NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] คุมะ คุมะ คุมะ แบร์

Ch.3 - คุณหมีขายของ


 

หลังจากที่พวกเรามาถึงประตูเมือง พวกเราก็ได้รับการต้อนรับจากคุณเจ้าหน้าที่

สายตาของเขามองตรงมาที่ฉัน

ก็เลยนึกขึ้นมาได้ ว่าตอนนี้ฉันอยู่ในชุดคุณหมีแบบเต็มสูบเลยนี่นา

ถึงฉันจะเปลี่ยนท่าทางยังไง ฉันก็ไม่คิดว่าเขาจะหยุดจ้องฉันอยู่ดีนั่นแหละนะ

ฟีน่าบอกฉันว่า ฉันไม่ได้ดูน่าสงสัยเลยสักนิด แถมน่ารักอีกต่างหาก

(ตัวมุดฟูก:แล้วไหงตอนแรกถึงถามว่าจะโดนกินไหมล่ะเนี่ย?)

สำหรับฉันแล้ว ฉันว่ามันออกจะเกินคำว่าน่ารักไปถึงขั้นน่าอายเลยละ

ถ้าอายุประมาณฟีน่าใส่มันก็คงจะน่ารักอยู่หรอก

ถึงอย่างงั้นมันก็ไม่เหมาะกับฮิคิโคโมริอย่างฉันเลยสักนิด

ยังไงก็เถอะ เรื่องน่ารักฉันก็ยอมรับอยู่หรอก ขอแค่คนใส่ไม่ใช่ฉันอ่ะนะ

 

“เธอคือคุณหนูคนที่ออกไปหาสมุนไพรใช่ไหม แล้วเจอบ้างหรือเปล่า?”

“เจอค่ะ~!”

 

ฟีน่าตอบท่าทางดีใจ

 

“ดีแล้วละ หวังว่าเธอจะรักษาสัญญาที่ว่าจะไม่เข้าในป่าลึกเกินไปนะ เพราะยังไงเสียในนั้นก็มีมอนสเตอร์อยู่”

 

ฉันเผลอยิ้มแห้งๆออกไปเลย

 

“แล้วคุณท่าทางแปลกๆทางนี้ล่ะครับคุณหนู ไม่ทราบว่าใครเหรอครับ?”

“ถ้าช่วยไม่ถามอะไรเลย จะเป็นพระคุณมากเลย”

“ทราบแล้วครับ ไม่ว่าใครต่างก็มีเหตุผลของตัวเองนี่นะครับ แต่ยังไงเสียก็ต้องขอดูบัตรของคุณก่อนจะอนุญาตให้เข้าเมืองนะครับ”

 

ฟีน่าจึงแสดงบัตรพลเมืองอันที่เคยเอาให้ฉันดูออกมา

ถ้าหากว่าเป็นพลเมืองก็จะสามารถเข้าได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ถ้าไม่ใช่ก็ต้องเสียเงินหนึ่งเหรียญเป็นค่า

เข้าเมือง

 

“ฉันเป็นนักเดินทางน่ะ”

“เดินทางคนเดียวด้วยสภาพแบบนั้นน่ะเหรอ?”

 

ฉันก็เลยเอาตุ๊กตามือรูปคุณหมีให้เขาดูจากนั้นก็ขยับปากมัน พะงาบ พะงาบ

 

“แค่ตอนนี้ล่ะนะ”

 

นั่นเป็นคำตอบเดียวที่ฉันจะสรรหามาตอบได้

 

“บัตรพลเมืองล่ะ?”

 

เจ้าหน้าที่ถามขึ้น

 

ซึ่งนั่นเป็นปัญหาเลยทีเดียว เพราะฉันไม่มีของแบบนั้นน่ะสิ

 

“ฉันไม่มีหรอก แค่จ่ายหนึ่งเหรียญฉันก็สามารถเข้าไปได้แล้วใช่ไหม?”

“เธอ… ไม่มีเลยเหรอ? จะเป็นบัตรจากเมืองไหนก็ได้ หรือจะเป็นบัตรกิลด์ก็ไม่ว่า”

“ฉันอาศัยอยู่ที่ที่ไม่มีบัตรพลเมืองน่ะ”

“ฟังดู… แปลกๆนะ”

“อย่างงั้นเหรอ?”

