[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย ตอนที่ 3 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย

Ch.3 - แม้แต่การจับคู่ประลองเล็กๆน้อยๆก็ทำให้ล้มคะมำได้เหมือนกัน


 

ตอนที่ 3 : แม้แต่การจับคู่ประลองเล็กๆน้อยๆก็ทำให้ล้มคะมำได้เหมือนกัน

 

 

〝ไว้เจอกันเน้อ! คุณโอตาคุ!!!〞

〝อย่ามัวแต่เล่นจนมาซ้อมไม่ทันหล่ะคุณโอตาคุ ฮ่าฮ่าฮ่า!!!〞

〝อะ อา  ขอบใจ——〞

 

          ผ่านมาแล้ว 1 สัปดาห์ที่ทุกคนถูกส่งมาต่างโลก หลังจากเหตุการณ์ที่กรถูกเสือประจาน  บรรยากาศรอบตัวของกรก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ดังเช่นเหตุการณ์ที่มีนักเรียนชายหญิงมาทักทายกร แล้วกรเองก็โบกมือลาแล้วตอบกลับไปอย่างกล้าๆกลัวๆ เมื่อซักครู่

 

นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ?

คิดไปเองรึเปล่าว่าทุกคนทักเราเหมือนคนปกติ...  แต่จะไม่ปกติก็ตรงที่เรียกว่า『คุณโอตาคุ』นั่นหล่ะ…  อย่างน้อยๆก็เรียกฉันด้วยชื่อเล่นซักหน่อยเถอะ...

 

แต่ถึงอย่างงั้น  น้ำเสียงก็ไม่ได้มีการประชดประชันแฝงอยู่เลย....  รึว่าเพราะเหตุการณ์ครั้งก่อนทุกคนเลยรู้สึกสงสารงั้นเหรอ? แหม่  ไม่อยากจะคิดแบบนั้นเลยแฮะ น่าสงสารตัวเองจริงๆ

รึจะเป็นไอ้นั่น....  ไอ้『ปรากฏการณ์สะพานแขวน』

ที่ว่า พอตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้ใจเต้นกับเพศตรงข้ามแล้วเข้าใจผิดว่าตกหลุมรักนั่นหน่ะ  แต่ในกรณีนี้คงไม่ใช่ตกหลุมรัก แต่เป็นรู้สึกผิดซะมากกว่าละมั้ง

 

.....แต่ดูแล้วทุกคน(หรือบางคน)นี่ก็เป็นคนดีเหมือนกันนี่นา งั้นฉันจะไม่คิดมากก็แล้วกัน

 

          เนื่องด้วยเวลานี้เป็นเวลาที่ทุกคนกำลังเตรียมตัวไปซ้อมช่วงเช้ากันหลังจากทานอาหารเช้า  เลยมีเวลาจิปาถะนิดหน่อย ขณะที่ทุกคนอยู่ในช่วงพักผ่อน บางครั้งก็จะมีคนมาทักกรเช่นนี้ แล้วกรที่กำลังคิดไปเรื่อยเปื่อยเองก็ถูกรินเข้ามาทักเช่นกัน

 

〝อาทิตย์นึงแล้วสินะ เร็วจังเลย〞

〝อืม...  ก็ว่างั้นแหละ〞

〝รู้สึกเหมือนว่าทุกคนจะเข้าหากรมากขึ้นนะ 〞

〝ก็… นั่นสินะ  คงดีแล้ว....มั้งนะ〞

〝ต้องดีอยู่แล้ว  ไม่สิ! ดีที่สุดเลยหล่ะ!!!〞

          รินที่ตอบกรด้วยเสียงแข็งขัน ทำให้กรไหล่กระตุกเพราะตกใจไปนิดหน่อย แล้วหลังจากนั้นโชต ชาญและอลิซที่อยู่ด้วยกันก็เข้ามาทักกรเช่นกัน

 

〝หลังจากตอนนั้นเนี่ย  นายเหมือนเป็นคนดังขึ้นมาเลยนะเฟ้ย!〞

〝แต่ผมว่าดังแบบแปลกๆมากกว่า〞

〝เอ๋〜 ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นา  แต่แบบนี้คงใกล้ถึงเวลาที่ท่านหัวหน้าของฉันจะกลับมาผงาดแล้วสินะฮ่าๆๆๆ!!!〞

〝ผงาดบ้านเธอหน่ะสิ... ฉันไม่ใช่ผู้กล้าโล่ที่มีชีวิตแสนลำเค็ญซะหน่อย〞

〝มาร์ชเมลโล่แช่ตู้เย็นงั้นเหรอ? ฟังดูนะอร่อยจังเลยเนอะ〜〞

〝ไหงฟังผิดเป็นแบบนั้นไปได้ฟะ!!!  ยัยติ๊งต๊องตะกละตะกลาม!!!〞

 

