[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย ตอนที่ 23 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย

Ch.23 - ความก้าวหน้าของความสัมพันธ์


 

ตอนที่ 23 : ความก้าวหน้าของความสัมพันธ์

  

——— 1 สัปดาห์ต่อมา  ณ ดันเจี้ยนชั้นที่ 49…

 

เจี้ยกๆๆๆ!!!!!!!

          ท่ามกลางดันเจี้ยนใต้ดินดินอันแสนมืดมิด  ไร้ซึ่งแสงสว่างหรือความอบอุ่นจากแสงอาทิตย์สภาพแวดล้อมโดยทั่วไป มีลักษณะคล้ายถ้ำใต้ดิน มีผิวขรุขระสีน้ำตาลตลอดแนว  แต่ที่แตกต่างก็คือ  บนเพดานมีจุดแสงมากมายนับไม่ถ้วนกำลังส่องประกายอยู่เป็นจำนวนมาก จนคล้ายกับทางช้างเผือกที่ถูกสลักเสลาอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืนยังไงอย่างงั้น กลับมีเสียงร้องแหลมๆเสียจนระคายหูดังขึ้นมาขัดจังหวะความสงัดของสถานที่อันแสนงดงามนี้ จนไม่ว่าใครก็ต้องคิดว่า เสียงนี้มันช่างขัดกับบรรยากาศซะจริง แน่นอน

 

〝มีอา... จัดการตัวซ้ายก่อน〞

〝รับทราบ〞

          และในขณะเดียวกัน  ก็มีเสียงของเด็กหนุ่มกระซิบแบบนั้นออกมาด้วยเสียงเรียบๆคล้ายกับจะออกคำสั่งกับใครบางคน แล้วเด็กสาวที่มีชื่อว่า  มีอา ที่อยู่ข้างๆเด็กหนุ่มก็เป็นคนรับคำสั่งนั้นเอง ก็ตอบสนองคำพูดนั้นของเด็กหนุ่มในทันทีด้วยการถีบพื้นไปข้างหน้า เพื่อไปยังจุดกำเนิดเสียงที่คล้ายกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายนั่น…

          ....และไม่ต้องสงสัยเลยว่าทั้งคู่เป็นใคร เด็กหนุ่มคนที่ออกคำสั่งเมื่อครู่ก็คือกรนั่นเอง  ส่วนเด็กผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันก็ไม่ใช่ใครอื่น ก็คือ มีอา นั่นแหล่ะ          

.

.

 

          หลังจากเหตุการณ์ที่กรเอาตราทาสพันธะนอกรีตของมีอาออกได้สำเร็จ ก็ผ่านมา 1 สัปดาห์แล้ว  หลังจากนั้นทั้งคู่บวกกับสุนัขที่กลายเป็นดาบอีกหนึ่งตัว ทั้งสามก็เดินทางตะลุยดันเจี้ยนด้วยกันมาตลอด จนกระทั่งรู้ตัวอีกที ก็มาถึงชั้นที่ 49 เสียแล้ว

          ส่วนศัตรูที่ทั้งคู่กำลังจะเข้าปะทะอยู่นี้  เป็นมอนสเตอร์ที่มีชื่อว่า』เซนทอร์『... ก็ตามชื่อ มันเป็นมอนสเตอร์ที่มีลำตัวท่อนล่างเป็นม้า ส่วนลำตัวท่อนบนเป็นมนุษย์วัยกลางคนไว้หนวดเครายาวเฟิ้ม ขนตัวรกรุงรัง แต่แน่นอนว่าไม่ได้มาตัวเปล่า เพราะมันสวมชุดเกราะยุคกลางแบบเดียวกับคองโซลเยอร์ ส่วนอาวุธก็มีหลากหลายกันไป ทั้งหอก ดาบโล่ ธนูหรือคฑาเวทย์ ส่วนที่กรและมีอากำลังเจออยู่นี้ เป็นตัวที่ถือดาบโล่ จำนวน 2 ตัว กับตัวที่ถือหอก 1 ตัว

          นอกจากนั้นก็ยังมีมอนสเตอร์ประเภทลิงแบบเดียวกับคองโซลเยอร์อีก 3 ตัว แต่ขนาดเล็กกว่า โดยมีชื่อว่า』ชิมป์โซลเยอร์『 ถ้าจะพูดให้เห็นภาพล่ะก็ มันก็คือลิงชิมแปนซีสวมชุดเกราะแบบเดียวกับคองโซลเยอร์นั่นแหล่ะ  แต่ด้วยขนาดตัวที่สูงเพียงแค่เข่าของมนุษย์ เลยทำให้ความคล่องตัวสูงกว่ากันลิบลับ อาวุธก็เป็นแบบเดียวกัน คือ มีดาบกับโล่อย่างละชิ้น….

.

.

 

〝ปะทะอีก 5 วินาที แล้วถอยออกมา….〞

〝เข้าใจแล้ว!〞

          หลังจากที่มีอาพุ่งเข้าไปคลุกวงในกับเซนทอร์ที่มีอาวุธเป็นหอกตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดเมื่อครู่  กรก็เพิ่มคำสั่งไปอีกข้อก็เพื่อให้มีอาสร้างช่องว่างของกลุ่มมอนสเตอร์ทั้ง 6 นั่นเอง

 

ชึบ!———แกร็ก!

          และในขณะเดียวกับที่กรสั่งมีอาไปแบบนั้น เขาก็บรรจุแม็กกาซีนในช่องใส่ของปืนพกคู่ใจ『Taurus』อย่างคล่องแคล่ว  ซึ่งกระสุนที่ใส่คราวนี้ก็เป็นอย่างเคย นั่นคือ『กระสุนเวทย์มนต์ประเภทเน้นการทำลายล้าง』แบบหัวรู  และในจังหวะที่กรส่งกระสุนนัดแรกเข้ารังเพลิงเรียบร้อย เขาก็ชักเคลเบรอสออกมาด้วยมือขวาพร้อมกัน  จากนั้นก็ถีบตัวตามมีอาที่นำหน้าไปก่อนเพื่อเข้าปะทะกับเซนทอร์ตัวที่ใช้ดาบโล่ที่อยู่ข้างหลังตัวแรกไปเล็กน้อยอย่างรวดเร็ว ในขณะที่พุ่งไปก็ง้างดาบในมือขวาไปข้างหลังด้วยเช่นกัน

 

แคร๊ง!

          แล้วพอกรเข้าประชิดตัวเซนทอร์ที่ใช้ดาบแล้ว เขาก็วาดดาบเข้าหาลำตัวของมันอย่างรวดเร็ว เพียงแต่เซนทอร์ที่รอตั้งรับอยู่ มันสามารถรับการโจมตีที่รวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบของกรได้ โดยใช้โล่มารับไว้นั่นเอง  แล้วจากนั้นมันก็เอาดาบที่วาดไปข้างหลังก่อนหน้าเพื่อเตรียมเคาท์เตอร์กร โจมตีกรโดยกวาดดาบนั่นจากข้างหลังในแนวขนานกับพื้น ตรงจุดที่กรยืนอยู่ในทันที

 

ฟุบ!

          แต่แน่นอนว่านั่นเป็นสิ่งที่กรคาดไว้แล้ว  เขาก้มลงจนอยู่ในท่านั่งยองทันทีที่ตั้งแต่ที่มันขยับดาบเล็กน้อยที่อยู่ข้างหลังแล้วด้วยซ้ำ  แล้วพอการโจมตีของมันหวดลมไปอย่างน่าเสียดาย  เซนทอร์ก็อยู่ในท่าไร้การป้องกัน เพราะยังโจมตียังไม่เสร็จดี นั่นทำให้มันที่ยังกวาดดาบอยู่จากทางขวาไปซ้าย เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ขึ้นมาตรงสีข้างด้านขวา และแน่นอนว่ากรเล็งจังหวะนี้อยู่  พอกรเห็นช่องว่างใหญ่แบบนั้น ก็ไม่รอช้าที่จะเอาปากกระบอกปืนพกในมือซ้ายไปแนบกับสีข้างด้านขวาของมันที่มีเกราะหุ้มอยู่ในทันที

 

เปรี้ยง! 

เผล่ะ!