“เอาเถอะ ก็ไม่เชิงนักหรอก”

“แล้วฉันเข้าไปได้หรือยัง?”

“อา คนที่ไม่ใช่พลเมือง สามารถเข้ามาได้ตราบที่จ่ายค่าผ่านทางล่ะนะ แต่คนที่ไม่มีบัตรพลเมืองต้องโดนตรวจสอบเสียก่อนนะ แต่ว่า...ถ้านี่เป็นการเข้าเมืองครั้งแรกก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง”

 

แล้วฉันก็น้ำเหรียญเงินหนึ่งเหรียญที่เอาออกมาจากปากคุณหมีก่อนหน้านั้นให้เจ้าหน้าที่

 

“ถ้าอย่างงั้นเชิญมาห้องตรวจทางนี้ด้วยครับ”

ตั้งแต่มาถึงโลกนี้ฉันก็ไม่ได้ก่ออาชญากรรมอะไรเลย เพราะอย่างนั้นก็คงไม่มีปัญหาอะไร ซึ๋งก็แน่นอนว่าโลกเดิมฉันก็ไม่เคยทำอะไรแบบนั้นหรอก เรื่องจริงเลย

 

แล้วฉันก็ถูกเจ้าหน้าที่พามายังอาคารที่อยู่ข้างๆประตูเมือง

อาคารพวกนี้นี่เป็นอาคารที่มักจะพบได้บ่อยในนิยายแฟนตาซีหรือเปล่านะ?

พอเดินเข้าไปก็เจอโต๊ะฝ่ายต้อนรับทันทีแล้วคุณเจ้าหน้าที่ก็วางคริสตัลลงบนนั้น

 

“เชิญวางมือลงบนคริสตัลนี่เลย ถ้าหากว่าเธอเคยก่ออาชญากรรมไว้มันก็จะกลายเป็นสีแดง”

“แค่วางมือก็พอเหรอ?”

“ใช่แล้ว มันจะตอบรับกับพลังเวทของเธอเอง”

 

ฉันวางมือลงบนคริสตัลแต่มันก็ไม่มีปฏิกริยาอะไรเลย

 

“ดูเหมือนจะไม่เป็นไรนะ”

“แค่นี้ก็บอกได้แล้วเหรอ?”

“เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้งั้นเหรอ? เอาจริงเหรอเนี่ย นี่เธอไปอยู่ที่ไหนมากันแน่น่ะ?”

“หมู่บ้านที่ไกลออกไปมากๆน่ะ”

“งั้นฉันจะช่วยอธิบายให้ฟังก็แล้วกัน คริสตัลนี่น่ะจะเชื่อมต่อถึงกันกับอันอื่นๆทั่วประเทศ พอมีคนมาอาศัยอยู่ในเมือง หรือมีทารกเกิดขึ้น ก็จะทำการทำบัตรพลเมืองให้และในขณะเดียวกันพลังเวทเองก็ถูกลงทะเบียนเอาไว้ด้วย ทั้งเมืองนี้และเมืองอื่นๆก็เป็นแบบนี้เหมือนกันหมด และนี่ก็ทำให้เรารู้ว่าเดิมทีแล้วคนคนนั้นเป็นใครมาจากไหนยังไงล่ะ”

 

ฟังดูคล้ายๆกับทะเบียนบ้านหรือเปล่านะ

 

“และเมื่อไปก่ออาชญากรรมอะไรเข้า มันก็จะถูกบันทึกเอาไว้ แล้วคนคนนั้นก็จะไม่สามารเข้าเมืองได้อีกยังไงล่ะ”

“แล้วถ้าเกิดใช้บัตรปลอม หรือแอบใช้ของคนอื่นล่ะ?”

“เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะการ์เจะตอบรับเฉพาะพลังเวทของเจ้าของเท่านั้น บุคคลอื่นไม่สามารถเอาไปใช้ได้เด็ดขาด”

 

ประมาณลายนิ้วมือในรูปแบบพลังเวทสินะ

 

“แต่ว่าถ้าเกิดไม่เคยลงทะเบียนเวทมนต์เอาไว้ ระบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์ไปเลยนี่นาจริงไหม?”

