NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] คุมะ คุมะ คุมะ แบร์

Ch.12 - คุณหมีมีอาละวาดในกิลด์อีกครั้ง


เช้าวันถัดมาฉันรีบตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะไปที่กิลด์ โดยตั้งใจไว้ว่าจะไปรับภารกิจใหม่

ฉันอยากได้งานดีๆ เพราะฉะนั้นก็ต้องตื่นให้เร็วขึ้น

ถ้าเป็นภารกิจปราบปรามก็คงจะดี เพราะจะได้ฝึกเวทมนต์ไปในตัวด้วย

แล้วก็ถ้าเป็นวูล์ฟด้วยจะดีมากเลย

ฉันก็เลยรีบไปที่กิลด์แต่เช้า เพื่อที่จะรับภารกิจที่ว่า

ตอนที่ฉันกำลังเดินชมเมืองอย่างสบายใจอยู่นั้นเอง ก็มีเสียงเรียกจากข้างหลังดังขึ้น

 

“พี่ยูนะ อรุณสวัสดิ์ค่ะ”

“อรุณสวัสดิ์ฟีน่า กำลังจะไปที่กิลด์เหรอ?”

“ค่ะ พี่ยูนะเองก็กำลังจะไปที่กิลด์เหรอคะ?”

“อื้ม ใช่แล้วละ อยากจะได้งานดีๆน่ะ”

“เหรอคะ ยังไงก็ระวังตัวด้วยนะคะ”

“ฟีน่าเองก็พยายามเข้านะ”

“ค่ะ”

 

ฟีน่ายิ้มพลางกุมมือฉัน

ฉันก็เลยกุมมือเธอกลับ

ถ้ามีน้องสาว อยากได้น้องแบบฟีน่าจังเลยน้า

ในระหว่างที่ฉันกำลังเดินยิ้มไปพลางจูงมือฟีน่าไปพลางกิลด์ก็ปรากฎขึ้นตรงหน้า

 

“งั้นหนูไปก่อนนะคะ”

“โชคดีนะ”

 

ฉันยิ้มส่งฟีน่าแล้วเดินเข้ากิลด์ไป

ที่กระดานรับเควสเริ่มมีคนพลุกพล่านแล้ว

ฉันมาสายไปสินะ

เริ่มมีคนสังเกตุเห็นฉันแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร

ในตอนที่ฉันกำลังคิดแบบนั้นอยู่นั่นเอง ก็มีเสียงเรียกจากข้างหลังดังขึ้น

 

“เธอคือผู้หญิงที่ทำร้ายคุณเดโบรันสินะ?”

 

นักผจญภัยผู้ชายคนหนึ่งถามฉันขึ้น

ดูเหมือนจะแก่กว่าฉันสามสี่ปีเห็นจะได้

 

“...เดโบรัน?”

 

ฉันเอียงคอพลางคิด

ไม่เห็นจำได้เลยว่าเคยรู้จักคนชื่อนี้

 

“ใครเหรอ?”

 

ฉันถามเพราะจำไม่ได้จริงๆ

 

“เป็นเธอไม่ผิดแน่ๆ คนที่สวมชุดหมี ถุงมือหมี แล่วก็รองเท้าหมี ชุดอย่างกับตัวตลกแบบนั้น”

 

ก็นั่นสิน้า ให้หาทั้งโลกนี้คนที่แต่งตัวแบบนี้ก็คงมีแต่ฉันนี่แหละ

จะมีคนอื่นที่แต่งตัวแบบนี้อยู่อีกบ้างไหมนะ?

 

“เดโบรันเหรอ ฉันจำไม่เห็นได้เลยว่าเคยรู้จักคนชื่อนั้น แต่คนที่แต่งตัวแบบนั้นก็คงจะมีแค่ฉันนี่แหละ”

“เพราะเธอ... คุณเดโบรันถึงได้เจ็บจนทำงานไม่ได้”

“อ่อ นักผจญภัยที่ฉันสู้ด้วยเมื่อตอนนั้นนี่เอง”

 

ที่ฉันนึกออกก็มีแค่นั้นแหละ

 

“ใช่แล้ว”

 

