[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย ตอนที่ 14 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย

Ch.14 - การต่อสู้อันแสนดุเดือดและผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย


 

ตอนที่ 14 : การต่อสู้อันแสนดุเดือดและผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย

 

 

เวรเอ๊ย!!!......บัดซบ!!!

ขยับซักทีสิฟ่ะ! แกเป็นร่างกายของฉันไม่ใช่รึไงกัน!!!

 

          เพราะโดนการโจมตีอันแสนหนักหน่วงของเคลเบรอสไปอย่างต่อเนื่อง จนทำให้กรในตอนนี้ไม่สามารถที่จะขยับเขยื้อนได้เลยแม้แต่น้อย ขณะที่เคลเบรอสเดินออกไปทางตรงข้ามเหมือนกับว่าหมดความสนใจในตัวกร กรจึงทำได้แค่หงุดหงิดอยู่ในใจเพียงเท่านั้น

 

ขยับ.....ขยับสิโว้ยยย!!!!!!

บ้าเอ๊ย!!!  แบบนี้มันก็เหมือนกับตอนนั้นเลยไม่ใช่รึไงกัน!!!

 

ทำได้แค่จมอยู่กับความอัปยศของตัวเองอยู่ตรงนี้งั้นเหรอ.....

ทำได้แค่ทนดูไอ้บ้านั่นมันหยามหน้าอยู่ตรงนี้งั้นเหรอ.....

ทำได้แค่นอนรอความตายอยู่ตรงนี้งั้นเหรอ.....

 

คิดว่าจะยอมรึไงกัน!.....อุตส่าห์ฟื้นขึ้นมาจากความตายนั่นได้แล้วแท้ๆเชียว!

หลังจากผ่านเรื่องแบบนั้นมาแล้ว ใครมันจะไปอยากตายกันว่ะ!!!

 

เวรเอ๊ย!!

ขยับซิฟ่ะ!...ขยับซักทีสิโว้ยยย!!!!!!

 

          แน่นอนว่ากรยังไม่ยอมแพ้ซักนิดเดียว แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ร่างกายกลับมาทำตามคำสั่งแต่อย่างใด กรจึงทำได้แค่ตะโกนด่าทอตัวเองอยู่ในใจเท่านั้นเอง แต่ในขณะที่กรกำลังตะโกนแบบนั้นในใจอยู่เรื่อยๆนั้น ก็มีเสียงประกาศที่ไม่ทราบเพศดังขึ้นในสติของกร

 

【เงื่อนไขเสร็จสมบูรณ์ เตรียมพร้อมใช้งาน『จิตวิญญานเหล็กกล้า』!!!】

 

!!!!!!!!!!!!!!?

จิตวิญญาณเหล็กกล้างั้นเหรอ......ไอ้ฉายาที่ไม่แสดงข้อมูลนั่นสินะ

ทำไมถึงมาทำงานเอาตอนนี้กัน....

 

【คำเตือน!!! สกิลนี้จะทำงานก็ต่อเมื่อพลังชีวิตของผู้ครอบครองกำลังจะหมดลงและต้องได้รับการยินยอมจากผู้ใช้เท่านั้น.......จะยอมรับรึไม่!!!】

 

พลังชีวิตเหรอ....ความตายงั้นเหรอ  ใครสนเรื่องพรรค์นั้นกัน...

ฉันแค่อยากจะตั้นหน้าไอ้หมาบ้านั่นเท่านั้น...

 

จะอะไรก็ช่างเถอะน่า!!!!  สกิลที่ฉันมีอยู่ตอนนี้ทำอะไรไอ้บ้านั่นไม่ได้ซักหน่อย!!!

ถ้านี่มันเป็นทางเลือกสุดท้าย....

ถ้านี่คือความหวังที่ยังเหลืออยู่ละก็  ฉันก็จะคว้ามันมาอย่างไม่ลังเล

 

 

กริ๊ง

          แล้วเสียงที่เหมือนกับกระดิ่งอันไพเราะก็ดังขึ้นในสติของกรอีกครั้ง พร้อมๆกับข้อมูลของฉายา『จิตวิญญานเหล็กกล้า』ที่จนป่านนี้ยังไม่สามารถมองเห็นได้จนถึงเมื่อครู่ให้กรได้เห็น

 

〘จิตวิญญานเหล็กกล้า〙

《 คำอธิบาย : ฉายาของผู้ที่ข้ามพ้นความตายและความสิ้นหวังมาได้แล้วยืนหยัดขึ้นด้วยกำลังของตัวเองเท่านั้น  มีผลทำให้สเตตัสทั้งหมดเพิ่มขึ้นมหาศาล  รวมถึงความสามารถทางร่างกายพื้นฐานและทักษะในการต่อสู้เองก็เช่นกัน สกิลจะทำงานก็ต่อเมื่อพลังชีวิตของผู้ใช้จะหมดลงแต่ยังมีจิตใจมั่นคงไม่สิ้นหวังอยู่เท่านั้น พร้อมทั้งต้องได้รับการยืนยันจากผู้ใช้ก่อนการทำงาน เนื่องจากผู้ที่ใช้สกิลนี้จะเสียชีวิตทันทีหลังออร่าที่คลุมร่างได้หายไปและการต่อสู้ครั้งล่าสุดได้จบลง     *อนึ่ง ความสามารถจะเพิ่มขึ้นตามเจตจำนงของผู้ใช้ 》

 

เงื่อนไขยุ่งยากชะมัด!!!  ก็บอกแล้วไงว่าไม่สนเรื่องพรรค์นั้น.....ถึงนอนอยู่นี่ก็ตายอยู่ดีไม่ใช่รึไงกัน....

ถ้าต้องนั่งรอความตายอย่างน่าสมเพชละก็....ขอสู้ตายจนกว่าจิตวิญญาณนี้จะมอดไหม้ไปเลยยังจะสมศักดิ์ศรีซะกว่า!!!

 

เพราะงั้นละก็….

 

......เอาพลังมาให้ฉันซะ!!!

 

【เงื่อนไขเสร็จสมบูรณ์......สกิล『จิตวิญญานเหล็กกล้า』ทำงาน!!!】

          แล้วพอกรพูดออกไปแบบนั้นอยู่ในใจ ก็มีเสียงประกาศตอบกลับออกมาในทันที

 

ซู่ม!!!

แกร็ก!!!

        หลังจากนั้นรอบตัวของกรก็มีออร่าสีทองส่องประกายงดงามโอบล้อมร่างกายของกรไว้ทั่วทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยทีเดียว พอสัมผัสทั้งหมดกลับมากรก็ลองขยับร่างกายดูเล็กน้อย นั่นเลยทำให้เขารู้ว่าร่างกายได้กลับมาเป็นของตัวเองอีกครั้งแล้ว นอกจากนั้นกรยังสัมผัสพลังที่เอ่อล้นออกมาจากทั่วทั้งร่างได้อย่างมหาศาล ทั้งพละกำลังที่เหนือมนุษย์และพลังเวทย์ที่ราวกับจะเป่าพระเจ้าให้ปลิวได้ก็ด้วย บาดแผลเองก็หายดีขึ้นมาเล็กน้อยแม้จะยังปิดไม่สนิทดีนัก แต่แผลก็แห้งขึ้นพอที่จะไม่รู้สึกรำคาญเวลาต่อสู้แล้ว แถมดูเหมือนสัมผัสทางร่างกายจะดีขึ้นผิดหูผิดตา สุดยอดการประมวลผลเองก็ถูกเสริมขึ้นมาเช่นกัน

 

【หึหึ....】

           แล้วกรก็หัวเราะในลำคอออกมาด้วยความดีใจเล็กน้อยต่อหน้าพลังที่เอ่อล้นออกมานั่น ราวกับค้นพบแสงสว่างแห่งความหวังจากก้นหลุมนรกอันแสนมืดมิดสุดหยั่งถึงนั่นเลยทีเดียว และเพราะกรขยับตัวเล็กน้อยเมื่อครู่เลยทำให้เคลเบรอสที่รู้สึกตัวถึงกรหันกลับมา เพราะสุดยอดการประมวลผลเองก็พัฒนาขึ้น กรเลยเห็นเคลเบรอสที่กำลังหันกลับมาเป็นภาพซุปเปอร์สโลโมชั่นเลยทีเดียว แน่นอนว่ากรไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอย พอสบโอกาสกรจึงถีบตัวเองออกไปด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ แล้วพุ่งตัวไปอยู่ในตำแหน่งศีรษะของเคลเบรอสแล้วจัดการประเคนหมัดเข้าไปที่ใบหน้าของตัวซ้ายด้วยหมัดที่หนักที่สุดในชีวิตของตัวเองเข้าไปโดยไม่สนสภาพร่างกายของตัวเองที่เจียนตายเลยแม้แต่น้อย.....