          แล้วพอลั่นไก  กระสุนปืนแบบหัวรูที่เน้นการทำลายล้าง ก็เป่าลำตัวท่อนบนของเซนทอร์ให้กลายเป็นเศษเนื้อชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจัดกระจายไปทั่ว จะมีเหลือก็แต่เศษชุดเกราะกับอาวุธของมันเท่านั้นที่ยังคงสภาพได้อยู่นิดหน่อย แม้จะกระเด็นไปตามแรงอัดที่ถูกส่งมาจากกระสุนปืนไปด้วยก็ตามที แล้วพอกรจัดการเป้าหมายของตัวเองได้  เขาก็วิ่งเข้าไปหามีอาที่กำลังปะทะที่ใช้หอกอยู่ในทันที

 

〝ทาร์เก็ตวัน เคลียร์…. มีอา... พาส!〞

〝รับทราบ!〞

          แล้วพอกรตะโกนไปแบบนั้น มีอาที่กำลังเข้าปะทะอยู่จนถึงเมื่อครู่จนครบกำหนด 5 วินาทีในตอนแรกก็หลบหอกที่พุ่งเข้ามาบริเวณสีข้างซ้ายได้อย่างฉิวเฉียดเช่นเคย ก่อนที่จะถีบตัวมาข้างหลังราว 1 เมตรเพื่อส่งต่อมอนสเตอร์ตรงหน้าให้กับกร

 

แคร๊ง!

          แล้วพอกรเข้าไปรับการโจมตีแทนด้วยการเอาเคลเบรอสซอร์ดในมือปัดป้องปลายหอกที่พุ่งเข้ามาหากรแทนขึ้นไปทางซ้ายบนของมันเพื่อเปิดช่องว่างของมันแทน จนตอนนี้มันเสียหลักจนเหมือนกับจะล้มลงไปข้างหลังยังไงอย่างงั้น

 

〝มีอา... พาส!〞

〝เข้าใจแล้ว!〞

          แล้วในจังหวะที่กรปัดหอกของมันขึ้นไปข้างบน เซนทอร์ก็ไม่มีสิ่งใดเป็นที่ป้องกันอีก นอกเสียจากโล่ที่อยู่ในมือซ้ายของมัน กรจึงตะโกนบอกให้มีอาโจมตีมันที่เปิดช่องว่างด้านซ้ายนั่นด้วยรหัสลับที่เข้าใจกันแค่สองคน

          แล้วพอกรตะโกนบอก มีอาที่ผละตัวออกมาข้างหลังเมื่อครู่ ก็ถีบพื้นไปข้างหน้าอีกครั้งก่อนที่จะใช้『เอสต็อคแห่งเจ้าสายลม』ในมือซ้ายกระหน่ำโจมตีเซนทอร์ที่กรเปิดช่องว่างให้นั่นในทันที

 

คั๊กกก!!!!

          แล้วพอมันถูกมีอากระหน่ำโจมตีอย่างรวดเร็วและรุนแรงอย่างกะทันหันราวกับโดนเครื่องเจาะโจมตีในแนวราบยังไงอย่างงั้นเลย แล้วมันก็ร้องออกมาด้วยเสียงแปลกๆเพราะความเจ็บปวด ก่อนที่จะกระเด็นไปข้างหลังประมาณ 2 เมตร แล้วก็นอนแอ้งแม้งจมกองเลือดอยู่อย่างงั้น นั่นทำให้มอนสเตอร์อีก 4 ตัว ซึ่งก็คือเซนทอร์ 1 ตัว และชิมป์โซลเยอร์ 3 ตัว หันเหความสนใจมากทางกรจากจุดที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร

 

〝ทาร์เก็ตทู เคลียร์…. มีอา เบรค!〞

〝อื้ม!〞

ชึบ!———แกร็ก!

          แล้วพอจัดการมอนสเตอร์ไปได้ 1 ใน 3 กรก็บอกให้มีอาหยุดนิ่งในทันทีที่เซนทอร์ที่ใช้หอกกระเด็นและตายไป  มีอาที่ได้ยินแบบนั้นก็หยุดเคลื่อนไหวในทันที และเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีต่อไปตามคำสั่งที่เข้าใจง่ายๆของกร  แล้วพอกรเห็นเธอเตรียมพร้อมเรียบร้อย เขาก็เปลี่ยนปืนพกในมือซ้ายให้เป็นปืนกลอัตโนมัติขนาดพกพา『Uzi』 ด้วยดูอัลไดเมนชั่นริงอย่างรวดเร็ว และใส่แม็กกาซีนของ『กระสุนเวทย์มนต์ประเภทเน้นยุทธวิธี』 ซึ่งเป็นกระสุนที่บรรจุเวทย์มนต์นั่นเอง ส่วนเวทย์มนต์ที่กรเลือกในครั้งนี้ก็คือ เวทย์ระเบิด 『เอ็กซ์โพลชั่น』นั่นเอง

 

ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!!!!!!!!!!!!

          แล้วกรก็ยิงกราดกระสุนที่ว่าไปทางกลุ่มมอนสเตอร์ 4 ตัวที่กำลังวิ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง โดยที่ไม่สนเลยว่าทั้ง 4 ตัวเข้ามาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อขนาดไหน แต่ความเร็วที่น่าตกใจนั่นก็ต้องถูกขัดจังหวะด้วยกระสุนเวทย์ของกร

          ทันทีที่ลูกกระสุนถูกส่งผ่านออกมาจากปากกระบอกปืน มันก็กลายสภาพเป็นลูกเพลิงติดเศษดินเล็กน้อย สีคล้ายๆกับลาวาที่ยังร้อนระอุยังไงอย่างงั้น 

 

ตู้มๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!!!!!!!!!!!!

           แล้วพอลูกเพลิงจำนวนกว่าห้าสิบลูกเข้าปะทะกับพื้นและบริเวณรอบๆ ตรงจุดที่พวกมอนสเตอร์วิ่งเข้ามาพอดิบพอดีราวกับถูกเขียนบทให้เป็นแบบนั้น ลูกเพลิงทั้งหมดก็ระเบิดขึ้นมาเป็นเสียงดังหลายครั้งจนแก้วหูแทบจะแตก เพราะเสียงที่ว่ามันดังกว่าพลุที่ได้ยินใกล้เสียอีกแถมยังดังแบบต่อเนื่องอีกต่างหาก

          แล้วพอกรยิงไปได้ประมาณร้อยนัดจนปืนใกล้จะโอเวอร์ฮีทเต็มที เขาก็ปลดไกปืนแล้วเปลี่ยนเป็นปืนพก『Taurus』เช่นเคย พร้อมๆกับเปลี่ยนแม็กกาซีนเป็นแบบหัวรู เพื่อเติมกระสุนให้เต็มและอยู่ในท่าเตรียมพร้อมเช่นเดียวกับมีอา

 

          จนถึงตอนนี้ ทุกคนอาจคิดว่า มอนสเตอร์ทั้งหมดไม่มีทางรอดจากระเบิดปูพรมต่อเนื่องกว่าร้อยลูกนั่นได้  ซึ่งตามความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถหลบหรือรับระเบิดพวกนั้นได้อยู่แล้ว แถมจำนวนยังร้อยกว่าลูกตามที่ได้ว่าไป แต่ว่านั่น... ไม่ใช่กับมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนแห่งนี้

 

ชึบ!

          กลุ่มควันที่ลอยฟุ้งอยู่บริเวณที่เกิดระเบิดจำนวนมากขึ้นนั้นยังจางลงได้แค่นิดหน่อยเท่านั้น มอนสเตอร์ 3 ตัว อันประกอบไปด้วยเซนทอร์ และชิมป์โซลเยอร์อย่างละตัวก็ออกมาจากกลุ่มควันนั่นเสียแล้ว  ดูเหมือนว่าระเบิดที่ว่านั่น จะจัดการชิมป์โซลเยอร์ไปได้เพียง 2 ตัวเท่านั้น  แต่โดยผลลัพธ์ก็ถือว่าใช้ได้ กรจึงเตรียมคำสั่งใหม่ให้กับมีอาและตัวเองที่กำลังเตรียมพร้อมอยู่ เพื่อเข้าปะทะกับมอนสเตอร์ที่เหลือทั้ง 2 ที่วิ่งเข้ามาในทันที

 

〝ทาร์เก็ตโฟร์ ไฟว์ เคลียร์…. มีอา... เลฟท์ เอนเตอร์!〞

〝รับทราบ!〞

          แล้วพอมีอารับคำสั่งให้ไปเข้าประจันหน้ากับชิมป์โซลเยอร์ที่อยู่ด้านซ้าย เธอก็ถีบพื้นไปหามันอย่างรวดเร็วเช่นเคย  ส่วนกรก็ถีบตัวออกไปหาเซนทอร์ที่เหลืออีกตัวพร้อมๆกับมีอาอย่างรวดเร็วเช่นกัน  พร้อมกับวาดดาบเพื่อเตรียมฟันมันเช่นเคย

 

แคร๊ง!

          แต่ดูเหมือนครั้งนี้มันจะไม่ได้เตรียมโจมตีกรกลับแต่อย่างใด เพราะมันเอาแต่ใช้โล่และดาบรับดาบเคลเบรอสที่แสนคมนั่นของกรท่าเดียว  แต่ถึงแบบนั้นกรก็ยังไม่หยุดฟันมันไปเรื่อยๆ นั่นเพราะดาบของกรมีความคมมากกว่าโล่ของมันนั่นเอง อีกเดียวมันก็คงแตกสลายเพราะความห่างชั้นของคุณภาพอาวุธแน่นอน

 

แกร็ก! 

