[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย ตอนที่ 15 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย

Ch.15 - ความโกงต่อเนื่องที่มาพร้อมกับการเกิดใหม่ครั้งที่ 2 ตอนแรก


 

ตอนที่ 15 : ความโกงต่อเนื่องที่มาพร้อมกับการเกิดใหม่ครั้งที่ 2  ตอนแรก

 

อืม.....

....ฉันสลบไปอีกแล้วงั้นเหรอ?

          หลังจากที่การต่อสู้อันดุเดือดของกรและเคลเบรอสที่ใช้ศักดิ์ศรีและชีวิตเข้าห่ำหั่นกันอย่างบ้าคลั่งได้จบสิ้นลง กรก็ได้สติขึ้นมาเล็กน้อย  แต่พอใช้สุดยอดการประมวลผลตรวจสอบดูกลับพบว่าตัวเองที่เพิ่งได้สติ อาจจะกำลังสลบอยู่จนถึงเมื่อครู่ จึงได้สงสัยขึ้นมาแบบนั้น

 

อืม.....ลองนึกย้อนไปก่อนหน้านี้ รู้สึกว่าเราจะใช้『จิตวิญญานเหล็กกล้า』ไปสินะ.....

งั้นก็หมายความว่าตัวเรา.....ตายไปอีกแล้วสินะ

 

....ไม่สิ ไม่สิ ตอนนี้ยังรู้สึกถึงร่างกายได้อยู่

เสียงเต้นของหัวใจเองก็ยังได้ยินอยู่เลย

 

แล้วมันหมายความว่าไงกันละเนี่ย!

ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกสกิลนั่นจะเขียนไว้ว่า หลังจากใช้ไปแล้วจะเสียชีวิตแทบจะทันที ไม่ใช่รึไง? 

 

นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย....

แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆละก็... ตัวฉันเนี่ยก็สุดยอดสุดๆเลยนะสิ...  ฟื้นจากความตายมาได้ถึง 2 ครั้ง แถมยังแทบจะในเวลาไล่เลี่ยกันอีก  ไม่สิ....ที่ตายบ่อยเนี่ยก็เพราะอ่อนเองด้วยนั่นแหล่ะนะ 

น่ากลัวชะมัดเลยแฮะ....ใช่ หมายถึงตัวฉันเองนั่นแหล่ะ

...แต่ใช่ว่าผลลัพธ์ออกมาแบบนี้แล้วจะไม่ดีใจหรอกนะ  ก็แค่สงสัยนิดหน่อยเท่านั้นเอง....

 

แต่ทั้งๆที่เราเพิ่งรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดแท้ๆ  แต่ก็ยังคิดเข้าข้างตัวเองแบบนี้ได้เนี่ย แสดงว่าตัวเราตอนที่มีความรู้สึกกลับมาแล้วสินะ….

ให้ตายสิ...ตัวฉันที่ลบความรู้สึกออกไปแล้วเนี่ยน่าขนลุกชะมัด  ดูท่าตัวฉันในตอนนั้นคงฆ่าคนได้โดยที่ไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดีอะไรเลยด้วยซ้ำละมั้ง  รู้สึกเหมือนเป็นคนละคนกับเราซะมากกว่าอีก น่ากลัวชะมัด...

 

แต่ก็นะ....เรื่องมันผ่านไปแล้ว ไม่อยากจะเก็บมาคิดให้รกสมองเท่าไหร่เลย  เอาเป็นว่าถ้าเจอกับศัตรูแกร่งๆก็ค่อยทำแบบนี้อีกก็แล้วกัน... 

ก็แหม มันน่ากลัวออกนี่น่ะ...  ถึงความทรงจำและสติสัมปชัญญะจะอยู่ครบถ้วนก็เถอะ  แต่มันก็ยังน่ากลัวอยู่ดี...ไม่สิพูดแบบนั้นก็ไม่ถูก  เพราะทั้งหมดนั่นมันก็เราทั้งนั้นนี่หว่า....

 

ให้ตายสิ...ยิ่งพูดก็ยิ่งงงตัวเองเข้าไปใหญ่

เอาเป็นว่า จบเรื่องนี้เอาไว้ก่อนดีกว่า....ไหนๆก็ยังมีชีวิตอยู่ทั้งที 

เพราะงั้นตอนนี้ก็ขอดึงสติกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงก่อนละกัน....

          เพราะเวลาผ่านไปค่อนข้างนานหลังจากการต่อสู้ที่แสนหนักหน่วง เลยทำให้กรได้มีเวลาพักฟื้นสภาพร่างกายและจิตใจจนความคิดเริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง  แต่เพราะในขณะที่ต่อสู้กับเคลเบรอสตัวกรเองได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งบรรยากาศ ความคิดและการกระทำที่แสนจะเด็ดขาดและเลือดเย็นราวกับเครื่องจักรนั่น จนทำให้ตัวเองยังต้องเกรงกลัวขึ้นมาเลยทีเดียว  แต่เพราะคิดว่าถึงกังวลไปก็ไม่ช่วยอะไร กรจึงได้ตัดสินใจลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อเผชิญกับความเป็นจริงตรงหน้าเสียที

 

〝อึก!!! 〞

          อาจเป็นเพราะกรได้สลบไปนานพอสมควร ประกอบกับทั่วทั้งบริเวณห้องโถงมีตะเกียงถูกจุดอยู่โดยรอบอย่างสว่างไสว เลยทำให้กรที่ดวงตายังไม่คุ้นชินตื่นขึ้นมาอย่างกระทันหันแสบตาไปโดยปริยายเหมือนกับที่ตื่นขึ้นมาครั้งก่อนนั่นเอง

 

ให้ตายสิ...นี่มันเดจาวูรึไงกัน

ความรู้สึกเหมือนกับตอนแรกไม่มีผิดเลยแฮะ........

          เพราะเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่มันเหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังกรจุติครั้งแรก เลยทำให้กรกังวลขึ้นมาเล็กน้อย แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่ เพราะคิดอะไรง่ายๆแบบนั้น เลยทำให้ตัวกรหลังจากนี้ไม่นานต้องตกตะลึงกับตัวเองอีกครั้ง แน่นอนว่าในความหมายเดียวกับที่เจ้าตัวเคยกลัวมาก่อนหน้านี้

 

〝เจ้าหมานั่น หายไปแล้วสินะ..... 〞

          แล้วกรที่กำลังสังเกตห้องโถงไปทั่วหลังจากตื่นขึ้นมา ก็ไม่พบร่างของเคลเบรอสที่น่าจะนอนหมดสภาพอยู่ที่ข้างกำแพงของห้องโถง จึงได้พูดแบบนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหงาแบบแปลกๆ เช่นเดียวกับเคลเบรอส กรเองก็รู้สึกเคารพเคลเบรอสในฐานะคู่ต่อสู้ที่มีความสามารถเท่าเทียมกันและยังเข้าต่อสู้กันด้วยจิตวิญญาณอันเร่าร้อนจนกระทั่งหมดสภาพไปทั้งสองฝ่ายอยู่ไม่น้อย เลยทำให้กรรู้สึกอาลัยกับเคลเบรอสอยู่นิดหน่อย ถึงแม้มันจะเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้กรต้องลำบากแทบตายมาแล้วก็ตามที 

          แล้วในขณะเดียวกับที่กรนึกย้อนกลับไปก็เลยจำได้ว่า ร่างของเคลเบรอสนั้นได้จางลงหลังจากโดนการโจมตีสุดท้ายของกรเข้าไป กรเลยคิดว่าเคลเบรอสคงจะหมดสภาพและหายไปตามเงื่อนไขที่บอกในตอนแรกไปแล้ว

 

จะว่าไป....ทำไมไอ้หมานั่นถึงรู้จักชื่อของฉันได้ละเนี่ย?