 

❖❖❖❖❖

 

〖อึ๊ก!!!!  ไม่เลวนี่นาเจ้าหนู!!!!〗

          เพราะโดนการโจมตีที่หนักหน่วงเข้าไปในเสี้ยววินาทีโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เลยทำให้เคลเบรอสกระอักออกมาเล็กน้อย แต่ก็ฟื้นสภาพด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึง นั่นเพราะในเวลาไม่ถึง 5 วินาทีหลังจากถูกกรอัด แผลช้ำบริเวณใบหน้าก็จางหายไปเสียแล้ว  กรที่กำลังเดินเข้ามาทางเคลเบรอสด้วยท่าทางสบายๆเองก็สังเกตเห็นเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้สนใจนัก นั่นเพราะคิดว่าหากโจมตีแล้วฟื้นฟูได้ละก็ ก็แค่โจมตีเข้าไปเรื่อยๆจนฟื้นฟูไม่ทันซะก็พอ

 

〝ความเร็วในการฟื้นตัวเหลือเชื่อจริงๆ!!!〞

〖เจ้าเองก็เหมือนกัน แล้วดูเหมือนสเตตัสทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นเยอะเลยนี่นา!!!!〗

〝............................〞

          กรยังคงตอบกลับเคลเบรอสด้วยเสียงโทนเดียวที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ แถมพอเคลเบรอสพูดกับกรเป็นเชิงถามออกมาแบบนั้น กรก็ยังไม่ได้ตอบกลับออกไปเพราะไม่มีความจำเป็นอีก นั่นทำให้เคลเบรอสเริ่มเกิดอาการวิตกขึ้นมาเล็กน้อย

 

〖ยอดเยี่ยม!!! ยอดเยี่ยมมากจริงๆเจ้าหนู  ...ข้าไม่เคยพบเจอนักรบที่วิเศษเช่นเจ้ามาก่อนเลย!!! ตั้งแต่ที่จำความได้ข้าก็เพิ่งได้รับบาดเจ็บหนักขนาดนี้ในการโจมตีครั้งเดียวก็ครั้งนี้นี่แหล่ะ....〗

〝เหรอ...ดีใจด้วยละกัน〞

〖เพราะงั้น หากข้าไม่เอาจริง....เห็นทีคงเป็นข้าเองละมั้งที่จะต้องเป็นฝ่ายปราชัยหน่ะ〗

          กรที่ได้ยินคำพูดนั้นก็ระวังตัวขึ้นด้วยสัญชาตญานในทันที แต่ร่างกายก็ไม่ได้เกร็งจนเคลเบรอสสัมผัสได้ นั่นเพราะจนถึงตอนนี้เคลเบรอสแค่บอกว่าจะไม่ออมมือแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่บอกว่าจะเอาจริง กรจึงต้องระมัดระวังกับมรสุมลูกใหญ่ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ของบอสมอนสเตอร์อีกครั้ง แล้วพอเคลเบรอสพูดจบหัวทางขวาของมันก็กำลังจะอ้าออกมา ในขณะเดียวกับที่กรกำลังตรวจเช็คสภาพของตัวเองในหน้าต่างตั้งค่าพร้อมกับเดินเข้ามาหาเคลเบรอสอย่างใจเย็นราวกับจะไม่สนใจมันเลยแม้แต่น้อย

 

จากการตรวจสอบสภาพร่างกายอย่างละเอียด......ตัวเราจะเสียชีวิตในอีก 12 นาที 23.725 วินาที 

เวลาที่ออร่านี้จะคงอยู่นั้น เหลืออีก  10 นาที 47.654 วินาที......

 

เพราะฉะนั้น....ต้องจัดการให้ได้ก่อนที่ออร่าจะดับลงไป.....

          ความคิดที่ราวกับเครื่องจักรของกรก็ดำเนินต่อไป พร้อมๆกับที่ใช้หน้าต่างรายละเอียดข้อมูลจำเพาะและนูเมรัลดิสเพลย์คำนวณสภาพร่างกายและการต่อสู้ต่อจากนี้ กรจึงได้ตัดสินใจแบบนั้นอย่างเยือกเย็นและไร้ซึ่งอารมณ์ต่างๆเจือปน

 

〖เอาหล่ะนะเจ้าหนู!!!!  【เพลิงทะ—————】〗

ตู้ม!!!!!

〖!!!!!!!!!!!!!!!!!?〗

          และในขณะที่เคลเบรอสประกาศสกิลอยู่กรก็ใช้เท้าขวาถีบพื้นเสียงดัง แล้วพุ่งเข้าไปหาเคลเบรอสทั้งอย่างงั้นเพื่อขัดจังหวะการร่าย จึงทำให้เคลเบรอสตกใจอย่างมาก เมื่อเข้าประชิดตัวได้สำเร็จกรก็ทำมือเป็นท่าวันทยาหัตถ์นำนิ้วเรียงชิดติดกันเหมือนกับคราวก่อนอีกครั้ง แล้วจัดการฟาดมันลงไปที่กลางลำตัวของเคลเบรอสตรงๆด้วยใบหน้าที่ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ

 

〖ฮึ่ม!!!〗

ฟิ้ว!!!!!

          แต่เคลเบรอสเองก็ไม่ได้กระจอกขนาดที่จะยอมรับการโจมตีคล้ายๆแบบเดิมเป็นหนที่สองได้ มันจึงเคลื่อนที่หลบด้วยความเร็วที่เหนือกว่าตอนแรกไปข้างหน้าเล็กน้อยและอ้อมไปทางด้านหลังของกรแทนได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้กรลงพื้นเสียงดัง ตุ๊บ! โดยที่การโจมตีของตัวเองหวดลม? ไปนั่นเอง

 

〖ขัดจังหวะสกิลของข้างั้นเหรอ  ไม่เบานี่เจ้าหนู...เจ้านี่น่าสนใจจริงๆ!!!〗

〝อ๋อ! งั้นเหรอ.... แต่ไอ้ที่อยู่ในมือฉันเนี่ยน่าสนใจกว่าอีกนา....〞

〖!!!!!!!!!!!!?〗

          พอกรตอบกลับออกไปแบบนั้นด้วยเสียงเรียบๆเลยทำให้เคลเบรอสมองไปที่มือของกรในทันที แล้วก็ต้องตกใจกับภาพนั้นอย่างมาก นั่นก็เพราะในมือของกรกำลังยื่นวัตถุแปลกๆที่มีขนแบบเดียวกับตนออกมาเพื่อให้เคลเบรอสเห็นได้ชัดเจน พร้อมทั้งโยนขึ้นลงเล่นราวกับจะเยาะเย้ยเคลเบรอสอยู่ยังไงอย่างงั้น  พอเห็นแบบนั้นเคลเบรอสที่รีบตรวจสอบร่างของตัวเองดู ก็รู้เลยว่าที่กรถืออยู่นั้นคือหางของตนนั่นเอง

 

〖อึ๊ก!!!  นี่เจ้า!!!?〗

〝หืม.....ใจแข็งจริงนะ  สำหรับสุนัขแล้ว หางถือเป็นความภาคภูมิใจเลยไม่ใช่เหรอ....ถูกตัดเป็นเดชไอ้ด้วนแบบนี้เนี่ยน่าสงสารแย่เลย.....〞

