[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย ตอนที่ 6 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย

Ch.6 - การเอาชีวิตรอดไม่นับเป็นความเห็นแก่ตัว


 

ตอนที่ 6 : การเอาชีวิตรอดไม่นับเป็นความเห็นแก่ตัว

 

❖❖❖❖❖

 

〝เป็นยังไงบ้างกร ?〞

〝ครับ คุณฮาว...  ตรงทางแยก 3 แพร่งข้างหน้า ถ้าไปทางซ้ายจะมีลิซาร์ดแมนอยู่ 3 ตัว ส่วนทางขวายังไม่มีมอนสเตอร์ขวางทางจนกว่าจะถึงแยกต่อไป〞

〝เป็นงั้นเหรอ? ได้ยินแล้วนะทุกคน รีบเดินไปข้างหน้า แล้วเลี้ยวขวาตรงแยกนั่นนะ... แล้วก็ระวังอย่าเดินส่งเสียงดังหล่ะ เข้าใจไหม〞

〝〝.....ครับ/ค่ะ〞〞

 

          ในทางเดินที่ปิดตายจากโลกภายนอกจนคล้ายกับจะมืดมิดแต่กลับมองเห็นได้ชัดเจน ที่ซึ่งไม่ทราบสถานที่แน่ชัดแต่ส่วนประกอบทั้งหมดนั้นสร้างมาจากหินและดินล้วนๆนี้ มีเสียงของคน 4 คนกระซิบกันอย่างเบาบางที่สุด จนแทบไม่ได้ยินเสียงอยู่

          เหล่าคนที่กำลังกระซิบกันอยู่นี้ไม่ใช่ใครอื่น  แต่เป็นเหล่าสมาชิกปาร์ตี้ของกรนั่นเอง เพราะทั้งปาร์ตี้ถูกวาร์ปเข้ามาในดันเจี้ยนปริศนาที่ฮาวลี่ไม่รู้จักจึงทำให้ฮาวลี่กระวนกระวายเป็นอย่างมาก ฮาวลี่ยังเล่าอีกว่าดันเจี้ยนที่อยู่แถวๆที่ทุกคนล่านั้นมีแค่『ดันเจี้ยนเจ้าแห่งป่า』กับ『ดันเจี้ยนพรานแห่งพงไพร』ซึ่งเป็นดันเจี้ยนที่ได้รับการสำรวจจนครบถ้วนแล้ว แต่ดันเจี้ยนที่ทุกคนถูกวาร์ปมานี้กลับไม่ใช่ทั้ง 2 ดันเจี้ยนที่ว่ามา

 

          จากที่ฮาวลี่บอกกล่าว ดันเจี้ยนนั้นไม่ว่าจะที่ไหนๆ ก็จะมีระดับชั้นอยู่มากมายเสมอ หากยิ่งมีระดับความยากสูงก็จะยิ่งมีจำนวนชั้นเยอะขึ้น มีพื้นที่กว้างขวาง ซับซ้อนและมีระดับความลึกมากยิ่งขึ้นเช่นกัน และหากลงไปลึกขึ้นมอนสเตอร์และกับดักก็จะแข็งแกร่งและมีมากขึ้น รวมถึงหากลงไปได้ลึกพอสมควรก็จะพบกับ『ห้องบอส』 ซึ่งเป็นผู้เฝ้ายามของชั้นนั้นๆในแต่ละช่วงอยู่เช่นกัน ซึ่งความแข็งแกร่งนั้นมากกว่ามอนสเตอร์ปกติอยู่มากโข ทั้งยังมีสกิลและสติปัญญามากกว่ามอนสเตอร์ในดันเจี้ยนที่รู้จักปรับตัวกับการต่อสู้เสียอีก แต่ถือเป็นโชคดี เพราะห้องบอสที่ว่านั้นไม่ได้มีซะทุกชั้นไป แต่ละดันเจี้ยนก็มีช่วงห่างของห้องบอสในแต่ละชั้นต่างกัน บางแห่ง 3 ชั้นจะมีห้องบอสห้องนึง บ้างก็ 8-10 ชั้นต่างกันไป แล้วหากลงไปได้จนถึง『ห้องเคลียร์ดันเจี้ยน』ก็จะพบลาสบอสที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในดันเจี้ยนนั้นๆอยู่

          แล้วนอกจากกับดักกับห้องบอสแล้ว ก็ยังมีข่าวหน้ายินดีอยู่อีกอย่าง นั่นก็คือในทุกๆดันเจี้ยนนั้นจะมี『จุดหนี』อยู่ด้วยเสมอ  แม้สำหรับดันเจี้ยนที่เป็นสถานที่อันตรายจะดูเหมือนเป็นความเมตตาจนเกินไป แต่หากเพราะมันแยกกับกับดักไม่ได้ด้วยตาเปล่าและต้องใช้เวทย์มนต์พิเศษช่วยในการตรวจสอบต่างหาก มันจึงดูเหมือนเป็น Booby-trap* เสียมากกว่า จึงทำให้คนทั่วไปไม่คิดจะเข้าหามัน แต่ทุกคนจะใช้วิธีออกจากทางเข้าหรือไม่ก็พิชิตบอสแทน

 

 (* ปล. กับดักระเบิดที่ทำจากวัสดุที่หาได้ง่าย จึงทำให้มันดูเหมือนไม่มีพิษมีภัย ซึ่งช่วยให้มันอำพรางได้อย่างแนบเนียนในสายตาคนทั่วไป ซึ่งปกติก็เอาไว้หลอกล่อให้ตายใจแล้วก็ระเบิดทิ้งนั่นแหละครับ)

 

          แต่ปาร์ตี้ของกรที่ถูกวาร์ปเข้ามากระทันหันนั้น ไม่รู้กระทั่งตำแหน่งของตัวเองว่าอยู่ชั้นไหนหรือตรงไหนในชั้นเลยด้วยซ้ำ การออกดันเจี้ยนจากทางเข้าจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย และอีกทางหนึ่งคือการพิชิตบอสประจำชั้นแล้วออกไปอย่างถูกกฏก็ทำไม่ได้เช่นกัน สาเหตุนั้นเป็นเพราะก่อนหน้านี้พวกกรได้พบกับกลุ่มมอนสเตอร์ที่เป็นโครงกระดูก จึงได้ลองให้เชษฐ์ที่มีสกิล『ตรวจสอบขั้นกลาง』ตรวจสอบเพื่อประเมินความแข็งแกร่งของมัน แล้วทุกคนในปาร์ตี้ก็ต้องตกใจกับหน้าต่างที่เชษฐ์เอาให้ดู......

