[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย ตอนที่ 16 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย

Ch.16 - ความโกงต่อเนื่องที่มาพร้อมกับการเกิดใหม่ครั้งที่ 2 ตอนจบ


 

ตอนที่ 16 : ความโกงต่อเนื่องที่มาพร้อมกับการเกิดใหม่ครั้งที่ 2  ตอนจบ

 

แปล๊บๆๆๆ!!!!!!!

〝จ๊ากกกกกก!!!!!!!!!!〞

            หลังจากที่กรได้หลั่งน้ำตาออกมาเพราะความรู้สึกหลายๆอย่างที่สั่งสมมานาน จากทั้งแรงกดดันและความเครียดทั้งหลายที่สะสมมามากเสียจนทะลุปรอทได้จบลง จู่ๆกรก็สัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้าแรงสูงไหลผ่านไปทั่วร่างตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างกระทันหันจนถึงกับล้มลงไปนอนกับพื้นในท่าหงายท้องมองดูดาวเลยทีเดียว ทั้งยังเกิดควันสีดำคลุ้งออกมาจากร่างจนทั่วเลยทีเดียว รวมทั้งผมยาวๆของตัวกรเองก็ยังตั้งฟูเป็นผมทรงแอ็ฟโฟร่ฟูฟ่องอย่างหนาเพราะกระแสไฟฟ้าที่ว่าไปพร้อมๆกันจนดูน่าขบขันไม่ใช่น้อย นั่นเลยทำให้ตัวของกรชาไปหมดแล้วก็ล้มลงไปกองกับพื้นตามระเบียบ

 

อึ๊ก!  อะไรกันเนี่ย....  หลังจากที่ต้องรับภาระทางจิตใจที่มากเสียยิ่งกว่ามากจนล้นออกมาแล้ว ยังต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีกงั้นเหรอ!?  นี่มันจะเกินไปแล้วนะเฮ้ย!!!

ยะ...อย่าบอกนะว่านี่เป็นผลข้างเคียงของสกิล  หรือไม่ก็เป็นบทลงโทษของคนที่ใช้โปรแกรมโกง———

 

เดี๋ยวๆๆๆ....ฉันไม่ได้ใช้โปรแกรมโกงหรือชีตทูล(Cheat Tool) หรืออะไรเทือกๆนั้นซักกะนิดเดียว...ถ้าจะโทษก็ไปโทษไอ้คนที่จัดสกิลมาให้ฉันซะสิ....แต่เดี๋ยวดิ  แล้วคนที่จัดมันเป็นใครหว่า!?

แล้วนี่ฉันกำลังบ่นให้ใครฟังอยู่กันละเนี่ย!!!

 

กริ๊ง!!!

〝!!!!!!!!!!〞

          ในขณะที่กรกำลังคิดหาสาเหตุของเรื่องบ้าๆที่เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างกะทันหันตามปกติอยู่นั่น จนเวลาผ่านไปพอสมควรพอรู้สึกตัวอีกทีก็ขยับตัวได้อีกครั้งแล้ว จากนั้นเสียงกระดิ่งที่คุ้นหูก็ดังขึ้นมาในหัวของกรอีกครั้งแทบจะในทันที  แล้วหน้าต่างเล็กๆที่คุ้นเคยซึ่งเป็นหน้าต่างย่อยแสดงรายละเอียดสกิลก็ถูกแสดงขึ้นมาในระดับสายตาของกรทั้งที่ตัวกรกำลังนอนหงายท้องอยู่อย่างนั้น 

 

『Ogre Arm(ต้นฉบับ)』

《 คำอธิบาย : เป็นสกิลจากการได้รับฉายา〘แขนยักษาแห่งการทำลายล้าง〙สามารถเพิ่มสเตตัสทั้งหมดได้ 50 เท่า ตามแต่พลังเวทย์ที่จ่ายเข้าไปในวงเวทย์ซึ่งสลักอยู่บนแขนขวา และจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เมื่อเวลาผ่านไปทุกๆ 30 วินาที *ตัวอย่างเช่น จ่ายพลังเวทย์ลงไป 1,000  จุด ก็จะทำให้สเตตัสทั้งหมดเพิ่มขึ้น 50,000 จุด และหากเวลาผ่านไปตั้งแต่เริ่มใช้ 90 วินาที ก็จะทำให้สเตตัสทั้งหมดเพิ่มขึ้น 200,000 จุดนั่นเอง  **สกิลนี้จะคงอยู่ตลอดจนกระทั่งผู้ใช้ปลดการใช้งานลงด้วยตัวเองหรือการตอบสนองแบบอัตโนวัติภายใต้อำนาจจิตใจ  ***หากใช้สกิลนี้ไปแล้วครั้งหนึ่งร่างกายจะอยู่ในสถานะขยับตัวไม่ได้ 10 วินาทีและต้องรออีก 6 ชั่วโมงเพื่อใช้งานในครั้งต่อไป 》

 

หะ.....ห่ะห๊ะ!!!   เอาหล่ะสิ....มีสกิลที่โกงซะยิ่งกว่าโกงโผล่ออกมาอีกแล้ว

....ฮึก  เปล่านะ ฉันไม่ได้ร้องไห้ซักหน่อย

            และแน่นอนว่าผลลัพธ์ของคำอธิบายนั่น  ก็ทำให้กรต้องหนักใจอย่างหนักเช่นเคย จนน้ำตาที่หมดไปแล้วในครั้งก่อน แทบจะไหลออกมาอีกเป็นครั้งที่ 2 เพราะความรู้สึกที่หนักอึ้งกว่าเดิมถาโถมเข้ามาพร้อมกันมากมายเลยทีเดียว

 

แล้วถ้างั้น จะให้ฉันทำไงกับมันกันเล่า  ห๊ะ!!!!

จะบ้าเรอะ!!!!  มีที่ไหนกัน เพิ่มสเตตัสทั้งหมดได้ 50 เท่าเนี่ย นี่มันจะมากเกินไปแล้ว!!!

