[นิยายแปล] คุมะ คุมะ คุมะ แบร์ ตอนที่ 13 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] คุมะ คุมะ คุมะ แบร์

Ch.13 - คุณหมีปราบฝูงก๊อปลิน


ฉันออกมาพร้อมกับคุณรูรินะเพื่อที่ไปปราบฝูงก็อบลิน

 

“แค่จะถามเผื่อไว้ละนะ คือยูนะจังจะไปทั้งชุดแบบนี้จริงๆหรอ?”

 

เธอมองมาที่ชุดคุณหมีแล้วถามขึ้น

 

“ใช่แล้ว”

 

เฮ้อ..ฉันยอมแพ้ไปแล้วล่ะ

 

“นั่นสินะ”

 

เธอมองชุดคุณหมีแล้วถอนหายใจ

 

“จะว่าไป ก็อบลินพวกนั้นอยู่ที่ไหนหรอ?”

“อยู่ที่ภูเขาใกล้ๆหมู่บ้าน ไปทางตะวันออก 6 ชั่วโมงจากที่นี่น่ะ”

“6 ชั่วโมง?!”

“ใช่แล้ว เพราะงั้นรีบออกเดินทางหน่อยจะดีกว่า ฉันอยากไปถึงก่อนฟ้าจะมืด”

 

นี่เธอกำลังบอกให้ฮิคิโคโมริเดินเท้า 6 ชั่วโมงงั้นเหรอ?

ถ้าไม่ได้ใส่เท้าคุณหมีอยู่ ระยะทางขนาดนั้นไม่มีทางเป็นไปไม่ได้แน่ๆ

 

“ไม่เป็นไรหรอก น้ำกับอาหารก็มีเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว”

 

ฉันไม่ได้กังวลเรื่องนั้นน่ะสิ

อนึ่งสถานที่ที่ฉันใช้ฝึกฝนเวทมนตร์อยู่ในป่าใกล้กับประตูทางทิศตะวันตก

ฉันถอนหายใจเมื่อคิดถึงการเดินติดต่อกัน 6 ชั่วโมง

รู้งี้ปฏิเสธไปตั้งแต่แรกก็ดีหรอก

แต่มันก็สายไปแล้วละนะ

ฉันเดินออกจากเมืองด้วยความรู้สึกหดหู่

 

“เอ่อ….ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?”

“ถ้าตอบได้อะนะ”
“ทำไมถึงได้แต่งตัวแบบนั้นล่ะ? ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าเธอแข็งแกร่งขนาดไหน แต่มันจะไม่ดีกว่าเหรอถ้าจะใส่เครื่องป้องกันที่เหมาะกับการเป็นนักผจญภัยหน่อย?”

 

ในที่สุดก็มีคนถามคำถามนี้จนได้ ถึงจะคิดไว้แล้วก็เถอะนะ

 

คำถาม : ทำไมถึงแต่งตัวแบบนั้น?

คำตอบ 1 : เพราะว่าฉันชอบนะสิ
(โกหกแบบนี้คงจะไม่ดี)

คำตอบ 2 : ตอบไปตามตรงว่านี่เป็นเครื่องป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด

(ฉันยังไม่โง่ขนาดที่จะบอกความลับสำคัญไปโต้งๆแบบนั้น)

คำตอบ 3 : ฉันใช้เวทย์มนต์ไม่ได้ถ้าไม่ใส่ชุดนี้

(ฉันยังไม่โง่ขนาดที่จะบอกจุดอ่อนออกไปตรงๆเช่นกัน)

คำตอบ 4 : โกหกว่าเป็นของดูต่างหน้าของคุณแม่

(นั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะใส่มันตลอดเวลา)

คำตอบ 5 : บอกว่าเป็นเครื่องป้องกันธรรมดา

(น่าจะปลอดภัยละมั้ง?)

 

“เป็นเพราะว่ามันดีกว่าเครื่องป้องกันธรรมดาน่ะ”

“อย่างนี้นี่เอง”

“ถึงฉันจะไม่รู้ว่ามันทำมาจากอะไร แต่ชุดคุณหมีนี่มีพลังป้องกันทั้งกายภาพและเวทย์มนต์ดี นอกจากนั้น หมีขาวตัวนี้ก็เป็นกล่องไอเท็มอีกด้วย”

 

ฉันโชว์กล่องไอเท็มไปเรียบร้อยแล้วตอนซื้อของเพราะงั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรให้ซ่อนไว้อีก

ฉันจะทำให้เธอคิดว่าคุณหมีแค่ดีกว่าเครื่องป้องกันทั่วๆไป

 

“ถ้าอย่างนั้น หมีดำนั่นคือ?”

