[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย ตอนที่ 18 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย

Ch.18 - การฝึกฝนเป็นการพัฒนาตัวเองที่ดีที่สุด


ตอนที่ 18 : การฝึกฝนเป็นการพัฒนาตัวเองที่ดีที่สุด

 

———1 สัปดาห์ต่อมา.....

 

แคร็กๆๆๆๆ!

ตึก!———   ตึก!———   ตึก!———     

          ท่ามกลางจุดสีน้ำเงินส่องประกายสวยงามซึ่งประดับอยู่บนเพดานถ้ำนับล้านจุดจนคล้ายกับหมู่ดาวมากมายบนกาแล็คซี่ทางช้างเผือกยามค่ำคืน  กลับได้ยินเสียงรบกวนโสตประสาทที่ไม่เข้ากับพื้นที่และบรรยากาศอันแสนงดงามนี้ดังขึ้นเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง  ในขณะเดียวกันเองก็มีเสียงฝีเท้าเดินเข้าไปใกล้เสียงที่ว่านั้นอย่างช้าๆและเป็นจังหวะด้วยเสียงที่เบาบางราวกับตีนแมวยังไงอย่างงั้น

 

ชึบ!———แกร็ก!

แคร็กๆๆๆๆๆ!!!!!!!

          ในจังหวะเดียวกันก็เกิดเสียงคล้ายกับโลหะสองชิ้นเสียดสีกันและเสียงที่คล้ายกับอะไรซักอย่างลงล็อกกันได้พอดีนั่น เลยดูเหมือนจะสร้างความสนใจให้กับแหล่งกำเนิดเสียงที่ไม่น่าอภิรมณ์ในตอนแรกนั่นไม่น้อย เสียงที่น่ารำคาญนั่นดังขึ้นเรื่อยๆ และเข้ามาใกล้เสียงของฝีเท้าในตอนแรกที่กำลังเดินเข้าไปหาแทนอย่างรวดเร็วราวกับกำลังหิวกระหายต่ออะไรซักอย่าง  แต่ทว่า....

 

เปรี้ยง!  เปรี้ยง!  เปรี้ยง!  เปรี้ยง!  เปรี้ยง! 

ก๊าซซซซซ!!!!!!!!!!  

          ในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีที่เสียงโลหะลงล็อกกันในตอนแรกได้จบลง  ก็เกิดเสียงดังที่คล้ายกับมีคนจุดประทัดอย่างรุนแรงขึ้นมา 5 ครั้งอย่างต่อเนื่อง แล้วเสียงที่เหมือนกับมีวัตถุขนาดเท่าเม็ดถั่วตัดผ่านสายลมไปด้วยความเร็วเหนือเสียงก็ตามมาในเสี้ยววินาที เหลือไว้แต่เพียงกลุ่มควันและกระแสไฟฟ้าสปาร์คขึ้นมาเป็นทางยาวจากจุดที่เกิดเสียงฝีเท้าของมนุษย์?นั่น กระจายออกมา 5 จุด มายังตำแหน่งที่เสียงน่ารำคาญนั่นเคยอยู่  แล้วพอเสียงประทัดที่ดังสนั่นลั่นทุ่งราวกับฟ้าผ่านั่นจางหายไป เสียงที่ตามมาก็คือเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนาของสัตว์ป่า...ไม่สิ มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนก็ดังขึ้นตามมาพร้อมๆกัน

 

〝เหลือครั้งเดียว......แล้วงั้นเหรอ?〞

〖เห้อ!.....นั่นสินะ ดูเหมือนเพราะเลเวลขึ้นมาพอสมควรแล้วกระมั้ง.....การต่อสู้ในชั้นนี้เลยง่ายดายขึ้นหน่ะ...〗

〝เห้อ!....ถ้าเป็นงั้นก็ดีสิ〞

          หลังจากนั้นต้นกำเนิดเสียงฝีเท้าของมนุษย์? ในตอนแรกก็พูดออกมา อันเป็นการสนทนากับความว่างเปล่า...ไม่สิ  เขากำลังคุยอยู่กับสิ่งที่ตัวเองสะพายไว้ข้างหลังอยู่ต่างหาก

 

          ใช่แล้ว... ต้นเสียงของคนที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนิทสนมนี้ไม่ใช่ใครอื่น  แต่เป็นเด็กหนุ่มโสดซิงตั้งแต่เกิด เป็นโอตาคุที่คลั่งไคล้เกมและอนิเมอย่างบ้าคลั่ง แถมช่วงหลังยังสนใจหนังสงครามอยู่หน่อยๆ『อุษณกร』คนนี้นี่เอง ซึ่งคู่สนทนาเองก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเพื่อนพ้องคน?นึงของกร นั่นก็คือเคลเบรอสที่อยู่ในสภาพของดาบที่เสียบอยู่ในฝักหลังกรนั่นเอง