 

แถมยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกครึ่งวินาทีอีก  งั้นเมื่อกี้ที่ฉันจ่ายพลังเวทย์ลงไปเฉลี่ยแล้วก็ประมาณ 8 หมื่น ส่วนเวลาที่ผ่านไปตั้งแต่เริ่มใช้ก็ประมาณ 3-4  นาทีได้….

....นี่แสดงว่าสเตตัสของฉันตอนที่ใช้สกิลเมื่อกี้นี้ก็คือ  เอิ่ม... 8 คูณ 5 คูณ 3 คูณ 2.......... 24 ล้านจุดงั้นเหรอ!!!!! 

 

โกง!!!  โกงเกินไปแล้ว!!!  นี่มันมากกว่าสเตตัสของเคลเบรอสตั้ง 2 เท่าเลยนะเฮ้ย...ตัวฉันนี่มันจะโกงไปถึงไหนกันเนี่ย!!!  หะ...ให้ตายสิ  เริ่มกลัวตัวเองขึ้นมาอีกแล้วแฮะ

ตะ...แต่ว่า  เห็นบอกว่ามีคูลดาวน์ 6 ชั่วโมงด้วยสิ  เพราะงั้นก็เลยใช้ต่อเนื่องไม่ได้  แถมหลังใช้ก็ขยับตัวไม่ได้อีกตั้ง 10 วิเลยแหน่ะ...อีแบบนี้ถ้าเกิดยังจัดการศัตรูไม่ได้ด้วยสกิลนี้ในการโจมตีสุดท้าย ตัวเราก็จะกลายเป็นกระสอบทรายไปเลยหน่ะสิ!!!

 

โอ้ว!!! งั้นเหรอ  สกิลโกงโคตรนี่ก็มีความเสี่ยงอยู่สินะ  แบบนี้คงต้องเก็บไว้เป็นไม้ตายก้นหีบแล้วหล่ะ  แบบนี้ก็ค่อยพอรับได้หน่อย...

....ฟู่!!!  ทั้งที่สกิลมีข้อจำกัดผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดแท้ๆ  แต่เราดันดีใจกับมันซะงั้น  ไอ้เรานี่ก็แปลกดี...ไม่สิ  คิดว่าเราก็ปกตินั่นแหล่ะ...มั้งนะ  ก็แค่สกิลมันเกินธรรมดามากเกินจนทำใจยอมรับไม่ได้ต่างหาก

 

〝เห้อ!!!〞

          แล้วกรก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนักราวกับจะรีบปัดเป่าความอัดอั้นที่อยู่ในใจให้มลายหายไปเพื่อปรับจิตใจและความคิดให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้งหลังจากที่เจอความกดดันอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกับที่กรกำลังพูดบ่นกับตัวเองพร้อมกับหัวเราะแห้งอย่างไร้อารมณ์อยู่นั่นเอง ก็มีเสียงของบุคคล?ปริศนาดังขึ้นมาแทรกความคิดของกร

 

〝ฮะ.. ฮ่ะ!!! ให้ตายสิ! ตัวเรานี่มันโกงซะจริง....  เอาซะจนตัวเองยังกลัวเลยนะเนี่ย.......  〞

 

แกร็กๆ!!

〖อะไรกันเจ้าหนู! การแข็งแกร่งขึ้นก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่รึ....  จะยินดีกับมันมากกว่านี้ก็ได้หล่ะมั้ง!!!〗

〝หนวกหูน่า เจ้าหมา! อย่างแกจะมาเข้าใจความทุกข์ของฉันที่ต้องคอยรับแรงกดดันจากตัวเองได้ยังไ———〞

.

.

.

〝หา!!!!!!!〞

          แล้วพอกรตอบกลับเสียงปริศนาที่ฟังดูเหมือนเพิ่งเคยได้ยินเมื่อไม่นานมานี้นั่นไปอย่างไม่ใส่ใจจึงไม่ได้รู้เลยแม้แต่น้อยเลยว่าเป็นต้นเสียงนั้นมาจากใครแต่ก็ยังตอบกลับในทันทีราวกับคุ้นเคยกับคู่สนทนาที่ว่าอยู่ก่อนแล้ว  แต่พอดึงสติขึ้นมาได้ก็รู้ในทันทีว่าเสียงนั้นเป็นของใคร  จึงได้ตะโกนออกมาจนลั่นเพราะความตกใจนั่นเอง...

 

〝คะ...เคลเบรอสงั้นเหรอ!?〞

〖หืม! ก็ใช่หน่ะสิ.... มีอะไรงั้นรึเจ้าหนู!?〗

〝ยะ...ยังจะมาถามว่ามีอะไรอีก! แกหน่ะไม่ใช่ว่าตายไปแล้ว!? ….มะ  ไม่สิ...ที่ฉันอยากจะถามหน่ะ คือตอนนี้แกอยู่ที่ไหนต่างหากหล่ะ!!!!!!!〞

          ใช่แล้ว  คนที่พูดขัดจังหวะความคิดของกรอยู่นี้ก็คือเคลเบรอสนั่นเอง  แต่ถึงแม้กรจะได้ยินเสียงของมันแต่ก็ไม่ได้ตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้แต่อย่างใด  นั่นเพราะเขามั่นใจ 100% ว่าเคลเบรอสตายไปแล้วแน่ๆ ไม่เช่นนั้นไอเทมดรอปทั้งหลายจะออกมาได้ยังไง  พอคิดแบบนั้นได้ก็เลยใช้ตาเหยี่ยวกับสุดยอดการประมวลผลหาที่อยู่ของมันอย่างรวดเร็ว ...แต่ก็ยังไม่เจอ  แล้วพอกรคิดดูอีกที เพราะหากว่าเคลเบรอสซึ่งเป็นบอสมอนสเตอร์ปรากฏขึ้นมาอีก『หน้าต่างตั้งค่า』ต้องร้องเตือนตนอีกแน่อยู่แล้ว  นั่นเลยทำให้ตัวเขาสับสนมากไปกันใหญ่

 

แกร็กๆ!!

