[นิยายแปล] คุมะ คุมะ คุมะ แบร์ ตอนที่ 5 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] คุมะ คุมะ คุมะ แบร์

Ch.5 - คุณหมีไปเยือนกิลด์นักผจญภัย


 

ตอนที่ฉันมาถึงกิลด์ ก็มีนักผจญภัยซึ่งถือดาบและคทาอยู่เต็มไปหมดแล้ว

มันดูเหมือนในเกมเลย เว้นเสียแต่ว่าทุกคนไม่ใช่ผู้เล่นเท่านั้นแหละ

 

“ยังเช้าอยู่เลยแท้ๆ แต่คนเยอะน่าดูเลยนะ”

“เพราะนักผจญภัยแรงค์ต่ำๆจะมาหางานกันยังไงละคะ ทุกคนต่างก็รีบมาเพื่อจับกลุ่มกัน แล้วยิ่งมาเร็วก็จะยิ่งได้งานดีๆค่ะ”

 

มันก็แน่นอนอยู่แล้วว่าคุณจะไม่สามารถปราบมอนสเตอร์เก่งๆได้ถ้าคุณไม่มีความสามารถทัดเทียมกัน

นักผจญภัยบางคนก็เลยได้แค่เควสที่ต้องปราบมอนสเตอร์อ่อนๆ

แล้วถ้าจำนวนคนกับจำนวนเควสต่างกัน บางคนก็จำเป็นต้องจับกลุ่มกันไป

 

ฉันแยกกับฟีน่าตรงร้านของคุณเกนทส์ แล้วเดินเข้าไปยังตึกกิลซึ่งเต็มไปด้วยพวกผู้ชาย

 

แล้วสายตาแทบทุกคู่ก็มารวมกันเป็นหนึ่งเดียวที่ฉันทันที

นี่ฉันดูเตะตาขนาดนั้นเลยเหรอ? หรือเพราะว่าผู้หญิงเข้ามามันแปลกกันนะ? ทุกคนถึงได้จ้องฉันเสียขนาดนั้นกันเนี่ย

 

อย่างที่คิดเอาไว้เลย ไม่สำคัญว่าในเกมคุณจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง นี่นักผจญภัยผู้หญิงมันมีน้อยขนาดนั้นเลยเหรอ?

พอฉันลองมองดูรอบๆก็พบว่ามีนักผจญภัยผู้ชายมากกว่าผุ้หญิงราวๆ 7:3 เห็นจะได้

ฉันเลิกสนใจสายตาที่จ้องมาแล้วเดินตรงไปหาพนักงานต้อนรับที่อายุราวๆ 20 เห็นจะได้

 

“คือว่า ฉันเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก แต่ว่า...”

“อ๊ะ ค่ะ ต้องการจะเข้าร่วมกิลด์นักผจญภัยอย่างงั้นสินะคะ?”

“ได้ยินมาว่าจะได้รับบัตรยืนยันตัวตนด้วยสินะ?”

“ใช่แล้วค่ะ บัตรประจำตัวนักผจญภัยสามารถใช้ได้ทุกประเทศค่ะ”

“ถ้าอย่างงั้นก็ขอรบกวนด้วยนะ”

 

ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาจากข้างหลัง ฉันก็เลยหันหลังกลับไป

 

“เฮ้ยๆ อีหนูประหลาดนี่ จะเป็นนักผจญภัยอย่างงั้นเหรอ? นี่แกกำลังดูถูกนักผจญภัยอยู่หรือไง? เพราะแบบนี้ยังไงล่ะ คุณภาพของนักผจญภัยถึงได้ต่ำลงๆน่ะ”

 

มาตามแพทเทิร์นเลยเหรอ…?

 

“ฉันก็แค่ต้องการบัตรประจำตัว ไม่เห็นมีเหตผลอะไรที่ต้องมาพูดจาแบบนั้นใส่กันเลยนี่”

“ยิ่งแล้วใหญ่เลย พวกเราไม่ต้องการนักผจญภัยที่ไม่ทำงานหรอกเว้ย”

“ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ทำงาน อะไรที่ทำได้ฉันก็ทำอยู่แล้ว”

“ก็ถึงบอกไงเล่า ว่าเพราะแบบนั้นคุณภาพของนักผจญภัยถึงได้ต่ำลงๆ”

“คุณพนักงาน ที่เขาพูดนี่จริงเหรอ?”