 

 

     ข้อมูลมอนสเตอร์

『สเคเลตอนแมน 』  เลเวล     127

《พลังโจมตี》                  16,326                  《พลังป้องกัน》                       18,455

《พลังเวทย์》                   12,545                  《ความต้านทานเวทย์》              14,553

《ความว่องไว》               14,856                  《พละกำลัง》                       14,862

 

 

          เพราะสกิลที่ผู้กล้าทุกคนมีเป็นแค่ขั้นกลางจึงตรวจสอบได้แค่เลเวลกับสเตตตัสของมอนสเตอร์เท่านั้น  แต่ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นเกินคาดจนทำทุกคนเสียวสันหลังจนขนหัวลุกเลยทีเดียว ความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ที่อยู่ตรงหน้านั้นคือที่สุดตั้งแต่ที่เคยพบเจอมาอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นทุกคนจึงได้ตัดทางเลือกพิชิตบอสออกไป เป็นเพราะขนาดมอนสเตอร์ทั่วไปที่มีอยู่เกลื่อนกลาดในชั้นยังแข็งแกร่งมากขนาดนี้ แล้วบอสจะแข็งแกร่งขนาดไหนกัน...

 

แต่ว่านี่ก็สำรวจมานานมากแล้วนะ  แต่ไม่มีอะไรที่คล้ายๆไอ้『จุดหนี』ที่คุณฮาวว่ามาเลยแฮะ...  ถึงใช้ความสามารถของฉันก็ยังหาไม่เจอ ไม่สิ... ฉันไม่ได้มีสัมผัสทางเวทย์ซะหน่อยนี่นา จะไปหาเจอได้ยังไงกัน

 

แล้วที่ผ่านมานี่ก็แค่เดินไปทางที่มอนสเตอร์มันไม่ได้อยู่แบบสุ่มๆเท่านั้นเอง อันตรายโคตรๆเลย.....  แต่ก็ยังดีที่ขอบเขตในการสำรวจของฉันกว้างพอที่จะคาดเดาไม่ให้พวกมอนสเตอร์มาเจอกับเราได้อยู่หล่ะนะ...  นี่ก็คือสิ่งที่ฉันทำได้มากที่สุดในตอนนี้แล้ว... 

 

ที่เหลือคงต้องปล่อยให้เป็นลิขิตของสวรรค์ซะละมั้ง... 

พูดแบบนั้นเหมือนฝากอนาคตไว้กับไอ้แก่พระเจ้าเสเพลนั่นเลยแฮะ... งั้นไม่เอาดีกว่า

         

          กรก็กำลังคิดไปเรื่อยเปื่อยตามปกติในขณะที่กำลังนำทางสมาชิกปาร์ตี้อยู่ แต่อย่างที่ว่าไปข้างต้น ทางเลือกสุดท้ายของปาร์ตี้จึงเหลือแค่ ต้องออกตามหา『จุดหนี』เพียงทางเดียวเท่านั้น  เพราะถึงแม้ปกติจะแยกออกจากกับดักยาก  แต่ปาร์ตี้ของกรในตอนนี้มีลินดาที่เป็นเอนชานเตอร์อยู่ จึงสามารถอ่านวงจรเวทย์แล้วแยกกับดักกับของจริงได้  ซึ่งที่จริงแล้วที่ทุกคนหลบหลีกกับดักมาได้ตลอดจนถึงตอนนี้ก็เป็นเพราะเธอนั่นเอง

          ในตอนแรกที่ทุกคนรู้ถึงความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์  แล้วกำลังกระวนกระวายกันอยู่ กรจึงได้เสนอตัวเป็นคนนำทางโดยอ้างกับทุกคนว่าตนมีความสามารถในการตรวจหาตำแหน่งของมอนสเตอร์ ซึ่งบอกอีกว่ามันเป็นคุณสมบัติพิเศษของฉายา〘การใช้ชีวิตที่ผิดพลาด〙 เพื่อป้องกันว่าหากทุกคนมาตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีสกิลที่ว่า จะทำให้ความน่าเชื่อถือหมดลง แม้ตอนแรกเสือจะโมโหเชิงดูหมิ่นกรจนถึงขั้นดึงคอเสื้อซับในของกรมาเตรียมพร้อมจะต่อย แต่เพราะฮาวลี่ห้ามไว้จึงได้ไม่เกิดเรื่องขึ้น และเพราะหลังจากนั้นกรแสดงให้เห็นว่าความสามารถของตนเป็นของจริง  จึงทำให้ทุกคนเลิกกังขา แต่ก็ยกเว้นเสือคนเดียวที่ยังคงจ้องกรยังกับจะกินเลือดกินเนื้อกัน ทั้งยังระวังรอบๆด้วยตัวเองอีก ทั้งที่กรบอกว่าไม่มีอะไรแท้ๆ

 

ให้ตายสิ... ถึงแถไปแบบนั้น  แต่ทุกคนจะเชื่อรึเปล่าก็ไม่รู้ เพราะดันบอกไปว่าเป็นความสามารถของ【หมาจนตรอก】ซะด้วยสิ  .....น่าสมเพชชะมัด

ก็ถ้าไม่บอกไปแบบนั้นจะมีใครเชื่อกันหล่ะ ว่าฉายาบัดซบนั่นมีคุณสมบัติพิเศษกับเขาด้วย แต่เอาเถอะ อย่างน้อยมันก็ทำให้ทุกคนปลอดภัย ก็คุ้มค่าอยู่หรอก ฉันไม่อยากคิดเล็กคิดน้อยซะด้วย...

 

แต่ไอ้เสือนี่ก็ขี้โวยวายจริงนะ...  แต่ก็พอเข้าใจบ้างอยู่หรอก... ในสายตาพวกที่มีสเตตัสสุดโกง  คนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มผู้กล้าทุกคนอย่างฉัน  มาบอกว่าสามารถรู้ตำแหน่งของมอนสเตอร์ทุกตัวได้ก็คงทำใจเชื่อยากหล่ะนะ.... 

