[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย ตอนที่ 130 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย

Ch.130 - ปัญหาแก้ได้ด้วยการไม่หนี


ตอนที่ 130 : ปัญหาแก้ได้ด้วยการไม่หนี

 

          หลังจากที่รินกับอลิซลุกหายไป กรก็ช็อคอยู่ราวๆนาทีครึ่ง

 

〝 เมอร์ลิน ขอทางหน่อย 〞พริบตาที่เรียกสติกลับมาได้กรก็ลุกขึ้นยืนขอทางเมอร์ลินในทันที แต่ทางเมอร์ลินกลับยืดขาซ้ายมาขวางไว้ก่อน

〝 พวกเธอกำลังช็อคอยู่นะ ไม่ต่างจากนายเลย... ไปแล้วคิดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นรึไง? 〞

          เมอร์ลินพูดแบบนั้นพร้อมกับจ้องตากรด้วยสายตาจริงจัง นั่นทำให้กรไหล่กระตุกเลยทีเดียว

 

รู้อยู่แล้ว... เรื่องนั้นอยู่แล้วน่า!

แต่นั่น... ยิ่งปล่อยให้นานไปมันจะยิ่งแย่ไม่ใช่รึไง?

 

ต้องรีบปรับความเข้าใจกันให้เร็วที่สุด

นอกจากทางนี้ ฉันก็คิดวิธีแก้อื่นไม่ออกแล้วนะ!

 

〝 ไม่หรอก... ฉันเห็นด้วยกับกรนะ 〞มีอาพูดแบบนั้นขึ้นมา ก่อนที่จะจับข้อมือขวาของกรไว้แน่น

〝 ก็จริงที่มันไม่ง่าย... แต่ฉันว่าวิธีที่ดีที่สุดคือกรต้องจริงใจกับพวกเธอ บอกความรู้สึกของตัวเองออกไป แค่นั้นก็พอแล้วหล่ะ! 〞

          มีอาว่าแบบนั้นกรก็เบิกตาโพลงขึ้นเล็กน้อย ราวกับมีเทพธิดาชี้ทาง

          อีกทางนึง... เมอร์ลินเองที่เห็นด้วย เพียงแต่อยากให้กรใจเย็นลงกว่านี้ก็จ้องตากรตรงๆอีกครั้ง

 

〝 บางทีคงทะเลาะกันแน่ แต่มันก็ยังดีกว่าคุยกันไม่รู้เรื่องหรือไม่ได้คุย... เพราะสิ่งที่จะช่วยประคับประคองความสัมพันธ์ไม่ใช่การห้ามเกลียดกันหรือห้ามโกรธกัน แต่เป็นการจริงใจต่อกันต่างหาก เข้าใจนะ? 〞

          เมอร์ลินย้ำกำชับแบบนั้นด้วยน้ำเสียงดุดัน

 

ที่เธอพูดมามันก็ถูกอยู่หรอกนะ...

จะบอกว่าต่อให้เกลียดกัน... แต่ถ้าจริงใจ ไม่ปิดบังความจริงก็จะผ่านมันไปได้แล้วความสัมพันธ์ก็จะไม่พังทลายลง อะไรแบบนั้นหน่ะเหรอ?

 

ก็เข้าใจอยู่หรอกนะ... แต่เราเองก็ไม่รู้ด้วยสิ ว่าในมุมมองของผู้หญิงจะรู้สึกยังไง...

เพราะฉะนั้น ถ้าพวกเธอบอกแบบนั้น ฉันก็จะเชื่อ!

          แน่นอนว่าไม่มีอะไรจะการันตีว่าเป็นทางเลือกที่ถูก แต่กรก็เลือกที่จะเชื่อทางที่มีอา... และเมอร์ลินบอกว่าถูก เมื่อเมอร์ลินชักขาออก กรก็ขยับออกจากโต๊ะในทันที

 

〝 ชั้นสามห้อง 318 〞เป็นเวลาเดียวกับที่ชาญพูดขึ้นอย่างรู้ใจสมเป็นเพื่อนสนิท

〝 แต้งกิ้วชาญ! 〞

          กรพูดแบบนั้น แล้วก็วิ่งขึ้นตามบันไดไปไม่เห็นฝุ่น

          แล้วพอกรหายไปจากสายตา ทุกคนก็ถอนหายใจออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย

 

〝 กะกะ กลายเป็นเรื่องใหญ่จนได้... 〞ซาช่าพูดขึ้นด้วยสีหน้ากังวลสุดๆ ไม่ต่างจากทุกคน

〝 นั่นสิ... กลายเป็นเรื่องแล้วไหมหล่ะ 〞เช่นเดียวกับเมอร์ลินที่ขมวดคิ้วพูดขึ้นด้วยสีหน้ากังวลสุดๆ ข้างๆก็มีมีอาที่กำลังทำสีหน้าลำบากใจ

 

〝 ช่วยไม่ได้นี่ครับ 〞โชตที่อยู่อีกฝั่งก็พูดขึ้น ราวกับได้โอกาส

〝 ก็สองคนนั้นหน่ะ ชอบกรมาตั้งแต่เด็กแล้วนี่... และในทางกลับกัน กรเองก็ชอบทั้งสองคนเหมือนกันด้วย 〞ตามด้วยชาญที่ขยับแว่นพลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวล

          แล้วพอชาญพูดขึ้นมาแบบนั้น ทำให้สาวๆที่เป็นกังวลหันมาสนใจเขากันหมด ซึ่งเหตุผลก็ไม่ใช่ใดอื่น นอกเสียจากต้องการรู้สาเหตุที่กรเป็นคนเช่นนี้ เพื่อภายภาคหน้าจะได้เป็นกำลังให้นั่นเอง

          และคนที่เป็นตัวแทนถามทุกคนก็คือมีอา

 

〝 พูดถึงเรื่องตอนเด็ก... กรเค้าก็ไม่ค่อยเล่าอะไรให้ฟังเท่าไหร่เลย 〞มีอาพูดทั้งด้วยความสงสัย แต่สีหน้าเป็นห่วงกรอย่างชัดเจน

〝 นั่นสิคะ... รู้สึกเหมือนกำลังเลี่ยงไม่พูดอยู่ตลอดเลยด้วย 〞ชาลอตเสริมด้วยท่าทางเป็นห่วงอีกคน

