[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย ตอนที่ 129 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย

Ch.129 - อะไรที่มากเกินไปย่อมไม่เป็นผลดี


ตอนที่ 129 : อะไรที่มากเกินไปย่อมไม่เป็นผลดี

 

 

          หลังจากที่กรจัดการแม่ทัพของอีกฝ่ายได้ นั่นเป็นตอนที่สงครามระหว่างอาณาจักรอาลันและกองทัพราชาปีศาจจบลง

          แมมม่อนที่เป็นขุนพลคนนำทัพหลักเสียชีวิต ส่วนลูซิเฟอร์หนีไปได้ เหล่าผู้กล้าและปีศาจที่มีชีวิตรอดตกเป็นเฉลยสงครามด้วยเวทย์พันธะ ทำให้เป็นทาสดังที่กรคาดไว้ โดยให้เหล่าผู้กล้าที่มีเวทย์และพลังโกงใกล้เคียงกันเป็นคนจัดการ(เพราะถูกกล่าวอ้างไว้ว่าถ้าไม่ยอม กรจะเป็นคนจัดการ)

          ส่วนทางฝั่งอาณาจักรอาลันที่เป็นฝ่ายตั้งรับนั้นสูญเสียทั้งกำลังพลและประชาชนไปเป็นจำนวนกว่าครึ่ง บ้านเมืองและหมู่บ้านแถบชายแดนมาจนถึงเมืองหลวงทั้งหมดยกเว้นทิศตะวันออก เพราะฉะนั้น จะเรียกว่าเป็นชัยชนะของฝ่ายอาณาจักรอาลันก็คงพูดได้ไม่เต็มปากนัก แถมที่รอดมาได้ยังเป็นเพราะได้รับความช่วยเหลือจากคนนอกอย่างพวกกรอีกด้วย

          นั่นเป็นเหตุผลที่หลังจากสงครามจบลงเพียงชั่วโมงเดียว ราชาเซารัสแห่งอาณาจักรบาซิเลียสก็เรียกพบกรในทันที...

 

❖❖❖❖❖

 

〝 ก่อนอื่นข้าขอต้อนรับกลับท่านอุษณกร วัชรวิรุฬห์... และขอกล่าวขอบคุณในนามของราชาแห่งอาณาจักรอาลันแทนทุกคนในที่นี้ ข้าขอขอบคุณท่านจากใจจริง 〞

 

ราชาเซารัสว่าแบบนั้นแล้วก็ก้มหน้าลง แต่ว่าเป็นการก้มหน้าในขณะที่อยู่บัลลังก์หล่ะนะ

เป็นบัลลังก์ตัวเดิมกับที่เคยมาต่างโลกครั้งแรก แล้วนี่ก็เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ห้องเดียวกันกับตอนนั้นด้วย...

 

ถ้าจะให้พูดหล่ะก็ บรรยากาศเองก็คล้ายกันด้วย...

ซ้ายและขวาเต็มไปด้วยทหารชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการระดับสูงทำหน้าเคร่งเครียด จะต่างจากครั้งที่แล้วหน่อยก็ตรงที่จำนวนน้อยกว่า คนที่คุ้นหน้าคุ้นตาตายไปเยอะหล่ะนะ กับที่มีเพิ่มมาหน่อยคือผู้หญิงที่ใส่ชุดดูสูงศักดิ์ยืนอยู่ด้านล่างราชา เป็นตำแหน่งที่ข้าราชการปกติยังไม่น่าจะยืนได้เลย คงเป็นเจ้าหญิงที่ยังไม่เจอหน้าหล่ะมั้งนะ

 

ส่วนอีกอย่างที่แตกต่างคือทางฝั่งเรามีพวกมีอา รวมเจนนี่ ไมน์ รีเบคก้า ซิลเวีย ยูมิน่าและฟลอร่าเป็น 14 คน ยืนเผชิญหน้ากับราชา โดยมีริน อลิซ ชาญ โชตและฟ้ายืนอยู่ด้านข้าง เสมือนพวกเธออยู่ฝ่ายเดียวกับราชา

แต่ก็นะ ตามความหมายตอนนี้พวกรินก็ทำงานให้ราชานี่นา

 

งั้นตอนนี้ก็ตอบกลับแบบนุ่มนวลไปก่อนละกัน ถามอีกฝ่ายแรงมา ก็ค่อยแรงกลับ

 

〝 มิได้ครับ... พวกผมแค่ทำไปตามสมควรเท่านั้นเอง 〞กรว่าแบบนั้นพลางก้มหน้าให้เช่นเดียวกับที่ราชาเซารัสทำ

          ทางราชาเซารัสที่รับท่าทางมารยาทงามของกรมาก็บอกให้กรเงยหน้าขึ้น

 

〝 ท่านอุษณกร... อาจจะกล่าวช้าไปเสียหน่อย แต่ข้าต้องขออภัยเจ้าเป็นอย่างยิ่งกับเรื่องที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ขออภัยเจ้าด้วยจริงๆ 〞ราชาเซารัสว่าแล้วก็ก้มหน้าขอโทษกรอีกครั้ง กรสัมผัสได้ว่าเขารู้สึกผิดจากใจจริง แต่ความจริงแล้วกรก็ไม่ได้ถือโทษอะไรเขาแต่แรกแล้ว

〝 ผมไม่ติดใจอะไรหรอกครับ เงยหน้าขึ้นเถอะ 〞

〝 ขอบคุณท่านมาก 〞

          กรว่าแบบนั้นราชาเซารัสจึงค่อยๆเงยหน้าขึ้น แม้จะมีสายตาสงสัยมาจากสาวๆคนอื่นด้านหลังประมาณว่า “เกิดอะไรขึ้นมาก่อนเหรอ?” แต่กรก็แค่ยิ้มแห้งๆกลับไปราวกับจะบอกว่า “เดี๋ยวบอกทีหลังนะ” เท่านั้น

 

ว่าแต่... มาแนวขอโทษก่อนแบบนี้

พอจะรู้เลยว่าคนพวกนี้ต้องการอะไร

 

〝 เช่นนั้นก่อนอื่น... เพื่อขอบคุณท่านอุษณกร ข้าอยากจะมอบยศมาร์ควิสให้กับท่าน ท่านจะยินดีรับหรือไม่? 〞

          ราชาเซารัสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

 

อย่างที่คิดเลย... คิดจะทำอะไรซักอย่าง อย่างเช่นการดึงตัวเราไว้กับตัวอาณาจักรเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง รักษาสมดุลของประเทศหล่ะสินะ