          หลังจากที่กรกำลังเดินหาทางไปชั้นต่อไปอยู่ตามปกตินั้น กรก็สัมผัสได้ถึงตัวตนของมอนสเตอร์ที่ขวางทางอยู่ นั่นคือมอนสเตอร์ที่มีชื่อว่า 『มิเนอรัลแครป』นั่นเอง โดยมีลักษณะคล้ายกับปูเสฉวนที่มีขนาดสูงเมตรครึ่ง แต่เปลือกหอยกับขาทั้ง 8 และก้ามของมันมีส่วนประกอบเป็นแร่สีเขียวอ่อนเป็นเนื้อเดียวกันทั้งสิ้น จะมีก็แต่ตัวของมันจริงๆเท่านั้นที่ยังมีเนื้อหนังตามปกติอยู่

 

          และแน่นอนว่าเมื่อมีมอนสเตอร์มาขวางทางการสัญจรของกร กรจึงไม่รีรอที่จะกำจัดมันโดยเร็ว และไม่รอช้า ในขณะที่เดินเข้าไปใกล้『มิเนอรัลแครป』ทั้ง 5 ตัวอย่างใจเย็นตามปกติ กรก็สั่งให้ของสิ่งหนึ่งออกมาจากมิติเฉพาะของ『ดูอัลไดเมนชั่นริง』ด้วยความนึกคิด แล้วมันก็มาปรากฏอยู่ในมือซ้ายของกรโดยพลัน สิ่งนั้นก็คือ『ปืนเวทย์มนต์』ที่มีดีไซน์คล้ายปืนพกทันสมัยที่ดูเรียบง่ายเหมือนที่เห็นกันบ่อยๆในหนังแอ็คชั่นของฝรั่ง แต่นั่นก็หมายถึงคนที่ไม่รู้ว่าปืนพกแต่ละชนิดต่างกันยังไงนั่นแหล่ะ... ส่วนสีของมันนั้นขาวล้วนทั้งกระบอก และด้านข้างของทั้งสองด้านก็มีลวดลายสีแดงสวยงามประดับอยู่เล็กน้อยเพื่อแสดงถึงความประนีตในการประดิษฐ์มันขึ้นมา และพร้อมกันนั้นกรก็นำแม็กกาซีนที่บรรจุ『กระสุนเวทย์มนต์ประเภทเน้นการทำลายล้าง』ออกมาพร้อมกัน  พอกรทำการเปลี่ยนแม็กกาซีนเรียบร้อย ก็จัดการเป่ามอนสเตอร์ทั้ง 5 ตัว อย่างรวดเร็วโดยที่ความเร็วในการก้าวเดินตั้งแต่ตอนแรกยังคงเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเลยด้วยซ้ำ  และพอการปะทะกันเล็กน้อยจบลงกรกับเคลเบรอสจึงได้พูดคุยถึงผลลัพธ์ของการต่อสู้กับมอนสเตอร์กันสองคนจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

 

ผ่านมา 1 สัปดาห์แล้วงั้นสินะ...เร็วชะมัดยากเลย

แต่เพราะเสียเวลาในการฝึกฝนไปซะนาน เลยทำให้เราสามารถต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเยอะ อย่างเห็นได้ชัดเลยแหล่ะล่ะนะ  น่าดีใจจริงๆ 

.....ส่วนนึงก็ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่เป็นสปอนเซอร์รายใหญ่อย่างเคลเบรอสที่ให้การสนับสนุนน้ำมันเครื่องไดเกีย———

 

ห๊ะหะ.....ถ้าเกิดยังปล่อยให้ฉันพล่ามต่อไปเนี่ยคงจะยืดยาวแบบไร้แก่นสารแหงๆเลย เพราะงั้นก็ขอถือโอกาสต่อความยาว สาวความยืด อธิบายกันซักหน่อยหล่ะนะว่าการพัฒนาของฉันมันเป็นยังไงในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา.... 

.....แล้วว่าแต่ฉันกำลังพูดให้ใครฟังอยู่เนี่ย!?

          แล้วหลังจากการเข้าปะทะได้จบลง เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา พอกรผ่อนคลายสภาพจากการสู้รบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาก็พร่ำเพ้อพรรณนาตามประสาโอตาคุที่ใกล้จะป่วยเป็นโรคจูนิเบียวเต็มทนจนเป็นเรื่องปกติในหัวของตัวเองไปเสียแล้ว  หากมีคนที่อ่านใจเขาออกได้ก็คงต้องคิดว่า 〝ไอ้หมอนี่มันเต็มรึเปล่าเนี่ย!?〞อย่างไม่ต้องสงสัย...

