NEKOPOST
การแสดงผล

[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย

Ch.4 - ฝันประหลาดมักเป็นลางบอกเหตุ



ตอนที่ 4 : ฝันประหลาดมักเป็นลางบอกเหตุ

 

❖❖❖❖❖

 

เฮ้อ!!!!!!!!!

        เสียงที่กำลังถอนหายใจของกรนั้นดังมากพอที่จะทำให้คนที่อยู่รอบๆหันมามองได้เลย แต่เพราะอยู่คนเดียวจึงทำแบบนั้นได้อย่างเต็มที่ หลังจากเกิดอุบัติเหตุนั่นขึ้น ก็เพิ่งผ่านมาชั่วโมงกว่าๆ กรที่กำลังคิดว่าจะขอโทษรินยังไงดีก็เลยมาหาสถานที่ผ่อนคลายอารมณ์ที่ม้านั่งในสวนของลานกว้างอยู่คนเดียวนั่นเอง

 

โอ๊ย!!!! ทำไมปัญหาของฉันมันเยอะแบบนี้ฟ้า!!!! 

อ๊ากกกก!!!! อยากหายไปชะมัดเลย....

แล้วจะทำไงให้หายโกรธดีเนี่ย... รินคงไม่เกลียดขี้หน้าของฉันไปแล้วหรอกนะ…

 

เฮ้อ!!!!!!!!!    

         หลังจากที่คิดนู่นนี่ไปเรื่อย กรก็ถอนหายใจหนักๆแบบนั้นออกมาอีกครั้ง  ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาทางม้านั่งที่กรนั่งอยู่

 

〝เอ่อ  กะ กร〞

〝!!!!?〞

ระ รินงั้นเหรอ  มาหาฉันก่อนแบบนี้หมายความว่าไงเนี่ย?  รึจะมาต่อว่าอะไร....เอาเถอะก็สมควรแล้วหล่ะ  แต่จะให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายทำแบบนั้นก่อนไม่ได้ ก่อนอื่นเราต้องขอโทษอย่างใจจริงซะก่อน   หลังจากนั้นค่อยรับฟังคำด่าทอก็ยังไม่สาย เอาหล่ะน่ะปฏิบัติการณ์ขอขมาสายฟ้าแลบเริ่มได้!!!!!!!

 

〝คะ คือว่า  เรื่องตอนประลองนั่นฉันขอโ——〞

〝ขอประทานโทษด้วยคร้าบ!!! กระผมผิดไปแล้ว!!!!!!!!!  จะจับไปต้มยำทำแกงยังไงก็เชิญเลยคร้าบบบบบบบบ!!!!!!!!!!!!!!!!!〞

        กรที่ตะโกนแบบนั้นออกไป  พร้อมกับก้มกราบโดยที่ศีรษะ ศอกทั้งสองและเข่าทั้งสองอยู่ในแนวเดียวกันทั้งหมด ศอกและเข่าทั้งสองข้างเองก็ต่อกันพอดี  ทำให้เกิดเป็นท่ากราบแบบเบญจางคประดิษฐ์อันแสนงดงามตรงตามแบบฉบับไทยเป๊ะๆ ซึ่งที่กรสามารถทำท่านี้ได้อย่างชำนาญนั้นเป็นเพราะตัวเขาต้องใช้ท่านี้ในการเอาตัวรอดจากการถูกแกล้งอยู่บ่อยครั้งนั่นเอง

 

งะ เงียบไปเลยแฮะ เกิดอะไรขึ้นกัน  รึว่าท่ากราบขอโทษที่ใช้เวลาฝึกฝน? มานานปีของฉันมันใช้ไม่ได้ผลกัน.....