เพราะประเทศพึ่งโดนถล่มแถมกำลังทหารก็เหลือแค่ครึ่งเดียว สภาพบ้านเมืองย่ำแย่ หากดึงฮีโร่อย่างเรามาเป็นหนึ่งในคนของตัวเองได้ ก็คงเรียกขวัญกำลังใจและยังทำให้ประเทศศัตรูไม่กล้าบุกเข้ามาด้วย เพราะนอกจากเราจะมีศักดิ์เป็นเจ้าชาย ยังแข็งแกร่งพอจะจัดการกับขุนพลปีศาจตอนคดีของริออน

 

แถมกับชื่อเสียงในสงครามครั้งนี้ ซึ่งหากนับดูแล้ว จะว่าไปนี่ก็เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มนุษย์เอาชนะปีศาจได้เลยทีเดียว

แถมปาร์ตี้ของเรายังมีชื่อเสียง แล้วเรื่องที่ซิลเวียเป็นพวกกับเราก็คงเป็นข่าวลือกระจายไปด้วย ก็ยัยนี่ดันเป็นนักผจญภัยอันดับ 1 ของโลกซะงั้นนี่หว่า ไม่เคยคิดมาก่อนเลยแฮะ

 

เพราะงั้นตามที่ว่าไป หากดึงตัวเราไว้ก็มีแต่ได้กับได้

พวกรินกับอลิซยังทำหน้าดีใจเป็นประกายกันเลย ชาญกับโชตก็ด้วย อ่านเกมกันไม่ออกเลยเหรอฟะเนี่ย?

 

แต่ก็นะ ถ้ามองเผินๆก็เหมือนเราจะได้อำนาจมาอยู่ในมือ

แต่การมีอำนาจอยู่ในมือถึงสองอาณาจักรมันจะส่งผลกลับกันแทน เพราะอีกฝั่งอำนาจของเราเป็นเจ้าชาย แต่พอเป็นที่นี่เราเป็นขุนนาง มันก็จะดูไม่งามในสายตาของประชาชนหน่ะสิ ชาวบ้านคงคิดแค่ว่าเราเป็นนกสองหัวเท่านั้นแหล่ะ เพราะมีข่าวลือเรื่องที่เราเป็นพวกปีศาจด้วยหล่ะนะ

 

และเพราะผลประโยชน์ทับซ้อน เลยอาจจะถูกเพ่งเล็งได้ง่ายขึ้นจากทั้งสองทางอีก มีแต่ปัญหาทั้งนั้น

เพราะงั้น...

 

〝 ผมดีใจอย่างสุดซึ้ง... แต่น่าเสียดายที่ต้องบอกว่าขอปฏิเสธครับผม 〞กรพูดแบบนั้นออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ ทำเอาทั้งห้องโถงอึ้งและเงียบฉี่ไปเลยทีเดียว

          ในที่นี้คงมีแค่พวกกรเท่านั้นแหล่ะที่ยังใจเย็นอยู่ได้ แม้แต่ไมน์ยังอ่านเกมออกเลยไม่ตกใจเท่าไหร่

          ราชาเซารัสเองก็แสดงท่าทีตกใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดจนเลิกคิ้วขึ้น ทว่าสถานการณ์ที่ดูสงบจนถึงเมื่อกี้ก็จบลงในทันที เมื่อเหล่ารัฐมนตรีเริ่มเปิดปากออกมา

 

〝 บังอาจนัก! นี่เจ้าคิดว่ากำลังปฏิเสธใครกัน!!! 〞

〝 องค์ราชาอุตส่าห์มีเมตตากับเจ้านะ! มันชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว!!! 〞

          มีคำพูดทำนองนั้นดังขึ้นทั่วทั้งห้องโถง ราวกับเป็นเสียงกดดันให้กรยอมรับข้อเสนอ ราชาเห็นแบบนั้นยังถึงกับถอนหายใจอย่างหน่ายๆที่พวกรัฐมนตรีส่วนใหญ่ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์

          แน่นอนว่ามีบางส่วนที่ไม่พูดอะไร เพราะพวกเขาเองก็เหมือนราชาเซารัสคือยังรู้สึกผิดกับกร และคิดว่าไม่มีเหตุผลที่กรจะรับข้อเสนอ แต่ก็เพราะเป็นส่วนน้อยนั่นเองถึงได้ไม่พูดอะไรออกมา

 

          พวกรินและอลิซถึงกับทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นกรตกเป็นเป้าของการก่อนด่า ราวกับเหตุการณ์เมื่อครั้งอดีตได้หวนย้อนกลับมาอีกครั้ง พวกเธอต่างก็รู้สึกอยากจะเข้าไปช่วยเหมือนทุกที

          แต่พริบตาเดียวกัน พวกเธอก็ตระหนักได้ว่ากรไม่ได้เป็นแบบนั้นอีกแล้ว

 

〝 หนวกหู... 〞

          กรพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกพร้อมกับส่งแรงกดดันอันหนักอึ้งไปยังพวกคนที่อยู่ในห้องโถง ถึงขนาดทำให้ชาญ โชตและฟ้าเองก็กลัวไปด้วย รวมถึงราชาและเจ้าหญิงก็ด้วย

          พวกมีอาที่ไม่กลัวนั้นไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก แต่รินกับอลิซกลับไม่กลัวเช่นเดียวกัน นั่นทำกรดีใจไม่น้อย แต่กลับกันพวกเจนนี่กับพวกซิลเวียต่างก็กลัวไปด้วย

 

〝 ผมเข้าใจว่าสถานการณ์เป็นยังไง... พวกคุณเองก็ต้องการความมั่นคงของชาติและอยากจะให้สภาพการณ์กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว พวกคุณกลัวกันผมรู้ 〞

          กรพูดขึ้นในขณะที่ความกดดันยังอยู่ นั่นทำให้ไม่มีใครกล้าพูดแทรก...

