[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย ตอนที่ 127 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย

Ch.127 - ดวงอาทิตย์ของเด็กสาวทั้งสอง


ตอนที่ 127 : ดวงอาทิตย์ของเด็กสาวทั้งสอง

 

 

———— เช้าวันต่อมา ณ อาณาจักรอาลัน , เมืองหลวง

         

          ภายในวังหลวง... ณ ห้องบัญชาการรบขนาดใหญ่ มากพอจะบรรจุคนได้มากกว่า 100 คน ทั้งห้องถูกประดับด้วยเชิงเทียน เฟอร์นิเจอร์หรูหรา ภาพวาดต่างๆ แต่นั่นคงไม่สำคัญเท่ากับบรรยากาศตึงเครียดที่ถูกแผ่ออกมาจากคนที่อยู่ในห้อง

          อนึ่ง ในห้องมีโต๊ะไม้ขนาดยาวตั้งเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยมีพื้นที่เป็นด้านกว้างสำหรับเก้าอี้ 5 ตัว และด้านยาวสำหรับเก้าอี้ 10 ตัวอยู่ โดยที่ในสุดมีคนนั่งอยู่สองคนบนเก้าอี้ที่ดูหรูหรากว่าคนอื่น

 

          ตรงกลาง คือ ราชาแห่งอาณาจักรอาลัน คนเดียวกับที่นั่งบนบัลลังก์ครั้งเมื่อต้อนรับการมาจากต่างโลกครั้งแรกของพวกกร... ราชาเซารัส และอีกคนนึงก็คือเจ้าหญิงคริสติน คนเดียวกับที่ชอบเข้าไปอ่านหนังสือกับชาญในห้องสมุดนั่นเอง

          ด้านข้างสองฝั่งเต็มไปด้วยทหารระดับผู้บัญชาการ 2 ใน 3 จากทั้งหมดและข้าราชการระดับสูง โดยที่ใกล้มือขวาของราชาเซารัสที่สุด แน่นอนว่าคือหัวหน้าอัศวินอย่างฮันซี่ สายตาทุกคนจับจ้องไปยังคนสองคนที่ยืนอย่างหงอยๆอยู่ตรงหน้าประตู หรือก็คือตรงข้ามกับราชาเซารัส... ชาญและฟ้าในชุดพร้อมรบ

 

〝 ว่าไงนะ!!! ไอ้หมอนั่นมันหนีไปแล้วเรอะ!!!? 〞

          เสียงทุบโต๊ะดังขึ้นพร้อมๆกับการตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดของหนึ่งในข้าราชการที่เป็นผู้สูงอายุซึ่งใกล้กับฝั่งซ้ายที่สุดของราชา

 

〝 ใช่ครับ... เสือเขา พากลุ่มของตัวเองรวมแล้วจำนวน 312 คนออกเดินทางไปตั้งแต่เช้ามืดของเมื่อสองวันก่อนแล้วครับ 〞

          คำตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า ผิดหวัง รู้สึกผิดและกดดันของชาญถูกพูดขึ้นแบบนั้น ทำให้ฟ้าที่ยืนอยู่ข้างๆหน้าถอดสีไปด้วย

 

〝 บัดซบ... ไอ้พวกเด็กไร้ประโยชน์เอ้ย! 〞

          รัฐมนตรีแสดงความไม่พอใจออกมาทั้งทางสีหน้าและคำพูด สร้างความไม่พอใจให้ชาญกับฟ้าเป็นอย่างมาก แถมยังทำให้เจ้าหญิงคริสติน่าโกรธไปด้วยอีก     

 

〝 เงียบก่อนท่านรัฐมนตรี... 〞

〝 ขะ ขออภัยขอรับ! 〞

          นั่นเป็นเหตุผลให้ราชาต้องพูดตักเตือน รัฐมนตรีเงียบเสียงลงในทันที แต่สีหน้าไม่พึงพอใจก็ยังคงไม่จางหายไป

          รวมถึงสีหน้ากังวลใจของคนอื่นๆเองก็เช่นกัน...

 

〝 ขอบคุณสำหรับการรายงานนะชาญ พวกเจ้าไปพักได้แล้วหล่ะ 〞

          ฮันซี่ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆเหมือนเดิม

          โดยรับสายตาแสดงความเป็นห่วงมาจากเจ้าหญิงคริสตินไว้ ชาญและฟ้าก็โค้งตัวลงเล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูห้องออกไป

 

❖❖❖❖❖

 

———— อาณาจักรอาลัน บริเวณกำแพงเมืองชั้นนอกสุดฝั่งตะวันออก , จุดตั้งแคมป์ปราการด่านสุดท้าย

 

          ในขณะที่ชาญและฟ้าแจ้งข่าวร้ายกับทางอาณาจักรโดยตรง ริน อลิซ โชต เจนนี่ ไมน์และรีเบคก้าก็กำลังเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสนับสนุนอยู่บริเวณแคมป์นอกกำแพง

 

          ทั้งกลุ่มโดยเฉพาะรินกับอลิซ ยังคงยืนนิ่งอยู่แถวบริเวณแคมป์มองออกไปสุดขอบฟ้าของฝั่งตะวันออก ราวกับรอสัญญาณการเริ่มของสงคราม โดยมีกองอัศวินของอาณาจักรอาลัน รวมนักผจญภัยอาสาเล็กน้อย จำนวน 8,000 นาย ตั้งทัพเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 5 ผืน โดย 2 ผืนใหญ่อยู่ด้านหน้า ตามด้วยแถวที่ถัดลงมาอีก 3 ผืน ห่างออกไปจากแคมป์ราวๆ 5 กิโลเมตร

          และในทำนองเดียวกัน ทั้งฝั่งเหนือและฝั่งใต้เองก็มีกองทัพซึ่งจัดกระบวนทัพแบบเดียวกันอยู่ทิศละ 7,000 คนเช่นกัน

 

          รวมกับที่คอยเฝ้าระวังอยู่ในเมืองและยืนคุ้มกันอยู่บนกำแพงอีก 1,000 คน รวมแล้วเป็นกองทหารที่มีมากกว่าสองหมื่นนายเลยทีเดียว

          แต่ถึงกระนั้น... แม้จะมีจำนวนมากกว่าอีกฝ่ายเพียงใด แต่ยังไงก็ตาม มันคงไม่เพียงพอหากอีกฝ่ายเป็นเผ่าปีศาจ... ไม่ว่าใครก็คิดเช่นนั้น โดยเฉพาะเหล่านักเรียนผู้กล้าที่เคยไปสู้กับพวกปีศาจมาบ้างแล้วก็ตาม

 

〝 ถึงตอนนี้จะยังไม่มีพวกเราตายไปเลยก็เถอะ... แต่แบบนี้มันจะไม่เป็นไรจริงๆเหรอ 〞โชตพูดขึ้นในขณะที่เดินเข้ามาทางรินกับอลิซ พร้อมๆกับพวกเจนนี่

 

〝 ไม่เป็นไรหรอก... พวกเราต้องไม่เป็นไร 〞รินพูดพร้อมกับกำมือแน่น เช่นเดียวกับอลิซ ทั้งสองจึงกำมือของอีกคนโดยไม่รู้ตัวแน่น

 

กร... มอบพลังให้พวกเรารอดทีนะ

          ทั้งยังคิดอยู่ในใจเช่นนั้นอย่างพร้อมเพรียงอีกต่างหาก

 

ป๊าป!

〝 นายเนี่ยน้า! เวลาแบบนี้อย่าพูดเรื่องน่าหดหู่อย่างงั้นเซ่ เครียดก่อนทำการใหญ่ไม่เคยส่งผลดีนะจะบอกให้! 〞

          เจนนี่เดินเข้ามาจากทางด้านหลังแล้วตบบ่าโชตเข้าให้ นั่นทำเอาโชตสะดุ้งโหยงเลยทีเดียว

 

〝 ขะ ขอโทษครับ ผมแค่... 〞

〝 เอาเถอะ! ยังไงมันก็เป็นสงครามครั้งแรกของพวกเธอนี่นะ 〞รีเบคก้าว่าด้วยสีหน้าที่ไม่ติดใจอะไร เช่นเดียวกับการพยักหน้าเงียบๆของไมน์

 

〝 รินกับอลิซเองก็ด้วยน้า! นึกภาพตอนที่เอาตัวรอดไปเจอกรไว้สิ พลังต้องพุ่งพรวดๆแน่นอน! 〞เจนนี่กระโดดหยองๆเข้ามาด้านหน้าของรินกับอลิซ พร้อมกับยิ้มให้กำลังใจ

