[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย ตอนที่ 128 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย

Ch.128 - มดปลวกซ้อนทับนับล้านก็ไม่อาจเอื้อมถึงดวงดาว


ตอนที่ 128 : มดปลวกซ้อนทับนับล้านก็ไม่อาจเอื้อมถึงดวงดาว

 

 

———— ก่อนหน้านี้ 10 นาที

          ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เล็กน้อย ในเวลาที่กรเพิ่งพักฟื้นหลังจากการต่อสู้กับจิ๋นหลี่ และได้รับการแจ้งข่าวจากภูติน้อย ที่เป็นข้ารับใช้คอยเฝ้าระวัง

 

〝 รินกับอลิซ ถูกโจมตี? 〞

          กรได้ยินแบบนั้นแล้วก็ถึงกับตาค้างช็อคไปเลยทีเดียว ใจหายจนหล่นไปถึงตาตุ่มก็ไม่ปาน

          ใช้เวลาไปถึง 1 วินาทีซึ่งถือว่านานมากสำหรับกรในการเรียกสติตัวเองกลับคืน ก่อนที่จะลุกพรวดขึ้นพุ่งไปยังประตู แต่ว่า...

 

〝 หยุดก่อนค่ะคุณกร!!! 〞

〝 สภาพแบบนั้นไม่ไหวหรอกน้องกร! 〞เรเชลกับลิลิธพูดขึ้น ก่อนที่จะพุ่งตัวไปตะครุบกรไว้กับพื้น ทำให้ซิลเวีย ยูมิน่าและฟลอร่าทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว

 

〝 ปล่อยนะ! ฉันต้องไปเดี๋ยวนี้ ไม่มีเวลาแล้ว! 〞

〝 ดูสภาพตัวเองก่อนเถอะค่ะ! 〞

〝 นายท่านล้าจะแย่อยู่แล้ว! 〞

          ตามด้วยชาลอตกับซาช่าที่เข้ามากดแขนของกรไว้คนละข้างโดยไม่สนคำทัดทานของกร ตามด้วยคาเรนที่กระโดดเข้ามาทับร่างไว้พร้อมๆกับริต้า

          แน่นอนว่าถ้ากรเอาจริงก็คงสลัดหลุดได้สบายๆ แต่ทำแบบนั้นในสถานการณ์แบบนี้คงมีแต่จะแย่ลงซะเปล่าๆ เพราะมันไม่ต่างจากการมองข้ามความหวังดีของเหล่าแฟนสาวเลยซักนิด สำหรับกรที่ตัดสินใจจะทำให้แฟนสาวทุกคนมีความสุข นั่นราวกับเป็นฟันเฟืองอัตโนมัติที่กรจะไม่มีวันทำ

 

〝 มีอา! เมอร์ลิน! ฉันไหว ให้ฉันไปเถอะ! 〞แล้วก็หันไปขอร้องที่พึ่งสุดท้ายอย่างมีอากับ เมอร์ลินแทน

          เมอร์ลินเดินเข้ามาใกล้ๆกับกร แล้วมองลงมาจากจุดที่สูงกว่า เป็นอีกครั้งที่กรตะโกนเรียก

 

〝 ฉันไหวอยู่แล้ว! คิดว่าฉันเป็นใคร———— 〞

〝 เงียบซะตาบ้า!!! 〞

          ร่างของกรที่ถูกกดนอนลงบนพื้นถึงกับสะดุ้งเมื่อถูกตะคอกใส่อย่างแรงเช่นนั้น แถมพอมองไปยังมีอาที่กำลังนั่งยองลงข้างๆเอง ก็ได้รับสายตาเป็นห่วงสุดๆมาอีก...

          ...นั่นถึงทำให้กรใจเย็นลง และเข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงห้าม

 

〝 โทษที... ปล่อยเถอะ ฉันไม่เป็นไรแล้ว 〞กรพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกผิด

          กรกลับมานั่งขัดสมาธิด้วยท่าทางและสีหน้าปกติในทันที นั่นทำให้สาวๆถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

 

〝 ให้ตายสิ... จะทำให้เป็นห่วงถึงไหนนะ 〞เมอร์ลินว่าพลางนั่งลงด้านหน้าของกร

〝 ขอโทษ... 〞

 

ให้ตายสิ เป็นแบบนี้ทุกทีเลย

พอเป็นเรื่องของรินกับอลิซ ไม่สิ... ต่อให้เป็นเรื่องของมีอา เมอร์ลิน เรื่องของทุกคนก็ด้วย ฉันมักจะหัวร้อนไม่คิดหน้าคิดหลังทุกทีเลยสิ...

 

เกือบทำเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ลงไปแล้วสิ...

 

〝 เอาเถอะ เข้าใจอยู่หรอก... แต่เข้าใจใช่ไหม ดึงดันไปด้วยสภาพจิตใจแบบนั้นหน่ะ มีแต่สถานการณ์จะแย่ลงเท่านั้นแหล่ะ 〞

〝 อา... ถูกที่สุด ขอบคุณนะทุกคน 〞

          กรว่าด้วยสีหน้ารู้สึกผิดกับคำพูดของเมอร์ลินอีกครั้ง ก่อนที่จะยิ้มแห้งๆออกมา นั่นทำให้เหล่าแฟนสาวโล่งใจ

 

〝 แล้วสถานการณ์เป็นไงบ้างหล่ะคุณภูติ? 〞แล้วมีอาก็ถามภูติน้อยที่กำลังสับสนอยู่ในทันทีแทนกร

          ได้ยินดังนั้น ภูติสาวก็ค่อยๆบินร่อนลงกับพื้น แล้วก็เริ่มอธิบายสถานการณ์ สายตาของทุกคนเปลี่ยนเป็นตึงเครียดแต่ไม่ใจร้อนดังกรเมื่อครู่

 

〝 ข้าออกเดินทางมาที่นี่เมื่อเช้าตอนที่ศึกตัดสินกำลังเริ่มต้นขึ้นค่ะ แต่บอกตรงๆ ทางอาณาจักรอาลันไม่มีทางชนะได้เลยค่ะ 〞

〝 ทำไมหล่ะ? 〞พอถูกกรถาม ปีกเล็กๆของภูติสาวก็ลีบลงอย่างสลดหดหู่


〝 อีกฝ่ายมีอุปกรณ์เวทย์มนระดับ 7 อยู่ด้วยค่ะ... เวทย์ที่สามารถเป่าอาณาจักรนึงให้หายไปได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ภูติเฝ้าระวังภัยอย่างพวกข้าป้องกันมันไม่ได้หรอกค่ะ! 〞

          พอได้ยินคำตอบของภูติสาว ทุกคนก็เบิกตาโพลงอีกครั้ง เน้นหนักไปที่ซิลเวีย ยูมิน่าและฟลอร่า เพราะพวกเธอไม่เคยได้ยินมาก่อน ว่ามีเวทย์ที่ทำลายทั้งทวีปได้ แถมนั่นยังเป็นของศัตรูอย่างเผ่าปีศาจอีกต่างหาก

 

          รวมถึงกรเองก็ด้วย พริบตาที่ได้ยินคำยืนยันแบบนั้น ฟันก็กระทบกันด้วยความโกรธทันที

 

          แต่พริบตาเดียวกัน... เหล่าแฟนสาวทั้งแปดคนก็ยื่นมือเข้ามา สัมผัสกับมือที่กำลังกำหมัดแน่นของกรทั้งสอง ทำให้กรไม่คลุ้มคลั่งไปอีกครั้ง

 

〝 เอาหล่ะ... ถ้างั้นก็ 〞กรพูดขึ้นอย่างใจเย็นอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนตรง

          แล้วพวกมีอาก็ลุกขึ้นตาม นั่นทำให้กรมองพวกเธอโดยอัตโนมัติด้วยสายตาเป็นเชิงห้าม แต่ว่า...

 

〝〝〝〝〝 พวกเราจะไปด้วย!!! 〞〞〞〞〞

          ทุกคนก็กลับตอบกลับมาแบบนั้นอย่างพร้อมเพรียงเสียได้ ทำให้กรยิ้มแห้งๆออกมา เพราะเจอแบบนี้เข้าไปยังไงก็ปฏิเสธไม่ลงอยู่แล้ว

 

          โดยที่ไม่ต้องมีการสื่อสารใดๆ กรก็พยักหน้าให้พวกเธอ แล้วพวกเธอก็พยักหน้ารับ ก่อนที่กรจะออกเดินนำออกไป...

 

〝 เดี๋ยวก่อนค่ะ! 〞แต่ก็ถูกซิลเวียดึงข้อมือขวาไว้ก่อน

 

〝 ฉันจะไปด้วย... ไปสู้กับกองทัพใช่ไหมคะ? งั้นมีคนเยอะไว้ก่อนต้องได้เปรียบอยู่แล้ว 〞ซิลเวียยังคงพูดแบบนั้นด้วยความภาคภูมิ แต่ก็ทำให้กรทำสีหน้าหงุดหงิดและลำบากใจออกมา

 

〝 คิดจะไปตายรึไง? 〞กรถามพลางขมวดคิ้ว

〝 ฮีโร่ไม่เบือนหน้าหนีจากคนที่กำลังลำบากหรอกค่ะ! 〞

          แต่ซิลเวียก็กลับมองเข้าไปในดวงตาของกร... ด้วยแววตาใสซื่อที่กรเคยส่องกระจกมองตัวเอง

          นั่นทำให้กรถอนหายใจออกมาอย่างแรงเลยทีเดียว

 

〝 ตามใจ... ตายมาไม่รับผิดชอบนะ 〞

〝 ฮึ! ฉันเป็นนักผจญภัยระดับ SS เชียวนะคะ คิดว่าฉันเป็นใครไม่ทราบ! 〞

          แล้วซิลเวียก็กลับมาทำท่าท้าวสะเอวอย่างมั่นใจอีกครั้ง กรเลยเมินไปคุยกับยูมิน่าและฟลอร่าแทน

 

〝 ส่วนพวกเธออยู่ที่นี่———— 〞

〝 ข้าจะตามลูกพี่ไปด้วย! อุตส่าห์มีโอกาสสู้กับพวกปีศาจที่แข็งแกร่งเชียวนา ข้าจะปล่อยโอกาสทองนี้ไปได้ยังไงกัน! 〞

〝 ยูมินพูดถูกแล้วกนๆ!!! ทั้งสินสงคราม แล้วยังอุปกรณ์เวทย์ราคาแพง แล้วยังเป็นการเพิ่มชื่อเสียงจอมโจรให้ขจรขจาย ใครมันจะทิ้งโอกาสดีๆแบบนี้กันล่า! หุหุหุ... 〞

          ยูมิน่าที่ชนหมัดทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างร้อนแรง กับฟลอร่าที่เช็ดน้ำลายตัวเองพูดขึ้นโดยไม่สนใจคำพูดของกรเลยซักนิด

 

ให้ตายสิ.... ก็เข้าใจอยู่ว่ามั่นใจในตัวเองกัน

แต่นี่โง่กันรึไงวะเนี่ย รนหาที่ตายกันซะจริง

 

แต่เอาเถอะ... คนที่บบอกกับยัยพวกนี้ว่าทางที่เลือกเดินของพวกเธอ พวกเธอต้องเป็นคนตัดสินว่ามันผิดหรือถูกคือตัวเอง ก็คือดันเป็นเราซะอีก