“เสริมพลังน่ะ มันช่วยเพิ่มพลังได้ไม่น้อยเลย”

 

ฉันเดินไปที่ก้อนหินข้างทางแล้วต่อยมันด้วยหมัดคุณหมี

ก้อนหินแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

 

“ฉันต่อยเดโบรันด้วยพลังนี้แหละ ดังนั้นก็สมควรแล้วล่ะที่หน้าจะบวมปูด”

 

รูรินะดูจะเริ่มเชื่อเมื่อฉันยอมบอกข้อมูลบางส่วนออกไป

 

“ถ้าอย่างนั้น รองเท้านั่นก็ทำอะไรได้สักอย่างรึเปล่า?”

 

“รองเท้า?….อ้อ”

 

ฉันคิดไอเดียดีๆออกแล้ว

มองดูถุงมือและรองเท้าคุณหมี
ฉันพยายามอย่างเต็มที่ในการจะไม่หัวเราะหรือหลุดยิ้ม

 

“รูรินะ”

“อ...อะไรเหรอ? สายตาแบบนั้นมัน...”

“นี่ อยากไปถึงที่หมู่บ้านเร็วขึ้นสักหน่อยไหม?”

“พูดเรื่องอะไรน่ะ?”

 

เธอดูไม่ค่อยสบายใจแล้วเริ่มขยับออกห่างจากฉัน

 

“เดิน 6 ชั่วโมงมันลำบากไปหน่อย เพราะงั้นมาทำแบบนี้กันดีกว่า”

 

ฉันย่องเข้าไปด้านหลังคุณรูรินะ เคาะเข้าไปตรงข้อพับด้านหลังเข่าทั้งสองข้าง แล้วคว้าตัวเธอไว้ทันทีที่เธอล้มลง

ความฝันของสาวน้อย

ท่าอุ้มเจ้าหญิงยังไงล่ะ

ถึงจะยกเว้นฉันไว้คนก็เถอะ

 

“จับไว้ให้ดีล่ะ มันจะอันตรายถ้าพูดแล้วเผลอกัดลิ้นตัวเองไป”

 

หลังจากพูดฉันก็ออกวิ่งทันที

 

“นี่~~~~~~~~~”

 

เร็วขึ้น เร็วขึ้นอีก

 

“ยูนะจัง หยุดก่อน~~~~~~~~~~~”

 

ฉันทำเป็นไม่ได้ยินแล้ววิ่งต่อไป

ตัวเธอเบามาก อันนี้ต้องขอบคุณถุงมือคุณหมี

ตัวฉันก็วิ่งได้เร็วมาก ต้องขอบคุณรองเท้าคุณหมีอีกเหมือนกัน

นอกจากนั้นรองเท้าคุณหมียังทำให้ฉันไม่เหนื่อยอีกด้วย ไม่ว่าฉันจะวิ่งไกลแค่ไหนก็ตาม

 

พวกเราไปถึงหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว

 

“โหดร้ายที่สุดเลยยูนะจัง ขนาดว่าฉันบอกให้หยุดไปตั้งไม่รู้กี่รอบ นี่เป็นครั้งแรกของฉันแท้ๆ(โดนอุ้มแบบเจ้าหญิง) ฉันกลัวมากเลยนะ”

 

รูรินะจ้องฉันทั้งๆที่น้ำตาคลอเบ้าหลังจากที่ฉันปล่อยเธอลง

 

“แต่เราก็มาถึงเร็วดีนี่นา”

 

พวกเรามาถึงใน 30 นาที แทนที่จะต้องต้องเดิน 6 ชั่วโมง

 

“หรือว่า แอบชอบแบบนั้นอยู่สินะ”

“ไม่ได้ชอบซะหน่อย แต่ยังไงก็คิดไม่ถึงว่าจะถึงเร็วขนาดนี้”

 

ยังเช้าอยู่เลย อีกตั้งนานกว่าจะถึงเวลาอาหารกลางวัน

 

“ที่จริงแล้วตอนแรกฉันตั้งใจจะค้างที่หมู่บ้านสักคืนนึง จะได้เช็คดูข้อมูลเกี่ยวกับก็อบลินด้วย”

“ถ้าอย่างนั้นไหนๆก็ไหนๆแล้ว ไปปราบก็อปลินกันตอนนี้เลยดีไหม?”