          นั่นเลยทำให้ชาญจับคางครุ่นคิด ก่อนที่จะดื่มน้ำอึกนึงแล้วเปิดปากเล่าออกมา

 

〝 อืม... หมอนั่นก็แบบนี้แหล่ะ เชื่อสิ... ถ้าไม่ฟังจากเพื่อนสนิทอย่างพวกผม หมอนั่นก็ไม่บอกแน่ๆหล่ะ 〞

〝 เดี๋ยวมันก็โกรธหรอกน่า 〞โชตพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง แต่ดูเหมือนชาญจะมองไปไกลกว่านั้น เลยพูดต่อ

〝 โกรธก็ช่างเถอะ... ทำคนอื่นเขาเป็นกังวล มันก็สมควรแล้ว 〞

          ชาญพูดพร้อมกับวางแก้วลงกับโต๊ะ นั่นทำให้ทุกๆคน ทั้งกลุ่มของพวกมีอา พวกเจนนี่ ฟ้าและพวกซิลเวียหันมามองเขาหมด แต่ก็ไม่ได้ประหม่าแต่อย่างใด... ชาญเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงปกติ

 

〝 หมอนั่นหน่ะนะตอนเด็กๆมีความฝันอยู่... ว่าอยากจะเป็นฮีโร่  〞

          ชาญเริ่มพูดด้วยใบหน้าละมุนราวกับนึกภาพย้อนไปในสมัยเด็ก นั่นเป็นเวลาเดียวกับที่ซิลเวียร้อง “เอ๊ะ!?” ออกมาเบาๆด้วยความประหลาดใจมากกว่าคนอื่น กับฟลอร่าที่แกล้งหลับแล้วแอบฟังเรื่องของกรเงียบๆ

 

〝 ตั้งแต่เด็กแล้วหมอนั่นหน่ะ... ชอบเอาตัวเองเข้าไปเจอปัญหา คอยช่วยเหลือคนอื่นแบบไม่หวังผลตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จักหรือเปล่า เป็นคนที่แปลกจริงๆ 〞

〝 แต่นั่นก็ทำให้หมอนั่นกลายเป็นไอดอลของพวกเราเลยหน่ะนะ 〞

          ในขณะที่ชาญเล่า โชตก็พูดเสริมด้วยความชื่นชมจากใจ จนกระทั่งชาญเปลี่ยนสีหน้าตึงเครียดขึ้นมา

 

〝 แต่... จนกระทั่งวันที่หมอนั่นเสียพ่อแม่ไป นั่นหล่ะจุดเปลี่ยนทุกอย่าง 〞ชาญพูดแบบนั้นทำให้เหล่าคนที่ไม่เคยได้ยินเรื่องของกรมาก่อนอย่างพวกเจนนี่และพวกซิลเวีย รวมถึงฟ้าเบิกตาโพลง

          และยิ่งทำให้สาวๆตั้งใจฟังมากขึ้นอีก

 

〝 หมอนั่นเริ่มเก็บตัว และสับสนกับความหมายในการมีชีวิตอยู่ของตัวเอง... บอกตรงๆว่าผมเองก็ไม่รู้ว่าหมอนั่นคิดอะไรอยู่ แต่ผลลัพธ์จากที่หมอนั่นได้คำตอบ คือการที่หมอนั่นยึดติดกับ “ความยุติธรรมของตัวเอง” แล้วเลือกตัดสินใจที่จะออกไปล่าพวกคนชั่วที่ชอบทำร้ายคนอื่นในเมือง จะทั้งนักเลงมีชื่อ แก๊งหรือขนาดพวกกลุ่มผิดกฎหมายก็ยัง... 〞

          สาวได้แต่คิดสงสารและเจ็บปวดใจเมื่อได้ฟัง ทั้งยังเป็นห่วงกรอีกต่างหาก และยิ่งเป็นห่วงเข้าไปใหญ่เมื่อชาญเล่าต่อไป

 

〝 แล้วสุดท้ายมันก็เกิดเรื่อง เป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งของกร... การกระทำของหมอนั่นคงไปทำให้พวกผู้ใหญ่นิสัยไม่ดีเคืองเข้า แล้วคิดว่าเกิดอะไรขึ้นเหรอ? กรถูกตามล่าหน่ะสิ 〞

〝 เฮ้ยๆ ไหงเรื่องใหญ่พรรค์นั้นฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยหล่ะ! 〞โชตพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนิดๆ

〝 กรห้ามผมไว้หน่ะสิ... รินเองยังไม่รู้เลยนะ 〞

          พอชาญว่าแบบนั้นโชตก็เลยพอสงบลงได้หน่อย แต่ในใจก็นึกโกรธกรอยู่เหมือนกันที่ไม่เคยเล่าให้ฟังเลยทั้งที่เป็นเพื่อนสนิทกันแท้ๆ

 

〝 แต่ถ้าแค่ถูกตามล่าคนเดียว กรเองก็เอาตัวรอดได้อยู่หรอก... ถ้าอลิซไม่ถูกจับเป็นตัวประกันหล่ะก็นะ 〞

          สายตาของทุกคนเคร่งเครียดขึ้นอีกครั้ง นั่นเองทำให้ผู้เล่าอย่างชาญเครียดไปด้วยจนต้องเปลี่ยนท่านั่งมาใช้ศอกสองข้างวางกับโต๊ะประสานมือสองข้างเลยทีเดียว

 

〝 ก็นะ... ถึงผลลัพธ์สุดท้ายจะรอดกันมาได้ แต่เพราะเหตุการณ์นั้น ถึงทำให้กรหันหลังให้กับความยุติธรรมของตัวเอง แล้วไม่ใช่แค่นั้น หมอนั่นยังโทษตัวเองอยู่ตลอดว่าเป็นเพราะเขา คนสำคัญอย่างอลิซถึงได้ตกอยู่ในอันตราย ถ้าทำต่อก็อาจจะลามไปถึงรินด้วยก็ได้... หมอนั่นถึงได้ล้มเลิกความฝันของตัวเองไปแบบนั้น เพราะเข้าใจแล้วว่าอะไรสำคัญกว่ากันหล่ะมั้ง ระหว่างรินและอลิซกับความฝันของตัวเอง 〞