รึว่าบอสมอนสเตอร์เองก็มีสกิลตรวจสอบอยู่เหมือนกัน......ไม่เข้าใจเลยแฮะ

          และพอนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์นั้นก็เลยทำให้กรนึกถึงคำพูดทิ้งทวนของเคลเบรอสไปด้วย และแม้จะยังสงสัยกับคำพูดนั่นอยู่ แต่กรก็คิดว่าเรื่องนั้นไม่สำคัญเท่าไหร่นัก เพราะคิดว่าหากเป็นเรื่องที่จำเป็นจริงๆละก็ แค่เคลียร์ดันเจี้ยนแห่งนี้ได้คำตอบของทุกคำถามที่สงสัยมาตลอดตั้งแต่เข้าดันเจี้ยนมาก็จะปรากฏออกมาเอง

          ดังนั้นสิ่งที่ควรทำตอนนี้ไม่ใช่การเอาแต่กังวลกับสถานการณ์ที่ไม่แน่ชัดและหาคำตอบไม่ได้ แต่เป็นการเตรียมพร้อมและรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดในอนาคตต่างหาก พอคิดแบบนั้นได้กรก็ส่ายหัวไปมาอย่างเร็วเพื่อเรียกสติกลับมา แล้วรีบเดินเข้าไปยังที่ๆเคลเบรอสจางหายไปอย่างรวดเร็ว

 

วิ้ง  วิ้ง  วิ้ง  วิ้ง  วิ้ง  วิ้ง

〝โอ้ว!!!  นี่มัน!  ละ....เหลือเชื่อสุดๆไปเลยแฮะ!!! 〞

          แล้วพอกรเดินเข้ามาใกล้จนเริ่มมองเห็นบริเวณที่เคลเบรอสหายไปนั่นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น กรก็ต้องตกใจกับภาพที่อยู่ตรงหน้าเป็นอย่างมาก นั่นเพราะที่อยู่ตรงจุดที่เคลเบรอสหายไปนั้น มีทั้งกล่องสมบัติสีทองอร่าม  ตำราที่มีความหนาเกือบ 100 หน้ากองอยู่หลายเล่มด้วยกัน  แล้วยังมีเครื่องประดับ เสื้อคลุม ชุดเกราะ อาวุธต่างๆ  รวมถึงเหรียญเงิน เหรียญทอง เพชรนิลจินดาและอื่นๆอีกมากมายส่องประกายระยิบระยับอยู่แล้วยังกองรวมกันเป็นเนินสูงพอๆกับตัวของกรเลยอีกต่างหาก หากจะเรียกไอเทมที่กองเป็นพะเนินเหล่านี้ว่าสุดยอดขุมทรัพย์แห่งโซโลมอนก็คงไม่เกินไปเลย

 

โอ้วว้าว......นี่มันจะสุดยอดเกินไปแล้ว!!!

ถึงจะบอกว่าเป็นบอสก็เถอะ...แต่ไอเทมดรอปออกมาเยอะเกินไปแล้วมั้งเนี่ย....

 

ดะ....เดี๋ยวนะ! จะว่าไป ในตอนก่อนที่จะเริ่มสู้.....ดูเหมือนเราจะเพิ่มอัตราการดรอปไอเทมไปนี่นา.....

 

......................

นั่นปะไร!  ไม่ว่าจะคิดยังไง มันก็ต้องเป็นเพราะไอ้นั่นแหงแซะเลย......ก็แหม ฉันปรับให้ทุกอย่างมีอัตราดรอป 100% เลยนะ  ของจะออกมาขนาดนี้เนี่ยไม่แปลกใจเลย มีแต่เรื่องนี้แหล่ะที่มั่นใจว่าเป็นเพราะเราเอง....  นี่ขนาดตัวเองเป็นคนทำเองยังรู้สึกเลยว่ามันโกงโคตรๆ.....

 

มะ...ไม่เอาน่า อย่าคิดในแง่ลบแบบนั้นสิตัวฉัน!!!

ก่อนอื่น...  เพื่อไม่ให้เสียเวลามากกว่านี้ก็ต้องลองตรวจสอบไอเทมทั้งหมดนี่ก่อนหล่ะนะ......

          ในขณะที่กรกำลังกลัวสกิลของหนึ่งใน『หน้าต่างตั้งค่า』ของตัวเองอยู่เล็กน้อย  เพราะได้เกิดเรื่องน่าเหลือเชื่อขึ้นมาเพราะสกิลที่ว่า แต่เพราะจะมัวกังวลกับเรื่องที่เกิดไปแล้วก็ใช่ที่ ประกอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นสร้างผลประโยชน์ให้กรอยู่มากโข กรที่กำลังวิตกอยู่ก็เลยเลิกคิดมากกับเรื่องนี้ แล้วยื่นมือขวาของตัวเองออกไปยังขุมสมบัติเพื่อเริ่มการตรวจสอบ

 

〝!!!!!!!!!!!!!!!!!!?〞

ห๋า!!!  มือขวา....ของฉันงั้นเหรอ!!!

 

เดี๋ยวดิเฮ้ย.....มันขาดเพราะโดนกรดของเคลเบรอสละลายไปแล้วไม่ใช่เหรอ!!! หรือว่ามันงอกขึ้นมาใหม่อีกแล้วกันละเนี่ย…

 

เดี๋ยวๆ นี่มันจะน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้วเฟ้ย!!!

ร่างกายฉันนี่มันพิลึกขนาดไหนกัน!? ตัวฉันที่มีทั้งสกิลและสเตตัสที่แสนจะโกงโคตรๆอยู่แล้วเนี่ยยังไม่พออีกรึไง!  ถ้าถึงขนาดงอกแขนใหม่ขึ้นมาได้ทุกครั้งเนี่ยมันก็เกินไปแล้วนะเฮ้ย!!! แบบนี้มันไม่ปกติแล้ว!

น่ากลัว.....ตัวฉันนี่มันจะน่ากลัวเกินไปแล้ว!!!

 

มีแต่เรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้นมาพร้อมกันเต็มไปหมดเลยแฮะ....ห่ะห่ะห๊ะ  สมเป็นโลกแฟนตาซีจริงๆ

อะ...เอาเถอะ ที่แขนงอกใหม่เนี่ย ถึงจะพิลึกก็ตามที แต่โดยผลลัพธ์แล้วก็ถือว่าดีแล้วหล่ะ

 

ก็นะ.... ถึงจะบ่นไปแบบนั้นก็จริง แต่ใครมันจะอยากพิการเป็นเดชไอ้ด้วนกันหล่ะ

แต่ทำไมถึงรู้สึกว่าเคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาแล้วกันหว่า....ยังกะเดจาวูยังไงอย่างงั้นเลยแฮะ

          แล้วกรที่เพิ่งจะสังเกตได้ว่าแขนที่ขาดของตัวเองได้งอกขึ้นมาอีกแล้ว  เหมือนกับที่จุติไปครั้งก่อน ก็เพิ่งจะมาดีใจเอาป่านนี้ แต่ภายนอกก็ไม่ได้แสดงท่ามีอะไรมากนัก และแม้จะเทียบกับครั้งที่แล้วที่แทบจะกระโดดโลดเต้นไปทั่วแล้วนั้น ปฏิกิริยาในครั้งนี้ดูจะน้อยกว่าก็จริงอยู่ แต่ความรู้สึกดีใจก็ไม่แพ้ครั้งก่อนมากนัก

 

อืม....แต่เดี๋ยวนะ

ที่ครั้งก่อนแขนเรางอกกลับมาเนี่ย มันเป็นเพราะว่าเราจุติอีกครั้งไม่ใช่รึไง...

 

...........................

แล้วก็ยังมีเรื่องของ  ผลจากการใช้สกิล『จิตวิญญานเหล็กกล้า』นั่นก็ด้วย  ที่บอกว่าจะทำให้เสียชีวิตหลังจากใช้นั่นแหล่ะ.....