          แล้วในที่สุดโล่ของมันก็พังลงจนได้ เลยทำให้ด้านซ้ายของมันว่างโล่งโจ้ง  แต่เรื่องก็ไม่ได้ง่ายแบบนั้น นั่นเพราะพอกรคิดจะฟาดดาบไปกลางลำตัวของมันจากทางขวา มันก็เอาดาบของมันมารับดาบของกรได้  แล้วพอกรจะใช้ปืนในมือซ้ายยิงไปที่ลำตัวของมันเหมือนกับที่แล้ว มันกลับใช้มือซ้ายที่ไร้โล่ในตอนแรก คว้าข้อมือของกรไว้ได้แทนซะงั้น

 

ฟุบ! 

        แต่กรก็ไม่ได้ร้อนรนเพราะถูกจำกัดการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด  ในทันทีที่มือซ้ายถูกจับอยู่แบบนั้น  กรก็ปล่อยดาบเคลเบรอสในมือขวาลงในทันที ก่อนที่จะเรียกปืนพกอีกกระบอกหรือ『Glock 17』 ออกมาถือในมือขวา เพราะตอนนี้กรและเซนทอร์อยู่ในระยะประชิดเพียงหนึ่งช่วงแขนเท่านั้น  แล้วปืนพกที่ว่า กรก็ใส่แม็กกาซีนประเภททำลายล้างแบบหัวรูไว้ล่วงหน้าเผื่อเหตุการณ์แบบนี้ไว้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนให้เสียเวลา  แล้วจากนั้นก็เล็งมันไปที่กลางหน้าผากของมันในทันที

 

เปรี้ยง! 

เผล่ะ!

          แล้วกรก็ไม่รอช้าที่จะลั่นไกในทันที  นั่นทำให้เซนทอร์ถูกกระสุนของกรยิงเข้าที่กลางหน้าผาก เสียจนศีรษะและบริเวณหน้าอกบนบางส่วนปลิวหายไปกลายเป็นเศษเนื้อในทันที  แล้วมันก็ล้มลงทั้งอย่างงั้นด้วยร่างที่ไร้ศีรษะ ราวกับม้าของอัศวินไร้หัวหรือดูลาฮาลยังไงอย่างงั้น

 

          แล้วพอกรจัดการฝั่งตัวเองเสร็จเช่นเคย  เขาก็มุ่งความสนใจไปยังจุดที่มีอาอยู่อีกครั้ง

          แตกต่างจากเซนทอร์  ชิมป์โซลเยอร์มีความคล่องตัวมากกว่ากันมากถึงมากที่สุด หากถามว่ามากขนาดไหน ก็ต้องบอกว่ามากถึงขนาดหลบกระสุนปืนแบบหัวรูของกรที่ใช้ปืนกลยิงอย่างต่อเนื่อง 100 นัดได้ในระยะ 10 เมตรเลยทีเดียว  นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งเช่นกันที่กรไม่ใช้กระสุนหัวรูในการสู้กับศัตรูที่มีความคล่องแคล่วเพราะในตอนนี้ระยะหวังผลของมอนสเตอร์ประเภทนี้ มันอยู่ที่ 5 เมตรไปแล้ว กรจึงเลือกใช้กระสุนเวทย์ที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างแทนนั่นเอง

 

          อย่างที่ว่าไป ว่ามันรวดเร็วแบบสุดๆ  แต่ถึงแบบนั้นก็ยังไม่พอที่จะเป็นคู่มือของมีอาแม้แต่น้อย  เพราะนอกจากมีอาจะสามารถหลบการโจมตีของมันได้แล้ว เธอยังสามารถปัดป้องดาบของมันได้อีกต่างหาก  แต่ถึงแบบนั้นก็ยังโค่นมันไม่ได้ในเวลาอันสั้น ทั้งนี้ก็คงเป็นเพราะความต่างของสเตตัสนั่นแหล่ะ  รวมถึงเวลาเข้าปะทะที่ยังไม่มากพอให้จัดการด้วย  แต่เหตุผลที่สำคัญที่สุดก็คงเป็นเพราะอีกฝ่ายก็สามารถหลบดาบของเธอได้บางครั้งนั่นแหล่ะ เลยทำให้ดาเมจที่เธอทำได้น้อยกว่าตอนที่กระหน่ำโจมตีเซนทอร์ถือหอกในตอนแรก 

 

          จะว่าไปแล้วดาบของมีอาในตอนนี้นั้นเร็วกว่าของกรที่มีสเตตัสมากกว่าเธอหลายเท่าเสียอีก  แม้กรจะไม่รู้สาเหตุก็ตาม  แต่คงเป็นเพราะฉายาของเธอหล่ะมั้ง

          แม้กรจะคิดแบบนั้นอยู่ แต่นั่นก็หมายความว่า ถ้าตัวเองเข้าไปปะทะแทน ก็คงโจมตีหวดลมมากกว่ามีอาแน่นอน  ดังนั้น กรจึงคิดที่จะยิงมันด้วยกระสุนที่เร็วกว่าเสียง 30 เท่าแทน  แม้มันจะสามารถหลบได้  แต่กระสุนของเขามันต้องเร็วกว่าดาบอยู่แล้ว  พอคิดได้แบบนั้น กรก็วิ่งไปข้างหลังของมีอาในทันทีและสั่งเธอไปพร้อมกัน...

 

〝ทาร์เก็ตทรี เคลียร์…. มีอา... พุ่งเข้า! รับ! หลบทางซ้าย!〞

〝ระ รับทราบ!〞

          แต่คำสั่งคราวนี้ของกรไม่ใช่ภาษาอังกฤษอย่างเคย นั่นเพราะนี่เป็นแผนที่เพิ่งคิดได้เลยไม่ได้บอกเธอล่วงหน้า กรจึงสั่งด้วยภาษาไทยแทน แต่ถึงแบบนั้น ก็ยังเข้าใจได้อยู่ว่าให้ มีอาพุ่งเข้าไปรับการโจมตีของมัน และหลบไปทางซ้ายในทันที  มีอาที่ได้ยินแบบนั้นจึงตกใจเล็กน้อย แต่เธอก็ทำตามอย่างเคร่งครัด

 

          และในทันทีที่กรสั่งแบบนั้นมีอาก็พุ่งเข้าไปหามันในทันที ชิมป์โซลเยอร์ที่เห็นสิ่งมีชีวิตพุ่งเข้ามาในทัศนวิสัยก็เตรียมโจมตีมีอาด้วยการง้างดาบไปข้างหลังเช่นเดียวกัน  แล้วพอมีอาเข้าประชิดตัว มันก็ฟาดดาบไปที่สีข้างขวาของมีอาในทันที  สว่นมีอาที่พุ่งเข้ามาหามันตรงๆ โดยอยู่ระหว่างกรกับชิมป์โซลเยอร์ ก็รับการโจมตีของมันได้อย่างสวยงาม ก่อนที่จะหลบไปทางซ้ายอย่างฉิวเฉียด

 

          และพอมีอาหลบไปทางซ้ายอย่างกะทันหัน  สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าชิมป์โซลเยอร์ที่ถูกมีอาปักป้องดาบออกไปก็คือ ภาพของกรที่อยู่ห่างออกไป 5 เมตร กำลังใช้ปืนพกในมือทั้งสองกระบอก เล็งมายังตน

          ทั้งที่ช่วงเวลาระหว่างที่มันโดนปัดการโจมตีจนชะงักไปนั้นจะมีระยะห่างที่น้อยนิด แต่กรก็ยังสามารถอาศัยจังหวะอันแสนน้อยนิดนั้น สร้างช่องว่างให้ตัวเองได้  ทั้งนี้ก็เป็นเพราะกรใช้ สุดยอดการประมวลผล เร่งความเร็วของสมองขึ้น เพื่อทำให้สภาพที่มองเห็นช้าลง จนหาจังหวะที่เหมาะสมได้นั่นเอง แล้วแผนของกรก็สำเร็จจนได้ เพราะเวลาเล็กน้อยที่ชิมป์โซลเยอร์ขยับไม่ได้ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเสียจังหวะเพียงไม่ถึงเสี้ยววินาทีนั่นทำให้กรสามารถยิงมันโดนอย่างแน่นอน

 

เปรี้ยง!  เปรี้ยง! 