ย้อนเข้ามาทำร้ายตัวเองแล้วไหมหล่ะ

 

〝 พูดไม่ฟังอยู่ดีสินะ... รนหาที่กันจริงๆให้ตายสิ 〞

          กรคิดแบบนั้นแล้วก็ถอนหายใจอย่างแรงอีกครั้ง แล้วก็ได้รอยยิ้มของ 3 คนนั้นกลับมา โดยหารู้ไม่ว่าคำพูดของกรที่พูดไปนั้น มีส่วนอย่างมากที่ทำให้พวกเธอตัดสินใจแบบนี้

 

          กรพูดแล้วก็ออกเดินนำออกจากห้องพักไป โดยมีภูติสาวลอยตามมา

 

〝 ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะนากนๆ! แต่คนที่รนหาที่ก็คือนายเองนา มีเหตุผลต้องเสี่ยงขนาดนั้นเลยเหยอ? 〞

          และได้คำพูดของฟลอร่า ที่เป็นคำพูดเชิงทดสอบปนขบขัน แต่จากน้ำเสียงและแววตาขี้เล่นแอบแฝงไปด้วยเลศนัยนั่น เห็นได้ชัดเลยว่าเธอสงสัยว่ากรมีเจตนาแอบแฝงอะไรรึเปล่า? เพราะความจริงแล้ว มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เห็นแก่ตัวเป็นพื้นฐาน ไม่มีทางเอาชีวิตไปเสี่ยงแค่เพราะเป็นคนรู้จักอยู่แล้ว

          มีความหมายสุดลึกซึ้งเช่นนั้นซ่อนอยู่ในคำพูด ซึ่งปกติใครก็คงอ่านสาวน้อยสุดเจ้าเล่ห์คนนี้ไม่ออกเป็นแน่ แต่แน่นอนว่ากรอ่านออก แต่กรก็ยังตอบไปตามที่คิดอยู่ดี...

 

〝 เพราะเป็นเพื่อนคนสำคัญ... เพราะทุกคนเป็นเหมือนกับครอบครัว... เหตุผลร้อยแปดเลยหล่ะนะที่ต้องไปช่วย แต่เหตุผลที่สำคัญที่สุดมันเข้าใจง่ายกว่านั้นเยอะ... 〞

          กรพูดพลางเรียกดาบคู่ใจทั้งสองเล่มสะพายหลัง พริบตาเดียวกับที่เขาก้าวเท้าออกจากห้องพัก

 

〝 ผู้ชายที่ไม่อยู่ในเวลาที่ผู้หญิงต้องการ มันไม่ใช่ลูกผู้ชาย... นั่นแหล่ะเหตุผล 〞

          ฟลอร่าตะลึงไปเล็กน้อยกับคำตอบเช่นนั้น แต่เธอก็ยิ้มออกมาราวกับได้คำตอบที่คาดหวัง... เช่นเดียวกับสาวๆคนอื่นที่ยิ้มออกมาเพราะเดาแนวคำตอบออกอยู่แล้ว

         

          และนั่นทำให้ซิลเวีย ยูมิน่าและฟลอร่าเข้าใจในตัวกรมากขึ้น...

          ...ว่ากรเป็นแค่ชายที่ตกอยู่ในห้วงแห่งรักเท่านั้นเอง

 

❖❖❖❖❖

 

หลังจากนั้นก็ไม่รอช้า พวกเราจับซิลเวีย ยูมน่าแฟลอร่าเข้าปาร์ตี้ แล้วรีบพุ่งออกจากตัวปราสาทของฟอเรสเตอร์ในทันทีที่เปลี่ยนเป็นชุดพร้อมรบแล้ว

แต่อย่าลืมว่าที่นี่มันไม่สามารถวาร์ปไปยังอาณาจักรอาลันได้ทันที เพราะอยู่ในดันเจี้ยน เลยต้องออกไปจากเขตดันเจี้ยนก่อนถึงจะใช้เวทย์เคลื่อนย้ายได้ เรื่องจุดที่จะวาร์ปไปก็ใช้หน้าต่างตั้งค่า - แผนที่โลกดูไว้แล้วด้วย

 

แต่ระยะทางก็ไม่ใช่เล่นๆ เพราะงั้นทางที่เร็วที่สุดก็คือขึ้นไปบนกำแพงใหญ่สูง 50 เมตรที่กั้นระหว่างอาณาจักรทั้ง 5 ที่มองเห็นได้จากทุกที่นี่แหล่ะ

แน่นอนว่าปกติคงไม่มีใครทำได้ แต่ด้วยสเตตัสพละกำลังของทุกคนไม่มีปัญหาที่จะวิ่งตามฉัน จะมีปัญหาก็แต่ซิลเวีย ยูมิน่าและฟลอร่า

 

ตอนแรกก็คิดงั้นหรอกนะ แต่ยูมิน่าดันแบกทั้งสองคนกระโดดขึ้นตามมาได้เฉยเลย

อืม... แต่จะว่าไปครั้งแรกที่เจอกันยัยนั่นมันก็โดดลงมาจากกำแพงนี่หว่า

 

เพราะแบบนั้นเลยช้าเวลาแค่นาทีเดียววิ่งจากในสุดของกำแพงไปจนถึงนอกสุด แล้วก็วาร์ปมากลางอากาศนอกเมืองหลวงทั้งตี้เลยอ่ะนะ

พูดให้ถูก วาร์ปมาตอนที่ลำแสงกำลังจะถูกยิงเลยต่างหาก แถมพวกรินกับอลิซยังอยู่ในรัศมีอีกต่างหาก

 

ไม่ได้บาดเจ็บหนักสินะ โชคดีจริงๆ...

แล้วพอมาถึง ก็เลยบอกให้พวกภูติไปเฝ้าระวังต่อเพราะต้องมีสมาธิกับการต่อสู้

 

ว่าแต่ไอ้หมอนั่น? ตัวหัวหน้าสินะ พล่ามอะไรอยู่วะนั่น?

แต่เอาเถอะ... เราเองก็เคยออกอาการอยู่บ่อยๆ ว่ามันไม่ได้หรอกเนอะ

 

แต่แบบนี้โชคดีชิบเป๋ง! คิดแบบนั้นก็เลยพุ่งเข้าใส่กลางดงระหว่างพวกเธอกับลำแสงซะ

แล้วก็...

 

〝 【 กลืนกิน 】!!! 〞

          กรประกาศสกิล แล้วอัญมณีที่อยู่หลังมือขวาของกรก็เปล่งแสงสีดำขึ้นตอบสนองความนึกคิดของกร ลำแสงที่พุ่งเข้ามาตกกระทบกับออร่าสีดำที่ถูกปล่อยออกมาจากอัญมณีหลังมือของกรแล้วถูกดูดเข้าไป

          หลังผ่านไปด้วยเวลาเพียง 2 วินาที ลำแสงขนาดมหึมาก็อันตรธานหายไปด้วยฝีมือของกรล้วนๆ

 

          ฝุ่นควันคลุ้งกระจายไปรอบทิศทาง แต่กระนั้นสิ่งที่กรสัมผัสได้ก็คือ สายตาอาฆาตจากศัตรูที่อยู่ห่างออกไปอย่างแมมม่อนและเจ้าเก่าอย่างลูซิเฟอร์

          และก็คิดว่าเป็นโอกาสดีที่จะทำให้อีกฝ่ายหัวเสีย ด้วยการคืนคำพูดของมันกลับไป...

 

〝 อาๆ มันก็จริงของแกหล่ะนะ... ที่พริบตาซึ่งแสงสว่างสุดเจิดจ้าได้แปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดมันคือความสิ้นหวัง แต่ว่านะ ถ้าในมุมมองกลับกัน... 〞

          ในขณะที่กรพูดด้วยแววตาเยาะเย้ยไปยังพวกแมมม่อน ก็เป็นเวลาเดียวกับที่พวกมีอาลงถึงพื้นจนพื้นแตกระแหง แล้วค่อยๆเดินเข้ามาใกล้เรียงเป็นหน้ากระดาน โดยซ้ายเป็นยูมิน่าที่กำลังหิ้วฟลอร่า ตามด้วยชาลอต เรเชล และมีอาที่อยู่ติดด้านซ้ายของกร ส่วนด้านขวาคือเมอร์ลิน ลิลิธ ริต้า ซาช่า คาเรน ตามด้วยซิลเวีย

          เหล่ายอดมนุษย์ที่รวมกันอยู่ที่นี่ คือกำแพงที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างที่จริง...

 

〝 พริบตาที่ความมืดมิดสุดหยั่งถึงเปลี่ยนเป็นแสงสว่างเจิดจ้า มันก็คือความหวังอย่างที่สุดเหมือนกัน! 〞

          กรพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่และดวงตาแน่วแน่ไปยังพวกแมมม่อนและจงใจส่งแรงกดดันไปยังเหล่าผู้กล้าฝ่ายศัตรู

          แน่นอนพวกนั้นตกใจที่กรทำลายลำแสงได้ แต่พวกนั้นกลับไม่ได้ตระหนักเลยซักนิดว่ากำแพงมนุษย์ทั้ง 11 คนตรงหน้านั้น คือ ปาร์ตี้โกงที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

 

หวุดหวิดเลยนะ ริน อลิซ... พวกเธอนี่ดวงดีจริงๆพับผ่าสิ

          กรคิดแบบนั้นแล้วค่อยๆหันไปด้านหลัง เพื่อสบตากับหญิงสาวทั้งสองที่เขาปรารถนาจะพบเจอ ไม่ตต่างจากที่เด็กสาวรู้สึกด้วยรอยยิ้มเจิดจ้าดุจดวงอาทิตย์

 

〝 ขอโทษที่มาช้านะ ริน อลิซ! ฉันมาช่วยแล้วหล่ะ! 〞

 

พอพูดแบบนั้นรินกับอลิซก็น้ำตาไหลพรากเลย...