อ๋อ จำได้แล้ว

ดูเหมือนคนที่มาหาเรื่องฉันเมื่อตอนนั้นสินะ

ถึงอย่างนั้น นั่นก็ไม่น่าใช่เหตุผลที่ต้องมาหาเรื่องฉันเสียหน่อยนี่นา

จะไปเรียกหัวหน้ากิลด์มาดีไหมนะ

เขาสัญญาเอาไว้ว่าถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเขาจะช่วยจัดการให้

 

“ผู้ชายคนนั้น เดโบรันนั่น อยากจะสู้กับฉันเอง ฉันชนะส่วนเขาก็บาดเจ็บ ฉันไม่ผิดอะไรเสียหน่อย อีกอย่างเจ้าก็อบลินนั่นก็ไม่น่าจะเจ็บถึงขั้นต้องมาโวยวายอะไรเสียหน่อย”

“อย่ามาพูดเหมือนคุณเดโบรันเป็นก็อบลินนะ”

“หมอนั่นทั้งไม่มีมารยาท แสดงท่าทางทำเป็นวางก้ามต่อหน้าคนที่อ่อนแอ พูดจาซะใหญ่โต แต่พอไม่มีใครคอยหนุนหลังให้ก็ทำอะไรไม่ได้ ดูยังไงก็ก็อบลินชัดๆ”

“อย่ามาล้อเล่นนะ!”

 

หนวกหูจริง

ไม่ต้องตะโกนฉันก็ได้ยินน่า

 

“หรือนายจะเป็นก็อบลินเลยไม่เข้าใจภาษาคนกัน? ก็บอกไปแล้วตั้งแต่แรกไม่ใช่เหรอ ว่าไม่ใช่ความผิดฉันน่ะ ”

“ไม่มีทางที่คุณเดโบรันจะมาแพ้คนอย่างเธอหรอก”

“หยุดเสียมารยาทได้แล้ว ฉันได้ยินมาจากหัวหน้ากิลด์แล้วนะว่าไม่ใช่ความผิดของเธอซะหน่อย”

 

หญิงสาวผมทองอายุราวๆยี่สิบปีเห็นจะได้เดินเข้ามาพร้อมผู้ชายอีกคน

เธอค่อนข้างเป็นผู้หญิงที่สวยและรูปร่างดีเลยทีเดียว

 

“แต่ว่าที่พวกเราทำภารกิจไม่สำเร็จก็เพราะยัยนี่นะ”

“ถึงอย่างนั้นนายก็ต้องเข้าใจว่านั่นไม่ใช่ความผิดของเธอ นี่กิล แล้วทำไมนายถึงไม่พูดอะไรสักอย่าง?”

หญิงสาวคนนั้นหันไปพูดกับชายร่างใหญ่ข้างเธอ

เขาเป็นคนที่รูปร่างล่ำพอๆกับหัวหน้ากิลด์เลยทีเดียว

 

“เดโบรันต่างหากที่เป็นคนผิด”

“ว่าไงนะนี่เธอเองก็เข้าข้างยัยนี่อย่างงั้นเหรอ?”

“หลังจากที่ได้ยินเรื่องทั้งหมดมันก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าเป็นคนความผิดของเดโบรัน”

“นี่พวกเราต้องมายอมแพ้เพราะเรื่องแบบนั้นอย่างงั้นเหรอ?”

 

นี่หมอนั่นบาดเจ็บขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย?

จะว่าไปแล้วฉันเองก็ต่อยไปหลายหมัดด้วยสิ

 

“ก็เดโบรันเป็นคนผิด เพราะงั้นมันก็ช่วยไม่ได้หรอก”

“ก็ตามนั้นแหละ บัตรกิลด์ของเขาเองก็เกือบจะโดนยึดไปแล้วด้วย”

“นั่นมันก็เพราะยัยนี่ไม่ใช่เหรอ?”

“เอ่อ ถ้าจะคุยกันแค่สามคน ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวเลยได้ไหม?”

“อ๊ะ ขอโทษนะ แลนซ์แค่โกรธที่เดโบรันมาทำภารกิจไม่ได้เพราะบาดเจ็บน่ะ”

“ถึงอย่างนั้นก็ไม่เห็นต้องมาบ่นกับฉันเลยนี่นา”

“เรื่องนั้นก็ใช่อยู่นะ แต่ว่า...”

“รับเควสไปโดยไม่มีเดโบรันไม่ได้เลยเหรอ?”