“เอางี้ ถ้าเธอยังไม่เหนื่อย เราไปฟังเรื่องราวจากผู้ใหญ่บ้านกันก่อนดีกว่า”

 

พวกเราทักทายยามเฝ้าประตูที่ประจำอยู่หน้าหมู่บ้าน

 

“นั่นชุดอะไรน่ะ หรือว่าพวกเธอเป็นนักผจญภัย?”

 

เขามองฉันก่อนจะหันไปถามคุณรูรินะ

นั่นชุดอะไรน่ะ = ฉัน

นักผจญภัย = คุณรูรินะ

ฉันเดาว่างั้นนะ

 

“พวกเรามาปราบก็อปลินที่มีรายงานว่าปรากฎตัวอยู่ในระแวกนี้”

“มีแค่คุณสองคนเองหรอครับ?”

 

เขาดูไม่ค่อยสบายใจ

ไม่แปลกใจเลย

ในรายงานพบก็อบลินจำนวนมาก แต่ที่ส่งมามีแค่ผู้หญิงสองคน

ไม่ต้องพูดถึงว่าคนนึงแต่งตัวประหลาดๆด้วย

มันแน่อยู่แล้วที่เค้าจะไม่สบายใจ

 

“ใช่แล้ว พวกเราต้องการฟังเรื่องราวสักหน่อยน่ะ ช่วยพาไปหาผู้ใหญ่บ้านให้หน่อยได้ไหม”

“เข้าใจแล้วครับ ตามมาเลย”

 

ทหารไม่ได้ไล่เราออกไป แต่เลือกพาเราไปบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ใจกลางหมู่บ้านแทน

 

“ผู้ใหญ่บ้านอยู่ไหมครับ!”

“มีอะไรงั้นหรอรอยด์?”

 

ผู้ชายอายุประมาณ 50 เดินออกมา

 

“นักผจญภัยมาถึงแล้วครับ”

“โอ้ พวกคุณมาช่วยแล้วรึ? โล่งอกไปที!”

 

เสียงเขาเบาลงทันทีเมื่อสังเกตเห็นฉัน

 

“เอ่อ…. โทษทีนะ แต่มากันแค่สองคนเองหรอ? ”

“ใช่ค่ะ มีแค่เราสองคน แต่มั่นใจได้ว่าเราจะจัดการสำเร็จตามที่ร้องขอแน่นอน”

“อย่างนั้นหรือ?”

 

เขามองฉันด้วยสายตาที่ไม่ค่อยสบายใจเหมือนกับยามที่เฝ้าหน้าหมู่บ้าน

ยังไง รูปลักษณ์ภายนอกก็เป็นสิ่งสำคัญจริงๆสินะ

อยู่ๆมีเด็กผู้หญิงมาบอกว่าเธอมากวาดล้างก็อบลิน

ถ้าเป็นฉัน ฉันก็คงคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆเหมือนกัน

 

“ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากให้ผู้ใหญ่บ้านอธิบายเกี่ยวกับตำแหน่งที่พบก็อบลินด้วยค่ะ”

 

คุณรูรินะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของผู้ใหญ่บ้านและเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องคุยก่อนอะไรๆจะดูแย่ลง

“พวกก็อบลินมาจากภูเขาพวกนั้น ฉันเห็นพวกมันหลายครั้งตอนไปล่าสัตว์”

“ฉันได้ยินมาว่ามีพวกมันอยู่ราว 50 ตัว จริงรึเปล่าคะ?”

“มีคนตกเป็นเหยื่อพวกมัน 1 คน นั่นคือตอนที่เราเห็นว่าพวกมันมีเยอะขนาดไหน”

“อย่างนี้นี่เอง ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะลองไปเช็คดู ถ้าพวกเราไม่กลับมาภายในวันพรุ่งนี้ กรุณาติดต่อไปที่กิลด์ด้วยค่ะ”

“เข้าใจแล้ว ยังไงก็ขอขอบคุณไว้ล่วงหน้าเลยนะ”

 

พวกเราออกจากหมู่บ้านแล้วมุ่งหน้าไปที่ภูเขา

 

“ยูนะจัง ให้เธอสู้คนเดียวจะไม่เป็นไรจริงๆหรอ?”