แต่ดูเหมือนจะเป็นรอยยิ้มดีใจมากกว่าที่จะเศร้า

 

〝〝 กร!!! 〞〞

          รินและอลิซตะโกนเรียกชื่อของกรด้วยน้ำเสียงหนักแน่นราวกับถวิลหามาแรมปี ด้วยเสียงสั่นๆของเด็กสาว ขาของกรก้าวออกไปโดยไม่รู้ตัว เช่นเดียวกับเด็กสาวทั้งสองที่เข่าอ่อนจนถึงเมื่อครู่ ขาของเธอกลับชันตัวเองขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นใบหน้าของกร

          กรเริ่มก้าวขาออกไปหาพวกเธอเร็วขึ้นและเร็วขึ้น เช่นเดียวกับรินและอลิซที่พุ่งตัวเข้าหากร และกระโจนเข้าใส่อ้อมอกของกรในทันทีที่กรเข้าใกล้พวกเธอ

 

〝 กร ฮึก! กรตัวจริงใช่ไหม! 〞

〝 ไม่ใช่ผีหรือฝันแน่ๆใช่ม้ายยย ง่า!!!!! 〞

          รินที่สะอึกสะอื้นแนบอกซ้ายและอลิซที่ร้องไห้โววายราวกับเด็กๆซบอกขวาของกร นั่นทำเอากรน้ำตาซึมไปเลย

 

〝 อา... ตัวจริงสิ หล่อขนาดนี้จะมีที่ไหนอีก 〞กรพูดแบบนั้นทั้งน้ำตา รู้สึกดีใจจากก้นบึ้งของจิตใจที่ได้พูดล้อเล่นเช่นนั้นกับรินและอลิซอีกครั้ง

          มือทั้งสองของกรขยับโดยอัตโนมัติ เข้าโอบไหล่ทั้งสองคนแล้วกอดให้ชิดยิ่งกว่าเดิม สร้างความอบอุ่นให้พวกเธอ น้ำตาของรินและอลิซก็ยิ่งไหลหนักกว่าเดิมอีก

 

〝 ให้ตายสิ เอ็งนี่มาถูกที่ถูกเวลาตลอดเลยหว่ะ 〞

〝 ฮะฮะ... พูดได้แค่ว่าสมเป็นนายหล่ะนะกร 〞

〝 แน่นอน ก็ฉันมันพระเอกนี่หว่า! 〞

          ในขณะที่กรกำลังปลอบใจรินกับอลิซ โชตกับชาญก็ทำสีหน้าโล่งอกเดินเข้ามาใกล้ ทั้งยังพูดด้วยคำพูดที่คุ้นเคยสไตล์เพื่อนสนิทชาย ทำให้กรตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มที่ฉีกจนแทบเห็นฟันทุกซี่

 

〝 โอ้! ทั้งสามคน พยายามได้ดีมาก แต้งกิ้วกลาย! 〞กรมองผ่านไปด้านหลังก็เจอกับเจนนี่ รีเบคก้าและไมน์ที่เข่าอ่อนตกลงกับพื้นหายใจหอบเพราะเพิ่งรอดตายได้อย่างหวุดหวิด

          กรยิ้มขอบคุณทั้งสามคนจากใจ

 

〝 งะ งานแบบนี้ขอทีเถอะ... ไม่เอาเรื่องหวาดเสียวอีกแล้วนะ... 〞รีเบคก้าว่าด้วยสีหน้าโล่งใจ แต่แก้มแดงระเรื่อขึ้นนิดหน่อยอย่างไม่ทราบสาเหตุ

〝 อือ... แต่ถึงแบบนั้น ก็ยังมาช่วยนะคะ ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆค่ะ 〞เช่นเดียวกับไมน์ที่พยักหน้าดีใจ และโล่งอกจนน้ำตาปริ่มสองหางตา

〝 ติดหนี้อีกแล้วนะเนี่ย... ไม่ดีต่อใจเลยแฮะ 〞สุดท้ายคือเจนนี่ที่หัวเราะแห้งๆอย่างโล่งอกด้วยแก้มที่แดงนิดหน่อย

 

〝 ไม่เลย... ที่ต้องขอบคุณคือฉันต่างหาก ขอบคุณมากนะที่ช่วยเหลือเจ้าพวกนี้แทนฉัน! ขอบคุณจากใจเลย! 〞

          กรตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มใสซื่อแบบนั้นอีกครั้ง เพราะกรรู้สึกแบบนั้นจากใจจริงนั่นแหล่ะ ความจริงใจจึงสื่อไปถึงทั้งสามคนโดยตรง... และนั่นก็ทำให้ความรู้สึกของทั้งสามคนที่มีต่อกรเริ่มเปลี่ยนแปลงไปทีละนิด

 

          ส่วนทางพวกนักเรียนผู้กล้ารวมถึงพวกทหารจากอาณาจักรอาลันที่มองมาทางกรนั้น พวกเขายังไม่รู้ว่ากรคือคนเดียวกับอุษณกรที่ตายไปเมื่อ 2 เดือนก่อน แม้จะมีความกังวลอยู่แต่พอเห็นว่าสนิทสนมกับพวกรินเลยรู้ว่าไม่ใช่ศัตรู (แต่พวกนักเรียนชายแสดงอาการตาร้อนเป็นแถบเมื่อเห็นกรเข้าโอบสาวงามอย่างรินและอลิซเอาไว้)

 

【 หืม? อะไรกันนี่!? ดูเหมือนจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมด้วยนะครับเนี่ย นี่มันน่าตกใจจริงๆ 】

          นั่นเป็นเวลาเดียวกับที่แมมม่อนเรียกสติตัวเองกลับมาได้จากความแปลกใจที่ใครบางคนสามารถลบเวทย์มนของตัวเองหายไป เขารู้ได้ในทันทีว่ากรที่ยืนอยู่ตรงนี้คือคนเดียวกับที่เอาชนะลูซิเฟอร์เมื่อหลายวันก่อนได้

 

          แต่ทางกรที่ได้ยินคำพูดที่มีน้ำเสียงตั้งใจยั่วยุนั้นกลับ...

 

〝 ว่าแต่พวกนายไม่บาดเจ็บนะ รินกับอลิซหล่ะ? 〞กรพูดขึ้นโดยที่ไม่ได้สนใจเสียงของแมมม่อน ไม่สิ... กรไม่ได้ยินเสียงเลยซักนิดเพราะมัวแต่สนใจรินกับอลิซต่างหาก นั่นทำเอาพวกมีอาหัวเราะแห้งๆเลยทีเดียว

〝 ฮึก... ไม่หรอก กรมาทันเวลาพอดีเลย 〞รินว่าแบบนั้นพลางเช็ดน้ำตาออกจากแก้มทั้งสองข้าง แล้วก็ผละตัวออกมาเล็กน้อยเพราะอยากคุยกับกรแบบที่จ้องหน้าจ้องตากันเช่นเดียวกับอลิซ

〝 ใช่เลย! เมื่อกี้อ่ะเกือบตายแล้วนะ อายุสั้นไป 10 ปีเลยเมื่อกี้อ่ะ!!! 〞อลิซว่าเหมือนกับโวยวายแบบนั้นพลางโบกไม้โบกมือโอเวอร์แอคติ้งตามลักษณะนิสัยของเธอ แต่นั่นก็ทำให้กรอมยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ

 

【 ขออภัยที่แนะนำตัวช้าท่านอุษณกร! นามของข้าคือแมมม่อน———— 】

 

〝 แล้วกรหล่ะ? บาดเจ็บหนักเลยไม่ใช่เหรอ? 〞

〝 นั่นดิ? แขนขาดเลยไม่ใช่เหรอ? อ้าว? งอกใหม่ละ? นายเป็นจิ้งจกเหรอ? 〞

〝 หายแล้วหล่ะ เกิดอะไรขึ้นหลายอย่างหน่ะ แล้วมุขจิ้งจกนั่นก็เล่นไปแล้วด้วยเฟ้ย! 〞

 

【 คงตกใจหล่ะสิที่ข้ารู้จักนามของเจ้า!!! นั่นเพราะความจริงแล้ว ข้าหน่ะ———— 】

 

〝 เอ๋ โกหกน่า!? อุตส่าห์เตรียมไว้เล่นตอนนายกลับมาแท้ๆเชียว 〞

〝 ว่างมากสินะยัยติ๊งต๊อง 〞

 

【 จัดเวทีนี้ไว้เพื่อประหารเจ้ายังไงหล่ะ! ถึงจะเป็นแค่เหตุผลรอง แต่การล่อเจ้าออกมาได้ย่อมทำให้———— 】

 

〝 ก็เพราะพวกเรารอกรกลับมาตลอดเลยหน่ะสิ... ฉันรอกรที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะ 〞

〝 นี่เธอเป็นแม่นาคเรอะ! แล้วทำไมบรรยากาศถึงขนลุกของจริงเลยหล่ะ!!! 〞

〝 นายไม่รู้อ่ะดิ! พลังด้านมืดของรินตื่นเพราะนายไม่รีบกลับมานั่นแหล่ะ เห็นมะ? 〞

〝 เดี๋ยวนะ!? นี่ความผิดตูเรอะ!? 〞

 

【 ไอ้เด็กเปรตเลิกเมินข้าซักทีสิโว้ยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!! 】

          แมมม่อนที่หมดความอดทนเพราะกรไม่ฟังสิ่งที่เขาพูดเลยซักนิด ความเยือกเย็นที่เคยมีจางหายไปอย่างสิ้นเชิง แมมม่อนระเบิดอารมณ์ออกมาโดยไม่สนแล้วว่ากรจงใจรึเปล่า

          แต่โชคร้ายหน่อยที่กรทำไปโดยไม่ตั้งใจ แถมยังมีรินกับอลิซที่ไม่ได้ยินอีกด้วย กลายเป็นทั้งสามคนที่สร้างโลกส่วนตัวขึ้นมาโดยที่เสียงภายนอกส่งมาไม่ถึง หากแมมม่อนรู้เรื่องนี้เข้าคงโกรธยิ่งกว่าเดิมเสียอีกล่ะมั้ง

 

          แต่ก็ต้องขอบคุณการตะโกนนั่นเหมือนกันที่ทำให้กรกลับมาสนใจความเป็นจริง

 

〝 โวยวายอยู่ได้นะแกหน่ะ... แกนี่ไม่รู้จักฟังที่คนอื่นพูดซะบ้างเลยนะ 〞

 

【 คนที่ไม่ฟังนั่นมันแกต่างหากโว้ยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!! 】

 

ได้ยินด้วยแฮะ...

          กรต่อล้อต่อเถียงกับแมมม่อนพลางทำสีหน้าเหมือนกับจะถอนหายใจ พลางค่อยๆถอนมือออกจากการโอบรินและอลิซ(แล้วรินกับอลิซก็ทำหน้าเสียดายออกมา)

          สถานการณ์ที่แมมม่อนสูญเสียความเยือกเย็นนี่ถึงกับทำให้ลูซิเฟอร์ยกมือกุมขมับเลยทีเดียว

 

〝 ศีลเสมอกันจริงๆแฮะสามคนนี้ 〞

〝 นั่นสินะ 〞

〝 ...อะไรของพวกเอ็งฟะ หมายความว่าไงหล่ะนั่น? 〞

          โชตกับชาญพูดออกมาตามที่คิดแบบนั้นแล้วก็ยิ้มแห้งๆ แต่ดูเหมือนกรจะไม่รู้ตัวว่าทั้งสองคนพูดเรื่องอะไร

 

〝 นี่ เลิกจู๋จี๋กันได้ยัง? 〞ในขณะที่กรกำลังตบมุกอยู่ เมอร์ลินที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่สิบเมตรก็เรียกเขาด้วยเสียงหน่ายๆ

〝 โทษทีๆ จะไปเดี๋ยวนี้แหล่ะ! 〞กรหันไปตอบกลับเมอร์ลินแบบหวั่นๆอยู่หน่อย ก่อนที่จะหันมาคุยกับพวกรินอีกครั้ง

 

〝 ฉันรู้ว่าพวกเรามีเรื่องต้องคุยกันอีกเยอะ แต่ตอนนี้ฉันขอไปจัดการอะไรๆให้เรียบร้อยก่อนนะ 〞

〝 จัดการเหรอ? ไม่ได้นะกร เจ้าพวกนั้นอันตราย! 〞〝 เดี๋ยวนะ!? นี่คงไม่ได้คิดจะไปสู้กับกองทัพขนาดนั้นจริงๆหรอกใช่ไหม? 〞

 

ไม่เอานะ... ก็จริงที่ฉันดีใจที่กรกลับมา

แต่จะให้กรกลับไปสู้กับพวกปีศาจแบบนั้นหน่ะไม่เอาด้วยหรอก!