〖ห๊ะห่ะห๊ะห่ะห๊ะ!!!!〗

          แล้วทั้งกลุ่มก็พูดคุยและหัวเราะเฮฮาร่วมกันอย่างสนุกสนาน เป็นบรรยากาศอันอบอุ่นเสียจนไม่นึกว่า ทั้งหมดเพิ่งผ่านสถานการณ์ตึงเครียดจากการมาต่างโลกกะทันหันกันมา บรรยากาศนั้นทำให้ทุกคนที่ดูอยู่รอบๆอมยิ้มขึ้นมาได้เลยทีเดียว

 

❖❖❖❖❖

 

หลังจากนั้นก็เป็นเวลาสำหรับการฝึกฝน  ในช่วงเช้านั้นทุกคนจะถูกแบ่งกลุ่มไปฝึกกันตามอาชีพที่ถูกแสดงในหน้าต่างสเตตัสของตัวเอง  ส่วนฉันที่ช่องอาชีพยังว่างอยู่ก็ได้ไปฝึกร่วมกับพวกนู้นพวกนี้ไปเรื่อย  เพราะเห็นคุณฮันซี่บอกว่าที่ช่องอาชีพยังว่าง อาจเป็นเพราะยังไม่มีอาชีพที่เข้ากันกับฉันได้ เลยให้ลองฝึกมันซะทุกอย่างเผื่อจะเจออาชีพที่เข้ากันได้บ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่มีอ่ะนะ 

แล้วหลังจากทานอาหารเที่ยงคุณฮันซี่ก็จะมาสอนวิชาดาบและวิชามือเปล่าให้กับทุกคนอีกครั้ง เพราะในเวลาสู้จริงอาจมีเหตุการณ์ที่ทำให้ใช้เวทย์และอาวุธของตัวเองไม่ได้ จึงต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อน ....เป็นการจัดตารางฝึกที่ดีจริงๆ

แต่ที่น่าแปลกคือเจ้าพวกนี้มันดักฝึกตามได้เฉยเลยเนี่ยสิ... คนไทยนี่ยังไงก็ได้จริงๆ

 

และการฝึกที่ว่ามานี้เกิดขึ้นทุกวันจนถึงหนึ่งสัปดาห์ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้  ....เวลานี่ผ่านไปเร็วชะมัด  แต่ถึงอย่างงั้นช่องอาชีพของฉันก็ยังว่างอยู่ดี สกิลก็ไม่ได้อะไรเพิ่มเลย ทุกคนก็เหมือนกัน

ส่วนเลเวลก็อัพขึ้นมานิดหน่อย แค่ฝึกเนี่ยเลเวลก็อัพได้สินะ  แต่ยังไงก็คงขึ้นยากกว่าไปตบมอนสเตอร์อยู่แล้วหล่ะน่ะ เอ๋? สเตตัสของฉันตอนนี้เป็นยังไงบ้างหน่ะเหรอ?

 

 

     ข้อมูลสเตตัส

『อุษณกร  วัชรวิรุฬห์ 』เพศ  ชาย   อายุ  17   เผ่าพันธุ์  มนุษย์  

อาชีพ                 ว่าง                    เลเวล     3

ฉายา     〘การใช้ชีวิตที่ผิดพลาด〙

《พลังโจมตี》                  70                           《พลังป้องกัน》                       58

《พลังเวทย์》                   34                           《ความต้านทานเวทย์》               58

《ความว่องไว》               46                           《พละกำลัง》                       70

 

 

ฝึกมาสัปดาห์นึงแล้วแต่สเตตัสก็ยังดูกากเหมือนเดิมแหล่ะ  น่าเศร้าใจชะมัด..  แล้วถ้าคิดว่า〝สเตตัสสูงขึ้นขนาดนี้ก็ดีแล้วนี่〞แล้วละก็คิดผิดแล้วหล่ะ ทำไมหน่ะเหรอ?  ก็ลองเปรียบเทียบสเตตัสของรินที่เลเวลเท่ากัน กับของฉันดูสิ...

 

 

     ข้อมูลสเตตัส

     『ไอริน  ศิลปการสกุล 』เพศ  หญิง   อายุ  17   เผ่าพันธุ์  มนุษย์  

          อาชีพ                 จอมเวทย์                        เลเวล     3

          ฉายา     〘ผู้กล้าไร้พ่าย〙, 〘จอมเวทย์ต้นกำเนิด〙

     《พลังโจมตี》                  460                       《พลังป้องกัน》                       432

     《พลังเวทย์》                   430                       《ความต้านทานเวทย์》              388

     《ความว่องไว》               432                       《พละกำลัง》                       262

 

 

〝.......................〞

ใบ้แดก...... 

ไม่มีคำไหนจะเหมาะกับสภาพของฉันในตอนนี้มากกว่าคำนี้อีกแล้ว...

อะไรกันฟะความแตกต่างนี่.... ช่องว่างนี่....  โลกนี้มันยังมีระบบวรรณะอยู่รึไงฟะ!

