[นิยายแปล] คุมะ คุมะ คุมะ แบร์ ตอนที่ 6 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] คุมะ คุมะ คุมะ แบร์

Ch.6 - คุณหมีทำบัตรกิลด์ อาชีพคือหมี


 

ฉันตัดสินใจทำบัตรกิลด์ทันทีที่กลับจากลานประลอง

 

“ในการลงทะเบียนกรุณาระบุ ชื่อ วันเกิด แล้วก็อาชีพด้วยค่ะ”

 

เฮเลนที่เพิ่งไปช่วยปฐมพยาบาลเสร็จก็กลับมาช่วยมารับเรื่องการลงทะเบียนของฉัน

สีหน้าของเธอบ่งบอกว่ากำลังเหนื่อยล้าอยู่อย่างชัดเจน

แสร้งทำเป็นว่านั่นไม่ใช่ความผิดฉันไปก็แล้วกัน

 

“วันเกิดเหรอ?”

“ค่ะ จำเป็นต้องระบุอายุด้วยค่ะ”

“บอกอายุเอาเองไม่ได้เหรอ?”

“ถ้าไม่ระบุวันเกิด อายุในบัตรกิลด์ก็จะไม่ได้รับการอัพเดทค่ะ”

 

อย่างนี้นี่เอง ถ้าสามารถกำหนดอายุเองได้ งั้นก็สามารถกำหนดได้ว่าตัวเองจะสามารถอายุ 18 ปีไปตลอดไปได้สินะ

 

เอาล่ะสิ จะทำยังไงกับวันเกิดดีล่ะ

ตัวอักษรของฉันเป็นของต่างโลกเสียด้วย หวังว่าจะไม่เป็นไรนะ

แล้วฉันก็เขียนชื่อตัวเอง [ยูนะ] เป็นภาษาญี่ปุ่น

จากนั้นก็เขียนวันเกิดในรูปแบบปฏิธินเกรกอเรียน

เมื่อเฮเลนอ่านเสร็จเธอก็พูดขึ้น

 

“คุณยูนะ อายุ 15ปี สินะคะ?”

 

ดูเหมือนจะสื่อความหมายได้แฮะ

สมเป็นโลกแฟนตาซีเลย(ตัวมุดฟูก : หล่อนมีสกิลภาษาต่างโลกกับอักษรต่างโลกอยู่ไม่ใช่เรอะ!?)

ต่อไปก็ช่องอาชีพ

 

“อาชีพเหรอ?”

 

“มันจะเป็นประโยชน์เวลามีคนต้องการเพื่อนร่วมงานน่ะค่ะ จึงต้องเอาไว้ใช้อ้างอิง”

“เพื่อนร่วมงาน?”

 

ฉันมีปฏิกริยากับคำว่า “เพื่อนร่วมงาน” ไปเองโดยอัตโนมันติ แต่ว่าไม่ใช่เพราะที่ผ่านมาฉันเป็นพวกหัวเดียวกระเทียมลีบหรอกนะ

แล้วก็ขอบอกไว้อีกอย่าง ไม่ใช่เพราะว่าฉันไม่มีเพื่อนเลยสักคนด้วย

ฉันมีอยู่บ้างหรอก

ไม่ได้เป็นศูนย์ซะทีเดียวเสียหน่อย

 

เมื่อก่อนสมัยอยู่ในเกมฉันเล่นเป็นอัศวินเวทมนต์

เวลาเจอมอนสเตอร์ฉันก็จะหาจุดอ่อนแล้วใช้เวทมนต์ใส่ถ้ามันเป็นพวกที่มีพลังป้องกันทางกายภาพสูง

แล้วในทางกลับกันก็โจมตีทางกายภาพใส่พวกที่มีพลังป้องกันทางเวทมนต์ ฉันสามารถใช้ได้ทั้งคู่เพราะว่าเป็นอัศวินเวทมนต์

แต่ก็โชคร้ายหน่อยที่มันเป็นอาชีพซึ่งไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก เพราะถ้าต้องการพลังทำลายทางเวทก็มีจอมเวทเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า หรือถ้าต้องการพลังโจมตีทางกายภาพอาชีพอัศวินก็เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

ด้วยเหตุนี้ฉันก็เลยไม่เข้าปาร์ตี้ไหนเลยเพราะว่ามันน่ารำคาญ

ฉันไม่อยากได้เพื่อนร่วมงานหรอก

“มันไม่จำเป็นสำหรับฉันเพราะงั้นไม่เขียนได้ไหม?”