“ไม่เป็นไรน่า ขอคุณรูรินะอย่างเดียว รบกวนเรื่องแล่กับเก็บหลักฐานการกำจัดก็อบลินให้หน่อยจะได้ไหม”

“ไม่มีปัญหา”

 

เธอรับปากแล้ว!

หลักฐานการปราบปรามดูเหมือนว่าจะเป็นหินเวทย์มนต์

ต้องชำแหละพวกมันเพื่อเอามันออกมา

อา ไม่ไหวจริงๆแหละ

และยิ่งมีเรื่องปวดหัวมากขึ้นไปอีกเนื่องจากซากก๊อบลินไม่สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบได้

 

“ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ ฉันจะเดินนำหน้า ส่วนเธอก็ตามหลังมาละกันนะ”

 

ฉันใช้งานสกิลตรวจจับทันที ดวงตาคุณหมี

ฉันพบการตอบสนองจำนวนมากมาจากทางด้านนั้น

ถึงมันไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่เวลาไม่มีแผนที่ แต่อย่างน้อยก็รู้ว่าต้องไปทางไหน

มีการตอบสนองจากบางอย่างที่ดูอันตรายข้างหน้าด้วย

ฉันตัดสินใจไปปราบมัน ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม

 

“อืม เรื่องให้ตามหลังนี่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก แต่ก็ระวังตัวด้วยนะ”

“ไม่มีปัญหา ฉันมีเวทตรวจจับอยู่ แถวๆนี้ไม่มีมอนสเตอร์อยู่เลย”

“เอ๋ ยูนะจังมีเวทมนต์แบบนั้นด้วยหรอ?!”
“ที่ประหลาดคือ มีก็อบลินอยู่เยอะเลยล่ะ”
“เยอะ?”

“ประมาณ 100 ตัวได้มั้ง”
“เฮ้ 100!? จริงเหรอ!? ถ้ายังงั้นแค่เราสองคนไม่ไหวแน่ๆ”

“ทำไมล่ะ? แค่เดโบรัน 100ตัวเอง”

“นี่พูดจริงเหรอนั่น?”

“แน่นอน”

 

เธอได้แต่ถอนหายใจ

 

“ฉันบอกไว้ก่อนเลยนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ฉันจะทิ้งไว้แล้ววิ่งหนีนะ”

“ไม่มีปัญหา”
 

ยังไงฉันก็วิ่งเร็วกว่า

 

“หา จะเอาอย่างนั้นจริงๆเหรอ? เธออาจจะตัดสินใจผิดก็ได้นะ”

 

ในขนะที่เราเดินวนในป่ามาเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง

ทันใดนั้นเอง พวกเราก็พบฝูงก็อบลินราว 20 ตัว
 

“เวทย์ตรวจจับอันนั้นสะดวกดีจัง บอกตัวแหน่งของก๊อบลินหมดเลย การใช้เวทย์ระยะไกลฆ่าพวกมันก่อนที่จะรู้ตัวนี่ขี้โกงจริงๆ”

“ไปเก็บหินเวทมนต์ให้เรียบร้อยด้วยนะ”
“รู้แล้วน่า”

 

ศพของก๊อบลินล้มลงตรงหน้ารูรินะ เธอหยิบมีดออกมาผ่ามัน เอาหินออกมาแล้วเผาศพทิ้ง

เพื่อให้สัตว์หรือมอนสเตอร์อื่นไม่มายุ่งวุ่นวาย

 

“ดูเหมือนว่ารังของก๊อปลินจะอยู่ใกล้ๆนี่นะ”

 

ฉันตั้งสมาธิเพื่อให้เวทย์ตรวจจับรวมไปอยู่ที่สถานที่เดียว

ฉันจะเคลื่อนเข้าไปใกล้อย่างช้าๆ

เหมือนกับตอนอยู่ในเกมส์ เวลาจะสู้กับฝูงมอนเสตอร์ การลอบโจมตีเป็นอะไรที่ให้ผลดีมาก