          ทั้งรินและอลิซเข้าใจได้พริบตาเดียว แต่ที่ได้รับกลับมาหลังจากที่ตะโกนขึ้นด้วยความเป็นห่วงคือรอยยิ้มอ่อนโยนของกรแทน

 

【 เอาเถอะ! ยังไงก็ตาม... ที่นี่คือสุสานของเจ้า อุษณกร! เตรียมใจไว้ซะ!!! 】

          แมมม่อนที่หมดความอดทนใช้อุปกรณ์เวทย์ในฐานะเวทย์เคลื่อนย้ายอีกครั้ง

          คราวนี้ที่น่ากลัวคือกองทัพที่เดิมเคยมีมอนสเตอร์ราวพันตัวและกองทัพผู้กล้าอีก 500 คน ได้เพิ่มจำนวนจากเวทย์เคลื่อนย้ายขึ้นเรื่อยๆ เท่าที่ประมาณในปัจจุบัน ตอนนี้อีกฝ่ายมีกองทัพมอนสเตอร์ราว 1 แสนตัว มอนสเตอร์ร่างใหญ่อาทิมังกรและโกเลมหินสูงร่วม 8 เมตรที่ไม่เคยโผล่มาเองก็ออกมานับร้อยตัวด้วยเช่นกัน แถมด้วยกองทัพผู้กล้าอีกนับหมื่นคน เห็นได้ชัดเลยว่าแมมม่อนคนนี้ไม่ได้โง่ แถมยังเตรียมทัพเสริมไว้สำหรับรับมือกรอย่างดีอีกด้วย

 

          ก็จริงที่การมาของกรได้ทำให้อายุยืนขึ้นเล็กน้อย ทุกคนคิดแบบนั้น แต่พอเห็นภาพกองทัพราวกับมดข้างหน้า ความสิ้นหวังจึงเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจของชาวอาณาจักรอาลันและหมู่นักเรียนผู้กล้าอีกครั้ง รวมถึงพวกรินและอลิซด้วย

          แต่สำหรับรินและอลิซ... ที่เธอห่วงยิ่งกว่าคือกรที่ต้องไปเผชิญหน้ากับพวกนั้นต่างหาก แต่ทางกรกลับตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยซักนิดว่า

 

〝 ทุกคนรออยู่ตรงนี้แหล่ะ ขอเวลาไม่เกินชั่วโมง... แล้วก็เจนนี่ ไมน์ รีเบคก้า! ฉันจะตอบแทนพวกเธอให้เป็นชิ้นเป็นอันแน่ ฉันรู้สึกขอบคุณจริงๆนะ 〞

          กรบอกพวกรินไปแบบนั้น ทั้งยังหันไปตะโกนขอบคุณพวกเจนนี่อีกรอบด้วยน้ำเสียงปกติที่ไร้ซึ่งความกลัวใดๆ

 

〝 ระ รู้แล้วน่า... ไม่ต้องย้ำบ่อยหรอกค่ะ 〞

          รีเบคก้าพูดตะกุกตะกักแบบนั้นราวกับเป็นตัวแทนของอีกสองคนที่แค่พยักหน้ารับคำพูดของกร

 

          แล้วกรก็เดินออกไป รินกับอลิซพยายามคว้ามือตาม กรก็ค่อยจับมือของทั้งคู่อีกครั้งก่อนที่จะบอกว่า

 

〝 คราวนี้ฉันไม่เป็นไรหรอก แล้วอีกอย่าง... 〞กรพูดพลางค่อยๆปล่อยมือของรินและอลิซ

〝 ตอนนี้ฉันมีพวกพ้องที่พึ่งพาได้... แล้วฉันในตอนนี้เองก็แกร่งสุดๆเลยด้วย 〞

 

กรพูดแบบนั้นแล้วก็เดินออกไป

ลงสนามรบที่เราเพิ่งเผชิญและพ่ายแพ้ราบคาบกลับมา...

 

อย่าเลยนะ อย่าไปเลยนะ...

อยากจะบอกแบนั้นกับกร แต่ว่า... คำพูดของกรเหมือนบอกอ้อมๆว่าให้เชื่อใจ

 

เพราะงั้นที่ควรทำก็คงเหมือนเดิมใช่ไหม?

เชื่อใจนาย... แล้วรอให้นายกลับมา

 

เป็นแบบนั้นดีแล้วจริงๆใช่ไหม?

          รินกับอลิซเก็บความสับสนไว้ในอกเช่นนั้นแล้วก็ปล่อยให้กรเดินออกไปยังสนามรบกับพวกพ้อง

 

〝 เฮเห๋〜 นั่นคือสองคนที่พูดถึงสินะ น่ารักสุดๆไปเลยนี่นาน้องกร 〞ลิลิธวิ่งเตาะแตะเข้ามาหากรพร้อมกับพูดเชิงล้อเล่นเหมือนอย่างเคย

〝 ใช่ไหมล่า 〞

〝 แต่ท่านพี่คะ! เมื่อกี้หนูหึงอยู่นะคะ เพราะงั้นหลังจากนี้ขอคืนด้วยได้ไหมคะ? 〞คาเรนเป็นอีกคนที่เข้ามาหากร

〝 ได้อยู่แล้วๆ ขอโทษทีน้าน้องรักของพี่ 〞กรว่าพลางลูบหัวคาเรน ทำให้คาเรนยิ้มแย้มออกมา(เอาจริงๆคาเรนก็ขอแค่ลูบหัวก็ถือเป็นการเอาคืนแล้ว)

〝 ทั้งสองคนนั้น... กลิ่นหอม... 〞

〝 ก็หอมจริงๆนั่นแหล่ะนะ 〞กรพยักหน้ารับคำของริต้า

〝 ไม่ใช่กลิ่นแบบนั้นสิคะคุณกร หมายถึงทั้งสองคนเป็นคนดีน่ะคะ 〞

〝 อ้อ! หมายถึงแบบนั้นเองหรอกเหรอ? 〞

〝 ก็ใช่น่ะสิคะคุณกรนี่ล่ะก็... แล้วถ้าจะดมกัน ดมฉันด้วยก็ได้นะคะ ฉันไม่ถือค่ะ! 〞เรเชลว่าแบบนั้นแล้วก็ยกมือลูบแก้มตัวเองไปมาทั้งที่หน้าแดงก่ำ... เหมือนทุกที

〝 คู่แข่งสุดยอดปรากฏตัวแล้วสินะ... ดิฉันไม่ยอมแพ้หรอกค่ะ 〞

〝 อือ... ฉันเองก็ด้วยค่ะ 〞

〝 ไม่ต้องกังวลหรอกน่าชาลอต ซาช่า ฉันไม่รักพวกเธอน้อยลงหรอก มีแต่จะรักมากขึ้นๆด้วยซ้ำไป 〞กรว่าแบบนั้นชาลอตกับซาช่าที่พูดขึ้นด้วยความหึงเล็กน้อยก็หน้าแดงแล้วหลบหน้ากรไปอีกทางทันที

          จนเดินเข้ามาถึงเมอร์ลินที่ทำแก้มป่องอยู่

 

〝 ออกรสเชียวนะยะ 〞เมอร์ลินว่า แล้วนั่นก็ทำให้กรยิ้มแห้งๆออกมา

〝 เพราะไม่ได้เจอกันนานหน่ะสิ... ฉันเองถ้าไม่ได้เจอเธอซักวันนึงก็คงเป็นแบบนั้นเหมือนกันแหล่ะ 〞กรพูดพลางยิ้มใส่เมอร์ลิน เธอเลยพ่นลมออกจมูกชักหน้าไปทางอื่นกลบความอายตัวเองเหมือนทุกที

〝 แต่ก็ดีแล้วเนอะที่ทั้งสองคนนั้นปลอดภัย ดีจริงๆที่มาทัน 〞สุดท้ายคือมีอาเดินค่อยๆเดินเอามือไพล่หลังเข้าหากรด้วยรอยยิ้มดีใจเสมือนถอดแบบมาจากกร

 

〝 เอาจริงๆ... ทั้งหมดก็ต้องขอบคุณมีอานั่นแหล่ะ 〞กรพูดแบบนั้นพลางนึกย้อนไป ว่าที่เปลี่ยนตัวเองได้อย่างจริงจังก็เพราะเริ่มคบกับมีอา นั่นถึงทำให้เรื่องราวเป็นดังตอนนี้

〝 เฮะเฮะ ไม่หรอกน่า ฉันไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย 〞แล้วดูเหมือนมีอาจะเข้าใจซะด้วยว่ากรหมายถึงอะไร เธอเลยแสดงท่าทีเขินอายออกมาอีก

 

          ในระหว่างที่กองทัพถูกเรียกออกมา กรก็ทำหน้าที่แฟนหนุ่มที่ดีในการแก้ตัว? ทำหน้าที่แฟนหนุ่มที่ดีในการปรับสภาพจิตใจของแฟนสาวไปพร้อมกัน แต่ดูเหมือนในที่สุด แมมม่อนที่ทนการเมินของกรไม่ไหว สุดท้ายก็ถึงจุดเดือด

 

【 พวกแกจะหัวเราะได้ก็แค่ตอนนี้เท่านั้นแหล่ะ!!! มองให้มันชัดๆซะไอ้เด็กเปรต กองทัพนับแสนที่มาจากทั่วทุกสารทิศ ทั้งด้านหน้า ซ้ายและขวาที่สมทบมาจากการรบอีกฟาก! แกไม่มีทางรอดไปจากสถานการณ์นี้ได้หรอกโว้ย!!! 

          คำพูดของแมมม่อนได้ทำให้สาวๆที่ถูกบรรยากาศหวานๆของกรกลืนกินได้กลับมาสู่ความตึงเครียดอีกครั้ง

 

〝 ใช่เลยค่ะ... นี่คือสงครามนะคะกร จริงจังหน่อยสิคะ 〞ซิลเวียว่าในขณะที่ตั้งท่าเตรียมยิงธนูในมือได้ทุกเมื่อ

〝 โดนว่าซะแล้วแฮะ 〞กรว่าแล้วยิ้มขมๆ

〝 หวาย!!! กนๆโดนด่าซะแย้ว ไม่ไหวเลยน้า ไม่ไหวเยย! 〞ฟลอร่าก็ยังคงทำท่าทีสบายๆหยอกเย้ากรเหมือนเดิมแม้สถานการณ์จะแย่ลง เห็นได้ชัดเลยว่าเธอหาทางหนีทีไล่ไว้แล้ว

〝 เพราะลูกพี่แข็งแกร่งไงเล่า! คนที่แข็งแกร่งจริงๆเขาไม่หวั่นไหวกับไอ้เรื่องแค่นี้หรอก! 〞

          ยูมิน่าเองก็ยิ้มกว้างเสมือนยินดีที่ได้ลงสนามรบ เธอเป็นคนเดียวที่ดีใจเมื่อเห็นศัตรูเพิ่มจำนวนขึ้น

 

〝 แต่ก็ถูกของมันนะกร 〞มีอาเป็นตัวแทนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

          นั่นเลยทำให้บรรยากาศตึงเคียดยิ่งขึ้น

 

【 ในที่สุดก็เข้าใจแล้วใช่ไหมไอ้เด็กเปรต! ใช่! นี่มันคือการเข่นฆ่า! นี่มันคือสงครามยังไงหล่ะโว้ย!!! 】

          แมมม่อนว่าแบบนั้น เหล่าทหารทั้งเผ่าปีศาจและพวกผู้กล้าก็เริ่มส่งเสียงข่มขวัญมายังพวกกร ทำให้สถานการณ์แย่ลงในหลายๆความหมาย...