〝 ถะ ถึงจะว่าอย่างงั้นก็เถอะ 〞〝 อะ อือ 〞

          แต่รินกับอลิซก็ยังตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงกังวลอยู่ดี... เช่นไรก็ตาม แม้พวกเธอจะอยากเจอกกรยังไง แต่ก็ยังคงมีความขัดแย้งในตัวว่าไม่อยากให้กรมาเจออันตรายอยู่ดี ความสับสนเช่นนั้นอยู่ในอกของสาวๆทั้งสองจนไม่รู้ว่าพอนึกภาพกรแล้วจะหดหู่กว่าเดิมรึเปล่า

          แต่หากถามว่าเอนเอียงไปทางไหนมากกว่าล่ะก็... รินกับอลิซย่อมดีใจที่คิดว่าจะได้เจอกรมากกว่าอยู่แล้ว

          เจนนี่ที่เข้าใจความรู้สึกของทั้งสองคนจึงยิ้มบางๆออกมา ก่อนจะเอามือไพล่หลังทำสีหน้าเหมือนกับจะบอกว่า “งั้นก็ช่วยไม่ได้หล่ะนะ” ออกมา

 

          และอีกอย่าง... ไม่ใช่แค่พวกรินที่กังวล

 

〝 ไมน์ ไม่เป็นไรนะ? 〞รีเบคก้าเอ่ยถามไมน์ที่แขนขวาซึ่งจับคฑาอยู่เริ่มสั่นเป็นเจ้าเข้า

〝 อะ อื้ม... 〞ไมน์ตอบกลับรีเบคก้าอย่างไม่ได้ใจความ ทำให้รีเบคก้าแสดงสีหน้ากังวลออกมา เพราะว่าสงครามนี้ก็เป็นครั้งแรกของเธอเช่นกัน

〝 ไม่ต้องห่วงๆ! ถ้าถึงตอนคับขัน ฉันกับรีเบคก้าจะทำอะไรซักอย่างเอง! 〞

          เจนนี่ว่าพลางกระโดดเข้ากอดไมน์ที่เป็นเพื่อนสนิทจากด้านหลัง นั่นทำให้ไมน์เริ่มยิ้มออกมา

 

〝 นั่นสินะ... ยังไงก็ตาม ฉันไม่ปล่อยให้ไมน์ตายแน่ 〞รีเบคก้าพูดย้ำกับไมน์อีกครั้ง ในขณะที่เข้ามาจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอจากด้านหน้า

 

〝 หุหุ! ในฐานะองครักษ์สิน้า 〞เจนนี่ยืนหน้าผ่านไหล่ไมน์เพื่อแซวรีเบคก้า

〝 หนวกหูย่ะ! 〞

〝 หง่ะ! 〞

เลยโดนรีเบคก้าที่กำลังหน้าแดงด้วยความเขินอายสับกบาลเข้าให้

          ด้วยการสร้างรอยยิ้มเช่นนั้น ช่วยคลายความกังวลให้กับไมน์ได้เป็นอย่างดี ไม่สิ... มันยังช่วยโชตหรือแม้แต่รินกับอลิซอีกด้วย

 

〝 !!! 〞

          แต่ว่า... เวลาแห่งความสงบก็อยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อจู่ๆเจนนี่กับรีเบคก้าเปลี่ยนสายตาเป็นคมกริบและมองไปยังสุดขอบฟ้าที่รินกับอลิซเคยมอง

 

〝 มาแล้ว 〞

          เจนนี่รำพึงเงียบๆ พร้อมกับหยิบมีดสั้นมาถือในมือไปเองโดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกับรีเบคก้าที่หยิบลูกธนูมาทาบสายไว้ในเวลาเดียวกัน

 

          ริน อลิซ โชตและไมน์หันหน้าไปมองตามเจนนี่และรีเบคก้า ไม่สิ... ทุกคนที่อยู่ในที่นี้กำลังรวมสายตาไปยังจุดเดียวกัน นั่นคือเส้นขอบฟ้าที่มีบางอย่างปรากฏขึ้นแทนดวงอาทิตย์...

...กองทัพมอนสเตอร์เท่าที่มองด้วยตาเปล่า ประมาณแล้วมากกว่า 3,000 ตน

 

          ก็อบลินที่ยิ้มเยาะ

          ออร์คที่มองเข้าไปในเมืองด้วยสายตาหื่นกระหาย

          มนุษย์หมาป่ากระหายเลือดน้ำลายสอ

          ลิซาร์ดแมนสะบัดหางด้วยท่าทางมั่งอกมั่นใจ

          โครงกระดูกไร้วิญญาณที่ดูน่าขนลุก

 

          มอนสเตอร์คุ้นหน้าคุ้นตาจำนวนมากมายปรากฏขึ้นจนแทบสิ้นหวัง ทั้งยังส่งเสียงร้องบรรเลงข่มขู่ทั้งกองทัพและเหล่านักเรียนผู้กล้ามือใหม่ ดังลั่นมาแต่ไกล สร้างความกังวลใจให้กับเหล่าผู้กล้า แม้จะเป็นกองสนับสนุนก็ตามที

          โดยเฉพาะนักรบแถวหน้าของกลุ่มมอนสเตอร์ที่รูปร่างคล้ายมนุษย์แต่ผิวหนังเป็นเกล็ดบางส่วน และผิวส่วนที่ควรเป็นสีเนื้อของมนุษย์เป็นสีเทาอมม่วง... ปีศาจนั่นเอง และแน่นอนทางนี้เองก็มีปีศาจที่ดูจะเป็นหัวหน้าอยู่(แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ขุนพลของราชาปีศาจ เป็นแค่นายกองเท่านั้น)

 

          จากภาพที่เห็นตรงหน้า หากฝั่งอาณาจักรอาลันไม่มีแผนการใดๆซ่อนไว้เลย... คงต้องเรียกได้ว่าเป็นหายนะอย่างแท้จริง...

          แต่แน่นอนว่าไม่ใช่แบบนั้น

 

〝 เริ่มโจมตีได้!!!!!!!!!!! 〞

〝 โอ้วววววว!!!!!!! 〞

          สิ้นสุดคำสั่งของหนึ่งในขุนพลพร้อมกับการชูดาบขึ้นฟ้าอย่างองอาจบนม้าศึก เหล่ากองทหารแห่งอาณาจักรอาลันก็กู่ร้องโดยไร้ซึ่งความกลัว มีเพียงการส่งเสียงแห่งเกียรติยศจากก้นบึ้งของจิตใจและสรรเสริญเทพเจ้าตามศาสนาที่ตนเคารพเท่านั้น

         

          และเช่นเดียวกัน... ทางฝั่งของกองทัพราชาปีศาจเองก็

 

〝 โอ้วววววว!!!!!!! 〞

〝 โฮกกกกกก!!!!!! 〞

          เสียงตะโกนของชายเผ่าปีศาจนับร้อย กับเสียงคำรามของมอนสเตอร์นับพันกู่ร้องขึ้นข่มขวัญศัตรูพลางมุ่งตรงเข้าหากระบวนทัพของอาณาจักรอาลันอย่างไม่รอรี

 

          เสียงแซ่ซ้องอันถูกบรรเลงไปด้วยเสียงโลหะกระทบกันและเสียงตะโกนดังขึ้น ดังขึ้นและดังขึ้น...

ในพริบตาที่ดาบของขุนพลของเผ่ามนุษย์และปีศาจกระทบกัน นั่นคือพริบตาที่การต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้น

 

สงคราม... เริ่มขึ้นแล้ว...

รินกับอลิซกุมมือกันแน่น ในขณะที่มองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกกังวล

 

❖❖❖❖❖

 

          ตามแผนการที่ร่วมกันคิดอย่างรอบคอบของพวกขุนพลประจำราชอาณาจักรอาลัน ในขณะที่ทางฝั่งของพวกรินกำลังรับมือกับกองทัพหลัก อีกฝั่งนึงที่อ้อมหลังกองทัพของเผ่าปีศาจเพื่อบุกเข้าตีและทำลายปราสาทที่ถูกยึดไปคืน รวมถึงทำลายเครื่องเคลื่อนย้ายของพวกปีศาจก็ด้วย

 

〝 เตรียมพร้อมนะ 〞เสียงกระซิบของชายหนุ่มวัยกลางคนสวมชุดเกราะดำสนิทสำหรับพลางตัว

          เขาคือหัวหน้าของเหล่าผู้กล้าจากต่างโลกรุ่นแรก แน่นอนว่าประสบการณ์ลอบโจมตีเช่นนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกของเขา

          นั่นทำให้เขาบัญชาการลูกน้องมากกว่า 100 คนที่แอบซุ่มอยู่ด้วยกันได้เป็นอย่างดีจนมาถึงที่นี่ได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ถูกตรวจจับได้ แถมยังมีกองทัพของอาณาจักรอาลันอีก 700 นาย ซุ่มห่างออกไปอีกพอสมควรอีกด้วย

          ทุกคนต่างพยักหน้าให้เบาๆเมื่อได้รับคำสั่งจากหัวหน้าแล้วหัวหน้าหมวดส่งสัญญาณมือต่อกันไปเป็นทอดๆตามหน่วยย่อย

 

          นั่นคือชั่วพริบตาที่ผืนป่าซึ่งล้อมรอบปราสาทสุดขอบตะวันตกกู่ร้องออกมา...