“นั่นมันก็จริง แต่อย่างที่บอกนั่นแหละกรณีแบบนั้นมันหายากมาก คนที่เกิดในเมืองทุกคนจะต้องมีบัตรพลเมืองกันอยู่แล้ว กรณีแบบนั้นมักเกิดขึ้นกับคนที่อาศัยในหมู่บ้านอะไรราวๆนั้นนั่นแหละ แล้วคนพวกนั้นก็ไม่ค่อยก่อเรื่องอะไรร้ายแรงกันอยู่แล้วด้วย”

 

นั่นมันก็… อาจจะจริงก็ได้

 

“เรื่องที่จะอธิบายก็มีเท่านั้นแหละ มีอะไรที่อยากรู้อีกหรือเปล่า? ถ้าไม่มีก็เชิญเข้าเมืองได้เลย”

 

ฉันกล่าวขอบคุณเสร็จก็เดินออกมา แล้วก็เจอกับฟีน่าซึ่งกำลังยืนรออยู่

ฉันจึงลูบหัวเธอ

 

“เรียบร้อยหรือเปล่าคะพี่ยูนะ?”

“อื้ม เรียบร้อยแล้วจ้ะ”

“งั้นก็ไปขายของที่ได้จากวูล์ฟที่กิลด์กันเถอะค่ะ”

 

ภายในเมืองทำให้ฉันนึกถึงเมืองหนึ่งในเกมขึ้นมา แต่ว่ามีบางอย่างที่แตกต่าง… ออกไปเล็กน้อย

เพราะอะไรก็ไม่รู้ ทุกคนในเมืองถึงจับจ้องมาที่ฉันเป็นตาเดียว

เพราะฉันเป็นคนนอกหรือเปล่านะ?

 

“ชุดของพี่ยูนะเด่นน่าดูเลยนะคะ”

 

...ลืมไปสนิทเลย

ว่าตอนนี้ฉันอยู่ในชุดคุณหมี

ไม่ต้องบอกว่าหลังจากนั้นตลอดทางที่ฉันเดินไปยังที่หมายทุกคนต่างก็พร้อมใจกันหันมามองฉันอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ฉันถูกพาไปยังสถานที่ที่ดูคล้ายกับโรงแรม ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับอาคารขนาดใหญ่ ที่นั่นมีนักผจญภัยที่พกคทากับดาบอยู่ข้างในด้วย

หน้าต่างสถานะไม่ปรากฏขึ้นมา ฉันก็เลยไม่แน่ใจว่าพวกเขาเป็นเพลเยอร์หรือเปล่า

เดี๋ยวค่อยลองมาตรวจสอบดู ตอนนี้ตามฟีน่าไปก่อนก็แล้วกัน

 

“เราจะซื้อขายกันที่นี่แหละค่ะ ขอโทษนะคะ ฉันอยากจะมาขายชิ้นส่วนของวูล์ฟหน่อยน่ะค่ะ”

 

ฟีน่าพูดกับผู้ชายที่อยู่หลังเคาท์เตอร์

 

“อ้าว ฟีน่าไม่ใช่เหรอน่ะ? มาทำอะไรเหรอ?”

 

“มาขายวัตถุดิบน่ะค่ะ”

 

ฟีน่าวางสัมภาระบนเคาท์เตอร์ ฉันก็เลยทำตาม

 

“นี่มันขนกับเนื้อวูล์ฟไม่ใช่เหรอ? เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”

 

“ตอนที่ฉันออกไปเก็บสมุนไพรข้างนอก บังเอิญโดนจู่โจมน่ะค่ะ แต่ก็ได้พี่สาวคนนี้ช่วยชีวิตเอาไว้ ”

 

“เธอเข้าไปในป่ามางั้นเหรอ!?”