〝ยะ...อยู่นั่นงั้นเหรอ!?〞

ตึก!  ตึก!  ตึก!  ตึก!  ตึก!  ตึก!

            แล้วพอกรได้ยินเสียงที่คล้ายกับโลหะเสียดสีกันเล็กน้อยอีกครั้ง ซึ่งหากนึกย้อนไปก่อนหน้าก่อนที่เคลเบรอสจะเริ่มทักกรก็ได้ยินเสียงแบบเดียวกัน มาจากกลุ่มสมบัติที่กองเป็นพะเนินซึ่งเป็นไอเทมดรอปของเคลเบรอสนั่น นั่นเลยทำให้กรที่พอมีประสบการณ์จากอนิเมะและเกมจากโลกเดิมพอคาดเดาได้บ้างแล้วว่าสภาพของเคลเบรอสในตอนนี้นั้นจะเป็นอย่างไร จึงได้รีบวิ่งเข้าไปยังกองสมบัตินั่นอย่างรวดเร็ว แล้วก็ทำการใช้มือทั้งสองข้างทั้งขุดและปัดเหรียญทอง และไอเทมต่างๆที่ขวางทางอยู่อย่างรีบร้อนในขณะเดียวกัน

 

〝เห้ยเคลเบรอส!  อยู่ตรงไหนกันแน่ฟ่ะ!!!〞

〖ข้าอยู่ตรงนี้เจ้าหนู!  จะแทงตาอยู่แล้วเนี่ย!!!〗

〝!!!!!!!!!!〞

          แล้วพอกรควานหาตามเสียงของเคลเบรอสที่กำลังบอกตำแหน่งของตัวเองอยู่  จนกระทั่งพบแหล่งกำเนิดเสียงเข้าจนได้ ก็ทำให้เขาตกใจกับภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ามากจนถึงกับจ้องมันเขม็งเลยทีเดียว

 

วิ้ง!  วิ้ง!  วิ้ง!  วิ้ง!  วิ้ง!  วิ้ง!

          สิ่งที่กรกำลังจับจ้องอย่างไม่วางตาอยู่นี้ก็คือ ดาบสองคมสีดำสนิทไม่ว่าจะเป็นใบดาบหรือด้ามดาบความยาวทั้งหมดประมาณ 80  เซนติเมตร กำลังถูกวางอยู่บนกองสมบัติในแนวขนานกับพื้น  ตรงโคนดาบซึ่งเป็นที่กั้นระหว่างใบดาบและด้ามดาบ ถูกประดับด้วยรูปสลักโลหะมันวาวเป็นรูปศีรษะของเคลเบรอสหัวหนึ่งและมีสีดำสนิทเช่นเดียวกับตัวดาบ ลวดลายบนใบดาบแบบยุโรปเองก็มีความวิจิตรงดงามและซับซ้อนราวกับภาพวาดแนวแอฟแตค แต่ก็สมมาตรกันทั้งซ้ายขวาหากแบ่งครึ่งดาบเป็นสองซีก ส่วนด้ามดาบแม้จะไม่มีการตกแต่งเป็นพิเศษ แต่ลวดลายดั้งเดิมเองก็ดูดีอยู่แล้ว นั่นเลยทำให้โดยรวมแล้ว ดาบสีดำทมิฬเล่มนี้คือผลงานระดับสุดยอดอย่างไม่ต้องสงสัย

 

〝กะ...โกหกน่า!!!〞

แกร็กๆ!!

〖จะตกใจอะไรกันเจ้าหนู!!!〗

〝ยังจะมาถามอีก ไอ้เจ้าหมานี่!  ละ…แล้วทำไมแกถึงกลายเป็นดาบไปได้หล่ะเนี่ย!〞

〖หืม! ข้าไม่ได้บอกหรอกเหรอ...ว่าหากผ่านบททดสอบได้ และข้ายอมรับความแข็งแกร่งของเจ้า เจ้าก็จะกลายเป็นนายของข้าหน่ะ... 〗

〝ไม่ได้บอกซักนิดเลยเฟ้ย!!! 〞

〖อ้าว...งั้นหรอกเหรอ! ห๊ะห่ะห่ะ....สงสัยจะเป็นเพราะการต่อสู้ของเรามันดุเดือดมากกระมั้ง เลยทำให้ข้าลืมบอกไปซะสนิทหน่ะ〗

〝คะ....คนอย่างแกนี่มัน !!! 〞

          แล้วหลังจากที่กรเกิดความสงสัยในตัวเคลเบรอส ก็เลยรัวคำถามใส่เป็นชุด แต่เคลเบรอสที่ตอบออกมาแบบทีเล่นทีจริงทั้งที่กรถามอย่างจริงจัง บวกกับสีหน้าและการเคลื่อนไหวของใบหน้าที่อยู่บนโคนดาบซึ่งตอนนี้เป็นโลหะทั้งหมดก็ถูกแสดงออกมาราวกับกำลังพูดกับเคลเบรอสในตอนที่เป็นบอสมอนสเตอร์ยังไงอย่างงั้น นั่นเลยทำให้เขาหงุดหงิดเล็กน้อย แต่กรก็ปรับอารมณ์ตัวเองใหม่ เพื่อให้กลับมาสุขุมอีกครั้งในทันที แล้วจากนั้นก็ถามคำถามเคลเบรอสต่อไปเรื่อยๆ

 

〝ระ..เรื่องนั้นช่างมันก่อน! แต่ไม่เห็นสัมผัสได้เลยซักนิดว่าแกเป็นมอนสเตอร์...  แล้วแกในตอนนี้จะอยู่ในสถานะอะไรกันหล่ะ.....〞

〖ถ้านั่นหมายถึงว่าข้าเป็นศัตรูรึเปล่าละก็...ข้าก็บอกไปแล้วนะ ว่าเจ้าในตอนนี้เป็นนายของข้า ....ส่วนถ้าถามว่าตอนนี้ข้าเป็นมอนสเตอร์รึเปล่า แค่ใช้สกิลตรวจสอบดูก็รู้แล้วไม่ใช่รึ!?〗

          พอกรถามออกไปแบบนั้น เคลเบรอสก็ตอบกลับมาเป็นเชิงเชิญชวนให้กรตรวจสอบตัวเอง ที่เคลเบรอสทำแบบนั้นเอง นั่นก็เพื่อทุ่นเวลาอธิบายกับเพื่อให้กรพิสูจน์ด้วยตัวเองเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือก็ด้วย กรเองก็ไม่คิดว่าเคลเบรอสโกหก แต่ก็ยังไม่เชื่อเต็มร้อย ก็เลยรีบใช้สกิล『ตรวจสอบขั้นสูง』กับเคลเบรอสที่ตอนนี้เป็นดาบไปแล้วในทันที แล้วผลลัพธ์ที่เกินคาดก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้ากรอีกครั้ง.....

