[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย ตอนที่ 125 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย

Ch.125 - สิ่งที่เกิดขึ้นจากความกังวล มักเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดเสมอ


ตอนที่ 125 : สิ่งที่เกิดขึ้นจากความกังวล มักเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดเสมอ

 

 

————สองวันต่อมา ณ เมืองหลวงฟอเรสเตอร์ , ห้องรับรองในปราสาท

 

          ภายในห้องรับรองสำหรับแขกชั้นสูงของปราสาท ซึ่งมีลักษณะไม่แตกต่างจากที่เคยเห็นเท่าไหร่นัก

          เตียงสีขาวขนาดใหญ่แบบมีหลังคา มีพื้นที่พอจะนอนได้ประมาณ 3 คน มีเฟอร์นิเจอร์จำพวกโซฟาหนังสัตว์และเครื่องเรือนมีราคาอยู่มากมาย แต่นั่นคงไม่สำคัญเท่าคนที่อยู่ภายในห้องนี้

 

          มีอา เมอร์ลิน ชาลอต ซาช่า ริต้า เรเชล ลิลิธ คาเรน รวมถึงซิลเวีย... เหล่าสาวๆต่างก็อยู่ภายในห้องนี้ด้วยสภาพเหนื่อยอ่อน

          พวกเธอทำสีหน้าเฝ้ารออะไรบางอย่างในขณะที่แยกย้ายกันนั่งตามจุดต่างๆของห้อง โดยเฉพาะมีอากับเมอร์ลินที่นั่งเก้าอี้อยู่ชิดกับเตียงสีขาวที่ว่าไปข้างต้นเพื่อเฝ้าดูคนที่นอนหลับสนิทอยู่บนนั้น... กรนั่นเอง

 

หลังจากเหตุการณ์ที่แสนวุ่นวายนั่นก็ผ่านมาได้สองวันแล้ว...

กรยังคงหลับสนิท แต่ไม่ได้มีบาดแผลภายนอกใดๆ

 

แต่ปัญหาก็คือภายในนี่แหล่ะ...

เมื่อตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น จนถึงตอนนี้ก็คิดอะไรไม่ออกเลยซักนิด

 

ทั้งไอ้ออร่าสีดำสนิทที่มีความคิดเป็นของตัวเองนั่น

ทั้งดาบผ่าดารานั่นด้วย...

 

แถมยัง... กรในร่างที่มีออร่าอุดมคติสีรุ้งนั่นก็อีก

ฉันสับสนไปหมดแล้ว... กร...

          เมอร์ลินที่อยู่ในสภาพอิดโรยมองใบหน้าของกรในขณะที่เขาหลับโดยที่ไม่ได้รู้สึกรู้สาถึงความกังวลของสาวๆ โดยเฉพาะมีอาที่นั่งกุมมือของกรอยู่ตลอดโดยที่ไม่ได้นอนพักเลย

 

รับฟื้นขึ้นมาซักทีสิยะ... อีตาบ้า...

          เมอร์ลินคิดแบบนั้น แล้วก็ขยับมือของตัวเองเข้ากุมมือของกรร่วมกับมีอา

          พร้อมกับนึกถึงเรื่องเมื่อสองวันก่อน... เรื่องเมื่อตอนที่ความวุ่นวายทั้งหลายได้จบลงเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ราวกับเป็นภาพติดตาเธอเสมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ยังไงอย่างงั้น

 

❖❖❖❖❖

 

〝 มะ เมอร์ลิน! เมื่อกี้นี้ใครกัน!? ใครมันพากรไปเมื่อกี้นี้หน่ะ!? 〞มีอาที่กำลังอยู่ในอารมณ์โกรธสุดขีดตะโกนลั่นออกมาแบบนั้น เพราะอยู่ดีๆร่างของกรก็อันตรธานหายไป โดยที่มีสาเหตุมาจากชายวัยกลางคนสวมชุดคล้ายนักมายากลที่โผล่ขึ้นกลางสมรภูมิอย่างกะทันหัน

〝 พระเจ้ายังไงหล่ะ... ไอ้เจ้าบ้านั่น 〞ซึ่งแน่นอนว่าเมอร์ลินเองก็กำลังอยู่ในอารมณ์หงุดหงิดแบบสุดๆเช่นกัน

          เมอร์ลินถอนหายใจออกจากปากอย่างแรงเพื่อปรับอารมณ์ให้กลับมาปกติ แต่แน่นอนว่าไม่ทั้งหมด เธอยังคงอารมณ์เสียอยู่ดีในตอนที่มองลงไปด้านล่างแล้วสบตากับจิ๋นหลี่ซึ่งกำลังทำท่าทางปกติ ไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนใดๆ

 

〝 พระเจ้าเหรอคะ? งั้นแสดงว่าลุงคนเมื่อกี้ก็คือคนที่เคยมาช่วยฉันกับริต้า พร้อมกับคุณกรเมื่อ 3 ปีก่อนหน่ะสิคะ! 〞

〝 ตาลุง... 〞

          ทั้งสองคนนึกเรื่องในอดีตแบบนั้นขึ้นมาได้ เลยทำให้ความสงบกลับคืนสู่บรรยากาศรอบตัวของสาวๆอีกครั้ง พร้อมกับการพยักหน้ารับของเมอร์ลิน... สาวทุกคนก็ใจเย็นขึ้นอีกขั้น เพราะอย่างน้อยก็พอจะเดาได้บ้าง ว่าพระเจ้าคนนั้นมาเพื่อหยุดกรไม่ให้ทำลายดาวทั้งดวง

          แต่ก็ยังเหลือเรื่องที่กังวลอยู่อีก เพราะไม่รู้ว่าพระเจ้าคนนั้นจะทำยังไงกับกร

 

〝 เอ๋!? พระเจ้า? พะ พูดเรื่องอะไรกันคะเนี่ย? จะบอกว่าคนที่พากรหายไปไหนไม่รู้นั่นคือผู้ปกครองของเทพสูงสุด———— 〞

〝 ซิลเวียจ๊ะ... 〞

          ซิลเวียที่ไม่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดอยู่คนเดียวทั้งเอียงคอไปมาและมีเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด แต่แน่นอนว่าถูกเบรกไว้อย่างเคยโดยลิลิธที่จ้องเขม็งมายังซิลเวีย เพราะลิลิธเองก็ทั้งโมโหทั้งกังวลเหมือนกัน จะหงุดหงิดและรำคาญใจมากกว่าปกติก็คงไม่แปลกอะไรนัก

 

〝 คะ ค่ะ... 〞

          และนั่นก็ทำให้ซิลเวียเงียบลงไปในทันทีอีกครั้ง... โดยที่น้ำตาเริ่มซึมออกมาด้วยความกลัวไปแล้ว

 

วูม!!!

〝 !!!? 〞

          และในระหว่างที่คุยกัน... วงเวทย์ขนาดพอๆกับที่พอให้คนเดินผ่านได้ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเธอ ห่างออกไปราวๆ 5 เมตร และคนที่ออกมาจากวงเวทย์นั้นก็คือคุณลุงวัยกลางคน คนเดียวกับก่อนหน้านี้

          เขาโผล่ออกมาจากวงเวทย์พร้อมกับแบกคนๆนึงพาดไหล่ซ้ายไว้...

 

〝 กร!!! 〞มีอาเรียกหาคนที่ถูกแบก... เรียกหากรในทันทีที่เห็นร่างของเขาซึ่งไม่มีออร่าใดๆคลุมอยู่ ซึ่งก็คงเรียกได้ว่ากรได้กลับมาเป็นปกติแล้วนั่นเอง

          สาวๆเห็นดังนั้น ก็พร้อมใจพุ่งเข้าไปหากร ทว่ายังมีกำแพงของเชนจ์ขวางอยู่ พวกเธอออกแรงทุบตีอีกครั้ง แม้จะเปล่าประโยชน์ก็ตามเพื่อหวังจะไปหากรให้เร็วที่สุด

          แล้วจากนั้น กำแพงที่สร้างจากพลังเชนจ์ก็ค่อยๆหายไป... พร้อมๆกับการปรากฏตัวของชายอีกคนที่ริมของหน้าผาที่ขาดไปแล้ว... จิ๋นหลี่

 

          สาวๆรวมถึงซิลเวียขยับร่างกายไปโดยอัตโนมัติในทันที... พวกเธอเรียกอาวุธประจำกายมาถือในมือข้างที่ถนัด พร้อมกับวิ่งเข้าไปอยู่ระหว่างกรและจิ๋นหลี่

          พร้อมกับชี้อาวุธใส่หน้าจิ๋นหลี่และมองเขาด้วยสายตาเคียดแค้นกันทุกคน

 

〝 แหม่ๆ! ดูเหมือนจะโดนเกลียดเข้าไส้แล้วนะเจ้าหน่ะ 〞พระเจ้าพูดขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มหยอกและน้ำเสียงหยอกล้อราวกับอดไม่ได้ นั่นทำให้จิ๋นหลี่ทำสีหน้าเหมือนกับจะถอนหายใจออกมา

 