 

〝ลินดา พอจะรู้สึกได้บ้างรึเปล่า?〞

〝ยังไม่....  ไม่สิ... มีอยู่ค่ะคุณฮาว!  ถึงจะเบาบาง แต่แยกซ้ายข้างหน้านั่นรู้สึกได้ถึงวงจรเวทย์ด้วยค่ะ!〞

〝แยกซ้ายงั้นเหรอ!? กร ทางนั้นมีมอนสเตอร์อยู่รึเปล่า?〞

〝เอ๋!  อะ อืม  ถ้าตอนนี้ละก็ยังไม่มีครับ ทางกำลังสะดวกเลย...〞

〝ดีหล่ะงั้นลองไปดูกัน...  ทุกคนตามมาให้เบาที่สุดนะ!〞

 

          เพราะกรกำลังคิดอะไรไปเรื่อยจึงได้ตกใจเล็กน้อยเมื่อฮาวลี่เอ่ยถาม แต่ก็ยังตอบกลับไปได้ทันที  จนถึงตอนนี้ลินดาเป็นคนคอยตรวจจับวงจรเวทย์มาตลอด แต่ว่าทั้งหมดกลับเป็นกับดักเวทย์ทั้งนั้น ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่มีเบาะแสของจุดหนีเลยสักครั้ง  นั่นทำให้สมาชิกปาร์ตี้ทุกคนอ่อนล้ากันเต็มทีจากการที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ตนจะได้ออกไปยังโลกเบื้องบนอีกครั้ง  แต่แล้ว....

 

〝คะ คุณฮาวลี่คะ นั่น!!!〞

          หลังจากที่พวกเราย่องผ่านแยกนั่น แล้วเดินตรงไปเกือบประมาณ 20 เมตร พวกเราก็เห็นวงเวทย์ที่มีแสงสว่างสีขาวแบบเดียวกับที่พวกเราถูกวาร์ปมาอยู่ตรงปลายสุดทางเดินซึ่งเป็นทางตัน กำลังส่องแสงสว่างไสวอยู่ตรงนั้น

 

〝วงเวทย์นั่นเป็นแบบเดียวกับที่วาร์ปเรามาเลย  ...ไม่ผิดแน่ค่ะ นั่นคือ『จุดหนี』〞

〝〝〝!!!!!!!!!〞〞〞

          หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น ทุกคนยกเว้นเสือก็หันมามองหน้ากันด้วยรอยยิ้มที่ฉีกเสียจนเห็นฟัน เห็นชัดเลยว่าทุกคนดีใจจนออกนอกหน้าขนาดไหน  แล้วหลังจากนั้นพวกเราทุกคนก็รีบเดินเข้าไปในวงเวทย์นั้นในทันที

 

〝นะ นี่  ทำไมมันไม่เกิดอะไรขึ้นเลยหล่ะ!?〞

〝เดี๋ยวก่อน!  ตรงนั้นมีอะไรเขียนอยู่ด้วย!?〞

          หลังจากที่ทุกคนเข้ามายืนในวงเวทย์แต่มันกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ทำให้เชษฐ์เอ่ยถามออกมาด้วยอาการร้อนรน แต่กรที่สังเกตว่าตรงกำแพงที่อยู่ข้างหลังวงเวทย์เมื่อเดินเข้ามามันเป็นทางตัน กลับมีตัวอักษรบางอย่างกำลังเรืองแสงและปรากฏอยู่ตรงหน้าจึงสามารถตอบข้อสงสัยของทุกคนได้

 

〝เอ....ระดับความลึกในตอนนี้คือชั้น 23 ไม่สิ... ไม่ใช่อันนี้!〞

          ตัวอักษรที่อยู่บนนั้นไม่ใช่ภาษาที่กรเคยเห็นแม้แต่น้อย ทั้งภาษาไทย อังกฤษ ญี่ปุ่นหรืออะไรก็ตามแต่  ทั้งการจัดวางประโยคและรูปแบบของตัวอักษรนั้นไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าตัวอักษรในโลกเดิมของกรเลยซักนิด หากดูแล้วมันเหมือนเป็นรูปเรขาคณิตประกอบกับรูปภาพเสียมากกว่า เพราะงั้นพอลินดาอ่านมันได้จึงทำให้กรตกใจมาก แต่พอนึกขึ้นมาได้ว่าเธอเองก็มีสกิล『เข้าใจภาษาขั้นกลาง』อยู่ กรถึงได้เข้าใจ

 

ดูเหมือนลินดาจะพออ่านออกอยู่แฮะ โชคดีไปแฮะ 

แต่ฉันเนี่ยไม่เข้าใจซักนิดเลยนะ จะโกงกันไปถึงไหนฟ่ะเนี่ยเจ้าพวกนี้...  แต่ว่ารู้สึกทุกอย่างมันจะง่ายไปไหมหว่า....  แต่ไอ้เวลาที่เรามีลางสังหรณ์ในเรื่องแย่ๆเนี่ย มันดันชอบเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆซะด้วยสิ... หวังว่าฉันจะแค่คิดมากไปเองนะ...

 

〝วิธีเปิดการทำงานของวงจรเวทย์...  นี่ไงหล่ะคุณฮาว!  พวกเราสามารถกลับออกไปได้แล้วค่ะ!!!〞

〝จะ จริงงั้นเหรอ !? โอ้วสุดยอดมาก ทำได้เยี่ยมไปเลยนะทั้งสองคน ถ้ากลับไปคงต้องมีรางวัลซักหน่อยแล้ว!!!〞

〝อาๆ... ถ้ารู้แล้วก็รีบๆ เปิดวงเวทย์มันซะสิ!〞

          แล้วพอลินดาแกะข้อมูลของตัวอักษรที่เขียนอยู่บนกำแพงสำเร็จ เธอก็ป่าวประกาศให้ทุกคนทราบทั่วกัน นั่นทำให้ฮาวลี่ดีใจจนถึงกับจะตบรางวัลให้กับกรและลินดาเลยทีเดียว แต่เสือก็ดันทำลายบรรยากาศครึกครื้นด้วยคำพูดตัดพ้อซะอย่างงั้น...