 

〝อุ๊ป... ฮ่ะฮ่ะฮ่ะฮ่ะฮ่ะฮ่ะฮ่ะ!!!〞

          ต่อหน้าการขอขมาของกร รินกลับหัวเราะออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแทน ท่าทางที่รินเอามือขึ้นมาป้องปากหัวเราะข้างหนึ่งอย่างสุภาพนั้นช่างดูน่ารักสมวัยจริงๆ

 

〝ระ......ริน〞

〝หุหุหุ! ......นายเนี่ยไม่เปลี่ยนไปเลยนะ ยังตรงไปตรงมาเหมือนเดิมเลย〞

〝อะ เอ่อ...  ไม่โกรธงั้นเหรอ? เรื่องที่ฉันไปจับหน้าอ———〞

 

ฉับ!!

        แล้วรินก็โค้งลำตัวท่อนบนลงมา แล้วเอาฝ่ามือฟาดไปที่กลางศีรษะของกรเบาๆ เพียงเพื่อกลบคำพูดของกรในขณะที่กำลังก้มกราบอยู่

 

〝ก็.........ถ้าบอกว่าไม่โกรธเลยมันจะฟังดูแปลกๆรึเปล่านะ  แล้วตอนนั้นฉันก็แค่ตกใจสุดๆเท่านั้นเองแหละ〞

〝ยะ ยกโทษให้ง่ายๆแบบนี้ จะดีจริงๆเหรอ?〞

〝อืม〜 ก็... คงงั้นหล่ะมั้งนะ... ฉันเองก็ตบหน้านายไปแล้วด้วย  ก็ถือว่าหายกันไปก็แล้วกันนะ......〞

〝ตะ แต่ว่า!!?———〞

〝แหม! ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง!  แล้วก็รีบลุกขึ้นมาได้แล้ว!!! เป็นลูกผู้ชายมาก้มหัวให้คนอื่นง่ายๆแบบนี้ได้ยังไงกัน!!!〞

          แล้วรินก็เอามือเท้าเอวทั้งสองข้าง  การกระทำนั่นช่างเหมือนกับคุณครูที่กำลังดุเด็กนักเรียนที่ทำผิดอยู่ยังไงอย่างงั้นเลย แต่ใบหน้าที่ไม่ได้จริงจังปนขี้เล่นนิดหน่อยเลยทำให้ดูน่ารักแปลกๆ  เพราะทั้งสองเป็นเพื่อนสมัยเด็กกันเลยเข้าใจกันเป็นอย่างดี ความสนิทนั่นก็เลยมีประโยชน์ในเวลาที่น่าอึดอัดแบบนี้ กรที่รู้แบบนั้นก็ค่อยๆลุกขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆ

แล้วทั้งสองก็หัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน ราวกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นไม่เคยมีมาก่อน หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ไปนั่งที่ม้านั่งด้วยกัน

 

หลังจากนั้นพวกเราก็คุยสัพเพเหระกันไปเรื่อย......

ทั้งเรื่องของที่โลกนี้ และของโลกเดิม... 

 

เรื่องในวัยเด็ก  เรื่องเพื่อนใหม่  ทุกๆเรื่องที่นึกออก แล้วนำความทรงจำมาแบ่งปันให้กัน... ก็นะถึงฉันจะไม่ค่อยมีเรื่องที่น่าเล่าซักเท่าไหร่  แต่พอเล่าออกไปมันก็โล่งขึ้นเยอะเลยหล่ะ

 

〝เฮ้อ!!! เหนื่อยจังเลย... เธอนี่คุยเก่งขึ้นเยอะเลยนะ〞

〝เอ๋! งั้นเหรอ.... คงเพราะคุยเรื่องสมัยเด็กกับนายแล้วมันเพลินดีหล่ะมั้งนะ นายคงไม่รำคาญใช่ไหม?〞

 〝จะเป็นแบบนั้นได้ไง? ฉันดีใจจะตายแล้วเนี่ย〞

〝งั้นเหรอ? ค่อยยังชั่วหน่อย...〞

          แล้วในขณะที่กรกำลังคุยกับรินอย่างสนุกสนานอยู่นั้น กรก็สัมผัสได้ถึงตัวตนของคนทั้ง 3 ที่แอบดูทั้งคู่อยู่...