ถ้าเป็นงั้นฉันก็อยู่ต่ำสุดเลยหน่ะสิ! ความรู้สึกต่ำต้อยนี่มันอะไรก๊าน!!!! (แล้วถ้าจะขอดูของพวกโชตละก็ขอทีเถอะ......  แค่นี้ไมเกรนก็ขึ้นสมองแล้วนะเฟ้ยยย.....)

 

ไม่ไหวแล้ว..... เหนื่อยชะมัด..... อยากเอาปิ๊ปคลุมหัวจัง.....

          หลังจากนั้นการฝึกฝนช่วงเช้าและการทานอาหารกลางวันก็จบลง พอจะเริ่มการฝึกในช่วงบ่ายต่อฮันซี่ก็ออกมาพูดด้านหน้าทุกคนคล้ายกับที่ออกมาแนะนำตัวครั้งแรก

 

〝พวกเจ้าทุกคนช่วยเงียบแล้วฟังทางนี้ด้วย!!!〞

 

          เสียงที่ดูหนักแน่นของฮันซี่ยังคงน่าเกรงขามเช่นเคย  ประกอบกับการฝึกที่ผ่านมาของเขาก็คงมีผลบ้างเช่นกันทำให้ทุกคนทำตามคำสั่งของฮันซี่เป็นอย่างดี นั่นทำให้เหล่านักเรียนที่กำลังคุยกันเจ๊าะแจ๊ะเงียบลงในทันทีที่เขาเริ่มพูด

 

〝อะแฮ่ม!!! ก่อนอื่นก็ขอขอบใจพวกเจ้าทุกคนที่ตั้งใจฝึกฝนกันมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา  เท่าที่ข้าดู สเตตัสและความสามารถของพวกเจ้าทุกคนก็สูงมากพอที่จะล่ามอนสเตอร์ระดับกลางได้สบายๆเลยหล่ะ เพราะงั้นละก็พรุ่งนี้ข้าจะพาพวกเจ้าทุกคนไปลองสู้กับมอนสเตอร์แถวๆชานเมืองดูละกัน!!!〞

 

โอ้คุณฮันซี่ครับ...  ลืมไอ้โอตาคุสุดกระจอกคนนี้ไปรึเปล่าครับเนี่ย?  ฉันยังไม่พร้อมเลยนะเฟ้ยทั้งสเตตัสและร่างกาย...  จิตใจของฉันก็ด้วย...

แล้วไหงเจ้าพวกนี้ทุกคนมันถึงดูตื่นเต้นกันจังฟะ!? เมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังหดหู่กันอยู่เลย  ปรับตัวกันเร็วไปแล้วเฟ้ย!!! 

แต่ก็แน่หล่ะเจ้าพวกนี้มันสเตตัสยังกะสัตว์ประหลาดกันทุกคนเลยนี่หว่า... พูดไปแล้วก็เจ็บจิ๊ดเลยนะเนี่ย...

 

〝เช่นนั้น...  เพื่อเป็นการจบหลักสูตรเบื้องต้น  ข้าจึงได้จัด การจับคู่ประลองเล็กๆ ขึ้น เพื่อเป็นการสานสัมพันธ์ของพวกเจ้าทุกคน และก็เพื่อศึกษาการเคลื่อนไหวของพวกพ้องตัวเองไปในตัวด้วยเลย....〞

 

ไอ้คุณฮันซี่คร้าบ!!!  แค่จะพาไปสู้กับมอนสเตอร์ยังไม่พอ นี่ยังจะให้ฉันไปประลองกับไอ้พวกยอดมนุษย์พวกนี้อีกงั้นเร้อ?  จะฆ่ากันรึยังไง!!!

อีแบบนี้มันไม่ต่างกับเอาเรือพายไปสู้กับเรือรบ....  เอากบไปสู้กับชาวนา....  เอาคุณตาไปไฝว้กับไคจูร่างสุดยอดเลยนะเฟ้ย! ตายหยั่งเขียดแน่ๆเลยฉัน

 

ส่วนไอ้พวกนี้ก็ยิ่งดูตื่นเต้นกันเข้าไปอีก...  ไอ้พวกบ้านี่.. ไม่เข้าใจหัวอกฉันบ้างเลย!!! 

 

〝เอาหล่ะ!!! ถ้าเช่นนั้นใครที่จับคู่กันได้แล้วก็มาตรงกลางลานกว้างนี้ได้เลย  ข้าจะเป็นคนให้สัญญาณเริ่มการต่อสู้เอง การประลองจะใช้เพียงดาบไม้เท่านั้น โอ๊ะ!!!..แล้วก็ห้ามใช้เวทย์มนต์ด้วยหล่ะ และการต่อสู้จะจบลงเมื่ออีกฝ่ายขัดขืนไม่ได้หรือเสียอาวุธในมือเท่านั้น ห้ามทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัสหรือถึงแก่ชีวิตเด็ดขาด.......〞

 

เอาละสิ... ในกรณีที่เจอคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอเกินไป จนออมมือแล้วก็อาจจะตายได้อย่างฉันเข้าเนี่ยจะทำไงฟะ ใครจะรับผิดชอบเนี่ย.... 