“ถ้ามีความสามรถขั้นต่ำสุดอยู่ก็ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ”

“ขั้นต่ำเหรอ?”

“ต้องมีอายุมากกว่า 13 ปี และเลื่อนระดับเป็น แรงค์ E ภายในหนึ่งปี ถ้าไม่สามารถทำตามได้ก็จะโดนไล่ออกค่ะ”

“แรงค์ E ?”

“โดยพื้นฐานแล้วก็คือสามารถจัดการกับก็อบลินหรือวูล์ฟได้ค่ะ”

“งั้นก็ไม่มีปัญหาหรอก ฉันจัดการวูล์ฟได้”

“ก๊ากกก อย่ามาตอแหลเลย ไม่มีทางที่หน้าอย่างแกจะจัดการวูล์ฟได้หรอก”

“แล้วแรงค์ของหมอนี่ล่ะ?”

 

ฉันลองถามคุณพนักงาน

 

“เขาคือคุณเดโบรัน เป็นนักผจญภัยแรงค์ D ค่ะ”

“แล้วพวกที่กำลังดูถูกกับหัวเราะเยาะอยู่ข้างหลังนั่นล่ะ?”

“ทุกคนอยู่ที่แรงค์ E หรือ D ค่ะ”

“เฮอะ กิลด์นี้คงจะไม่มีคุณภาพจริงๆนั่นแหละพวกแรงค์ D ถึงได้มีท่าทางแบบนี้”

“ว่ายังไงนะ?”

“ก็พูดเองไม่ใช่เหรอ? นี่ตกลงว่าโง่หรือสติไม่สมประกอบกันแน่? ถ้าคนอย่างฉันเป็นนักผจญภัยไม่ได้นะ งั้นเศษเดนอย่างพวกนายที่เอาชนะฉันไม่ได้ก็ไม่น่าจะมีชีวิตอยู่ได้ด้วยซ้ำมั้ง แต่สำหรับคนที่ไม่เข้าใจคำพูดของตัวเองอย่างนายแล้ว… ก็นั่นสินะ ขอโทษทีแล้วกัน นายคงเป็นก็อบลินอะไรเทือกๆนั้นสินะ?”

“อีเด็กนี่… วอนตายซะแล้ว”

“น่ารำคาญจริง มีที่ไหนที่พอจะประลองกันได้บ้างไหม?”

สมัยเล่นเกมฉันเป็นผู้เล่นเดี่ยว แล้วนานๆทีก็มีพวกบ้าๆแบบนี้โผล่มาเหมือนกัน ถึงอย่างงั้นมันก็ไม่ใช่คนที่จะสามารถเป็นศัตรูกับฮิคิโคโมริอย่างฉันได้ แต่พวกที่มีเงินมีเวลาหน่อยก็มักจะกลับมาแก้แค้น ถ้าฉันไม่จัดการพวกนั้นให้หลาบจำ มันก็จะมีโผล่มาอีกเรื่อยๆเหมือนพวกริ้นไร

 

“ค่ะ ทางด้านหลัง...”

 

“ถ้านายชนะฉันจะยอมแพ้เรื่องการเป็นนักผจญภัยแต่โดยดี แต่ถ้าฉันชนะนายเองก็ต้องเลิกเป็นนักผจญภัยเหมือนกัน ตกลงไหม?”

“ข้าไม่ยอมอ่อนให้เพราะเป็นผู้หญิงหรอกนะ ถ้าแพ้ให้กับอีหนูอย่างแก ลูกผู้ชายอย่างข้าเองก็ไม่มีหน้าจะเป็นนักผจญภัยต่อไปแล้วเว้ย”

“ช่วยเป็นพยานทีนะคุณพนักงาน”

“ค่ะ ถึงอย่างงั้นคุณก็น่าจะยอมขอโทษดีกว่านะคะ… ถึงพฤติกรรมของคุณเดโบรันจะมีปัญหาแต่เขาก็เป็นนักผจญภัยแรงค์ D เลยนะคะ”

 

ด้วยเหตุนี้ฉันก็เลยให้คุณพนักงานช่วยเป็นพยานให้

ฉันไม่ยอมให้พวกนั้นแกล้งลืมแน่นอน

แล้วฉันก็ให้คุณพนักงานช่วยนำทางฉันไปยังด้านหลังของกิลด์

มีนักผจญภัยราวๆ 15 คนตามหลังเดโบรันมา

 

“เอ่อ จะสู้จริงๆเหรอคะ?”