 

〝 แต่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ไม่ได้ง่ายแบบนั้น... พวกคุณคิดจริงๆเหรอว่าแค่ดึงผมเข้าไปเป็นขุนนางแล้วปัญหาจะจบลง? นั่นเป็นแค่การแก้ปัญหาในระยะสั้นเท่านั้น สำหรับการฟื้นสภาพสงคราม การสร้างขวัญกำลังใจของผู้คนให้กลับมาโดยเร็วต่างหากคือสิ่งแรกที่ควรทำ แล้วที่ท่านทำคือการสร้างความมั่นคงให้กับอำนาจรัฐของอาณาจักรงั้นเหรอ? ผิดถนัด! สิ่งที่ท่านควรให้ความสำคัญคือประชาชนต่างหาก! 〞

          กรจึงพูดต่อ พร้อมๆกับขยับตัวไปมา หันซ้ายทีขวาที ใช้มือทั้งสองประกอบอย่างมืออาชีพ พูดอย่างคล่องแคล่วจนไม่รู้แน่แล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นนักการเมือง

 

〝 และแน่นอนว่าความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการเป็นอันดับแรก แต่ถ้าพวกคุณให้ผมเป็นสัญลักษณ์ของความปลอดภัยแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นกันหล่ะ? ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจและความเคารพต่อตัวราชวงศ์นั่นแหล่ะที่จะสั่นคลอน พวกคุณกำลังบอกประชาชนว่าถ้าไม่มีผม ขุนนางก็ไม่อาจปกป้องพวกเขาได้ แบบนั้นมันดีแล้วเหรอ? 〞

          กรพูดแบบนั้นไปในขระที่ห้องโถงเงียบ จึงได้ทำให้ทุกคนครุ่นคิดตามอย่างจริงจังไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้มอร์ลินที่อยู่ด้านหลังแอบหัวเราะที่กรใช้เล่ห์เหลี่ยมได้ร้ายกาจผิดคาดเลยทีเดียว

 

〝 สร้างความมั่นใจให้พวกเขาสิ! สร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้กลับมา! นั่นคือสิ่งที่พวกคุณควรทำไม่ใช่เหรอ? ไม่อย่างนั้นจะมีขุนนางไว้ทำไมกันจริงไหม? 〞

          กรพูดจนถึงตรงนี้ ราชาเซารัสก็มีท่าทีเหมือนอยากจะพูดบางอย่าง แล้วกรก็รู้ว่าเขาอยากจะพูดอะไร กรเลยชิงพูดขึ้นมาก่อน

 

〝 แต่แน่นอนว่ากว่าจะฟื้นฟูกำลังทหารและเศรษฐกิจให้กลับมาปกติได้ก็ต้องใช้เวลา... สำหรับเรื่องนั้นผมจะจัดการเอง แค่ทำให้คนอื่นคิดว่าผมกับอาณาจักรนี้มีผลประโยชน์ร่วมกันจนไม่กล้าเข้ามาบุกรุกที่นี่ แม้จะเป็นช่วงหลังสงครามก็ตาม ซึ่งเรื่องนั้นมันง่ายนิดเดียว... ก็เพราะอาณาจักรนี้อัญเชิญผมมานี่นา แค่ทำให้คนอื่นคิดว่าเมืองนี้มีน่าจะผมอยู่เพราะนี่เป็นเมืองรกรากของผม แค่นั้นก็เพียงพอแล้วจริงไหม? 〞

 

พอฉันพูดไปแบบนั้น พวกนั้นก็เริ่มคิดหนักเลยทีนี้ ราชาเซารัสก็ถึงกับกุมคางคิดตามไปด้วย

เริ่มที่จะเห็นด้วยแล้วใช่ไหม?

 

นี่แหล่ะการโน้มน้าว ทำให้เห็นข้อเสียจนไม่อยากจะเลือกเส้นทางนี้ และทำให้เห็นข้อดีของอีกทาง ให้หอมหวานมากพอจะดึงดูดไปทางนั้นแทน

แถได้ไม่เลวเลยตู!

 

แต่ก็นะ เจ้าพวกนั้นมันจะเคลื่อนไหวยังไงต่อก็ช่าง

ขอแค่ไม่ดึงเราเข้าไปเล่นเกมการเมืองได้ก็พอแล้ว... นั่นแหล่ะจุดประสงค์หลัก

 

〝 ข้าขออภัยแทนขุนนางที่เสียมารยาทด้วยท่านอุษณกร 〞ราชาเซารัสว่าพร้อมกับยืนขึ้นโค้งตัวให้กับกร

〝 มิได้ครับ... งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ 〞

          กรพูดส่งไปแบบนั้นก่อนที่จะออกเดินนำออกไปจากห้องโถง โดยมีพวกมีอาทั้ง 14 คนตามมาติดๆ

 

          พอพ้นประตูออกมาได้พอประมาณ พวกกรก็ยืนพักหายใจกันซักพัก โดยเฉพาะฟลอร่าที่ทิ้งตัวให้ยูมิน่าแบกตัวเองไปแล้วด้วยความขี้เกียจ

 

〝 ไปที่ไหนก็มีแต่คนกะใช้งานนะคะเนี่ย... น่ารำคาญจริงๆเลยค่ะ 〞ชาลอตว่าอย่างไม่สบอารมณ์ ทำแก้มป่องราวกับโกรธแทนกร

〝 นั่นสินะคะ น่าโมโหจริงๆนั่นแหล่ะค่ะ 〞

〝 โกรธ... เดี๋ยวเอาขวานสับเละเลย... 〞เช่นเดียวกับเรเชลกับริต้าที่เริ่มแยกเขี้ยวด้วยความโกรธ

          แต่ถ้าจะให้เน้น ดูเหมือนไม่ว่าใครต่างก็โกรธพวกรัฐมนตรีกันทั้งนั้น โดยเฉพาะเหล่าแฟนสาวของกรที่พากันขมวดคิ้วกันมาตลอดแม้จะไม่ได้พูดอะไร

 

〝 น่าๆ ใจเย็นกันก่อนเถอะชาลอต... เรเชลกับริต้าก็ด้วย 〞

          กรว่าแบบนั้นพร้อมกับสลับลูบหัวทั้งสามคน ทั้งกลุ่มเลยสงบลงไปได้...

          นั่นเป็นเวลาเดียวกับที่พวกรินวิ่งออกมาจากห้องโถง ซึ่งก็เพราะพวกเธอจะตามกรมานั่นแหล่ะ

 

〝 กร!!! 〞〝 รอด้วยซี่ จะรีบไปไหนเนี่ย! 〞

 

ยัยรินกับอลิซตะโกนในขณะที่วิ่งรี่เข้ามาหา

แหมๆ ที่ยืนรออยู่ก็คิดว่ารอใครกันหล่ะ?