          ที่ตัดออกไปแค่หางนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลยแม้แต่น้อย เพราะกรต้องการยั่วโมโหเคลเบรอสนั่นเอง ก่อนหน้าที่เล่นสงครามจิตวิทยากันดูเหมือนกรจะคำนวณพลาดไป เพราะพลังของเคลเบรอสมีมากกว่าที่ตนคิดไว้ พอมาตอนนี้พลังของทั้งคู่นั้นใกล้เคียงกันขึ้นมาก ดังนั้นสิ่งที่จะตัดสินการต่อสู้สำหรับคูต่อสู้ที่มีฝีมือคู่คี่กันนั่นก็คือ เล่ห์กลและอุบายต่างๆ ไหวพริบ ทักษะเฉพาะตัวของแต่ละคน  รวมถึงยุทธวิธีรบปิดฉากที่คาดไม่ถึง การทำให้อีกฝ่ายใช้อารมณ์เองก็เป็นอีกแผนการที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน กรที่เคยถูกอารมณ์ต่างๆเข้าครอบงำ จนใช้ตัดสินความจริงตรงหน้านั้นเข้าใจจุดนี้เป็นอย่างดี แต่เพราะตอนนี้เขาได้โยนอารมณ์ทั้งหมดทิ้งไปแล้ว เลยทำให้จุดนี้กรได้เปรียบเคลเบรอสอยู่มากโข

 

〖ไอ้เด็กเวร!!!!!!!!  บังอาจนักกกกก!!!!!!!!!!!!!!〗

          และเป็นไปตามคาด เคลเบรอสเดือดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด กรเองก็ต้องระวังไม่ให้กระทบกระทั่งมันมากจนเกินไป เพราะสัตว์ร้ายที่จนมุมนั้นสามารถทำสิ่งที่เหลือเชื่อเกินคาดคิด แม้แต่กระต่ายที่จนมุมเองก็สามารถขย้ำเสือจนตายได้ กรที่เข้าใจจุดนั้นดีจึงต้องควบคุมระดับอารมณ์ของเคเลเบรอสไปด้วย แม้จะดูยุ่งยาก แต่เพื่อให้การต่อสู้ของตัวเองมีโอกาสชนะและประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ไม่เกี่ยง แต่นั่นเป็นเพราะกรตอนนี้ไร้ซึ่งอารมณ์ด้วยแล้ว จึงไม่แปลกที่เขาจะเลือกวิธีทีมีประสิทธิภาพดีที่สุด แต่ที่ไม่เลือกวิธีที่ปลอดภัยที่สุด นั่นเป็นเพราะกรในตอนนี้ไม่คิดประมาทเคลเบรอสเลยแม้แต่น้อยนั่นเอง

 

〖【เบิร์นนิ่งอินเฟอร์โน่】!!!!!!!!〗

          แล้วเคลเบรอสก็ร่ายเวทย์ที่แตกต่างจากครั้งก่อน  ดูเหมือนว่าเคลเบรอสจะใช้เวทย์ทั่วไปได้เหมือนกัน แถมยังไม่ต้องร่ายอีกต่างหาก ผลจากเวทย์นั่นทำให้ทั่วทั้งบริเวณห้องโถงถูกปกคลุมไปด้วยเปลวไฟสีแดงสดกว่าเลือด ความร้อนเองก็พุ่งทะลุ 10,000 องศาไปเลยทีเดียว แม้จะไม่โดนตรงๆ แต่เพียงแค่อยู่ใกล้ๆก็เพียงพอจะทำให้ร่างกายระเหิดไปได้เลยทีเดียว ทั้งยังสร้างความหวาดหวั่นให้แก่ผู้ที่ได้เห็นอีกต่างหาก

 

〖!!!!!!!!!!!!!!?〗

          แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่กรคาดไว้แล้ว กรที่ไม่แสดงท่าทีอะไรออกมาเลยพร้อมกับแสดงท่าทีนิ่งเฉยและมองไปยังเคลเบรอสด้วยแววตาดุดัน เลยทำให้มันตกใจกับการกระทำนั่น เคลเบรอสที่ไม่เข้าใจว่ากรกำลังทำอะไรก็ตกใจมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อกรยกมือขวาขึ้นมาในท่าคว่ำฝ่ามือไปทางเคลเบรอส และการกระทำต่อไปของกรก็ต้องทำให้เคลเบรอสตกตะลึงอีกครั้ง

 

〝【ไอซ์....เอจ】———〞

ฟุบ!!!!!

          แล้วกรก็ร่ายเวทย์ออกมาด้วยเสียงเรียบๆเช่นเคยทั้งที่ยื่นมือขวาที่คว่ำอยู่ราวกับจะคว้าอะไรบางอย่างนั้นไปทางเคลเบรอส และหลังจากร่ายเวทย์เสร็จแทบจะทันที  เปลวเพลิงสีแดงอันน่าหวาดหวั่นที่มีความร้อนสูงซึ่งลุกโหมอยู่รอบตัวกรและเคลเบรอสก็กลายเป็นน้ำแข็งในชั่วพริบตาเดียวโดยที่ไม่สนทฤษฎีใดๆทั้งสิ้น เนื่องจากการใช้สกิล『จิตวิญญานเหล็กกล้า』 ทำให้ความสามารถทุกอย่าง รวมถึงระดับของเวทย์เพิ่มขึ้นเป็นขั้นสูง ทั้งยังใช้เวทย์โดยที่ไม่ต้องร่ายอีกต่างหาก นั่นเลยทำให้กรสามารถใช้เวทย์ขั้นสูงได้โดยไม่ร่ายได้สบายๆเช่นเดียวกับเคลเบรอส และในจังหวะเดียวกับที่กรสะบัดมือที่ยื่นอยู่นั่นไปทางขวาอย่างแรงราวกับจะเป่าทิวทัศน์ที่อยู่ตรงหน้าให้ปลิวหายไป น้ำแข็งที่อยู่โดยรอบกับเปลวเพลิงทั้งหมดก็หายไปทั้งหมดเหมือนกับไม่ได้มีอยู่ตั้งแต่แรก

 

〖กะ....โกหกชัดๆ!!!  เปลวเพลิงของข้านั้นร้อนแรงพอๆกับขุมนรกเลยเชียวนะ!!!!  แต่กลับถูกมนุษย์ใช้เวทย์เพียงครั้งเดียวทำให้หายไปเนี่ยน๊ะ!!!?〗

 

ตู้ม!!!!

          เคลเบรอสยังตกใจไม่หายกับสิ่งที่เกิดขึ้น กรก็ถีบตัวเข้าไปประชิดตัวของเคลเบรอสอีกครั้งโดยที่ไม่ปล่อยให้มันพักเลย จนกรที่กำลังพุ่งตัวอยู่ลอยไปใกล้กับใบหน้าของเคลเบรอสทั้ง 3 พร้อมกับจ้องดวงตาของเคลเบรอสด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งแสงสว่างนั่น

 

〖!!!!!!!!!!!!!!?〗

〝พูดมาก น่ารำคาญ〞

          ในขณะที่กรตอบเคลเบรอสด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาเขาก็ง้างหมัดทั้งสองของตัวเองไปข้างหลังเพื่อเตรียมปล่อยการโจมตีที่หนักหน่วงอีกครั้งไปพร้อมกัน โดยที่ไม่ได้สนท่าทีตกตะลึงของเคลเบรอสแม้แต่น้อย จากนั้น....

 

ตู้ม!!!!  ตู้ม!!!!  ตู้ม!!!!  ตู้ม!!!!  ตู้ม!!!!  ตู้ม!!!!  ตู้ม!!!!  ตู้ม!!!!  ตู้ม!!!!  ตู้ม!!!!  ตู้ม!!!!  ตู้ม!!!!  ตู้ม!!!!  ตู้ม!!!!  ตู้ม!!!! 