 

〝 บุกได้!!!!!!!!!!!!!!! 〞

          เสียงตะโกนของหัวหน้าทัพดังก้องขึ้นไปทั่วผืนป่า นั่นทำให้เหล่าปีศาจที่เฝ้าระวังอยู่บนจุดต่างๆของกำแพงปราสาทตกใจกลัว พวกเขาต่างหันคมธนูไปมาอย่างสับสน

          และกว่าที่จะเล็งได้ ลูกธนูและเวทย์มนจำนวนที่มากกว่ากันก็ถูกปล่อยของจากคันธนูและคฑาของเหล่าผู้กล้าไปแล้ว

 

          เสียงกรีดร้องของเหล่าปีศาจดังก้องไปทั่วปราสาท รวมถึงที่ภาคพื้นดินก็เช่นกัน

          เหล่าปีศาจที่สวมชุดเกราะเร่งเข้ารับมือเหล่าผู้กล้าและทหารจากอาณาจักร หากพูดถึงเรื่องสเตตัสต้องพูดเลยว่าสูสีกับผู้กล้าเลยทีเดียว แต่ทางผู้กล้านั้นได้เปรียบในเรื่องสกิลกับทักษะติดตัวอย่าง〘ผู้กล้าไร้พ่าย〙ที่ทำให้ความชำนาญด้านอาวุธอยู่ในจุดสูงสุด

          ต้องใช้ปีศาจสองคนในการรับมือกับผู้กล้า 1 คน เพราะแบบนั้นเลยทำให้เผ่าปีศาจค่อยๆตายไปทีละคนสองคน ส่วนทางฝั่งผู้กล้าลดลงด้วยจำนวนน้อยกว่าประมาณ 1 ใน 3 เท่าตัว

 

          นั่นทำให้พื้นที่รอบปราสาทถูกเก็บกวาดในเวลาเพียง 30 นาทีจนเหลือแต่พวกผู้กล้ากับทหารในที่สุด และก็ทำให้สังเกตบริเวณรอบๆได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อาทิเช่น ซากศพของทหารอันน่าเวทนาที่ถูกแขวนติดกับกำแพงปราสาท

 

          เหล่าทหารกัดฟันกรอดเมื่อพบเพื่อนตัวเองถูกแขวนอยู่ บ้างก็เป็นรุ่นพี่ที่จบจากโรงเรียนอัศวินเดียวกัน บ้างยังมีคนรู้จักของเหล่าผู้กล้า... ความโกรธแค้นสุมขึ้นก่อเป็นเปลวเพลิงแห่งความเกลียดชังในใจของเหล่าผู้กล้าและทหาร

 

          ผู้กล้าวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้าชูดาบขึ้นฟ้าสูง พริบตาเดียวกับที่มีแสงสีแดงสว่างขึ้นจากใบดาบ

          ก่อนจะปล่อยมันใส่ประตูปราสาทด้วยความโกรธเกรี้ยวจนพังไม่เหลือซาก ประตูปราสาทพังทลาย ทำให้พบเห็นเหล่าปีศาจที่อยู่ภายใน มองเห็นสภาพภายนอก

 

          เหล่าเพื่อนพ้องที่อยู่กินมาจนถึงเมื่อวาน รวมถึงญาติพี่น้องร่วมรบของใครหลายๆคนต่างจมกองเลือดโดยมีเหล่าผู้กล้าเป็นสาเหตุ ความโศกเศร้าปรากฏขึ้นบนใบหน้าและแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังในพริบตาเช่นกัน

 

          ทั้งสองฝ่ายส่งสายตาชิงชังใส่กัน ก่อนที่จะวิ่งปรี่เข้าหากันโดยใส่ความแค้นเคืองลงไปสุดฤทธิ์ เข้าฟาดฟันกันราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด ซึ่งหากมองอย่างเป็นกลางแล้ว ช่างไม่แตกต่างกันเลย

 

〝 น่าสังเวชซะจริงเจ้าพวกมนุษย์... ช่างไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย 〞เสียงเรียบๆดังขึ้นจากจุดบนสุดของปราสาทอยู่เหนือหลังคา เพราะสู้รบอยู่เลยทำให้ไม่มีใครได้ยินเสียงนี้เลยซักนิด

เจ้าของเสียงกระโดดลงจากหลังคาดังกล่าว ลงตรงจุดที่มีผู้กล้ามากที่สุด

 

          ด้วยสภาพชุดสูทที่เขาใส่ช่างโดดเด่น ทำให้ทุกคนหันมาสนใจ แต่เพราะเขาที่อยู่บนหัวเลยตัดสินใจได้ทันทีว่าเป็นปีศาจ เหล่าผู้กล้านับ 10 จึงวาดดาบเข้าใส่ทันที

 

ฉั๊ว!!!

          และเหล่าผู้กล้านับสิบนั้น ต่างก็ถูกเฉือนเป็นเศษเนื้อ ขาดครึ่งบ้าง สามส่วนบ้างกระจัดกระจายไปทั่ว นั่นทำให้ทุกคนหันมามองต้นเหตุอย่างชายคนนี้ในทันที

 

〝 นั่นท่านแมมม่อนนี่นา! 〞

〝 พวกเรารอดแล้ว! 〞

ขวัญกำลังใจของพวกปีศาจกลับคืนมาในพริบตาและกลายเป็นพวกผู้กล้าเองที่ขวัญหนีดีฝ่อแทน

นั่นเป็นตอนที่หัวหน้าของเหล่าผู้กล้าชี้ดาบเข้าใส่และเผชิญหน้ากับแมมม่อนตัวต่อตัว

 

〝 งั้นเหรอ แกคือตัวหัวหน้าหล่ะสินะ! 〞เขาตะโกนลั่นไปเช่นนั้น แต่ได้รอยยิ้มมีเลศนัยของแมมม่อนกลับมาแทน

〝 ยินดีที่ได้รู้จัก... ข้าคือหนึ่งในขุนพลของท่านราชาปีศาจแมมม่อน 〞

แมมม่อนว่าพลางค้อมตัวลงอย่างผู้ดีมีสกุลราวกับขุนนาง

 

〝 งั้นเหรอ... งั้นแสดงว่าถ้าฉันฆ่าแกได้ทุกอย่างก็จะจบลงสินะ! 〞หัวหน้าของเหล่าผู้กล้าประกาศกร้าวด้วยเสียงดังลั่นเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และแน่นอนว่ามันได้ผล เหล่าผู้กล้ากลับมามีกำลังใจกันอีกครั้งเมื่อรู้ว่าหากโค่นคนๆนี้ลงได้ ชัยชนะของสงครามจะตกเป็นของพวกตน

แต่นั่นก็เป็นอีกครั้งที่รอยยิ้มมีเลศนัยของแมมม่อนเผยขึ้นยิ่งกว่าเดิม

 

〝 นั่นสินะ... แต่น่าเสียดาย คนที่จะจบคือพวกแกต่างหาก 〞    

          แมมม่อนดีดนิ้วโดยยังคงเผยรอยยิ้มน่ารังเกียจแบบนั้นอยู่

          แล้วพริบตานั้นประตูปราสาทก็ค่อยถูกเปิดขึ้นเอง เสียงโซ่ดังครูดกับพื้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่อยๆเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน นั่นถึงกับทำให้หัวหน้าผู้กล้าผงะ

 

〝 กะ โกหกน่า!!! 〞

 

❖❖❖❖❖

 

〝 ยังไม่มาอีกเหรอเนี่ย... 〞

          รินรำพึงรำพันอย่างกังวลในขณะที่มองสงครามตรงหน้า เช่นเดียวกับอลิซที่ยืนอยู่ข้างกัน ทั้งสองพยายามไม่หลบหน้าหลบตาเมื่อมองสงครามแม้จะมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ทั้งเพราะเป็นการเสียมารยาทก็ด้วย

แต่สาเหตุหลักนั้นเป็นเพราะเธอกำลังรอกองกำลังสบทบจากอีกฟากของเส้นขอบฟ้านั่นต่างหาก

 

เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ความสูญเสียเองก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกัน

          แม้ฝ่ายทหารจะมีจำนวนมากกว่า ทว่าอัตราการเสียชีวิตต่อวินาทีก็มีมากกว่าเช่นกันด้วยความสามารถทางกายภาพที่น้อยกว่า แต่ถึงแบบนั้น ก็น่าจะยันไว้ได้ถึงเวลาที่นัดกันไว้ บวกลบแล้วคลาดเคลื่อนไปถึงครึ่งชั่วโมงก็น่าจะทนไหว