เฮ้อ〜 รู้งี้ทำประกันชีวิตไว้ดีกว่า  เอ๊ะ!? แต่โลกนี้มันไม่มีนี่หว่า

          ในขณะที่กรคิดเรื่องไร้สาระไปเรื่อย  ทุกคนก็เริ่มหาคู่ประลองของตัวเองกันแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะจับคู่กับเพื่อนของตัวเองทั้งนั้น แล้วเพื่อนสนิททั้งสี่ก็เรียกสติของกรกลับมาสู่ความเป็นจริง

 

〝แล้วเราจะเอาไงดีหล่ะ.....〞

〝ไม่ต้องมาเอาไงเลยเว้ย ไอ้โชต!!! เอ็งไม่เห็นรึไงว่าสาวๆเขาแย่งกันจับคู่กับแกจนจะประลองกันเองอยู่แล้วหน่ะ! 〞

〝อ้าว!? งั้นเหรอ?〞

          ขณะที่โชตถามขึ้นมาในกลุ่มแบบนั้น ก็มีนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งปล่อยรังสีอำมหิตใส่กันแล้วตะโกนใส่กันประมาณว่า〝โชตต้องคู่กับฉันๆๆๆ!!!!〞อยู่ใกล้ๆกับกลุ่มของกร         

 

ฮึ่ย! อยากต่อยไอ้หมอนี่ชะมัด  ไอ้พวกเนื้อหอมไปตายให้หมดเลยไป๊!!!!

 

〝ส่วนผมจับคู่กับเพื่อนร่วมชั้นแล้วหล่ะนะ แล้วเธอหล่ะอลิซ?〞

〝ฉันเองก็จับคู่กับเพื่อนร่วมชั้นแล้วเหมือนกัน ขอโทษด้วยนะกร...〞

〝ทะ ทำไมถึงต้องขอโทษฉันด้วยหล่ะ?〞

〝ก็....นอกจากพวกเรา ดูเหมือนกรจะไม่มีเพื่อนคนอื่นเลยนี่นา.....〞

 

ฉึก!!!!!!!

อ้ากกก!!!!!  อะไรกัน! ความรู้สึกที่เหมือนกับโดนมีดปอกมะละกอปักเข้ากลางขั้วหัวใจนี่! ไอ้เรื่องน่าเศร้านั่นฉันเองก็รู้อยู่หรอก รู้อยู่เต็มอกเลยด้วยเฟ้ย! 

เพราะงั้น....อย่าพูดแทงใจดำฉันด้วยสีหน้าสงสารสุดๆ แบบนั้นจะได้ม้ายยยยยย!

          แล้วกรก็กลับมานั่งคุกเข่าในท่า ORZ อีกเหมือนเคย แต่หลังจากนั้นรินก็นั่งยองลงใกล้ๆกับกรด้วยท่าทางเรียบร้อยราวกับเทพธิดา แล้วก็พูดกับกรว่า....

 

〝งั้นกร...เอ่อ  มาจับคู่กับฉันมั้ย....〞

เทพธิดาชัดๆ!!!! เทพธิดาลงมาโปรดแล้ว!!!!

 

〝จะ จะดีเหรอ? กับฉันเนี่ย〞

〝อื้ม! ดีสิ!!!  ก็กรไม่มีคนอื่นอีกแล้วนี่นะ! 〞

 

ฉึก!!!  ฉึก!!!  ฉึก!!!

อีกแล้ว!!!! ไอ้คำพูดแทงใจดำนี่! อลิซก็ว่าไปอย่าง  แต่ริน.....อย่าพูดแบบนั้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มจะได้ม้ายยยย ทั้งที่บนหน้าก็บอกว่าไม่ได้คิดร้ายแท้ๆ ร้ายบริสุทธ์เลยนะเธอเนี่ย

แต่ว่าคิดในแง่บวก...  รู้สึกว่ารินจะมีอาชีพเป็นจอมเวทย์  ถ้างั้นความชำนาญในด้านดาบคงน้อยแน่ๆ  ถึงจะฝึกมาตลอดก็เถอะ ฉันเองก็ยังมีสุดยอดการประมวลผลอยู่ แล้วถึงความต่างเรื่องสเตตัสจะกว้างก็เถอะ แต่รินก็เป็นผู้หญิงบอบบาง ฉันคงมีโอกาสชนะเยอะขึ้นแน่ๆ  เพราะจะให้แพ้ผู้หญิงมันก็น่าสมเพชเกินไป  งั้นนี่อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วก็ได้

 

〝งะ งั้นก็เอาแบบนั้นแหล่ะฝากตัวด้วยหล่ะ ฉันจะพยายามเต็มที่เลย〞

〝อะ อืม  ฉันเองก็จะไม่ออมมือเหมือนกัน〞

โอ้! ดูมุ่งมั่นดีนี่นา แต่ก็ดีแล้วล่ะนะ

          แล้วกรที่ยังไม่เข็ดหลาบกับความคิดเข้าข้างตัวเองแบบนั้น ก็ต้องมารู้สึกเสียใจภายหลังในหลายๆความหมายอีกครั้ง....