          โดยเฉพาะเหล่าสาวๆที่อยู่ข้างๆกร ซึ่งพอถูกบรรยากาศกดดัน แววตาก็กลายเป็นของนักล่าในพริบตา เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าพวกเธอแผ่รังสีแห่งการฆ่าฟันออกมา และหวังเพียงสิ่งเดียวคือการพรากชีวิตศัตรูตรงหน้า หากเป็นพวกเธอในตอนนี้ถ้าเพื่อกรก็คงจัดการฆ่าล้างศัตรูที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่ต้องคิดแน่นอน แต่ว่า...

 

ให้ตายสิ... ตอนแรกที่มาถึงก็คิดว่าจะจบเรื่องโดยที่จะตัดหัวเฉพาะตัวบอสแท้ๆเชียว ไม่ได้คิดจะฆ่าล้างบางพวกที่เหลือซะด้วยสิ...

 

เหตุผลง่ายๆมีเพียงข้อเดียวเท่านั้น

ถ้าแค่เราหล่ะก็ เราล้างบางเจ้าพวกนี้ได้สบายๆอยู่แล้ว จะมีพวกผู้กล้าเป็นล้านคนก็มั่นใจ 100% เลยว่าทำได้

 

แต่เพราะเราดันมากับพวกมีอาเนี่ยสิ... ถ้าเราเข้าร่วมสงคราม นั่นก็หมายความว่าจะไม่ได้มีแค่มือของเราที่เปื้อนเลือดหน่ะสิ...

ใช่... ที่เรากังวลไม่ใช่เพราะสู้ไม่ได้หรอก ยังไงพวกเราก็ชนะอยู่แล้ว แต่ว่านะ...

 

แค่เพราะความต้องการของตัวเอง ถึงกับต้องยอมให้มือของคนรักตัวเองเปื้อนเลือดเลยเหรอ?

 

ไม่มีทาง เรื่องนั้นยอมไม่ได้ มือของฉันจะเปื้อนเลือดหรือจะหลอกยืมมือใครให้เปื้อนแทนก็ได้ แต่มือนั้นจะต้องไม่ใช่มือของพวกเธอ...

ด้วยความคิดแบบนั้นเลยไม่คิดซักนิดว่าจะร่วมสงคราม... แต่พอเป็นแบบนี้จะทำยังไงดีนะ

 

พอคิดแบบนั้น ก็เจอทางออกในทันที

เป็นทางออกที่ดีที่สุดของเราในสถานการณ์แบบนี้เลยหล่ะนะ...

          กรคิดแบบนั้นในขณะที่มองใบหน้าเคร่งเครียดของสาวๆ แล้วก็ยิ้มแห้งๆออกมา

 

〝 ไม่เอาน่าทุกคน... ทำหน้าแบบนั้นเดี๋ยวก็หมดสวยกันหรอก 〞

          พอกรพูดแบบนั้นออกมา ร่างของสาวๆก็พากระตุกอย่างแรงราวกับถูกดึงสติกลับมา แววตาอินทรีล่าเหยื่อจึงดูอ่อนละมุนลง แต่ทางยูมิน่าและฟลอร่าไม่ได้อินไปด้วยเพราะเข้าใจว่ากรไม่ได้พูดถึงตน ต่างจากซิลเวียที่ดูดีใจเล้กน้อย

          เป็นเวลาเดียวกับที่กรเดินเข้าหาลิลิธแล้วย่อตัวลงระดับเดียวกับส่วนสูงของเธอ แล้วก็ถลกเสื้อบริเวณคอออก ทำเพียงเท่านี้ลิลิธก็พอจะเข้าใจความหมายแล้ว

 

〝 ใช้『ครีเอทไดเมนชั่น』ทีสิลิลิธ... สร้างกฎที่ทำให้ความเสียหายมากสุดที่เกิดขึ้นได้เป็น “หมดสติ” ให้หน่อยนะ 〞

          กรว่าแล้วก็ยิ้มให้ลิลิธ นั่นเลยทำให้เธอรวมถึงคนอื่นเข้าใจได้ในทันที

          และนั่นทำให้สาวๆยิ้มอย่างอ่อนโยนและดีใจออกมาอีกครั้ง เพราะไม่ว่าจะเมื่อไหร่ สุดท้ายกรก็ทำและคิดเพื่อพวกเธอตลอดเวลาไม่เปลี่ยนไปเลย

 

ใช่แล้ว วิธีแก้มันง่ายนิดเดียว... ให้ลิลิธสร้างมิติที่จะไม่มีการตายเกิดขึ้นอย่างที่ว่า

แตกต่างจากมหาดันเจี้ยนเพราะความต่างด้านค่าสิทธิ์ เพราะเจ้าพวกนี้ค่าสิทธิ์ต่ำกว่าลิลิธ สามารถสร้างมิติซ้อนทับความจริงและสร้างกฎมากเท่าไหร่ตามใจก็ยังได้ แถมด้วยรัศมี 1,876 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมากพออยู่แล้วสำหรับล้อมอาณาเขตต่อสู้แค่ไม่กี่ 10 ตารางกิโลเมตร

 

          ในขณะที่คิดแบบนั้น ลิลิธก็ขยับเข้าใกล้กรพร้อมกับเอื้อมมือสองข้างคล้องคอกรและฝังเขี้ยวลงไป

          เป็นพริบตาเดียวกับที่ร่างของลิลิธส่องแสงและแสงสว่างสีเหลืองทองปรากฏขึ้นจากพื้นอย่างกะทันหัน ครอบคลุมพื้นที่ของสงคราม รวมถึงด้านหลังอย่างเมืองหลวงเองก็ด้วย

 

【 มีเวทย์ที่มีรัศมีกว้างขนาดนี้ด้วยเหรอเนี่ย! แกมันไม่ใช่เด็กธรรมดาจริงๆด้วยสินะ

          แมมม่อนแสดงท่าทางแปลกใจ แต่ไร้ซึ่งท่าทางชื่นชม และแม้เขาจะไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ก็ไม่ได้กลัวเกินเหตุ และคอยรับมือสถานการณ์อยู่อย่างเดียว

 

          และเมื่อแสงสว่างจากลงไปเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะลิลิธไม่ได้แสดงวงเวทย์ให้เห็นเลยซักนิด แต่พวกกรรู้ว่ามันทำงานแล้วจากสัมผัสส่วนตัว ส่วนร่างของลิลิธในตอนนี้แน่นอนว่ากลายเป็นร่างผู้ใหญ่ไปแล้ว

 

          กรค่อยๆยืนขึ้นแล้วกลับไปยืนในตำแหน่งหน้าสุดของกลุ่มอีกครั้ง

 

〝 แมมม่อนสินะ... ทุกอย่างจนถึงตอนนี้คงเป็นไปตามที่แกคิดหมดเลยสินะ 〞กรพูดแบบนั้นพลางมองไปทางแมมม่อนด้วยแววตาคมกริบ แต่นั่นทำให้แมมม่อนยิ้มออกมาอย่างพอใจแทนเพราะคิดว่ากรกำลังกลัว

 

【 ถูกต้องแล้ว! และอีกอย่างที่เหลือก็คือความตายของแกยังไงหล่ะ

〝 เข้าใจหล่ะ... 〞   

          แมมม่อนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจเต็มเปี่ยม แต่นั่นทำให้กรหลุดหัวเราะออกมาราวกับเยาะเย้ย ก่อนที่จะชี้นิ้วไปทาวแมมม่อนที่อยู่ห่างออกไปด้วยความตั้งใจที่จะท้าทาย

 

〝 ถ้างั้น... ความเชื่อมั่นนั้นของแก ฉันคนนี้จะทำลายมันแล้วเปลี่ยนเป็นความอับอายให้เอง 〞

          กรพูดแบบนั้นออกไป และสิ้นสุดคำพูดของกร เส้นด้ายแห่งความอดทนของแมมม่อนก็ขาดผึงในทันที

 

【 ไอ้ท่าทางหยิ่งผยองนั่น ข้าจะทำให้แกไปนั่งเสียใจในนรกให้เองไอ้เด็กเปรต!!! 】

          แมมม่อนพูดด้วยความโกรธกริ้วสุดๆ ก่อนที่จะสูดลมหายใจเข้าปอดจนสุด แล้วก็...

 

【 เริ่มโจมตี! ฆ่าไอ้พวกนี้ให้หมดอย่าให้เหลือ!!!!!!!! 】

〝 โอ้วววววววววววววววววววววววววว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! 〞

          เสียงตะโกนของเหล่าทหาร ทั้งปีศาจผู้กล้าดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วท้องฟ้า ดังเสียยิ่งกว่าเวทย์ขยายเสียงของแมมม่อนเสียอีก นั่นเองที่ทำให้ความสิ้นหวังกัดกินจิตใจของผู้ชมทุกคน

 

          ความสิ้นหวังยิ่งก่อตัว เมื่อกองทัพนับแสนพุ่งเข้ามาทางกรจากทั้งสามฟาก ซ้าย ขวาและด้านหน้า มีทั้งมังกรและโกเลม ปีศาจและผู้กล้าพลังโกงรวมแสนกว่าคน

          มีแค่พวกกรเท่านั้นที่ยังคงเยือกเย็น แถมเกินครึ่งยังรู้สึกตื่นเต้นอีกด้วย เพราะการต่อสู้ที่ไม่ได้ฆ่าใคร มันไม่ต่างจากการเล่นเกมเลยซักนิด ถึงได้ทำให้สาวๆผ่อนคลายลงมาก... กรเลียริมฝีปากราวกับเรียกสติ ก่อนที่จะชักดาบทั้งสองอย่างเคลเบรอสและชิโรยูกิฮิเมะ

 

〝 ลุยละนะคู่หู 〞

〖 โอ้ว!!! เลือดข้าเดือดปุดๆเลยเชียวหล่ะตอนนี้! 〗

          กรพูดกับคู่หูจบ ก็ชูเคลเบรอสขึ้นเหนือหัวเรียกขวัญกำลังใจ

 

〝 ทุกคน... ไปสนุกกัน!!!!!!! 〞

〝 โอ้!!!!!!!!!!!! 〞

          พอกรพูดไปแบบนั้น สาวๆก็ตอบกลับมาอย่างขยันขันแข็ง

          แน่นอนว่าความตึงเครียดยังคงมี อันเกิดจากความไม่ประมาท แต่ภาระที่ต้องแบกอย่าการคร่าชีวิตศัตรูได้หายไปแล้ว กลับกันแบบนี้ต่างหากถือเป็นการต่อสู้ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าในมุมมองของกร (ซึ่งแท้จริงแล้ว กรก็แค่ไม่อยากให้แฟนสาวตัวเองแบกรับอะไรหลายอย่างเท่านั้นเอง)

 

          กรคิดแบบนั้นพร้อมกับพุ่งตัวออกไปข้างหน้าพร้อมๆกับสาวๆทั้ง 11 คน

 

          กองทัพนับแสนของอีกฝ่ายกับทางกรที่มีกันแค่ 11 คน ดูภายนอกคงเป็นเพียงแค่การโยนกรวดลงทะเล และคงถูกกลืนหายไปในคลื่นเพียงเท่านั้น

          ทว่าทุกคนต่างหารู้ไม่ว่ากรวดที่ว่านั้น หนักพอๆกับดาวหนึ่งดวง... และสิ่งแรกที่จะพิสูจน์ก็คือการโจมตีแรกของกร

 

〝 ย้ากกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!! 〞

ตู้ม!!!!!!!!!!!!!!!!