“อืม ถ้าคุณภาพของกิลด์ลดลงเพราะพวกไม่มีคุณภาพ เราก็ควรจะรีบกำจัดออกไปให้เร็วที่สุดจริงไหมล่ะ?”

“อีเด็กนี่ อย่าคิดว่าจะรอดกลับออกไปแบบยังหายใจได้เชียวนะ”

“หรือก็คือเตรียมใจที่จะฆ่าแล้วสินะ ดีแต่เห่าจริงๆ”

“เฮ้ย เริ่มได้หรือยังวะ?”

 

เดโบรันชักดาบของตัวเองออกมา

 

“โอ๊ะ...”

 

แล้วฉันก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่มีอาวุธ

ลืมเอากิ่งฮิโนกิมาเสียสนิทเลย

 

“เป็นอะไรไป? รีบชักอาวุธออกมาสิ”

 

พอฉันลองมองไปรอบๆ เพราะไม่รู้จะทำยังไงดี ฉันก็เห็นฟีน่าเดินเข้ามาพอดี

รอดแล้ว เป็นเด็กที่รู้งานจริงๆ

 

“พี่ยูนะ!”

“ฟีน่า ขอยืมมีดของเธอหน่อยได้ไหม? เดี๋ยวจะเอามาคืนให้ทีหลัง”

 

ฉันเดินเข้าไปหาฟีน่าแล้วแล้วถามเธอ

 

“กำลังจะสู้กันเหรอคะพี่ยูนะ?”

“ก็ประมาณนั้นแหละ ไม่เป็นไรหรอก รอดูก็แล้วกัน”

 

ฉันยืมมีดมาจากฟีน่าแล้วเดินปลับไปประจัญหน้ากับเดโบรันอีกครั้ง

 

“เฮ้ยยัยหนู คิดจะมาสู้กับข้าด้วยอาวุธพรรค์นั้นงั้นเหรอ?”

“แค่สู้กับก็อบลิน ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธ(กิ่งฮิโนกิ)ของฉันหรอก”

“อีหนูนี่ ไม่ได้ตายดีแน่”

“ฉันบอกไปหลายครั้งแล้วนะคะ ว่าห้ามทำร้ายกันจนถึงชีวิต เชิญเริ่มได้เลยค่ะ! ”

 

แล้วเดโบรันก็เริ่มออกวิ่งพร้อมกับแกว่งดาบเล่มใหญ่ของเขาไปด้วย

ฉันกระโดดไปข้างๆสามเมตรเพียงแค่ก้าวเดียว ที่สามารถหลบได้ง่ายแบบนี้ต้องขอบคุณความสามารถของรองเท้าคุณหมีจริงๆ

แล้วฉันก็ขยับอีกก้าวเข้าไปด้านข้างของเดโบรัน แล้วโจมตีเข้าไปด้วยถุงมือคุณหมีสีดำ

ท่าไม้ตายลับหมัดคุณหมี!

โอ๊ะ ถึงจะไม่ปลิวออกไปแต่ดูจากสีหน้านั่นแล้วท่าจะเจ็บไม่เบา เพราะความต่างของเลเวลหรือเปล่านะ?

“อีเด็กนี่...”

เดโบรันที่โดนหมัดคุณหมีเข้าไปก็เริ่มแกว่งดาบอีกครั้ง

นี่ๆ ง้างดาบแบบนั้นทั้งๆที่สู้ระยะประชิดเนี่ยนะ? มือสมัครเล่นด้านการประลองตัวต่อตัวจริงๆ

ตอนอยู่ในเกม มักจะมีงานประลองจัดขึ้นอยู่บ่อยๆ

ในงานนั้นความต่างด้านเลเวลกับอุปกรณ์จะไม่มีผลนัก มันขึ้นอยู่กับฝีมือและการตัดสินใจล้วนๆ

ซึ่งฉันก็เข้าร่วมงานแบบนั้นอยู่เหมือนกัน

 

คนที่พึ่งพาแค่แรงวัวแรงควายของตัวเองน่ะ เอาชนะฉันไม่ได้หรอก

ฉันโจมตีด้วยหมัดคุณหมีเข้าไปที่ข้อมือข้างที่เดโบรันถือดาบ

ด้วยแรงจากการชกทำให้เดโบรันสูญเสียแรงในการถือดาบทันที

จากนั้นฉันก็เอามืดไปจ่อเข้าที่คอของเขา

 

“ยุติการประลองได้ค่ะ”

“อย่ามาล้อเล่นนะ!”