 

【นี่อลิซอย่าเบียดเข้ามามากจะได้มั้ย  ฉันจะมองไม่เห็นอยู่แล้ว.....】

【ไม่เอาน่าโชต  ฉันเองก็อยากดูเหมือนกันน่ะ!】

【ทะ  ทั้งสองคน เงียบๆหน่อยสิ! เดี๋ยวกรก็รู้ตัวหรอก...】

 

....เจ้าพวกนั้นแอบดูอยู่งั้นเหรอ? ไอ้พวกนี้นี่มัน!

          ตำแหน่งของทั้งสามคนที่แอบดูอยู่นั้น ห่างจากกรและรินมากพอสมควร ถ้าเป็นคนปกติคงไม่มีทางได้ยินเสียงและสัมผัสได้เลยด้วยซ้ำ  แต่เพราะกรมีสุดยอดการประมวลผลเลยทำให้ได้ยินแม้แต่เสียงกระซิบกันของทั้งสามคนอย่างชัดเจน แล้วก็ขยับตาดำไปมองทั้ง 3 คนด้วยหางตาโดยที่ไม่ได้หันศีรษะไปด้วย พลางขมวดคิ้ว แล้วมีเส้นเลือดปูดขึ้นมา เหมือนกับกำลังเคืองทั้ง 3 คนอยู่

 

【นะ นั่นไง! ผมบอกแล้วไม่เชื่อ กรรู้ตัวจนได้!】

【เอ๋〜 โกหกน่า! จะ จริงด้วยแฮะ เหมือนกำลังมองมาทางนี้นิดหน่อยด้วย...ท่าทางยั๊วสุดๆไปเลย】

【สายตาน่ากลัวชะมัด...  ขอร้องหล่ะเลิกจ้องพวกเราได้แล้ว 】

 

พวกเอ็งนั่นแหละเฟ้ยที่ต้องเลิกจ้องฉัน!!!! 

ก็อยากจะตะโกนออกไปแบบนั้นอยู่หรอกนะ  แต่รินที่ยังไม่รู้ตัวว่าถูกจ้องอยู่ก็ยังอยู่ตรงนี้ซะด้วย....  ฉันเองก็ไม่อยากให้บรรยากาศในตอนนี้เสียไปซะด้วยสิ....  เมินพวกนั้นไปซักพักแล้วกัน

 

〝นี่  กร.......พวกเรา.......จะกลับไปโลกเดิมได้รึเปล่าน่ะ?〞

〝……………………〞

          รินที่ถามกรด้วยเสียงสั่นเครือและใบหน้าหม่นหมองอย่างกะทันหัน ขยับเข้ามาใกล้กับกรจนแนบชิดติดกัน ราวกับต้องการจะปลอบโยนจิตใจอันอ่อนล้าของตัวเอง กรที่ถูกการจู่โจมกะทันหัน? ของรินเข้าก็ถึงกับหน้าแดงเลยทีเดียว  แต่กรที่มองใบหน้าของรินกลับก็ทำให้รู้ว่าคำถามของเธอนั้นจริงจังมากแค่ไหน.... บนใบหน้าของรินขณะนี้ปรากฏภาพของเธอขมวดเข้าหากันจนย่น ดวงตาทั้งสองของรินก็จ้องตาของกรโดยที่ไม่มีอาการลอกแลกแม้แต่น้อย แต่เนื้อตัวกลับกำลังสั่นอยู่  กรที่เห็นแบบนั้นจึงปรับเปลี่ยนอารมณ์ให้อยู่ในโหมดซีเรียสอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองคำถามนั้นของรินอย่างจริงจัง

 

รินหน่ะ ไม่สิ... ทุกคนไม่เหมือนกับฉัน

พวกเธอถูกส่งมาในที่ที่ไม่รู้จักโดยที่มีครอบครัวรออยู่ที่โลกเดิม... แต่ตัวฉันไม่มี เพราะงั้นพวกเธอจะโหยหามันก็ไม่แปลกอะไร

 

เพราะงั้น... คำถามนั้นหน่ะ...