          แต่เพราะความดีใจนั่นก็เลยทำให้กรเพิ่งจะมาสังเกตว่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ มันเหมือนกับตอนที่กรผ่านการจุติครั้งแรกมาแล้วไม่มีผิด และเพราะตื่นตระหนกกับสภาพของตัวเองมากไปหน่อย เลยทำให้กรไม่ได้สังเกตุเลยว่าที่แขนขวาของตัวเอง มีรอยสักที่มีรูปร่างแปลกๆคล้ายกับวงเวทย์ เป็นลายยาวตั้งแต่หลังฝ่ามือไปจนถึงหัวไหล่สลักอยู่ อาจเป็นเพราะสีมันกลมกลืนกับความมืดและผิวสีแทนของกรหรือจะอะไรก็ตาม แต่นั่นเลยทำให้กรที่ตกใจกับสภาพของตัวเองในปัจุบันนี้อยู่แล้วตะลึงมากยิ่งขึ้นไปอีกหลังจากนี้ไม่นาน

 

แล้วพอนึกขึ้นมาได้ก็เพิ่งมารู้สึกตัวเอาป่านนี้...  ว่าดูเหมือนผมของเราจะยาวขึ้นมาพอสมควรเลย แล้วคิดว่าไม่ได้เป็นเพราะหลับไปนานแล้วแน่ๆ

ก็นะ...ดูจากสภาพโดยรอบก็พอจะรู้อยู่หรอกว่าหลังจากนั้นเราสลบไปประมาณ 6 ชั่วโมงได้

แล้วยังสามารถสัมผัสถึงพลังเวทย์ได้ละเอียดกว่าเดิมอีกแหน่ะ.... ถึงกล้ามเนื้อจะหนาขึ้นมานิดหน่อยก็เถอะ แต่เรื่องพละกำลังเนี่ยรู้สึกได้เลยแหล่ะว่ามันเพิ่มขึ้นมากๆ

 

เดี๋ยวดิ !!!! .....ถ้าเป็นแบบนั้น 

จากที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดตั้งแต่แรกแล้วเนี่ย.....มันเหมือนกับ———ตอนที่เราจุติครั้งแรกเลยไม่ใช่รึไงกันเนี่ย!?

 

โกหกน่า !!!

ถะถะถะ ....ถ้าเกิดเราตายไปแล้วฟื้นขึ้นมาอีกจริงๆละก็...  งั้นก็....อย่าบอกนะว่า!!!

 

〝จะ...【จงออกมา !  สเตตัสวินโดว์ !!!】〞

          เพราะเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้มันช่างคล้ายคลึงกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเหลือเกิน  นั่นเลยทำให้กรตกตะลึงอยู่ไม่น้อย  เลยเพิ่งมานึกถึงความเป็นไปได้อีกหนึ่งอย่างขึ้นมา  แล้วไม่รอช้า กรที่นึกขึ้นมาได้ว่าบางทีอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ว่าอีกครั้งกับตัวเองก็ได้ ก็เลยรีบร้อนใช้คำร่ายเฉพาะเรียก『หน้าต่างตั้งค่า』ของตัวเองออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆในทันที

 

กริ๊ง!!!

〝อึ๊ก! กะ.....โกหกน่า〞

          หลังจากคำร่ายเพื่อเรียกหน้าต่างสเตตัสของตัวเองเหมือนทุกทีจบลง  หน้าต่างที่แสนคุ้นเคยก็ถูกแสดงอยู่ในระดับสายตาของกรเหมือนเช่นที่ผ่านมา  เพียงแต่ว่าข้อมูลที่ถูกแสดงอยู่นั้นได้เปลี่ยนไปมาก นั่นเลยทำให้กรที่เห็นแบบนั้นถึงกับกลืนน้ำลายเสียงดัง แล้วตะโกนออกมาแบบนั้นด้วยอาการตกใจสุดขีดเลยทีเดียว

 

 

     ข้อมูลสเตตัส

『อุษณกร  วัชรวิรุฬห์ 』เพศ  ชาย   อายุ  17   เผ่าพันธุ์  ยอดอมนุษย์ยักษา

อาชีพ     นักลอบสังหาร                 เลเวล     1

『ฉายา』

          【ทั่วไป】〘การใช้ชีวิตที่ผิดพลาด〙,〘ราชาผู้พิชิต〙

          【จุติ】〘จุติแบบพิเศษขั้นสุดยอดที่หาได้ยากยิ่ง〙, 〘จุติยักษาแบบพิเศษขั้นสุดยอด〙

          【เฉพาะตัว】〘Give me Your Everything ?〙 ,〘กฎของชั้นก็คือกฎของนาย กฏของชั้นก็คือกฏของชั้น〙,〘ผู้ก้าวล้ำสรรพสิ่ง〙,〘จิตวิญญานเหล็กกล้า〙,〘เหนือฟ้าใต้หล้า ทนทานทุกสิ่ง〙, 〘กายาเหล็กไหล〙, 〘แขนยักษาแห่งการทำลายล้าง〙, 〘Ogre Armor Form〙

 

《พลังโจมตี》                  111,300               《พลังป้องกัน》                       135,000

《พลังเวทย์》                   111,300               《ความต้านทานเวทย์》              110,800

《ความว่องไว》               110,200               《พละกำลัง》                       135,000

 

 

หืม...เลเวลกลับมาเป็น 1 อีกแล้วแฮะ เผ่าพันธุ์เองก็เปลี่ยนไปแล้ว นี่แสดงว่าเราผ่านการจุติมาอีกแล้วสินะ 

เอ....แสดงว่าที่เราคิดมันเป็นความจริงสินะ  แล้วที่แขนงอกใหม่ได้เนี่ย เป็นเพราะจุติจริงๆสินะ........

เหลือเชื่อสุดไปเลยนี่นา ....ที่ไอ้การจุติที่แสนจะโกงโคตรๆนั่นมันเกิดขึ้นกับฉันอีกแล้วเนี่ย  แถมยังเกิดต่อเนื่องในเวลาไม่นานอีก อีแบบนี้ก็หมายความว่าเราจะโกงมากขึ้นอีกแล้วรึเปล่านา....แต่ที่น่าเหลือเชื่อกว่าก็คือ ฉันยังใจเย็นอยู่ได้นี่แหล่ะ———

 

 

ซะที่ไหนล่ะโว้ยยยย!!!!!!!!!

เจอเรื่องน่าเหลือเชื่อแบบนี้เข้าไปใครมันจะไปใจเย็นอยู่ได้กันฟ่ะ!!!!

 

บ้าชัดๆ!!!!!  ไอ้หน้าต่างบ้านี่มันอะไรกัน!!!

ทนไม่ไหวแล้ว.....ข่มใจตัวเองให้ใจเย็นลงไม่ได้เลยซักนิดเดียว!!!!!!!

          แล้วกรที่พยายามอดกลั้นอาการตกใจของตัวเองอยู่ด้วยการทำใจและความคิดให้เย็นลงอยู่ แต่ก็ต้องถึงขีดจำกัดในเวลาไม่นาน นั่นเพราะหน้าต่างที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ามันเหลือเชื่อจนเกินรับไหว จึงทำให้กรกลับมาบ่นแบบนั้นอยู่ในใจอย่างต่อเนื่องด้วยอาการตื่นตระหนกอย่างหนักเหมือนกับครั้งที่แล้วอีกครั้ง

 

ฉายาเพิ่มขึ้นมาแบบอลังการมาก!!!!  แถมยังเยอะโคตรๆอีกต่างหาก  ถึงขนาดต้องแบ่งประเภทกันเลยทีเดียว  นี่มันจะเกินไปแล้วนะเฮ้ยยย!!!

 

แล้วไม่ใช่แค่นั้น  เลเวลกลับมาเป็น 1 ตามที่คาดก็จริง แต่เผ่าเนี่ยมันเป็นคนละขั้วกับก่อนหน้าเลยนะเฟ้ย!!! ครั้งก่อนเป็น『ยอดมนุษย์』แต่คราวนี้มันกลายเป็น『ยอดอมนุษย์』ไปซะงั้น

นี่จะบอกว่าฉันไม่ใช่คนแล้วใช่ไหมเนี่ย!  แถมยังต่อท้ายด้วยคำว่า『ยักษา』อีกต่างหาก  นี่จะตอกย้ำกันไปถึงไหนเนี่ย ถึงจะไม่มีเขางอกขึ้นมาจริงๆ แล้วขนาดตัวจะเท่าเดิมก็เถอะ แล้วตรงไหนของฉันกันที่มันเป็นยักษ์ห๊า!!!!

 

ยังไม่หมด! ฉายาที่เห็นเนี่ยเพิ่มขึ้นมาจนน่าตกใจก็จริง... แต่ไอ้ที่น่าตกใจกว่าคือ สเตตัสต่างหากหล่ะ!!!