 

 

『เคลเบรอสซอร์ด』【SSS】

《 คำอธิบาย : ดาบสีดำทมิฬอันน่าเกรงขามซึ่งเป็นที่สิงสถิตของจิตวิญญาณเคลเบรอส โดยเงื่อนไขการได้รับก็คือ การผ่านบททดสอบและการยอมรับจากเคลเบรอสซึ่งเป็นบอสมอนสเตอร์เท่านั้น ทำให้ผู้ที่ครอบครองได้รับพลังมหาศาล  *ความสามารถและความทนทานของดาบเล่มนี้จะเติบโตตามความสามารถของผู้ใช้ ทั้งยังสามารถใช้สกิลของเคลเบรอสได้ทั้งหมด ความรุนแรงขึ้นอยู่กับพลังเวทย์และเลเวลของผู้ใช้ **เนื่องจากดาบเล่มนี้มีจิตวิญญานของตัวเอง จึงจัดเป็นอินเทเลเจนท์ซอร์ด ซึ่งมีความคิดและสติปัญญาเป็นของตัวเองและมีอิสระในการกระทำโดยไม่ขึ้นกับคำสั่งของผู้ใช้  》

 

〝อึก!!〞

เดี๋ยวก่อนสิ...จะบอกว่าไอ้ดาบเนี่ยเป็นไอเทมดรอปงั้นเหรอ  อย่าบอกนะว่าเป็นเพราะ『หน้าต่างตั้งค่าอัตราการดรอปไอเทม』นั่นหน่ะ...  แต่เคลเบรอสก็บอกเองนี่นาว่าจะกลายเป็นดาบในตอนที่ตัวเองยอมรับคู่ต่อสู้..... ว้าก!!!  งงไปหมดแล้วโว้ยยย!!!!!!!!

ตะ.....แต่คิดเรื่องนั้นไปก็ไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดซะด้วยสิ เพราะงั้นคิดไปก็คงเหนื่อยเปล่าละมั้งเนี่ย.....

 

แล้วไอ้ที่กลายเป็นดาบเนี่ยก็น่าตกใจพอแล้วนะ....แต่ว่าที่น่าตกใจกว่าคือ ระดับความหายากของมันกับความสามารถของมันต่างหากหล่ะ....

ในตอนที่ฉันสร้าง『เอ็กซ์คาลิเบอร์』กับ『ดูแรนดัล』จากพื้นห้องโถง  เจ้าหมานี่ยังบอกเลยว่า ระดับ 【SSS】เป็นไอเทมระดับสูงสุดๆ

เหลือเชื่อ...เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!!!!  นี่แค่สกิลยังไม่พอ  แต่ยังได้อาวุธระดับตำนานมาอีกงั้นเหรอ  นี่เราจะโกงไปถึงไหนกันเนี่ย....

 

แล้วยังมีความสามารถที่โคตรโกงติดมาด้วยอีก....เติบโตตามผู้ใช้งั้นเหรอ  จริงๆมันก็ฟังดูดีอะน่ะ....ถ้าไม่ติดว่าคนใช้เป็นฉันหล่ะก็  อีแบบนี้ก็หมายความว่าสเตตัสของดาบนี่ก็เป็นแสนเหมือนกันสินะ ....งั้นมันก็เป็นดาบที่โกงไม่แพ้คนใช้อย่างฉันเลยหน่ะสิ…

...แต่ที่น่าตกใจกว่าก็คือ มันดันสามารถใช้สกิลของเคลเบรอสได้ด้วยนั่นแหล่ะที่โกงยิ่งกว่า  ทั้ง『ตัดสายลม』ที่ติดตามเป้าหมายได้  『กรดเดือดหลอมละลาย』ที่รุนแรงถึงขนาดย่อยพื้นห้องโถงที่แข็งโคตรๆนั่นได้ก็ด้วย  แล้วยังมี『เพลิงทมิฬ』ที่ร้อนโคตรๆ แถมยังสามารถทำให้เป้าหมายติดสถานะผิดปกติอะไรก็ได้ตามใจอีก...

 

...ก็ใช่สิ ฉันโดนมากับตัวเองนี่หว่า ทำไมจะไม่รู้ว่าไอ้สกิลพวกนี้มันน่ากลัวขนาดไหน  ละ....แล้วไอ้สกิลบ้าๆพวกนั้นก็จะมาอยู่ในมือฉันอีกแล้วงั้นเหรอ!!!

 

〖จะตกใจมากเกินไปแล้วมั้งเจ้าหนู!?〗

〝หนะ..หนวกหูน่า เจ้าหมาบ้า! ขอเวลาให้ฉันได้พักบ้างเหอะ!!!〞

〖จะเศร้าไปทำไมกันเจ้าหนู  ทั้งที่ได้พลังอันมหาศาลมาไว้ในมือแท้ๆ.....〗

〝ฮึก!  ขอร้องหล่ะ  อย่าตอกย้ำกันเลยนะ... ขอร้อง....〞

            พอเคลเบรอสถามออกไปแบบนั้น  น้ำตาของกรก็ปริ่มขึ้นมาเล็กน้อยอีกครั้งหลังจากตอบกลับเคลเบรอสด้วยสีหน้าที่อ้างว้างเสียเหลือเกิน  แล้วพอเคลเบรอสถามออกมาอีกครั้ง กรก็น้ำตาไหลพรากออกมาในทันที แล้วก็ตอบเคลเบรอสด้วยเสียงสะอึกสะอื้นราวกับเด็กน้อย ทั้งยังพูดคำว่า〝ขอร้อง〞ขึ้นมาถึงสองครั้งในประโยคเดียวอีกต่างหาก....