          แล้วกรก็ไม่รอช้าที่จะปล่อยกระสุนออกไปจากทั้งสองกระบอกพร้อมๆกัน หลังจากนั้นกระสุนทั้ง 2 ก็ควงสว่านออกมาจากปากกระบอกปืน แหวกว่ายผ่านอากาศ ไปยังจุดตกกระทบ บริเวณลำตัวและศีรษะของชิมป์โซลเยอร์อย่างแม่นยำราวกับจับวาง  ผลลัพธ์หน่ะเหรอ... แน่นอนอยู่แล้วว่ามันกลายเป็นเศษเนื้อเหมือนกับตัวก่อนๆ ไม่เหลือแม้แต่ชุดเกราะเสียด้วยซ้ำ ทั้งนี้ก็คงเป็นเพราะโดนเข้าไปพร้อมกันสองนัดกระมั้ง  และพอเสียงปืนและเสียงกระแสไฟฟ้าสป๊าคเพราะเวทย์ขจากปืนของกรเงียบลง ก็เป็นสัญญานว่าการต่อสู้ได้จบลงเรียบร้อยแล้ว...

 

〝ทาร์เก็ตซิกซ์ เคลียร์…. เช็ค!〞

เริ่มทำการตรวจสอบครั้งสุดท้าย.... 

.

.

วิเคราะห์เสร็จสิ้น.... การต่อสู้จบลงแล้ว....

 

〝เช็คเมท! ———

เฮ้อ! จบแล้วๆ!!!  ให้ตายสิ... เจ้าหมา! ถึงจะพูดมาหลายรอบแล้วก็เหอะ ดันเจี้ยนบ้านี่มันอะไรกันเนี่ย  ต้องเหนื่อยแบบนี้ทุกครั้งเลย!!!〞

 

〖ช่วยไม่ได้! ก็ไอ้พวกนี้มันเก่งขึ้นตามแกนี่นาเจ้าหนู  ...ว่าแต่แกหน่ะ  เมื่อกี้บังอาจโยนข้าทิ้งงั้นเหรอ!!! ถึงจะเป็นเจ้านายแต่ให้มันน้อยๆหน่อยเหอะ!!! 〗

〝โทษทีๆ! ก็มันสุดวิสัยจริงๆนี่หว่า〞

〖เหอะ! เอาเถอะ... แต่ถ้ามีครั้งหน้าอีกข้าอัดเจ้าเละแน่ เจ้าหนู!〗

〝เห๋! ทั้งที่เป็นดาบหน่ะเหรอ?〞

          หลังจากการต่อสู้จบลงแล้ว กรก็ปลดสภาพ『ตัดความรู้สึก』ออกแล้วหยอกล้อกับเคลเบรอสแทบจะทันทีเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดหลังการเข้าปะทะตามที่เคยทำเหมือนปกติที่ผ่านมา

 

อา... รู้สึกตัวอีกที ก็ลงมาจนอยู่ชั้นที่ 49 แล้วแฮะ เวลานี้ผ่านไปไวเหมือนไทม์สคิปเลยหล่ะ....

ตั้งแต่ตอนนั้นมา  มีอาก็รู้สึกผ่อนคลายลงมากเลยหล่ะ...  ไม่ค่อยกังวลเรื่องที่เราจะทิ้งแล้วด้วย จะเชื่อใจมากเกินไปรึเปล่านะ?

 

ทั้งที่ตอนแรกๆ ยัยนี่ยังเชื่อในตัวเราแบบ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอยู่เลยแท้ๆ…. ก่อนสู้ก็บอกว่าเราจะต้องปกป้องตัวเองแน่นอน  แต่หลังสู้ก็กลัวเราทิ้งซะงั้น!

อืม...  แต่คิดซะว่า อยู่ๆเธอมาเจอกับสถานการณ์เสี่ยงตายเข้า  สติสตังอาจจะอยู่ไม่ครบ... ไม่ได้ว่าเธอบ้าหรอกนะ

ก็แหม... ไม่ว่าใคร มาเจอสถานการณ์แบบนี้เข้ากะทันหัน จิตใจต้องหวั่นไหวและไม่มั่นคงแน่นอน... เราที่เจอแบบนั้นเหมือนกันแต่ตกใจน้อยกว่าอาจจะเป็นคนที่ไม่ปกติซะเองละมั้ง?

 

〝กร... สำเร็จแล้วสินะ! เดี๋ยวฉันจะไปเก็บไอเทมให้เอง!!!〞

〝หืม! อะ...โอ้!〞

          และในขณะที่กรคิดอะไรไปเรื่อยตามปกติ มีอาก็เป็นฝ่ายตะโกนขัดจังหวะกรอีกครั้งเพื่อบอกกับเขาว่าตัวเองจะไปเก็บไอเทมให้เองด้วยใบหน้ายิ้มแย้มฉีกยิ้มเสียจนกว้าง แถมน้ำเสียงก็ยังดูร่าเริงเสียเกินควร... ร่าเริงเสียจนไม่นึกว่า เธอจะเพิ่งผ่านศึกแลกชีวิตเมื่อครู่มาเลยทีเดียว

 

อืม... ใน 1 สัปดาห์นี้เอง ก็มีเรื่องที่พัฒนาขึ้นมามากเลยนะ...

เรื่องที่มีอาร่าเริงขึ้นขนาดนี้จะนับเป็นหนึ่งในเรื่องพัฒนาได้ไหมนะ...  แต่ดูเหมือนจะร่าเริงเกินไปหน่อย...

แต่เอาเถอะ... เราไม่มีเหตุผลต้องต่อว่าเธอซักหน่อย  แล้วก็เพื่อให้เธอลืมความเจ็บปวดพวกนั้นก็ด้วย  ....เพราะงั้นก็ปล่อยเธอให้ร่าเริงไปแบบนี้แหล่ะดีแล้ว....

 

แล้วถ้าพูดถึงเรื่องพัฒนาหล่ะก็.... คงจะเป็นประสบการณ์เรื่องการใช้ปืนละมั้งนะ

ไอ้ตอนแรกๆหน่ะ... ก็จัดการไอ้พวกนั้นง่ายอยู่หรอก  นั่นเพราะ... พอใช้ปืนกลกราดยิงด้วยกระสุนแบบหัวรู พวกนั้นก็นอนตาย... ไม่สิ.... กลายเป็นเศษเนื้อในพริบตา โดยที่ไม่ต้องออกแรงวิ่งเลยซักนิด

 

เพียงแต่... ช่วงหลังจากที่เราลงมาถึงชั้นที่ 40 พวกมันก็เริ่มหลบได้กันบ้าง ด้วยระยะห่างประมาณ 30 เมตร  แล้วพอลงมาถึงชั้นที่ 43 พวกนั้นก็ยิ่งหลบได้อีกถ้าไม่ยิงในระยะต่ำกว่า 20 เมตร  จนถึงตอนนี้ ถ้าไม่ยิงมันในระยะที่น้อยกว่า 5 เมตร ก็แทบจะยิงไม่โดนแล้ว

ย้ำอีกครั้งนะครับ...  กระผมใช้ปืนกลกราดยิงนะครับ  หลบได้เฉยเลย  จะบ้ารึไงฟร่ะ !!!!!

แถมด้วยความเร็วเหนือเสียงเกือบ 30 เท่าเลยนะเฟ้ย.. บ้าไปแล้ว!!!!  จนตอนนี้ระยะหวังผลเหลืออยู่แค่ 5 เมตรไปแล้ว  ปืนกลบ้าอะไรเนี่ย..  ไม่สิ...ที่บ้าน่าจะเป็นไอ้พวกมอนสเตอร์มากกว่า

 

และเพราะเห็นว่ามอนสเตอร์มันเก่งขึ้นมาตามตัวฉัน...  บางทีก็เลยคิดว่า นอกจากที่เจ้าพวกนี้หลบกระสุนได้จะเป็นเพราะลงไปฉันลึกๆแล้วมันจะเก่งขึ้น  ...ความแข็งแกร่งที่เป็นต้นแบบอย่างฉันก็อาจจะมีส่วนบ้าง 

ฉันก็เลยลองใช้สกิล『Ogre Armor Form』สวมเกราะไว้ทั่วตัว  แล้วลองให้มีอาใช้ปืนยิงเพื่อลองหลบดู ด้วยระยะห่าง 5 เมตร เพราะถ้าฉันหลบได้  ก็หมายความว่าที่เจ้าพวกนั้นหลบกระสุนได้ ก็เป็นเพราะความแข็งแกร่งของฉันหล่ะนะ  แล้วผลลัพธ์มันเป็นยังไงหน่ะเหรอ?

 

บ้าชัดๆ!!!  ถึงจะเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ต้องยอมรับ...

หลบได้เฉยเลย!!!  ตัวฉันนี่แหล่ะ...  หลบกระสุนที่มีอายิงกราดด้วย 『Uzi』ได้...  ทั้งหมดเลยด้วย ทั้งที่ยิงกราดใส่ด้วยนั่นแหล่ะ  ไม่เฉียดเลยซักนัด  เหลือเชื่อเกินไปแล้ว

บ้าชัดๆ!!!  ถึงเป็นครั้งที่สองก็อยากจะพูด  คนที่ไหนกันฟ่ะ หลบกระสุนปืนกลความเร็วเหนือเสียง 30 เท่าได้  ...เออ  แต่ตูไม่ใช่คนแล้วนี่หว่า  รู้สึกเจ็บกระดองใจชะมัดเลยแฮะ...