 

❖❖❖❖❖

         

          การประลองผ่านไปเรื่อยๆจนใกล้จะครบทุกคู่แล้ว  ผลการแข่งขันของพวกกรคือ โชต อลิสและชาญชนะทั้งหมด  แล้วในตอนที่เหลืออีก 2 คู่ก่อนจะถึงรอบของกรและริน  กรก็ถามรินขึ้นมา...

 

〝จะว่าไปทุกคนเนี่ยสุดยอดเลยนะ  ทั้งที่เพิ่งจะจับดาบได้แค่สัปดาห์เดียว  แต่จากมุมมองของมือสมัครเล่นอย่างฉันก็รู้เลยว่า ฝีมือการใช้ดาบของพวกนั้นยังกับนักรบคร่ำศึกยังไงอย่างงั้นแหละ〞

〝เอ๋!!!  นี่นายไม่รู้เหรอ?  ที่ทุกคนทำแบบนั้นได้ก็เพราะฉายา〘ผู้กล้าไร้พ่าย〙ต่างหากหล่ะ〞

〝หะ.....หา!!!! ว่ายังไงนะ!!!! 〞

 

ไอ้ฉายาสุดเท่นั่นนะเหรอ  โกหกน่า.....  ไอ้เราก็นึกว่าฉายามันมีไว้โชว์เฉยๆ มีคุณสมบัติพิเศษด้วยงั้นเรอะ!

          แล้วรินก็เปิดคำอธิบายฉายาของตัวเองให้กรดู

 

 

〘ผู้กล้าไร้พ่าย〙

《 คำอธิบาย : สุดยอดผู้กล้าขั้นสุดยอดผู้ก้าวข้ามขีดจำกัด  เนื่องจากเป็นผู้ที่ได้รับพรจากพระเจ้า  มีผลทำให้สามารถใช้อาวุธทุกชนิดในการต่อสู้ได้อย่างชำนาญ  ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย 》

 

 

ห๊า!!!!!!!!!!!

อีกแล้ว!!!!!   แค่ไอ้พวกสกิลโคตรโกงนั่นยังไม่พอ  ขนาดฉายายังมีผลพิเศษขนาดนี้เลยเหรอฟ่ะเนี่ย?  แล้ว 『สุดยอดผู้กล้าขั้นสุดยอดผู้ก้าวข้ามขีดจำกัด』งั้นเหรอ?  จะอวยกันออกหน้าไปแล้ว... 

แล้วมีอธิบายว่าเป็นพรของพระเจ้าด้วย!  หรือว่าไอ้พระเจ้านั่นจะลืมให้ฉันกัน? นี่มันอะไรกันฟะไอ้แก่เสเพลนี่!!!!

งะ งั้นของฉันหล่ะ!  ไอ้〘การใช้ชีวิตที่ผิดพลาด〙ของฉันมันทำอะไรได้บ้าง!!!

 

 

〘การใช้ชีวิตที่ผิดพลาด〙

《 คำอธิบาย : ยังหวังอะไรจากชีวิตสุดบัดซบนี่อีกงั้นเหรอ.... 》

 

 

〝………………… 〞

อะไรกันฟ้า!!!!! ไหงของฉันมันน่าหดหู่เป็นแบบนี้! ไม่มีคุณสมบัติพิเศษอะไรเลย  แถมไอ้ที่เขียนอยู่นี่มันไม่ใช่คำอธิบายแล้วโว้ย!!! คำด่าชัดๆเลย แช่งกันอีกต่างหาก

ไอ้ฉายาไร้สาระนี่มันอะไรวะเนี่ย!!!!

อะ เอาเถอะ...  ถึงบ่นไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีนั่นหล่ะ... รู้สึกสงสารตัวเองชะมัดเลย..... 

 

แต่เดี๋ยวก่อนสิ!!!  ไอ้ฉายา〘ผู้กล้าไร้พ่าย〙นี่  รินเองก็มีนี่หว่า...  ถ้างั้นหรือว่า!?