          ในขณะที่นำหน้าขบวน กรไขว้ดาบทั้งสองแล้วหวดลมออกไปอย่างแรง(ใช้แรง 1% โดยประมาณ) สิ่งที่เกิดขึ้นคือคลื่นกระแทกจากการที่ใช้ดาบหวดอากาศ ทว่ารุนแรงยิ่งกว่าพายุไต้ฝุ่นในแนวขนานกับพื้นเสียอีก

          คลื่นอัดกระแทกพุ่งตรงไปยังหัวขบวนของศัตรู พริบตานั้นคลื่นทะเลมนุษย์ก็ปลิวว่อนเสมือนจิ๊กซอถูกพัดลมเป่า แม้แต่มังกรที่บินอยู่บนท้องฟ้ายังเสียการทรงตัวจนตกลงพื้นดินเลยด้วยซ้ำ นั่นถึงกับทำให้ทุกคนอ้าปากค้างไปเลย รวมถึงพวกรินและอลิซที่ยืนดูอยู่ด้วยความเป็นห่วงก็ด้วย

 

          แต่ก็อย่างว่า... ใครจะใจเย็นอยู่ได้กัน เมื่อเห็นว่าการโจมตีธรรมดาไร้ซึ่งสกิลใดๆจะทำให้ผู้กล้ากว่า 1,000 คน หมดสติได้ในการโจมตีเดียว

          นั่นถึงทำให้แมมม่อนคิ้วกระตุกด้วยความโมโห และความไม่พอใจยังลามมาถึงลูซิเฟอร์ที่รู้ความร้ายกาจของกรอยู่ก่อนแล้วด้วย

 

          แล้วพอสิ้นสุดการโจมตีเปิดตัวของกร เหล่าสาวๆก็แยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง เข้าเก็บกวาดศัตรูด้วยสภาพอาวุธและชุดเกราะเต็มร้อย

          ศัตรูห้อมลอมพวกกรในลักษณะครึ่งวงกลมแบบเว้าเข้า กับพวกกรที่มีกันเพียง 11 คน แยกย้ายกันมุ่งหน้าไปในลักษณะครึ่งวงกลมแบบนูนออก

 

〝 โอ้!!!!!!!!!!!! 〞

          การตะโกนของพวกกรถูกกลบด้วยเสียงเคลื่อนทัพของศัตรู แต่ทว่าไม่อาจละสายตาไปจากพวกกรได้เลย เพราะพริบตาที่พวกกรถึงตัวศัตรู

 

ตู้ม!!!!!!!!!!!!!!!!

〝〝〝〝 อ้ากก!!!!!! 〞〞〞〞

          เสียงระเบิดจากการโจมตีของพวกกรดังขึ้นอย่างต่อเนื่องราวกับระเบิดปูพรม ผสานกับเสียงกรีดร้องของเหล่าศัตรูที่ถูกโจมตี(ธรรมดา) จนหมดสติ แน่นอนว่าทุกการโมตีมันรุนแรงถึงตายด้วยสเตตัสที่พวกกรมีมากกว่า แต่ก็เพราะเวทย์เฉพาะตัวของลิลิธนี่แหล่ะที่ทุกอย่างจบลงแค่การสลบเหมือดน้ำลายฟูมปาก

 

          แล้วจากนั้นทุกคนก็เริ่มเอาจริง... เสียงตะโกนแห่งความสิ้นหวังของเหล่าศัตรูดังกึกก้องไปทั่วสนามรบ จนไม่ทันสังเกตเลยว่าเพื่อนร่วมรบเพียงแค่หมดสติ ไม่ได้เสียชีวิต

 

〝 อึก! อะไรกันผู้หญิงพวกนี้! 〞

〝 บ้าหน่ะ! ฉันคนนี้โจมตีไม่เข้าเนี่ยนะ!? อ้ากกกกกก!!!! 〞

          ซาช่าเปิดใช้งาน『เทียแมทโหมด』และจัดการใช้สกิลของอัศวินมังกรฟาดฟันศัตรูที่เข้าใกล้จนกระเด็นกระดอน แต่กลับไม่มีใครสามารถเข้าถึงตัวเธอได้เลยซักคนเดียว แม้โกเลมที่เข้ามา ซาช่าก็จัดการใช้สกิลของอัศวินฟาดผ่ากลางจากบนลงล่างขาดเป็นสองท่อนราวกับหั่นเต้าหู้

 

          มีอาเปิดใช้งาน『แองเจิ้ลโหมด』และร่ายรำท่ามกลางศัตรูจำนวนมาก แถมด้วยพลังของมีอาที่จะเพิ่มความเร็วขึ้นเมื่อจำนวนศัตรูมีมาก ในตอนนี้ต้องเรียกได้ว่าไม่มีใครตามมีอาในที่นี้ทันเลยซักคนเดียว มีอาที่อยู่ในร่างของเทพธิดามีปีก จัดการฟาดฟันผ่านเกราะของศัตรูที่อยู่ใกล้จนสิ้นสภาพนักรบ โดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองสลบไปกันตอนไหน

          แม้จักเป็นศัตรู แต่ความงดงามของมีอากับท่าทางในการร่ายรำด้วยดาบสองเล่มของเธอก็จับใจเสียเหลือเกิน นั่นทำให้แม้แต่ศัตรูยังต้องหลงไหล

 

〝 บ้าเอ้ย! ขยับตัวไม่ทันเลยซักนิดเดียว 〞

〝 แถมทางนั้นก็ยัง อึก! 〞

          ทางฝั่งมีอาจึงมีแต่ผู้ที่ไม่อาจร่ำไรจนจบประโยคได้อยู่มากมาย

 

          ตามด้วยชาลอตที่เรียกใช้อาวุธประจำตัว『โยเนียร์』ถือในมือขวาแล้วฟาดลงกับพื้นอย่างแรง เกิดไฟฟ้าสปาร์คขึ้นและระเบิดออกรอบทิศโดยมีเธอเป็นศูนย์กลาง เหล่าศัตรูที่อยู่นรรัศมีต่างก็ดำกลายเป็นตอตะโกโดยไม่รู้ตัวกันหมด

 

〝 มันโจมตีท่าแรงๆแบบนั้นไม่ได้บ่อยๆหรอก! 〞

〝 โจมตีมันตอนนี้แหล่ะ! 〞

          เหล่าผผู้กล้าที่เห็นว่าชาลอตน่าจะอ่อนแอกว่าเพื่อนคิดแบบนั้นและพุ่งเข้าไปหาเธอ ทว่าสิ่งที่ตามมาคือชาลอตโยนค้อนใส่คนที่เข้ามาคนแรก และรักษาระยะให้ค้อนลอยอยู่กลางอากาศ จากนั้นก็ใช้ถุงมือเหล็กที่เป็นอาวุธคู่กันบังคับให้มันกระแทกกับคนข้างๆ คนต่อๆไป และหมุนไปรอบตัวโดยมีชาลอตเป็นศูนย์กลางอีกครั้ง ค้อนก็หมุนเหวี่ยงไปรอบตัวตามราวกับมีเชือกผูกอยู่กับถุงมือ ก่อนที่จะทุบลงกับพื้นอีกครั้งและปล่อยคลื่อนอัดกระแทกจากสายฟ้าซึ่งรุนแรงและมีรัศมีกว่าครั้งที่แล้วออกมาอีก

 

〝 ให้ตายสิ พวกคุณนี่มันโง่กันจริงๆนะคะ... เข้าหาศัตรูทั้งๆที่ไม่มีข้อมูลเนี่ย 〞

          ชาลอตว่าอย่างหน่ายๆ แถมไม่ทุกข์ร้อน นั่นถึงกับทำให้พวกศัตรูกลืนน้ำลายเสียงดังเลยทีเดียว

 

          ตามด้วยสองพี่น้องเผ่าสุนัขที่แท็กทีมกันเข้าสู้อย่างเรเชลและริต้า

          ด้วยสเตตัสของพวกเธอในตอนนี้ ต่อให้ไม่ต้องใช้『โป๊กเกอร์เด็ค』กับ『เอ็กซ์เทอร์มิเนท ไดซ์』ซึ่งเป็นทักษะในการเพิ่มสเตตัสอย่างมหาศาล แต่ก็เพียงพอกับการต่อสู้กับเหล่าผู้กล้าแล้ว เพราะในตอนนี้ทั้งสองคนต่างได้สเตตัสบัฟจากที่กรใช้หน้าต่างตั้งค่า-ผลพิเศษของปาร์ตี้ แถมยังมีฉายาที่เพิ่งได้มาอย่าง〘ภรรยาของเจ้าแห่งสรรพสิ่ง〙อีก

 

〝 บ้าชิบ! ยัยสองคนนี้มันอะไรกันวะเนี่ย!? 〞

〝 ไม่มีจังหวะให้โจมตีเลยโว้ย! 〞

          เพราะการสลับกันโมตีในระยะไกลและใกล้ของเรเชลกับริต้า ที่แม้จะเป็นการโจมตีธรรมดาแบบไม่ใช้สกิล แต่เพราะทั้งคู่ประสานกันอย่างดี ประกอบกับประสบการณ์ในการลุยมหาดันเจี้ยนอีกถึงทำให้ช่องว่างแทบไม่มี ความประมาทก็ยิ่งน้อยตาม

          ริต้าที่พุ่งเข้าโจมตีศัตรูอย่างบ้าคลั่งด้วยขวานยักษ์『ขวานเฮอร์คิวลิส』ถูกบัฟอย่างต่อเนื่องด้วยเวทย์มนของเรเชล และเรเชลที่โจมตีศัตรูที่ริต้ายังไปไม่ถึงด้วยเวทย์บอลไฟ มีดน้ำ ระเบิดอย่างต่อเนื่อง สำหรับพวกผู้กล้า ปีศาจ ซึ่งเอาจริงๆต่อให้เป็นพวกขุนพลของราชาปีศาจก็ไม่ใช่คู่มือของพวกเธอซักนิด

 

〝 แม่ง! ด้านหน้าก็เป็นระเบิดกับขวาน แถมด้านหลัง... 〞

          หนึ่งในผู้กล้าสบถแบบนั้นออกมา ไม่สิ... ทุกคนเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน เมื่อมองไปยังพวกเรเชลและริต้าที่อยู่ด้านหน้า และเหล่มองไปด้านหลังที่มีนรกอีกอย่างรออยู่

          ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นทางนั้น คือระเบิดที่ดังขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน โดยมีคาเรนที่กำลังสวมชุดเกราะพาวเวอร์สูทกับแขนเหล็กที่ลอยอยู่กลางอากาศเหนือหัวสองข้างเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือปืนเลเซอร์และปืนระเบิดอย่างละ 4 กระบอกลอยอยู่กลางอากาศ ซึ่งกำลังยิงออกไปทั่วทิศทางอย่างบ้าคลั่ง และที่น่ากลัวที่สุดคือปืนลำแสงเลเซอร์บีมความรุนแรงสูงแบบเดียวกับที่ใช้กับบอสมหาดันเจี้ยน