 

❖❖❖❖❖

 

          ย้อนกลับไปเล็กน้อย หลังจากเหตุการณ์การปะทะกันในครั้งก่อนที่ชั้น 26 กับฟร็อกแมนและคองโซลเยอร์ กรก็ได้ตัดสินใจที่จะเริ่มฝึกฝนอย่างจริงจัง และทำการกำจัดจุดอ่อนของตัวเองในด้านการต่อสู้ระยะไกลด้วยการสร้าง『ปืนเวทย์มนต์』ขึ้นมาใช้เองตามคำแนะนำของเคลเบรอส...

.

.

.

 

ตามที่เจ้าหมามันบอก... ระบบการทำงานของ『ปืนเวทย์มนต์』ตามทฤษฎีของเจ้าเปี๊ยกนั่น  ก็คือการเปลี่ยนปืนให้เป็นอุปกรณ์เวทย์ที่คล้ายกับคาถา โดยการลงเวทย์ไว้บนตัวปืนซึ่งแร่ชนิดนึงสามารถดัดแปลงให้มีได้แค่คาถาเดียวเท่านั้น  แน่นอนว่าปืนที่สร้างออกมาก็เช่นกัน แล้วหากต้องการที่จะใช้งานก็เพียงแค่ถ่ายพลังเวทย์ลงไปในปืน แล้วพอพลังเวทย์ถึงจุดที่วงจรจะทำงานได้  ก็จำการปลดปล่อยมันออกมาทางปากกระบอกปืน...  หรือก็คือปืนเวทย์มนต์ตามที่เจ้าเปี๊ยกเคยสร้างขึ้นมาก็คือ การใส่ตราเวทย์ไว้ล่วงหน้าลงบนปืน แล้วพอจะใช้งานทีก็แค่ใส่พลังเวทย์ลงไปนั่นเองพอพลังเวทย์ถึงจุดอิ่มตัว ก็จะทำให้เวทย์ก่อตัวขึ้นมาได้ในเวลาที่สั้นมากโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาพูดชื่อคาถา ส่วนประสิทธิภาพนั่นก็สูงมากเท่ากับตอนที่ใช้คำร่ายเวทย์เลยทีเดียว...

 

ก็นะ.....เท่าที่ฟังก็เป็นทฤษฎีที่เข้าใจง่ายและไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด ....แล้วถึงตอนแรกก็งงอยู่หรอกว่าจะเริ่มสร้างยังไงก็เถอะ...

แล้วถึงจะมีแร่ก็อยู่ก็ตาม......แต่แบบแปลนมันดันไม่มีเนี่ยสิ!  ฉันเองก็ลองค้นดูใน『คลังตำราอาวุธ』ซึ่งเป็นหนึ่งในสกิลของ『หน้าต่างตั้งค่า』แล้วหล่ะนะ

....แต่อาวุธประเภทปืนที่มีอยู่มีแค่『ปืนไฟ』ที่เป็นปืนสมัยก่อนแบบเก่าโคตรๆ....ก็ไอ้ที่ต้องจุดชนวนด้วยเส้นด้ายชุบเชื้อไฟให้ดินขับมันเผาไหม้และสร้างแรงดันนั่นแหล่ะ...

 

 

แต่ปัญหาก็คือที่สร้างออกมาได้มันมีแค่โครงปืนเนี่ยสิ  มันดันไม่มีดินปืนติดมาด้วยซะงั้น....  แต่ถึงมันจะมีดินปืนอยู่ก็ตามก็ยังไม่เหมาะสำหรับใช้งานอยู่ดี นั่นเพราะมันต้องจุดชนวนนั่นแหล่ะเลยทำให้ช้าโคตร ถึงจะทำให้ชนวนสั้นลงยังไงก็ตาม ...ร่ายเวทย์เองยังเร็วกว่าเลย  แต่แปลนก็มีแค่นี้ซะด้วย เพราะงั้นก็เลยต้องลองสร้างมันออกมาแล้วมาปรับเอาเองอีกที

 

....และเพราะไม่มีทางเลือก ฉันเลยเปลี่ยนอาชีพเป็น『ช่างตีเหล็กขั้นสุดยอด』เพราะดูเหมือนว่าจะเป็นอาชีพขั้นสูงของ『ช่างเหล็ก』หล่ะนะ  แถมพออ่านคำอธิบายอาชีพแล้ว...ดูเหมือนว่าของที่คราฟจากผู้ที่มีอาชีพนี้จะออกมามีคุณภาพสูงที่สุด ฉันก็เลยเลือกเปลี่ยนอันนี้ไว้ก่อนเพื่อความชัวร์ในการสร้างจากแร่ที่ดรอปจากเคลเบรอส   ส่วนแร่ที่ว่ามีรายละเอียดยังไงก็ตามนี้แหล่ะ...