เลเวลหนึ่งนะครับ  ขอย้ำว่าตอนนี้กระผมเลเวลแค่ 1 เท่านั้น แต่สเตตัสที่แสดงอยู่มันดันขึ้นมาเป็นแสนเลยนะเฮ้ย!!!  เริ่มจะโกงมากยิ่งขึ้นเข้าไปทุกทีแล้วนะ!  เพิ่มขึ้นมากกว่าตอนที่จุติครั้งแรกตั้ง 10 เท่าเลยนะเว้ย!

          แล้วกรที่เห็นหน้าต่างสเตตัสของตัวเองก็ตกใจแบบสุดขีดอย่างที่คาด ทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด แล้วนั่นก็จะทำให้เขาตกใจมากยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้เสียอีก

 

ให้ตายสิ....จริงๆแล้วมันควรจะดีใจไม่ใช่รึไงกันเนี่ยที่เก่งขึ้นมาขนาดนี้...  ก็นะถ้าถามว่าดีใจไหม ก็ต้องตอบว่าดีใจแน่นอนอยู่แล้ว  แต่เพราะไอ้พลังที่โกงโคตรๆที่ได้มาในทีเดียวนี่น่ะ มันเป็นตัวการที่ทำให้เราประมาทหน่ะสิ...

เพราะได้พลังมาทั้งที่ยังไม่ได้ฝึกให้ชำนาญบวกกับสกิลโกงๆกับสเตตัสหมื่นกว่าๆในครั้งที่แล้ว เลยทำให้ตัวเราเป็นไก่ได้พลอย...ไม่สิเหมือนเป็นไอ้โง่คนนึงไปเลย  เพราะสู้กับเคลเบรอสก็เลยเข้าใจได้ว่าผลของการลำพองตนมันจะจบลงที่ความล้มเหลวและความตาย....

          เพราะได้รับบทเรียนราคาแพงเมื่อครู่เลยทำให้กรตระหนักได้อีกครั้ง ว่าแม้จะเป็นความมั่นใจหรือความกล้าหาญก็ตาม ก็ยังต้องมีจุดพอดีของมันเอง

          แต่จะว่าตัวกรฝ่ายเดียวก็ไม่ได้... นั่นเพราะสิ่งที่กรรู้ตอนที่ยืนหยัดขึ้นมาจากความสิ้นหวังนั้นคือ คนที่พึ่งพาได้มีเพียงตัวเขาคนเดียว การใช้ตัวเองเป็นที่ยึดเหนี่ยวนั้นหากเป็นคนทั่วไปคงไม่มีทางทำได้อยู่แล้ว นั่นเพราะไม่มีใครที่จะเชื่อมั่นในตัวเองอย่างแท้จริงอยู่นั่นเอง แต่กรที่ทำแบบนั้นได้กลับต้องมาโดนด้านคมอีกฝั่งของมันบาดเอาอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ซะได้

      

ก็นะจะโทษพลังมันอย่างเดียวก็ไม่ได้หรอก... ตัวเราเองนั่นแหล่ะที่เป็นต้นเหตุของความอ่อนแอนั่นเอง.....

อา...ขอโทษนะตัวฉัน  หลังจากนี้จะรีบปรับเปลี่ยนตัวให้ว่องเลย ...ทั้งที่ตัดสินใจแล้วแท้ๆนะว่าจะไม่กลัวใคร แต่ดันต้องมากลัวตัวเองได้ซะนี่

 

....เอ๊ะ  ประโยคนี้เหมือนจะเคยคิดมาแล้วนี่นา....  ตะ....แต่ช่างเถอะ  งั้นเอาเป็นว่า เพื่อไม่ให้เสียเวลาก็เริ่มจากตรวจสอบฉายาพวกนี้ก่อนก็แล้วกัน

          หลังจากที่บ่นกับตัวเองอยู่นาน กรก็เริ่มคิดที่จะตรวจสอบพลังใหม่ๆของตัวเองเสียที นั่นเพราะความอ่อนแอทางจิตใจที่ยโสเกินไปของตน ซึ่งเกิดจากความมั่นใจและการตัดสินใจอันเด็ดขาดในตอนที่ฟื้นขึ้นมาจากความตายนั่นก็เพื่อค้ำจุนจิตใจของตัวเองด้วยตัวเอง แต่นั่นก็เลยเป็นสาเหตุให้ลำพองตนมากเกินไป จนต้องพบกับจุดจบอีกครั้ง แต่เพราะครั้งนี้เป็นโชคดีซ้ำซ้อนที่ยังอุตส่าห์ฟื้นขึ้นมาได้ เลยทำให้กรคิดปรับปรุงตัวใหม่ แม้ความมั่นใจในตัวเองจะเป็นเรื่องดีก็ตาม แต่ไม่ว่าอะไรหากมากหรือน้อยจนเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีแน่ การต่อสู้กับเคลเบรอสจึงเป็นบทเรียนอันล้ำค่าที่กรได้รับมายิ่งกว่าสเตตัสทั้งหลาย กรที่คิดแบบนั้นได้จึงคิดรีบตรวจสอบพลังใหม่ แล้วก็จะฝึกใช้งานมันทั้งหมดทันทีเพื่อความไม่ประมาทในทันที แล้วกรก็เอานิ้วจิ้มไปที่ฉายา『ราชาผู้พิชิต』ในช่องทั่วไปกับ『จุติยักษาแบบพิเศษขั้นสุดยอด』

 

 

〘ราชาผู้พิชิต〙

《 คำอธิบาย : ฉายาของผู้ที่สามารถล้มบอสมอนสเตอร์ระดับสูงสุดได้ด้วยตัวคนเดียว มีผลทำให้เมื่อสู้กับบอสมอนสเตอร์ จะเพิ่มสเตตัสทั้งหมดขึ้น 2 เท่า 》

〘จุติยักษาแบบพิเศษขั้นสุดยอด〙

《 คำอธิบาย : ฉายาของผู้ที่ผ่านเงื่อนไขการจุติยักษาแบบพิเศษขั้นสุดยอด  มีผลทำให้สเตตัสพื้นฐานเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างยิ่งยวดตามเงื่อนไขที่ผ่านการตรวจสอบ เพิ่มสเตตัสด้านพลังป้องกันและพละกำลังเป็นพิเศษและได้รับสกิลต้นฉบับที่ไม่เหมือนใครมาครอง 》

 

 

โกง!!!  นี่มันโกงชัดๆเลย  ทำให้ตอนที่สู้กับบอสสเตตัสเพิ่มเป็นสองเท่าด้วย... เอ แต่ว่าเรายังไม่เข้าใจเรื่องสเตตัส 10 ล้านของเคลเบรอสเลยนี่หว่า  อาจจะมีประโยชน์กว่าที่คิดก็ได้นี่ ...งั้นอันนี้ก็คงพอรับได้มั้ง

ส่วนฉายา『จุติยักษาแบบพิเศษขั้นสุดยอด』นี่ก็เป็นหลักฐานว่าเราตาย แล้วฟื้นขึ้นมาอีกจริงๆสินะ  แต่สเตตัสที่เพิ่มขึ้นมาตอนจุติครั้งที่สองเนี่ยมันก็เกินไปจริงๆนั่นแหล่ะ เหลือเชื่อสุดๆไปเลย

....แต่เอาเถอะ  สองอันนี่ยังถือว่าพอรับได้อยู่หรอก ...คิดว่านะ ถ้างั้นก็รีบดูอันที่เหลือต่อดีกว่า....