 

ในขณะที่ฉันเอามีดที่จ่อคอเดโบรันออกนั้นเอง เขาก็เหวี่ยงดาบมาใส่ฉัน

ฉันจึงหลบด้วยการกระโดดถอยหลังออกมา

รองเท้าคุณหมีนี่สะดวกดีจัง

 

“คุณพนักงาน การประลองนี่ฉันชนะแล้วนะ”

“อย่ามาตลกนะเว้ย มันยังไม่จบซะหน่อย”

 

คุณพนักงานดูท่าทางจะสับสนจนไม่รู้จะทำยังไง

ช่วยตัดสินให้มันจบๆไปหน่อยก็ไม่ได้

 

“ก็ได้ ฉันจะไม่จบการประลองนี่ แต่จะจบชีวิตนายแทนก็แล้วกัน อย่าคิดว่าฉันจะยั้งมีดอีกนะ”

 

พอฉันพูดแบบนั้นออกไปใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวทันที

น่าจะรู้ตัวได้แล้วแท้ๆ ว่าฝีมือมันต่างกันน่ะ

ฉันหลบการโจมตีของเขาได้หมด แล้วฉันก็เร็วกว่าเขาอีก นี่ฉันยังไม่ได้ใช้มีดเลยด้วยซ้ำ

ตอนที่ฉันใช้หมัดคุณหมีต่อยไปที่มือ กับตอนที่เอามีดไปจ่อคอเขา ถ้าฉันไม่ยั้งมือไว้ล่ะก็ป่านนี้ฉันแทงเขาได้สองครั้งแล้วด้วยซ้ำ

 

“มีดนี่น่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?”

 

ฉันพูดพลางหมุนมีดเล่น

 

“ต้องขอโทษจริงๆ ปกติแล้วคนที่ใช้ของแบบนี้คงเป็นนักผจญภัยดีๆไม่ได้หรอกเนอะ ฉันนี่มันไรเดียงสาจริงๆ”

 

ฉันพูดจบก็ปามีดทิ้งไป

 

“ดูสิ ทีนี้ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวแล้วเนอะ?”

 

ฉันพยายามยั่วโมโหเขาโดยการเอาตุ๊กตาหมีที่มือทำท่ากวักเข้าหาตัว (come on, come on)

 

“อย่ามาดูถูกกันนะนังเด็กนี่”

 

แล้วเจ้าบ้านั่นก็พุ่งเข้ามาทันที

ฉันถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อหลบดาบ แต่ดาบของเขาก็ยังตามมา

อย่างที่คิดเอาไว้ ดูเหมือนว่าจะฉลาดพอที่จะไม่หลงกลเดิมซ้ำสองสินะ

ถ้าก้าวเดียวไม่พอ ก็ถอยอีกสองหรือสามก้าวก็แล้วกัน

แล้วฉันก็หลบพ้นในก้าวที่สาม แล้วในก้าวที่สี่ฉันก็สามารถเข้ามุมอับของเขาได้

จากนั้นในก้าวที่สี่ฉันก็สามารถโจมตีเข้าที่หน้าของเขาได้เต็มๆ

แล้วร่างของเดโบรันก็ล้มลงไปทันที

ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา

หมัดคุณหมี หมัดคุณหมี หมัดคุณหมี หมัดคุณหมี หมัดคุณหมี หมัดคุณหมี หมัดคุณหมี หมัดคุณหมี

แล้วก็หมัดคุณหมี

 

อย่างที่คิดเลยหมัดคุณหมีสีดำมีพลังทำลายมากกว่า เพราะแก้มข้างขวาบวมออกมาอย่างชัดเจนเลย

พอเห็นว่าเขาแน่นิ่งไป ฉันก็ลุกออกมา

ปรากฏว่าเขาตาเหลือกสลบไปเรียบร้อยแล้ว

“เอ้า ต่อไปใครจะเข้ามาล่ะ?”

 

ฉันถามพวกนักผจญภัยที่ยืนมุงอยู่รอบ

แต่ก็ไม่มีใครขยับ

 

“ดูเหมือนจะไม่มีสินะ ถ้าอย่างงั้นคุณพนักงาน ช่วยไล่ทุกคนตรงนี้ออกจากกิลด์ทีนะ เพราะดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่มีคุณสมบัติพอจะเป็นนักผจญภัยแล้วละ”

 

ฉันยิ้มหวานให้

 

“เรื่องนั้น...”