 

〖น่าแปลกใจจริงๆ...ข้าไม่เคยเห็นคนที่ได้รับพลังอำนาจมาแล้วมานั่งกอดเข่าร้องไห้เช่นเจ้ามาก่อนเลย....เจ้าหนู  แกนี่แปลกคนชะมัดเลย...〗

〝ฮึก!  กะ...ก็มัน  กะ...กดดันนี่หว่า ฮึก! แล้วจะให้ฉัน ทำยังไงเล่า...〞

〖โอ๋ๆ  ไม่ร้องนะเจ้าหนู ....มีอะไรก็ค่อยๆคุยกันได้น่า...〗

 

          แล้วกรก็ยังร้องไห้ออกมาเบาๆไม่หยุด  เคลเบรอสก็เลยปลอบกรแทบจะทันที หากมองทั้งคู่ในตอนนี้แล้วหล่ะก็ มันเหมือนกับจะเห็นภาพของพ่อแม่ที่กำลังให้กำลังใจลูกโดยการลูบหัวในขณะที่ปลอบโยนไปด้วยทับซ้อนอยู่ยังไงอย่างงั้นเลย  สาเหตุหนึ่งก็เป็นเพราะตัวเขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูสุดโหดในดันเจี้ยนเพียงลำพังมาตลอด นั่นเลยทำให้ตัวเขาต้องรับแรงกดดันแบบนั้นอยู่คนเดียว เพราะเหลือตัวคนเดียวกรจึงต้องทำจิตใจของตัวเองให้แข็งแกร่งมากพอที่จะรับสภาพทุกอย่างรอบตัวได้ด้วยตัวเองให้ได้ ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถเอาตัวรอดในดันเจี้ยนนี้ได้ แต่ถึงจะทำทุกอย่างที่ว่ามาได้  กรก็ยังไม่สามารถเอาชนะความกลัวและแรงกดดันต่อความแข็งแกร่งของตัวเองได้อยู่ดี

 

            แล้วพอกรมาเจอกับศัตรูสุดแกร่งอย่างเคลเบรอสเข้า  ทั้งกรและเคลเบรอสที่ทุ่มเททั้งจิตวิญญาณเข้าปะทะกันอย่างเปิดเผย ทั้งสองที่เอาทุกสิ่งที่ตนมีเข้าห้ำหั่นกันและเดิมพันด้วยชีวิตอย่างซื่อตรง เลยทำให้ใจจริงของทั้งคู่ส่งไปถึงอีกฝ่ายจนหมด เหมือนกับคำพูดที่ว่า 〝นักสู้ที่แท้จริง  แค่แลกหมัดกันก็สามารถสื่อใจถึงกันได้โดยที่ไม่ต้องใช้คำพูด〞นั่นแหล่ะ นั่นเลยทำให้ทั้งคู่รู้สึกเคารพอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก ราวกับการต่อสู้นั่นทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า『มิตรภาพของลูกผู้ชาย』ขึ้นมาต่อทั้งสองฝ่ายยังไงอย่างงั้นเลย  กรก็เลยแทบจะปลดปล่อยอารมณ์ทั้งหมดที่สั่งสมมาตลอดออกมาต่อหน้าเคลเบรอส อย่างไม่มีอาการอายเลยซักนิด นั่นเลยเป็นตัวพิสูจน์ว่าทั้งคู่ไว้ใจกันมากพอสมควรแม้จะเพิ่งปะทะกันอย่างดุเดือดมาก็ตาม  แล้วพอกรปลดปล่อยความรู้สึกออกมาเป็นสายธารซักพักหนึ่ง เขาก็ตั้งสติใหม่อีกครั้ง ด้วยการตบหน้าตัวเองแรงๆด้วยมือทั้งสองข้างแล้วเริ่มการตรวจสอบต่อในทันที

.

.

.

 

〝เห้อ! เอาหล่ะ  แค่นี้ก็พอแล้วมั้ง....โทษทีนะเจ้าหมา  ดันให้แกเห็นด้านที่อ่อนแอของฉันซะได้ !〞

〖ห่ะห่ะห๊ะ!  อย่าใส่ใจเลยน่าเจ้าหนู  กลับกันข้าตกใจมากกว่าที่เจ้าทนรับภาระจากการลงดันเจี้ยนเพียงลำพังมาได้นานขนาดนี้เนี่ย  ....นี่ก็แสดงให้เห็นว่าเจ้าก็ยังปกติดีอยู่.....ข้าคิดว่างั้นนะ〗

〝ประโยคหลังนี่ไม่ต้องพูดก็ได้เฟ้ย!!! อะ....เอาเถอะ  เสียเวลามามากพอแล้ว! งั้นฉันจะเริ่มการตรวจสอบไอเทมให้ว่องเลยก็แล้วกัน.... แกมีอะไรแนะนำฉันรึเปล่าหล่ะเจ้าหมา...〞

〖หืม...ข้าเพิ่งเป็นคนที่ทำให้เจ้าปางตายมาหยกๆเลยนะเจ้าหนู...เจ้านี่ก็แปลกดีนี่  เชื่อใจข้าง่ายไปแล้วมั้ง....〗

〝อะไรกัน....เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปสิ ฉันไม่ใช่คนที่จะมาคิดเรื่องเล็กน้อยพรรค์นั้นหรอกนะ…. 〞

〖งั้นเหรอ  แต่เอาเถอะ....แบบนี้ก็ดีแล้ว  ข้าเองก็ไม่อยากเสียแรงอธิบายให้มากความซะด้วย  เจ้าเข้าใจง่ายๆก็ดีแล้วหล่ะนะ.....〗

 

〖หึ...ห่ะห่ะห๊ะ!〗

〝หึ...ห่ะห่ะห๊ะ!〞

          แล้วทั้งคู่ก็ยิ้มให้กันอย่างร่าเริงจนเห็นฟันแทบจะทุกซี่และหัวเราะให้กันเบาๆราวกับเด็กๆที่เพิ่งคืนดีกัน อันเป็นสัญญาณทางอ้อมว่าทั้งคู่ได้ร่วมมือกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง  แล้วจากนั้นกรก็ทำการตรวจสอบดรอปไอเทมรวมถึงเงินทั้งหมดที่ดรอปออกมาตามคำแนะนำของเคลเบรอสไปเรื่อยๆ....