 

〝.......ฉัน  ตอบคำถามนั้นไม่ได้หรอกนะ〞

〝เอ๋!!!!!〞

〝คนที่มีคำตอบอยู่ในมือหน่ะ  ไม่ใช่ฉันแต่เป็นพวกเธอต่างหาก.....〞

          กรตอบรินกลับไปอย่างหนักแน่นแบบนั้นเลยทำให้รินตกใจขึ้นมาเล็กน้อย

 

บอกไม่ได้.....  จะบอกว่าที่ราชานั่นพูดเป็นเรื่องโกหกไม่ได้ ถึงแม้ถ้าไม่รีบบอกอาจจะทำให้รินเจ็บปวดมาก  แต่ถ้าขืนบอกไปในเวลานี้  รินคงจะยิ่งเจ็บปวดมากกว่านี้แน่ เพราะงั้นก็ต้องเบี่ยงประเด็นลูกเดียว...

 

〝พวกเธอหน่ะแข็งแกร่งนี่นา....  เพราะงั้นถ้าอยากจะคว้าคำตอบแบบไหนมาไว้ในมือ มันก็เป็นทางเลือกของพวกเธอเอง....  ถ้าต้องการหล่ะก็คำตอบแบบไหนก็คว้ามาได้อยู่แล้ว......〞

 

แล้วก็นะ.......

 

〝แล้วก็นะ.....ถึงจะพึ่งพาไม่ได้มาก  แต่ฉันเองก็จะพยายามเหมือนกัน......เพราะงั้นมาพยายามไปด้วยกันเถอะ!!!!〞

        หลังจากที่กรพูดแบบนั้นออกมา รินก็มีน้ำตาปริ่มออกมา... ใบหน้าของรินที่กำลังหลับตาและมีน้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้างทั้งที่ยังยิ้มอยู่นั้น ช่างงดงามราวกับภาพวาดจากลายหัตถ์ของจิตรกรเอกยังไงอย่างงั้น

 

ทำผู้หญิงร้องไห้ซะแล้วแฮะ....  แถมยังให้ความหวังลมๆแล้งๆอีก...

....ฉันนี่มันเลวจริงๆ

          ขณะที่กรกำลังโทษตัวเองเพราะหาคำปลอบใจให้กับรินได้ไม่ดีพอ รินก็เอาหน้าไปซบไหล่ของกรซักพัก แล้วก็ตอบกรกลับออกไป

 

〝ขอบใจมากนะกร......  อื้ม! เข้าใจแล้วหล่ะ......  มาพยายามกันเถอะ!!! กลับไปโลกเดิมด้วยกันพร้อมกับทุกคนนะ!〞

        หลังจากนั้นรินที่พูดเหมือนกับตัดสินใจเป้าหมายได้ก็ลุกขึ้นยืน

 

〝ตายละ! นี่มันใกล้จะได้เวลาอาหารเย็นแล้วนี่นา  รีบไปกันเถอะกร!!!〞

〝อะ อืม〞

          แล้วรินก็วิ่งออกไปจากม้านั่งอย่างร่าเริงแตกต่างจากสภาพก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง  จากนั้นโชต อลิซและชาญที่แอบฟังอยู่ก็โผล่มา นั่นทำให้รินตกใจเป็นอย่างมากแล้วก็หน้าแดงใหญ่หลังทั้ง 3 คนสารภาพว่าแอบดูทั้งสองคนจู๋จี๋กัน? แล้วรินก็ทุบตีโชตกับอลิซเบาๆ ชาญเองก็ถอนหายใจอย่างหน่ายๆต่อการกระทำที่คล้ายกับเด็กยังไม่โตของทั้ง 2 คนรวมถึงตัวเองด้วย แล้วหลังจากนั้นอลิซก็โบกมือเรียกกรอย่างร่าเริง ทั้ง 4 คนยิ้มให้กับกรพลางส่งเสียงประมาณว่า〝รีบไปกันเถอะ! เดี๋ยวอาหารเย็นหมดไม่รู้ด้วยนะ〞กรเองก็โบกมือพลางตะโกนว่า〝จ้าๆ....กำลังไปครับผม!!!〞กลับไปเช่นกัน แต่เพราะเรื่องที่รินพูดนั่นทำให้กรกลับมาครุ่นคิดถึงสถานการณ์ในปัจจุบันเล็กน้อยก่อนที่จะวิ่งตามทั้ง 4 คนไป

 

พอรินพูดแบบนั้นก็ทำให้นึกขึ้นได้..... ถึงสถานการณ์ตึงเครียดที่ฉัน...  ไม่สิ ทุกคนพยายามลืมมันอยู่....