“ก็พวกนั้นพูดเองเลยนะ ว่าคนอย่างฉันไม่มีความสามารถพอที่จะเป็นนักผจญภัยได้ ก็แปลว่าคนที่อ่อนแอกว่าฉันก็ไม่มีทางเป็นนักผจญภัยได้ใช่ไหมล่ะ? แล้วก็คิดว่าไอ้ที่นอนอยู่ตรงนี้ กับทุกคนที่ยืนมุงอยู่ก็คงไม่บ่นหรอก เพราะไม่มีใครเอาชนะฉันได้เลยนี่นา”

 

ฉันมองไปรอบๆพร้อมกับยิ้มไปด้วย

ดูเหมือนว่าทุกคนที่เห็นการต่อสู้ของฉันจะเชื่อว่าตัวเองไม่สามารถเอาชนะฉันได้แน่นอน

แล้วก็ดูเหมือนเดโบรันจะเป็นคนที่เก่งที่สุดในนี้มาตั้งแต่แรกแล้วละ

ในเมื่อฉันเอาชนะเขาได้ง่ายๆก็คงไม่มีใครบ้าพอจะเข้ามาท้าฉันสู้หรอก

 

“ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นเลยนะ”

 

นักผจญภัยคนหนึ่งทำลายความเงียบลง

 

“ฉันเองก็ไม่ได้พูด”

 

นักผจญภัยอีกคนพูดถึง

 

“คนที่พูดแบบนั้นมีแต่เดโบรันนั่นแหละ”

“นั่นสิ”

 

พอเดโบรันแพ้ก็เอาตัวรอดสินะ

 

“ถึงอย่างงั้นฉันก็พูดเอาไว้ใช่ไหมว่าถ้าเอาชนะฉันได้ฉันจะยอมล้มเลิกเรื่องการเป็นนักผจญภัย แต่ว่าถ้าพวกนายแพ้พวกนายก็ต้องโดนไล่ออกจากการเป็นนักผจญภัยน่ะ จากนั้นหมอนี่ก็พูดว่า”ถ้าแพ้ให้กับยัยหนูอย่างแก ลูกผู้ชายอย่างข้าเองก็ไม่มีหน้าจะเป็นนักผจญภัยต่อไปแล้วเว้ย” แล้วพวกนายเองก็ตอบรับว่า”โอ้” แล้วจากนั้นฉันก็ยืนยันกับคุณพนักงานเรียบร้อยแล้วด้วย”

 

ฉันมองไปทางคุณพนักงาน

 

“ค่ะ”

 

เธอตอบเสียงอ่อย

แล้วพวกนักผจญภัยก้เริ่มกระจายตัวไปทั่วสนาม

 

“ถ้าพูดถึงขนาดนั้น งั้นก็แสดงว่าตั้งใจจะจัดการพวกเราทุกคนอย่างงั้นสินะ?”

“ใช่แล้ว แสดงว่าเห็นพวกเราทุกคนเป็นศัตรูอย่างงั้นสินะ?”

 

หนึ่ง สอง สามคนก็เริ่มออกมา

ดูเหมือนว่าพวกเขาจะร่วมมือกันเพื่อสู้กับฉัน

เอาเถอะ ถ้าแค่ระดับเดียวกับเดโบรันก็ไม่เท่าไหร่หรอก

 

แล้วการประลองก็จบลงอย่างรวดเร็ว

ฉันไม่ได้ดูหน้าต่างสถานะเลยเพราะคิดว่ามันคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ดูเหมือนหลังจากที่ฉันจัดการเดโบรันไปแล้วเลเวลของฉันจะเพิ่มขึ้นด้วย

การหลบดูพริ้วไหวขึ้น หมัดเองก็ทรงพลังขึ้น

ทุกคนโดนแค่หมัดเดียวก็ลงไปกองเรียบร้อย

 

“เฮ้ย ทำอะไรกันอยู่น่ะ!?”

