ว

ฉันหวังว่าจะมีแผนที่ที่ละเอียดกว่านี้

จะเป็นอะไรที่สะดวกมากถ้าได้ระบบแผนที่แบบเดียวกับในเกมส์

 

ฉันดึงหนังสือเวทย์มนต์ออกมาเป็นเล่มถัดมา

หน้าปกเขียนว่า “เวทย์มนต์สำหรับผู้ฝึกหัด”

จะมีระดับกลาง ระดับสูงด้วยไหมนะ?

ที่เมืองหลวงจะมีขายไหมเนี่ย?

ฉันเปิดข้างในออกมาอ่าน

 

อ่อ อ่อ

อืม อืม

อย่างนี้นี่เอง

 

“ดีละ งั้นมาลองกันเถอะ อย่างแรกก็รวบรวมพลังเวทย์สินะ”

 

ฉันลองทำเหมือนตอนที่ยังอยู่ในเกมส์ดู

ในเกมส์ แค่ฉันรวบรวมพลังเวทมาไว้ในมือแล้วก็สั่งการ เวทย์มนต์ก็จะทำงาน

ถ้าฉันรวบรวมพลังเวทย์ไว้ที่มือขวา ฉันก็จะร่ายมันด้วยมือขวา ถ้าฉันรวบรวมพลังเวทย์ไว้ที่มือซ้าย ฉันก็จะร่ายมันด้วยมือซ้าย

เพลเยอร์ที่ร่ายเวทได้ถนัดทั้งสองข้างก็จะกลายเป็นที่โด่งดังในเกมส์

ของฉันนะเหรอ?

ฉันถนัดมือขวา

ฉันลองรวบรวมพลังเวทย์ที่มือขวาเพราะเหตุผลนี้เอง

เมื่อฉันลองรวบรวมพลังเวทแล้ว ฉันลองสั่งการดู

 

“แสงสว่าง”

ภายในห้องพักมีลูกบอลแสงปรากฏขึ้นมา

อารมณ์ความรู้สึกลึกๆที่มาจากการร่ายเวทย์ได้สำเร็จ ไม่อาจเทียบได้กับรูปร่างของลูกบอลแสง

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าลูกบอลแสงที่ฉันคนนี้เรียกมาน่ะไม่ใช่ทรงกลม

มันมีหน้าของคุณหมีอยู่บนนั้น

เป็นหน้าแบบเดียวกับถุงมือข้างนึงที่ฉันใส่

ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีก็เลยลองเปิดหน้าต่างค่าสถานะดู

 

ชื่อ ยูนะ

อายุ 15 ปี

เลเวล  8

ความสามารถ : ภาษาต่างโลก อักษรต่างโลก กล่องมิติคุณหมี ดวงตาคุณหมี

เวทย์มนต์ : แสงคุณหมี

 

เครื่องสวมใส่

ถุงมือคุณหมีสีดำ [ไม่สามารถโอนย้ายได้]

ถุงมือคุณหมีสีขาว [ไม่สามารถโอนย้ายได้]

รองเท้าคุณหมีสำดำ [ไม่สามารถโอนย้ายได้]

รองเท้าคุณหมีสีขาว [ไม่สามารถโอนย้ายได้]

ชุดคุณหมี [ไม่สามารถโอนย้ายได้]

ชั้นในคุณหมี [ไม่สามารถโอนย้ายได้]

 

บรรทัดเวทย์มนต์ได้เพิ่มเข้ามาจากความสามารถ

แสงคุณหมี

เมื่อทำการรวมเวทย์มนต์ผ่านถุงมือคุณหมี จะสามารถสร้างแสงรูปหมีขึ้นมาได้

 

อืมมม แล้วถ้าฉันไม่ใส่ถุงมือรูปคุณหมีแล้วฉันจะสามารถร่ายเวทได้หรือเปล่านะ?

เพื่อจะลองดู ฉันจึงถอดถุงมือคุณหมีแล้วลองร่ายเวทย์อีกครั้งด้วยวิธีเดิม

อย่างที่คิดเอาไว้ ไม่มีแสงปรากฎขึ้น Orz

ฮือออ ฉันกลายเป็นหนึ่งเดียวกับคุณหมีไปแล้วสินะเนี่ย

ฉันสวมถุงมือกลับไปอีกครั้งพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมา

ฉันอยากซ้อมเวทย์โจมตี แต่ทำในโรงแรมคงจะไม่ดี

วันนี้แค่อ่านไปก่อนก็แล้วกัน

 

ฉันลงไปทานอาหารเย็นที่ชั้นล่าง มันก็ยังอร่อยเหมือนเคย

หลังฉันอาบน้ำเสร็จ ฉันแปลงกายเป็นคุณหมีสีขาวแล้วโดดขึ้นเตียงเพื่อฟื้นฟูความเหนื่อยล้าของวันนี้

 

“ราตรีสวัสดิ์~”




NEKOPOST.NET