 

〝เฮ้อ〜 เข้าใจแล้วน่า...【ขอคือผู้โดดเดี่ยวเพียงลำพังในความมืดมิด แต่ในความมืดมิดนี้ตัวข้าหาได้โดดเดี่ยวไม่】〞

 

อะ อะไรฟะ ไอ้คำร่ายที่มันวกไปเวียนมาเนี่ย? คิดจะยั่วโมโหกันรึไงฟะ

 

〝【ลิฟพอยต์เอ๋ย! จงทำงานขึ้นมาซะ!!!】〞

 

เนื้อหาหลักไม่ได้เกี่ยวกับคำร่ายเลยนะเฮ้ย!!!

อุก... เผลอตบมุกไปจนได้

          แต่ขณะที่กรกำลังผ่อนคลายอยู่กับความคิดไร้สาระเนื่องจากคิดว่าตัวเองกำลังจะได้ออกไปจากที่นี่อยู่แล้วนั้น....

  

อ๊อด!!!!——   อ๊อด!!!!——   อ๊อด!!!!——   อ๊อด!!!!——

          หลังจากที่ลินดาได้ร่ายเวทย์ให้วงเวทย์ทำงาน เสียงที่เหมือนกับสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นมาเป็นจังหวะพร้อมกับที่มีแสงสีแดงกระพริบขึ้นมาทั่วบริเวณนั้นไปหมด

 

〝นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกกันแน่ครับเนี่ยยยย!!!!!!〞

〝ใจเย็นก่อน...  ดูที่อยู่บนหัวนั่นสิ นั่นมันตัวเลขไม่ใช่เหรอ!!!〞

〝จะ จริงด้วย  27......26......25......  ดูเหมือนว่ามันกำลังนับถอยหลังอยู่  หรือว่าเวทย์วาร์ปมันมีคูลดาวน์งั้นเหรอ?〞

〝ทะ ทุกคน... นี่หน่ะ มันไม่น่าจะใช่คูลดาวน์แล้วหล่ะ!!!!〞

〝!!!!!!?〞

          ขณะที่เชษฐ์กำลังโวยวายอยู่นั้น ลินดาก็สังเกตเห็นว่าหลังจากร่ายเวทย์เสร็จ ได้มีตัวเลขปรากฏขึ้นเหนือหัวทุกคน ฮาวลี่เองก็มองขึ้นไปจึงได้สงสัยว่ามันเป็นคูลดาวน์รึเปล่า? แต่กรที่ตะโกนบอกทุกคนแบบนั้น พลางชี้นิ้วไปยังทางเดินที่ทุกคนเดินมา ก็ทำให้ทุกคนตกใจกันใหญ่.....

 

ตึง!!!   ตึง!!!   ตึง!!!  ตึง!!!  ตึง!!!

กี้ๆๆๆ!!!!!!!!!

          แล้วพอแสงสีแดงหยุดกระพริบ เสียงฝีเท้าหนักๆก็เริ่มมีเสียงดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ นั่นมาจากทางที่กรชี้นิ้วไปนั่นเอง เป็นเสียงเดินที่ไม่ใช่ของมนุษย์แน่นอน ซ้ำร้ายยังมีเสียงร้องแหลมๆที่คล้ายกับสัตว์เลื้อยคลานดังออกมาพร้อมกันด้วย เสียงของมันนั้นทำให้เกิดแรงกดดันกับปาร์ตี้ทุกคนจนเหงื่อไหลอาบใบหน้าโชกเลยทีเดียว และแทบจะไม่ต้องคิด คำตอบของเสียงทั้งสองนั้นก็ปรากฏออกมาต่อสายตาของทุกคนในเวลาชั่วอึดใจ

 

มะ มอนสเตอร์  โกหกน่า!!!

มีทั้งก็อบลิน ลิซาร์ดแมนกับสเคเลตอนแมนก็ด้วย แถมจำนวนยัง...... ตั้ง 5 ตัว  แต่ที่ร้ายกว่านั้นก็คือ พวกนั้นมันกำลังเดินมาทางนี้เนี่ยสิ..... แถมยังเร็วมากด้วย  มันต้องมาถึงก่อนที่เวทย์จะทำงานแน่

นี่มันเป็นกับดักงั้นเหรอ!?  เห็นได้ชัดเลยว่าจงใจใช้จุดหนีเป็นตัวล่อให้พวกเรามาติดกับชัดๆ

 

แย่แน่! คราวนี้แย่ของแท้เลยหล่ะ!

 

〝ชะ เชษฐ์ ใช้สกิลตรวจสอบกับมอนสเตอร์พวกนั้นได้ไหม!!!!!!!!〞

〝ขะ เข้าใจแล้วครับ—————เอ๋!? โกหกน่า นี่มันบ้าชัดๆ!!!!!!! 〞

〝กะ เกิดอะไรขึ้น?  ไหนเอาสเตตัสมาให้ฉันดูหน่อย!!!〞

          เพราะฮาวลี่กำลังสับสนอยู่เหมือนกัน กรจึงได้ทำสิ่งที่ควรทำคือการตรวจสอบข้อมูลของศัตรูแทนฮาวลี่ที่กำลังทำท่าครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่นั่นเอง  และคำตอบที่ออกมาก็ทำให้เชษฐ์กับกรตกใจสุดขีด จนเชษฐ์นั้นเข่าทรุดลงไปทั้งที่เป็นชายชาติทหารเลยทีเดียว

 

 

『ลิซาร์ดแมนเพลิง』     เลเวล     319

《พลังโจมตี》                  45,498                  《พลังป้องกัน》                       35,486

《พลังเวทย์》                   16,546                  《ความต้านทานเวทย์》              24,658

《ความว่องไว》               36,548                  《พละกำลัง》                       35,458

 

 

〝!!!!!!!!!!!!!!!!!!〞

ละ เลเวล 300 งั้นเหรอ!!!!!!!  ถะ แถมสเตตัสทั้งหมดเฉลี่ยแล้วเกือบ สามหมื่น!!

แล้วมีไอ้สัตว์ประหลาดแบบนี้ 5 ตัวงั้นเหรอ?  นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ!