ก่อนที่มันจะรู้ตัว ฉันใช้เวทย์มนต์ที่แรงที่สุดเปิดใส่มอนสเตอร์ที่ไม่รู้เรื่องไม่รู้ราว

ถ้าเป็นในเกมส์ ภารกิจนั้นก็คงจะสำเร็จทันที

 

“ดูเหมือนว่าจะเป็นถ้ำนะ”

“นี่เธอ คงไม่ใช่ว่าคิดจะเข้าไปในถ้ำนั้นนะ”

 

ต่อให้เป็นฉันก็ไม่อยากจะเข้าไปในถ้ำที่เต็มไปด้วยก็อบลินหรอก

มีพวกมัน 5 ตัวยืนอยู่หน้าปากทางเข้าถ้ำ

คงเป็นเป็นเวรยาม

 

“จะไปลองอะไรหน่อย รออยู่ตรงนี้ก่อนนะ ”

 

ฉันท่องบทร่ายเวทย์ธาตุลม แล้วปล่อยมันใส่ไปในถ้ำ

เวทย์ลมผ่านเข้าไปทุกซอกทุกมุมของถ้ำ

 

“ยืนยันเรียบร้อย ดูเหมือนว่าทางเข้าถ้ำจะมีแค่ทางตรงหน้านี่ทางเดียว ฉันจะไปละนะ เธอรอตรงนี้แหละ”

“เด๋วสิ เธอจะไปจริงๆเหรอ”

 

ฉันตัดหัวก๊อปลินห้าตัวนั้นเสร็จเรียบร้อยก่อนที่เสียงของรูรินะจะเข้าหูฉันเสียอีก

หลังจากนั้นฉันจิตนาการถึงหมีสีแดงที่กำลังลุกไหม้

 

“เปลวไฟคุณหมี”

 

เพลิงรูปหมีได้ถูกโยนเข้าไปในถ้ำ

ตามด้วยเวทย์อีกบทนึง

 

“กำแพงคุณหมี”

 

ฉันปิดทางเข้าด้วยกำแพงรูปหมี

เสร็จเรียบร้อย

หลังจากนี้ก็แค่รออย่างเดียว

 

“ยูนะจัง เธอทำอะไรน่ะ”

“ฉันยิงไฟร้อนๆเข้าไปในถ้ำ หลังจากนั้นก็ปิดทางเข้าออก ตอนนี้ในถ้ำจะร้อนมากๆ และออกซิเจนก็กำลังจะหมดลง ดังนั้นพวกมันจะเริ่มขาดอากาศหายใจ”

“ออกซิเจน? ขาดอากาศหายใจ?”

 

คนบนโลกนี้ไม่รู้จักออกซิเจน?

จะให้อธิบายก็ดูยุ่งยากด้วยสิ

 

“เรียกง่ายๆคืออากาศในถ้ำกำลังจะหมดลงน่ะ”

“อย่างนี้นี่เอง”

“อากาศจะหายไปถ้าจุดไฟแล้วปิดผนึกไว้ เพราะฉะนั้นตอนนี้พวกก๊อบลินกำลังทรมาณจากการขาดอากาศหายใจ เป็นวิธีที่ง่ายใช่ไหมล่ะ? หรือเธอคิดว่าฉันอยากจะสู้กับพวกก๊อปลินในถ้ำกัน?”

 

คุณรูรินะส่ายหน้า

 

“ไหนๆก็มีเวลาเหลือแล้วพวกก๊อปลินก็ดูจะยุ่งๆกันอยู่ มาทานอาหารกลางวันกันก่อนดีไหม”

“เธออยากทานที่นี่เหรอ?”

 

อย่าพูดแบบนั้นสิ

ในที่ๆก๊อบลินสามารถโจมตีได้ตลอดเวลาแบบนี้ใครจะไปกินลง

ถึงแม้ว่าน่าจะโอเคถ้าใช้เวทย์มนต์ตรวจจับก็เถอะ

 

“หรือไม่เราก็กลับไปที่หมู่บ้าน แต่มันจะยุ่งยากไปหน่อยรึเปล่า?”

“ก็ใช่นะ….จะว่าไปแล้ว เราต้องรออีกนานแค่ไหนเนี่ย?”