“เรื่องนั้น คือว่าพวกเรารับมาเรียบร้อยแล้วน่ะ”

“ถ้าพวกเรายกเลิกเควส มันจะนับเป็นภารกิจล้มเหลวน่ะสิ”

 

ภารกิจล้มเหลวจะถูกบันทึกไว้ในบัตรกิลด์ด้วยนี่นะ

ถ้าเป็นไปได้พวกเขาก็คงจะอยากหลีกเลี่ยงการทำให้ภารกิจล้มเหลวละนะ

ถึงอย่างนั้น การมาหาเรื่องฉันเพราะเหตุผลแบบนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องอยู่ดี

เจ้าก็อบลินนั่นมันเริ่มก่อนนี่นา

 

“แค่พวกเรายอมแพ้ไปก็พอไม่ใช่เหรอ?”

“แต่ว่าถ้าผ่านภารกิจนั้นระดับของพวกเราจะเพิ่มขึ้นนะ”

“ได้ยินว่ามีนักผจญภัยกำลังมีเรื่องกับยูนะอยู่ ตกลงว่าเป็นพวกเจ้าเองสินะ?”

“หัวหน้ากิลด์”

 

แล้วตุ๊กตาดารุมะกล้ามโตก็เดินเข้ามา

ดูเหมือนคุณพนักงานจะไปเรียกมาให้

 

“เคยบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าเรื่องเดโบรันมันไม่ใช่ความผิดของยูนะ”

“แต่ว่าเพราะยัยนี่นะครับทำให้พวกเราทำภารกิจต่อไม่ได้น่ะ”

“นั่นมันเรื่องของพวกนาย เดโบรันท้าเธอสู้เองแล้วก็แพ้เอง พวกนายเองก็ปล่อยเดโบรันเอาไว้เอง ทั้งที่รู้อยู่แท้ๆว่าหมอนั่นเป็นคนยังไง”

“เรื่องนั้นก็ใช่อยู่ แต่ว่า...”

“งั้นก็มีความคิดดีๆอยู่นะ”

“อะไรเหรอครับ? ยกเลิกภารกิจให้โดยที่ไม่บันทึกว่าล้มเหลวเหรอครับ?”

“เรื่องนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เมื่อรับภารกิจไปแล้วไม่สามารถยกเลิกโดยไม่มีบทลงโทษได้หรอก ถ้ายกเลิกก็ต้องมีการบันทึกอยู่ดี”

“ถ้าอย่างนั้นความคิดดีๆที่ว่าคืออะไรล่ะครับ?”

“ก็ให้ยูนะเข้าร่วมกลุ่มไปกับพวกเจ้าไปเลยสิ จะได้เป้นการพิสูจน์ไปในตัวว่าเธอแข็งแกร่งกว่าเดโบรันจริงหรือเปล่า”

“นี่ จู่ๆมาตัดสินใจอะไรแบบนี้เอาเองเลยเหรอ?”

“ง่ายมาก พวกเจ้าน่าจะเอายูนะเข้ากลุ่มมากกว่าเดโบรันนะ”

“ไม่มีทางซะละ ทำไมฉันต้องมาทำตามคำขอที่ไม่มีเหตุผลแบบนั้นด้วย”

“มันเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดแล้ว”

“เอ่อ ยูนะจังสินะคะ? ช่วยฟังฉันหน่อยได้ไหมคะ?”

 

ผู้หญิงที่แต่งชุดจอมเวทเข้ามาคุยกับฉัน

มีอะไรกันนะ?

ฉันไม่ค่อยมีประสบการณ์เรื่องการรวมกลุ่มด้วยสิ ทั้งในเกมแล้วก็ในชีวิตจริง

แน่นอนว่ามีอยู่บ้างแหละ ฉันไม่ใช่พวกหัวเดียวกระเทียมลีบไปซะทีเดียวหรอก

แต่ก็นั่นแหละ แค่นิดเดียวจริงๆ

 

ฉันไม่สามารถปฏิเสธสายตาอ้อนวอนของจอมเวทสาวได้ ฉันก็เลยตัดสินใจยอมฟังเธอ

เราขอยืมห้องในกิลด์ แล้วตอนนี้ก็เลยมีแค่ฉันกับสมาชิกของปาร์ตี้เดิมของเดโบรัน

ส่วนไอ้เจ้าหัวหน้ากิลด์นั่น… หนีไปเรียบร้อยแล้ว

เพราะเจ้าตุ๊กตาดารุมะกล้ามโตนั่นชิ่งหนีไปก่อน ฉันเลยต้องจัดการกับเรื่องยุ่งยากนี่ด้วยตัวเอง