          กรก็ระดมโจมตีด้วยหมัดทั้งซ้ายและขวาเข้าไปทั่วทั้งตัวเคลเบรอสเท่าทีหมัดของตัวเองจะไปถึง ทั้งใบหน้า ลำตัว ขา สีข้าง ทุกๆจุดที่สามารถสร้างความเสียหายได้ทั้งหมดอย่างหนักหน่วงและต่อเนื่อง โดยไม่เปิดโอกาสให้เคลเบรอสโต้กลับเลยแม้แต่น้อย

 

〖อ๊อกกกกกก!!!!!!!!!!!!〗

ฟิ้ว!!!!!!

ตู้ม!!!! 

          แล้วเคลเบรอสที่ถูกการโจมตีอย่างต่อเนื่องเข้าอย่างกระทันหัน ก็ลอยกระเด็นจนไปชนเข้ากับผนังของห้องโถงอีกครั้งหนึ่ง แต่หนนี้เพราะเป็นการกระหน่ำโจมตี เลยทำให้เกิดความเสียหายมากกว่าเก่า นั่นเลยทำให้จุดที่เคลเบรอสลอยไปชนเกิดรอยแตกกระจายไปโดยรอบเลยทีเดียว พอเคลเบรอสตกลงมายังพื้นด้วยแรงโน้มถ่วงในเวลาไม่นาน มันก็ฟื้นฟูด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่ออีกครั้ง ดูเหมือนแม้กรจะโจมตีตีไปมากขนาดไหนมันก็ไม่สะทกสะท้านเลย

 

〝แผลหายแล้วงั้นเหรอ….เป็นการฟื้นสภาพที่เข้าขั้นโกงเลยนะเนี่ย  แล้วจะจัดการแกยังไงดีหล่ะ? 〞

〖อย่าได้ใจให้มันมากนัก  ไอ้หนู!!!  【ตัดสายลม】!!!!!!!!!!!!!〗

          เพราะคำพูดของกรนั้นเป็นเชิงคำถาม นั่นเลยทำให้ดูกวนโอ๊ยเข้าไปใหญ่ เคลเบรอสที่หงุดหงิดอยู่แล้วก็ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ จึงได้ใช้สกิลอันร้ายกาจนั่นออกมาอีกครั้ง

 

ฟิ้ว!!!   ฟิ้ว!!!   ฟิ้ว!!!   ฟิ้ว!!!   ฟิ้ว!!!   ฟิ้ว!!!   ฟิ้ว!!!   ฟิ้ว!!!  

ตู้ม!!!!!!

〖!!!!!!!!!!!!!?〗

          พอการโจมตีทั้งหมดถูกปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว กรที่ได้ยินชื่อสกิลอยู่ก่อนแล้วก็ถีบตัวแล้วพุ่งไปด้านข้างได้อย่างทันท่วงที ราวๆ 20 เมตรจากจุดที่ยืนอยู่ และแล้วการโจมตีทั้งหมดด้วยสกิล『ตัดสายลม』ของเคลเบรอสก็หวดลมไป โดยที่ไม่โดนตัวกรเลยแม้แต่นิดเดียว นั่นเลยทำให้มันตกใจมากทีเดียว

 

〖เพราะอะไ———〗

〝เพราะฉันเข้าใจหลักการมันแล้วยังไงหล่ะ.... สกิลของแก ดูเหมือนจะติดตามได้เฉพาะเป้าหมายที่อยู่ใกล้กับมันตอนเข้าปะทะไม่เกิน 10 เมตรเท่านั้น....งั้นก็ง่ายๆ แค่หลบไปให้ไกลกว่านั้นก็สิ้นเรื่อง... เพราะงั้น ในตอนแรกการโจมตีของแกถึงไม่โดนฉันทั้งหมดสินะ〞

          แล้วกรก็ตอบกลับเคลเบรอสไปก่อนที่มันจะพูดจบเสียอีก นั่นจึงเริ่มทำให้จิตใจของมันเริ่มหวั่นไหวอีกครั้ง และในขณะเดียวกับที่กรกำลังคิดว่าถึงโจมตีไปขนาดไหนมันก็ยังฟื้นฟูได้ เพราะหากแค่ใช้หมัดคงไม่พอที่จะล้มเคลเบรอสอยู่นั้น กรก็สังเกตุเห็นการโจมตีด้วยตัดสายลมของมันซึ่งหวดลมเพราะกรอ่านทางออกไปโดนพื้น แต่ก็ยังไม่เป็นรอยอยู่ดี แล้วนึกกลับไปก่อนหน้านี้ที่ตนกระหน่ำโจมตีไปที่เคลเบอรอสจนกระแทกกับผนังห้องโถงจนเกิดรอยแตกขนาดใหญ่ ก็คิดอะไรขึ้นมาได้อย่างนึง....

 

〖!!!!!!!!!!!!!?〗

          เพราะกรที่เปลี่ยนแผนการกระทัน ได้ย่อตัวลงจนอยู่ในท่านั่งยองอย่างรวดเร็ว เลยทำให้เคลเบรอสไม่เข้าใจว่ากรกำลังจะทำอะไรจึงได้แต่ยืนงงอยู่อย่างนั้น

 

〝【เคลื่อนไหวความเร็วแสง】!〞

ตู้ม!!!!!!

〖!!!!!!!!!!!!!?〗

          แล้วกรที่อยู่ในท่านั่งยองก็พุ่งตัวขึ้นไปข้างบนด้วยพลังกายล้วนๆและในจังหวะที่ปลายเท้ากำลังจากลอยห่างจากพื้นพอดิบพอดี กรก็ประกาศสกิลนั้นออกมา เป็นการผสมผสานสกิลเข้ากับพลังกายนั่นเอง แล้วการผสานที่ว่านั่นยังรุนแรงถึงขนาดทำให้พื้นที่กรถีบตัวขึ้นไปนั้นแตกกระจายเป็นบริเวณกว้างเสียกว่าจุดที่เคลเบรอสถูกกระหน่ำโจมตีอีกต่างหาก นั่นเลยทำให้เคลเบรอสตกใจยิ่งกว่าเดิม

 

ฟุ๊บ!!!!!!!

ตู้ม!!!!!!

          และเพราะการถีบพื้นที่แสนรุนแรงนั่นเลยทำให้ตอนนี้กรพุ่งขึ้นไปจนถึงเพดานของห้องโถงที่สูงกว่า 20 เมตรเลยทีเดียว พอใกล้จะเข้าปะทะกรก็พลิกตัว 180 องศาและใช้เท้ากระแทกไปที่เพดานอย่างแรงเพราะการพุ่งตัวขึ้นมาจนเกิดเสียงดังสนั่นพอๆกับก่อนหน้านี้ แล้วจากนั้นกรก็ย่อตัวลงทั้งเพื่อให้ลื่นไหลกับแรงเฉื่อยที่ส่งมา แล้วจากนั้น

 

〝เอาหล่ะนะ....【เคลื่อนไหวความเร็วแสง】!!!〞

ตู้ม!!!!!!

          แล้วจากนั้นกรก็ใช้สกิลแบบเดียวกับตอนแรกอีกครั้ง แล้วก็ถีบเพดานลงมาข้างล่างอย่างรวดเร็วจนเคลเบรอสยังตกใจ นั่นเพราะใช้ทั้งพลังกาย สกิลและยังมีความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลกพ่วงเข้าไปอีก  แล้วพอกรพุ่งลงไปจนเกือบจะถึงพื้นอยู่แล้วนั้น กรก็กำหมัดขวาไว้แน่นและง้างไปข้างหลังจนสุดแล้วจากนั้น...

 

ตู้ม!!!!!!