 

 

〘เหนือฟ้าใต้หล้า ทนทานทุกสิ่ง〙

《 คำอธิบาย : ฉายาของผู้ที่ผ่านการต่อสู้ครั้งสุดท้ายมาได้โดยสามารถทนทานต่อสถานะผิดปกติต่างๆได้ในตอนที่จุติ  มีผลทำให้ผู้ครอบครองสามารถทนทานต่อสถานะผิดปกติทุกอย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นพิษ การกลายเป็นหิน อัมพาต คำสาป มนต์สเน่ห์ ฯลฯ ทั้งหมดไร้ผลโดยสิ้นเชิง 》

〘กายาเหล็กไหล〙

《 คำอธิบาย : ฉายาของผู้ที่ผ่านการต่อสู้ครั้งสุดท้ายมาได้โดยสามารถทนทานต่อบาดแผลและการโจมตีต่างๆได้ในตอนที่จุติ  มีผลทำให้ความเสียหายทางกายภาพทุกประเภท(รวมถึงจากอาวุธมีคม)และสกิลทางกายภาพ(ไม่นับรวมเวทย์มนต์)ลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียว 》

〘แขนยักษาแห่งการทำลายล้าง〙

《 คำอธิบาย : ฉายาของผู้ที่ผ่านการต่อสู้ครั้งสุดท้ายมาได้และสามารถล้มบอสมอนสเตอร์ระดับสูงสุดได้ในตอนที่จุติโดยใช้ร่างกายของตัวเองล้วนๆในการโจมตีครั้งสุดท้าย  มีผลทำให้ได้รับสกิลเฉพาะตัวที่จะเพิ่มสเตตัสขึ้นมหาศาลในเวลาจำกัด 》

〘Ogre Armor Form〙

《 คำอธิบาย : ฉายาของผู้ที่ผ่านเงื่อนไขการจุติยักษาแบบพิเศษขั้นสุดยอด  มีผลทำให้ได้รับสกิลเฉพาะตัวแบบพิเศษ ซึ่งมีผลทำให้ความต้านทานต่างๆเพิ่มขึ้นมหาศาลในเวลาจำกัด 》

 

 

เกรียนโคตร....เหลือเชื่อ!!!  บ้าชัดๆ ถึงดูจากชื่อฉายามันดูเว่อร์ก็จริง แต่ผลพิเศษที่ได้เนี่ยไม่ได้โม้เกินชื่อฉายาเลยซักนิด

สามารถทนทานสถานะผิดปกติได้ทุกอย่างงั้นเหรอ... อย่างสิ้นเชิงเลยด้วย  นี่ก็ย้ำจังเลย จะบอกว่ายังไงก็ใช้ป้องกันได้ใช่ไหมเนี่ย....

ถึงแบบนี้จะไม่มีปัญหากับเรื่องพิษกับอัมพาตแล้วก็เถอะ กำลังคิดอยู่พอดีว่าถ้าไม่มียาแก้พิษจะทำไงดี  คงได้มาตอนโดนเพลิงทมิฬของเคลเบรอสแหงมๆ

แต่.....ทำไมกันนะ ทั้งที่ได้ผลพิเศษสุดยอดขนาดนี้มาอยู่ในมือแต่ดันรู้สึกผิดกันละเนี่ย...

 

แล้วไอ้『กายาเหล็กไหล』นี่ก็ด้วย ทำให้ความเสียหายลดลงเหลือครึ่งนึงซะด้วย  แค่สเตตัสเพิ่มขึ้นนี่ยังไม่พอรึไงกัน....  นี่ต้องเอาให้ฉันไร้รอยขีดข่วนเลยสินะถึงจะพอใจ

แต่ดูเหมือนว่าความเสียหายจากเวทย์มนต์จะไม่นับรวมแฮะ..... แล้วพอมานึกดูดีๆ ในหน้าต่าง『ตั้งค่าสกิล』ก็ไม่มีให้ปรับระดับของเวทย์มนต์นี่นา  เรานี่สะเพร่าซะจริง! .....ดูเหมือนที่โลกนี้ สกิลกับเวทย์มนต์จะแยกออกจากกันแฮะ  ...ก็นะ ในหน้าต่างสเตตัสเอง ยังแยกสเตตัสป้องกันระหว่าง『ค่าพลังป้องกัน』กับ『ความต้านทานเวทย์』ออกจากกันเลยนี่นา  ถ้าความเสียหายมันเป็นประเภทเดียวกันก็ไม่รู้จะแยกไปทำไมนี่นะ....

 

อ้าก!!!!  อยากจะตะโกนด่าใครดังๆชะมัด  แบบนี้มันกดดันกันสุดๆ แล้วใครหว่าที่มันกดดันฉันเนี่ย.....

....เออ ก็ตูเองนี่หว่า ......น่ากลัวชะมัด ตัวเรานี่มันน่ากลัวจริงๆ….

 

สะ....ส่วนที่เหลืออีก 2 อัน... ไอ้『แขนยักษาแห่งการทำลายล้าง』กับ『Ogre Armor Form』เนี่ย... มีบอกแค่ว่าทำให้ได้สกิลแค่นั้นเอง สรุปก็คือยังต้องไปดูเอาเองสินะ

เออ......จะว่าไป  ยังมีสกิลอีกนี่หว่า....ลืมไปซะสนิท  ไม่สิ สงสัยเราจะจงใจลืมซะเองละมั้ง  ....ห่ะห๊ะ  จิตใจของตัวเองนี่เข้าใจยากจังนะ.... ถ้างั้น...เพื่อไม่ไห้เสียเวลา———

          หลังจากที่กรตรวจสอบฉายาที่ได้รับมาใหม่ทั้งหมดแล้ว ก็ต้องตะลึงกับผลลัพธ์อีกครั้ง เหมือนที่ผ่านมา แต่ก็ไม่อยากเสียเวลามากนัก แม้ความคิดอ่านของตัวเองจะรวดเร็วกว่าเวลาปกติก็ตาม นั่นเลยทำให้กรส่ายหัวไปมาอย่างแรงอีกครั้งเพื่อดึงสติ ก่อนที่จะใช้มือซ้ายเลื่อนหน้าต่างซ้ายมือซึ่งเป็นหน้าต่างสกิลกลางอากาศให้มาแทนที่หน้าต่างสเตตัสในตอนแรกเพื่อให้อ่านได้โดยง่าย

 

 

     สกิล

『สกิลโจมตี』

【วิชาดาบ】เฮอริเคนแสลช(ต้นฉบับ), มัลติไพล์แอตซอลต์(ต้นฉบับ)

【วิชาดาบคู่】คอมบิเนชั่นคอมโบ(ต้นฉบับ)

【วิชามือเปล่า】วันพ้านนนนช์(ต้นฉบับ)

『สกิลป้องกัน』

『เวทย์มนต์』เวทมนต์น้ำระดับสูง, เวทมนต์ลมระดับสูง, เวทมนต์ไฟระดับสูง, เวทมนต์ดินระดับสูง, เวทมนต์น้ำแข็งระดับสูง, เวทมนต์สายฟ้าระดับสูง, เวทมนต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสูง, เวทมนต์รักษาระดับสูง, เวทมนต์แปรธาตุระดับสูง, เวทมนต์ไร้ธาตุระดับกลาง, เวทมนต์พันธะระดับกลาง

『สกิลเสริมพลัง』เพิ่มพลังกาย,เพิ่มพลังเวทย์, เคลื่อนไหวความเร็วแสง(ต้นฉบับ), Ogre Arm(ต้นฉบับ)

『สกิลติดตัว』ดูดซับทุกสิ่ง???(ต้นฉบับ), โจมตีอย่างแม่นยำ(ต้นฉบับ), เรียกหน้าต่างสเตตัส,  เข้าใจภาษาขั้นกลาง, เร่งการฟื้นฟูพลังเวทย์, เร่งการฟื้นฟูบาดแผล, เติบโตยิ่งยวด, ตาเหยี่ยว, มองเห็นในที่มืด, ก้าวไร้เสียง, ลบตัวตน

『สกิลสายผลิต』ผลิตยาขั้นสูง, ผลิตอาวุธขั้นสูง, สร้างแบบอาวุธขั้นสูง, ดัดแปลงคุณสมบัติแร่ขั้นสูง

『สกิลพิเศษ』ตั้งค่าขั้นกลาง(ต้นฉบับ), ตรวจสอบขั้นสูง, ตั้งปาร์ตี้ขั้นสูง, Ogre Armor Form(ต้นฉบับ)

 

 

〝อึก!!! 〞

          และแน่นอนว่าหลังจากเห็นหน้าต่าง กรก็ต้องตกใจไปตามระเบียบจนถึงกับสะอึกกับภาพตรงหน้าเลยทีเดียว

 

ห่ะห๊ะ....ถึงที่เพิ่มขึ้นมาจะแค่ครึ่งนึงของตอนจุติครั้งแรกก็เถอะ  แต่พอมาอยู่รวมกันแล้วนี่มัน......

 

เยอะโคตร  เยอะโคตรเลยว้อย!!!!!!!!! โกงสิ้นดี....ทำใจให้เย็นไม่ได้เลย!!!