 

แล้วยังมีเรื่องนั้นอีก...  เกี่ยวกับคุณสมบัติพิเศษของปาร์ตี้หน่ะ

ไม่มีเครื่องพิสูจน์แน่ชัดหรอก...  แต่รู้สึกได้ด้วยสัญชาตญาณ  มันรู้สึกได้เลยว่าความเร็วในการโจมตีของเราเพิ่มขึ้น  มีอาเองก็ด้วย  รู้สึกด้วยว่าเธอโจมตีได้แรงกว่าที่ควรเมื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังให้เข้าปาร์ตี้ เพราะงั้นเราก็เลยอยู่ในปาร์ตี้มาตลอดผลลัพธ์ดีที่สุด

 

อ้อ...  แล้วก็ยังมีอีก

ก็ไม่ใช่อะไรหรอก....  แต่ไอ้หน้าต่างปรับค่าประสบการณ์ ที่เป็นหนึ่งในหน้าต่างของสกิลหน้าต่างตั้งค่าหน่ะ  มันสามารถปรับเรตให้สมาชิกปาร์ตี้ได้ด้วยหน่ะสิ...

แน่นอนว่าทั้งตัวคูณและค่าเติบโตของมีอา  ฉันปรับให้เต็มไปเลย...  ส่วนถ้าถามว่าสเตตัสของยัยนี่เป็นยังไงแล้วหล่ะก็....

 

 

     ข้อมูลสเตตัส

มีอาน่า  กาบริเอล』เพศ  หญิง   อายุ  17   เผ่าพันธุ์  ครึ่งเทพ     

อาชีพ     นักดาบ              เลเวล     145

ฉายา     〘พลังแฝงเทพเจ้า〙, 〘พรสวรรค์เทพเจ้าแห่งดาบ〙

 

《พลังโจมตี》        110,220        《พลังป้องกัน》                  73,720

《พลังเวทย์》        146,720        《ความต้านทานเวทย์》      183,220

《ความว่องไว》     183,220        《พละกำลัง》                   73,720

 

 

หึหึ!!!  น่าตกใจใช่ไหมหล่ะ  แต่ก็ไม่แปลกเท่าไหร่หรอก... ก็ตอนเดินทางก็ต่อสู้มาตลอดเลยนี่นา  เลเวลของมอนสเตอร์ก็สูงตาม  ค่าประสบการณ์ที่ได้ก็ต้องสูงมากอยู่แล้ว  ถึงจะไม่ได้นับก็เถอะ  แต่พวกเราก็จัดการไป 200 กว่าตัวเลยนะ

ก็นะ.. ถ้าดูของมีอาแล้วตกใจหล่ะก็ คงต้องเตรียมเครื่องปั้มหัวใจไว้รอแล้วหล่ะ ถ้าคิดจะดูของฉันหน่ะ

 

 

     ข้อมูลสเตตัส

อุษณกร  วัชรวิรุฬห์ 』เพศ  ชาย   อายุ  17   เผ่าพันธุ์  ยอดอมนุษย์ยักษา

อาชีพ』                             เลเวล     224

เทพนักดาบ   ผู้ใช้ปืนขั้นสุดยอด   จอมเวทย์ผู้เหนือล้ำ         

ฉายา

          【ทั่วไป】〘การใช้ชีวิตที่ผิดพลาด〙,〘ราชาผู้พิชิต〙, 〘นักดาบไร้พ่าย〙, 〘เทพนักแม่นปืน〙, 〘จอมเวทย์บรรพบุรุษ〙

          【จุติ】〘จุติแบบพิเศษขั้นสุดยอดที่หาได้ยากยิ่ง〙, 〘จุติยักษาแบบพิเศษขั้นสุดยอด〙

          【เฉพาะตัว】〘Give me Your Everything ?〙 ,〘กฎของชั้นก็คือกฎของนาย กฏของชั้นก็คือกฏของชั้น〙,〘ผู้ก้าวล้ำสรรพสิ่ง〙,〘จิตวิญญานเหล็กกล้า〙,〘เหนือฟ้าใต้หล้า ทนทานทุกสิ่ง〙, 〘กายาเหล็กไหล〙, 〘แขนยักษาแห่งการทำลายล้าง〙, 〘Ogre Armor Form〙

 

《พลังโจมตี》       12,522,365        《พลังป้องกัน》              15,188,615

《พลังเวทย์》       12,522,365        《ความต้านทานเวทย์》     12,466,115

《ความว่องไว》     12,398,615        《พละกำลัง》                 15,188,615

 

 

เหอๆ...  บอกเลยว่าแม้แต่เจ้าของสเตตัสมโหฬารนี่ อย่างฉันยังรู้สึกเลยว่ามันเป็นไปไม่ได้  ไม่สิ... เห็นแล้วเหนื่อยเลยหล่ะ... ที่จะตบมุขหน่ะ  แต่ไหนแล้วก็ขอหน่อยเถอะ...

 

จะบ้ารึไงฟร้าาาาาาาาาาา!!!!!!!!!!!!!!!!!!

สิบสองล้าน! มากกว่าเจ้าเคลเบรอสซะอีก!!!!!  แถมด้านพลังป้องกันกับพละกำลังยังมากเป็นพิเศษอีก สิบห้าล้านเลยแน่ะ!!!! 

เยอะเกินไปจริงๆ!!!!  เริ่มจะไม่ใช่มนุษย์... เอ่อตูไม่ใช่มนุษย์แล้วนี่หว่า  ทำไมถึงรู้สึกยอมรับได้แปลกหล่ะเนี่ย! 

 

ตะ... แต่จะโทษใครได้  ที่เป็นแบบนี้ก็คงเป็นเพราะ『จุติ』นั่นแหล่ะ....

เราดันเซ่อไปตายเอง...  แล้วนี่เราจะไปบ่นกับระบบให้มันได้อะไรขึ้นมาฟ่ะเนี่ย!!!!!

 

อะแฮ่ม! …งั้นเรื่องสเตตัสก็เอาไว้แค่นี้ก็แล้วกัน  แต่เรื่องที่พัฒนาเนี่ยนอกจากนี้ก็คงมี เพิ่มสัมผัสการใช้สุดยอดการประมวลได้มากขึ้นกับทักษะการเอาตัวรอดในสถานการณ์เฉพาะหน้าเพิ่มขึ้นหล่ะมั้งนะ...  แต่เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องของประสบการณ์มากกว่า...  ถือซะว่าเป็นรางวัลที่ต่อสู้มาตลอดก็แล้วกัน———

 

ตุ๊บ! 

〝กร!!! ฉันเก็บมาหมดแล้วน้า!!!〞

〝หืม!? อ่า... แต้งกิ้ว!〞

          แล้วในขณะที่กรกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา  มีอาที่เก็บของทั้งหมดใส่ถุงผ้าที่กรสร้างขึ้นมาจากวัสดุที่ดรอปจากไอเทมตลอดทาง จัดและแยกประเภทอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็วิ่งเข้ามาหากรพลางตะโกนแบบนั้นออกมาอย่างร่าเริง แล้วก็วางถุงทั้งหมดนั่นลงตรงหน้ากร ทั้งนี้ที่ไอเทมดรอปมันเยอะก็เพราะกรตั้งค่าอัตราการดรอปให้สูงสุดนั่นแหล่ะ และเพราะมิติส่วนตัวในดูอัลไดเมนชั่นริงมันไม่มีขีดจำกัด กรก็เลยคิดว่า เก็บทั้งหมดไว้ก่อนก็เลยไม่เสียหาย เลยทำให้ต้องเหนื่อยทุกครั้งหลังสู้เพราะต้องเก็บไอเทม

 

〝เอ่อกร... แล้วก็มีนี่...มันตกอยู่ด้วยแต่มีแค่ชิ้นเดียวหน่ะ!〞

〝อืม... คงเป็นวัสดุใหม่ละมั้ง  ไหนเอามาให้ฉันดูหน่อย〞

〝ขะ เข้าใจแล้ว〞

          แล้วพอมีอาเอาของวางลงตรงหน้ากรแล้ว เธอก็เอาวัสดุที่ว่าให้กรดู มันดูคล้ายกับหนังสัตว์ป่า แต่ที่ผิวมีความมันเงากว่าขนาดก็เล็กกว่าฝ่ามือของเธอเสียอีก กรที่เห็นแบบนั้นก็คิดว่าน่าจะเป็นเนื้อของเซนทอร์ละมั้ง  แต่ก็ไม่มีทางแน่ใจจนกว่าจะใช้สกิลตรวจสอบดู ก็เลยบอกขอมีอาให้เอามาให้ดูพลางยื่นมือไปทางเธอ  แล้วมีอาที่ได้ยินแบบนั้น ก็ตอบกลับกรด้วยเสียงที่สั่นไหวเล็กน้อยเพราะความตื่นเต้น?