 

          ....จากคำบอกเล่าคร่าวๆของเคลเบรอส  ดูเหมือนว่าไอเทมในโลกนี้ทั้งหมดจะถูกแบ่งระดับความหายากตั้งแต่น้อยไปหามากเป็น E, D, C, B, A, S, SS, SSS แน่นอนว่ายิ่งระดับความหายากสูงโอกาสดรอปก็ยิ่งต่ำ แต่ความสามารถพิเศษและสเตตัสที่ได้รับก็จะมากตามไปด้วย ในระดับ E ถึง C  นั้นคือไอเทมระดับพื้นฐานซึ่งคนทั่วไปใช้กัน ส่วนตั้งแต่ระดับ B ขึ้นไปนั้นก็นับเป็นของชั้นเยี่ยม 

            หากถึงระดับ S ก็ยิ่งเป็นไอเทมที่หายากมากขึ้นไปอีก ส่วนในระดับ SS และ SSS  นั้นได้ชื่อว่าเป็นไอเทมที่หายาก ซึ่งปรากฏในเรื่องเล่าปรัมปราหรือเทพนิยายเท่านั้น ทั้งยังมีเพียงชิ้นเดียวในโลกอีกต่างหากแน่นอนว่า『เคลเบรอสซอร์ด』ที่เป็นระดับ SSS เองก็เช่นเดียวกัน  แล้วเคลเบรอสยังบอกอีกว่า ระดับ SSS ที่ถูกเผ่าพันธุ์มนุษย์ค้นพบแล้วมีเพียง 5 ชิ้นเท่านั้นเอง

 

            แล้วหลังจากที่กรใช้เวลาตรวจสอบไอเทมทั้งหมดร่วม 1 ชั่วโมงเศษ กรก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าเหลือเชื่อมากมาย  โดยไอเทมทั้งหมดรวมถึงอาวุธ ชุดเกราะและวัสดุต่างๆ ที่ดรอปออกมานั้นมีอยู่มากมายก็จริง แต่ที่มีความสามารถและความหายากโดดเด่น และกรคิดจะนำมาใช้งานจริงในตอนนี้นั้นมีแค่ 2 ชิ้น ดังนี้....

 

『ดาร์คเนสเซ็ทโค้ท』【SSS】

《 คำอธิบาย : ชุดเซ็ทเสื้อคลุมที่มีตั้งแต่เสื้อซับในไปจนถึงรองเท้าบูท  ซึ่งเมื่อสวมทั้งหมดแล้วจะเพิ่มความต้านทานทางกายภาพและเวทย์มนต์ รวมถึงสเตตัสทั้งหมดขึ้นอีก 50% จากสเตตัสในปัจจุบัน แล้วยังเพิ่มความเสียหายจากการใช้เวทย์มนต์ของผู้สวมใส่ได้อีก 50% เช่นกัน  》

 

『ดูอัลไดเมนชั่นริง』【SS】

《 คำอธิบาย : ชุดเซ็ทแหวนทั้ง 2 วง ซึ่งหากใส่ครบทั้งสองวงจะทำให้เกิดผลดังนี้  *สามารถเปิดมิติเฉพาะของตัวเองขึ้นมาได้ โดยพื้นที่นั้นไร้ขีดจำกัด ซึ่งสามารถใช้เป็นคลังเก็บไอเทมทุกอย่างได้เช่นกัน ทั้งยังสามารถคงสภาพไอเทมทั้งหมดให้อยู่ในสภาพเดิมได้เหมือนกับก่อนที่จะนำเข้ามิติได้ **หากใส่เพียงข้างเดียวจะต้องร่ายเวทย์ในการใช้งาน  แต่หากใส่ทั้งสองข้างจะสามารถเรียกไอเทมในมิติเฉพาะออกมาได้ในทันทีดังใจนึก 》

 

          เนื่องจากผ่านการต่อสู้อันดุเดือดมาตลอดเลยทำให้ชุดเกราะเบาที่ได้รับมาจากกองอัศวินในตอนแรกของกรนั้นเละเทะจนไม่มีชิ้นดี  แม้ในการปะทะกับกลุ่มมอนสเตอร์ที่กรจุติครั้งแรกนั้นจะมีเพียงชุดเกราะส่วนแขนและส่วนขาเท่านั้นที่ถูกทำลาย สาเหตุหนึ่งก็เป็นเพราะเกราะเบาที่ว่ามันไม่ครอบคลุมบริเวณหน้าอกไปจนถึงหน้าท้องก็ด้วย  แล้วพอผ่านการปะทะกับเคลเบรอสเข้าไปอีก ความทนทานของเกราะเบาจึงหมดลงแล้วแหลกสลายไปในที่สุด  นั่นเลยทำให้กรต้องหาชุดเกราะใหม่  แต่สเตตัสด้านป้องกันของกรก็มากอยู่แล้ว

 