          ในขณะที่คิดแบบนั้นรินกับอลิซ รวมถึงพวกชาญก็เข้ามาอยู่ในระยะสนทนาพอดี และเป็นเพราะกรกะไว้อยู่แล้ว ตำแหน่งของตัวเขาเลยเป็นตัวคั่นกลางระหว่างพวกมีอากับพวกริน

 

〝 ขอโทษนะ เรื่องเมื่อกี้ 〞อลิซพูดขึ้นเหมือนกับรู้สึกผิด เธอก้มหน้าลงเล็กน้อยในขณะที่พูดกับกร

〝 นั่นสินะ... พอมาคิดว่ากรกลับมาแล้วต้องเจอเรื่องแบบเดิมอีก ฉันก็... 〞

          รินว่าแบบนั้น พร้อมกับมองกรด้วยความรู้สึกผิดแวบนึง แต่แล้วก็ต้องก้มหน้าลงพื้นอีกที...

          กรเห็นแบบนั้นก็สับกบาลทั้งสองคนในทันที แน่นอนว่าเบาๆ นั่นทำให้ทั้งสองคนกุมตรงที่โดนเคาะ แล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองกรอีกครั้ง ก็เจอรอยยิ้มของกร

 

〝 พูดเหมือนกับว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความผิดพวกเออย่างงั้นแหล่ะ ไม่เอาสิ... จะให้บอกกี่ครั้งกันว่าไม่ใช่ความผิดพวกเธอซักหน่อย แล้วก็นะ ฉันอุตส่าห์กลับมาทั้งที ดีใจกันมากกว่านี้หน่อยสิ 〞

〝 ดีใจสิ! เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว ฉันดีใจที่สุดในสามโลกเลยนะ! 〞〝 ใช่ๆ! นี่ดีใจที่สุดตั้งแต่เกิดมา 17 ปีเลยนะเนี่ย! 〞

          พอกรเบี่ยงประเด็นกลับมา สาวๆทั้งสองก็ยิ้มแย้มออกมาอีกครั้ง แม้จะยังรู้สึกผิดอยู่เล็กๆก็ตามที

 

〝 ใช่ๆ... ต้องแบบนี้สิ 〞กรว่าแบบนั้นแล้วก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะทั้งสองคน

          รินกับอลิซดูจะแปลกใจนิดหน่อย เพราะกรไม่ได้ทำแบบนี้เสียนาน แม้จะมีการสกินชิพอยู่บ่อยครั้งในช่วง ม.ต้น จนชินชา แต่ในช่วงที่กรโดนแกล้งก็ไม่เคยมีอีกเลย เพราะพวกเธอกลัวว่ากรจะโดนแกล้งหนักกว่าเดิมนั่นแหล่ะ

          พวกเธอจึงได้ยิ้มดีใจออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนภายใต้การลูบศีรษะอันอ่อนโยนของกร

 

          แต่อย่างว่า... กรลูบได้เดี๋ยวเดียวก็ต้องผละออก เพราะมีสายตาหึงหวงหลายคู่ทิ่มแทงอยู่ด้านหลังอย่างเลี่ยงไม่ได้ ประกอบการกระแอมของชาญ

 

〝 ผมเองก็ดีใจนะที่นายกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว แต่ช่วยจริงจังกันก่อนได้ไหมเนี่ย 〞

〝 จริงจังไปแล้วชาญเอ้ย... เจ้าหมอนี่เพิ่งกลับมาเอง คุยกับแบบลูกผู้ชายกันซักหน่อยดิ 〞

〝 เอ็งนี่พูดถูกใจตูตลอดเลยว่ะโชตเอ๋ย! 〞

〝 ให้ตายสิ... 〞

          ทั้งสามคนคุยเล่นตามประสาแบบนั้น แม้จะไม่ได้เห็นนน่าค่าตาแค่สองเดือน แต่ความสนิทสนมไม่ได้ลดลงไปเลยซักนิดเดียว ทั้งสามคนต่างดีใจที่เป็นแบบนั้น

 

แต่ก็เข้าใจที่เจ้าชาญมันกังวลอยู่หรอกนะ

 

〝 แต่ว่านั่นสินะ... ถ้าหมายถึงเรื่องหลังสงครามหล่ะก็ไม่ต้องห่วงหรอก 〞

〝 ทำไมหล่ะ ไม่สิ... จริงๆที่อยากถามคือทำไมนายไม่เอายศนั่นต่างหาก โอกาสดีแท้ๆ 〞ชาญถามมาแบบนั้น พวกรินก็จ้องตาเป็นมันเลยทีเดียว

〝 ก็เพราะหลายๆเรื่องแหล่ะ แต่ถ้าจะให้พูดสรุปโดยรวมคือมันมีผลเสียมากกว่าโทษหล่ะนะ 〞

〝 แล้วไอ้ที่พูดยังกะอยู่บนโพเดียมนั่นอ่ะ! จะลงสมัคร สส. สมัยหน้ารึไง? 〞

〝 ตลกละยัยบ๊อง! 〞

          กรว่าแบบนั้นแล้วก็สับกบาลอลิซอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอแลบลิ้นออกมาอย่างน่ารักน่าชัง แถมทางรินดันมีท่าทีหึงหวงแก้มป่องอย่างน่ารักน่าชังอีก กรจึงได้แต่ทำเมินพูดต่อ เพราะถ้ามัวแต่สนใจท่าทางน่ารักน่าชังของผู้หญิงที่ตัวเองชอบคงไม่เป็นทำอะไรแน่

 

〝 ก็พูดให้พวกนั้นไม่เอาฉันไปเล่นในเกมการเมืองด้วยนั่นแหล่ะ เหตุผลแค่นั้นเอง 〞

〝 เป็นอย่างงั้นเองสินะคะ กะแล้วเชียว... เพราะถ้าคุณกรเล่นคุมอำนาจสองอาณาจักร พวกขุนนางคงไม่ชอบหน้าในระยะยาวแน่ค่ะ 〞ไมน์พูดขึ้น เพราะในที่สุดก็เข้าใจ

〝 ทำถูกแล้วค่ะ... ถ้าเอาไมน์ไปเกี่ยวด้วยฉันไม่ยกโทษให้แน่ 〞

〝 แหมๆ พอเป็นเรื่องของไมน์หล่ะก็ของขึ้นตลอดเลยน้า————เจ็บๆๆๆๆ!!!! 〞

          รีเบคก้ากับเจนนี่ก็หยอกล้อกันไปมาตามปกติ... แต่การที่รีเบคก้าเข้าล็อคคอเจนนี่คงเรียกว่าปกติไม่ได้เท่าไหร่กระมั้ง

 

〝 อย่างที่ไมน์ว่านั่นแหล่ะ เจ้าพวกนั้นกะจะมอบยศให้เพื่อแก้ปัญหาตัวเองในระยะสั้น แต่ไม่ได้คิดถึงผลกระทบของฉันที่จะโดนในระยะยาวเลย ให้ตายสิ เห็นแก่ตัวชะมัด... 〞