แล้วตอนนี้พวกเราทุกคนก็กำลังโดนพระราชาหลอกใช้อยู่....  หนทางกลับโลกเดิมเองจะมีอยู่รึเปล่าก็ไม่รู้….

สถานการณ์ของเราในตอนนี้ค่อนข้างอันตราย  เพราะถึงทุกคนจะมีสเตตัสที่มากถึงขั้นโกงก็เถอะ....

แต่ว่า...

 

เรายังไม่รู้จักโลกใบนี้เลยซักนิด..... 

เพราะต้องใช้สมาธิไปกับการฝึกมาตลอด เลยไม่ได้หาข้อมูลเพิ่มเติมเลยจากตอนที่มาถึง....

ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์  วิถีชีวิตของผู้คน ระบบการปกครอง  ชนชั้นทางสังคม ความขัดแย้งของแต่ละอาณาจักร  การต่อสู้กับมอนสเตอร์ รวมถึงความแข็งแกร่งของปีศาจที่จะต้องสู้รบในอนาคตด้วย....

 

พวกเรากำลังดูถูกโลกใบนี้กันเกินไป....  ฉันเองก็เหมือนกัน...

และเพราะว่าฉันอ่อนแอแบบนี้เลยต้องให้เจ้าพวกนี้รับหน้าจัดการเรื่องพวกนั้นไป  ส่วนฉัน.....ถึงบอกรินไปแบบนั้น  แต่ที่จริงคงทำได้แค่ดูอยู่เฉยๆนั่นแหละ เรื่องสนับสนุนยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ....

 

แต่ถึงอย่างนั้นรินก็ยังตัดสินใจแล้ว....  ตัดสินใจที่จะมีชีวิตรอดบนโลกใบนี้.....

ถึงเธอจะยังไม่รู้ว่า ไม่มีทางกลับบ้านได้แล้วก็เถอะ...  แต่ขนาดรินที่ปกติก็เป็นผู้หญิงบอบบางไม่เหมาะกับการจับอาวุธมีคมเลยซักนิดก็ยังพยายามขนาดนั้นเลยนะ...

 

แล้วฉันหล่ะ..... ฉันควรทำยังไงต่อไปดี?

จะต่อสู้ไปเพื่ออะไรกัน?

 

          แล้วกรที่กำลังครุ่นคิดพลางถามคำถามสำคัญกับจิตใจของตัวเองอยู่เพียงลำพัง ในขณะที่กำลังวิ่งตามทั้ง 4 คนไปทานอาหารเย็นไปพร้อมกันนั้น  ก็ได้สัมผัสความจริงของโลกใบนี้ขึ้นอีกนิดหลังจากนี้....

 

❖❖❖❖❖

 

นี่มัน......   ความฝันงั้นสินะ....

......น่าคิดถึงจังแฮะ

 

          ในขณะที่หลับ กรมักจะฝันถึงตัวเองในขณะที่วิ่งเล่นกับเหล่าเพื่อนสนิทอย่างสนุกสนานในที่ต่างๆอยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนกรก็ยังคงนำความทรงจำเหล่านั้นกลับมาเล่าย้อนความ ราวกับกำลังดูการฉายภาพยนตร์อัตชีวประวัติของตัวเองยังไงอย่างงั้น เพราะสำหรับกรที่มีสุดยอดการประมวลผลการฝันก็คือการจัดระเบียบความทรงจำที่เคยผ่านมาโดยที่กรยังคงรู้สึกตัวได้นั่นเอง

 

สงสัยที่ฝันแบบนี้จะเป็นเพราะคุยเรื่องสมัยเด็กกับรินละมั้ง.......