 

〝 พวกเค้าจะยันไว้ไหวไหม 〞〝 นั่นสิ... 〞

          ในขณะที่อลิซกับรินรำพึงด้วยความกังวลแบบนั้น ก็มีกองทหารจำนวนมากกว่าพันนายเดินทัพออกมาจากตัวกำแพงของเมืองหลวง โดยที่มีฮันซี่ควบอาชาสีขาวสง่าเดินนำหน้ากองทัพ

 

〝 โจมตี!!!!!!!!!!!!!! 〞

          ฮันซี่ไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ ก่อนที่จะพุ่งตัวออกไปในทันที พร้อมๆกับกองทหารอัศวินส่วนพระองค์ มุ่งตรงไปยังใจกลางของสนามรบทิศตะวันออกด้วยความเร็วชนิดที่เทียบกับม้าธรรมดาไม่ติด

 

〝 โอ้ว!!!!!!!!!!!!! 〞

          เหล่าทหารกล้ากู่ร้องออกมาด้วยเสียงแห่งความฮึกเหิม และเข้าประชิดศัตรูในพริบตาและแสดงลูกเล่นต่างๆให้ได้เห็นกัน

          ทั้งการกระจายตัวและรูปแบบของฟอร์เมชั่นที่ถูกฝึกมาอย่างดี สมกับที่มีความสามารถพอจะลงไปตามกรในมหาดันเจี้ยนได้ เรียกได้ว่าเป็นฝีมือที่แตกต่างกันกับทหารธรรมดาอย่างสิ้นเชิง

 

          เวทย์มนถูกยิงออกไปอย่างมีลูกเล่นและไม่เสียเปล่า เพราะทำให้มอนเสตอร์ตกใจและรวมกันอยู่ที่จุดเดียว ทำให้เหล่าทหารราบตามเก็บได้ง่ายขึ้น ทั้งยังสามารถรับมือกับเผ่าปีศาจได้พอสมควรอีกด้วย แต่แน่นอนว่าไม่มากพอจะล้มได้

 

〝 นั่นมัน... คุณฮันซี่เหรอ!? 〞

〝 ชาญ!? 〞

          โชตส่งเสียงเรียกชาญที่กำลังวิ่งเข้ามาพร้อมกับฟ้า ซึ่งเสียเวลาก่อนหน้าไปราว 1 ชั่วโมงไปกับการเตรียมพร้อมหลังกลับมาแจ้งข่าวเรื่องของเสือกับพวกราชาและคณะรัฐมนตรี

 

〝 นั่นเขากำลังยันไว้อยู่สินะ... 〞ชาญพูดพร้อมกับมองสภาพสงคราม แล้วหรี่ตาลงด้วยความกังวล

〝 อา... แต่สภาพแบบนั้นคง 〞

          โชตมองแล้วประเมินสถานการณ์ด้วยตัวเอง ในขณะที่มองภาพเหล่าทหารของฮันซี่รับมือกับปีศาจแล้วตายไปทีละคนสองคนอย่างช้าๆ

 

          เพราะเช่นไรก็ตาม แม้จะแข็งแกร่ง แต่หากศึกยืดเยื้อ คนที่มีกำลังสะสมในตัวมากกว่าอย่างปีศาจยังไงก็ต้องได้เปรียบกว่าเป็นที่แน่นอน ทุกคนต่างก็รู้ดี ไม่แม้แต่พวกรินและอลิซ แต่รวมถึงเหล่านักเรียนผู้กล้าคนอื่นจากโรงเรียนของกรที่ยืนอย่างกังวลอยู่ด้านหลังของพวกรินอีก 200 กว่าชีวิตก็ด้วย

 

〝 แล้วเสือหล่ะ? 〞โชตถามอย่างไม่สบอารมณ์ และนั่นทำให้รินกับอลิซหันมาฟังด้วยเหมือนกัน

〝 หมอนั่นหนีไปแล้ว 〞

          ชาญตอบกลับอย่างเสียดายโดยไม่ได้พูดให้พวกผู้กล้าที่อยู่ด้านหลังได้ยิน แต่ถึงแบบนั้น พอดูจากสีหน้ากังวลของพวกเขา ก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเองก็พอจะเดาออกอยู่ เช่นเดียวกันกับรินและอลิซ

 

〝 งั้นเหรอ... 〞〝 ช่างเถอะ... แบบนั้นดีแล้วหล่ะ 〞

〝 เอ๋!? 〞โชต ชาญและฟ้าเอียงคอสงัสยที่รินกับอลิซดันตอบกลับมาแบบนั้น

〝 ไม่ได้หวังพึ่งคนพรรค์นั้นซักหน่อย... 〞〝 ใช่แล้ว... 〞

          รินกับอลิซตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาแบบที่ไม่ค่อยแสดงให้เห็นแบบนั้น แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเธอเกลียดชังเสือขนาดไหน และที่สำคัญ...

 

ที่สำคัญกว่าหน่ะ... คนที่เราอยากจะเจอตอนนี้... คือกรต่างหาก!

          รินกับอลิซทำสีหน้าถวิลหากรเช่นนั้น ทำให้ทุกคนเข้าใจได้ในทันที

          ในขณะที่ความกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ เจนนี่ก็เดินปรี่เข้าหาพวกริน

 

〝 จากประสบการณ์ของฉัน... พวกทหารจะแพ้ในอีก 30 นาที... เข้าใจความหมายไหม 〞เจนนี่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่ด้วยสายตาจริงจัง เธอมองตรงเข้าไปในนัยน์ตาของทุกคน รวมถึงรีเบคก้าและเจนนี่ด้วย

 

〝 ทุกคนจะตายหมดงั้นสินะคะ... 〞รินถามพลางกุมมือตัวแน่น

〝 ถูกต้อง 〞

〝 แล้วจะบอก... ให้พวกเราหนีสินะคะ? 〞อลิซถามด้วยแววตาจริงจัง

〝 ตามนั้นเลย 〞

          เจนนี่รู้สึกชื่นชมรินกับอลิซจากใจที่สามารถเข้าใจสื่งที่เธอจะสื่อได้ในทันที แต่จากที่ร่วมศึกกันมานานเกือบสัปดาห์ ก็พอจะทำให้เข้าใจได้อยู่ว่ารินกับอลิซไม่ใช่คนโง่

 

〝〝 แต่ว่า... แบบนั้นแหล่ะที่ทำไม่ได้ 〞〞

          รินกับอลิซพูดแบบนั้นออกมาพร้อมกัน นั่นแทบจะทำให้เจนนี่กลืนคำพูดที่คิดไว้ในหัวลงคอ เจนนี่หรี่ตาลงอีกครั้งอย่างเย็นชา แต่ดูเหมือนจะไม่ทำให้รินกับอลิซกลัวเธอเลย

 

〝 ปล่อยให้ทุกคนตายไม่ได้ค่ะ 〞รินตอบกลับมาอย่างชัดเจนแบบนั้นราวกับนักบุญ

〝 อืม... ขอโทษนะคะ ทำแบบนั้นฉันคงไม่มีหน้าไปเจอกรหรอก 〞เช่นเดียวกับอลิซที่ตอบอย่างซื่อตรงต่อใจตัวเองเช่นนั้น ทำให้เจนนี่ถอนหายใจออกมาเลยทีเดียว

 

          และในขณะที่ทุกคนกำลังเถียงกันอยู่แบบนั้น สถานการณ์ก็เลวร้ายลงไปอีก...