 

〝 ฮ่าฮ่าฮ่า!!! ต่อหน้าตัวฉันที่เป็นตัวแทนแห่งความมืดมิด พวกแกจงหมอบแทบเท้า!!! สิ้นหวัง!!! และถูกความมืดกลืนกินหายไปซะเถอะค่า!!!!!! 〞

          คาเรนตะโกนแบบนั้นด้วยสีหน้าสะใจและอินกับบทบาทสุดๆ จนดูไม่ออกแล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นปีศาจ

 

〝 ฮุฮุ〜 คาเรนสนุกใหญ่เลยนะจ๊ะเนี่ย〜 〞

          ลิลิธในร่างผู้ใหญ่หุ่นดินระเบิด ซึ่งกำลังสวมชุดเกราะ『อะธีน่า』ในฐานะของเวทย์วิญญาณระดับ 30 เหมือนอย่างเคย พูดขึ้นอย่างยั่วยวน ทว่าสิ่งที่อยู่รอบตัวเธอกลับเป็นเหล่าผู้กล้าและปีศาจจำนวนหมื่นกว่าคนหมดสติอยู่รอบตัวโดยมีเธอเป็นศูนย์กลาง ซึ่งต่างหมดสภาพด้วย『โกลเด้นแอปเปิ้ล』เคียวทองคำคู่ใจของเธอ

          นั่นเป็นเหตุผลที่แม้ลิลิธจะพูดแบบนั้นพร้อมกับเลียริมฝีปากด้วยร่างกายสุดยิ่วยวน แต่เหล่านักรบชายชาติทหารทั้งหลายกลับขนลุกขึ้นมาแทน

 

          และสุดท้ายคือเมอร์ลินที่ยืนหาวอย่างรำคาญ ในขณะที่วงเวทย์ขนาดยักษ์ทั้งสามค่อยๆยิงลำแสงใส่ศัตรูแบบสุ่ม แน่นอนว่าการโจมตีเดียวก็ตายคาที ไม่สิ... สลบคาที่แล้ว

 

〝 เฮ้อ... ยังกะมด น่ารำคาญชะมัดเลย 〞

          เมอร์ลินว่าพลางถอนหายใจอย่างรำคาญ

 

ทุกคนเมามันส์เลยแฮะ... หรือนี่เราจะทำให้ผ่อนคลายมากเกินไป

แต่เท่าที่ดูก็ไม่ได้ประมาทกัน แถมยัง No Damage กันหมด ไม่น่ามีปัญหาอะไรหรอก

          กรคิดแบบนั้นในขณะที่จัดการโจมตีแบบธรรมดาอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ โดยไม่ปล่อยท่าใหญ่เสียที

 

ส่วนทางด้านพวกซิลเวีย

          กรคิดแบบนั้นแล้วก็มองไปยังพวกซิลเวียบ้าง

 

〝 เอ้าๆๆๆๆ!!!!! เข้ามาเซ่ เข้ามา!!! เป็นตุ๊ดกันหมดรึไงฟะ!!!!!! 〞

          ยูมิน่าตะโกนลั่นแบบนั้นด้วยรอยยิ้มที่ฉีกจนเห็นฟันทุกซี่ ด้วยคำพูดราวกับผู้ชายบ้ากล้ามเหมือนทุกที

          ในขณะที่รัวหมัดใส่ผู้กล้าและปีศาจทุกคนที่เข้าใกล้เธอ หากมองไกลๆคงเห็นแค่คลื่นมนุษย์ที่บุกเข้าไปกระเด็นกลับออกมาในสภาพสลบเหมือดเท่านั้นแหล่ะ

         

          ในขณะเดียวกันฟลอร่าที่กรคิดว่าน่าเป็นห่วงกลับเอาตัวรอดได้อย่างชาญฉลาด เธอค่อยๆเข้าหาศัตรู สบโอกาสก็โจมตีแล้วหลบเนียนกับฝูงชน โจมตีแล้วหลบ โจมตีแล้วหลบ ถือเป็นทักษะการเอาตัวรอดที่ไม่เลว

 

แต่จะเลวก็ตรงที่พออัดชาวบ้านแล้วก็เก็บของคนอื่นเข้ากระเป๋าตัวเองนี่แหล่ะนะ

          กรคิดแบบนั้นแล้วก็หัวเราะแห้งๆ ก่อนที่จะสังเกตซิลเวียบ้าง ทั้งที่หวังจะเยาะเย้ย แต่กรกลับประทับใจจนเผลอผิวปากออกมาเลยทีเดียว

 

          ทางซิลเวียที่กรคิดว่าสามารถรับมือศัตรูได้ยากเพราะใช้สิ่งที่ใช้งานได้ไม่ต่อเนื่องอย่างธนู แต่สิ่งที่ซิลเวียทำกลับเหนือคาด ซิลเวียในตอนนี้ปรากฏลูกธนูจำนวนพันกว่าดอกลอยอยู่เหนือศีรษะของเธอ แต่ละอันก็ประสิทธิ์เวทย์ที่ต่างกันไว้ด้วย แถม 1 ใน 10 จากทั้งหมดยังมีขนาดมหึมา เป็นลูกธนูที่มีความยาวถึง 10 เมตรเลยทีเดียว

          ลูกธนูทั้งหมดถูกยิงไปอย่างต่อเนื่อง และยังเข้าไปทุกลูก โดยใช้คันธนูเป็นตัวสั่งการณ์และเล็งแบบหลายเป้าหมายทั้งแบบอัตโนมัติและอัตโนมือ แถมธนูส่วนมากเป็นการประสิทธิ์เวทย์ระเบิดอีกต่างหาก แถมดาเมจยังแรงพอที่จะทำใพวกผู้กล้าพ่ายแพ้ในการโจมตี เห็นได้ชัดเลยว่าสเตตัสตั้งต้นของซิลเวียแม้จะยังไม่นับบัฟจากหน้าต่างตั้งค่า-ผลพิเศษของปาร์ตี้ก็ถือว่าสูงใช้ได้อยู่

 

〝 กะ โกหกน่า!!! เอลฟ์ผู้ใช้ธนู สวมชุดเกราะที่เหมือนกับมิโกะนั่น!? 〞

〝 ทำไมนักผจญภัยอันดับ 1 ของโลกอย่างเธอคนนั้นถึงได้!!! 〞

          คำพูดของเหล่าผู้กล้าและปีศาจที่เห็นซิลเวียราวกับเป็นตัวแทนของความพ่ายแพ้พูดขึ้นแบบนั้น เป็นการยืนยันความคิดของกรไปในตัว

 

แต่เดี๋ยวนะ!!? นี่เธอเป็นระดับ SS ยังไม่พอ ยังเป็นอันดับ 1 ด้วยเหรอวะเนี่ย!?

เซอร์ไพรซ์สุดๆไปเลยนี่หว่า!!!

          ในขณะที่กรคิดแบบนั้น ซิลเวียก็หันมายิ้มให้กรราวกับผู้มีชัยอีกครั้ง นั่นทำกรไม่สบอรมณ์เอาซะเลย แต่ก็ไม่ปฏิเสธไม่ได้ว่าโล่งใจอยู่

 

          ในขณะที่ทุกคนกำลังลุย เวลาผ่านไปได้เพียง 10 นาที เท่านั้น แต่พวกกรไม่มีใครเลยซักคนที่สลบ กลับกัน... พวกของปีศาจกลับลดลงด้วยความเร็วที่น่าใจหาย จนเหลือจำนวนเพียงครึ่งนึงไปแล้ว

          กล่าวคือเวลาผ่านไปเพียง 10 นาที ศัตรูจำนวนมากต่างถูกโค่นลงไปแล้วกว่า 50,000 คนนั่นเอง

 

【 ไอ้... ไอ้พวกเด็กเปรต!!!! 】

          นั่นถึงกับทำให้แมมม่อนเดือดดาลขึ้นยิ่งกว่าเดิม เมื่อแผนที่วางไว้พังไม่เป็นท่า ได้แต่คิดว่ามันเป็นไปได้ยังไงกัน? เพราะคิดตามปกติยังไงตัวเองก็ต้องชนะ นั่นทำให้เขารู้ ว่าตัวเองรู้จักชายที่ชื่ออุษณกรน้อยเกินไป

          ทางลูซิเฟอร์เองก็รู้สึกเจ็บใจไม่แพ้กัน แต่เพราะเคยพ่ายแพ้ให้กับการกระทำที่คาดไม่ถึงของกรมาก่อน เลยทำให้ตะลึงน้อยกว่า ทว่าความเจ็บใจที่เก็บไว้นั้นกลับมากกว่า

 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วหล่ะ... นี่มันบ้าชัดๆ

          ส่วนเหล่าผู้ชมคนอื่นที่ดูการต่อสู้ของพวกกรที่เคยคิดว่าไม่น่ารอด แต่ตอนนี้ความหวังได้ถูกจุดประกายขึ้นมาแล้วจากผลลัพธ์ที่จับต้องได้

          รอยยิ้มเริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้า เป็นสีหน้าโล่งใจที่เห็นว่าพวกกรได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัดแม้จะมองจากไกลๆ

 

          โดยเฉพาะพวกรินและอลิซ ที่ทำสีหน้าโล่งอกโล่งใจออกมา แตกต่างจากคนอื่น

 

〝 สุดยอด... 〞〝 กรเค้าแข็งแกร่งสุดๆเลย 〞

          รินกับอลิซพูดในขณะที่มองด้วยความดีใจ โล่งอกและตะลึงพร้อมๆกัน

 

〝 เดี๋ยวนะชาญ! ผู้ชายคนนั้นคือกรอ่ะนะ จริงเหรอ? 〞

〝 แน่นอน... คนพรรค์นั้นมีแค่หมอนั่นคนเดียวแหล่ะ 〞

          ฟ้าถามย้ำราวกับไม่แน่ใจแต่ด้วยท่าทางตะลึงเช่นคนอื่น แล้วชาญก็พยักหน้าตอบด้วยรอยยิ้ม

 

〝 หมอนั่นสุดยอดก็จริง แต่ที่สุดยอดกว่าคือการทำให้ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวนี่แหล่ะ... กลับมาแล้วสินะหัวหน้าของพวกเรา 〞

          โชตเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ เช่นเดียวกับพวกรินที่พยักหน้าเห็นด้วย เพราะสัมผัสได้ในทันทีจากที่เห็นตรงหน้า

          ...ว่ากรคนเดิมที่พวกเธอเคารพรัก กรคนเดิมที่พวกเธอปรารถนาจะให้กลับมา กรคนเดิมที่เอาชนะความสิ้นหวังและกลับมามีความหวังอีกครั้งได้กลับมาแล้วจริงๆ

 

〝 ก็คิดอยู่หรอกว่าน่าจะพอทำอะไรได้ แต่ไม่คิดเลยนะเนี่ยว่าจะทำได้จริงๆ 〞

〝 คุณกรสุดยอดจริงๆด้วย 〞

〝 สมกับเป็นหมอนั่นจริงๆเลยนะเนี่ย 〞

          รีเบคก้า ไมน์และเจนนี่เองก็รู้สึกแบบเดียวกัน ทั้งสามพูดขึ้นด้วยความชื่นชม

 