〝คะ คุณรินครับ...  อย่าบอกนะว่าเธอเองก็ทำแบบนั้นได้ ? 〞

〝ก็.....พอทำได้อยู่หรอกนะ—— กะ กร เป็นอะไรไป!!! 〞

          รินยังพูดไม่ทันจบ  กรก็ลงไปนั่งคุกเข่าในท่า ORZ  ซะแล้ว ดูเหมือนมันจะเป็นท่าประจำตัวของกรไปแล้ว

 

จบแล้ว.....  ไม่มีทางเลยชนะเลยเฟ้ย  ถึงรินจะเป็นผู้หญิงบอบบาง  แต่กลับมีไพ่ตายแบบนี้ซ่อนอยู่  แล้วยังมีช่องว่างของสเตตัสนั่นอีก  ฉันนี่มันเซ่อชะมัด น่าจะรีบเอะใจแต่แรก———

〝เอาหล่ะการประลองจบลงแล้ว!!!  ผู้ชนะ คือ ผู้กล้าเชษฐ์ !!!〞

 

〝โอ้ววววววววววว!!!!!!!!〞

          เสียงประกาศจบการประลองของฮันซี่ดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของกร  และเมื่อเสียงโห่ร้องยินดีของผู้ชมจบลงฮันซี่จึงได้พูดต่อ

 

〝และต่อไปขอเชิญชมการประลองคู่สุดท้าย ผู้กล้าไอริน และ ผู้กล้าอุษณกร ออกมาข้างหน้า!!!〞

ห๋า!!!  ตาเราแล้วงั้นเหรอฟะ  เร็วชะมัด กะทันหันไปแล้ว!!!  ยังทำใจยอมรับความจริงไม่ได้เลย!!!

          หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เดินเข้ามาตรงกลางสนามประลอง หันหน้าเข้าหากันและยืนอยู่ที่จุดเริ่มต้นของตัวเอง  ซึ่งหากกันราวๆ 5 เมตร

 

〝เอ่อ...ผู้กล้าอุษณกรสินะ【แย่ละสิ ลืมเรื่องสเตตัสเจ้านี่ไปซะสนิท....】〞

 

เฮ้ยๆ ถึงพูดในลำคอแบบนั้นฉันก็ได้ยินนะเฟ้ย  เพราะมีสุดยอดการประมวลผลไงหล่ะ……

แต่เดี๋ยวสิเฮ้ย!!!!!  นี่ลืมฉันไปจริงๆเหรอฟะเนี่ย น่าจะจำฉันได้ตั้งแต่ที่ตีกันครั้งก่อนแล้วไม่ใช่รึไงฟะ! นี่ฉันจืดจางขนาดนั้นเลยเหรอ?  จะไร้ความรับผิดชอบไปแล้ว...

แล้วไอ้ที่เหงื่อตกทั้งที่ยิ้มใส่ฉันอยู่นี่หมายความว่าไงฟะ! ทำตัวยังกะไอ้พระเจ้าเลยนี่หว่า นี่พวกเอ็งเป็นผู้ใหญ่แน่เหรอ?  เอาความเคารพของฉันคืนมาเลยนะ!!!!

 

〝เอ่อ...ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ  แต่ผมว่าถ้าเกิดประลองกันทั้งๆแบบนี้ อุษณกรอาจจะบาดเจ็บหนักได้นะครับ〞

          ในขณะที่กรกำลังคิดแบบนั้นอยู่ ก็มีคนพูดขึ้นมาขัดจังหวะ คนๆนั้นก็คือชาญนั่นเอง

 

〝กะ ก็จริงนะ ละ แล้วเธอมีวิธีงั้นเหรอ?〞

〝ครับผม.... แต่ขออนุญาติใช้เวทย์ได้รึเปล่าครับ〞

〝อะ โอ้  ก็เอาสิพ่อหนุ่ม...〞

โอ้! พระผู้ช่วยอยู่ใกล้แค่นี้เอง.... แล้วทำไมคุณฮันซี่ต้องพูดตะกุกตะกักด้วยฟะ!  

แถมพอรู้ว่ามีวิธีแก้ก็โล่งอกซะออกนอกหน้าเชียวนะ...

          ในขณะที่กรกำลังหงุดหงิดอยู่นั้น  ชาญก็เริ่มการร่ายเวทย์...

 

【อำนาจของสหายแห่งเราเอ๋ย!!!  จงสถิตย์ขึ้นมาด้วยพลังอันมากล้นของเราด้วยเถิด!!! 】

【Status Sharing!!!】

          หลังจากนั้นแสงอันอบอุ่นที่มีสีเขียวอ่อนๆ ราวกับสีของป่าอันเขียวขจีก็เข้าโอบล้อมกรและริน

 

นะ นี่มัน  รู้สึกเหมือนพลังมันเพิ่มขึ้นมาเลย  คงไม่ใช่ว่ารู้สึกไปเองนะ...

 

〝เวทย์สเตตัสแชร์ริ่งนี่หน่ะ  จะทำการรวมสเตตัสของเป้าหมายสองคนขึ้นไปมาเฉลี่ยกันแล้วทำให้กลายเป็นสเตตัสของทั้งสองคนนั้นเป็นเวลา 10 นาที   ....เท่านี้ก็สามารถสู้ได้อย่างยุติธรรมแล้วครับ〞

〝โอ้!!! สุดยอดไปเลย ....ยอดเยี่ยมมากเจ้าหนุ่มแว่น!〞

 

โอ้ว!!! เป็นเวทย์ที่สุดยอดไปเลย  แบบนี้มันถือว่าโกงไหมนะ  แต่ช่างเถอะ อย่างน้อยก็ลดช่องว่างของสเตตัสมาได้หล่ะนะ...  กู๊ดจ๊อบมาก  ชาญเอ๋ย!