 

แหม่ะ! 

〝!!!!!!!!〞

          ก่อนที่จะวางมันลงบนมือกรอย่างนุ่มนวล  แต่ในจังหวะที่เธอวางมันลงที่มือของกร  นิ้มมืออันเรียวงามและนุ่มนิ่มมีนวลของเธอก็ไปสัมผัสกับมือของกรเข้า  แล้วมีอาที่ไปสัมผัสกับมือของกรเข้าโดยที่ไม่ได้ระวังก็หน้าแดงแจ๋ขึ้นมาเสียจนควันแทบจะขึ้น ช่างแลดูไร้เดียงสายิ่งนัก  ก่อนที่จะชักมือออกมาอย่างรวดเร็ว ทั้งที่หัวใจของเธอก็ยังเต้นรัวอยู่ และแน่นอนว่ากรที่มีสุดยอดการประมวลผลสามารถตรวจจับมันได้  นั่นทำให้กรประหลาดใจเล็กน้อยจนเอียงคอสงสัย ที่มีอาชักมือหนีแล้วใช้มืออีกข้างกุมมือที่ไปสัมผัสกรนั้น แล้วทำหน้าเขินอายจนหน้าแดงแบบนั้นอยู่คนเดียว

 

จะว่าไป...  เรื่องนี้เนี่ย  จะว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่พัฒนาได้รึเปล่าหว่า?

ยัยนี่เอง  ตั้งแต่ตอนนั้น ก็มีท่าทีแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด...

 

เวลาคุยกับเราเนี่ย น้ำเสียงไม่ได้สั่นกลัวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว....  แถมดูเหมือนจะพยายามเข้าใกล้ หรือบางทีก็หลบหน้าแบบเมื่อกี้...  ไม่เข้าใจเลยเฟ้ย!

ส่วนถ้าถามว่าเธอเข้าใกล้ฉันยังไงละก็....

 

ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาหน่ะ...  แน่นอนว่าหลังจากการต่อสู้มันก็ต้องมีนอนพักผ่อนกันบ้าง  เราเองก็มี『เรดาร์ตรวจจับสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต』อยู่ เลยทำให้นอนได้อย่างสบายใจ เพราะตั้งค่าไว้ว่า ถ้ามีมอนสเตอร์เข้าใกล้ในระยะ 100 เมตรให้ส่งสัญญาณเตือนทันที...

แต่ประเด็นมันไม่ใช่ตรงนั้นหรอกนะ.... ทำไมงั้นเหรอ.... อืม... รู้สึกแปลกๆที่ต้องเล่าแฮะ แต่ก็ช่วยไม่ได้....

 

ในวันแรก...  เรื่องที่นอนเนี่ยก็สามารถสร้างได้จากวัสดุหนังนิ่มๆที่มีอยู่ เลยสร้างขึ้นมาสองชุดพร้อมผ้าห่ม แน่นอนว่ามันนอนอุ่นสบายดีมาก  ตอนก่อนนอนเนี่ยก็แบ่งให้มีอาไปนอนห่างกันประมาณ 2 เมตร เพราะชายหญิงจะมานอนใกล้ชิดกันมันก็ดูไม่ดีนี่นา.... 

ตะตะตะตะตะ... แต่ว่า  พอตื่นขึ้นมาเนี่ยหล่ะประเด็น....

 

พะพะพะพะ.... เพราะทุกๆครั้งที่ตื่นขึ้นมา  ข้างๆก็...  มะมะมะมะ... มี มีอานอนอยู่ด้วยตลอด  ใช่... ในที่นอนสำหรับคนเดียวของฉันนี่แหล่ะ  แถมไม่ใช่แค่นี้ เพราะยัยนี่นอกจากจะมุดเข้ามาในผ้าห่มแล้ว ยังเข้ามาซุกแขนฉันแล้วใช้แทนหมอนข้างอีกต่างหาก

พอยัยนี่ตื่นขึ้นมาก็จะทำท่าสลึมสลือเล็กน้อยพอหน้าแดงตามระเบียบ ก็ขอโทษฉันแล้ว ก็ขยับหนีออกจากที่นอนทันที... ช่วงแรกๆก็เป็นแบบนี้แหล่ะ  แต่ช่วงหลังนี่ บางทีก็มีขึ้นมานอนบนตัวเลยนะ...  ทั้งที่ก็ว่าไปแล้วนะเนี่ย  หรือว่าจะเป็นเพราะละเมอก็ไม่รู้สินะ...

 

ช่วงพักเหนื่อยก็เหมือนกัน....  ยัยนี่หน่ะบางทีก็เข้ามานั่งข้างๆ ก็นะถึงจะบอกว่าอย่างห่างมากเกินไป แต่แบบนี้มันก็ใกล้ไปแล้วเฟ้ย!  แถมบางครั้งก็ยังเอาหน้าพึงแบบไม่ได้รับอนุญาตอีก  และแน่นอนว่าฉันว่าไปหลายรอบแล้ว แต่ความรั้นของยัยนี่เนี่ยทำเอาปวดหัวเลยหล่ะ....

ตอนมื้ออาหารก็อีก มีอาเองก็กินอาหารมื้อเดียวเหมือนฉันเพราะเป็นทาสมาก่อนหล่ะนะ เลยเป็นกิจวัตรไปแล้ว แต่ประเด็นก็คือ เธอชอบเข้ามาเอาตัวเบียดกระแซะตอนกินเนี่ยสิ ต่างคนก็ต่างกินสิครับแม่คุณ

ก็อย่างว่าแหล่ะนะ....  เรื่องที่ มีอา เปลี่ยนท่าทีไปก็ประมาณนี้แหล่ะ... เอาจริงๆก็ไม่ได้อะไรมากหรอก..แต่ที่ว่ายัยนี่ไปหน่ะมันเป็นเพราะที่ยัยนั่นทำ...

 

มันทำให้ตูใจเต้นนะสิเฟ้ย!!!!  ไม่ตื่นเต้นก็บ้าแล้ว!!!!

จะบ้ารึไงฟ่ะ... มีสาวน้อยน่ารักใช้ตัวเองเป็นหมอนข้าง เข้ามาอิงแอบ แถมเจอหน้าเป็นอย่างแรกเมื่อขึ้นวันใหม่  ไม่มีอะไรสุขไปกว่านี้อีกแล้ววววว!!!!!!!!

ตูเป็นตัวผู้นะเฟ้ย  ใครทนเรื่องพรรค์นี้ได้มันก็คงไม่ใช่ผู้ชายแล้ว...

 

แล้วทำไมฉันถึงไม่จับเธอกดนะเหรอ....  นั่นเพราะถ้าทำแบบนั้น  มันมีแต่จะทำให้เราที่มัวลุ่มหลงอยู่กับกิเลส ทำให้เคลียร์ดันเจี้ยนช้าลงหน่ะสิ  ต้องเป็นแบบนั้นแน่นอน...  ไอ้พวกที่โดนความหื่นกระหายเข้าครอบงำทั้งที่ยังทำอะไรไม่สำเร็จหน่ะ ฉันเห็นมานักต่อนักแล้ว  ...ทั้งที่เป็นแค่เด็กนักเรียน ม. ปลาย แล้วท้องป่องกันนั่นแหล่ะ

 

เพราะงั้นฉันถึงต้องอดทนยังไงหล่ะ  พวกแกไม่เข้าใจความรู้สึกของฉันหรอก!!!!!!!

แล้วที่มีอาทำแบบนั้น อาจจะไม่ได้คิดอะไรกับเราก็ได้  จะให้ไปทำแบบนั้นยิ่งไม่ดีใหญ่...  ตูไม่อยากจบแบบเรือสวยนะเฟ้ย!!!!

 

เพราะงั้นแหล่ะถึงต้องปล่อยเลยตามเลย... 

ฉันเองก็ไม่อยากว่ามีอามากซะด้วยสิ  เพราะยัยนี่ก็เจอเรื่องมาเยอะ  อาจจะอยากหาที่พึ่งพิงทางจิตใจก็เป็นได้...

.

.

 

〝เห้อ! เอาเถอะ... งั้นในเมื่อเก็บไอเทมหมดแล้ว พวกเราก็เดินทางต่อกัน!〞

〝อ๊ะ... อื้ม! เข้าใจแล้ว!〞

          แล้วพอกรพูดแบบนั้น เขาก็เดินต่อไปข้างหน้าโดยที่เปิดแผนที่ดันเจี้ยนเพื่อไปยังจุดลงไปยังชั้น 50 ในทันที  มีอาที่ได้ยินแบบนั้นทั้งที่ยังอยู่ในอาการเขินอายไม่หาย จึงตอบไปแบบตะกุกตะกักเล็กน้อย ก่อนที่จะรีบวิ่งตามกรที่เดินไปก่อนอย่างรวดเร็ว....