〝 งั้นเหรอ... 〞

          มีอาพูดราวกับเข้าใจ ไม่สิ... เป็นเพราะข้อมูลที่มีอยู่ช่วยทำให้มีอาเข้าใจตัวกรเกือบทั้งหมดแล้วต่างหาก มีอาถึงได้ทำหน้าเหมือนกับเข้าใจเช่นนั้น

          ทางซิลเวียที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับทำสีหน้าช็อคจนผิวซีดเผือกไปเลยทีเดียว แต่แน่นอนว่าไม่มีใครสังเกต

 

〝 เพราะแบบนั้นแหล่ะ หลังจากนั้นหมอนั่นเลยไม่คิดจะทำอะไรทั้งนั้น... คงจะคิดว่า “ถ้าฉันเริ่มทำอะไร คงจะมีคนเดือดร้อนอีกแน่ๆ งั้นสู้ไม่ทำอะไรเลยคงจะดีกว่า” หล่ะมั้ง... ได้แต่ปล่อยเวลาให้ผ่านไป ไม่สนไม่แยแสว่าตัวเองจะถูกแกล้งยังไง... ผมคิดว่าเพราะแบบนั้นแหล่ะ กรถึงได้เมินความรู้สึกของรินกับอลิซไปด้วย เพราะกลัวว่าถ้าคบกับทั้งสองคนหรือสนิทกับทั้งสองคน แล้วจะทำให้สองคนนั้นเป็นอันตรายยังไงหล่ะ 〞

          ชาญเล่าจบแล้วก็ถอนหายใจเสียงดัง หวังจาคลายความเครียดจากการเล่าเรื่อง

          ทว่าฝ่ายที่รับฟังเรื่องราวของกรอย่างพวกสาวๆ พวกเธอได้แต่ก้มหน้าลง แล้วคิดกันอยู่ในใจว่า “กรต้องเจอเรื่องแบบนี้มาเหรอเนี่ย” ไม่ก็ “กรคงจะเจ็บปวดมากแน่ๆ” กันอยู่

 

          ยกเว้นมีอา...

 

〝 ตอนที่กรคบกับฉันหน่ะ... เค้าพูดไว้ว่า “กลัวที่จะได้รับสิ่งสำคัญมา แล้วต้องเสียมันไป” 〞แต่แล้ว พอมีอาพูดจบก็เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นแจ่มใสขึ้นมา

〝 แต่เค้าก็ยังพูดต่ออีกด้วยนะว่า “จะไม่หนีอีกแล้ว และจะเผชิญหน้ากับทุกอย่างให้ถึงที่สุดด้วย” 〞

          พอมีอาพูดแบบนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ชาญก็ถึงกับเบิกตาโพลง

 

〝 กร... พูดแบบนั้นงั้นเหรอ? 〞ชาญถามย้ำราวกับไม่แน่ใจ

〝 อื้ม! 〞มีอาพยักหน้าด้วยรอยยิ้มแน่วแน่ในทันที

〝 งั้นเหรอ... หมอนั่นเปลี่ยนไปแล้วจริงๆสินะ 〞

          ชาญพูดออกมาด้วยรอยยิ้มดีใจแบบสุดๆ ในคำพูดเต็มไปด้วยตื้นตันแบบที่บอกใครไม่ได้

 

〝 ถ้าเป็นอย่างงั้นจริง... หวังว่าคราวนี้คงมีอะไรเปลี่ยนไปบ้างนะ 〞

〝 อื้ม! ต้องเปลี่ยนไปแน่ 〞

          มีอาพูดขึ้นอย่างมั่นใจตอบกลับคำของชาญในทันที

 

〝 ถึงจะมีปัญหาเรื่องค่านิยมก็เถอะนะ สองคนนั้นหน่ะ 〞เมอร์ลินพูดขึ้นมาราวกับขัดคอ แต่ทว่าก็เป็นความจริงที่ทำให้สาวๆคนอื่นเข้าใจในทันที นั่นเพราะนี่เป็นปัญหาหลักที่พวกเธอต้องเอาชนะก่อนจะได้มาคบกับกรอย่างทุกวันนี้ แต่ว่า คนที่แย้งกลับเป็นชาลอต

〝 ไม่หรอกค่ะ... ดิฉันว่าพวกเธอก็แค่ ซื่อตรงกับความรู้สึกตัวเองเท่านั้นเองค่ะ... ตอนที่คบกับนายท่านใหม่ๆ ยอมรับเลยค่ะว่าหึงหวงนายท่านกับทุกคนมากๆ ไม่ใช่ล้อเล่นแบบที่เป็นทุกวันนี้ แต่หึงจนโกรธจริงๆนะคะ 〞

          ชาลอตพูดมาเช่นนั้น ทำให้สาวๆพยักหน้าตาม เพราะต่างก็เคยรู้สึกแบบเดียวกันมาก่อน

 

〝 แต่เพราะได้อยู่กับทุกคน ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ทะเลาะกันและไม่มีอะไรปิดบังกันเลยซักอย่าง เพราะแบบนั้น ดิฉันถึงรักทุกคนพอๆกับนายท่านยังไงหล่ะคะ... 〞พอชาลอตพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ก็ทำให้ทุกคนอมยิ้มออกมาตาม นั่นเพราะทุกคนต่างก็รู้สึกแบบเดียวกันนั่นเอง

〝 แหม๋〜 ชาลอตพูดอะไรน่ารักๆเป็นด้วยนะจ๊ะเนี่ย〜 〞

〝 อย่าสิคะลิลิธ มันอึดอัดนะคะ 〞

          ลิลิธที่อยู่ใกล้เลยเข้าไปกอดรัดด้วยความเอ็นดูทำให้ชาลอตจำต้องพูดแก้เขินออกมา เป็นภาพที่ทำให้สถานการณ์คลายเครียดขึ้นมาได้ชั่วครู่นึง และทำให้ทุกคนตระหนักได้ถึงสิ่งที่ชาลอตพูดและยืนยันคำพูดของเมอร์ลิน

 

          ที่ว่า “ทุกอย่างจะไปได้สวย หากจริงใจต่อกัน” นั่นเอง

 

          แล้วพวกมีอาก็ผันเปลี่ยนมารอกรด้วยความเชื่อมั่นกันแทน...