            ในตอนแรกกรนั้นคิดจะสวมใส่เกราะโลหะที่ถึงจะมีระดับความหายากอยู่ที่ระดับ【S】และเพิ่มสเตตัสเป็นค่าตัวเลขที่แน่นอน ซึ่งจะเพิ่มสเตตัสอยู่ที่ประมาณ 10,000 จุด รวมถึงเพราะใส่แล้วสบายใจและคิดว่ามันมีความทนทานมากกว่าก็ด้วย แต่ก็ถูกเคลเบรอสท้วงติง  นั่นเพราะสเตตัสของกรในตอนนี้นั้นสูงจนอยู่ในระดับที่ไม่จะเป็นต้องพึ่งพาพวกชุดเกราะที่มีการเพิ่มสเตตัสเป็นเลขที่คงที่ กลับกันหากใส่ชุดระดับสูงที่เพิ่มพลังขึ้นโดยคำนวณเป็นร้อยละจะมีประสิทธิภาพกว่า รวมถึงร่างกายอันแข็งแกร่งของกรในตอนนี้ไม่จะเป็นต้องพึ่งเกราะโลหะเลยด้วยซ้ำ นั่นเลยทำให้กรเปลี่ยนใจตามในทันทีเพราะความเห็นที่สมเหตุสมผลของเคลเบรอส

          แล้วหากลองดูเครื่องประดับที่เหลือแล้วละก็  แม้จะเป็นไอเทมระดับ【A】หรือใกล้เคียงก็ตาม แต่กรก็ยังไม่คิดจะสวมใส่มันในตอนนี้  นั่นเพราะเคลเบรอสบอกว่า  หากใส่ไอเทมที่มีความสามารถตรงข้ามกัน จะทำให้ผลพิเศษต่อต้านกันเองจนแสดงผลได้ไม่เต็มที่  กรจึงใส่ไอเทมที่คิดว่าจำเป็นไปก่อน แล้วจึงจะปรับแก้เครื่องแต่งกายให้มีประสิทธิภาพที่สุดอีกครั้ง

 

          แล้วจากนั้นกรก็ลองดูหนังสือเล่มที่หนากว่า 100 หน้านั่นทั้งหมด  แล้วก็พบว่ามันเป็น『หนังสือสกิล』นั่นเอง  แล้วกรก็ไม่รอช้าที่จะเรียนรู้มันทั้งหมด  แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไรมาก นั่นเพราะทั้งหมดมันเป็นสกิลติดตัวที่มีผลคล้ายกับที่กรมีอยู่ก่อนแล้ว ซ้ำยังมีผลน้อยกว่าที่เป็นอยู่เสียอีก แต่ในหนังสือสกิลที่ว่าก็ยังมีสกิล 『ตัดสายลม』『กรดเดือดหลอมละลาย』และ『เพลิงทมิฬ』อยู่เช่นกัน  แต่พอกรคิดจะเรียนรู้สกิลพวกนี้  เคลเบรอสก็แสดงอาการงอนราวกับเด็กออกมา นั่นเพราะหากกรใช้『เคลเบรอสซอร์ด』ก็จะมีผลออกมาคล้ายกัน เคลเบรอสจึงไม่อยากรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไปก้าวนึง  แม้ตอนแรกกรจะคิดว่าไม่เห็นต้องทำแบบนั้นก็ตาม แต่พอเคลเบรอสบอกว่าหากใช้สกิลพวกนั้นจากตัวดาบเคลเบรอสแล้ว จะให้ผลที่รุนแรงกว่าที่กรใช้เองเพราะมีพลังเวทย์ของเคลแบรอสอยู่ด้วย ก็เลยทำให้กรยอมทำตามที่เคลเบรอสบอก

          ส่วนไอเทมที่เหลือทั้งหมด  ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกวัสดุไว้ทำอาวุธและเครื่องป้องกันต่างๆ จากที่เคลเบรอสแนะนำ ดูเหมือนว่าหากไม่มีสกิลและความชำนาญเฉพาะด้าน ก็จะไม่สามารถสร้างของดีๆขึ้นมาได้ กลับกันของที่ดรอปจากดันเจี้ยนยังจะมีผลพิเศษและเพิ่มสเตตัสได้มากกว่าเสียอีก แต่กรก็คิดว่าบางทีตนอาจจะทำแบบนั้นได้เพราะมี『ตั้งค่าอาชีพ』อยู่  แต่กรก็ยังไม่มีโอกาสเหมาะๆบอกเรื่องนี้กับเคลเบรอส  ส่วนเหรียญเงินและเหรียญทอง เพชรนิลจินดาและของมีค่าอื่นๆอีกมากมายซึ่งเป็นของที่มีค่ามากมายมหาศาลนั้น รวมถึงไอเทมทั้งหมดที่กรยังไม่ได้ใช้งานทั้งหมดก็ได้ถูกกรเก็บลงไปใน『ดูอัลไดเมนชั่นริง』เรียบร้อย  แล้วพอการตรวจสอบจบลง  กรจึงเริ่มเตรียมตัวในการเดินทางลงไปยังชั้นที่ 26 ในทันที

 .

.

 

〖โอ้ว!....ใส่โค้ทแล้วเหมาะดีนี่นาเจ้าหนู!〗

〝เหอะ....โดนตัวผู้เหมือนกันชมแล้วมันรู้สึกแปลกๆชะมัดเลยฟ่ะ เจ้าหมา....〞

          หลังจากที่กรถอดชุดเกราะทั้งหมดออก จึงเปลี่ยนเสื้อปกติเป็นเสื้อยืดเนื้อผ้าสีแดงสดมีคุณสมบัติต้านทานเวทย์มนต์ แล้วสวมทับด้วย『ดาร์คเนสเซ็ทโค้ท』ซึ่งมีลักษณะเป็นโค้ทหางยาวจนถึงน่อง  ส่วนด้านหน้านั้นไม่มีซิบ แต่ถูกกลัดไว้ด้วยเชือกแบบเบาๆ แต่ก็ไม่ง่ายนักที่จะทำให้หลุด  การดีไซน์เองก็มีความสวยงามคล้ายๆกับดาบเคลเบรอสเช่นกัน  รวมกับชุดที่มีสีดำทมิฬตลอดทั้งเนื้อผ้า ซึ่งสีเข้ากับผมของกรที่เป็นคนเอเชียพอดี ตัดกับเสื้อสีแดงที่สวมอยู่ภายในนั่นเลยทำให้พอใส่แล้วมันเข้ากันแบบสุดๆ

 

〝ทางลงเนี่ย ทางนี้สินะ....〞

แกร็กๆ!!