〝 เป็นแบบนั้นงั้นเหรอเนี่ย 〞ชาญครุ่นคิดตาม

〝 ใช่... เพราะงั้นถึงต้องโน้มน้าวเจ้าพวกนั้น ให้ไม่เอาฉันไปเป็นตัวหลักยังไงหล่ะ 〞

〝 ก็ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อหรอกนะกรเอ้ย แต่ทำไมนายถึงคิดว่าคนพวกนั้นจะเห็นด้วยกับที่นายพูดหล่ะ 〞โชตเป็นอีกคนที่สงสัย ซึ่งตรงนี้แม้แต่พวกมีอาเองก็สงสัยเหมือนกัน เลยกลายเป็นว่ากรตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนอีกครั้ง

 

〝 พูดอะไรหน่ะ... เรื่องแบบนั้นไม่มีใครคาดเดาได้หรอก 〞

〝 เอ๋!? 〞

          ทั้งกลุ่มทำหน้าแบบนั้นออกมา แต่ยกเว้นมีอา เมอร์ลินกับชาลอตที่เดาทางกรออกอยู่เรื่อย

 

〝 พวกนั้นจะเห็นด้วยรึเปล่าฉันไม่สนหรอก แต่ประเด็นคือพวกที่เห็นด้วยจะฟังฉัน ส่วนพวกที่ไม่เห็นด้วยกับที่ฉันพูด ฉันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าตัวฉันใช้งานไม่ง่าย แถมท่าทางที่ฉันแสดงออกไป ใครก็ไม่อยากทำงานด้วยหรอก ผลลัพธ์สุดท้ายจึงเหลือแค่ว่าพวกนั้นจะไม่ดึงฉันไปเกี่ยวยังไงหล่ะ 〞

 

ระหว่างทางจะมีถนนกี่สายก็ไม่เป็นไร ขอแค่ปลายทางเป็นอย่างที่ต้องการก็พอ

นั่นแหล่ะคือการเจรจาที่มีโอกาสสำเร็จสูงจนแทบจะเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์

 

แต่ก็อย่างว่า มันไม่ได้มีโอกาสสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะงั้น...

 

〝 ถึงโอกาสจะไม่ใช่ศูนย์ แต่ถ้าถึงตอนนั้นก็ค่อยคิดเถอะนะ กังวลเรื่องที่มันไม่แน่นอนไปก็เครียดเปล่าๆจริงไหมหล่ะ! 〞

          กรว่าแบบนั้นด้วยรอยยิ้ม ทำให้ทุกคนทำสีหน้าโล่งใจและดีใจกันออกมา ยกเว้นฟ้าที่ค่อนข้างทึ่งกับความสามารถของกร

          และโดยเฉพาะพวกริน ที่สัมผัสได้อย่างชัดเจน ว่ากรได้กลับมามีความมั่นใจในตัวเองเหมือนเดิม แถมยังดูมีสง่าราศีมากขึ้นด้วยซ้ำไป เป็นความดีใจที่กรกลับมามีรอยยิ้มที่แท้จริงได้อีกครั้งนั่นเอง

 

          แต่ทว่า... พอเรื่องเครียดๆเกี่ยวกับสถานการณ์ในปัจจุบันจบลง ทำให้พวกรินเริ่มสังเกตเห็นบางอย่างที่ควรจะสังเกตเห็นนานแล้ว แต่เพราะมัวแต่เป็นห่วงกรเลยไม่ได้สังเกตอย่างจริงจัง

          รินกับอลิซเริ่มเอียงลำตัวเล็กน้อยเพื่อมองไปด้านหลังของกร

 

〝 จะว่าไปนะกร... 〞〝 พวกเธอเป็นเพื่อนนายงั้นเหรอ? 〞

          รินกับอลิซถามออกมาด้วยน้ำเสียงและแววตาสงสัยแบบสุดๆ

 

ชิบหายแล้ว...

จะว่าไป ยังไม่คิดเลยว่าจะเอายังไงกับเรื่องนี้ดี...

 

〝 กะ ก็ประมาณนั้นแหล่ะ 〞

〝〝 เห๋....... 〞〞

          เพราะกรตอบกลับไปแบบตะกุกตะกัก(เพราะกรโกหกรินกับอลิซไม่ได้) รินกับอลิซจึงจับพิรุธได้ทันที ทั้งสองคนส่งเสียงสงสัยยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับขยับเข้ามาใกล้กรยิ่งกว่าเดิมเพื่อกดดัน

          และในขณะที่กรกำลังลำบาก คนที่เข้ามาช่วยกรไว้ในสถานการณ์แบบนี้อีกครั้งก็คือมีอาที่พุ่งเข้ามากุมมือของทั้งรินและอลิซด้วยท่าทางร่าเริงตามปกติของเธอ

 

〝 ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ฉันมีอาน่าค่ะ! ทั้งสองคนคือรินกับอลิซใช่ไหมเอ่ย? กรเค้าเล่าให้ฟังบ่อยๆเลยหล่ะค่ะ! 〞

          มีอาพูดขึ้นด้วยท่าทางร่าเริง และรอยยิ้มจากใจเพราะรินกับอลิซเป็นคนสำคัญของกร มีอาเลยรู้สึกผูกพันธ์กับทั้งสองคนไปด้วยแม้ไม่รู้ว่าเพราะอะไรก็ตาม

 

〝 คะ ค่ะ ฉันคือริน ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ 〞〝 ฉันชื่ออลิซนะ! 〞

〝 ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ! 〞

          และเพราะมีอาพูดออกมาจากใจรินกับอลิซเลยรู้สึกเป็นมิตรแม้จะเป็นครั้งแรกที่ได้คุยกัน

 

〝 นี่... คิดจะคุยอยู่ตรงนี้ถึงเมื่อไหร่ ไปหาที่นั่งคุยกันดีๆ ไม่ดีกว่าเหรอ? 〞

          แล้วก็เป็นตอนที่เมอร์ลินหมดความอดทนสำหรับอะไรหลายๆอย่าง แต่ส่วนนึงก็เป็นเพราะเธอต้องการดึงสถานการณ์ให้ออกจากความตึงเครียดนั่นแหล่ะ

 

〝 ก็จริงหล่ะนะ... 〞กรพยักเห็นด้วยสุดๆ

〝 อ๊ะ! ฉันรู้จักร้านดีๆอยู่นะ เป็นบาร์ใต้โรงแรมที่พวกเราอยู่นี่แหล่ะ ไปที่นั่นกันเถอะ 〞รินว่าด้วยท่าทางร่าเริง (แม้ความจริงแล้วจะเป็นเพราะเธออยากรู้เรื่องตรงนี้ใจจะขาดอยู่แล้วก็เถอะนะ)

〝 งั้นก็ตามนั้นแหล่ะนะ 〞

 

ฉันพูดออกไปด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง...