          กรก็ใช้หมัดขวาชกลงไปที่พื้นห้องโถงทั้งอย่างงั้นเลย ผลจากการกระทำนั้น ทำให้พื้นของห้องโถงสั่นสะเทือนไปทั่ว เกิดรอยแตกร้าวขึ้นมาเป็นวงกว้างไปทั่วจากจุดที่กรใช้หมัดซัดลงไป จนบริเวณพื้นของจุดที่กรชกลงไปยุบลงเป็นหลุมลึกกว่า 3 เมตรเลยทีเดียว แล้วโดยรอบยังมีวัสดุแบบเดียวกับห้องโถงโผล่พ้นพื้นขึ้นมาเพราะแรงกระแทกขึ้นมามากมายอีกต่างหาก และวัสดุทั้งหลายที่โผล่ขึ้นมานั่นเองที่เป็นเป้าหมายของกร....

 

〝ฟู่!!! เอาหล่ะ...เท่านี้ก็เป็นไปตามแผน〞

〖เจ้าหนู! แกคิดจะทำอะไรกัน!!?〗

〝เดี๋ยวก็รู้น่า  ฉันไม่ให้แกรอนานหรอก....แล้วถ้ารอกันละก็จะขอบคุณมากเลย〞

          ต่างกับกรก่อนหน้านี้ เคลเบรอสไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะกรเลยแม้แต่น้อย กรจึงคิดว่านี่เป็นศักดิ์ศรีของนักรบหรืออะไรทำนองนั้นมั้ง แม้จะคิดว่ามันไร้สาระ แต่เพราะทิฐินั่นของเคลเบรอสเลยทำให้เขาดำเนินแผนได้จนเกือบเสร็จสิ้น เลยทำให้เขาแอบขอบคุณเคลเบรอสอยู่ไม่น้อย

 

ตึก!  ตึก!  ตึก!  ตึก!  ตึก!  ตึก!

ผั๊ว!!!  ผั๊ว!!!

แกร็ก!!!!!

          แล้วกรก็เดินเข้าไปยังที่ที่มีวัสดุของพื้นห้องโถงโผล่ขึ้นมา แล้วจัดการใช้ฝ่ามือฟาดเขาไปเพื่อให้ตัววัสดุหลุดออกมาเป็นชิ้นขนาดพอๆกับตัวเองทั้งหมด 2 ชิ้นด้วยกันแล้วก็เอามันตั้งไว้กับพื้นโดยที่ใช้มือทั้งสองข้างพยุงแต่ละอันไว้อยู่ แล้วจากนั้น....

 

〝【ข้าแต่เทพเฮฟเฟสตุสผู้สรรค์สร้างศาตราเทพเอ๋ย  ข้าขอถวายคำสัตยาบันแก่เทพผู้สร้าง..... 】〞

 

〖จะ...เจ้าหนู  คำร่ายแบบนั้นมัน!!!!〗

 

〝【……ร่างเนื้อของข้าหล่อหลอมขึ้นเป็นดาบ  วิญญาณของข้าหล่อหลอมขึ้นเป็นเปลวเพลิง..... 】〞

 

〖มะ...ไม่ผิดแน่  นี่เจ้ากำลังใช้เวทย์แปรธาตุขั้นสูงอยู่งั้นเหรอ!!!〗

          ดูเหมือนเคลเบรอสจะรู้คำร่ายของบทที่กรกำลังพูดอยู่จึงตกใจออกนอกหน้าขนาดนั้น แต่กรก็ไม่สนใจแต่อย่างใด ทั้งยังร่ายเวทย์ต่อไปอีกต่างหาก อาจเป็นเพราะเวทย์ที่ว่านั้นเป็นเวทย์ขั้นสูงเกินกว่าจะละการร่ายได้และก็เพื่อให้เวทย์แสดงผลออกมาดีที่สุดด้วย กรจึงต้องพูดคำร่ายออกมาให้ครบถ้วนอย่างไม่มีตกหล่น และในขณะที่กำลังร่ายอยู่นั้นก็ได้มีเสียงประกาศที่ไม่ทราบเพศดังขึ้นในสติของกรอีกครั้ง

 

【 โปรดมโนภาพถึงลักษณะของสิ่งที่จะแปลงสภาพ.... 】

 

          แต่กรก็ไม่ได้ตกใจกับเสียงนั่นเท่าไรนัก นั่นก็เพราะที่กรทำมาจนถึงตอนนี้เป็นสิ่งที่กรวางแผนไว้แล้วทั้งสิ้น ตั้งแต่ที่สังเกตเห็นว่าพื้นโถงที่คิดว่ามีความทนทานสูงสามารถทนทานได้แม้กระทั่งการโจมตีจากสกิลตัดสายลมของเคลเบรอสทั้งที่การโจมตีนั่นทำให้กรเกือบตายมาแล้ว ก็เลยคิดใช้วัสดุนั่นมาทำเป็นอาวุธด้วยเวทย์แปรธาตุเสียเลย แต่แน่นอนว่าความจริงมันไม่ได้ง่ายดายแบบนั้น นั่นเพราะวัสดุที่ใช้ในการแปรธาตุจำเป็นต้องใช้วัสดุที่เป็นธาตุบริสุทธิ์หรือไม่ก็ต้องใช้วัสดุที่มีขนาดแน่นอนและต้องมีความคุ้นชินกับพลังของเจ้าตัวเสียก่อน กรจึงต้องใช้การโจมตีเข้าไปเพื่อให้วัสดุนั้นรับพลังของตัวเองได้ ทั้งเพื่อถ่ายโอนออร่าของตัวเองไปยังวัสดุนั้นโดยตรงด้วยก็ดี และก็เพื่อให้วัสดุที่ว่ามีขนาดที่แน่นอน เพราะหากใส่ออร่าไปที่พื้นโดยตรงแต่ก็ไม่รู้ขนาดที่แน่นอนเพราะทั้งหมดมันเป็นเนื้อเดียวประกอบกันทั้งห้อง นั่นจึงเป็นอีกเหตุผลนึงว่าทำไมจึงไม่สามารถแปรธาตุจากพื้นโดยตรงได้นั่นเอง

 

เริ่มการมโนภาพ......

 

ลักษณะ........ดาบสีทองอร่าม สองคมแบบยุโรป…….

ความยาว........140 เซนติเมตร

น้ำหนัก........พอมือ ไม่มากและน้อยเกินไป

ความทนทาน........มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ความคม........มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

 

 

〝【จงปรากฏออกมาต่อหน้าข้าซะ 『เอ็กซ์คาลิเบอร์』!!!!!!!!】〞

 

เปร๊าะ!!!

          แล้วพอกรร่ายจบวัสดุที่มีขนาดเท่าตัวของกรซึ่งอยู่ทางขวาก็ปริแตกจากภายใน และพอวัสดุทั้งหลายแตกกระจายหายไปราวกับลูกนกที่กระเทาะเปลือกไข่ของตัวเองออก ดาบสีทองประกายงดงามทั้งด้ามดาบและใบดาบที่ถูกประดับด้วยลวดลายวิจิตรงดงามราวกับเป็นงานศิลปะก็ปรากฏออกมาตรงหน้าของกร และไม่รอช้ากรก็ใช้มือขวาคว้าด้ามของมันอย่างรวดเร็ว แล้วจากนั้น.....

 

〝ส่วนข้างซ้าย.....【จงปรากฏออกมาต่อหน้าข้าซะ 『ดูแรนดัล』!!!!!!!!】〞

 

          เช่นเดียวกับก่อนหน้า พอวัสดุที่อยู่ทางซ้ายของกรก็ปริแตกออกมา ดาบสีน้ำเงินส่องประกายสดใสแม้จะอยู่ในความมืดมิด ราวกับอัญมณีโทพาซที่ส่องประกายกับแสงอาทิตย์ยังไงอย่างงั้น มันมีลักษณะแตกต่างจากก่อนหน้าเล็กน้อย คือมันแบนกว่ากันและใบดาบยังกว้างกว่า แต่ที่เหมือนกันคือลวดลายที่อยู่บนตัวดาบยังคงงดงามอยู่เหมือนกับดาบเล่มก่อนหน้า

 

แกร็ก!!!!