 

 

แร่ควอตซ์เวทย์มนต์』【S】〖ความทนทาน 100/100 〗〖ระดับความแข็ง  16 〗

《 คำอธิบาย : แร่มรกตที่ถูกสะสมด้วยพลังเวทย์มหาศาล จนทำให้มีระดับความแข็งมากกว่าเพชรเสียอีก  สามารถนำไปประยุกต์สร้างอาวุธและชุดเกราะชนิดต่างๆได้ ตามแต่ความสามารถและเลเวลของอาชีพสายผลิต  》

 

 

อย่างที่เห็นนั่นแหล่ะ...  ไอ้แร่ที่ดรอปจากเคลเบรอสนี่มันแข็งยิ่งกว่าเพชรซะอีก  เทียบให้เห็นชัดๆก็วัดจาก『มาตราความแข็งแร่ของโมส』ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบจากโลกเดิมก็ได้... นั่นเพราะตามมาตราที่ว่า  เพชรที่มีความแข็งที่สุดจะอยู่ในระดับที่ 10  แต่ไอ้『แร่มรกตเวทย์มนต์』ที่ว่าอยู่ที่ระดับ 16  เพราะงั้นที่ว่ามันแข็งกว่าเพชรก็คงจะจริงแม้จะใช้กฎของโลกเดิมก็ตาม.....

แล้วจากที่บอกไป...การสร้างปืนเวทย์จำเป็นต้องสร้างตราเวทย์ไว้ที่ตัวปืนล่วงหน้า  โชคดีที่ตัวฉันมีสกิล『ดัดแปลงคุณสมบัติแร่』แถมยังเป็นขั้นสูงอีกแน่ะ... การลงตราเวทย์เลยทำได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น ส่วนเวทย์ที่ลงไปก็คือ 『อินเฟอร์โน่บอล』ซึ่งถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ มันก็คือคาถาแบบเดียวกับไฟร์เยอร์บอล แต่มีระดับสูงที่สุด ร้อนที่สุดและสร้างความเสียหายได้มากที่สุดที่ฉันสามารถทำได้นั่นเอง จากนั้นก็ลองสร้างมันดูด้วยแร่ที่ผ่านการดัดแปลงแล้วตามที่เจ้าหมามันบอก.....

 

แล้วหลังจากที่สร้างไอ้『ปืนไฟ』ที่ว่านั่นขึ้นมา  ฉันก็ลองเอามาแยกชิ้นส่วนตรวจสอบดูก่อน...  แล้วจากนั้นฉันก็ปรับแก้ส่วนประกอบภายใน รวมถึงเพิ่มส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับ『ปืนเวทย์มนต์』ตามที่เจ้าหมามันแนะนำด้วย『เวทย์แปรธาตุ』จนในที่สุดผลงานแรกของพวกเราก็เสร็จสมบูรณ์โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 24 นาที...

 

 

รูปร่างของมันเนี่ยไม่เหลือเค้าเดิมของ『ปืนไฟ』อยู่เลยซักนิด...  จะว่าไงดีหล่ะพอปรับตรงโน้นเปลี่ยนตรงนี้ไปมาหลายๆครั้ง  รูปร่างของมันกลับกลายเป็นว่า...มันดันไปคล้ายกับปืนพก『Taurus PT 1911』เหมือนกับที่พระเอกในหนังที่เคยดูใช้เป็นอาวุธคู่กายซะอย่างงั้นเลย  ไม่สิ....เพราะเวทย์แปรธาตุมันทำงานตามจินตนาการของฉันนี่นา  หนังที่เคยดูเนี่ยก็คงมีอิทธิพลไม่น้อยเลยมั้ง.....

 

แต่เพราะการทำงานของมันเป็นอย่างที่ว่า.....  เพราะมันเป็นการถ่ายเวทย์เข้าไปที่ตัวปืนโดยตรงนั่นแหล่ะ ส่วนประกอบภายในเลยไม่จำเป็นสำหรับปืนกระบอกนี้ แล้วยังไม่จำเป็นต้องใช้กระสุนซักนิด  แต่ก็แลกมาด้วยการที่สามารถใช้เวทย์ได้ในวงจำกัด  นั่นเพราะปืนหนึ่งกระบอกสามาร