 

พนักงานชายถึงกับตะโกนออกมาเลยทีเดียว

 

“เอ่อ ก็สมุนไพรของคุณแม่หมดแล้วนี่คะ”

 

“ก็เคยบอกไปหลายครั้งแล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วก็ขอพูดอีกครั้งเลยนะ ว่าถ้าต้องการสมุนไพรล่ะก็ฉันจะให้เอง”

 

“แต่ว่าจะขอลุงเกนทส์ตลอดคงไม่ได้หรอกค่ะ ก็หนูไม่มีเงินเลยนี่นา...”

 

“ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ แล้วฉันจะไปบอกกับแม่เธอว่ายังไง”

 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หนูเคยเข้าป่ามาหลายครั้งแล้วด้วย”

 

“แต่วันนี้เธอก็ไปเจอวูล์ฟเข้าไม่ใช่เหรอ? แล้วก็ได้… เอ่อ หมีแปลกๆช่วยเธอไว้? คุณหนูขอบคุณมากเลยนะที่ช่วยฟีน่าเอาไว้”

 

เขาขอบคุณด้วยท่าทางยากจะบรรยายเมื่อเห็นชุดที่ฉันใส่

 

”เอ่อ ฉันเองก็กำลังหลงทางอยู่เหมือนกัน เพราะงั้นก็เลยถือว่าต่างคนต่างช่วยกันแหละ”

 

“เพื่อเป็นการขอบคุณเดี๋ยวฉันจะช่วยซื้อของเธอในราคาพิเศษก็แล้วกัน เป็นไง?”

 

“ไม่มีปัญหา”

 

แล้วชายคนนั้นก็ตรวจสอบชิ้นส่วนของวูล์ฟ

 

“ไหนดูสิ… อืม… เนื้อกับหนัง คุณภาพแบบนี้...”

 

แล้วคุณเกนทส์ก็นำเงินมาให้เรา

ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าราคามันดีหรือเปล่า

 

“ขอบคุณค่ะ”

 

ฟีน่ากล่าวขอบคุณท่าทางดีใจ

แล้วเธอก็ส่งเงินครึ่งหนึ่งมาให้ฉัน

 

“ฟีน่าถ้าฉันยกเงินนี่ให้เธอ เธอพอจะช่วยแนะนำโรงแรมดีๆให้ฉันหน่อยได้ไหม? เพราะเพิ่งมาเมืองนี้เป็นครั้งแรกด้วย ยังไงเดี๋ยวเอาสมุนไพรไปให้แม่ของเธอก่อนก็ได้”

 

ฉันนึกสาเหตุที่ทำให้ฉันได้เจอกับฟีน่าในป่าออก

 

“ได้สิคะ มีโรงแรมดีๆอยู่ระหว่างทางพอดีเลยล่ะค่ะ เดี๋ยวจะช่วยนำทางไปนะคะ”

“ขอบใจมากนะ”

“ฟีน่า อย่าเที่ยวไปทำอะไรอันตรายอีกนะ ถ้าอยากได้ยาล่ะก็ ให้มาบอกฉันนี่”

“เอ่อ… เข้าใจแล้วค่ะ”

 

แล้วพวกเราก็เริ่มออกเดินทางหลังจากที่ฟีน่าเอ่ยตอบไป

 

“ผู้ชายคนเมื่อกี้เป็นคนรู้จักของเธอเหรอ?”

“ค่ะ คุณลุงค่อยช่วยดูแลฉันมาตลอดเลยล่ะค่ะ เวลามีมอนสเตอร์ออกมาเยอะๆ ฉันก็ช่วยงานคุณลุงนี่แหละค่ะ”

 

แบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะถึงได้มีฝีมือในการชำแหละขนาดนั้น

 

“ตอนที่เขารู้ว่าคุณแม่ของหนูป่วย เขาก็ช่วยขายยากับสมุนไพรให้ถูกๆแล้วบางครั้งก็ให้มาแบบฟรีๆด้วย แต่จะให้หนูไปรับมาแบบนั้นทุกครั้งมันก็...”