〝ขอบคุณมากที่รอกัน  เคลเบรอส......นี่แหล่ะผลงานชิ้นโบว์แดงของฉัน〞

        แล้วพอการแปรธาตุเสร็จสิ้นทุกกระบวนการกรก็เอา『เอ็กซ์คาลิเบอร์』ยื่นไปข้างหน้าโดยหันปลายดาบไปทางเคลเบรอสที่ยังคงทำหน้าอึนอยู่ แล้วก็พาด『ดูแรนดัล』ไว้ที่ไหล่

 

〖ไม่น่าเชื่อ.....ทั้งสองเล่มเป็นอาวุธระดับ【SSS】เลยนะ นี่เจ้าจะบอกว่าสามารถสร้างของระดับนี้ขึ้นมาได้ตามใจชอบรึไง!!!〗

〝อ๋อ...ไม่ต้องห่วง  เพราะว่ามันไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไรเลยหล่ะ แล้วที่ตั้งชื่อแบบนี้หน่ะเป็นเพราะฉันจำมาจากอนิเมะที่เคยดูเมื่อก่อนหน่ะ...เอาเถอะ พูดไปแกคงไม่รู้จักหรอกมั้ง  แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น.....〞

 

สวบ!!!!!!!

〖หา !!!!!!!!〗

          แล้วกรก็ใช้ดูแรนดัลที่พาดกับไหล่เมื่อครู่ ยกด้ามดาบขึ้นจนสูงกว่าหัว แล้วปล่อยมันลงไปที่พื้นทั้งแบบนั้น ผลปรากฏว่า ใบดาบฝังเข้าไปในพื้นที่มีความทนทานนั่นถึง 2 ใน 3 เลยทีเดียว นั่นเลยทำให้เคลเบรอสที่เห็นแบบนั้นตกใจมากจนร้องออกมาเลยทีเดียว

 

〝อย่างที่เห็นแหล่ะ.....เพราะใช้วัสดุจากพื้นห้องนี้ที่มีความทนทานอย่างมากกับใช้ออร่าสีทองนี่ผสมเข้าไปด้วย ผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็น....〞

〖หึหึหึ !!!!!!!!〗

〝ใจเย็นจริงนะ......ยังหัวเราะได้อีกงั้นเหรอ〞

          เพราะท่าทีของเคลเบรอสที่กำลังหวาดกลัวเปลี่ยนไปเป็นหัวเราะออกมาเล็กน้อย นั่นเลยทำให้กรคิดว่ามันอาจจะตกใจจนเพี้ยนไปแล้วก็ได้ จึงถามแบบนั้นออกมา

 

〖เจ้าหนู!!! เจ้านี่มันจะน่าสนใจเกินไปแล้ว.....ขนาดนายเหนือหัวของข้า ยังไม่เคยทำให้ข้าประหลาดใจได้อย่างต่อเนื่องแบบนี้มาก่อนเลย....〗

〝ถ้านั่นเป็นคำชมละก็...ขอบใจมากละกัน〞

 

〖ถ้างั้นก็......【เกราะเพลิงทมิฬ!!!!!!!!!!!!!!!!】〗

          ในขณะที่พูดคุยกัน หัวขวาของเคลเบรอสก็เปิดขึ้นอีกครั้ง แล้วทั่วทั้งตัวของเคลเบรอสก็ถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีดำสนิทอีกครั้ง

 

〝ยังมีของดีซ่อนอยู่อีกสินะ....แกนี่แข็งแกร่งจริงๆ〞

〖เจ้าเองก็เช่นกัน....ภูมิใจได้เลยที่ทำให้ข้าสนุกได้ถึงเพียงนี้〗

          แล้วทั้งสองก็พูดคุยกันเล็กน้อย ก่อนที่จะย่อตัวลงพร้อมกัน

 

〖เข้ามาเลยเจ้าหนู  แสดงให้ข้าเห็นทีสิ!!!!!!! จิตวิญญาณนักรบของเจ้าหน่ะ!!!!!!!〗

 

ตู้ม!!!!!!!

          แล้วทั้งสองก็ถีบพื้นเสียงดังแล้วพุ่งเข้ามาหากันด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึง เคลเบรอสง้างกรงเล็บทั้งสองขณะที่ใช้ขาหลังถีบตัวมา กรเองก็เงื้อดาบทั้งสองไว้ข้างหลังเช่นกัน

          และเมื่อทั้งสองเข้าประชิดตัวกัน เคลเบรอสก็ก็ตวัดกรงเล็บทั้งสองเข้าหากรอย่างรวดเร็ว แต่กรก็ใช้ใบดาบทั้งสองรับไว้ได้อย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนแค่เอาดาบรับไว้จะสร้างบาดแผลให้คลเบรอสไม่ได้ บางทีคงเป็นเพราะสกิล【เกราะเพลิงทมิฬ】เลยทำให้พลังป้องกันของมันเพิ่มขึ้น หากไม่โจมตีเข้าที่ลำตัวตรงๆคงสร้างบาดแผลให้ไม่ได้ พอคิดได้แบบนั้นกรก็ใช้ดาบทั้งสองปัดกรงเล็บทั้งสองออกไปแล้วเข้าคลุกวงใน  จากนั้นก็ใช้เอ็กซ์คาลิเบอร์ในมือขวาฟาดไปที่ขาซ้ายของเคลเบรอส แต่มันก็ชักหลบได้อย่างรวดเร็ว ขนาดกรที่มีสุดยอดการประมวลผลอยู่แม้จะรู้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถโจมตีได้เลย แล้วเคลเบรอสที่หลบการโจมตีได้นั้นก็โจมตีกรด้วยกรงเล็บจากทางซ้ายอีกครั้ง กรเองก็ย่อตัวหลบกลางอากาศแล้วหมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบเพื่อสร้างแรงเหวี่ยงไปในตัว แล้วก็จัดการใช้ดูแรนดัลในมือซ้ายฟันเข้าไปที่คอซ้ายของเคลเบรอส

 

ฉั๊ว!!!!!!!

〖อ้ากกกก!!!!!!!!〗

          ดูเหมือนความคมของดาบจะเป็นของจริง นั่นเพราะชั่วพริบตาที่ดูแรนดัลแกว่งผ่านคอซ้ายของเคลเบรอสไป ก็เฉือนลำคอไปได้ถึงครึ่งนึงของความหนาทั้งหมดเลยทีเดียว แล้วดูเหมือนแผลจากการโดนอัดกับโดนฟันจะจะใช้เวลาฟื้นฟูต่างกัน จะด้วยความลึกของบาดแผลหรืออะไรก็ตามแต่ แต่นั้นก็ทำให้หัวซ้ายไม่สามารถปล่อยสกิลตัดสายลมได้ในช่วงนั้น นี่จึงเป็นโอกาสโต้กลับของกร

          และพอถูกโจมตีไปแบบนั้น เคลเบรอสก็ใช้กรงเล็บโจมตีกรจากทางซ้าย เพราะคิดว่ากรกำลังอยู่ในท่าหลังโจมตีเลยทำให้ไม่มีเวลาตั้งรับ แต่กรที่ยังคงหมุนตัวอยู่เพราะแรงเฉื่อยจากตอนแรกนั้นก็เงื้อดูแรนดัลขึ้นเหนือหัวและฟาดลงไปที่กรงเล็บที่เข้ามาประชิดตัวนั้น เพราะกรงเล็บมีความแข็งกว่าส่วนอื่น การโจมตีแค่นี้จึงไม่อาจสร้างรอยแผลให้ได้ แต่กรก็เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยการใช้ดูแรนดัลที่เข้าปะทะอยู่เป็นเหมือนเชือกเกี่ยวเข้ากับกรงเล็บ แล้วควงตัวเองลงพื้นโดยใช้กรงเล็บเป็นจุดหมุนลงพื้นอย่างสวยงาม แล้วพอลงถึงพื้นกรก็ย่อตัวแล้วถีบพื้นไปยังใต้ลำตัวของเคลเบรอสในทันที

 

〝คราวนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนแล้วนะ เจ้าหมา !  เอาหล่ะนะ……〞

【มัลติไพล์แอตซอลต์ !!!!!】

 

ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ——————————————

〖อึ๊ก!!!  ไม่เลวนี่เจ้าหนู!!!!!〗

        แล้วกรก็กระหน่ำโจมตีเข้าไปด้วยอาวุธที่ดีกว่าครั้งก่อน รวมถึงสเตตัสที่เพิ่มขึ้นมากด้วยเช่นกัน เลยทำให้การโจมตีทั้งหมด แม้จะไม่รุนแรงถึงขนาดครั้งเดียวตาย แต่ก็ทำให้เคลเบรอสสะอึกออกมาได้เลยทีเดียว พลังชีวิตของเคลเบรอสก็ยังคงลดลงเรื่อยๆจากการโจมตีของกรอย่างต่อเนื่องรวมถึงการโจมตีร้ายแรงที่คอซ้ายก่อนหน้าก็ด้วย จนพลังชีวิตใกล้จะหมดเต็มที  แต่ในขณะที่กรกำลังได้เปรียบอย่างที่สุดอยู่นั้น.....