 

〝จะว่าไปนะเจ้าหมา... ตามที่แกเคยบอกว่าบอสจะออกมาทุกๆ 25 ชั้นหน่ะ.. ก็หมายความว่าที่ชั้น 50 ก็มีห้องบอสรออยู่แล้วหล่ะสินะ〞

〖โอ้!  เจ้าเข้าใจไม่ผิดหรอก  ฉันต่อไปจะมีบอสรออยู่อย่างแน่นอน  และแน่นอนว่าข้าบอกรายละเอียดไม่ได้〗

〝บอกไม่ได้อีกแล้วงั้นเหรอ...  อืมแต่เอาเถอะ ยังไงซะก็พอมีเวลาวางแผนอยู่หรอก...  แถมบอสก็ดันแข็งแกร่งแบบโคตรๆด้วย เพราะงั้นคงต้องเตรียมกลยุทธ์ที่ปรับเปลี่ยนไปมาได้ไว้อย่างน้อยๆซักสี่ถึงห้าร้อยแผน〞

〖หึ! ไม่ประมาทจริงๆนะเจ้าหนู  เตรียมการมากเกินไปหน่อยรึเปล่า?〗

 

〝ไม่หรอกน่าเจ้าหมา!  สเตตัสของบอสมอนสเตอร์หน่ะมันอยู่เหนือสามัญสำนึกนี่หว่า  ถ้าไม่ใช้กลยุทธ์ทดแทนก็คงไม่มีหวังรอดหรอก  แต่ถึงแบบนั้นยังไม่แน่เลยว่าจะทำอะไรมันได้〞

〖ฮะฮะฮ่ะ! ดีแล้วๆ  เพราะถ้าเจ้าพูดอวดเบ่งอีกหล่ะก็ ข้าอาจจะซัดเจ้าคว่ำก็ได้นา!〗

〝ซัดฉันเหรอ? ทั้งที่เป็นดาบเนี่ยนะ!?〞

          แล้วพอกรนึกขึ้นมาได้ว่า ชั้นต่อไปตามที่เคลเบรอสเคยบอกว่าจะเป็นห้องบอสเสียแล้ว  จึงถามเคลเบรอสเพื่อความแน่ใจอีกครั้งก่อนที่จะหยอกล้อกันเช่นเคย

 

〖แต่จะว่าไปแล้วนะเจ้าหนู...  ถ้าเจ้าออกจากดันเจี้ยนไปได้แล้วเนี่ย คิดจะทำอะไรต่องั้นเหรอ...  แต่อย่างแรกคงจะเป็นตามหาเพื่อนสินะ〗

〝โอ๊ะ! รู้ใจจริงๆแฮะแกเนี่ย  แต่ก็นะ... ถ้าถามแบบนั้นก็คงจะเป็น...  การกลับบ้านเกิดนั่นแหล่ะ!〞

〖โห้! ดูธรรมดาไปนิดนะ แต่ก็พอใช้ได้  แล้วจะว่าไป....  คุณหนูเองก็คงมีเป้าหมายเหมือนกันหล่ะสินะ〗

〝!!!〞

          หลังจากที่หยอกล้อกัน  เคลเบรอสก็ถามกรออกมาเล็กน้อยถึงเป้าหมายในอนาคตหลังจากเคลียร์ดันเจี้ยน  และแน่นอนว่ากรตอบกลับไปหนักแน่น เลยทำให้เคลเบรอสชื่นชมกรเล็กน้อย ก่อนที่จะถามมีอาที่เดินอยู่ใกล้กับกรด้วยระยะห่างไม่ถึงฝ่ามือด้วยซ้ำ มีอาที่โดนถามแบบนั้นจึงตกใจเล็กน้อย

 

〝ฉัน... ไม่มี ...ไม่เคยคิดมาก่อนเลย〞

 

อ่ะเด๊ะ!  ไอ้เราก็นึกว่ามีอา จะตอบประมาณว่า 〝ฉันจะล้างแค้นให้คุณพ่อกับคุณแม่!〞ไม่สิ...  คนที่ค่อนข้างเรียบร้อยและร่าเริงแบบยัยนี่น่าจะบอกว่า〝ฉันจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของคุณพ่อกับคุณแม่ให้ได้!〞

แต่ก็ไม่แปลกหรอกมั้ง....  ยัยนี่หน่ะ คงแค่ประคับประคองจิตใจและเอาตัวรอดให้ได้ในแต่ละวันเท่านั้น  คงไม่มีเวลามาคิดเรื่องเป้าหมายหรอกมั้ง  ไอ้หมานี่ก็ถามไม่คิดเลยนะเฟ้ย!  ไม่สิ..ไอ้หมานี่ต้องจงใจถามอีกทั้งที่รู้อยู่แล้วชัวร์ป๊าด

 

〝เอาเถอะน่า.. เรื่องนั้นเดี๋ยวค่อยคิดก็ได้มั้ง  ตอนนี้คิดเรื่องที่จะเอาตัวรอดจากบอสยังไงก่อนดีกว่าน่า〞

〝อะ อื้ม! ถ้ากรว่าอย่างงั้น…〞

          แล้วพอกรบอกมีอาเป็นเชิงว่า อย่าเพิ่งสนใจเรื่องอื่นเพื่อให้เธอกลับมาโฟกัสเหตุการณ์ตรงหน้าก่อน มีอาก็ทำตามที่กรบอกในทันทีด้วยการส่ายหัวไปมาเบาๆ แล้วเดินตามกรต่อไปด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอเช่นเคย จนถึงทางลงไปชั้นที่ 50 ในที่สุด......

 

❖❖❖❖❖

 

อืม... ทางลงก็เป็นเหมือนก่อนหน้านี่นา

          แล้วพอกรเดินทางมาจนถึงจุดลงไปยังชั้นถัดไป ก็หยุดยืนครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนที่จะลงไป

 

〝มีอา...  เธอหน่ะ  ตอนที่จะสู้กับบอสช่วยอยู่ข้างนอ——〞

〝ฉันจะเข้าไปสู้ด้วย!!!〞

          แล้วพอกรจะบอกมีอาให้รออยู่นอกห้องบอส  เธอก็ไม่ปล่อยให้กรพูดจบและชิงพูดขึ้นมาก่อนในทันทด้วยเสียงที่แสดงถึงความจริงจังอย่างที่สุด กรที่ได้ยินแบบนั้นก็คิดว่า อีกแล้วงั้นเหรอ อยู่ในใจ เพราะคิดว่าห้ามไปก็เท่านั้น  จึงถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งอย่างหน่ายๆ

 

〝เห้อ! อาๆ... เข้าใจแล้ว  แต่คราวนี้เธอต้องตั้งรับอยู่แนวหลังเท่านั้น  เข้าใจนะ!!!〞

〝รับทราบค่ะ!〞

          แล้วพอกรออกคำสั่งกับมีอาไปแบบนั้น เธอก็ตอบตกลงในทันที เพื่อความกระชับ ทั้งยังตะเบ๊ะมือให้กรเหมือนกับทหารอีกต่างหาก  กรจึงทำได้แค่ถอนหายใจอย่างหน่ายๆอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินลงไปยังชั้นที่ 50  แต่ถึงกรจะระวังมามากแค่ไหน  ก็ยังต้องตกใจกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้  นั่นเพราะสิ่งนั้นไม่ได้อยู่ในการคาดการณ์ของกรแม้แต่น้อยนั่นเอง...

 

❖❖❖❖❖

 

〝นี่มันอะไรกัน!〞

          หลังจากที่กรเดินผ่านบันไดและพ้นทางเชื่อมที่มีลักษณะคล้ายกับทางออกมาจากอุโมงค์ใต้ดินขึ้นมายังชั้นที่ 50 แล้ว สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของกรก็คือ  ทุ่งหญ้าสีเขียวขจีสลับกับแนวหิน แล้วยังมีทะเลสาบขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบ 12 กิโลเมตรอยู่ด้วย  แต่ที่กรตกใจหน่ะไม่ใช่เพราะสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปเท่านั้น นั่นเพราะสภาพแวดล้อมโดยรอบ มันไม่มีกำแพงกั้นเลยซักนิด  ที่กรเห็นอยู่ คือทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตาท่ามกลางแสงอาทิตย์ราวกับได้ออกมาข้างนอกแล้วเท่านั้น

 

〝กร...  นี่มัน... ข้างนอกงั้นเหรอ?〞

〝.... ไม่ใช่  นี่ยังอยู่ในดันเจี้ยน〞

〝งั้นเอง...เหรอ น่าเสียดาย...〞

          และเป็นเพราะกรเปิดแผนที่ดันเจี้ยนอยู่ นั่นเลยทำให้รู้ว่าที่นี่ยังอยู่ในดันเจี้ยน เลยตอบมีอาไปแบบนั้น เธอทำหน้าหงอยลงนิดหน่อยก็จริง แต่เธอก็ตั้งสติแล้วก็กลับมาอยู่ในท่าเตรียมพร้อมเช่นเคย

 

เท่าที่ใช้『ตาเหยี่ยว』มองดู  ก็ไม่เห็นวี่แววของสิ่งมีชีวิตซักนิด...  แน่นอนว่ามอนสเตอร์เองก็ไม่มีเหมือนกัน

แถมบรรยากาศที่น่าหลงใหลชวนขนลุกนี่อีก...  ทิวทัศน์ตรงหน้ามันดูงดงามมากก็จริง  แต่อีแบบนี้ดูยังไงมันก็น่าสงสัยชัด——

 

หึ่มๆๆๆๆๆๆ!!!!!!!!!!