“ถ้าเขียนไว้มันจะช่วยได้มากเลยค่ะ”

“อือออ...”

 

เอาเถอะ...ไหนๆฉันก็ไม่ใช่อัศวินเวทมนต์อีกแล้วนี่นะ ว่าแต่ว่าตอนนี้อาชีพของฉันคืออะไรล่ะ?

ไม่มีทั้งเวทมนต์แล้วก็ดาบ… นักสู้งั้นเหรอ?

ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากเขียนหรอก แต่ฉันไม่รู้ต่างหาก

แล้วจู่ๆฉันก็ได้ยินเสียงสวรรค์บอกกับฉันว่าอาชีพของฉันคือ “คุณหมี” ดังขึ้น

 

ชื่อ : ยูนะ

วันเกิด : วันที่ XX เดือน XX ปี XXXX

อาชีพ : คุณหมี

 

อา… สุดท้ายก็เขียนไปจนได้

เฮเลนมองหน้าฉัน

ฉันอยากจะจบเรื่องไวๆก็เลยนิ่งเงียบไม่พูดอะไร

 

“ถ้าอย่างงั้นกรุณาวางมือบนคริสตัลด้วยค่ะ”

 

เหมือนกับคริสตัลตรงประตูเข้าเมืองเลย

ดูเหมือนว่ามันใช้ตรวจสอบพลังเวท แต่พลังเวทมันต่างกันไปตามแต่ล่ะคนอย่างนั้นสินะ?

ประมาณแต่ล่ะคนก็ความยาวคลื่นแตกต่างกันไปแบบนี้เหรอ?

ระหว่างที่ฉันกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เฮเลนก็จัดการกับคริสตัลของเธอไป

 

“การลงทะเบียนต้องใช้เวลาสักครู่ ในระหว่างนั้นดิฉันจะอธิบายรายละเอียดให้ฟังนะคะ บัตรกิลด์จะทำการอัพเดทตัวเองอัตโนมัติ ทั้งระดับ จำวนภารกิจที่รับ ภารกิจที่สำเร็จและล้มเหลว ภารกิจที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน โดยข้อมูลนี้ทุกกิลด์จะสามารถมองเห็นได้ค่ะ”

 

แบบนี้นี่เอง บันทึกภารกิจที่ล้มเหลวเอาไว้ด้วยสินะ ดูเหมือนว่าคนที่ทำภารกิจล้มเหลวบ่อยๆจะหาภารกิจได้ยากขึ้นด้วยล่ะมั้ง

 

“มันไม่บันทึกจำนวนมอสเตอร์ที่จัดการไปเหรอ?”

“ไม่ค่ะ มันไม่มีความจำเป็นเลย”

“...?”

“ถึงแม้คุณจะนำหินเวทมนต์มา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะกำจัดมอนสเตอร์นั้นด้วยตัวคนเดียวหรือด้วยคนหนึ่งร้อยคน ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่สามารถใช้วิธีนี้วัดความสามารถของบุคคลนั้นได้ค่ะ ”

 

นั่นสินะ มันไม่เหมือนในเกมเสียหน่อย ที่จะบันทึกจำนวนเองอัตโนมัติ

 

หรือถ้ามันบันทึกเอง ถ้าเราปราบมังกรด้วยคนหนึ่งหมื่นคน คนสุดท้ายที่โจมตีมันก็น่าจะเป็นคนเดียวทีได้สถิติ

หรือในทางกลับกัน ถ้าสถิตินั้นถูกบันทึกเอาไว้ทั้งหนึ่งหมื่นคนมันก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี

ดูเหมือนว่าวิธีเดียวที่จะบอกกิลด์ได้ว่าคุณประสบความสำเร็จแค่ไหนก็คือจากการทำภารกิจสำเร็จเท่านั้น

 

“ต่อไปจะเป็นการอะธิบายเกี่ยวกับระดับของนักผจญภัยนะคะ สำหรับขั้นแรกก็คือระดับ E และเลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆ D C B A และ S โดยระดับจะเปลี่ยนแปลงไปตามจำนวนภารกิจที่สำเร็จ และถ้าหากทำภารกิจล้มเหลวมากเกินไประดับก็จะไม่เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นกรุณาเลือกภารกิจที่เหมาะสมกับตัวเองด้วยนะคะ แล้วก็ถ้าหากรับแค่เควสที่อยู่ระดับเดียวกับระดับของตนเอง ระดับก็จะไม่เพิ่มขึ้นเช่นกันค่ะ”

“หมายความว่ายังไง?”