แย่แล้วสิ... เจ้าพวกนี้อยู่ดีๆก็ปรากฏตัวออกมาแบบไม่มีวี่แววเลยด้วยซ้ำ สัมผัสกลิ่นอายไม่ได้ซักนิดเดียวจนกระทั่งมันโผล่มาเลย

 

หนีกลับไปทางเดิม.....ไม่ได้  ทางที่พวกเราเข้ามา พวกนั้นก็กำลังขวางอยู่ แถมตอนนี้พวกเราถูกล้อมรอบไปด้วยกำแพง ทั้ง 3 ด้านแล้ว!!!!!

 

พังกำแพง.....ไม่ได้ ขนาดเจ้ามอนสเตอร์พวกนี้ยังแข็งแกร่งขนาดนี้ กำแพงของดันเจี้ยนเองก็ต้องแข็งพอๆกันอยู่แล้ว!!!!!!!!!

 

ใช้เวทย์หลบหนี...ไม่ได้อีก  ถ้ามีของแบบนั้น คงไม่ต้องใช้หนีมอนสเตอร์มาตลอดตั้งแต่แรกหรอก!!!!!

 

บุกทะลวงฝ่าออกไป.....เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ความแข็งแกร่งขนาดนั้นมันเกินขอบเขตของพวกผู้กล้าไปแล้ว! สเตตัสของพวกมันตอนนี้มากกว่าไอ้เสือตอนเลเวลอัพล่าสุดตั้ง 30 เท่า แถมยังมากกว่าตัวฉันตั้งเกือบ 300 เท่า!

 

ชิบ!———

          ขณะที่กรกำลังเร่งการประมวลผลของสมองตัวเองให้เร็วมากที่สุดจนเกินขอบเขตมนุษย์ปกติไปแล้วเพื่อเค้นหาทางออกของวิกฤตตรงหน้าอยู่นั้น  ช่วงเวลาไม่ถึงวินาทีหลังจากที่เชษฐ์เข่าทรุดลง คุณฮาวลี่ก็ได้เดินออกไปจากวงเวทย์แล้ววิ่งไปหาพวกมอนสเตอร์อย่างรวดเร็วจนระยะห่างของเขาห่างจากพวกกรเกือบ 10 เมตรเลยทีเดียว ซึ่งทำให้ตอนนี้เขาอยู่ระหว่างพวกมอนสเตอร์กับพวกกรพอดีนั่นเอง

 

〝คะ คุณฮาว!!!  คิดจะทำอะไรกันครับ!〞

          หลังจากที่กรตะโกนถามออกไปแบบนั้น  ฮาวลี่ก็หันมายิ้มให้กับพวกกรทุกคนอย่างอ่อนโยน

 

〝ระ หรือว่า  คิดจะเสียสละตัวเองงั้นเหรอ!?〞

          พอลินดาตะโกนออกมาแบบนั้น เลยทำให้ฮาวลี่หันมาตอบทุกคนอย่างรวดเร็ว นั่นอาจเป็นเพราะเขาเองก็รู้ดีว่าตัวเองคงไม่มีทางรอดและเหลือเวลาอีกไม่นาน เลยคิดว่าจะบอกเจตนาของตัวเองไปบ้างซักนิดก็ยังดีกระมั้ง....

 

〝ที่พวกเธอทุกคนต้องมาเจอเรื่องบ้าๆแบบนี้เป็นความรับผิดชอบของฉัน.......〞

〝มะ ไม่ใช่นะครับ คุณฮาวลี่!〞

          เพราะกรเองก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าเวลาแบบนี้ควรจะพูดอะไร เขาจึงทำได้แค่เรียกชื่อของฮาวลี่เท่านั้น แล้วฮาวลี่ก็พูดประโยคทิ้งทวนออกมาโดยไม่สนคำพูดของกร

 

〝ฉันคือ....อัศวินแห่งอาณาจักรอาลันอันทรงเกียรติ!  การได้ปกป้องอนาคตของมนุษยชาติเช่นพวกเธอนับเป็นเกียรติยศและความภาคภูมิอันสูงสุดยิ่ง……〞

          ฮาวลี่พูดแบบนั้นออกมาพลางชักดาบออกมาจากฝักในเวลาเดียวกัน

 

〝ตัวฉันเป็นมนุษย์ได้เพราะมีศักดิ์ศรีค้ำจุนจิตวิญญาณ เป็นอัศวินได้ก็เพราะครองเกียรติยศอันสูงค่า!!   เพราะฉะนั้น!!!!〞

 

〝ฉันก็จะขอใช้ชีวิต!!!!! บนเส้นทางของอัศวินที่ฉันภาคภูมิใจ

จนกว่าจะถึงลมหายใจสุดท้ายยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!〞

 

〝คุณฮาวลี่!!!! อย่าทำแบบนั้นนะคร้าบบบบบบ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!〞

 

〝โอ้ววววววววววววววววววววววว !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!〞

          แต่เสียงเรียกของกรก็ส่งไปไม่ถึงฮาวลี่อีกแล้ว  ฮาวลี่ได้ถือดาบวิ่งเข้าไปหากลุ่มมอนสเตอร์ที่กำลังเดินเข้ามาด้วยการดีดตัวอย่างรวดเร็วจนเหลือเชื่อ การเคลื่อนไหวของเขาช่างดูสง่างามและกล้าแกร่งสมกับนามของอัศวินที่เขาได้รับเสียจริงๆ  แต่ทว่า......

 

ฉั๊ว!!!!!!!!