เพราะเจ้าเดโบรันแท้ๆ

 

“ถ้าอย่างนั้นขอแนะนำตัวเองเลยนะคะ ฉันชื่อรูริน่า ส่วนคนที่เข้าไปหาเรื่องเธอชื่อแลนซ์ ส่วนคนที่เงียบๆหน่อยทางนั้นก็กิลค่ะ”

“ฉันชื่อยูนะ”

 

ฉันแนะนำตัวกลับไป

 

“ส่วนภารกิจที่พวกเรารับมาก็คือปราบก็อบลินค่ะ”

 

ปราบก็อบลินเหรอ?

ก็บลินเป็นมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายมนุษย์ที่ไม่ค่อยฉลาดนัก

ไม่ใช่ว่าเป็นมอนสเตอร์สำหรับมือใหม่เหรอ?

ถึงกับต้องไปล่าเป็นกลุ่มเลยเหรอ? ปาร์ตี้นี้อ่อนแอขนาดนั้นเลยเหรอ?

 

“ไม่ใช่แค่ตัวเดียวนะคะ แต่เป้นกลุ่มของก็อบลินที่มีจำนวนร่วม 50 ตัวเลยล่ะค่ะ มันก็เลยค่อนข้างลำบากที่ไม่มีเดโบรันซึ่งเป้นแนวหน้า”

 

ถ้าเป็นสมัยในเกมกลุ่มแค่ 50 ตัวก็เอาไว้ล่าฆ่าเวลาเท่านั้นแหละ

เอายังไงดีนะ

เท่าที่ล่าฝูงวูล์ฟไปมันก็ง่ายอยู่

ตอนสมัยในเกมเลเวลเจ้าสองตัวนี้ก็เท่ากันด้วย

ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่เท่าไหร่หรอก

 

“ขอถามให้แน่ใจหน่อยนะ ระหว่างวูล์ฟกับก็อบลินเนี่ย ตัวไหนเก่งกว่ากันเหรอ?”

“ในระบบแรงค์ ระดับของพวกมันเท่ากันค่ะ ความยากง่ายมันขึ้นอยู่กับการตั้งปาร์ตี้ แต่สำหรับปาร์ตี้พวกเราแล้วก็อบลินจะง่ายกว่าค่ะ”

“ทำไมล่ะ?”

“พวกวูล์ฟมันเคลื่อนไหวเร็วก็เลยทำให้จอมเวทอย่างฉันสนับสนุนปาร์ตี้ลำบากค่ะ แต่ก็อบลินจะเก่งไปทางการต่อสู้ระยะประชิดแทน”

 

ก็แค่ก็อบลินละนะ

สิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์

ยังไงสักวันก็ต้องสู้กับมันอยู่แล้วด้วย

ถ้าเป็นตอนสมัยในเกม มันก็ไม่มีปัญหาอยู่หรอก แต่ว่า อือ…

 

“มันเป็นความผิดของเธอนะ มาให้พวกเราใช้ซะดีๆ”

“หูบปากน่าแลนซ์”

 

จะช่วยก็ได้อยู่หรอก แต่ไม่อยากเป็นตัวแทนเดโบรันเลยอ่ะ

แถมเจ้าแลนซ์นั่นก็นิสัยเหลือรับอีกต่างหาก คนชื่อกิลนั่นก็เอาแต่เงียบ

เพราะงั้นตัวเลือกที่ดีที่สุดก็คือรุริน่า

ไม่อยากจะคุยหรอกนะแต่ฉันน่ะเป้นฮิติโคโมริเต็มขั้นเลย เพราะอย่างนั้นก็เลยมีปัญหาเรื่องการช่วยเหลือคนอื่นอยู่สักหน่อย

แต่ยังไงที่หมอนั่นบาดเจ็บก็เป็นเพราะฉัน

แต่เรื่องมาท้าสู้นั่นไม่ใช่ความผิดของฉันเสียหน่อย

อืมมมม… เอายังไงดีนะ

 

“อืมม มีข้อแม้หน่อยได้ไหม?”