เวทย์มนต์อันเก่าทุกอันถูกเพิ่มเป็นระดับสูงหมดเลยแฮะ ......สงสัยมันจะเพิ่มขึ้นมาตอนใช้เวทย์ขั้นสูงใส่เคลเบรอสมั้ง.....แต่ยังไงก็ช่าง มันก็ยังโกงได้ใจอยู่ดีนั่นหล่ะ

 

พวกสกิลสายผลิตกับสายพิเศษก็เหมือนกัน  ถูกเพิ่มเป็นขั้นสูงหมดเลย  แต่ดูเหมือน『ตั้งค่าขั้นกลาง(ต้นฉบับ)』จะไม่ถูกเพิ่มไปด้วย.....

 

ไม่ไม่ไม่...ขอทีเถอะ! แค่ระดับกลางยังโกงขนาดนี้  คิดไม่ออกเลยว่าถ้ามากกว่านี้จะเป็นยังไง  จะสร้างโลกใหม่ได้เลยรึไง  เพราะงั้นแกหน่ะอยู่แบบนี้หน่ะดีแล้ว....

ส่วนสกิลโจมตีนี่มีสกิลเพิ่มมาสองอัน แต่ดันถูกแยกประเภทเพิ่มอีกแล้วแฮะ  ตะ...แต่มันอาจจะไม่แย่อย่างที่คิดก็ได้ละมั้ง  เพราะงั้นเริ่มจากสกิลโจมตีนี่แหล่ะ....

 

 

『คอมบิเนชั่นคอมโบ(ต้นฉบับ)』

《 คำอธิบาย : จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อใช้ดาบสองเล่มในการเข้าปะทะเท่านั้น มีผลทำให้เมื่อใช้สกิล จะใช้ดาบทั้งสองกระหน่ำฟันเข้าไปบริเวณที่สร้างความเสียหายให้ศัตรูมากที่สุดในบริเวณต่างๆอย่างต่อเนื่อง ความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนครั้งที่โจมตีอย่างต่อเนื่องเป็นทวีคูณ *ยกตัวอย่างเช่นหากฟันครั้งแรกสร้างความเสียหายได้ 100 จุด ครั้งที่สองก็จะเป็น 200 จุด ครั้งที่สามจะเป็น 400 จุด ครั้งที่สี่จะเป็น 800 จุด  **อนึ่ง หากหยุดการโจมตีไป 2 วินาที ความเสียหายที่สะสมมาจะถูกรีเซ็ททิ้ง ***ความสามารถจะเพิ่มขึ้นตามสเตตัสของผู้ใช้สกิล 》

 

 

อีกแล้ว!!!  สกิลมหาเกรียนโผล่ออกมาอีกแล้ว!!!

ความเสียหายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากครั้งก่อนเป็นสองเท่างั้นเหรอ อีแบบนี้ถึงจะใช้ในการต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์ทั่วไปในชั้น ก็คงไม่ค่อยแสดงผลเท่าไหร่ นั่นเพราะพวกนั้นโจมตีไม่กี่ทีก็ตายนี่นะ แต่ถ้าใช้กับพวกเก่งๆละก็จะโกงแบบสุดๆไปเลย ...แบบนี้ก็ไม่ต้องกลัวเรื่องความเสียหายไม่พอเลยทีเดียว เพราะถ้าเป็นแบบนั้นก็แค่โจมตีไปเรื่อยๆจนกว่าดาเมจจะสูงพอเท่านั้นเอง

ถึงความเสียหายในช่วงแรกจะน้อยกว่า『มัลติไพล์แอตซอลต์(ต้นฉบับ)』ก็จริงอยู่ แต่ใช้กับบอสได้ดีเลย....งั้นก็คงถือว่าดีเลยมั้ง  ไม่มีอะไรให้ตบมุกแล้วด้วย งั้นก็ไปดูสกิลโจมตีอีกอันดีกว่า....

 

 

『วันพ้านนนนช์(ต้นฉบับ)』

《 คำอธิบาย : จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อใช้หมัดในการต่อสู้เท่านั้น เกิดเป็นการโจมตีครั้งเดียวที่อัดเข้าไปยังร่างของศัตรู  ความเสียหายจะถูกคิดจากค่าพลังโจมตี  พละกำลังและความว่องไวนำมารวมกัน 》

 

 

ห๋า!!!!!  สกิลบ้านี่มันอะไรละเนี่ย!!!

มีที่ไหนกัน ที่คิดความเสียหายจากสเตตัสตั้ง 3 อย่างแบบนี้เนี่ย  ขนาด『มัลติไพล์แอตซอลต์(ต้นฉบับ』ยังคิดจากพละกำลังและพลังโจมตี แค่ 2 อันเอง.....

เราเองก็มี『ผู้ก้าวล้ำสรรพสิ่ง』อยู่ด้วย  ถ้าเป็นงั้นความเสียหายนี่ก็เยอะโคตรๆเลยสิ  อีแบบนี้หมัดเดียวตายสมชื่อแหงๆ

 

แต่ที่หน้าปวดหัวที่สุดหน่ะ คือชื่อสกิลต่างหาก.....ทำไมต้องลากเสียงด้วย  ที่เขียนอยู่บนหน้าต่างมันต้องแสดงอารมณ์ออกมาด้วยรึไง!?  แล้วเรื่องความหมายก็อีก  เห็นฉันเป็นไอ้โล้นผ้าคลุมรึไงกัน ฉันไม่ใช่ฮีโร่นะเหวย... แบบนี้ตอนที่ใช้สกิลก็ต้องตะโกนแบบนั้นด้วยหน่ะสิ ภาพกับเสียงเพลงเปิดเนี่ยลอยเข้ามาในหัวอย่างเร็วเลย....

ถึงตอนที่อัดพวกมอนสเตอร์ในชั้นก่อนๆจะรู้สึกแบบนั้นจริงๆก็เถอะ แต่พอโดนตอกย้ำตรงๆแบบนี้มันรับไม่ด้ายยย!!!!! (ยิ่งกับระบบอย่างแกที่ไม่ใช่คนด้วยแล้วยิ่งน่าโมโหเข้าไปใหญ่)

          แล้วกรก็กระหน่ำตบมุกกับสกิลที่ได้มาอีกครั้ง  แล้วพอพักเหนื่อยจากการที่คิดหลายๆเรื่องอย่างรวดเร็วจบ ก็รีบตรวจสอบสกิลที่เหลือต่อ

 

อืม....ดูเหมือนเวทมนต์ไร้ธาตุกับเวทมนต์พันธะที่เพิ่มขึ้นมาใหม่เนี่ยจะยังแค่ขั้นกลางเองสินะเวทย์ไร้ธาตุเนี่ยก็เข้าใจอยู่หรอก  แต่เวทย์พันธะนี่มันอะไรเนี่ย ไม่เห็นเข้าใจเลยซักนิด

          แล้วพอไม่เข้าใจกับเวทย์มนต์แปลกๆที่เพิ่งได้รับมา กรก็เอานิ้วจิ้มตรงที่เขียนว่า『เวทมนต์พันธะ』ซึ่งเป็นการตรวจสอบเวทย์มนตร์ครั้งแรก

 

 

『เวทมนต์พันธะ』【ขั้นกลาง】

《 คำอธิบาย : เป็นเวทย์มนต์สายพิเศษ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำพันธะสัญญาต่างๆและเวทย์มนต์ที่ใช้ผนึกสิ่งต่างๆ *ความสามารถและจำนวนเวทย์ที่ใช้ได้จะเพิ่มขึ้นตามระดับของเวทย์มนต์ **ข้อมูลของเวทย์มนต์ทุกคาถาในประเภทนี้จะอยู่ในความทรงจำของผู้ใช้อัตโนมัติ และจะแสดงข้อมูลจำเพาะ อาทิความสามารถและพลังเวทย์ที่ต้องใช้ก็ต่อเมื่อผู้ใช้มีความนึกคิดที่จะใช้เวทย์นั้นๆโดยอัตโนมัติ 》

 

 

เวทย์ผนึกงั้นเหรอ......  ดูแล้วไม่เหมาะกับพวกห่ามๆแบบเราเลยแฮะ

แต่ไม่แน่...ในอนาคตอาจจะได้ใช้แบบคาดไม่ถึงก็ได้ เพราะงั้นเราก็ต้องฝึกใช้มันด้วยเหมือนกัน...