          ส่วนทางกรที่เห็นว่าการต่อสู้จนถึงตอนนี้เป็นไปตามเป้าหมาย?ของตัวเองแล้ว เขาก็จัดการฟาดดาบทั้งสองลงพื้นอีกครั้ง ก่อนจะเรียกใช้สกิล『ปักษาสวรรค์』และ『ปักษาทมิฬ』มีปีกสี่อันปรากฏขึ้นด้านหลังของกรโดยที่ปีกสีขาวคู่อยู่ด้านบนส่วนปีกคู่สีดำอยู่ด้านล่าง

          เช่นเดียวกับ『ออร่าเทพเจ้า』ที่ปกคลุมดาบชิโรยูกิฮิเมะ และ『ออร่าจอมมาร』ที่เข้าปกคลุมดาบเคลเบรอส จากนั้นกรก็ค่อยๆลอยตัวขึ้นจากพื้นด้วยท่าทีองอาจและแสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นของพลัง

          ลอยสูงกว่า 10 เมตรจนกระทั่งกลายเป็นจุดสนใจของทุกคน

 

〝 น่าเบื่อ... แค่นี้ก็พอกันได้แล้วมั้ง... 〞กรพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

          สาวๆทุกคนที่ได้ยินแบบนั้นตอบสนองคำพูดของกร เพราะเข้าใจได้ในทันที ส่วนมีอาเป็นคนที่เข้าไปบอกพวกซิลเวียสามคนที่ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นโดยตรง นั่นทำให้เหล่าแฟนสาวและพวกซิลเวียทั้งสามคนออกจากพื้นที่รบไปแล้ว

          เหลือเพียงกรและทหารอีกครึ่งนึงที่จับตามองกรด้วยความฉงนปนหวาดกลัว

 

          การผสานดาบทั้งสองเข้าด้วยกันแล้วชูขึ้นฟ้าในจังหวะนั้น พริบตานั้นวงเวทย์สีม่วงสลับแดงขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางถึง 10 กิโลเมตรก็ปรากฏขึ้นใต้เท้าของกร ซึ่งทำให้ทุกคนตะลึงจนตาถลนเพราะมันใหญ่ยิ่งกว่าเวทย์มนของแมมม่อนที่ว่าใหญ่ที่สุดที่เคยเห็นแล้วถึง 10 เท่า เหล่ามังกรที่พยายามบินขึ้นมาโจมตีต่างก็ไม่สามารถผ่านขึ้นมาได้

          แผ่นดินใต้วงเวทย์เริ่มสั่นสะเทือนราวแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง วงเวทย์ของกรเริ่มสลับอักษรไปมาอย่างซับซ้อน เป็นเวลาเดียวกับที่ออร่าทั้งสองของกรขมวดเข้าด้วยกันเป็นหอกใหญ่ พริบตาที่กรสะบัดแขนโดยมีเป้าหมายเป็นพวกแมมม่อนที่ห่างออกไป หอกเกลียวขาวดำก็พุ่งออกไปด้วยความเร็วเหนือเสียง กระทบเข้ากับอุปกรณ์เวทย์เคลื่อนย้ายทั้งสามจนแหลกเป็นชิ้นๆ ก่อนที่จะสลายหายไปจากการสั่งด้วยความคิดของกร

 

          ฝันร้ายของกองทัพราชาปีศาจยังไม่จบ... วงเวทย์ของกรที่ขนาดใหญ่เช่นนั้น ได้เกิดวงเวทย์ขนาดเล็กกว่า ขนาด 5 กิโลเมตรจำนวน 2 วงขึ้นซ้อนใต้มัน ตามด้วยวงเวทย์ขนาด 3 กิโลเมตร อีก 4... วงเวทย์ที่เล็กลงเกิดขึ้นซ้อนทับไปเรื่อยๆในขณะที่จำนวนเพิ่มขึ้นทวีคูณ กรเก็บดาบทั้งสองเข้าฝักในจังหวะเดียวกัน

 

          เหล่าผู้กล้าที่เงยหน้ามองท้องฟ้าต่างก็เข่าทรุดเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า บ้างก็ร้องไห้อย่างน่าสังเวช บ้างก็พยายามวิ่งหนีด้วยกำลังกายเหนือมนุษย์ แต่ก็ไม่สามารถออกไปนอกอาณาเขตได้

 

〝 สะ สัตว์ประหลาด...... 〞

          เหล่าผู้กล้าและปีศาจจึงตระหนักได้ในที่สุด ว่าตัวตนที่อยู่ตรงหน้าอยู่สูงเกินกว่าจะต่อต้าน...

 

          กรไม่สนใจว่าใครจะเรียกตัวเองว่ายังไง... มือทั้งสองข้างของกรแผ่ออกสองข้าง ซึ่งความจริงไม่ต้องทำก็ร่ายได้ เพราะที่ทำนี่เหตุผลคือสร้างภาพพจน์ให้ดูน่าเกรงขามเท่านั้น

          กรที่หวังผลลัพธ์แบบนั้น แผ่มือออกกว้างและร่ายเวทย์ในทันที

 

〝【 เวทย์ความมืด ระดับ 10  เดอะลาสต์จัดจ์เมนต์ 】!!! 〞

 

ตู้ม!!!!!!!!

          พริบตาที่เวทย์มนถูกร่าย วงเวทย์ก็เปล่งแสงยิ่งขึ้นพริบตานั้นพื้นที่ทรงกระบอกรัศมี 10 กิโลเมตรก็เปล่งแสงไปด้วย เป็นแสงสว่างจ้าที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจมองได้ด้วยตาเปล่าจนต้องยกแขนบังไม่ก็หลบตา

          ทว่าพริบตาที่แสงสีแดงม่วงดับมอดลง สิ่งที่เหลืออยู่คือการนอนหมดสภาพของเหล่าศัตรูทุกคน ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว

 

          แสงสว่างที่ดูมืดหม่นดับลงไป แต่แสงสว่างแห่งความหวังกลับถูกจุดขึ้นในจิตใจของทุกคนแทนเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้าที่กองทัพกว่าแสนคนพ่ายแพ้อย่างหมดรูป เป็นเครื่องยืนยันในชัยชนะของฝ่ายอาณาตักรอาลันราวกับปาฏิหารย์ เสียงแซ่ซ้องของชัยชนะดังก้องไปทั่วทั้งอาณาจักร รวมถึงพวกรินและอลิซเองก็ด้วย

 

          แต่สำหรับแมมม่อนและลูซิเฟอร์นั้นต่างออกไป... สิ่งที่รอพวกเขาอยู่หลังลืมตาขึ้นมาคือกร

 

〝 ลิลิธ... คลาย『ครีเอทไดเมนชั่น』 〞กรพูดขึ้นเช่นนั้นคนเดียว ทว่าแท้จริงแล้วกำลังใช้การสื่อสารทางโทรจิตด้วยเวทย์มนอยู่

          ลิลิธที่อยู่ห่างออกไปกว่า 10 กิโลเมตรได้ยินคำพูดในหัวจากกรก็ทำตามทันที ทว่าเธอไม่รู้เลยว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกมาจากปากจริงๆกลับเย็นชากว่านั้น

 

ชิ้ง!!!

          ทว่าในพริบตานั้นยังมีคนที่ไม่ยอมแพ้อยู่ ลูซิเฟอร์ได้พุ่งเข้ามาหากรแล้วใช้ดาบเล่มเดิมแทงเข้าที่คอหอยของกรด้วยความเร็วที่มนุษย์ปกติมองไม่ทันเหมือนเคย ทว่าหนนี้กรไม่ได้ปัดป้องแต่อย่างใด กรปล่อยให้ปลายดาบเข้าถึงผิวของเขา

          แล้วมันก็หักลงไปเอง นั่นถึงกับทำให้ลูซิเฟอร์เบิกตาโพลง พริบตานั้นกรก็ขยับตัวเข้าไปใกล้กับลูซิเฟอร์จนชิดในพริบตา ลูซิเฟอร์ถึงกับขนลุกด้วยความเย็นยะเยือก ถึงกับคิดอยู่ในใจไปแล้วว่าต้องตายแน่นอน

 

          ทว่าที่กรทำกลับแค่กระซิบบางอย่างข้างๆหูของลูซิเฟอร์ ก่อนที่จะเดินออกไปจากตัวลูซเฟอร์ราวกับหมดความสนใจ ลูซิเฟอร์ไม่แม้แต่จะกล้าหันกลับไปมองกรที่กำลังเดินเข้าหาแมมม่อน

 

〝 ยอดเยี่ยม... เกินคาด... 〞แมมม่อนพูดออกมาจากใจจริงเช่นนั้นด้วยรอยยิ้มเจ็บใจ

          เป็นรอยยิ้มที่ละทิ้งแล้วซึ่งทุกอย่าง เห็นได้จากความโกรธเคืองที่หายไปจากใบหน้าแล้ว และเขาก็พูดได้แค่นั้นราวกับใบหน้าด้านชาจากความอับอาย ดังที่กรลั่นวาจาไว้ก่อนเริ่มรบ

          เป็นเวลาเดียวกับที่กรชักชิโรยูกิฮิเมะออกมาจากฝักอีกครั้ง

 

〝 ดูเหมือนเจ้าจะเกลียดการฆ่านะ 〞แมมม่อนว่าแบบนั้น ทว่าน้ำเสียงยังสั่นอยู่เพราะกรเดินเข้ามาใกล้เข้าเรื่อยๆ

          และที่พูดแบบนั้น ก็เพราะเพิ่งมาสังเกตว่าพวกกรยังไม่ได้ฆ่าใครเลยแม้จะไม่รู้ว่าทำได้ยังไง และอีกสาเหตุนึงคือหวังให้กรทำแบบเดียวกันกับเขา

 

ฉั๊ว!!!

          แต่ทว่าคำตอบก็ออกมาในทันที กรใช้ชิโรยูกิฮิเมะฝันร่างของแมมม่อนโดยไม่ลังเลเลยซักนิด เลือดกระเซ็นออกมาจากบาดแผลฉกรรจ์ ที่แม้จะเป็นปีศาจก็ไม่มีทางรอด บาดแผลเองก็ไม่ฟื้นฟูเพราะกรใส่เวทย์ดีบัฟลงไปด้วย

 

〝 สิ่งที่ฉันเกลียดไม่ใช่การฆ่า แต่เป็นการตายโดยไม่จำเป็น แล้วก็เหตุผลที่แกตาย... ไม่ใช่ว่าแกเป็นคนก่อสงครามหรืออยากให้รับผิดชอบหรอกนะ... 〞

          กรสะบัดดาบไปด้านข้างให้เลือดออกจากใบดาบและเก็บเข้าฝัก ในขณะที่แมมม่อนคุกเข่าลงราวกับยอมศิโรราบ กรก็ได้บอกสิ่งที่อยากจะพูด

          เพราะสำหรับกร... การบอกสาเหตุที่ฆ่ากับคนที่ฆ่านั้น ถือเป็นความใจดีอย่างที่สุดแล้ว

 

〝 เหตุผลที่มึงต้องตายมีอย่างเดียว... นั่นคือการทำให้ผู้หญิงของกูเสียน้ำตา 〞

          กรพูดแบบนั้นด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว เป็นพริบตาเดียวกับที่ร่างของแมมม่อนสิ้นชีพลงไปนอนคว่ำกับพื้น 

 

          ...อย่างน้อยนั่นคือการปราณีอย่างที่สุดของกรแล้ว




NEKOPOST.NET