 

〝 มันหลุดมาแล้ว!!! 〞

          นักเรียนผู้กล้าคนนึงตะโกนเสียงหลงเมื่อพบเห็นว่ามอนสเตอร์จำนวนมากเริ่มหลุดมาจากการจัดการของกองทัพ เห็นได้ชัดเลยว่ากองทัพเริ่มเสียสมดุลแล้ว

 

          ในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมมีทั้งคนที่ไม่รู้ว่าควรทำยังไง และคนที่รู้ว่าควรทำอะไร อาทิเช่นโชตที่พุ่งตัวออกไปข้างหน้า ตามด้วยอลิซอีกคน

          ทั้งสองคนต่างก็ใช้หอกและดาบโจมตีมอนเสตอร์ที่พุ่งเข้ามาอย่างก็อบลินและโครงกระดูกสิ้นชีพในพริบตา

 

〝 เห็นไหมคะ หนีไม่ได้หรอก... 〞รินพูดด้วยสีหน้าเหมือนกับคนที่มีภาระแบกอยู่เต็มบ่าพร้อมกับกำคฑาแน่น แม้จะเป็นสิ่งที่เธอเลือกที่จะแบกหรือไม่ก็ตามที

          ความจริงรินเองนั่นแหล่ะที่อยากจะหนี ความจริงรินเองนั่นแหล่ะที่อยากจะไปจากที่นี่ รวมถึงอลิซเองก็ด้วย

 

          แต่ว่าหนีไม่ได้... รินและอลิซเชื่อเช่นนั้นตั้งแต่สมัยเด็กยันพริบตานี้ ตั้งแต่พริบตาแรกที่ได้มองแผ่นหลังของเด็กชายคนนึง

          ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ไม่ถอยหนี ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็จะเผชิญหน้า ดวงอาทิตย์เจิดจ้าที่ส่องสว่างอยู่ในจิตใจพวกเธอถือกำเนิดมาจากสิ่งนี้

 

          เขาคนนั้นยังไม่เคยหนีเลยนะ ต่อให้เจอเรื่องโหดร้ายขนาดไหน ต่อให้โดนดูถูกดูแคลนก็เลือกที่จะกัดฟันสู้และไม่เคยแสดงน้ำตาให้พวกเธอเห็นเลยซักครั้ง

          ถ้าอยากจะยืนเคียงข้างกับคนที่สุดยอดขนาดนั้น... อยากจะใช้ชีวิตไปกับแสงอาทิตย์เจิดจ้านั่น... พวกเธอจะหนีได้ยังไง!!!

 

ย้าาาาาา!!!!!!!!!!

          เสียงตะโกนของเด็กสาวตัวเล็กทั้งสองคนดังขึ้นในจิตใจ พร้อมกับวิ่งออกไปยังสนามรบ นำหน้าโชตที่ออกตัวเมื่อกี้ไปก่อนเสียอีก

 

〝 เอาเถอะ... ช่วยไม่ได้ ตายเป็นตายหล่ะว้า 〞เจนนี่ทำหน้าเหมือนกับจะถอนหายใจ พร้อมกับวิ่งตามสองสาวน้อยออกไป

〝 นั่นสินะ คงมีแต่ต้องลุยเท่านั้นนั่นแหล่ะ 〞

〝 อื้ม! ทั้งสองคนยังพยายามขนาดนั้น ฉันเองก็ต้องเอาบ้าง! 〞

          รีเบคก้ากับเจนนี่เองก็เช่นเดียวกัน ทั้งกลุ่มรวมโชตและชาญต่างวิ่งออกไปสมทบกับพวกรินและอลิซ

 

〝 ทุกคน!!!! 〞

〝 โอ้ววววววววววว!!!!!!! 〞

          ฟ้าที่เป็นประธานนักเรียนเรียกสั้นๆ เหล่านักเรียนผู้กล้าก็ตอบกลับมาด้วยจิตใจอันร้อนแรง

          แน่นอนว่าในกลุ่มนี้มีทั้งคนที่กลัวและไม่กลัว แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเด็กสาวตัวเล็กๆทั้งสองคนยังออกวิ่งเผชิญหน้ากับความกลัวได้ขนาดนั้น มีหรือที่จะอยู่เฉยๆได้

 

〝 โอ้ววววววววววว!!!!!!! 〞

          เสียงตะโกนดังขึ้นเรื่อยๆจนส่งไปถึงแนวหน้าอย่างพวกฮันซี่

 

〝 นะ นี่พวกเธอ!!? 〞ฮันซี่ถึงกับแปลกใจเมื่อเหล่านักเรียนของตัวเองกระโจนเข้าสนามรบ เพราะถึงแม้จะเป็นเวลาแค่ 2-3 เดือน แต่เขาเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผูกพันกับพวกนักเรียนผู้กล้าในฐานะศิษย์อาจารย์อย่างกลมเกลียว

 

〝 พวกเราไม่ปล่อยให้ถูกปกป้องฝั่งเดียวหรอก!!! 〞

〝 เราจะลุยด้วยครับ! 〞

〝 พวกผมเองก็มีสิ่งที่ต้องปกป้องเหมือนกัน! 〞

          เหล่านักเรียนตะโกนขึ้นอย่างปีกกล้าขาแข็ง ฮันซี่มองด้วยความกังวลและความเอ็นดู แต่ดูเหมือนห้ามไปก็เท่านั้น ฮันซี่เลยทำได้แค่กัดฟันยอมรับสิ่งที่เป็น

 

〝 ห้ามขึ้นแนวหน้า รักษาระดับแนวของตัวเองไว้แค่นั้น เข้าใจไหม!! 〞

〝〝〝〝 ครับ! / ค่ะ! 〞〞〞〞

          เหล่านักเรียนต่างก็ตะโกนตอบกลับอย่างแข็งขัน ดังที่เคยทำตอนที่ฝึกกับฮันซี่ นั่นทำให้ฮันซี่ที่แม้จะเป็นทหารสูงอายุอดอมยิ้มไม่ได้เช่นกัน

 

〝 ทุกคนพยายามเข้า อีกไม่นานกำลังสมทบต้องตามมาแน่!!! ยันไว้จนกว่าจะถึงตอนนั้นนะ!!! 〞

〝 โอ้ววววววววววว!!!!!!! 〞

          เหล่าผู้กล้าตอบกลับการสร้างขวัญของฟ้า แล้วหันไปฟาดฟันเหล่าศัตรูอย่างขะมักเขม่นจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนเดียวกับ 2 เดือนก่อนหน้าที่จับดาบหรืออาวุธใดๆไม่เป็น

นั่นรวมถึงสาวน้อย 2 คนที่เป็นขวัญกำลังใจอันดับหนึ่งของพวกเขาก็ด้วย

 

〝〝 ย้า!!!! 〞〞

          การประสานเสียงของเทพธิดาทั้งสองกำลังร่ายรำอยู่ในสนามรบ

          อลิซที่พุ่งตัวเข้าไปฟาดฟันมอนสเตอร์ทั้งหมดในพริบตาที่เข้าใกล้กับรินที่คอยสนับสนุนอยู่ห่าง โดยมีพวกเจนนี่คอยระวังหลังให้

 

ชิ้ง!

          แต่ไม่นานนักความง่ายดายก็หายไป เมื่อเผ่าปีศาจพุ่งเข้ามารับมืออลิซ

          ทั้งสองคนประดาบด้วยความสามารถที่พอๆกัน แต่ทางอลิซดูมีภาษีดีกว่า อลิซจึงชนะไปได้ในเวลาไม่นาน แต่ทว่านั่นกลับเป็นกับดักตัวล่อ เพราะมีปีศาจอีกสองคนร่ายเวทย์รอไว้ก่อนแล้ว

 

〝 หลบไปทางขวาอลิซ!!! 〞

          อลิซขยับร่างกายในทันที พริบตานั้นเวทย์ไฟจำนวนสองลูกก็ถูกยิงออกมาโดยไม่ได้ร่ายเลยซักนิดจากคฑาของริน พุ่งตรงไปยังจุดที่พวกปีศาจยืนอยู่

          แต่พวกปีศาจไวกว่า พวกมันขยับร่างกายหลบหลีกได้ในทันที แต่ที่รออยู่คือเจนนี่ที่เข้าหาปีศาจจากจุดบอดของลูกบอลไฟของรินนั่นเอง เจนนี่ใช้มีดสั้นปาดคอปีศาจในเวลาหนึ่งวินาที สำหรับคนที่อ่อนแอกว่า การตัดสินในพริบตาคือเรื่องสำคัญ ส่วนปีศาจอีกคนก็ถูกรีเบคก้ายิงธนูหลอกสองชั้นก่อนจะส่งลงไปนอนกองกับเพื่อนอีกสองคนด้วยลูกธนูปิดฉากกลางกบาล

 

ยังอีกเหรอ... ยังอีกเหรอ!!!?

          ความกังวลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะพวกรินเพิ่งลงสนามรบจริงครั้งแรก ถึงได้รู้จักความกดดันดังกล่าว เวลาจึงผ่านไปช้าอย่างน่าใจหาย

          ในขณะที่ฟาดฟันศัตรู ความคิดจำพวกนั้นก็หลั่งไหลพรั่งพรูออกมาเรื่อยๆ

 

〝 มาแล้ว!!!!! 〞

          ราวกับเสียงสวรรค์เมื่อมีเสียงของทหารคนนึงดังขึ้น ทุกคนต่างก็มองไปยังสุดขอบฟ้าพร้อมกันด้วยความหวัง แล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจสุดชีวิตเมื่อเห็นภาพที่หวังให้ปรากฏ

 

          ภาพที่กองทัพมนุษย์สวมชุดเกราะของพวกเขา... กองทัพของเหล่าผู้กล้ากลับมาจากการยึดปราสาทตามแผนการจำนวน 300 กว่าคน และกลับมาสบทบพวกเขาแล้วนั่นเอง

แต่ที่ไม่มีใครสนใจเลยก็คือ... พวกเผ่าปีศาจเองก็ยิ้มเหมือนกัน

 

〝 พวกผู้กล้าคอยสนับสนุนอยู่แนวหลัง ทหารทุกนายตามข้ามา!!!!! 〞

          ฮันซี่ประกาศกร้าวไปแบบนั้น ในขณะที่ควบม้านำออกไปกวาดล้างพวกมอนสเตอร์และปีศาจที่เหลือซึ่งวิ่งหนีไปอีกทางหนึ่ง ราวกับพวกฮันซี่เป็นผู้กุมชัยไปแล้ว

          กองทัพผู้กล้าเองก็วิ่งเข้าใส่พวกปีศาจเช่นกัน ในสถานการณ์เช่นนั้น พวกรินที่กำลังดีใจเลยทำแค่ชื่นชมอยู่ห่างๆ แต่ก็มีพวกที่คึกวิ่งตามฮันซี่ไปบ้างด้วยระยะห่างจากพวกฮันซี่ราวๆ 300 เมตร

 

          พวกปีศาจวิ่งปรี่เข้าหาเหล่าผู้กล้า นั่นเหมือนกับเป็นสิ่งที่ยืนยันชัยชนะของอาณาจักรอาลัน พวกทหารคิดกันแทบจะในทันที เพราะหากเป็นเช่นนั้น กองทัพของพวกตนก็คือกองทัพแรกที่สามารถโค่นล้มกองทัพของราชาปีศาจได้ ความเกรียงไกรและเกียรติยศจำนวนมหาศาลกำลังรออยู่

 

          แต่สิ่งเหล่านั้นก็หายไปในทันทีเมื่อพวกมอนสเตอร์และพวกปีศาจวิ่งถลาสวนผ่านทะเลพวกผู้กล้าไป โดยที่พวกผู้กล้าไม่ได้ทำอะไรเลยซักนิด

          พวกผู้กล้ายังคงวิ่งไปเรื่อยๆ แต่ดูเหมือนคราวนี้ เป้าหมายจะไม่ใช่ปีศาจ นั่นทำให้ฮันซี่และทหารอีกจำนวน 5,000 กว่าคนที่ตามกันมาตกตะลึงจนเบิกตาโพลง

 

〝 หา!!!? พวกแกมันไม่ใช่———— 〞

          แต่ก่อนที่ฮันซี่จะได้พูดอะไร ผู้กล้าที่นำมาเป็นคนแรกก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง จัดการใช้ดาบฟันศีรษะของฮันซี่ขาดสะบั้นในพริบตา

 

〝 !!!!!!!!!? 〞

          นั่นทำให้ทหารทุกนายและเหล่านักเรียนผู้กล้าทุกคนตะลึงจนช็อค บางคนถึงกับอาเจียนออกมา รวมถึงรินกับอลิซที่ยกมือขึ้นป้องปากหน้าซีดด้วยความตกตะลึงก็เกือบจะเป็นเช่นนั้น แต่พวกเธอฝืนตัวเองให้ไม่ทำอะไรเสี่ยงๆอย่างหยุดการเคลื่อนไหวในสถานการณ์แบบนี้ เช่นเดียวกับโชตและชาญ เจนนี่ ไมน์และรีเบคก้า

 

〝 ท่าไม่ดีแล้ว 〞เจนนี่พูดขึ้นพลางเหงื่อตกด้วยความกังวล

          ศีรษะฮันซี่ที่หล่นลงพื้น เป็นพริบตาเดียวกับที่กองทัพซึ่งไร้ผู้นำได้พ่ายแพ้ กองทหารกระจัดกระจายกันไปคนละทิศคนละทาง นั่นคือพริบตาที่ตาชั่งเปลี่ยนฝั่ง เหล่าผู้กล้าต่างใช้อาวุธและเวทย์มนโจมตีทหารอย่างไร้ความปราณี พวกทหารต่างก็หนีกระจัดกระจายกันคนละทิศคนละทางเมื่อไร้ผู้นำ แม้จะมีตำแหน่งที่รองลงมาอย่างหัวหน้าก็ไม่มีใครฟังทั้งนั้น แน่นอนว่าเป็นเพราะสูญเสียกำลังใจจากการสูญเสียหัวหน้า

          แต่ที่เสียขวัญกำลังใจ สาเหตหลักเป็นเพราะพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับผู้กบ้าจำนวนมากกว่า 300 คน ไม่สิ... มันกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นจากการสมทบในขณะที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าในปัจจุบันมากขึ้นอีก

 

〝 ทำไม... ทำไมกัน... 〞〝 ทำไมพวกผู้กล้าถึง... 〞

          รินกับอลิซทำได้แค่ยืนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าเมื่อมองภาพตรงหน้าที่เหล่าผู้กล้ารุ่นพี่ซึ่งน่าจะเป็นกำลังสบทบ กลับบั่นคอฮันซี่ ซ้ำยังทำลายกองทัพซะไม่เหลือชิ้นดีซะอีก

          ไม่สิ... ในตอนนี้ไม่ว่าใครต่างก็สั่นไปด้วยความกลัวทั้งนั้น คงจะมีข้อยกเว้นแค่เจนนี่กับรีเบคก้าเท่านั้นแหล่ะ

 

          ในขณะที่กำลังสับสน... ก็มีเสียงของใครบางคนดังขึ้น...

 

【 ทิวาสวัสดิ์มนุษย์ทุกๆท่านข้าคือแมมม่อนครับ】 

          ชายผู้เรียกตัวเองว่าแมมม่อนพูดขึ้นด้วยเสียงที่คล้ายกับจะออกมาจากลำโพง นั่นทำให้เหล่าผู้กล้าที่กำลังไล่กัดทหารหยุดมือ และปล่อยให้พวกเขาหนีไป

          อนึ่ง ดูเหมือนรัศมีการได้ยินจะกว้างไปหลายร้อยกิโลเมตรเลยทีเดียว ราวกับจะใช้ประกาศศักดาของตัวเองยังไงอย่างงั้น

 

【 ส่วนถ้าถามว่าข้าเป็นใครหน่ะเหรอ? ข้าคือขุนพลของท่านราชาปีศาจยังไงหล่ะครับ】 

          พอประโยคที่สองหลุดออกมา ภาพของแมมม่อนก็ถูกฉายขึ้นทั้งสามทิศ นั่นคือเหนือ ใต้และตะวันตกโดยมีคนดูเป็นดั่งเมืองหลวง แน่นอนว่าเนจอภาพขนาดใหญ่พอที่พวกรินจะมองเห็นด้วย

          พวกเธอมองภาพของชายใส่ชุดสูทด้วยสีหน้ากังวลจนเนื้อตัวสั่น พวกเธอทำอะไรไม่ถูกและเคลื่อนไหวอะไรไม่ถูกอีกแล้ว ทำได้แค่จ้องมองรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ของชายที่ชื่อแมมม่อนนี้เท่านั้น โดยที่ไม่มีใครเห็นว่ามีลูซิเฟอร์ยืนอยู่นอกจกใกล้ๆกับเขา แถมยังทำสีหน้าไม่สบอารมณ์เพราะเคยพ่ายแพ้ใครบางคนด้วยแผนการณ์คล้ายๆนี้ด้วย

 

【 สีหน้าแบบนั้นๆ กำลังสิ้นหวังกันอยู่สินะ! เข้าใจเลยๆ ความรู้สึกที่คิดว่าจะรอดแล้วแต่จู่ๆก็มาตายเนี่ย มันน่าขันสุดๆเลยเนอะว่าไหม!? 】

          แมมม่อนยังคงพูดต่อด้วยวาจาท่าทางเหนือกว่าทุกคนในที่นี้ แต่นั่นก็ทำให้ทุกคนที่อยู่ในสนามรบ ชาวบ้านที่กำลังหนีไปทิศตะวันออก ราชาที่รอให้ประชาชนหนีไปก่อนกับเจ้าหญิงที่อยู่ในพระราชวังจ้องมองเขาด้วยสิ่งดึงดูดอย่างความกลัว

 

【 คงกำลังสงสัยสินะว่าทำไมพวกผู้กล้าถึงได้โจมตีพวกเดียวกัน ก็แหมคำตอบมันก็ง่ายๆ ก็เพราะไม่ใช่พวกเดียวกันหน่ะสิ! 】

          แมมม่อนยิ้มเยาะในขณะที่ทุกคนทำสีหน้าสับสนเพราะไม่เข้าใจสถานการณ์ว่าทำไม แมมม่อนจึงยิ้มอีกครั้งก่อนจะพูดเสียงดังราวกับประกาศชัยชนะ

 

【 นั่นเพราะผู้กล้าที่อยู่ที่นี่ไม่ใช่พรรคพวกของพวกแกยังไงเล่าคิดว่ามีแค่พวกมนุษย์เท่านั้นเหรอที่สามารถอัญเชิญผู้กล้ามาได้หน่ะเจ้าพวกโง่เขลาเบาปัญญาทั้งหลาย! 】

 

〝 เรื่องแบบนั้นมัน... 〞

〝 อะไรกันวะ เรื่องแบบนั้นไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนเลย!? 〞

          เริ่มมีเสียงโววายมาจากเหล่าทหาร โดยเฉพาะนักเรียนผู้กล้าที่ยังเป็นแค่นักเรียน ม.ปลาย ความสับสนที่ทวีขึ้น ยิ่งสร้างความกลัวเข้าไปอีก พวกเขาจึงตะเบงเสียงออกมาทั้งมที่มันเปล่าประโยชน์

          ต่างจากพวกรินที่ฟังเงียบๆด้วยความกลัว เพราะทำอะไรไม่ถูก กับเจนนี่และรีเบคก้าที่พยายามหาจังหวะดีๆพาทุกคนหนีอยู่

 

แล้วกองทัพผู้กล้าของพวกเราที่เหลือหายไปไหนกันหน่ะ?