 

ซู่ม!!!

กริ๊ง!!!

【 คำเตือน!!! พลังชีวิตกำลังลดลงถึงขั้นวิกฤติ  ออร่าถูกลดระดับลง....เหลือเวลาที่สกิลยังคงทำงานอยู่ได้เพียง 2 นาที 34.215 วินาที...】

 

ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ——————————————

          แต่แม้จะมีเสียงประกาศดังขึ้นมาขัดจังหวะ รวมถึงออร่าที่ห่อหุ้มร่างกายของตัวเองได้ลดขนาดลงจนน่าใจหาย แต่กรก็ยังคงกระหน่ำโจมตีต่อไปราวกับกำลังปิดหูไม่ได้ยินเสียงนั้นอยู่

 

〖อ้าวๆ ดูเหมือนพลังจะลดลงรึเปล่า!!!!!〗

          แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ง่ายดายแบบนั้น เพราะเคลเบรอสเองก็สังเกตได้เหมือนกันว่าดาเมจที่ทำได้ต่อวินาทีลดลงอย่างเห็นได้ชัด

 

แกร็ก!!!!!!!

        แล้วเรื่องที่กรกลัว? ก็เกิดขึ้นจนได้ นั่นเพราะดาบทั้งสองเล่มของตนเริ่มีรอยร้าวขึ้นมาแล้วนั่นเอง กรที่คิดว่านั่นเป็นเพราะพลังเวทย์ของตัวเองลดลง จึงได้ถอยออกมาจากเคลเบรอสเล็กน้อยเพื่อตั้งหลัก นั่นเพราะการสูญเสียอาวุธในการต่อสู้นั้นหมายถึงความตาย

 

〖อุ๊ก!!!  ข้าเองก็เริ่มไม่ไหวแล้วแฮะ เจ้าเองก็คงเหมือนกันหล่ะสิ!!!〗

〝อา....ถึงจะไม่อยากยอมรับ แต่ก็เป็นแบบนั้นจริงๆนั่นแหละ〞

 

〖เพราะงั้นก็!!!〗

〝เพราะงั้นก็!!!〞

.

.

.

.

 

〖มาเดิมพันด้วยการโจมตีสุดท้ายกันเลย!!!〗

〝มาเดิมพันด้วยการโจมตีสุดท้ายกันเลย!!!〞

 

โอ้ววววววววววว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

โฮรกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ตู้ม!!!!!!!

          ทั้งคำพูดและเสียงตะโกนของทั้งสองคนที่ออกมาพร้อมกันดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องโถง ราวกับเป็นสัญญานเริ่มการปะทะครั้งสุดท้าย  จากนั้นทั้งคู่ก็ใช้แรงเฮือกสุดท้ายถีบพื้นแล้วพุ่งเข้าหากันอีกครั้ง

 

พรวด!!!!!

          แล้วพอทั้งคู่เข้าประชิดตัว ขณะที่กรกำลังพุ่งอยู่กลางอากาศโดยเงื้อดูรันดัลไปข้างหลังและชี้เอ็กซ์คาลิเบอร์ในมือขวาไปทางเคลเบรอสอยู่นั้น เคลเบรอสก็ได้ทำเรื่องน่าตกใจออกมานั่นคือการปล่อยกรดเดือดสีเขียวอ่อนในตอนแรกออกมาอย่างกะทันหัน  เพราะสติและสมาธิของกรกำลังจับจ้องอยู่กับการต่อสู้ก็ด้วย และเพราะการโจมตีแบบสายฟ้าแลบนั้นรวดเร็วเสียจนสุดยอดการประมวลผลที่ถูกลดระดับลงมาตรวจจับไม่ทัน แต่กรก็ไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดหลบไม่พ้นเสียทีเดียว แต่ถึงอย่างงั้นก็ทำได้แค่เอี้ยวตัวหลบไปทางซ้ายที่มีกรดอยู่น้อยกว่าเท่านั้นเอง

 

ฉ่า!!!!!

          แล้วผลลัพธ์ของมันก็ทำให้ฝั่งขวาของกรโดนการโจมตีเข้าไปเต็มๆ นั่นทำให้บริเวณข้อศอกของกรที่โดนกรดเข้าไปตรงๆ เนื่องจากออร่าที่ห่อหุ้มอยู่จางลง ขาดออกจากกันอย่างง่ายดาย

 

〖น่าเสียดาย เจ้าหนู !!!  อีกนิดเดีย—————〗

〝ไม่!!!  มันยังไม่จบหรอก!!!!!!!〞

          พอเคลเบรอสพูดตัดพ้อกรที่แขนขวาขาดไปแล้วแบบนั้น กรก็ตะโกนขัดจังหวะอีกครั้ง แล้วจากนั้น.....

 

งับ!!!!!!!

〖!!!!!!!!!?〗

          เนื่องจากเอ็กซ์คาลิเบอร์นั้นอยู่ในตำแหน่งที่นำหน้าไปเล็กน้อยเพราะกรชี้มันไปยังเคลเบรอส จึงทำให้ตอนที่แขนขวาขาดมันมาลอยอยู่ตรงหน้านั่นเอง กรก็เลยใช้ปากคาบมันอย่างรวดเร็ว แล้วยังคงพุ่งเข้าไปหาเคลเบรอสทั้งอย่างงั้น  นั่นเลยทำให้เคลเบรอสตกใจกับไฟสู้ของกรเป็นอย่างมาก

 

ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ฉั๊ว! ——————————————

〖อึ๊ก!!!!!!!!〗

          แล้วกรก็กระหน่ำโจมตีด้วยดูแรนดัลในมือซ้ายและเอ็กซ์คาลิเบอร์ในปากอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง  เพราะความไม่คุ้นชินที่ใช้ปากคาบมันจึงเสี่ยงหลุดอยู่หลายครั้งในตอนที่ใช้ปากเหวี่ยง กรจึงต้องกัดมันไว้แน่นจนเลือดออกเลยทีเดียว แต่กรก็ไม่ได้สนใจแต่อย่างใดทั้งยังกระหน่ำโจมตีไปอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง แต่ทว่า.....

 

เปร๊าะ!!!  เปรี๊ยะ!!!

แคร๊ง!!!!!!!!!