“คุณสามารถรับเควสที่ระดับสูงกว่าคุณได้ค่ะ หรือก็คือหากคุณเป็นนักผจญภัยระดับ F ถึงแม้คุณจะทำภารกิจระดับ F ถึง 100 ครั้ง ระดับของคุณก็จะไม่เพิ่มขึ้นค่ะ ”

“หมายความว่าถ้าอยากจะเพิ่มระดับ ก็ต้องทำภารกิจที่ระดับสูงกว่าให้สำเร็จอย่างงั้นเหรอ?”

“เมื่อทำสำเร็จประมาณ 10 ภารกิจแล้วทางกิลด์จะทำการพิจารณาเลื่อนระดับให้ค่ะ”

“แล้วถ้าเกิดมีใครไปจับกลุ่มกันทำภารกิจที่ระดับสูงกว่าตัวเองล่ะ?”

“เมื่อรับเควสบนบัตรกิลด์จะแสดงชื่อผู้รับเควสเอาไว้ค่ะ ถ้าหากในนั้นมีนักผจญภัยที่ระดับสูงกว่าอยู่ด้วย เกณฑ์การพิจารณาก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยค่ะ”

“หมายความว่า?”

“จำนวนภารกิจมีความจำเป็นต่อการเพิ่มระดับ หากมีนักผจญภัยระดับ C ช่วยนักผจญภัยระดับ D ในการทำภารกิจ จำนวนขั้นต่ำของเควสที่จะทำให้ได้รับการพิจารณาเลื่อนระดับก็จะเพิ่มขึ้น เป็นเมื่อมากกว่า 20 ภารกิจขึ้นไปแต่ถ้าหากผู้ที่ช่วยนั้นเป็นนักผจญภัยระดับ S ระดับของคุณก็จะไม่มีวันเพิ่มขึ้นค่ะ”

“แล้วถ้าเขาเก็บเป็นความลับล่ะ?”

“ทางเราไม่สามารถรับผิดชอบเรื่องนั้นได้ค่ะ ณ จุดนั้นนับเป็นปัญหาด้านจรรยาบรรณค่ะ ถึงอย่างนั้นก็มีพวกขุนนางบางคนใช้วิธีนั้นอยู่เหมือนกัน”

หมายความว่าจ้างนักผจญภัยระดับสูงมาเพิ่มระดับของตัวเองอย่างงั้นสินะ?

แล้วการจ้างนักผจญภัยระดับสูงเองก็คงต้องใช้เงินเยอะ เพราะอย่างงั้นคนธรรมดาก็เลยไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้

 

“และสุดท้าย บัตรนักผจญภัยนี้จะไม่มีใครสามารถใช้ได้นอกจากคุณยูนะ หากว่าทำสูญหายจะมีค่าใช้จ่ายในการออกใหม่ 10 เหรียญเงินค่ะ”

แล้วเฮเลนก็ยื่นบัตรสีเงินมาให้ฉัน

แล้วฉันก็ลองตรวจสอบดู

 

ชื่อ : ยูนะ

อายุ : 15 ปี

อาชีพ : คุณหมี

ระดับนักผจญภัย : F

 

ข้อมูลที่เขียนไว้บนบัตรมีแค่นี้

เธอใส่อาชีพของฉันไปว่าคุณหมีอย่างที่ฉันเขียนไปจริงๆเสียด้วย

พอฉันหันไปมองหน้าเฮเลนเธอก็หัวเราะ

 

“ภารกิจจะถูกติดเอาไว้ที่กระดานทางนั้นค่ะ ถ้าเจอภารกิจที่สนใจก็สามารถนำมาที่โต๊ะนี้ได้เลยค่ะ”

 

ฉันเห็นนักผจญภัยมากมายกำลังมุงกระดานหนึ่งอยู่ แต่อีกกระดานกลับไม่มีใครให้ความสนใจเลย

 

“ทางนั้นคือ?”