“โดยปรกติแล้วคงไม่กี่นาที? ฉันตั้งใจว่าจะรอจนกว่าฉันสามารถยืนยันได้ด้วยเวทย์มนต์ตรวจจับว่าก๊อบลินทั้งหมดตายแล้ว”

 

ระหว่างนั้น คุณรูรินะก็ทำการแยกชิ้นส่วนซากก๊อบลินที่อยู่หน้าถ้ำไปพลางๆ

หลังจากนั้นเธอนำอาหารเที่ยงออกมาจากกระเป๋าที่อยู่ข้างเอว

นั่นเป็นกระเป๋าไอเท็มสินะ หืม

 

“กระเป๋าใบนั้นจุของได้แค่ไหนเหรอ?”

“อันนี้เหรอ? ก็จุไม่ได้มากเท่าหมีของเธอหรอก มีพื้นที่พอแค่ประมาณวูลฟ์ 5 ตัว”

ได้แค่นั้นเอง?

พอมาคิดๆดูแล้ว คุณหมีนี่ก็ขี้โกงนะ

ฉันพักกินอาหารฟรี แต่รสชาติมันไม่ได้ดีอะไรเลยแฮะ

เป็นเนื้อแห้งกับน้ำอุ่นๆ ดูเหมือนว่ากระเป๋าไอเท็มจะไม่ได้หยุดเวลานะ

คราวหน้าฉันควรจะเตรียมอาหารมาเอง

หลังจากมื้อเที่ยง ฉันใช้เวทย์ตรวจจับดู

 

“หืมม?”

“มีอะไรหรอ?”

“มีรอดอยู่หนึ่งตัว”

“หนึ่ง.... ไม่นะ”

“เธอรู้อะไรงั้นหรอ?”

“ยูนะจังบอกว่ามีก๊อบลินอยู่ราวๆร้อยตัวใช่ไหม?”

“อื้ม”

“อาจจะเป็นราชาก๊อบลิน”

“ราชาก๊อบลิน….”

 

ราชาก๊อบลิน ราชาของเหล่าก๊อบลิน แข็งแกร่งและฉลาดกว่าก๊อบลินธรรมดา

 

“อื้ม คิดว่าเป็นไปได้ถ้ามีก๊อบลิน 100 ตัวอยู่รอบๆ”

“ดูแล้วไม่มีทีท่าว่าจะตาย เราคงต้องสู้แหละนะ”

“ไม่ไหวหรอก! ก๊อบลินคิงเป็นมอนสเตร์ระดับ C ต้องใช้ปาตี้ของนักผจญภัยระดับ C ถึงจะล้มได้”

 

ถึงอย่างนั้นก็เป็นมอนสเตอร์ที่ใช้เวทย์มนต์ไม่ได้ แค่แข็งแกร่งนิดหน่อย

คงอันตรายเหมือนกันถ้าถูกโจมตีตรงๆ แต่แน่นอนฉันไม่มีความคิดจะรับการโจมตีตรงๆหรอกนะ

 

“เราควรกลับไปรายงานที่กิลด์เพื่อขอกำลังเสริม”

“อืม ฉันคิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไรมั้ง?”

“ยูนะจัง ได้โปรดทำตามที่ฉันบอกเถอะ”

“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะเข้าไปสู้ในถ้ำคนเดียว ถ้าฉันไม่กลับมา แจ้งไปที่กิลด์ได้เลย”

“ฉันจะไม่ส่งเธอไปตาย”

“ฉันไม่เป็นอะไรหรอก จะเลื่อนก้อนหินออกละนะ”

“ยูนะจัง!”

 

ฉันเอาแบร์วอลออก โดยไม่สนใจเสียงร้องของรูรินะ

อากาศที่ร้อนจัดพวยพุ่งออกมาจากถ้ำ

 

“ถ้ายังงี้ฉันเข้าไปไม่ไหวนะ”

“ไม่ไหวหรอก เรากลับกันเถอะ”

“หืม? ดูเหมือนว่าตัวราชาจะออกมาเองล่ะ”

“ล้อเล่นใช่ไหม...”