 

❖❖❖❖❖

 

          ในห้องพักของโรงแรมหมายเลข 318 ที่อยู่ข้างในคือรินกับอลิซที่เข้ามาหลบในห้องเดียวกัน ทั้งสองคนนั่นกอดเข่าบนเตียงหันหลังชนกัน

 

〝 ฮึก... ทำไมต้องตามมาที่ห้องด้วยเล่า... 〞อลิซที่กำลังสะอึกสะอื้นพูดกับรินที่ตามเธอเข้ามาพอดิบพอดี

〝 ฮึก... 〞

          แต่รินไม่ได้ตอบกลับอะไรไปนอกจากเสียงสะอึกสะอื้นแบบเดียวกัน

 

ก็แค่กลัวจนไม่อยากอยู่คนเดียวเท่านั้นแหล่ะ... แล้วถ้าอยู่ข้างนอก กรก็จะตามมาเจอแน่...

          ริน ไม่สิ... อลิซเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ไม่ได้พูดออกมา

          จะด้วยความตกตะลึงจนช็อคไปหรืออะไรก็ตามแต่ แต่นั่นก็ทำให้พวกเธอทำอะไรไม่ถูกจนต้องพึ่งพาหลังของคนที่สนิทที่สุดอย่างที่เห็น สิ่งที่พวกเธอต้องการตอนนี้มีเพียงความอบอุ่นจากคนที่เจ็บเหมือนกัน แบะถ้าจะร้องไห้ให้ใครซักคนเห็น คนๆนั้นก็ต้องเป็นคนที่เข้าใจความรู้สึกของตนเพราะเจ็บปวดแบบเดียวกันนั่นแหล่ะ

 

เจ็บ... มันแน่นหน้าอกไปหมดเลย...

นี่เรา โหยหาเขาถึงขนาดนี้ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกันเชียวเหรอ...

 

ทำไม... ทำไมถึงเจ็บแบบนี้...

          ความคิดด้านลบพรั่งพรูออกมาเรื่อยๆจนแทบบ้า นั่นยิ่งทำให้ทั้งสองคนกอดเข่าแน่นยิ่งกว่าเดิม น้ำตาเองก็ไม่อาจหยุดไหลได้เสียที กลับกัน มันมีแต่จะไหลมากขึ้นจนขอบตาแดงก่ำไปหมดแล้ว

          พวกเธอเองก็ไม่รู้ว่าเคยร้องไห้หนักเท่านี้มาก่อนไหม แต่ก็น่าจะเป็นครั้งแรกที่ร้องไห้อย่างเจ็บปวดขนาดนี้แน่ๆ นั่นยิ่งทำให้ทั้งสองคนเจ็บปวดใจ เพราะได้รู้ว่ากรสำคัญกับพวกเธอแค่ไหน และยิ่งเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าเพิ่งเสียมันไป

 

ก๊อก ก๊อก!

          เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ นั่นถึงกับทำให้ร่างของทั้งสองคนกระตุก

          และแม้จะไม่ต้องให้คนที่มาเคาะเอ่ย พวกเธอก็รู้ได้ในทันทีว่าคือใคร

 

〝 ทั้งสองคน... ขอร้องหล่ะ ฉันอยากคุยด้วย เปิดประตูที 〞

〝 ฮึก... แต่ฉัน... ฮึก... ไม่อยาก คุย 〞

          อลิซพูดแบบนั้นด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น ส่วนรินก็ไม่ตอบกลับอะไรเหมือนเดิม

 

ทั้งสองคน...

          กรที่เริ่มรู้สึกเจ็บใจและเจ็บปวด ค่อยๆผ่อนแรงจากมือ เพราะรู้ว่าเคาะต่อคงไม่มีประโยชน์

          เขาหันหลังแนบกับประตู แล้วผ่อนแรงขาลงก่อนจะค่อยนั่งลงเอาหลังแนบประตู

 

ริน... อลิซ...

จะทรมานกันขนาดไหนนะ...

          กรคิดแบบนั้นแล้วก็กำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจ

 

〝 ฉันจะ รออยู่หน้าประตู จนกว่าพวกเธอจะออกมา... เพราะงั้น ขอร้องหล่ะ... 〞

          กรพูดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือไปด้วยโดยไม่รู้ตัว... แต่แน่นอนว่าไม่มีเสียงตอบกลับใดๆจากในห้อง

          1 นาทีผ่านไป... 5 นาทีผ่านไป แม้กระทั่ง 10 นาทีผ่านไปก็ยังไม่มีเสียงตอบกลับใดๆ

 

〝 นี่... จำตอนเด็กๆได้ไหม... 〞กรพูดขึ้นพร้อมกับมองเพดาน

〝 พวกเราเองก็ทะเลาะกันบ่อยๆนี่เนาะ... เคยแย่งของเล่นกับอลิซจนตีกันเลยก็มี แถมเคยโดนรินโกรธเพราะแกล้งเปิดกระโปรงด้วย... ฮึฮึ ตอนนั้นโดนโกรธไปเป็นสัปดาห์เลยใช่ไหมนะ... 〞

          แน่นอนว่าทางรินและอลิซก็ได้ยิน แต่พวกเธอกลับพยายามเมิน ทำไมหน่ะเหรอ? เพราะยิ่งนึกถึงเรื่องของกรในตอนนี้มากเท่าไหร่ ทั้งสองก็ยิ่งทรมานหน่ะสิ

 

〝 แต่ถึงจะทะเลาะกันเป็นกี่ร้อยกี่พันครั้ง... เราก็กลับมาคืนดีกัน... ทุกครั้งเลยนะ 〞

          ไม่สิ... ไม่ใช่แค่รินและอลิซ แม้แต่กรเองก็ทรมาน จากน้ำเสียงที่สั่นเครือเข้าทุกที และน้ำตาที่เริ่มปริ่มอยู่ขอบตาของชายชาตรีผู้นี้เองก็เป็นเครื่องยืนยันความเจ็บปวดได้เป็นอย่างดี

 

〝 เพราะงั้นขอร้องหล่ะ... เปิดประตูทีเถอะทั้งสองคน ฉันไม่อยากให้เราจบกันแบบนี้———— 〞

ปั้ง!