“กระดานทางนั้นคือภารกิจระดับสูงค่ะ”

 

แบบนี้นี่เอง

 

“มีอะไรจะสอบถามอีกไหมคะ?”

“ตอนนี้ยังก่อน ไว้มีอะไรฉันจะมาถามใหม่นะ”

“ถ้าอย่างงั้นจะเริ่มรับภารกิจเลยไหมคะ?”

“ขอสำรวจเมืองก่อนก็แล้วกัน ฉันเพิ่งมาถึงเมืองนี้เมื่อวานเองน่ะ”

 

พอฉันแยกจากเฮเลนออกมาก็เจอฟีน่ากำลังยืนรออยู่ด้านนอก

 

“มีอะไรเหรอฟีน่า?”

“หนูกำลังเป็นห่วงพี่ยูนะน่ะค่ะ”

“อ๊ะ! ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง แต่ว่าเสร็จเรื่องเรียบร้อยแล้วละ เพราะงั้นไม่เป็นไรแล้ว ว่าแต่ฟีน่าเจองานอะไรหรือเปล่า?”

“เปล่าค่ะ นักผจญภัยส่วนใหญ่สามารถจัดการกับซากของมอนสเตอร์เองได้ เพราะถ้าทำเองก็จะสามารถทำเงินได้มากขึ้น เพราะงั้นก็เลยไม่ค่อยมีมอนสเตอร์ที่ไม่ได้จัดการอยู่น่ะค่ะ”

“อย่างงั้นเหรอ?”

 

ไม่อยากถลกหนังเองเลยด้วยสิ

ถึงจะได้เงินน้อยลงก็เถอะ แต่ฉันก็ไม่อยากทำเองอยู่ดี ไหนๆก็มีกล่องคุณหมีแล้วพอจัดการเสร็จก็ยัดลงกล่องไปทั้งตัวเลยก็แล้วกัน

เพราะเรื่องอย่างการถลกหนังอะไรนี่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ฮิคิโคโมริอย่างฉันจะทำได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วละนะ

ฉันลูบหัวฟีน่าพลางคิดว่าอยากจะร่วมทางกับเธอจังน้า แล้วจู่ๆฉันก็เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา

 

“โอ๊ะ! จริงสิ! ฟีน่า เธอว่างอยู่ใช่ไหม?”

“ค่ะ ก็ไม่มีงานอะไรหรอกค่ะ”

“ก็ไม่รู้หรอกนะว่าปกติทำงานวันนึงได้เงินเท่าไหร่แต่ว่า… ช่วยพาฉันชมรอบเมืองหน่อยได้ไหม? ค่าจ้างก็เหรียญเงินหนึ่งเหรียญแล้วก็มีอาหารกลางวันให้ด้วยนะ”

“เยอะเกินไปแล้วค่ะ! เมื่อวานเองก็ด้วย เด็กสิบขวบอย่างฉันไม่มีทางหางานที่ทำแล้วได้เหรียญเงินหนึ่งเหรียญในหนึ่งวันหรอกค่ะ”

“ถ้างั้นวันนี้ก็ถือว่าพิเศษหน่อยก็แล้วกัน ถ้าไม่ยอมรับก็หางานอื่นไม่ได้หรอกนะ”

 

ฉันลูบหัวฟีน่าเบาๆ

ฉันไม่มีน้องสาว แต่ถ้าเกิดว่ามีจะรู้สึกแบบนี้หรือเปล่านะ?

 

“ขอบคุณนะคะพี่ยูนะ”

“งั้นก็ไปกันเถอะ ก่อนอื่นเลยก็ช่วยพาไปร้านอาวุธดีๆหน่อยได้ไหม?” (ตัวมุดฟูก : แล้วกิ่งฮิโนกิในตำนานนั่นล่ะ ;w; )

เพื่อที่จะจัดการหนึ่งในเป้าหมายของฉันให้เสร็จเรียบร้อย ฉันก็เลยขอให้ฟีน่าช่วยพาฉันไปร้านอาวุธ

 



NEKOPOST.NET