“รูรินะ หลบไปข้างหลังก่อน”

 

ก๊อบลินขนาดยักษ์ถือดาบสีแดงเดินออกมาจากถ้ำ

มันมองเห็นฉันแล้วคำราม

นี่คือก๊อบลินคิง

ฉันเริ่มการต่อสู้ด้วยแอร์คัตเตอร์

ก๊อบลินคิงตวัดดาบของมันฟันทะลุเวทย์

ฉันเริ่มออกวิ่งเมื่อมันเล็งมาที่ฉัน

เร็ว

ฉันเอาดาบเล่มนึงออกมาจากกล่องหมีเพื่อป้องกันดาบของก๊อบลินคิง

หนัก

ดูเหมือนแรงของฉันจะเยอะกว่าราชาก็อบลินอยู่นิดหน่อย มันจึงถูกผลักกลับ

ก๊อบลินคิงเหวี่ยงดาบลงมาที่ฉันด้วยมือข้างเดียว

ฉันป้องกันมันด้วยคุณหมีขาว กลับมาตั้งหลัก และเตรียมตัวจะใช้เวทย์มนต์

หรือเลเวลของฉันจะต่ำกว่า?

ถ้าเวทย์มนต์ธรรมดาไม่ได้ผล แล้วเวทย์มนต์หมีล่ะ

 

“แบร์คัตเตอร์”

 

ฉันจิตนาการถึงกรงเล็บคมๆของคุณหมีแล้วยิงออกไปใส่ก๊อบลินคิง

คมดาบสายลมสามเล่มพุ่งไปโจมตีก๊อบลินคิง

มันใช้ดาบแบบเดียวกับครั้งก่อนหน้าพยายามจะทำลายเวทย์มนต์

อย่างไรก็ตาม แบร์คัตเตอร์ไม่ได้หายไป และพุ่งไปถูกก๊อบลินคิง

 

“หืม?”

 

มันไม่ล้มลง

ก๊อบลินคิงรับแบร์คัตเตอร์เข้าไปสามเล่ม แต่มันก็ยังไม่ยอมพ่ายแพ้

 

“แข็งเหรอ?”

 

ถึงอย่างนั้น ฉันก็รู้ว่ามันบาดเจ็บ

ราชาก๊อบลินคำรามด้วยความแค้นเคืองแล้วจ้องมาที่ฉัน

ฉันเริ่มออกวิ่ง

ใกล้ถึงเวลาจะปิดบัญชีแล้ว

ฉันใช้เวทย์ดินเพื่อขุดหลุมข้างหน้าก๊อบลิน

ไม่ว่ามันจะฉลาดขนาดไหน มันก็ไม่สามารถตอบสนองกับหลุมที่ถูกสร้างไว้ข้างหน้ามันอย่างทันทีได้

โดยเฉพาะเมื่อในหัวมันเต็มไปด้วยความเกรี้ยวโกรธ

ราชาก๊อบลินกำลังมองแต่ฉันเท่านั้น

มันไม่ได้สังเกตที่เท้าของตัวเอง และตกเข้าไปในหลุม

มันอาจจะทนไฟได้ก็ได้ ฉันก็เลยยิงแบร์คัตเตอร์เข้าไปในหลุม

 

“แบร์คัตเตอร์, แบร์คัตเตอร์, แบร์คัตเตอร์, แบร์คัตเตอร์, แบร์คัตเตอร์”

 

หนังเหนียวน่าดูเลยนะเนี่ย

ฉันได้ยิงเสียงคำรามดังมาจากในหลุมด้วย

คิดว่ามันคงกำลังพยายามจะปีนขึ้นมา แต่แบร์คัตเตอร์ก็ส่งมันกลับลงไปในหลุม

จนกระทั่งฉันไม่ได้ยินเสียงร้องอีก หลังจากที่ยิงแบร์คัตเตอร์ลงไปหลายต่อหลายครั้ง

ฉันลองใช้เวทย์ตรวจจับดูแล้วพบว่าสัญญานของก๊อบลินคิงหายไปแล้ว

เมื่อฉันหยุดใช้เวทย์ รูรินะก็ออกมาจากหลังต้นไม้

 

“จบแล้วเหรอ?”

“ไม่เจอสัญญานจากเวทตรวจจับแล้ว คงโอเคแล้วล่ะ”

“ไม่อยากจะเชื่อเลย เธอชนะมันจริงๆด้วย”

“มันอึดเกินกว่าที่คิดไว้ ฉันเองก็ตกใจเหมือนกัน ถ้างั้นฉันจะไปเช็คดูว่ามันตายแน่รึยัง ถอยไปห่างๆหลุมก่อน”

 

ฉันยกพื้นดินขึ้นด้วยเวทมนต์ธาตุดิน

ศพของราชาก๊อบลินก็ขึ้นมาจากหลุมด้วย

มันตายทั้งๆที่หน้ายังแสดงความหวาดกลัวอยู่

 

“มันตายแล้วจริงๆใช่ไหม?”