 

เพราะอย่างงั้นครั้งนี้ก็เลยออกไปหาในป่าคนเดียวอย่างงั้นสินะ

ฉันอยากจะทำอะไรให้ฟีน่าบ้างแต่ว่าตอนนี้คงยังทำอะไรไม่ได้

ยังไงก็รู้สึกเหมือนลงเรือลำเดียวกันแล้วล่ะนะ

 

“ที่นี่แหละคะ ทุกคนต่างก็พูดกันเป็นเสียงเดียวว่าที่นี่อาหารอร่อยมากเลย”

“ขอบใจนะ เธอเองก็รีบเอายาไปให้แม่ก่อนเถอะ”

“ขอบคุณมากเลยนะคะพี่สาว”

 

แล้วฟีน่าก็วิ่งจากไป

พอฉันเดินเข้าใกล้โรงแรม ก็ได้กลิ่นหอมๆลอยมาเตะจมูกทันที

พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ใช่แล้วได้เวลาข้าวเย็นแล้วยังไงล่ะ!

หวังว่าจะได้กินอะไรที่มันอร่อยๆนะ

แล้วฉันก็ยอมแพ้ให้กับความอยากอาหารแล้วก้าวเข้าไปในโรงแรม

พอฉันเดินเข้าไป เด็กผู้หญิงคนหนึ่งก็จ้องมาที่ฉันด้วยท่าทางตกใจทันที

ปฏิกริยาเหมือนกันทุกคนเลยแฮะ… ค่อนข้างเป็นปัญหาเลยนะเนี่ย

ยังไงเสียตอนนี้ก็มีเงินแล้ว เดี๋ยวซื้อชุดเครื่องป้องกันธรรมดามาเปลี่ยนหน่อยดีกว่า

 

“ยะ-ยินดีต้อนรับค่ะ?”

 

เด็กสาวกล่าวกับฉันด้วยเสียงนุ่มนวล

 

“ฉันอยากจะค้างสักคืนน่ะ”

 

“ทราบแล้วค่ะ ท่านเดียวหรือคะ?”

 

“ก็คนเดียวแหละ มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ?”

 

ถ้าเกิดต้องมีผู้ปกครองมาด้วยถึงจะสามรถค้างได้ล่ะก็ แล้วฉันไปซุกหัวนอนที่ไหนล่ะเนี่ย?

 

“แน่นอนว่าไม่มีปัญหาค่ะ ถ้ารวมอาหารเช้ากับอาหารเย็นด้วยก็หนึ่งเหรียญเงิน แต่ถ้าไม่รวมอาหารก็ครึ่งเหรียญเงินค่ะ”

 

ค่อยยังชั่ว ดูเหมือนว่าฉันจะสามารถค้างที่นี่ได้อย่างไม่มีปัญหา

 

“งั้นฉันค้างสิบวันรวมอาหารด้วยนะ”

“ห้องอาบน้ำเปิดหกโมงเย็นถึงสี่ทุ่มนะคะ”

“มีห้องอาบน้ำด้วยเหรอ?”

“ใช่แล้วค่ะ เรามีห้องอาบน้ำแยกฝั่งชายและหญิง เพราะอย่างงั้นเชิญพักผ่อนตามสบายนะคะ”

 

คิดไม่ถึงเลยนะเนี่ย ว่าในโรงแรมจะมีห้องอาบน้ำให้ด้วย

 

“ฉันทานอาหารเลยได้หรือเปล่า?”

“ค่ะ”

 

หลังจากฟังเด็กสาวพูดฉันก็เอาเหรียญเงินออกมาจากปากคุณหมีสิบเหรียญแล้วส่งให้เธอ

 

ในขณะที่เธอรับเงินไป เธอก็คว้าหมับเข้าที่ถุงมือคุณหมีสีดำทันที

 

“หวา ขอโทษนะคะ พอดีมันน่ารักมากเลย สิบวันพร้อมอาหารด้วยสินะคะ ทั้งหมดสิบเหรียญค่ะ อาหารสำหรับคืนนี้จะรีบเตรียมให้ทันทีเลยค่ะ เพราะงั้นเชิญหาที่นั่งรอสักครู่นะคะ อ๊ะจริงสิ ฉันเป็นลูกสาวของเจ้าของร้านชื่อเอเลน่าค่ะ ฝากตัวด้วยนะคะ”

 

“ฉันชื่อยูนะ ฝากตัวด้วยเหมือนกัน”

 



NEKOPOST.NET