          ครั้งเดียวเท่านั้น.... แค่การโจมตีเพียงครั้งเดียวของมนุษย์โครงกระดูก โดยการฟันในแนวขนานกับพื้นของมัน ลำตัวท่อนบนของฮาวลี่ที่กำลังพุ่งเข้าไปหาพวกมอนสเตอร์ก็หยุดชะงักและร่วงหล่นลงมาจากท่อนล่างที่ยังทรงตัวอยู่ แล้วพอท่อนล่างของเขาล้มลงมาตาม เครื่องในอันน่าสะอิดสะเอียนรวมถึงกลิ่นเลือดก็ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว กับกรที่มีประสาทการดมกลิ่นดีกว่าปกตินั่นทำให้เขาแทบจะอาเจียนเลยทีเดียว

 

〝คะ คุณฮาวลี่!!! อุ๊ก!!!〞

〝โกหกน่า นั่นแค่การโจมตีเดียวเองนะ!〞

          แล้วพอเห็นภาพแบบนั้นเข้าเชษฐ์ก็ถึงกับจะอาเจียนออกมาทั้งที่กำลังนั่งอยู่เลยทีเดียว แต่ลินดากลับยังคงสงบอยู่แต่เธอก็ยังอยู่ในอาการตกใจไม่หายเช่นกัน

 

〝ทะ ทำไมกัน  บ้าเอ้ยยยยย!!!!! โถ่เว้ยยยย!!!!〞

          ในขณะที่กรตะโกนออกไปแบบนั้นด้วยความโมโหสุดขีด จนแทบจะพุ่งไปเข้าไปหาพวกมอนสเตอร์อยู่นั่นเอง พวกนั้นก็กำลังเข้ามาด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นอีก คล้ายกับจะเย้ยหยันฮาวลี่ที่ไม่สามารถสกัดพวกมันไว้ได้แม้แต่วินาทีเดียวยังไงอย่างงั้น พอเป็นแบบนั้นเสือที่นิ่งเงียบมาตลอดจนถึงตอนนี้ก็ได้พูดขึ้นมา

 

〝ก็เพราะหมอนั่นมันอ่อนแอยังไงหล่ะ….〞

〝!!!!!!〞

          หลังจากที่เสือพูดดูถูกฮาวลี่ออกมาแบบนั้น กรก็กระชากคอเสื้อซับในของเสือเหมือนกับที่เคยโดน แล้วดึงมันมาใกล้ๆอย่างรวดเร็วจนแม้แต่เสือเองก็ตกใจ ทั้งยังมองเสือด้วยแววตาอาฆาตอีกต่างหาก

 

〝........ทำหน้าแบบนั้นก็เป็นนี่หว่า ไอ้โอตาคุ〞

〝แก!!! เวลาแบบนี้ยังมาพูดจาไร้สาระอยู่อีกงั้นเหรอ!!!? ไม่ใช่เป็นเพราะคุณฮาวลี่หรอกเหรอห๊ะ! ที่ออกไปล่อพวกมันนั่นหน่ะ!!!〞

〝แต่ก็ไม่ช่วยให้พวกนั้นชะงักซักนิดเลยไม่ใช่รึไงวะ!!! แหกตาดูซะสิไอ้โอตาคุห่วยแตก!!!〞

 

เถียงไม่ออก... 

ใช่แล้ว ถึงคุณฮาวลี่จะออกไปรับหน้าแบบนั้น แต่ก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย... แถมพวกนั้นยังเข้ามาเร็วขึ้นเพราะกำลังกระหายเลือดอีก....

แต่ถึงแบบนั้น ก็ไม่ใช่ว่าจะไปด่าทอคุณฮาวลี่ได้หรอกนะ!!! ในสถานการณ์อันตรายแบบนี้เค้าเป็นคนเดียวที่กล้าออกไปยืนเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่มีทางชนะเลยนะโว้ยยย!!!  แล้วจะให้ฉันยอมรับเรื่องแบบนั้นได้ยังไงกัน!!!!!

 

〝หยุดทะเลาะกันได้แล้วทั้งสองคน!!!  ตอนนี้มันแย่แล้วนะ!!!! แบบนี้มีเวลาไม่พอแน่ๆ!!!!〞

ขณะที่กรกับเสือกำลังตะโกนใส่กันอยู่ทั้งที่กรกำลังดึงคอเสื้อของเสืออยู่ ลินดาก็ตะโกนออกมา

 

แบบนี้แย่แน่ๆ....  นี่ไม่ใช่เวลามามัวทะเลาะไร้สาระจริงๆนั่นแหละ  แต่ว่าจะทำยังไงดีหล่ะ.....

ตอนนี้มันไม่มีเวลาแล้ว พอคิดหาทางออกของปัญหา ทางเลือกก็ถูกตัดออกไปเรื่อยๆ หนทางแก้ก็ยิ่งน้อยลงอีก...  บ้าชะมัดเลย!!!!!!!

 

ในสถานการณ์แบบนี้ ทางที่เหลืออยู่คงมีแต่ต้อง.......

 

〝อะไรกัน  ไม่เห็นจะยากเลย!!! ก็แค่ใช้ตัวล่อเพิ่มอีกซักตัวก็พอแล้วนี่!!!!〞

〝วะ ว่ายังไงนะ!!!!〞

          แล้วพอเสือพูดสิ่งที่กรกำลังคิดอยู่ขึ้นมา จึงทำให้กรตกใจมาก

 

ใช่แล้ว...  หากหนีไม่ได้ก็คงต้องใช้ตัวล่อเพื่อถ่วงเวลาจนกว่าวงเวทย์จะทำงาน

แต่จะทำยังไงหล่ะ เจ้าพวกมอนสเตอร์นั่นแข็งแกร่งแบบสุดๆเลยนะ จะถ่วงเวลาก็ยังแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าแค่ดึงความสนใจละก็———

 

เปรี๊ยะๆๆๆๆ!!!!!!!!

          ขณะที่กรกำลังคิดอยู่นั้น ก็รู้สึกได้ถึงกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่ไหลผ่านจากตัวเสือมายังตัวเองได้ นั่นทำให้กรที่กำลังคิดหาทางออกอยู่ตัวชาแล้วเข่าทรุดลงไปเลย แล้วพอได้สติกลับมาเล็กน้อยจึงได้แหงนหน้ามองเสือ แต่แล้วเขาก็ต้องเสียวสันหลังวาบเมื่อได้ยินคำพูดต่อไปของเสือ

 

〝ใช่แล้วตัวล่อ....แกยังไงหล่ะ! เหนื่อยหน่อยนะ...ไอ้โอตาคุ!!!〞

〝!!!!!!!?〞

          เพราะพูดแบบนั้นด้วยสีหน้าเย็นชาอย่างที่สุด ราวกับจะไม่สนเรื่องผิดถูกหรือศีลธรรมใดๆทั้งสิ้น จึงทำให้กรรู้สึกเสียวสันหลังวาบอีกครั้ง แต่กรในตอนนี้กลับพูดตอบกลับออกไปไม่ได้เพราะปากก็ยังชาอยู่นั่นเอง  แล้วไม่รอช้าเสือก็จับศีรษะของกรแล้วดึงตัวเขาขึ้นมาจนอยู่ในระดับสายตาตัวเองโดยที่กรขัดขืนไม่ได้