“ใช่แหละ”

 

เพื่อความแน่ใจ ฉันยิงแบร์คัตเตอร์ใส่ไปอีกนัด แต่ก๊อบลินคิงก็ไม่ได้แสดงการตอบสนองใดๆ

 

“ถ้างั้นก็เริ่มเลยเถอะ”

“ยูนะจัง กระเป๋าไอเท็มของเธอพอใส่มันลงไปได้รึเปล่า?”

“ได้อยู่นะ”

“ถ้าอย่างนั้น ช่วยใส่มันลงไปจะได้ไหม ถึงจะเอาแค่หินเวทย์มนต์ไปก็พอ แต่เอาไปทั้งตัวเลยจะดีกว่า เผื่อไว้ก่อน”

 

ฉันเอาก๊อบลินคิงเข้าไปในกระเป๋าคุณหมี

แล้วก็เก็บดาบของมันมาด้วย

 

ฉันทำให้ถ้ำเย็นลงด้วยเวทย์น้ำและลม

 

“ฉันคิดว่าถ้ำคงเข้าได้แล้วล่ะ เชิญก่อนเลย”

“เอ่อออ เพื่อความแน่ใจ ในถ้ำนี่ปลอดภัยแล้วแน่นะ?”

“ปลอดภัยแล้ว เพียงแต่ว่า มีก๊อบลินตายเต็มไปหมดเลย จะแยกชิ้นส่วนทั้งหมดเลยคงจะเหนื่อยหน่อย”

“ยูนะจัง ช่วยด้วย...”

“ไม่”

 

อยู่ๆจะให้ผ่าร่างมันแล้วเอาหินออกมานี่ไม่ไหวหรอก

 

“ในถ้ำมันมืดนะ ระวังด้วย”

“ฉันมีตะเกียง คงไม่เป็นไรหรอก”

“อ๊ะ ถ้าอย่างนั้นเอาอันนี้ไปด้วยสิ”

 

ฉันสร้างแสงขึ้นมาจากเวทย์มนต์ธาตุแสง

 

“รับไปสิ”

“ถึงฉันจะไม่รู้ว่าทำไมมันถึงเป็นรูปหมีก็เถอะ แต่ก็ขอรับไปด้วยความยินดี”

 

แล้วคุณรูรินะก็เข้าไปในถ้ำคนเดียว

น่าจะมีร่างประมาณ 80 ร่างอยู่ในถ้ำ ใช้เวลาประมาณ 1 นาทีในการนำหินออกมาจากร่าง ดังนั้นน่าจะใช้เวลาประมาณ 80 นาทีเฉพาะการรวบรวมหิน

ฉันคิดว่าเวลาที่ใช้รวมกันทั้งหมดน่าจะประมาณ 2 ชั่วโมง ถ้ารวมเวลาที่เธอต้องเดินในถ้ำไปด้วย

ฉันสร้างบ้านหลังเล็กๆด้วยเวทย์มนต์ธาตุดิน และสร้างหน้าต่างขึ้นมาบานหนึ่งเพื่อระบายอากาศ

ฉันคิดว่าเป็นไปได้ที่มอนสเตอร์อย่างอื่นจะโพล่ขึ้นมาและปิดทางเข้าออก

พวกมันจะเข้ามาทางหน้าต่างไม่ได้เพราะมันเล็กเกินไป

สุดท้ายฉันสร้างเตียงขึ้นมาจากดินแล้วล้มตัวลงนอน

มันแข็งไปหน่อย แต่ไม่ใช่ว่าฉันจะหลับไม่ได้

ครั้งหน้าฉันจะซื้อผ้าห่มมาด้วย

ด้วยสภาพจิตใจที่อ่อนล้า ฉันได้หลับไปในทันที       (ตัวมุดฟูก : เจ้าหญิงยูนะ ;w; //นึกถึง FROZEN ขึ้นมาเลย Let’s she do! ฮา)

 



NEKOPOST.NET