          เพราะคำพูดของแมมม่อน เลยทำให้เกิดคำถามเช่นนั้นกับเหล่าคนดู ส่วนคำตอบก็ช่างน่าใจหายแม้จะไม่เกินความคาดหมายก็ตามที

 

【 ส่วนพวกผู้กล้าของพวกแกก็ลาโลกไปเรียบร้อยแล้ว! เสียใจด้วยนะ! 】

 

〝 อะไรกัน 〞〝 โกหกน่า... 〞

          รินกับอลิซที่เข่าอ่อนฟุบลงกับพื้นทั้งอย่างงั้นไปเสีย ทำได้แค่รำพึงรำพันด้วยความกลัวอยู่แบบนั้น... ส่วนผู้กล้าและทหารคนอื่นๆต่างก็เริ่มตัวสั่นบ้างก็มีหนีกันไปบางส่วนไม่แม้แต่พวกนักเรียนผู้กล้าด้วยก็ตาม

 

          แล้วในตอนนั้นเองที่ความสิ้นหวังยังตามมาตอกย้ำพวกรินอีก... เครื่องเคลื่อนย้ายกองทัพของพวกปีศาจทั้งสามอัน พร้อมๆกับร่างของแมมม่อนและลูซิเฟอร์ได้ปรากฏขึ้นด้านหลังของกองทัพผู้กล้าของพวกราชาปีศาจด้วยพลังโกงของพวกผู้กล้าเองนั่น ด้วยระยะห่างที่ห่างจากพวกรินราว 1 กิโลเมตร แต่ก็เห็นมันได้อย่างชัดเจน

 

【 ไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะ ข้ามันก็ใจดีซะด้วย... เดี๋ยวจะช่วยสงเคราะห์ให้ไปอยู่ด้วยกันซะเลย! 】

          แมมม่อนว่าแบบนั้นแล้วก็เริ่มดีดนิ้วอีกครั้ง เครื่องเคลื่อนย้ายทั้งสามถูกวางเรียงกันเป็นแถวตอนตรงไปยังเมืองหลวง พริบตานั้นวงแหวนจากทั้งสามอันที่ทำเป็นทรงกลมก็จัดเรียงตัวเองใหม่ กลายเป็นวงกลมเรียงต่อกัน 3 วงแทน

 

วูม!!!!!!!!!

          ลำแสงสีม่วงที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเลยซักนิดเปล่งขึ้นจากทั้งสามวง เป็นแสงที่รับรู้ได้จากสัญชาตญาณเลยว่ามันเป็นอันตรายอย่างแน่นอน

 

【 โอ๊ะโอ๋! ข้าเองก็อดไม่ได้ซะด้วย... จะว่าไป พวกเจ้าคงจะคิดว่าข่อให้เจ้าไปฝั่งตะวันตกสินะ! แต่เปล่าเลย ที่ปล่อฝั่งตะวันตกไว้หน่ะ เป็นเพราะจะได้ยิงลำแสงทำลายล้างนี่ได้โดยที่พวกเราไม่โดนลูกหลงไปด้วยต่างหากเล่า พวกแกนี่มันโง่จริงๆ! 】

          คำสบประมาทออกมาจากปากของแมมม่อนเรื่อยๆ เป็นพริบตาเดียวกับที่แสงสว่างจากวงกลมทั้งสามก่อกำเนิดเป็นเวงเวทย์ซับซ้อนขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 10 เมตร ลำแสงทั้งสามยังเริ่มหมุนเป็นเกลียวรวมกันอีกต่างหาก

          และไม่จบแค่นั้น... มีวงเวทย์วงที่สี่เกิดขึ้นด้านหน้าของวงเวทย์ทั้งสาม เป็นวงเวทย์ที่ขนาดใหญ่กว่าถึง 100 เท่า หรือก็คือมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 กิโลเมตร ลอยอยู่เหนือหัว ทั้งยังดูเกลียวลำแสงสีม่วงเข้าไปจนเปล่งสีดำมืดน่าหวาดผวายิ่งกว่าเดิมเสียอีก

 

          ด้วยความหนาแน่นของพลังเวทย์ขนาดนั้น... แทบไม่ต้องเดาเลยว่าถ้าโดนเข้าไปจะเป็นยังไง แม้แต่กระดูกคงไม่เหลือแน่

          รินกับอลิซที่เข่าอ่อนเริ่มนั่งสั่นกอดกันเป็นลูกนกเมื่อเห็นภาพสุดแสนจะสิ้นหวังตรงหน้า น้ำตาก็เริ่มไหลรินอาบแก้มสองข้างด้วยความกลัว เจนนี่ ไมน์กับรีเบคก้าเองก็ถึงกับถอดใจไปแล้ว เพราะไม่ได้คาดการณ์ถึงสถานการณ์ที่จะถูกฆ่าด้วยลำแสงขนาดใหญ่ร่วมกิโลเมตรแบบนี้มาก่อนเลยซักนิด แม้แต่กรเองก็คงคาดไม่ถึงเหมือนกันว่าพวกปีศาจจะมีอาวุธแบบนี้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นโชตและชาญที่ย่อตัวลงสัมผัสกับรินและอลิซตามลำดับราวกับจะปลอบโยนพวกเธอ แต่ก็รู้ดีว่าคนที่พวกเธออยากจะอยู่ด้วยในวาระสุดท้ายไม่ใช่พวกตน ไม่สิ... พวกเขาเองก็อยากจะพบชายคนนั้นอีกซักครั้ง ไม่ต่างจากพวกรินเลย

 

          รินกับอลิซทำได้แค่ร้องไห้สะอึกสะอื้นเท่านั้น...

          กลัวตายงั้นเหรอ? กลัวที่จะเจ็บปวดงั้นเหรอ? ของแบบนั้นมันแน่อยู่แล้ว ทั้งสองคนคิดแบบนั้น แต่ที่กลัวที่สุด คือการจะไม่ได้พบกกับกรอีกแล้วต่างหาก

 

          ยังมีเรื่องที่อยากขอโทษอีกตั้งหลายเรื่อง ยังมีเรื่องที่อยากเล่าให้ฟังตอนที่ไปทำภารกิจตั้งหลายเรื่อง มีอีกตั้งหลายอย่างที่อยากจะทำด้วยกัน ยังไม่ได้สารภาพความรู้สึกออกไปตรงๆเลยด้วยซ้ำ

          คิดแบบนั้นแล้ว รินกับอลิซยิ่งสั่นหนักกว่าเดิมจนทำให้รู้สึกตัว... ว่าที่กลัวยิ่งกว่าความตายคือการที่ไม่ได้อยู่กับคนที่พวกเธอรักต่างหาก แต่ยิ่งคิดแบบนั้นก็ยิ่งอาลัย... แม้จะทำอะไรไม่ได้กับสถานการณ์แบบนี้เลยก็ตาม

 

【 ใช่เลยสีหน้าแบบนั้นแหล่ะที่ฉันอยากเห็นจากพวกแก! พริบตาที่แสงสว่างสุดเจิดจ้าได้แปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดสุดหยั่งถึง มันก็คือความสิ้นหวังอย่างที่สุดยังไงหล่ะ!!! 】

          คำพูดของแมมม่อนส่งตรงไปถึงทุกคนที่ยังเหลืออยู่ในอาณาจักรและวิถียิงซึ่งเป็นไปตามที่แมมม่อนคิด แม้แต่ชาวบ้านซึ่งกำลังหนีเองก็คงหลบไม่พ้นแน่นอน

          แมมม่อนยิ้มให้กับชัยชนะของตัวเองอีกครั้งก่อนจะดีดนิ้วเสียงดัง ให้กับแสงสว่างของวงเวทย์ที่กำลังสว่างเต็มที่

 

ตู้ม!!!!!!!!