〝 แล้วจะ... ให้จบแบบไหน... 〞

          คนที่เปิดประตูออกมา คืออลิซที่มองลงมาจากด้านบนด้วยสีหน้าโศกเศร้าและหงุดหงิด

          กรค่อยๆยืนขึ้นด้วยสีหน้าทรมานเหมือนกับจะร้องไห้ตามทั้งสองคนได้ตลอดเวลา

 

〝 ฉันเองก็ไม่รู้... แต่ ไม่อยากจะทะเลาะกับพวกเธอ 〞

          กรพูดพร้อมกับจับขอบบานประตูค่อยเดินเข้าไปอย่างช้าๆ จนประจันหน้ากับอลิซและค่อยๆปิดประตูลงทั้งที่สายตายังสอดส่องรินที่เปลี่ยนที่นั่งก้มหน้าร้องไห้ที่ขอบเตียงและอลิซที่ยินสะอื้นอยู่ด้านหน้า

 

〝 มัน... สายไปแล้ว... 〞อลิซพูดในขณะที่ไหล่สั่นระรัว กรเห็นแบบนั้นก็อยากจะเข้าไปปลอบ

〝 อย่ามาแตะนะ 〞

          แต่ก็ถูกอลิซว่าแบบนั้นเอาไว้ก่อน กรจึงหยุดมือตัวเองลง

 

〝 ฮึก... เราไม่ได้ทะเลาะกันนะ... กรไม่ได้ผิด... อะไรซักหน่อยนี่... 〞รินที่นั่งอยู่ขอบเตียงว่าแบบนั้น แต่ก็ยังพูดไปเช็ดน้ำตาไป

〝 ใช่... นายจะมีแฟนก็เรื่องของนาย... ก็ฉันเป็นแค่แฟนเก่านี่... จะมาง้อทำไมกัน 〞อลิซพูดราวกับตัดพ้อ ทว่ามือทั้งสองกลับกำแน่น

 

〝 แล้วถ้าคิดงั้นจริงทำไมต้องหนีกันด้วยเล่า... 〞กรพูดขึ้นด้วยความไม่สบอารมณ์ราวกับรับมาจากอลิซอีกต่อ

          ไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือก้อย แต่กรก็คิดจะทำตามความรู้สึกของตัวเองอย่างที่เมอร์ลินบอก

          ในขณะที่รินและอลิซอมพะนำไม่พูดอะไรซักนิด กรก็พยายามคลายกล้ามเนื้อทั่วร่างก่อนจะพูดบางอย่างขึ้น แม้ว่านั่นจะเป็นสิ่งที่ทรมานสำหรับทั้งสองคนก็ตาม

 

〝 ริน อลิซ... ความจริงแล้วหน่ะนะ ตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้ว ฉันหน่ะ——— 〞กรพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

〝 หยุดนะ... อย่าพูดนะ... 〞รินพึมพำแบบนั้น แต่กรไม่ได้สนใจ

〝 คิดกับพวกเธอ——— 〞

〝 ก็บอกให้หยุดไง! ไม่ได้ยินเหรอ! 〞และแม้อลิซจะพุ่งเข้ามาทุบอกทั้งเร็วและต่อเนื่อง แต่กรก็ยังไม่หยุด

〝 ฉันหน่ะนะ... ตลอดมา... 〞

〝 ก็บอกว่า... ฮึก อย่าพูดไง... 〞

          กรเค้นเสียง ทว่ากลับแผ่วลงเรื่อยๆ เช่นเดียวกับอลิซที่ทุบอกกรช้าลงอย่างไร้เรี่ยวแรง

 

〝 ฉัน... ชอบพวกเธอมาตลอดเลยนะ ตั้งแต่เด็ก... จนถึงตอนนี้ 〞กรพูดจบ เขาก็เผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว จะด้วยความเจ็บใจหรือเพราะเจ็บปวด หรือทั้งสองกรเองก็ไม่ทราบเช่นกัน

〝 โหดร้าย... ทำไม... ทำไมถึงมาพูดเอาป่านนี้... 〞

          รินสะอึกสะอื้นยิ่งกว่าเดิม แต่อารมณ์ที่กระจุกอยู่ที่อกไม่อาจปล่อยทำให้โฮได้ อลิซที่เลิกทุบอกกร ก็ไร้เรี่ยวแรง ถอยหลังไปนั่งขอบเตียงข้างอลิซ

          รินที่ตอนแรกแค่เศร้า ทว่าตอนนี้กลับเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา แต่นั้นหมายความถึงว่าเธอหงุดหงิดทั้งตัวเองและกร

          นั่นทำให้รินเริ่มขึ้นเสียง แต่ทว่า...

 

〝 ทำไม... พูดอะไรบ้างสิ!——— 〞

〝 ก็แล้วจะให้ฉันทำยังไงเล่า!!! 〞

〝〝 !!!!? 〞〞

          กรตะโกนสวนรินขึ้นมาดังลั่น นั่นทำให้รินกับอลิซตกใจจนไหล่กระตุก

 

〝 กร... 〞

          รินส่งเสียงเป็นห่วงกรขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเพราะเห็นว่ากรเริ่มน้ำตานองหน้า

 

〝 ก็แล้วจะให้ฉันทำยังไง... ไม่รู้รึไงว่าแต่ละวันฉันต้องเจออะไรบ้างหน่ะหา! ถูกแกล้งจนต่ำต้อยขนาดนั้น แล้วยังมีแต่คนเกลียด ฉันเป็นแบบนั้นแล้วจะให้คบกับพวกเธอหน่ะเหรอ!? อลิซเองก็อีก เคยรู้บ้างไหมว่าฉันเคยกุมมือเธอด้วยความรู้สึกแบบไหน 〞

          กรพูดในขณะที่กำมือแน่น นั่นทำอลิซเบิกตาโพลง

 

มาถึงขั้นนี้แล้ว... ฉันคงหยุดตัวเองไม่ให้พูดไม่ได้แล้ว...