          เพราะไม่อยากประมาทกับเรื่องในอนาคตอีกแล้ว กรจึงคิดว่าแม้เป็นเวทย์ที่ยังหาประโยชน์ในทันทีไม่ได้ แต่ก็ต้องฝึกใช้เผื่อในยามจำเป็นเช่นกัน จึงตัดสินใจแบบนั้น แล้วก็ลองตรวจสอบสกิลที่เหลืออีก 2 อันในทันที

 

 

『Ogre Arm(ต้นฉบับ)』

《 คำอธิบาย : เป็นสกิลจากการได้รับฉายา〘แขนยักษาแห่งการทำลายล้าง〙สามารถเพิ่มสเตตัสทั้งหมดได้มหาศาลตามแต่พลังเวทย์ที่จ่ายเข้าไปในวงเวทย์ซึ่งสลักอยู่บนแขนขวา เมื่อเวลาผ่านไปพลังจะเพิ่มเป็นทวีคูณ  ************************************************* ********************************** 》

『Ogre Armor Form(ต้นฉบับ)』

《 คำอธิบาย : เป็นสกิลจากการได้รับฉายา〘Ogre Armor Form〙 ทำให้สามารถสวมชุดเกราะหรือเพียงส่วนหนึ่งของเกราะทั้งหมดได้ตามใจนึก โดยมีผลทำให้จุดที่สวมสามารถทนทานต่อความเสียหายทางกายภาพทุกประเภท(รวมถึงจากอาวุธมีคม)และสกิลทางกายภาพ(ไม่นับรวมเวทย์มนต์) ได้ 90 % *จำนวนชิ้นส่วนของเกราะที่สวมได้จะเพิ่มขึ้นเมื่อเลเวลถึงจุดที่กำหนด 》

 

 

ปัดโถ่เว้ย!!!  ฉันยังไม่ได้พักเหนื่อยกับสกิลก่อนหน้าเลยนะ ยังจะมีสกิลโกงๆโผล่ออกมาอีก !!!

ไอ้เจ้า『Ogre Armor Form』นี่มัน ยังกับ〘กายาเหล็กไหล〙เวอร์ชั่นพัฒนาแล้วยังไงอย่างงั้นเลยแฮะ ถ้าถึงขนาดป้องกันได้ 90 % เนี่ย ไม่เอาให้โจมตีไม่เข้าไปเลยหล่ะครับ  ถึงจากที่ลองตรวจดูตอนนี้จะใส่ได้แค่ปลอกแขนเท่านั้น แต่แค่นี้ก็โกงเกินพอแล้ว......

 

ส่วนไอ้『Ogre Arm』นี่ก็ไม่แสดงคำอธิบายเลยแฮะ...  ถ้าดูจากคำอธิบายนี่มันแปลว่า 『แขนยักษา』สินะ....  แล้วพอมันเขียนแบบนั้น ก็เพิ่งมาสังเกตแฮะว่าที่แขนขวาเรามันมีวงเวทย์สลักอยู่จริงๆ แต่เหมือนจะเป็นสีเทาจางๆ ถ้าเกิดไม่มองดีๆก็แทบไม่เห็นเลยแฮะ...

แต่ถึงจะอธิบายว่าเพิ่มพลังได้มหาศาลก็เถอะ  แต่ก็ไม่รู้วิธีการคำนวณของมันเลยแฮะ.... แถมมีบอกว่าพลังจะเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปด้วยเนี่ยสิ 

แล้วแถมคำอธิบายมันยังคลุมเครืออีก  แสดงว่าเป็นสกิลระดับสูงกว่าตรวจสอบขั้นสูงอีกงั้นเหรอ!?......รู้สึกใจคอไม่ดีเลยแฮะ……..

 

หน่ะนั่นไงหล่ะ......  พอรู้สึกถึงเรื่องแย่ๆ มันก็จะเกิดขึ้นจริงตลอดเลย.....

แต่ถ้าไม่ลองใช้ดู ก็จะไม่รู้พลังของมันอยู่ดี.....

ถะ.....ถ้างั้นก็ไม่มีทางเลือกหล่ะนะ

          หลังจากที่บ่นให้สกิลที่ได้รับมาตามปกติของตัวเอง พอกรเห็นว่า『Ogre Arm』มันเป็นสกิลที่ไม่มีคำอธิบายแน่ชัด จึงคิดอยู่ในใจว่ามันเป็นสกิลที่อันตรายสุดๆจากลางสังหรณ์อันแม่นยำในเรื่องร้ายๆของตัวเอง  แต่เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้และเป็นเรื่องที่ต้องทำในขณะเดียวกัน จึงไม่มีเหตุให้ต้องหลีกเลี่ยง  เพราะงั้นกรก็เลยคิดจะลองใช้สกิลที่ว่าในทันที  

          พอคิดได้แบบนั้นกรก็เดินจ้ำอ้าวไปยังประตูดันเจี้ยนที่มีขนาดสูงกว่า 10 เมตรซึ่งเป็นประตูที่เขาเข้ามานั่นอย่างรวดเร็ว เพราะกรเห็นว่า『Ogre Arm』นั้นจัดอยู่ในสกิลเสริมพลัง งั้นมันก็ต้องเป็นสกิลเพิ่มศักยภาพร่างกายให้สูงขั้นแน่นอน  กรเลยคิดที่จะลองใช้สกิลนั่นแล้วอัดหมัดลุ่นๆ ใส่ประตูดันเจี้ยนที่มีความทนทานสูงขนาดทนแรงกระแทกได้มากมายหลายครั้งเพื่อทดสอบสกิลที่ว่านั่นเอง

 

โอ๊ะ!!! พอคิดว่าจะใช้ คำร่ายก็เข้ามาในหัวทันทีเลยแฮะ  ถ้างั้นก็…….

〝【สัญลักษณ์แห่งความยิ่งยโสที่สลักอยู่บนร่างของข้าเอ๋ย  จงกลืนกินเลือดเนื้อของข้า แล้วจงมอบพลังที่จักทำลายล้างศัตรูของข้าให้สิ้นเสีย】!!!!!!〞

 

วูม !!!!!!

          แล้วพอกรร่ายเวทย์เสร็จสิ้นเรียบร้อย วงเวทย์ที่สลักอยู่บนแขนขวาของกรก็ส่องแสงสว่างสีแดงเข้มราวกับโลหิตสดๆของเขาเองยังไงอย่างงั้นออกมา  แม้จะดูน่ากลัวแต่เพราะมันส่องประกายอยู่จึงทำให้ดูงดงามราวกับทับทิมที่กำลังถูกแสงกระทบอยู่ แล้วจากนั้นกรก็ถ่ายพลังเวทย์ลงไปยังวงเวทย์นั่นตามที่ประกาศไว้ในคำร่ายและที่บอกไว้เล็กน้อยในคำอธิบาย

 

วูม !!!!!!

กึก!!!   กึก!!!   กึก!!!   กึก!!!   กึก!!!   กึก!!!  

          แล้วพอถ่ายเวทย์เข้าไปพอสมควร แสงสว่างที่ว่าก็ยิ่งสว่างจ้ามากขึ้นมากเข้าไปอีกเสียจนทั่วทั้งห้องโถงถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีแดงนั่น  แล้วทั่วทั้งบริเวณยังสนั่นหวั่นไหวคล้ายจะเกิดแผ่นดินไหวโดยมีกรจุดศูนย์กลางอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นราวกับฟ้าจะถล่มแผ่นดินจะทลายยังไงอย่างงั้น  แต่กรก็ยังคงตั้งสมาธิอยู่กับการถ่ายพลังเวทย์ต่อไป จนกระทั่งผ่านไปเกือบ 1 นาที เพราะกรเองก็เห็นคำอธิบายที่บอกว่าพลังจะเพิ่มเป็นเท่าตัวเมื่อเวลาผ่านไป กรจึงใช้โอกาสนี้ในการทดลองไปด้วยเลย

 

อะจิ๋ย!!!  นี่ขนาดเพิ่งใส่ไปนิดเดี่ยวเองนะเนี่ย...  คงใส่ไปประมาณ 20,000  จุดแล้วมั้งนะ ...แต่จนถึงตอนนี้ก็คงประมาณ  50,000  ได้แล้วมั้ง....