          กรที่คิดแบบนั้นก็ปล่อยให้ฝันดำเนินต่อไป ในฝันของกรทุกคนกำลังวิ่งเล่นอยู่ในป่าโปร่งยามฤดูร้อน สีสันของป่านั้นยังคงเขียวชอุ่มและเต็มไปด้วยสีเขียวขจีแม้จะเพิ่งผ่านฤดูหนาวมาก็ตาม นี่เองก็เป็นความฝันที่เกิดขึ้นบ่อยๆขณะที่กรหลับ มันเกิดขึ้นบ่อยเสียจนกรรู้กระทั่งว่าการกระทำต่อไปของทุกคนจะเป็นอย่างไร

 

หลังจากนี้ทุกคนก็จะไปที่แม่น้ำกันสินะ......  แล้วพอสาดน้ำเล่นกันเสร็จ ก็จะไปเล่นไล่จับตรงเนินที่คุ้นเคยนั่นกัน...

          จนถึงตอนนี้ฝันของกรก็ยังคงดำเนินต่อไปเช่นเดียวกับที่เคยฝันบ่อยๆ  ขณะนี้ในฝัน พวกกรทุกคนกำลังเดินไปเป็นแถวตอน โดยมีตัวเองที่กำลังถือกิ่งไม้เล่นเดินนำอยู่ข้างหน้า....

 

ต่อจากนั้นพวกเรา 5 คนก็จะขานเลข ไล่ลำดับจากหน้าไปหลังโดยเริ่มจากเราสินะ....

 

〝หนึ่ง !!!〞

〝สอง !!!〞

〝สะ..สาม!〞

〝สี่ !〞

〝ห้า〜!!!!!〞

〝หกกกกก!!!〞

〝เจ็ด!!〞

 

〝!!!!!!!!!!!!!!〞

อะ....อะไรกันเมื่อกี้นี้   ถ้าฉันฟังไม่ผิด....  เหมือนได้ยินเสียงของคนที่ไม่น่าจะมีตัวตนอยู่ขึ้นมา!!!

เดี๋ยวก่อนสิ...ที่ฝันนั่น  ...เหตุการณ์ทั้งหมดจนถึงตอนนี้เคยเกิดขึ้นจริงทั้งนั้น.....ไม่มีข้อยกเว้น เพราะมีสุดยอดการประมวลผลเลยทำให้มีระบบการจัดการข้อมูลในสมองยอดเยี่ยม..... ถึงเป็นการจินตนาการฉันก็สามารถแยกออกได้แน่ๆแม้จะอยู่ในฝัน..... ตอนนี้ก็ยังรู้สึกได้อย่างชัดเจนเลยว่าทั้งสองคนนั่นไม่ใช่สิ่งที่สมองปรุงแต่งขึ้นมาเอง.....

ละ....แล้วนี่มันอะไรกัน!!!  เสียงของเด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิงที่ไม่เคยได้ยิน ไม่เคยรู้จักหน้าถึงมาอยู่ในฝันของฉันได้กัน!?

.

.

 

แต่ทำไม.....

พอได้ยินเสียงของ 2 คนนั้นฉันถึง.....  .....รู้สึกคิดถึงอย่างน่าประหลาด

 

          แล้วกรพยายามนึกถึงใบหน้าของ 2 คนนั้น คนนึงเป็นเด็กผู้ชายผมสีบลอนด์ทองเข้ม ผิวขาวเหมือนชาวยุโรป มีขนาดตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม คาดว่าจะมีอายุน้อยที่สุด ส่วนคนนึงเป็นเด็กผู้หญิงไว้ผมสีดำยาวจนถึงกลางหลัง มีผิวสีแทนคล้ายชาวเอเชียเหมือนกับของกร ดูจากส่วนสูงของเธอคาดว่าจะมีอายุมากที่สุดในกลุ่ม

          หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นเหมือนกับที่เคยฝัน ทุกคนเดินไปถึงเนินเขาแล้ววิ่งเล่นไล่จับกันอย่างสนุกสนาน บรรยากาศก็ยังดูอบอุ่นเช่นเคย เพียงแต่คราวนี้ไม่ใช่สมาชิก 5 คนที่กรรู้จัก แต่เป็นทั้งหมด 7 คน กรที่อยากจะรู้เรื่องราวต่อจากนั้นจึงได้ปล่อยให้ฝันดำเนินต่อไปอีก แต่จินตนาการแสนเลวร้ายกลับเข้าแทนที่ความทรงจำที่ถูกปิดผนึกนั่นไปเสียก่อน.....

 

        หลังจากนั้น ความฝันของกรก็หยุดนิ่งลง ราวกับภาพยนตร์ในเครื่องเล่นวิดีโอได้ถูกกดปุ่มหยุดพักเอาไว้  แล้วทิวทัศน์บนเนินรอบๆตัวของเด็กทุกคนก็หายไปจนสิ้น  เหลือเพียงความมืดมิดและเด็กทั้ง 7 คน กำลังหยุดนิ่งอยู่ หลังจากนั้นสติของกรก็เข้าไปอยู่ในร่างของตัวเองตอนเด็กในฝันทั้งที่ขยับไม่ได้

 

ซู้มมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!

        หลังจากนั้นก็มีเปลวเพลิงสีดำสนิทเสียยิ่งกว่าความมืดที่กำลังโอบล้อมทุกคนอยู่ปรากฏขึ้น  เปลวเพลิงหลอมรวมกันเป็นสิ่งที่ไม่มีรูปร่างแต่มีขนาดใหญ่โตกว่าเด็กทุกคนราวๆ 10 เมตรเห็นจะได้  แล้วบริเวณส่วนบนก็มีดวงตาสีแดงเพลิงปรากฏขึ้นมาพร้อมกับมือทั้งสองข้างที่มีกรงเล็บแหลมคมเกิดขึ้นพร้อมกัน รูปร่างนั่นราวกับอสูรกายหรือปีศาจก็มิปาน แล้วหลังจากนั้น……….

 

ฉั๊ว!!!!!!

          การฟาดกรงเล็บนั้นทำให้เด็กสาวและเด็กชายที่กรไม่รู้จักหน้ากลายเป็นก้อนเนื้อบดไร้รูปร่าง แล้วก็จางหายไป

 

〝!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!〞

 

ฉั๊ว!!!!!!

          และไม่ทันได้พักหายใจ กรงเล็บนั่นก็ฟาดฟันเข้าไปตรงที่ที่โชตและชาญยืนอยู่อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นทั้งสองคนก็กลายเป็นเศษเนื้อคงสภาพไม่ได้แล้วจางหายไปในความมืด เลือดของทั้งสองคนกระเด็นมาเปื้อนใบหน้าของกรที่ยังขยับไม่ได้...

 

อะ.....อ้ากกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!

อะไรๆๆๆๆๆๆๆ.......

นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกัน?.......  ชาญ!!!!.... โชต?........ถูกไอ้เวรนั่น?   ฟาดเข้าไป.............ตายไปแล้ววววว?

 

          ความคิดของกรเริ่มสับสนปนเปจนจับใจความไม่ได้  แต่ความฝันอันโหดร้ายก็ยังคงดำเนินต่อไป

 

ฉั๊ว!!!!!! 

อะ......อลิซซซซซซซ!!! กะ....โกหกน่า 

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ม้ายยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!

พอซักที!!!!!!!!!!!!!!  ได้โปรดเถอะะะะะะะะะะะะะะะะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

          หลังจากที่อลิซหายไป แล้วกรกรีดร้องแบบนั้นอยู่ในใจ ปีศาจเพลิงก็เข้าไปหารินอย่างรวดเร็ว

 

ระ.......ริน

ยะ.....อย่านะ  ขอทีเถอะ.....  หยุดทีเถอะ......