แล้วทั้งกลุ่มก็นำกันออกไปจากตัวปราสาท ไปยังโรงแรมที่รินบอกเมื่อกี้นั่นแหล่ะ

 

❖❖❖❖❖

 

ในขณะที่เดินไปโรงแรม สาวๆก็ค่อยๆทำความรู้จักกันไปเรื่อยหล่ะนะ แบบซอร์ฟๆโดยที่ยังไม่ได้บอกเรื่องที่ควรบอก เพราะดูเหมือนทุกคนจะเข้าใจ ก็มีบ้างแหล่ะที่ริต้าจะหลุดปาก แล้วเรเชลก็เข้าไปคว้ามาปิดปากไว้ได้ก่อน

เราเองก็ถือโอกาสคุยกับคุณประธานนักเรียนไปด้วย เพราะไม่คิดเลยว่าเธอจะเข้ามาอยู่ในปาร์ตี้เดียวกับทุกคน

เอาจริงๆ คิดว่าเนยเพื่อนรินจะมาอยู่ด้วยซะอีก แต่จากที่คุย ดูเหมืนทางนั้นก็มีปาร์ตี้ของตัวเอง และเป็นเพราะต้องการสร้างปาร์ตี้ของรินให้เป็นกลุ่มผู้นำเลยเลือกเข้าปาร์ตี้ที่มีแต่คนดังของโรงเรียนแบบนี้

 

ถือว่าฉลาดเลือกใช้ได้...

แล้วก็เท่าที่คุยและหยอดมุขเกี่ยวกับเจ้าชาญไปก็แสดงอาการทันที... กะแล้วเชียว ร้ายใช่เล่นแฮะประธานคนนี้

 

คุยไปคุยมาแปปเดียวก็ถึง

มันเป็นบาร์แบบทั่วไป ที่มีบาร์เหล้าอยู่ในสุด มีโต๊ะกลมจำนวนพอสมควรอยู่ตรงทางเข้า แต่ถ้าเดินเลยเข้าไปด้านขวาก็จะมีที่นั่งสองข้างทาง เป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมและมีโซฟายาวสุดหรูตั้งอยู่โต๊ะละสองตัวและเป็นพนักพึงสูงพอจะมองไม่เห็นโต๊ะด้านหลัง

ส่วนทางซ้ายเป็นทางตัน ที่ถ้าเข้าไปจะเป็นบันไดขึ้นไปห้องพัก ซึ่งโซนห้องพักมีตั้งแต่ชั้น 2 ยันชั้น 5 เลยทีเดียว

 

พอเข้ามาแล้วก็โชคดีหน่อยที่ไม่มีคน ก็อย่างว่าเมื่อวานมีสงครามนี่หว่า

ต้องขอบคุณเจ้าของโรงแรมคนนี้เลยที่อยังอุตส่าห์เปิดรับลูกค้า จิตใจบริการช่างสูงส่ง

 

เพราะแบบนั้นสุดท้ายก็เลยเหมือนได้เหมาร้าน

 

ฉัน มีอา เมอร์ลิน รินและอลิซนั่งโต๊ะเดียวกัน โดยที่ฉัน มีอาและเมอร์ลินนั่งด้วยกัน(ฉันอยู่กลาง)

ส่วนตรงข้ามคือรินและอลิซที่ทำหน้ามุ่ยอยู่

 

ชาลอต ซาช่า ริต้า เรเชล ลิลิธ คาเรนนั่งโต๊ะข้างๆ ส่วนโต๊ะด้านหลังของพวกเธอคือชาญ โชต ฟ้า เจนนี่ ไมน์และรีเบคก้า

สุดท้ายคือซิลเวีย ยูมิน่าและฟลอร่าที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหลังของพวกริน

 

พอบริกรสาวยกน้ำมาเสิร์ฟแล้ว บรรยากาศก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง

โดยเฉพาะรินกับอลิซที่จ้องจี่มาทางฉันนี่แหล่ะโว้ย โคตรกดดัน

 

〝 ฉึกฉักๆๆๆๆ ตู้ม!!! 〞

〝 เสียงอะไรกันคะนั่น ประหลาด... 〞

          ฟลอร่าที่อยู่ด้านหลังพวกรินทำเสียงแปลกๆแบบนั้น ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึม ซิลเวียก็ถามออกมาโดยที่ไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ

 

〝 อ้อ! ก็เสียงรถไฟชนกันง่ะ———— 〞

ตุ๊บ!!!

          ฟลอร่าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงล้อเล่น หยอกล้อ ยูมิน่าที่อยู่ข้างจึงจัดการประเคนหมัดใส่กบาลเธอจนสลบในทันที

 

ยัยหัวขโมยตัวปัญหาว้อยยยยยยยย!!!พูดอะไรแบบนั้นในเวลาแบบนี้คิดอะไรอยู่วะเนี่ย!

นี่คิดจะแก้แค้นกันใช่ไหมวะเนี่ย!? นี่ตูคิดผิดจริงๆสินะที่พายัยบ้านี่มา

 

ว่าแต่... ถึงจะได้ยินแบบนั้นไป แต่รินกับอลิซก็ไม่ได้หวั่นไหวเลยแฮะ

ทั้งสองคนยกแก้วน้ำขึ้นจิบพร้อมกันอย่างใจเย็น

แล้วก็วางลงอย่างเรียบร้อย....

 

〝 จะว่าไปแล้วนะกร... 〞〝 พวกเธอมีความสัมพันธ์กับนายยังไงหรอ? 〞

          รินและอลิซพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ทว่ากดดันยิ่งสำหรับกร เพราะพวกเธอกำลังหลับตายิ้มอยู่ (แต่เห็นได้ชัดเลยว่าไม่ใช่รอยยิ้มดีใจ)

 

นั่นไงโว้ยย!!! สถานการณ์แย่ลงไปอีก ให้ตายสิ โกรธกันใหญ่เลยนี่หว่า!

จะปิดบังต่อไปก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี เราไม่อยากโกหกรินกับอลิซซักหน่อยนี่

 

เอาวะ... ตายเป็นตาย!