〖โอ้ว...ใช่แล้วหล่ะ เจ้าหนู!  แค่เดินลงบันไดนั่นไปเดี๋ยวก็จะไปโผล่ที่ชั้น 26 เองแหล่ะ〗

〝อา...ถ้างั้นละก็  เริ่มออกเดินทางกันได้แล้วหล่ะ.....〞

          แล้วไม่รอช้า กรก็นำเคลเบรอสที่ตอนนี้เป็นดาบเข้าฝักแล้วสะพายไว้ที่หลังโดยให้ด้ามดาบโผล่ออกมาทางด้านไหล่ขวา  แต่พอกรถามคำถามกับเคลเบรอสไป มันก็โผล่ขึ้นมาจากฝักเล็กน้อยทั้งอย่างงั้นด้วยตัวเอง เพื่อให้ส่วนที่เป็นใบหน้าโผล่ออกมา แล้วก็ตอบกลับกรไปแทบจะทันทีด้วยน้ำเสียงที่ดูร่าเริง แล้วในระหว่างทางลงไปชั้นที่ 26 กรก็พูดคุยกันเล็กน้อยกับเคลเบรอส

 

〝เห้ย เจ้าหมา!  แกเพิ่งจะจากที่อยู่ของแกมาไม่ใช่เหรอ  ไม่รู้สึกเหงาซักนิดรึไงกัน!!!〞

〖โห้! ยังเร็วไปแสนปีนะเจ้าหนู ถ้าจะมาห่วงข้าคนนี้  แต่ก็เอาเถอะ...  ข้าเองก็เบื่อกับที่พรรค์นั้นแล้วหล่ะนะ...การได้ติดตามเจ้าไปเนี่ยคงจะสนุกไม่ใช่น้อย...เพราะงั้นก็อย่าทำให้ข้าผิดหวังซะหล่ะ..〗

〝อย่าคาดหวังกับฉันมากจะดีกว่านะ...〞

〖อย่าดูแคลนตัวเองไปเลยเจ้าหนู  เจ้าหน่ะเป็นเพียงไม่กี่คนเลยนะที่ทำให้ข้าสนุกได้ถึงขนาดนั้นหน่ะ....เพราะงั้นก็... ขอฝากตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งทั้งในฐานะข้ารับใช้และในฐานะ『เพื่อนพ้อง』ก็แล้วกันหล่ะ เจ้าหนู!!!〗

〝....................〞

 

พวกพ้อง.....งั้นเหรอ.......

〖หืม!?....เป็นอะไรไปเจ้าหนู  รึว่ารู้สึกไม่ค่อยดีกับคำพูดของข้า!?〗

          แล้วพอเคลเบรอสฝากตัวกับกรอีกครั้ง  ทั้งยังบอกกับกรอีกว่าตัวเองเป็นพวกพ้อง ก็เลยทำให้กรนึกถึงความหมายของมันวนเวียนอยู่ในหัวครู่หนึ่ง แล้วพอเคลเบรอสสังเกตเห็นกรเงียบไปพักใหญ่ก็เลยถามออกมาด้วยความเป็นห่วง  แต่รูปประโยคกลับคล้ายกับจะประชดประชันกรเล็กน้อย แต่กรที่กำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ก็ไม่ได้คิดมากแต่อย่างใด

 

〝เปล่าหรอก......ก็แค่  .....ตั้งแต่เกิดมา ฉันมีคนที่สามารถเรียกแบบนั้นได้อย่างเต็มปากแค่ 6 คนเท่านั้นเอง….〞

〖...................〗

          กรที่ตอบเคลเบรอสออกไปแบบนั้นเบาๆด้วยเสียงที่หนักแน่น แต่กลับก้มหน้าลงต่ำจนเหมือนกับกำลังเศร้าใจ  ทั้งยังแผ่บรรยากาศน่าสลดออกมาเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ นั่นเลยทำให้เคลเบรอสครุ่นคิดเรื่องของกรขึ้นมาเล็กน้อย  และแม้ก่อนหน้านี้กรจะบอกว่าไม่ได้คิดมากเรื่องนั้นเพราะตัวเขาต้องการมีชีวิตอยู่ด้วยตัวคนเดียวเพื่อตัวเขาคนเดียวก็ตาม แต่เพราะเคลเบรอสสังเกตเห็นว่า ในประโยคที่กรพูดออกมานั้น มันมีคำว่า〝แค่〞อยู่  เพราะนั่นมันหมายความว่า กรไม่ได้ต้องการแค่นี้นั่นเอง แม้ตัวกรจะไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย แต่เคลเบรอสที่สังเกตเห็นจุดนั้น จึงได้คิดว่ากรก็เป็นแค่เด็กขี้เหงาที่พยายามทำตัวแข็งแกร่งเพื่อมีชีวิตรอดในนรกสุดโหดที่เรียกว่าดันเจี้ยนแห่งนี้ ก็สัญญากับตัวเองอยู่ในใจว่าจะเป็นเพื่อนพ้องกับเด็กคนนี้และจะปกป้องเขาอย่างสุดชีวิตให้ได้ 

 

〖งั้นเหรอ...เจ้าเองก็คงลำบากมาเยอะสินะ〗

            เคลเบรอสพูดแบบนั้นออกไปเป็นเชิงปลอบใจกรเล็กน้อย แต่กรก็ไม่ได้ตอบกลับเคลเบรอสแต่อย่างใด แล้วกรก็ยังคงมุ่งหน้าลงไปยังชั้นที่ 26 ต่อไป โดยที่ระหว่าทางหลังจากนั้นทั้งคู่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีกเลย แล้วหลังจากนั้นไม่นานกรก็ลงมาจนถึงปากทางเข้าชั้นที่ 26 ในที่สุด.....

 

 




NEKOPOST.NET