          ขณะที่กรคิดแบบนั้นก็ยื่นมือที่กำอยู่แล้วเอานิ้วโป้งออกมา เป็นสัญลักษณ์บอกว่า〝ทำได้เยี่ยมมาก〞ซึ่งชาญก็หันกลับมาทำแบบเดียวกัน แล้วก็เดินออกไปจากลานประลอง

 

〝งั้นก็ทั้งสองคนก้าวมาข้างหน้า !!! เตรียมพร้อม........〞

          จากนั้นกรและรินก็กำด้ามของดาบไม้ไว้แน่นอยู่ในท่าเตรียม ในขณะเดียวกับที่ฮันซี่ยกมือขึ้นเตรียมให้สัญญาณเริ่มการประลอง

 

〝เริ่มได้ !!!!!!!!!〞

          หลังจากที่ฮันซี่สับมือลง ทั้งสองคนก็ถีบพื้นจนใบหญ้าที่อยู่ใต้เท้าของตัวเองปลิวว่อน แล้วก็พุ่งเข้าหากันด้วยความรวดเร็ว....

.

.

 

สุดยอด!!!!!!  รินเนี่ยแข็งแกร่งขนาดนี้เลยงั้นเหรอ? ไม่สิ... เป็นเพราะฉายา〘ผู้กล้าไร้พ่าย〙สินะ  แต่ถึงอย่างงั้นก็สุดยอดอยู่ดี...

         

          หลังจากประกาศเริ่มการประลองก็ผ่านมาได้ซักพักแล้ว รินนั้นเป็นฝ่ายเริ่มจู่โจมกรก่อน  กรที่รู้การโจมตีนั้นได้ก่อนด้วยสุดยอดการประมวลผล ก็เอาดาบมารับไว้แล้วปักป้องออกไปได้อย่างง่ายดาย  พร้อมกับทำการเคาน์เตอร์การโจมตีนั้นกลับ  แต่รินก็หลบการโจมตีนั้นโดยการดีดตัวไปข้างหลังแบบฉิวเฉียด แล้วกรก็พุ่งเข้าไป แล้วแกว่งดาบเข้าไปที่บริเวณสีข้างของรินอย่างรวดเร็ว แต่รินที่เพิ่งดีดตัวหลบการโจมตีของกรพ้นก็ไม่ได้เสียจังหวะลงแม้แต่น้อย ซ้ำยังรับการโจมตีของกรได้สบายๆ แล้วก็ปัดการโจมตีนั้นออกไปได้อย่างง่ายดาย การผลัดกันรุกผลัดกันรับของทั้งคู่จึงยังดำเนินต่อไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะรู้ผล

 

เพราะมีสุดยอดการประมวลผล ถึงทำให้มองเห็นเคลื่อนไหวของรินออกหมดแล้ว ฉันเองก็เคลื่อนไหวได้อย่างที่ใจคิดแท้ๆ  แต่ทำไมถึงโจมตีไม่โดนตัวเลยซักนิดนะ

หรือว่าเพราะใช้อาวุธสู้กันงั้นเหรอ? เพราะอีกฝ่ายใช้อาวุธได้ขอเพียงแค่สัมผัส ระบบก็จะจัดการการต่อสู้ให้เอง  ถ้าเป็นงั้นถึงฉันจะไม่มีทางแพ้  แต่ก็ไม่มีทางชนะเหมือนกันล่ะสิ

เอ๊ะ!? งั้นถ้าฉันใช้มือเปล่าโดยที่ไม่ได้คิดว่าจะสู้หล่ะ? แต่ลองดูก็ไม่เสียหายหรอกเนอะ

 

          หลังจากที่กรคิดแบบนั้นก็พุ่งตัวเข้าไปปะทะกับรินอีกครั้ง แล้วก่อนที่ใบดาบของทั้งสองจะปะทะกันจนเกิดเสียงดัง  กรก็ปล่อยมือทั้งสองออกจากด้ามดาบของตัวเอง  แล้วก็คว้าข้อมือด้านขวาของรินที่ถือดาบอยู่ไว้แน่น โดยกะแรงไม่ให้เธอเจ็บ ดาบของรินจึงฟันโดนแต่ดาบไม้เปล่าๆของกร เลยทำให้รินร้อง〝ห๊ะ!!!〞ออกมาด้วยความตกใจ  และดูเหมือนสิ่งที่กรคิดนั้นจะถูก เพราะการจู่โจมแบบฉับพลันที่ไม่นับเป็นการโจมตี จากการใช้มือเปล่าคว้านั่น ไม่ได้ทำให้รินปัดป้องมือเขาออกไปก่อนที่จะถึงตัวเอง  หลังจากที่กรคิดว่ารู้ผลแล้วและเพื่อให้แน่ใจในชัยชนะของตน ก็ยกมือของรินที่ตัวเองจับอยู่ขึ้นเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวไว้ แต่เพราะจังหวะที่เข้าปะทะกัน กรดันไม่ได้ใช้การโจมตีด้วยดาบอย่างที่ว่าไป จึงทำให้คุณสมบัติพิเศษของฉายา〘ผู้กล้าไร้พ่าย〙ไม่ทำงาน รินที่เกิดเสียจังหวะจากการปะทะกันนั้นก็เซไปด้านข้าง และแรงที่เกิดจากการล้มนั่นก็ดึงกรที่กำลังจับข้อมือของรินอยู่ให้ล้มลงไปด้วยกัน