 

〝 พวกเธอเป็น ฟะ แฟนหน่ะ... 〞

          พอกรพูดออกไปแบบนั้น คิ้วของรินกับอลิซก็กระตุกในทันที แต่ทางอีกฝั่ง... พวกชาญ โชต หรือแม้แต่ฟ้าก็เป็นไปกับเขาด้วย โดยเฉพาะชาญที่คิ้วกระตุกไม่พอยังพยายามทำใจเย็นด้วยการเช็ดแว่นอีก

 

〝 หืม... ฉันคิดว่าหูคงแว่วไปแล้วแน่ๆเลยหล่ะ 〞รินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น จนกรเสียวสันหลังแวบ

          ใช่... รินได้เขาสู่โหมด『ยันเดริน』ไปแล้ว แถมอลิซที่ปกติกลัวรินในสภาพนี้ กลับมองกรด้วยแววตาข่มขู่แบบเดียวกันอีกต่างหาก เรียกได้ว่าน่ากลัวทั้งคู่ก็ไม่ผิดนัก

 

〝 กร... พูดใหม่ซิ 〞〝 คราวนี้ขอเข้าหูกว่านี้นะคะ 〞

          รินกับอลิซพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้แถมรอยยิ้ม(น่ากลัว)มาด้วย นั่นทำให้กรกลืนน้ำลายเสียงดังเลยทีเดียว

 

〝 พะ พวกเธอเป็น... ฟะ แฟนฉันหน่ะ 〞

          กรที่ตัวลีบเล็กลงพูดออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ ฝั่งมีอากับเมอร์ลินเองก็มองดูด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ทำได้แค่ยิ้มแหยๆออกมาเท่านั้น

          ส่วนทางพวกชาลอตนั้น ทำได้แค่ส่งสายตาเอาใจช่วย เรียกได้ว่าสถานการณ์ไม่ต่างกัน เพราะหากยื่นมือเข้าไปช่วยก็คงมีแต่จะแย่ลง

 

〝 หืม... แฟนฉัน? แฟน แฟน แฟน แฟน อื้ม! แฟนฉันเหรอ? กรหมายถึงหนังที่เราเคยดูตอนเด็กๆนั่นใช่รึเปล่า? หืม? ใช่-รึ-เปล่า? 〞

 

รินพูดแบบนั้นด้วยน้ำเสียงน่าขนลุก แล้วก็ยิ้มกว้างออกมา

น่ากลัว! น่ากลัวโคตร! ยังกับอัลติเมทมีอาแหน่ะ! ไม่ดิ เผลอๆน่ากลัวกว่าอีก!

แล้วทำไมต้องถามสองรอบด้วย!

 

โว้ย! ทำไมคนน่ารักๆ ต้องมีโหมดแบบนี้กันทุกคนด้วยฟะเนี่ย!

 

〝 มะ ไม่ใช่แบบนั้น แฟนก็คือแฟนสิ... เป็น คะ คนรักกัน อะไรแบบนั้นหน่ะ———— 〞

          ในขณะที่พูด อลิซยกนิ้วชี้ขึ้นมาบังริมฝีปากไว้ก่อนจะได้พูดจบ แล้วใช้นิ้วชี้อีกข้างส่ายไปมาทำเสียง “จุๆ”

 

〝 ไม่ช่ายๆ คิดอะไรก็พูดให้มันดีๆหน่อยสิคะ มันคือหนังใช่ไหม? ให้โอกาสพูดใหม่นะค้า 〞

 

อลิซพูดเหมือนกับเล่นมุกด้วยกันเหมือนทุกที แต่แบบนี้มันหนีความจริงกันสุดๆไปเลยนี่หว่า!

 

〝 อะ เอ่อ คือว่าคุณริน คุณอลิซ... 〞〝 ใจเย็นๆกันก่อนน้า ก็น้องกรหน่ะ... 〞

          ในขณะเดียวกัน อีกฝั่งก็มีคนที่อยากจะพยายามช่วยกรอย่างเรเชลและลิลิธอยู่ เพราะสำหรับพวกเธอคนที่สารภาพความรู้สึกก่อนคือพวกเธอ จะบอกว่ามีส่วนอยู่บ้างก็ไม่ผิดนัก

          แต่ว่าพริบตาที่ทั้งคู่เอ่ยปากออกมา รินก็หันไปหาทั้งคู่อย่างหลอนๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกยิ่งกว่าที่คุยกับกรซะอีก

 

〝 คุณเรเชลคุณลิลิธคะ... ฉันจำไม่เห็นได้เลยนะคะว่าสั่งให้พวกคุณพูดแล้วหน่ะค่ะ 〞

〝 หงิง... 〞〝 จะ จ๊ะ... 〞

          นั่นเลยทำให้ทั้งสองคนเงียบลงไปทันที ทั้งเรเชลที่หางตกเป็นหมาจ๋อยซึ่งไม่ได้เห็นเสียนาน กับลิลิธที่ตัวลีบเล็กอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนก็ด้วย ซาช่าที่นั่งอยู่ข้างๆก็สั่นเป็นเจ้าเข้าตามไปแล้ว(น้ำตาปริ่มอีกต่างหาก)

 

〝 โกหกหน่ะ พลังความมืดของคนๆนี้... มากกว่า 9,000!!! 〞

 

คาเรนน้องรัก มันใช่เวลามาเล่นมุขแบบนี้ไหมเนี่ย!!!

 

〝 ถ้าไม่หุบปากจะเพิ่มกว่านี้อีกนะคะคุณคาเรน 〞

〝 คะ ค่ะ... 〞

 

นี่ขนาดคาเรนยังหงอยเลยเหรอเนี่ย

คุณรินครับ... โหดร้ายเกินไปแล้ว!

 

ปึ๊ก!!!

          สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น อลิซก็เริ่มทุบโต๊ะเสียงดังกดดันกร

 

〝 ว่าไงคะ? พูดใหม่ได้ยัง? 〞อลิซว่าด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก แม้จะไม่น่ากลัวเท่าริน แต่สำหรับกรในตอนนี้ ความน่ากลัวกับแรงกดดันก็พอๆกันอยู่ดี

〝 คิดคำตอบให้ดีๆด้วย... ชีวิตของกรขึ้นอยู่กับคำตอบนี่แหล่ะ 〞

          รินก็ยังคงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกอยู่ แถมยังมีสายตาที่เปิดขึ้นเล็กน้อยขณะหลับตาอีก

 

หลอนยังน้อยไป นี่เกิดมายังไม่เคยเจออะไรน่ากลัวขนาดนี้เลยนะ

แล้วนี่ฉันกำลังเลือกคำตอบเอาตัวรอดให้ตัวเองอยู่งั้นเหรอฟะเนี่ย? งานนี้ไม่ Become Human ก็ Become Body (กลายเป็นศพ) แล้วหล่ะ

 

ไม่สิ... ถึงถ้าเอาจากในลูปนรกก็คงเคยเจอแหล่ะ แต่ถ้าเอาแค่ตอนนี้ รินนี่โคตรน่ากลัวเลย!