จะเป็นยังไงก็ช่างมันแล้ว

 

〝 ตอนเธอมาขอคบฉันหน่ะดีใจจะตายชักเลยนะรู้ไหม แต่ก็คิดเหมือนกันว่าถ้ารินรู้ก็คงจะเป็นแบบตอนนี้ไงหล่ะ! มันก็จริงที่ฉันอยากจะให้พวกเธอมีความสุข แต่ฉันไม่อยากให้ใครเจ็บปวดนะรู้ไหม!!! แล้วยังเรื่องที่ฉันเคยก่ออีก รู้ไหม... ฉันคิดมาตลอดเลยนะ ว่าถ้าพวกเธอยุ่งกับฉันแล้วอาจจะตายก็ได้หน่ะ!!! 〞

          อลิซถึงกับเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินเช่นนั้น รินเองก็เป็นไปด้วย เพราะหากนับจากการฝืนเข้มแข็งของกร เรียกได้ว่าตั้งแต่ที่พ่อแม่กรเสียไป นี่เป็นครั้งแรกที่กรเปิดใจ

          โดยเฉพาะอลิซที่เข้าใจแจ่มแจ้งว่ากรพูดถึงอะไร นั่นทำให้อลิซเข้าใจและตกตะลึงที่กรเป็นห่วงเธอถึงขนาดไม่สนความรู้สึกตัวเอง นั่นแหล่ะที่ทำให้เธอโกรธกร

 

〝 แล้วทำไมถึงไม่พูดอะไรบ้างเลยเล่า! นี่... บอกให้ฟังก็ได้ไม่ใช่รึไง! 〞อลิซพูดด้วยความหงุดหงิดที่กรไม่เคยบอกความรู้สึกจริงๆ และพอมานึกว่าความสัมพันธ์ต้องจบลงเพราะแบบนั้นก็ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่

 

〝 จะให้บอกได้ยังไง!!! เรื่องพรรค์นั้นหน่ะ!!! 〞

〝 เพราะคิดแบบนั้น ก็เลยกลายเป็นแบบนี้ไม่ใช่รึไงเล่า! 〞

〝 ก็เออสิ... ก็เพราะฉันไม่ได้อยากคบกับพวกเธอยังไงเล่า! 〞

          กรกำหมัดแน่น ในขณะพยายามหยุดน้ำตา แต่ว่า... น้ำตาของทั้งสามก็ยังไม่หยุดไหล

 

〝 คนอย่างฉัน... คนอย่างฉันหน่ะ คิดว่าคบกับพวกเธอไปแล้วจะได้อะไรงั้นเหรอ 〞

〝 ไม่นะ... ทำไม ถึงคิดอะไรแบบนั้นหล่ะ ทั้งที่กรไม่ได้แย่แบบนั้นซะหน่อย 〞รินพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง

〝 ต้องคิดสิ! ดูไอ้ขี้แพ้อย่างฉันสิ! ฉันไม่ได้คิดจะคบกับพวกเธอเล่นๆนะ! แต่ฉันอยากจะแต่งงานกับพวกเธอ มีลูก แล้วก็อยู่ด้วยกันไปจนแก่เลยนะ! ดูถูกกันอยู่รึไง! 〞รินกับอลิซสะดุ้งอีกครั้ง แล้วอลิซก็เริ่มพูดอีกครั้ง

 

〝 ฉันไม่เคยดูถูกนายเลยนะ แต่ถ้าคิดงั้น... แล้วทำไม!!!——— 〞

〝 หยุดโลกสวยได้แล้ว! เธอคิดว่าแค่รักกันแล้วมันจะไปกันรอดเรอะ! ถ้าเป็นแบบนั้นได้ทำไปแล้วโว้ย ที่เป็นอย่างงี้เพราะฉันทำให้พวกเธอมีความสุขไม่ได้ไง!!! 〞

〝 บอกไปกี่รอบแล้วยะ! ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่สนเรื่องพรรค์นั้น! ฉันแค่อยากอยู่กับนาย!!! 〞อลิซตะโกนพลางทุบเตียงอย่างหงุดหงิด

〝 แต่ฉันสนโว้ย! ฉันอยากให้พวกเธอมีความสุขนี่หว่า ใช้ชีวิตที่เหลือกับคนตกอับมันไม่มีความสุขหรอก! 〞

〝 มีสิ! เลิกดูถูกตัวเองแบบนั้นซักทีสิยะ!!! นายคนที่ฉันรู้จักไม่ใช่คนแบบนั้น!!! 〞

〝 แล้วฉันคนที่เธอรู้จักเป็นยังไงหา? เห็นแต่ความรู้สึกของตัวเอง อยู่กับคนที่รักแล้วทำให้ทุกข์ยากหน่ะเหรอ ตอบมาสิ! 〞

〝 คนอย่างนายนี่มัน! 〞

          กรกับอลิซจ้องตากันด้วยความหงุดหงิด ทั้งทีความรู้สึกเป็นอย่างเดียวกัน ที่แค่อยากจะให้อีกฝ่ายมีความสุข แต่กลับไม่สามารถบรรจบได้เพราะทิฐิ จนกระทั่งรินที่หมดความอดทนตะโกนขึ้น

 

〝 พอแล้ว! พอได้แล้ว!!! 〞

〝 !? 〞

          รินตะโกนแล้วลุกขึ้น พุ่งพรวดเข้าหากรแล้วกำคอเสื้อกรแน่นทั้งน้ำตา

 

〝 นี่นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร นายไม่ใช่พ่อแม่เรานะ!!! ความสุขของเรา ความสุขของฉัน คนที่ฉันเลือกจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยให้ฉันเป็นคนเลือกเองสิ! 〞รินพูดตะคอกใส่กร

〝 ฉันไม่สนหรอก! เดี๋ยวพอพวกเธอโตขึ้นไปเจอผู้ชายดีๆ ก็ลืมฉันเองนั่นแหล่ะ... นั่นแหล่ะความสุขจริงๆที่เธอต้องการ 〞

          รินได้ยินแบบนั้นก็ฉุนขาดถึงขนาดจะตบหน้ากร แต่กรก็คว้าข้อมือเธอไว้กร เพราะกลัวว่ารินจะบาดเจ็บ

 