 

〝นะ นี่นาย คิดจะทำอะไร!!!!!!!!〞

〝หืม.... ทำอะไรงั้นนนนน———เหรอ!!!!!!〞

          พอลินดาถามเสือไปแบบนั้น เขาก็ตอบกลับด้วยประโยคที่ยืดเสียจนยาว แล้วเสือก็เหวี่ยงกรไปทางพวกมอนสเตอร์ในทันที หากคิดตามปกติแล้ว คงไม่มีนักเรียนปกติที่ไหนมีแรงมากพอที่จะจับคนดึงขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว แล้วเหวี่ยงคนไปได้ไกลเกือบ 10 เมตรได้ แต่ที่ทำแบบนั้นได้เป็นเพราะที่ว่ามานั่นมันเป็นปัญหาด้านความต่างของสเตตัสนั่นเอง แล้วกรก็กลิ้งไปเรื่อยๆ และกระดอนไปมาราวกับลูกบาสเกตบอลยังไงอย่างงั้น จนสุดท้ายก็หยุดนิ่งลงในที่สุด กรในตอนนี้อยู่ในท่านอนคว่ำ และนอนตัวตรง กำลังเงยหน้ามองไปยังทางที่มีวงเวทย์ฉายแสงอยู่

 

〝ก็กำลังพยายามเอาชีวิตรอดอยู่....ยังไงหล่ะ!〞

          ขณะที่พูดแบบนั้นใช้สายตามองปะทะมาทางกร สายตาเย็นชาของเสือก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย แต่สายตาของกรที่มองกลับไปนั้น ทั้งสิ้นหวังและอ้างว้างอย่างน่าใจหาย เพราะพูดไม่ได้เขาจึงได้แต่คิดคำพูดทั้งหลายอยู่ในใจเพียงเท่านั้น

 

สายตาแบบนั้น....  ฉันเคยเห็นมาแล้ว!

สายตาแบบเดียวกับรินในตอนที่ตัดสินใจ.....  ไม่สิ...ยังน้อยไป  นั่นมันคล้ายกับสายตาของเราในตอนแรกๆที่เสียพ่อกับแม่ไปยังไงอย่างงั้น.....

มันเป็นสายตาของคนที่ตัดสินใจเรื่องสำคัญได้...  ตัดสินใจว่าจะไม่สนอะไรนอกจากกฎของตัวเองอีก!!!

 

ถึงเราจะเป็นอริกัน แต่ฉันยังไม่เคยคิดใช้แกเป็นเหยื่อเลยนะเฮ้ย!!!

การเตรียมใจของไอ้หมอนี่... ยอมทำถึงขนาดนี้เลยเหรอวะ?

 

ชิ้ง!!!!!!!

          และไม่ปล่อยให้พักอีกครั้ง ขณะที่กรกำลังคิดแบบนั้นอยู่ ก็มีสายตา 5 คู่ส่องประกายด้วยแสงสีแดง มองมายังที่ตัวเขานอนคว่ำอยู่ ใช่แล้วเจ้าพวกมอนสเตอร์มันกำลังมองมาที่เหยื่อตัวต่อไปของพวกมันอยู่นั่นเอง แล้วพวกมันก็เดินเข้ามาล้อมกรอบกรทั้งแบบนั้น แล้วลิซาร์ดแมนตัวนึงก็เงื้อดาบที่มีรูปร่างแปลกๆขึ้นมาเหนือร่างของกรที่ยังคงนอนอยู่แล้วก็ฟาดมันลงมาอย่างรวดเร็ว

 

 

ตู้มมมมมม!!!!!!!!!!!!!

          เสียงดังที่เกิดจากดาบใหญ่ของเจ้าลิซาร์ดแมนหวดลงมาโดนพื้นดินจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ดังขึ้นราวกับประทัดใหญ่ๆเลยทีเดียว  แต่ที่ตรงนั้นไม่มีตัวกรอยู่ นั่นก็เพราะในชั่วพริบตาที่ลิซาร์ดแมนกระดิกนิ้วโดยมีแนวโน้มจะไปคว้าดาบ กรได้ใช้แรงที่เหลืออยู่น้อยนิดในการกัดริมฝีปากตัวเองอย่างแรงจนเลือดออกเพื่อใช้ความเจ็บปวดนั่นทำให้ร่างกายกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของตัวเองอีกครั้ง จากนั้นก็พลิกตัวหลบดาบที่ฟาดลงมานั่นได้อย่างฉิวเฉียด

 

〝เห หลบได้ด้วยแฮะ〞

แฮ่ก!!!  แฮ่ก!!!  แฮ่ก!!!  แฮ่ก!!!  แฮ่ก!!!

          เสือพูดชื่นชมกรที่หลบได้อย่างฉิวเฉียดแต่ก็ยังคงมีสายตาเย็นชาเหมือนเดิม กรที่กำลังเหนื่อยหอบและหายใจถี่ขึ้นเพื่อเร่งการไหลเวียนเลือดให้ร่างกายกลับมาทำงานอยู่นั้น จึงไม่ได้ยินเสียงที่เสือพูดออกมาเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังต้องใช้สมาธิในการจับการเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์ ในระดับนาโนเมตร ในเวลาเสี้ยววินาทีของเศษเสี้ยววินาที แถมยังมีตั้ง 5 ตัวพร้อมกันอีกต่างหาก เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถหลบการโจมตีที่รวดเร็วเสียจนเกินขอบเขตการตอบสนองด้วยปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ของมนุษย์ปกติไปแล้วแบบนั้นได้ แต่ถึงทำเรื่องสุดยอดแบบนั้นอยู่ กรก็ยังสามารถพูดคุยได้ตามปกติอยู่เลย จึงได้ตะโกนไปทางที่พวกเสือยืนอยู่

 

〝เห้ยไอ้เสือ!!!! เล่นบ้าอะไรวะ!!!!!  กูไม่ขำด้วยนะเว้ย!!!!!!!!!!!!!!〞

          แม้กรจะพูดออกมาด้วยเสียงที่หนักอึ้ง แต่เสือก็ยังคงมองมาทางกรด้วยสีหน้าเย็นชาเหมือนเดิม โดยที่ไม่ได้ตอบกรกลับไป

 

แย่แล้วสิ...  แค่หลบก็เต็มที่แล้ว...  ไม่สิโชคยังดีที่เรามีสุดยอดการประมวลผล เลยสามารถคาดเดาทางดาบล่วงหน้าได้เกือบ 3 วินาที ซึ่งก็มากพอที่จะทำให้สเตตัสแบบเราหลบพวกนี้ทั้ง 5 ตัวด้วยการเคลื่อนไหวน้อยที่สุดได้...