 

ตุ๊บ!!!!!!

อึก! นี่มันเกิดอะไรขึ้นฟะ อยู่ดีๆสุดยอดการประมวลก็ลดประสิทธิภาพลง เหมือนวูบไปเฉยๆซะงั้นแหล่ะ

ว่าแต่ฉันล้มอยู่ใช่ไหมเนี่ย? มือซ้ายฉันก็คงจับมือขวาของรินไว้อยู่ แล้วทำไมมือขวาถึงได้สัมผัสอะไรนุ่มๆ อยู่กันเนี่ย รู้สึกดีจัง... แถมขนาดยังพอดีมือจนน่าตกใจอีก? แล้วนี่ฉันกำลังทับใครอยู่กันละเนี่ย?

          หลังจากที่คำถามมากมายผุดเข้ามาในหัว กรที่เริ่มรู้สึกตัวก็พยุงตัวเองขึ้นจากท่านอนคว่ำอยู่แล้วก็ต้องตกใจกับภาพที่อยู่ตรงหน้าอย่างสุดขีด…….

 

          กรในตอนนี้นั้นกำลังนอนคร่อมอยู่บนตัวของริน และในขณะเดียวกันมือซ้ายของกรก็จับข้อมือขวาของรินไว้แน่นในตำแหน่งที่อยู่สูงกว่าศีรษะของรินที่อยู่ในท่านอนหงาย ส่วนมือขวาของกรก็กำลังจับหน้าอกของริน ซ้ำยังเผลอไปคลึงมันเข้าโดยที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวเลยซักนิด และพอมองไปที่ใบหน้าของริน จะเห็นได้ชัดเลยว่าใบหน้าของเธอกำลังแดงก่ำจนถึงหูเพราะความเขินอาย เผยอริมฝีปากออกมาเล็กน้อยเพราะความตกใจ แถมมีน้ำตาปริ่มออกมาเล็กน้อยด้วย  หากมองจากสายตาของบุคคลที่ 3 แล้วละก็ มันเหมือนกับว่ากรกำลังจะทำมิดีมิร้ายริน... ไม่สิกำลังจับกดรินอยู่ยังไงอย่างงั้นเลย

 

ชะ ฉันนั่งทับรินอยู่งั้นเหรอเนี่ย?  งะ งั้น สัมผัสอันแสนวิเศษเมื่อกี้นี้ก็!!!?

〝ระ ริน คือว่า.... ฉันขอโท——〞

 

〝กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!〞

เพี๊ยะ!!!!!!!!

          เสียงที่รินใช้ฝ่ามือตบไปที่ใบหน้าของกร ดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงกรีดร้องของเจ้าตัว รินที่ตะโกนออกไปแบบนั้นก็เอามือทั้งสองข้างปิดหน้าอกของตัวเอง พลางน้ำตาไหลโชก ร้องสะอึกสะอื้นแล้ววิ่งออกไปจากลานประลองด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อจนฝุ่นตลบ

         

หลังจากนั้นที่ฉันถูกมือซ้ายที่ว่างอยู่ของรินตบหน้าเข้า  ตัวฉันก็กระเด็นไปชนกับรั้วของลานกว้างเข้าให้...

คนเราเนี่ยกระเด็นไปได้ไกลเหมือนกันแฮะ หรือว่าเพราะครบ 10 นาทีแล้วเลยกลับมามีสเตตัสเหมือนเดิมแล้วสินะ ฮะฮ่ะ... ความต่างของสเตตัสนี่มันน่ากลัวจริงๆ——

          หลังจากนั้นสติของกรก็ขาดหายไป

 

〝เอ่อ..... แบบนี้จะถือว่าใครเป็นฝ่ายชนะงั้นเหรอ ?〞

          ฮันซี่พูดแบบนั้นออกมาในขณะที่ทั่วทั้งลานประลองยังคงตกตะลึงในหลายๆความหมายกับการต่อสู้ของรินกับกร แล้วผลสุดท้ายการประลองก็ถูกตัดสินให้เป็นผลเสมอไป




NEKOPOST.NET