 

ชายร่างใหญ่เดินเข้ามาในสนามประลอง

 

“อธิบายมาหน่อยซิเฮเลน”

 

ชายคนนั้นพูดกับคุณพนักงาน

อย่างนี้นี่เองคุณพนักงานชื่อว่าเฮเลนสินะ

แล้วเฮเลนก็พยายามอธิบายเหตุการณ์ทุกอย่างให้เขาฟัง

หลังจากที่อธิบายเสร็จชายร่างใหญ่คนนั้นก็มองมาที่ฉัน

 

“เฮ้ย ยัยหมีประหลาดๆตรงนั้นน่ะ”

“ว่า?”

“ทั้งหมดนี่ เธอทำงั้นเหรอ?”

“ฉันไม่ผิดนะ ฉันเกือบจะโดนรุมโทรมด้วยซ้ำ เพราะงั้นฉันก็เลยป้องกันตัว จะมาโบ้ยให้เป็นความผิดฉันไม่ได้นะ”

“การประลองกันระหว่างนักผจญภัยสำหรับในกิลด์แล้วเป็นเรื่องปกตินั่นแหละ”

“งั้นก็แสดงว่านายเป็นพวกเดียวกับฉันสินะ”

“ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นไปได้ล่ะ?”

“ก็ฉันยังไม่ได้ลงทะเบียนเลยนี่นา เพราะงั้นฉันก็เลยยังไม่ใช่นักผจญภัย ฉันเป็นแค่พลเมืองธรรมดา แล้วพลเมืองธรรมดาคนนี้ก็โดนนักผจญภัยโจมตีใส่ ด้วยเหตุนี้กิลด์ก็ต้องรับผิดชอบใช่ไหม? แล้วก็คงไม่พูดหรอกนะว่าการที่เด็กผู้หญิงถูกนักผจญภัยจู่โจมจะเป็นความผิดของเธอน่ะ?”

“เรื่องนั้น-”

“งั้นคุณก็เป็นพวกเดียวกับฉัน”

 

ถึงฉันจะไม่ใช่พลเมืองของเมืองนี้ก็เถอะนะแต่ว่า…

ชายคนนั้นดูท่าทางสับสนเล็กน้อยเขาเกาหัวแกรกๆ

 

“แล้วเธอต้องการอะไรล่ะ?”

“ฉันอยากจะลงทะเบียนเป็นนักผจญภัย แล้วก็ไล่พวกนั้นออก”

“เรื่องลงทะเบียนไม่มีปัญหา แต่เรื่องไล่พวกเขาออกน่ะไม่ได้”

“ทำไมล่ะ? พวกเขาอยากออกเองถึงขนาดยอมคุกเข่ากราบขอร้องเพราะไม่มีความสามารถพอเลยนะ ถึงขนาดนั้นแล้วกิลด์ก็ยังไม่ยอมให้ออกอีกเหรอ?”

“อะไรกัน นี่พวกแกอยากลาออกเหรอ?”

เขาถามนักผจญภัยที่ยังพอมีสติอยู่

ชายคนนั้นไม่ตอบพลางทำหน้าลังเลอยู่อย่างนั้น

 

“พวกนั้นบอกว่าคนที่อ่อนแออย่างฉันไม่มีทางเป็นนักผจญภัยได้ แล้วยังบอกอีกว่าถ้าเกิดแพ้ฉันพวกเขาจะยอมลาออกจากกิลด์เอง”

“พวกแกพูดแบบนั้นงั้นเหรอ?”

 

นักผจญภัยบางคนพยักหน้า

 

“พวกแกนี่บ้ากันชะมัด”

“ขอถามอีกครั้งนะ พวกแกอยากลาออกกันจริงหรือเปล่า? ถ้าไม่อยากตอบก็วางบัตรกิลด์ลงแล้วออกจากกิลด์ไปซะ”

 

“““ขอโทษครับ”””

 

นักผจญภัยที่บาดเจ็บต่างก็ก้มหัวลงขอโทษ

 

“ช่วยยกโทษให้พวกเขาได้ไหม?”

“มีข้อแม้นะ”

“เชิญว่ามาได้เลย”

“ต่อไปถ้าฉันเข้ามาที่กิลด์ห้ามใครเข้ามาหาเรื่องอีก ถ้ายังมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น กิลด์ต้องรับผิดชอบ”

“เข้าใจแล้ว ถ้าต่อไปมีนักผจญภัยคนไหนเข้ามาหาเรื่องเธออีก ทางกิลด์จะรับผิดชอบเอง”

“ถ้าอย่างงั้นก็ไม่มีปัญหาแล้วล่ะ”

 



NEKOPOST.NET