 

สเตตัสต่ำกว่าตั้ง 300 เท่า เราเองยังแปลกใจเลยที่หลบได้...

จากที่สังเกต... ถึงสเตตัสจะต่างกันถึง 300 เท่า แต่ความเร็วของมันกลับไม่ได้เร็วกว่าเรา 300 เท่าตามไปด้วย มันเร็วกว่าแค่ประมาณ 50 เท่าเห็นจะได้

ก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน แต่ถ้านั่นคือข้อได้เปรียบที่ไม่ทำให้ตายในทันที ก็ถือว่าโชคดีสุดๆแล้ว...

 

...แต่ถึงเป็นแบบนั้นก็ทำได้แค่หลบอยู่กับที่เท่านั้น  ผละออกไปจากตรงนี้ไม่ได้เลยซักนิด… ไอ้เจ้าพวกนี้มันแกล้งเราอยู่รึไงวะ ไม่สิ...ดูเหมือนมันจะเร็วขึ้นเรื่อยๆแล้วด้วย  แย่หล่ะสิหรือว่าเราจะทำให้มันโกรธกัน!?

  

วิ้ง!!!!!!!!!!

        แล้วเสียงที่ทุกคนรอคอยมาตลอดก็ดังขึ้นมา แต่เสียงนั่นกลับทำให้กรใจหายจนหล่นมาอยู่ตาตุ่มเลยทีเดียว เสียงที่ว่านั่นก็คือ เสียงของวงเวทย์ของจุดหนีกำลังทำงานนั่นเอง  ดูเหมือนกรจะใช้สมาธิในการหลบพวกมอนสเตอร์เสียจนไม่ได้สังเกตเวลาที่เหลือจนกระทั่งเวลาครบเลยทีเดียว แต่เพราะแบบนั้นโดยผลลัพธ์แล้วก็คือ เขาสามารถถ่วงเวลาให้สมาชิกปาร์ตี้ทุกคนได้นั่นเอง เสือที่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงได้พูดสิ่งที่ทำให้กรตกใจมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

〝ยิ่งกว่าที่คิดซะอีกนะ....  ยอดไปเลยแฮะไอ้『สุดยอดการประมวลผล』ของแกเนี่ย....  น่าเสียดายชะมัดที่มันมาอยู่กับคนอย่างแก!〞

〝!!!!!!!!!!!!!!!!!!!?〞

          กรที่กระตุกไปเล็กน้อยกับคำพูดของเสือไปราวๆ 0.0032 วินาที เลยโดนมนุษย์โครงกระดูกใช้ดาบยาวคมเดียวฟันชะแลบไปที่แก้มขวาจนเป็นรอยแผลยาวเกือบ 5 เซนติเมตร แล้วเลือดก็ไหลอาบลงมาจากแผลนั่นจึงได้สติทันที แล้วรับมือกับการโจมตีต่อไปของกลุ่มมอนสเตอร์พลางคิดถึงเรื่องที่เสือพูดไปในตัว

 

นี่มันบ้าชัดๆ!!!  ไอ้หมอนี่รู้ความสามารถของฉันอยู่แล้วงั้นเหรอ? 

ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!?  นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่วะ!

         

〝กะ แก! ทำไมถึงได้รู้!?〞

          แน่นอนว่าเสือไม่ได้ตอบกรเหมือนเดิม

 

〝หยุดพูดจาไร้สาระกันได้แล้ว!!!!  กร!! รีบวิ่งมาทางนี้เร็วๆเข้า!!!〞

〝มะ ไม่ได้!!!  ฉันขยับออกไปจากตรงนี้ไม่ได้เลยซักนิด!!!〞

〝กรอด!!!!!!!!!!〞

 

          ลินดาที่ได้ยินทั้งสองคนคุยกัน แม้จะไม่รู้เนื้อหาก็ตาม แต่เธอก็ยังตะคอกใส่เสือ แล้วรีบตะโกนเรียกกรให้รีบมา แต่พอกรตอบกลับมาแบบนั้นทำให้ลินดาที่เป็นคนเยือกเย็นถึงกับกัดฟันแน่นเลยทีเดียว แล้วหลังจากนั้นแค่ชั่วครู่ แสงสว่างจากวงเวทย์ก็สว่างจ้าขึ้นจนแสบตา แล้วกรที่หรี่ตามองไปยังบริเวณนั้นพลางหลบมอนสเตอร์ไปด้วยก็ได้ยินคำพูดของเสือเข้า

 

〝โทษทีหว่ะไอ้โอตาคุ..............  มนุษย์เรา......โลกของเรามันก็เน่าเฟะแบบนี้แหล่ะ———〞

 

วิ้ง!!!!———

        หลังจากสิ้นคำพูดนั้นของเสือ  แสงสว่างของวงเวทย์ที่เคยมีในตอนที่พบครั้งแรกก็หายไปจนสิ้นพร้อมกับร่างของทั้ง 3 คนที่อยู่ในวงเวทย์ แค่เห็นภาพนั้นก็ทำให้กรรู้สึกใจสั่นในทันทีด้วยสัญชาตญาณ ที่เหลือไว้ก็แค่วงกลมอันซับซ้อนที่มีตัวอักษรแปลกๆเขียนไว้ด้วยผงสีขาวคล้ายๆกับผงชอล์กและก็ความว่างเปล่าที่ทำให้รู้สึกสิ้นหวังอยู่เพียงลำพังเท่านั้นเอง———




NEKOPOST.NET