〝 ถ้าลืมมันได้ง่ายๆขนาดนั้น มันจะเรียกว่ารักได้ยังไง!!! 〞

          รินตะโกนใส่หน้ากรทำให้กรตะลึงไป แล้วเธอก็ฟุบใส่อกของกร กำเสื้อด้วยมือสองข้างแน่น

 

〝 ฉันเองก็เหมือนกัน! ฉันเองก็ชอบกรมาตั้งแต่เด็กๆ... รักกรมาตั้งแต่เด็กเหมือนกัน!!! 〞

          รินพูดตะโกนทั้งน้ำตาและนั่นทำให้กรน้ำตาไหลอาบแก้มอีกครั้ง ทั้งด้วยความดีใจและเจ็บปวด

 

〝 ไม่ได้มีแค่นายซักหน่อยนะที่ทรมานกับความรู้สึกแบบนี้หน่ะ! คิดว่าฉันพยายามจนเป็นที่ยอมรับได้ขนาดนี้เพราะใครกัน? ก็เพราะอยากให้คนสุดยอดอย่างนายหันมามองยังไงหล่ะ! ทั้งฝึกแต่งหน้าจัดผมท่าทางให้น่ารักดูดีจนมีผู้ชายมาชอบตั้งเยอะ ตั้งใจอ่านหนังสือ แล้วก็ฝึกวิธีพูดให้หายประหม่าจากที่เคยขี้อาย... ที่ทำทั้งหมดเพราะอยากให้นายชอบคนอย่างฉันทั้งนั้นเลยนะรู้บ้างไหม! 〞

〝 ริน... เป็นงั้นเองเหรอ... 〞

          กรพูดแล้วก็เริ่มโอบไหล่รินและไม่มีท่าทีปฏิเสธจากเธอ เป็นเวลาเดียวกับที่อลิซเองก็เดินเข้ามากำคอเสื้อของกรด้วยท่าทีเหมือนกับโกรธ แต่ว่า...

 

〝 ฉันมันหัวไม่ดี... เพราะงั้นถึงได้เอาดีเรื่องกีฬา... เพราะตอนเด็กๆนายบอกว่าชอบผู้หญิงร่าเริงแล้วก็เล่นกีฬาเก่ง... นายยังเคยบอกว่าฉันเก่งเลยจำได้ไหม... 〞

〝 จำได้สิ... ฉันบอกว่าถ้าเป็นเรื่องกีฬาเธอไม่แพ้ใครแน่... 〞

〝 นั่นแหล่ะทำไม... ฉันได้ถึงได้ทุ่มเทกับมัน เป็นเพราะกรชอบฉันที่เป็นแบบนั้น ฉันถึงได้อยากเป็นแบบนั้น... อยากเป็นผู้หญิงแบบที่นายชอบ... 〞

〝 เป็นแบบนั้น... สินะ ขอบคุณนะอลิซ แต่เธอเป็นคนที่ฉันชอบอยู่แล้วนะอลิซ... ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น ฉันก็รักเธอในแบบที่เธอเป็นอยู่แล้ว... 〞

〝 อือ... ฉันก็รักกร ถึงจะเคยบอกแล้ว แต่จะให้บอกกี่ครั้งก็จะทำ... 〞

          กรพูดพลางโอบอลิซเข้ามากอดทางอกซ้าย พร้อมๆกับริน

          ทั้งสามคนกอดกันแน่นทั้งน้ำตา ด้วยความรู้สึกเดียวกัน

 

          กรรักรินและอลิซ รินเองก็รักกร และอลิซเองก็รักกร... เช่นไรก็ตาม เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะทั้งสามไม่เคยหันหน้าคุยกันอย่างจริงจัง และได้แต่เก็บความทุกข์และความไม่พอใจที่เกิดจากอีกฝ่ายเอาไว้ ความสัมพันธ์จึงได้ถูกแช่แข็ง

          ทว่าตอนนี้... ทั้งสามคนก็ละลายมันไปเรียบร้อยแล้ว

 

〝 ขอโทษนะกร... ฉันไม่เคยรู้เลยว่ากรจะทรมานเพราะพวกฉันขนาดนี้ 〞รินว่าพลางเอื้อมมือโอบกอดกรทั้งน้ำตาด้วยความรู้สึกผิดเช่นเดียวกับอลิซ

〝 ใช่หน่ะสิ... ฉันมีชีวิตอยู่โดยคิดว่าจะต้องเสียพวกเธอไปตลอดเวลาเลยนะรู้ไหม มันทรมานสุดๆไปเลย... 〞

〝 ฉันเองก็กลัวนะ... ว่าจะไม่ได้อยู่กับนายอีก กลัวมาตอลดเลย 〞อลิซว่าพลางซุกอกกรแน่น

〝 ฉันเองก็ด้วย... ฉันกลัว... กลัวมาตลอดว่าต้องเสียนายไป... ตอนที่นายหายไปนั่นทำฉันเจ็บปวดมากเลยนะรู้ไหม 〞รินว่าพลางซุกหน้าใส่อกกรอีกคน

 

〝 ขอโทษ ขอโทษนะทั้งสองคน... ฉันผิดเองแหล่ะ... คิดว่าตัวเองทรมานที่สุด ทั้งที่ไม่เคยเข้าใจพวกเธอเลย... 〞

〝 ไม่... ฉันเองก็ผิด 〞〝 ฉันก็ผิดเหมือนกันที่ไม่เคยรับฟังนาย... 〞

          พอกรพูดแบบนั้นรินกับอลิซก็ส่ายหน้าในทันที

          ทั้งสามคนอยู่นิ่งๆกันซักพัก และเข้าใจได้เสียทีว่าทั้งหมดมันไม่ใช่ความผิดที่จะโทษใครคนนึง แต่เป็นเพราะทั้งสามไม่ซื่อตรงกับตัวเองเสียทีนั่นแหล่ะ

 

          และทั้งสามก็ผละออกจากกัน รินกับอลิซทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงเหมือนเดิม

 

〝 มันจะ... จบลงจริงๆเหรอ เรื่องของเรา... ฉันหน่ะ ยังไงก็รักกรนะ ไม่มีทางเป็นคนอื่นได้แน่... 〞