          เสียงลำแสงถูกปล่อยออกมา ดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า ถึงขนาดแยกผืนดินและเมฆบนท้องฟ้าเป็นสองส่วนในพริบตาที่ลำแสงวิ่งผ่าน

 

          รินและอลิซแม้มตาแน่นในระหว่างที่ระยะห่างของลำแสงแห่งความตายคืบคลานเข้ามา สัมผัสถึงความเย็นที่กระดูกสันหลังได้อย่างชัดเจนราวกับยมทูตกำลังใช้เคียวลูบไล้ไปตามร่างกายของพวกเธอ

          แต่ในเวลาแบบนี้ไม่รู้ทำไมถึงได้นึกถึงเรื่องสมัยเด็กขึ้นมา หรือเพราะเป็นเวลาแบบนี้กันนะ? รินกับอลิซคิด

 

          รินคิดย้อนกลับไปยังตอนเด็กๆที่เล่นซ่อนแอบกันในป่าแล้วไม่มีใครหาเจอ ซึ่งตอนนั้นกรไม่ได้เล่นด้วยเพราะยังไม่ได้สนิทกันมาก พอมืดค่ำรินก็หาทางกลับบ้านไม่ถูกเพราะเป็นป่ารกเลยทำได้แค่ร้องไห้อยู่คนเดียวเหมือนกับตอนนี้ไม่มีผิด แต่ในตอนเด็กตอนนั้นมีมือยื่นเข้าหาเธอพร้อมกับพูดว่า〝 เจอแล้ว! กลับกันเถอะนะ! 〞รินที่ก่ำลังร้องไห้โผเข้ากอดด้วยความดีใจ แถมยังได้รับรอยยิ้มอ่อนโยนของเด็กชายมาอีก กับคำพูดอันทรงพลังสำหรับริน〝 ไม่ต้องห่วงนะ! ครั้งหน้าฉันจะอยู่ข้างๆเธอแล้วก็จะปกป้องเธอเอง! 〞

         

          เช่นเดียวกับอลิซ... เธอนึกถึงช่วง ม.ต้น ที่ถูกกรช่วยไว้เพราะเกือบจะถูกพวกอันธพาลลักพาตัว กรเข้ามาช่วยเธอจนได้รับบาดเจ็บ เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องอลิซเอาไว้ อลิซทำได้แค่ดูอยู่เฉยๆและเป็นตัวถ่วงอย่างเดียว ขนาดบาดเจ็บหนัก แต่กรก็ยังแบกเธอที่ข้อเท้าแพลงไว้บนหลังอีก ทั้งยังพูดอีกว่า〝 ครั้งหน้าจะไม่ปล่อยให้เธอเจอเรื่องแบบนี้อีกแล้ว 〞และยังพูดด้วยสีหน้าเจ็บใจให้เธอฟังผ่านแผ่นหลังอีกต่างหากว่า〝 ครั้งหน้า... ฉันจะปกป้องเธอให้ได้ 〞

 

          ทั้งสองคนแม้มตาและกอดกันกลมโดยไม่รู้ตัว ชาญกับโชตที่อยู่ข้างๆเองก็ด้วย เจนนี่ ไมน์และรีเบคก้าที่ยืนกอดกันเองก็ด้วย... ทุกๆคน ไม่มีใครซักคนที่หวังจะรอดไปจากสถานการณ์เช่นนี้เลยซักนิด

          ทุกคนต่างก็ถอดใจไปเรียบร้อยแล้ว จึงได้ร่ำไห้และฉายภาพความทรงจำอันแสนสำคัญโดยอัตโนมัติ

 

กร... กร... กร.......

          ทั้งสองคนที่กอดกันกลมเรียกชื่อของกรอยู่ในใจอย่างถวิลหาด้วยความรู้สึกทุกอย่างที่มี

          ไม่ได้ปรารถนาอะไรทั้งนั้นนอกเสียจากต้องการจะอยู่เคียงข้างเขาทั้งที่เป็นไปไม่ได้...

 

กร.... ช่วยพวกเราด้วย!!!!

 

ตู้ม!!!!!!!!

          เสียงบางอย่างตกกระทบกับลำแสง ราวกับมีกำแพงขนาดใหญ่ขวางกั้นไว้ มีเพียงลมแรงเท่านั้นที่ถูกพัดราวกับพายุมายังตัวพวกเธอ

          1 วินาที... 2 วิ.. 3 วิ...

         

          พวกเธอนับถอยหลังนาฬิกาชีวิตที่ยาวขึ้นอย่างน่าประหลาด ทว่ามันกลับไม่มาถึงซักที แต่ก็ไม่กล้าที่จะเปิดเปลือกตา แม้ว่าลมจะหยุดพัดใส่ร่างของพวกเธอจนแทบปลิวไปแล้วก็ตามที

          จนกระทั่งได้ยินเสียงๆนึง...

 

〝 อาๆ มันก็จริงของแกหล่ะนะ... 〞

 

เสียงนี้มัน? นี่ฉันตายไปแล้วเหรอ ถึงได้ยินเสียงนี้?

เสียงของชายที่คุ้นเคย... เสียงของคนที่ฉันรัก...

          รินกับอลิซคิดแบบนั้นราวกับไม่มีอะไรจะเสียและค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นแล้วก็ต้องเบิกตากว้างไปพร้อมๆกับพวกโชต ชาญ เจนนี่ ไมน์และรีเบคก้า

 

〝 ที่พริบตาซึ่งแสงสว่างสุดเจิดจ้าได้แปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดมันคือความสิ้นหวัง 〞

          ชายผู้ซึ่งยืนอยู่ท่ามกลางสนามรบ อยู่ด้านหน้าพวกเธอไปแค่ไม่กี่ 10 เมตร ได้ทำให้ลำแสงแห่งความมืดหายไปอย่างไร้ร่องรอยเสมือนลบมันทิ้ง

          ชายผู้ซึ่งสวมชุดเกราะสีดำ สลับสีทองแซมแดงพร้อมกับผ้าคลุมสีดำสนิทราวกับซุปเปอร์ฮีโร่ คาดดาบคาตานะสีขาวและดาวยาวสีดำไว้ด้านหลัง คนอื่นคงยังมองเห็นไม่ชัดเพราะมีฝุ่นควันจากลำแสงเมื่อครู่คลุ้งอยู่

 

〝 แต่ว่านะ ถ้าในมุมมองกลับกัน... 〞แต่รินและอลิซรู้ได้ตั้งแต่พริบตาแรกที่ชายคนนี้เอ่ยเสียงแล้วด้วยซ้ำ

          ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสาวอีก 11 ชีวิตราวกับกำแพงโดยมีตัวชายหนุ่มอยู่กึ่งกลาง พร้อมกับมองไปยังแมมม่อนที่อยู่ห่างออกไปด้วยแววตาที่ทั้งเย้ยหยันและโกรธกริ้ว

 

〝 พริบตาที่ความมืดมิดสุดหยั่งถึงเปลี่ยนเป็นแสงสว่างเจิดจ้า มันก็คือความหวังอย่างที่สุดเหมือนกัน! 〞

          รินและอลิซยิ้มปรี่ในทันทีที่ได้ยินเสียงของชายคนนี้อย่างชัดเจน แววตาที่เศร้าสร้อยแปรเปลี่ยนเป็นสดใสเช่นเดียวกับคนอื่น

          เป็นพริบตาเดียวกับที่ชายคนนี้ค่อยๆหันมาสบตากับพวกเธอ

 

〝 ขอโทษที่มาช้านะ ริน อลิซ! ฉันมาช่วยแล้วหล่ะ! 〞

          แล้วชายคนนั้นก็ยิ้มให้กับพวกเธอด้วยรอยยิ้มแสนอ่อนโยนที่พวกเธอถวิลหามาตลอดด้วยเหมือนกัน พวกเธอส่งเสียงเรียกเขาด้วยความปิติสุขที่สุดในชีวิตทั้งน้ำตา

 

〝〝 กร!!! 〞〞

          รินและอลิซตะโกนด้วยความดีใจสุดขีดที่ชายคนนั้น... กรได้กลับมาอยู่เคียงข้างเธอดังที่ปรารถนา

          ณ ทิศตะวันออกที่เคยมีแต่ความมืดมิดจนถึงเมื่อครู่ ได้มีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ดวงที่สองเกิดขึ้น

 

          ใช่... อุษณกร(ดวงอาทิตย์)ของเด็กสาวทั้งสอง ได้หวนคืนกลับมาแล้ว




NEKOPOST.NET