          และไม่ทันได้เตรียมใจอีกครั้ง  กรก็ต้องรับความเจ็บปวดมากยิ่งขึ้นไปอีก......

 

อย่านะโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!

 

ฉั๊ว!!!!!!

        หลังที่กรตะโกนอย่างสุดเสียงอยู่ภายในใจ แต่เสียงนั่นกลับถูกเสียงฟาดฟันของปีศาจเพลิงกลบในเวลาแทบจะทันทีราวกับจะเยาะเย้ยกรที่ทำอะไรไม่ได้ แล้วรินเองก็กลายเป็นเศษเนื้อดังเช่นทุกคนแล้วจางหายไปในความมืดมิดเช่นกัน———

 

อ๊ากกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

❖❖❖❖❖

 

〝แฮ่ก!  แฮ่ก!  แฮ่ก!  แฮ่ก!  แฮ่ก!...........อุ๊ก!!!!!!!!  〞

          หลังจากที่กรตื่นจากฝันที่แสนน่ากลัวและโหดร้าย  ก็ถึงกับหายใจหอบ  ท้องไส้เองก็ปั่นปวนขึ้น  รู้สึกเหมือนกับของเหลวในกระเพาะจะขย้อนออกมาได้ทุกเมื่อ ราวกับจะปัดเป่าความเครียดที่ได้รับจากความฝันนั้นให้หายไป

 

ฟู่  ฮ่า....   ฟู่  ฮ่า....   ฟู่  ฮ่า———————

        แต่กรก็ไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองอาเจียนแต่อย่างใด เขาหายใจเข้า-ออกช้าๆ เพื่อดึงสติของตัวเองให้กลับมา

 

ฝะ ฝันบ้าอะไรว่ะเนี่ย  หลอนชะมัด......

หรือเพราะพรุ่งนี้ต้องไปสู้กับมอนสเตอร์เลยฝันแบบนี้งั้นเหรอ.....

ตะ แต่ก่อนอื่นก็ทำให้หัวเย็นลงก่อนดีกว่า.....

          แล้วกรก็ลดอัตราการเต้นของหัวใจให้ต่ำลง และปรับคลื่นสมองให้อยู่ในสภาวะต่ำ แล้วหลังจากนั้น......

 

วิ๊งงงงงงงง———————

          เสียงที่เหมือนกับสัญญาณขาดหายในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็ดังขึ้นในหัวของกร......

 

เมื่อกี้นี้มัน......

          พอเสียงสัญญาณที่เกิดขึ้นกะทันหันจางหายไป ก็ทำให้กรที่สมองเย็นลงแล้วนึกเรื่องที่สำคัญมากๆออก....... 

 

กริ๊ก!!!!!——

        แล้วเสียงที่คล้ายกับกุญแจถูกปลดล็อค ก็ดังขึ้นในหัวของกร เพียงแต่เสียงนั้นคล้ายกับเป็นเสียงที่ถูกสมมติขึ้นมาเสียมากกว่า......

 

มันเป็นเรื่องสำคัญมากแท้ๆ...... 

กรบ่นพึมพำแบบนั้นอยู่ในใจ

 

ความทรงจำพวกนี้...  อยู่ในส่วนลึกขนาดไหนกัน......

.....ทำไมฉันถึงเพิ่งมานึกออกเอาป่านนี้กัน......

          เป็นเพราะความฝันอันแสนน่ากลัวนั่น เลยทำให้ความทรงจำที่ถูกปิดผนึกอย่างแน่นหนามานานของกรได้ถูกปลดล็อคออกมาในที่สุด....

 

นึกออกแล้วหล่ะ.....  ทั้งหมดเลย.....

ในขณะที่กำลังนึกเรื่องต่างๆออกมากขึ้นเรื่อยๆ น้ำตาของกรก็ไหลอาบแก้มข้างซ้ายของตัวเอง

 

          แล้วกรก็เรียกชื่อของคนที่ตัวเองโหยหามาตลอดอย่างเบาๆ....

 

พี่สาว————

 

 




NEKOPOST.NET