ไม่โว้ย นั่นไม่ใช่ประเด็น!

 

แถมจะมัวกลัวไปตลอดแบบนี้ก็ไม่ได้ด้วย

ต้องรีบคุยให้รู้เรื่องเร็วๆ ทั้งสองคนของขึ้นแบบนี้ต่อไม่ดีแน่...

          กรคิดแบบนั้นแล้วก็สูดลมหายใจฟอดใหญ่เข้าปอด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสายตาจริงจัง มองไปยังรินและอลิซ

 

〝 ริน อลิซ จะให้พูดกี่ครั้งก็ได้... มีอา เมอร์ลิน ชาลอต ซาช่า เรเชล ลิลิธ ริต้า แล้วก็คาเรน... ทุกคนเป็นคนรักของฉัน 〞

          กรพูดแบบนั้นออกไป ทว่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นแต่น้อยมากจนไม่มีใครสังเกตได้ ด้วยเพราะความกลัวอย่างนึง...

 

          นั่นทำให้อลิซที่ยืนอยู่ค่อยๆนั่งลงอย่างหงอยๆ และทำให้รินถอนหายใจออกมา

 

〝 อืม... เข้าใจตั้งแต่แรกอยู่แล้วหล่ะ ขอโทษที่งี่เง่านะ ไม่ใช่กงการอะไรของฉันแท้ๆ 〞รินพูดออกมาในขณะที่น้ำเสียงเริ่มสั่น แต่ก็ยังฝืนยิ้มออกมา นั่นทำกรรู้สึกแย่สุดๆ

〝 อะไรกันเนี่ย! น่าตกใจสุดๆไปเลยไม่ใช่เหรอ? สุดยอดไปเลย! เผลอแปปเดียวมีแฟนตั้ง 8 คนซะงั้น! นี่มันฮาเร็มที่เห็นในการ์ตูนบ่อยๆสินะ นายนี่สุดยอดไปเลยไม่ใช่เหรอ!? 〞

 

รินกับอลิซฝืนยิ้มออกมาแบบนั้น โดยเฉพาะอลิซที่พยายามจะร่าเริงเกินเหตุ

ฉันเองก็รู้จักกับพวกเธอมาตั้งแต่เด็ก... แต่รอยยิ้มที่ขมขื่นแบบนี้ ครั้งนี้นี่เป็นครั้งแรกเลย...

 

และมันน่าเจ็บใจ... ก็ตรงที่คนที่ทำให้มันเป็นแบบนี้คือฉันนี่แหล่ะ

เริ่มเป็นห่วงทั้งสองคนแล้วสิ... คิดแบบนั้นเลยเผลอเรียกไป

 

〝 ริน อลิซ———— 〞

〝 ไม่หรอกกร ฉันเข้าใจ... ฉันเข้าใจ... เพราะงั้นไม่เป็นไรหรอก 〞

 

รินพูดแล้วก็ยิ้มออกมา อลิซก็ถึงกับเงียบไปเลย

น้ำตาเองก็กลั้นไว้เต็มที่แล้วไม่ใช่รึไง? แบบนี้มันไหวที่กัน!

 

〝 ทั้งสองคนคือว่าฉัน———— 〞

〝 จะว่าไป! ฉันยังไม่ได้เก็บของเลยนี่นา!  〞〝 อ๊ะ! จริงด้วยนี่ ลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปได้ยังไงกันเนี่ย 〞

          รินกับอลิซพูดแบบนั้นแล้วก็ยืนขึ้นทั้งที่เนื้อตัวเริ่มสั่น แต่ทางอลิซ...

 

〝 อลิซ... 〞

          เพราะอลิซยืนขึ้นเลยทำให้เห็นใบหน้าของเธอชัดเจนขึ้น... ใบหน้าของอลิซที่แก้มสองข้างอาบไปด้วยน้ำตา เธอพยายามกลั้นเสียงเต็มที่ กรที่เห็นใบหน้านั้นเข้าถึงกับหน้าซีดเผือกและอ้าปากค้างจนพูดอะไรไม่ออกไปด้วย

 

〝 เดี๋ยวอลิซ! 〞

          แต่อลิซเองก็รู้ตัวเองดีว่าเธอไม่ได้แข็งแกร่งขนาดที่จะอดกลั้นความเสียใจได้ขนาดนั้น

          เธอจึงรีบวิ่งออกไปจากโต๊ะเพราะอยู่ริมสุด วิ่งหนีออกไปไม่เห็นฝุ่นแม้กรจะเรียกสุดเสียง เหลือแค่รินที่ยืนก้มหน้าอยู่เงียบๆ และค่อยๆเดินออกจากโต๊ะไปช้าๆ

 

〝 ริน ฟังฉันพูดก่อนนะ! 〞กรพูดแบบนั้นแล้วก็ยืนขึ้นคว้ามือซ้ายของรินไว้ในทันที

          ทว่าใบหน้าของรินที่ค่อยๆหันกลับมากลับยิ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับกร ทั้งตาที่เริ่มแดงก่ำและน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้มถึงขนาดหยดลงพื้นได้

 

 

〝 ปล่อย... 〞

          รินพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ไม่รู้ว่าคำพูดสั้นๆนั่นมีความรู้สึกเสียใจอยู่ขนาดไหน นั่นทำให้มือของกรที่จับรินอยู่อ่อนลงไปโดยไม่รู้ตัว แล้วก็ทำได้แค่มองรินค่อยๆเดินออกจากโต๊ะก่อนจะวิ่งหายตามอลิซไป

          บรรยากาศสุดอึมครึมทำให้ทุกคนในที่นี้ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงหายใจ ทำได้แค่แสดงสีหน้าลำบากใจออกมาเท่านั้น

 

นั่นคือตอนที่ร่างของฉันอ่อนแรง ทิ้งตัวลงไปนั่งกับเก้าอี้... เรานี่มันบ้าจริงๆ!

อยากจะตามไป แต่ว่า...

 

ก็ไม่รู้แล้วว่าต้องทำยังไง... ถึงจะทำให้น้ำตาของสองคนนั้นหยุดไหล

 

ฉันในตอนนั้น ไม่รู้เลยจริงๆ...

 



NEKOPOST.NET