〝 ไม่เอานะแบบนั้นหน่ะ... ความรู้สึกของฉันจะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงเด็ดขาด แต่อย่างน้อย... ก็อยากให้พวกเรากลับมาเป็นเหมือนเดิม เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมก็ยังดี... 〞

          รินกับอลิซที่เลิกสะอื้นแล้ว พูดขึ้นด้วยสีหน้าเจ็บปวดอีกครั้ง

          นั่นเป็นเวลาเดียวกับที่กรเข้าไปนั่งลงด้านหน้าพวกเธอ เอามืออ้อมหลังศีรษะของทั้งสองคนแล้วเอาหน้าผากของทั้งคู่มาชนกับตัวเองจนแก้มชิดกัน

 

〝 มาถึงขั้นนี้แล้ว... ยังไงก็คงเป็นแบบเดิมไม่ได้หรอก ขอโทษด้วยนะ... 〞

          กรว่าแบบนั้นรินกับอลิซก็ทำหน้าเหมือนกับทำใจได้และไม่ เศร้าเหมือนกับก่อนหน้า แม้จะไม่เหมือนเดิม แต่ถึงแบบนั้น... ทั้งสองคนก็สาบานไว้แล้ว ว่าไม่ว่ายังไงก็จะรักชายคนนี้ไม่เปลี่ยน แม้จะอยู่ในสถานะอื่นก็ตาม

          ทั้งสองคนคิดแบบนั้นในขณะที่มือสองข้างของกรผละออกไปจับมือซ้ายของทั้งสองคนไว้แน่นแทน และก่อนที่จะทำใจได้ พวกเธอก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่อยู่ในมือซ้าย

 

〝〝 นี่มัน... 〞〞

          เพราะมันคือแหวน และดูยังไง... มันก็คือแหวนแต่งงานชัดๆ

          ทั้งสองวงเป็นแหวนเพชรแต่มีลวดลายคนละแบบและตัวเหล็กคนละลักษณะ แต่ถึงแบบนั้นความหมายของมันก็มีเพียงอย่างเดียว

          และแน่นอน มาถึงจุดนี้คงไม่มีใครไม่เข้าใจ...

 

〝 ก็จริงที่ว่าฉันมี——— 〞

〝〝 ตกลงค่ะ 〞〞

          รินกับอลิซพูดขึ้นพร้อมกับ แม้ว่ากรยังเริ่มพูดและยังไม่เป็นประโยคด้วยซ้ำ กรโผเข้ากอดทั้งสองคนในทันทีโดยไม่รู้ตัว

 

〝 ทั้งที่นี่เป็นอย่างเดียวที่ฉันคิดไว้พูดแท้ๆนะ... แต่พวกเธอดันไม่สนใจซะงั้น 〞กรพูดแบบนั้นด้วยน้ำตาแห่งความปิติ ในขณะที่สาวๆทั้งสองคนสวมกอดกรกลับไป

〝 บ้าปะเนี่ย... ก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่ารู้สึกยังไง 〞〝 อื้ม... ไม่ว่ายังไง สิ่งที่เราต้องการคืออยู่กับกรเท่านั้น ไม่เคยเปลี่ยน... 〞

          อลิซกับรินว่าแบบนั้นยิ่งทำให้กรตื้นตัน ทว่าสำหรับรินและอลิซพวกเธอเองก็น้ำตาไหลด้วยความปิติเช่นเดียวกัน

          จากที่กลัวว่าจะเสียกรไป แล้วจะไม่ดีใจและตอบรับได้เช่นไรในเมื่อกรบอกออกมาเองว่าอยากจะอยู่กับพวกเธอดังที่ปรารถนามาตลอด 10 ปี

 

          ทั้งสามคนผละออกจากกัน กรก็เข้ากุมมือซ้ายของรินและอลิซ พร้อมกับสวมแหวนทั้งสองใส่นิ้วนางข้างซ้ายของพวกเธออย่างบรรจง

          ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ทั้งสามคนก็ยิ้มให้กันด้วยรอยยิ้มแห่งความปิติดีใจ ส่วนทางสาวๆมีน้ำตาแห่งความปิติเป็นของแถม

 

〝 ริน อลิซ... ขอโทษที่ให้รอนะ จากนี้ได้โปรด... อยู่กับฉันตลอดไปทีนะ 〞

〝 ค่ะ! แน่นอนค่ะ 〞〝 ถึงหนีก็จะตามไปให้ได้เลยคอยดู 〞

          รินกับอลิซว่าแบบนั้นด้วยรอยยิ้มพลางเช็ดน้ำตาและจ้องมองแหวนที่นิ้วนางของตัวเองด้วยความดีใจแบบสุดๆ

          ก่อนที่จะหันมามองหน้ากร ราวกับปรารถนาสิ่งยืนยันอีกอย่างสำหรับการแต่งงาน ซึ่งกรก็เข้าใจได้ในทันที

 

〝 คุณแม่รู้ต้องดุแน่เลย... 〞〝 รินอ่ะ... พูดยังกับทำเรื่องแปลกๆอย่างงั้นแหล่ะ เขินไปด้วยเลยเนี่ย! 〞

          รินกับอลิซพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อเล่นกึ่งเอาจริง แต่ด้วยใบหน้าแดงก่ำที่เกิดจากความเขินอายเหมือนกัน

          กรยิ้มให้กับภาพนั้นแล้วค่อยๆขยับใบหน้าเข้าหาทั้งสองคนและรินกับอลิซก็ขยับใบหน้าเข้าใกล้กรเช่นกัน กรที่วางมือบนไหล่ของทั้งคู่ค่อยขยับใบหน้าไปใกล้ จนกระทั่งสาวๆที่เอาแก้มแนบกันอยู่หลับตาลงโดยไร้ซึ่งอาการเกร็ง

 

          กรก็จุมพิตริมฝีปากของทั้งรินและอลิซพร้อมกันอย่างนิ่มนวล...

          ใช่! หนนี้กรจะไม่ทำผิดพลาดซ้ำอีก... เพราะครั้งนี้ กรได้เลือกที่จะเคียงข้างทั้งสองคนโดยไม่ทิ้งใครไว้ให้เจ็บปวด ดังที่เคยทำไว้อีกแล้วนั่นเอง




NEKOPOST.NET