        ดาบทั้งสองเล่ม เอ็กซ์คาลิเบอร์ในปากและดูแรนดัลในมือซ้าย ได้ปริแตกและแหลกสลายลงในเวลาอันสั้น นั่นเพราะพลังเวทย์ของกรเองก็หมดเหมือนกัน ทั้งที่หากโจมตีอีกเพียงไม่กี่ครั้งกรก็จะล้มเคลเบรอสได้อยู่แล้ว

 

〖ดูเหมือนข้าจะเหนือกว่าก้าวนึงนะเจ้าหนู  เพราะงั้นก็ยอมแพ้ซะ—————〗

〝ไม่เอาโว้ยยยย!!!  ก็บอกแล้วไงว่ามันยังไม่จบ!!!!!!!〞

          แล้วกรก็ตะโกนขัดจังหวะคำพูดของเคลเบรอสอีกครั้ง แต่หนนี้มันแตกต่างกัน นั่นเพราะกรในตอนนี้ไม่เหลืออาวุธใดๆอีกแล้วนั่นเอง แต่กรก็ยังไม่ได้ยอมแพ้เลยแม้แต่น้อย ทั้งยังง้างมือซ้ายที่เหลืออยู่ข้างเดียวไปข้างหลังอีกต่างหากแล้วจากนั้น...

 

ตู้ม!!!!!!!!

〖อ็อกกกก!!!!!!!!  บ้าน่า!!!!!!!!!!〗

          กรที่คิดว่าหมัดธรรมดาคงใช้ไม่ได้ผล จึงรวบรวมออร่าสีทองที่เหลืออยู่มาไว้ที่หมัดซ้าย แล้วทำการอัดเข้าไปที่ใบหน้าของเคลเบรอสอย่างรวดเร็วและรุนแรงเสียยิ่งกว่าครั้งก่อนๆเสียอีก

 

〝อยากได้นักใช่ไหมไอ้หมาบ้าเอ๊ย!!!

งั้นก็รับไปซะ !!!! นี่แหล่ะคือ !!! .....

 

จิตวิญญาณของช้านนนนนนนน!!!!!!!!!!!!!!!!!〞

 

ย้ากกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!

      แล้วตะโกนแบบนั้นออกไปเพื่อปลุกใจสู้ของตัวเองในขณะที่ใช้หมัดซ้ายอัดเข้าไปที่ใบหน้าของเคลเบรอส

 

ตู้ม!!!!!!!!

          แล้วเคลเบรอสก็ถูกกรอัดหมัดกระเด็นไปจนผนังอีกครั้งจนเกิดเสียงดังสนั่นที่ดังกว่าครั้งไหนๆ  แล้วเคลเบรอสก็ตกลงมาด้วยแรงโน้มถ่วงแล้วก็นอนหมดสภาพอยู่แบบนั้น

 

แฮ่ก!   แฮ่ก!   แฮ่ก!   แฮ่ก!

〝คะ....คราวนี้หล่ะ......เป็น......ยังไงบ้าง〞

          หลังการเข้าปะทะอันแสนดุเดือดในเสี้ยววินาที เลยทำให้กรที่สเตตัสและร่างกายกลับมาเป็นปกติเหนื่อยหอบออกมา

 

〖ห๊ะห๊ะ.....ไม่น่าเชื่อเลยเจ้าหนู!!!  เจ้าทำได้จริงๆ.....ข้าเนี่ยขยับไม่ได้เลยหล่ะ〗

        เคลเบรอสเองก็ยังมีกะจิตกะใจตอบกรที่กำลังเหนื่อยหอบ ทั้งที่ตัวเองก็ร่อแร่เต็มทีเหมือนกัน นั่นอาจจะเป็นศักดิ์ศรีของบอสดันเจี้ยน  ไม่สิ....เป็นศักดิ์ศรีของนักรบที่ยอมรับในตัวกรซึ่งเป็นนักรบที่ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกันมากกว่า

 

วิ้ง!  วิ้ง!  วิ้ง!  วิ้ง!  วิ้ง!  วิ้ง! 

          แล้วในจังหวะเดียวกับที่มันพูดแบบนั้น  ร่างกายของเคลเบรอสก็จางลงเรื่อยๆอย่างเห็นได้ชัด

 

〖สมศักดิ์ศรีจริงๆ  ข้าขอยอมรับเจ้าในฐานะของนักรบอย่างแท้จริง  เป็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดตั้งแต่ที่ข้าเคยสู้มาเลย…..

.....ชัยชนะนี้เป็นของเจ้าอย่างแท้จริง..... อุษณกร  เจ้าชนะแล้ว————〗

          หลังจากพูดประโยคทิ้งทวนที่สมกับเป็นนักรบออกมาแล้ว เคลเบรอสก็จางหายไปในเงามืดพร้อมๆกับคำพูดนั้น

 

〝งะ.....งั้นเหรอ.....ฉัน.......ชนะแล้ว————〞

ตุ๊บ!!!!

        แต่กรที่เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะนั้น ทั้งที่ยังสงสัยอยู่เล็กน้อยว่าเคลเบรอสรู้ชื่อตนเองได้ยังไงและยังไม่ทันที่จะได้ดีใจกับผลลัพธ์เลยด้วยซ้ำเขาก็ล้มลงไปเสียแล้ว นั่นเป็นเพราะจากที่ได้อธิบายไป หลังจากใช้สกิล『จิตวิญญานเหล็กกล้า』ไป ผู้ใช้ก็จะเสียชีวิตลง  เพราะมันเกิดขึ้นเร็วมากเสียจนกรรับรู้ไม่ทัน  เลยทำให้กรต้องเผชิญหน้ากับความตายที่น่าหวาดหวั่นอีกครั้ง  โดยที่ไม่ทันได้รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย

 

❖❖❖❖❖

 

【———————เลเวลได้อัพแล้ว! เลเวลได้อัพแล้ว! เลเวลได้อัพแล้ว! เลเวลได้อัพแล้ว! เลเวลได้อัพแล้ว! เลเวลได้อัพแล้ว! เลเวลได้อัพแล้ว! เลเวลได้อัพแล้ว! เลเวลได้อัพแล้ว! เลเวลได้อัพแล้ว!】

          เสียงประกาศที่คุ้นเคยได้ดังขึ้นในสติของกรอีกครั้ง เห็นได้ชัดเลยว่ากรได้รับค่าประสบการณ์มามหาศาลจากการโค่นล้มบอสด้วยตัวคนเดียว แต่แน่นอนว่ากรที่เสียชีวิตไปแล้ว ไม่มีทางได้ยินเลยแม้แต่น้อย

 

【เริ่มการตรวจสอบเงื่อนไขเพื่อยืนยันระบบพิเศษ.......】

          แล้วประโยคอันคุ้นเคยก็ดังต่อเนื่องเข้ามาอีกครั้ง...

.

.

 

【ร่างกายเข้าสู่สภาวะการสลายตัวเรียบร้อย.......เข้าเงื่อนไขปกติ】

【ยืนยันเลเวลที่มีอยู่ในปัจจุบันอยู่ที่ 500 ซึ่งเป็นขีดจำกัดของเผ่ายอดมนุษย์อุษณกร.......เงื่อนไขเสร็จสิ้น】

【โค่นบอสได้ในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย.......เงื่อนไขเสร็จสิ้นพร้อมกับเป็นแบบพิเศษ】

 

【ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายสามารถทนทานต่อสถานะผิดปกติต่างๆได้.......เข้าเงื่อนไขพิเศษ】

【ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายสามารถทนทานต่อบาดแผลและการโจมตีต่างๆได้.......เข้าเงื่อนไขพิเศษ】

【ใช้ร่างกายล้วนๆในการโจมตีครั้งสุดท้ายกับบอสมอนสเตอร์และโค่นได้สำเร็จ.......เข้าเงื่อนไขพิเศษ】

.

.

.

【ตรวจสอบเงื่อนไขทุกข้อเสร็จสมบูรณ์ ....ตรงกับเงื่อนไขแบบพิเศษขั้นสุดยอด】

.

.

 

【มีการพัฒนาเกิดขึ้นอยู่ก่อนแล้ว  จึงจะดำเนินการต่อยอดพลังที่มีอยู่ก่อนโดยอัตโนมัติ】

.

.

 

【การพัฒนาซ้อนเป็นครั้งที่ 2 เสร็จสิ้น!】

.

.

.

.

 

【เริ่มทำการ『จุติแบบพิเศษขั้นสุดยอด ครั้งที่ 2』ได้!】

         

         

 




NEKOPOST.NET