〝!〞

〝!!!!!!〞

          และในขณะที่กรคิดหาเหตุผลของสถานที่แห่งนี้อยู่นั้น  ก็ได้มีเสียงของฟ้าครึ้มและเมฆรวมตัวกันขึ้นมาขัดจังหวะเลยทำให้ทั้งคู่ตั้งท่าตั้งรับในทันที ท้องฟ้าที่เคยมีแสงอาทิตย์ส่องลงมาจนถึงเมื่อครู่ถูกปกคลุมด้วยเมฆสีดำขลับคล้ายกับเมฆฝนในทันที แต่ก็ไม่ได้มีฝนตกลงมาหรือเสียงฟ้าร้องแต่อย่างใด แล้วพอเวลาผ่านไป มันก็บดบังแสงอาทิตย์เสียจนสิ้น ข้างบนนั้นมองไม่เห็นอะไรเลยนอกเสียจากความว่างเปล่าสีดำสนิท  พื้นที่โดยรอบก็อึมครึมขึ้นมาในทันทีเช่นกัน 

 

ตู้มมมมม!!!!!!!!!!

          ในขณะที่กรเกิดลางสังหรณ์แย่ๆขึ้นมาอีกครั้งและคิดว่านี่มันกำลังเกิดอะไรขึ้น ก็ได้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น ที่ใจกลางทะเลสาบจนกึกก้องไปทั่ว แม้แต่ตัวกรที่ห่างจากจุดนั้นไปเกือบ 3 กิโลเมตร ก็ยังได้ยินเสียงนั้นราวกับมันอยู่ตรงหน้า แล้วเสียงต่อมาหลังจากเสียงระเบิดก็คือ... เสียงที่กรกำลังคิดต่อกร  เสียงที่กรกำลังคิดแผนการในการพิชิต และเสียงที่กรต้องการหลีกเลี่ยงมันหากเป็นไปได้เพราะความแข็งแกร่งอันเหลือคณานับของมัน…

.

.

.

.

.

.

.

 

ก๊าซซซซซซซซซซ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

〝บะ บ้าชัดๆ!!!!!!〞

〝กร?〞

          แล้วที่โผล่พ้นขึ้นมาเหนือทะเลสาบที่ไม่ทราบความลึกนั้นก็คือ  มังกร 5 หัวขนาดยักษ์ลำตัวทั้งหมดมีสีดำสนิทดูกลมกลืนกับบรรยากาศโดยรอบยิ่งนัก  ความแตกต่างของหัวทั้งห้านั้น มีเพียงสีของเขาอันแหลมคมทั้งสองของแต่ละหัว และดวงตาแต่ละคู่เท่านั้นที่มีสีแตกต่างกันไป และดูจากลำตัวที่โผล่พ้นน้ำของมันบางส่วนก็ปาไป 10 เมตรพอๆกับเคลเบรอสแล้ว หากมันออกมาจากทะเลสาบคงต้องมีขนาดใหญ่กว่านี้หลายเท่าเป็นแน่

 

เดี๋ยวก่อนสิ... เดี๋ยวก่อน  นั่นคือมอนสเตอร์งั้นเหรอ

...ไม่สิ  สมองของเรา...  จิตใจของเราเข้าใจดีอยู่แล้วว่ามันคืออะไร

ความเกรงขามนั่นมากกว่าทุกอย่างที่เคยเจอมาเลย... มากกว่าเคลเบรอสที่ชั้น 25 ซะอีก

 

แล้วถ้าเป็นอย่างที่คิด  ทำไมมันไม่เป็นอย่างที่เคยเจอในชั้น 25 กันเล่า!!!!

....ทำไมพอลงมาถึงที่ชั้น 50 แล้ว มันถึงเจอกับไอ้สัตว์ประหลาดแบบนี้ได้  ทั้งที่ยังไม่ได้เข้าไปในห้องที่ว่าเลยแท้ๆ——

          และในขณะที่กรกำลังคิดนู่นนี่นั่นด้วยความอลหม่านอยู่ แม้กรจะเป็นคนใจเย็นก็ตาม  แต่คงไม่มีใครที่ไหน สามารถเยือกเย็นอยู่ได้กับสิ่งที่เคยฆ่าตัวเองไปแล้วครั้งหนึ่งได้อย่างแน่นอน  และแม้กรจะเข้าใจเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าแล้ว  แต่ในใจกลับไม่คิดที่จะยอมรับความจริง  แต่เสียงประกาศต่อไปก็แทบจะทำให้กรตกใจจนหัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มเลยทีเดียว

.

.

 .

.

.

 

【ยินดีต้อนรับสู่『ห้องบอส』ประจำชั้นที่ 50!!!】

 

【บอสประจำชั้น คือ 『ฟิฟธ์เฮด-ก็อดดราก้อน』】

 

【หากท่านสามารถผ่านเงื่อนไขได้แม้เพียงข้อเดียว จะถือว่าผ่านการทดสอบให้ลงไปยังชั้นถัดไปได้——————】

 

          แล้วพอเสียงประกาศที่เป็นเสียงของผู้หญิงดังขึ้นเหมือนกับตอนเคลเบรอสนั้น ย้ำเตือนกรอีกครั้งจนทำให้กรหงุดหงิดและโมโหเป็นอย่างมาก แตกต่างจากมีอาที่พอได้ยินว่าที่นี่คือห้องบอสก็ไหล่กระตุกไปอย่างแรงเลยทีเดียว

 

บ้าเอ้ย!!!!!

รู้อยู่แล้วเฟ้ย...  อย่ามาย้ำนักจะได้ไหม  ฉันจะหัวใจวายตายอยู่แล้วเนี่ย!!!!

 

บ้าฉิบ!!!  ยังไม่ได้เตรียมแผนการเลยซักนิด ใครจะไปนึกกันหล่ะว่าพอลงมาชั้นที่มีห้องบอส  แล้วทั้งชั้นมันจะกลายเป็นห้องบอสหน่ะห๊า!!!!!!  นี่มันจะอยู่เหนือการคาดการณ์มากเกินไปแล้ว!!!!!!

.....ถ้าฉันเจอแกนะ ฟรังซ์ ออลเดล...  ตูจะอัดเอ็งซักป๊าปแน่นอน!!!!  เตรียมใจไว้ได้เลยไอ้เด็กเปรต!!!!!!

 

ฟู่  ฮ่า——

          แล้วหลังจากที่กรบ่นแบบนั้นอยู่ในใจอย่างต่อเนื่อง จนคิดว่าการปลดปล่อยอารมณ์คงต้องจบลงแค่นี้กรก็ทำการ『ตัดความรู้สึก』ทิ้ง และปรับความคิดให้เยือกเย็น สายตาและสัมผัสทุกอย่างให้เฉียบคมมากที่สุดเท่าที่จะมากได้  แต่กรที่คาดว่าตัวเองไม่สามารถจัดการบอสได้เท่าที่ควร ก็ยังไม่คาดคิดเลยว่าความแข็งแกร่งของบอสมอนสเตอร์ที่มีลักษณะเป็นมังกร 5 หัวสีดำน่าหวาดกลัวอย่างที่สุดตรงหน้ากรนี้ ซึ่งเหนือกว่าทุกสิ่งที่ตัวเองเคยเจอมานั้น  จะมีพลังอำนาจมากมายขนาดที่กรไม่สามารถทำอะไรได้จะมาอยู่ตรงหน้าของกรจริงๆเสียแล้ว  แต่ที่กรไม่ได้รู้สึกตัวเลยก็คือ ต่อจากนี้ตัวเขาจะได้รับความรู้สึกที่ตัวเองลืมไปนานแสนนาน นั่นก็คือ ความรู้สึกของการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปอีกครั้งนั่นเอง....




NEKOPOST.NET