น่ากลัว......ไม่สิจะมากลัวตัวเองในตอนนี้ไม่ได้

 

〝ฮ่า  ฟู่——เอาหละน่ะ!!!!!〞

          แล้วพอกรใส่พลังเวทย์ลงไปจนถึงจุดที่ตัวเองพอใจแล้ว เขาก็หายใจเข้าออกอย่างแรกแล้วตะโกนแบบนั้นเพื่อเรียกแรงฮึดขึ้นมา ในขณะเดียวกับที่ง้างมือขวาซึ่งกำลังเปล่งแสงนั่นไปข้างหลัง ทั้งยังยื่นเท้าซ้ายไปข้างหน้าแล้วยึดกับพื้นอย่างมั่นคง แล้วก็จัดการประเคนหมัดขวานั่นไปที่กลางประตูอย่างสุดแรง  แล้วจากนั้น........

 

 

ตู้มมมมม!!!!!!!!!!!!!

          ก็เกิดเสียงดังสนั่นลั่นทุ่งขึ้นมาหลังจากเข้าปะทะเสียจนกลบเสียงสั่นสะเทือนในตอนแรกเสียจนมิดเลยทีเดียว หลังจากนั้นด้วยความตกใจกรก็เลยคลายเวทย์ที่อยู่บนแขนขวาลงเพราะความตกใจจากสียงที่เกิดขึ้นของตัวเองโดยอัตโนมัติ  แล้วพอกลุ่มฝุ่นควันอันมหาศาลที่เกิดจากการกระแทกหมัดเข้าไปอย่างสุดแรงของกรได้จางหายไปหลังจากนั้นไม่นาน  ภาพที่อยู่ตรงหน้าของกรก็ต้องทำให้ตัวเขาตกตะลึงอย่างที่สุด!

 

〝 ห๋า!!!!!!!!!!!!!!!!!! 〞

          แล้วกรก็ตะโกนออกมาแบบสุดเสียงโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งสิ้นจนทั่วทั้งห้องโถงมีเสียงสะท้อนไปทั่วเลยทีเดียว  ถ้าจะถามว่าทำไมถึงต้องตกใจขนาดนั้นหล่ะก็

          นั่นเป็นเพราะภาพที่อยู่ตรงหน้าของกรก็คือ ภาพของประตูที่ลอยหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้  แล้วพอใช้สกิล『ตาเหยี่ยว』มองไปไกลสุดสายตานั้น  ก็มองเห็นเศษหินและดินที่มีลักษณะคล้ายกับประตูดันเจี้ยน แถมยังมีเศษเพชรที่แหลกเป็นเล็กชิ้นน้อยส่องประกายอยู่ในความมืดเล็กน้อย พอใช้นูเมรัลดิสเพลย์คำนวณก็ปรากฏว่า  มันอยู่ไกลเสียจนถ้าไม่ใช้สุดยอดการประมวลผลเพิ่มความละเอียดของการรับภาพแล้วจะมองไม่เห็นเลยทีเดียว แถมบริเวณระหว่างตัวกรกับจุดนั้นยังมีร่องรอยที่คล้ายกับมีวัตถุขนาดใหญ่ทะลุผ่านไป จนดูคล้ายกับอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบๆ 8 เมตรซึ่งมีพื้นผิวภายในขรุขระยังไงอย่างงั้นเลย แล้วถ้าสังเกตในบางจุดดีๆ จะเห็นว่ามีพื้นที่ของชั้นที่อยู่ด้านล่างและด้านบนโผล่มาให้เห็นเล็กน้อยเพราะพื้นและเพดานพังทลายไปแล้วอีกด้วย

          ใช่แล้ว... ที่เป็นแบบนั้นเป็นเพราะประตูดันเจี้ยนที่กรอัดเข้าไปสุดแรงนั้น มันกระเด็นทะลุทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นกำแพง พื้นหรือเพดานไปจนหมดนั่นเอง  แถมไม่ใช่แค่นั้น นั่นเพราะดูเหมือนมันจะกระเด็นออกนอกดันเจี้ยนไปไกลโขอีกต่างหาก เพราะจากที่กรดูแผนที่ในแต่ละชั้นก่อนหน้านี้แล้ว เลยทำให้พอรู้ว่าดันเจี้ยนทั้งหมดนี้มีพื้นที่ด้านกว้างจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งประมาณ 5-6 กิโลเมตรได้ แต่เศษซากของประตูดันเจี้ยนที่ว่าอยู่ห่างจากตัวกรไปถึง 10 กิโลเมตรเลยทีเดียว

 

〝หะ....ห๊ะห่ะ!!!〞

          พอเห็นภาพที่น่าเหลือเชื่อแบบนั้นเข้าก็เป็นธรรมดาที่กรจะตกใจในพลังใหม่ของตัวเอง เขาจึงหัวเราะแห้งออกมาเล็กน้อย เพราะความอ่อนล้าทางจิตใจ

 

ห๊ะห่ะ!!!  ทะลุดันเจี้ยนไปเลย  นี่มันจะ........

ไม่รู้จะสรรค์หาคำไหนมาอธิบายแล้ว  นี่มันคงนอกเหนือคำว่าโกงไปแล้วเหมือนกับ『หน้าต่างตั้งค่า』นั่นแหล่ะ.....  ก็นะถึงจะไม่โกงเท่านั้น  แต่ก็ยังโกงอยู่ดี ...แบบนี้สงสัยจะได้กลายเป็นคนหัวล้านใส่ชุดฮีโร่จริงๆซะละมั้ง.....

 

ไม่ไหวแล้ว.....ฉันรับพลังอะไรมามากกว่านี้ไม่ไหวแล้ว .....ขืนเป็นแบบนี้ความอ่อนล้าทางจิตใจที่สะสมมามีหวังทำจิตใจแหลกสลายอีกรอบแหงๆ  ทั้งที่คิดว่าจะไม่กลัวใครนอกจากตัวเองแท้ๆ....

อ๊ะ.....คิดถึงประโยคเดิมอีกแล้วแฮะ  .....โอ้วไม่นะ  ฉันไม่ได้จะร้องไห้ซักหน่อย

          แล้วกรก็รำพึงกับตัวเองอยู่ในใจอีกครั้ง เพราะความสามารถของตัวเองมีมากเกินไปเสียจนน่ากลัวก็เลยทำให้ภาระของจิตใจที่ต้องแบกรับพลังนั่นมากตามไปด้วย  แต่แน่นอนว่ามันมีขีดจำกัด กรก็เลยกลั้นน้ำตาที่กำลังปริ่มอยู่เล็กน้อย แต่เสียงประกาศอันแสนคุ้นเคยที่ดังขึ้นในหัวอย่างกระทันนั้น ก็ทำลายความอดกลั้นของกรลงในทันทีราวกับจะประชดกัน

 

【เลเวลได้อัพแล้ว! เลเวลได้อัพแล้ว! เลเวลได้อัพแล้ว! เลเวลได้อัพแล้ว!】

 

ฮึก  ฮึก

          แล้วน้ำตาของกรก็ไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้างของตัวเองในทันทีหลังจากที่เสียงนั้นประกาศขึ้นมา แล้วเสียงสะอื้นก็ตามมาไม่นาน นั่นเพราะเสียงประกาศทำให้รู้ว่าการที่กรอัดประตูดันเจี้ยนกระเด็นไปไกลนั้นคงจะไปโดนพวกมอนสเตอร์ที่อยู่ในระยะโดยบังเอิญ กรเลยรู้สึกสงสารพวกนั้นที่ต้องมาตายทั้งที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเพราะตัวเอง ประกอบกับความรู้สึกกดดันจากพลังของตัวเองที่สั่งสมมานานเลยทำให้กรปลดปล่อยมันออกมาในรูปของเหลวทางดวงตา  

           แต่กรก็ไม่ได้รู้เลยว่าน้ำตาแห่งลูกผู้ชายของกรที่กำลังไหลรินด้วยความรู้สึกมากมายหลายอย่างเพราะเกรงกลัวพลังของตัวเองอยู่นี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆของตัวกรในอนาคต ซึ่งเป็นสุดยอดวีรบุรุษในตำนานเท่านั้น

 

 




NEKOPOST.NET