“ถ้าเป็นเรื่องที่พวกเราทำได้นะคะ”

“คิดจะฮุบรางวัลไว้คนเดียวหรือไง? สกปรกจริงๆ”

 

ฉันเมินหมอนั่นไป

 

“ฉันขอทำภารกิจนี้คนเดียว ส่วนพวกเธอก็เอารางวัลของภารกิจไป เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนฉันไม่อยากให้เดโบรันมาป้วนเปี้ยนข้างฉันอีก”

“ให้ยูนะจังทำภารกิจนี้คนเดียวเหรอ...?”

“ให้พวกเราดูอยู่เฉยๆงั้นเหรอ?”

“ไม่ได้เหรอ ภารกิจสำเร็จ รางวัลจากภารกิจก็เป็นของพวกเธอ ไม่เห็นว่าจะมีข้อเสียอะไรเลยนี่นา?”

“ถ้าเธอทำไม่สำเร็จ มันก็จะถูกบันทึกเป้นความผิดพลาดของพวกเรา เรื่องพรรค์นั้นไม่เอาด้วยหรอก”

“อีกอย่างเราไม่มีทางทำเรื่องน่าอายอย่างปล่อยให้คนอื่นทำภารกิจแทนแล้วมารับรางวัลเอาหน้าเองแบบนั้นได้หรอกค่ะ”

 

อ้อ จริงสิ

ถ้ามันล้มเหลวก็จะโดนนับเป็นความล้มเหลวของพวกเขาด้วยนี่นา

แล้วฉันก็เข้าใจรูริน่าขึ้นมา

ในฐานะนักผจญภัยแล้วถ้าให้ทำแบบนั้นก็น่าอายอยู่

เอายังไงดีนะ

“งั้นฉันอยากไปกับรูริน่าแค่สองคน”

“ทำไมแค่รูริน่าล่ะ?”

“เพราะเธอเป็นคนที่คุยรู้เรื่องที่สุดในหมู่พวกนายยังไงล่ะ แล้วก็ยังเป้นผู้หญิงด้วย แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือฉันไม่อยากทำงานร่วมกับนาย”

“ยัยนี่!”

“แลนซ์! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

 

คุณรูรินะหยุดหมอนั่นไว้

 

“ยูนะจังจัดการก็อบลินเป็นฝุงด้วยตัวคนเดียวได้เหรอ?”

“ได้สิ ฝูงวูลฟ์ยังจัดการได้สบายๆเลย ที่จริงแล้วถ้าเป็นก็อบลินจะช่วยให้ฉันฝึกเวทมนต์ได้มากขึ้นด้วยซ้ำ”

“ยูนะจังใช้เวทมนต์ได้ด้วยเหรอ เท่าที่ฟังมาตอนสู้กับเดโบรันไม่เห็นใช้เวทมนต์เลยนี่นา”

“ก็ไม่ได้ใช้แหละ”

 

ถ้าพูดให้ถูกก็คือฉันยังไม่รู้วิธีใช้เวทมนต์ละนะ

 

“ก็แบบ เวลาสู้กับพวกกระจอกๆน่ะไม่เห็นจำเป็นต้องใช้เวทมนต์เลย คุณรูรินะเองก็ไม่ได้ใช้เวทมนต์เวลาจะฆ่าแมลงตัวเล็กๆสักตัวใช่ไหมล่ะ?”

พอฉันบอกว่าเดโบรันก็เหมือนแมลงพวกเขาก็อ้าปากเหวอกันเลยทีเดียว

 

”จะทำได้จริงๆเหรอ?”

“ก็แค่เดโบรัน 50 ตัวเอง”

“ก็อบลินต่างหาก!”

“เข้าใจแล้ว ฉันจะไปด้วย”

“รูริน่า?”

“นายว่ายังไง กิล?”

“ฉันไม่คัดค้านหรอก”

“ถ้าอย่างนั้นฝากตัวด้วยนะยูนะจัง”

”แล้ว เราจะไปกันเมื่อไหร่เหรอ?”

“ถ้าไปกันตอนนี้เลย จะว่าอะไรไหม?”

“ก็ได้อยู่หรอก แต่ฉันยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก พวกเราสี่คนเตรียมตัวกันว่าจะออกเดินทางกันวันนี้อยู่แล้ว ก็เลยมีของสำหรับสี่คนอยู่”

 

ฉันเมินแลนซ์ที่จ้องมาอย่างพูดอะไรไม่ออกกับกิลที่ยืนเงียบ

แล้วฉันก็ออกไปทำภารกิจปราบปรามกับรูริน่า

 



NEKOPOST.NET