〝 ไม่ต้องกลัวกันหรอกน่า! ข้าอยู่นี่ทั้งคนไม่มีใครทำอะไรไอ้หนูหรอก 〞

          พระเจ้าพูดแบบนั้น แล้วค่อยๆหย่อนกรลงกับพื้นเปลี่ยนมาประคองเขาไว้แทน

          แล้วก็ค่อยๆเดินไปทางมีอา มีอาจึงเปลี่ยนมาพยุงกรไว้แทน แต่แน่นอนว่าเธอยังจ้องจิ๋นหลี่ตาเขม็งอยู่เหมือนเดิม

 

〝 กร... 〞มีอาสังเกตสภาพของกรด้วยความเป็นห่วง เช่นเดียวกับทุกคนที่เหล่ตามองกรสลับกันจิ๋นหลี่ด้วยความเป็นห่วงและกังวลในเวลาเดียวกัน

          และแม้จะไม่มีอาการบาดเจ็บภายนอกก็ตามที แต่ภายในต้องมีแน่ เพราะทุกคนต่างก็รู้อยู่แล้วว่านี่น่าจะเป็นผลกระทบจากการใช้พลังแปลกๆนั่น...

 

〝 อธิบายมาซะ เกิดอะไรขึ้นกับหมอนี่... พวกนายรู้มากแค่ไหนกัน? 〞เมอร์ลินที่กำลังโกรธตั้งแต่ก่อนหน้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเป็นเย็นชา

          พร้อมกับจ้องจิ๋นหลี่ด้วยสายตาเย็นยะเยือก แต่คำพูดนั้นเองก็ส่งไปถึงพระเจ้าด้วยเหมือนกัน

 

〝 พูดอะไรอย่างง้าน ฉันไม่รู้เรื่องซักหน่อยน่า! 〞พระเจ้าว่าแบบนั้น ก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่นแล้วก็ผิวปากออกมาอย่างจงใจ เช่นเดียวกับจิ๋นหลี่ที่หลับตาลงแต่ก็ไม่ได้ตอบกลับแต่อย่างใด

 

〝 งั้นเหรอ... 〞

วูม!!!!!!!

          เมอร์ลินพึมพำด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกอีกครั้ง พริบตานั้นลูกแก้วของคฑาประจำตัวเธอก็เปล่งแสงสีฟ้าไปทั่วบริเวณและปรากฏวงเวทย์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 1 กิโลเมตรขึ้นเหนือศีรษะของทุกคน เห็นได้ชัดเลยว่าเธอกำลังยั๊วแบบสุดๆ

 

〝 อึก... 〞

〝 นายท่าน! 〞

          กรแสดงสีหน้าทรมานออกมาโดยมีชาลอตเป็นผู้สังเกตเห็นคนแรก เธอรีบวิ่งเข้าไปพร้อมกับใช้『ดีเทลวิชชั่น』กับกร เธอดึงแขนเสื้อซ้ายของกรขึ้นและถอดถุงมือที่ไม่รู้ว่ากลับมาเป็นปกติเมื่อไหร่ออก

          แล้วก็ต้องตกใจจนถึงกับต้องยกมือขึ้นป้องปาก เมื่อพบว่ามีสิ่งที่คล้ายกับออร่าสีดำกำลังฝังเป็นหนึ่งเดียวกับผิวหนังของกรไปจนถึงส่วนกลางของปลายแขนอยู่ นั่นเองก็ทำให้สาวๆคนอื่นตกใจจนต้องเบิกตาโพลงด้วยเหมือนกัน

 

〝 กร! 〞

          รวมถึงเมอร์ลินที่เห็นกรเป็นแบบนั้น เธอก็รีบคลายวงเวทย์แล้ววิ่งเข้าหากรในพริบตาในทันที นั่นเป็นพริบตาเดียวกับที่พระเจ้ากับจิ๋นหลี่ทำสีหน้าโล่งอกออกมาโดยที่ไม่มีใครสังเกต

 

〝 น้องกร! ทำใจดีๆไว้นะ! 〞ลิลิธพุ่งเข้ามาอีกคน พร้อมๆกับที่มีอาค่อยประคองร่างของกรลงนอนหนุนตักเธอให้กรนอนราบไปก่อน

          ทุกคนมองสีหน้าของกรด้วยความกังวล พวกเธอไม่แม้แต่จะต้องคิดถึงสิ่งที่จะทำ... มือของพวกเธอก็ยื่นออกไปสัมผัสกับมือของกรข้างที่มีออร่าสีดำอยู่โดยอัตโนมัติในทันที เพราะหวังเพียงแค่ให้กรคลายความทรมานลงจากมัน พระเจ้าเองก็มีท่าทีเหมือนจะห้ามราวกับรู้อะไรบางอย่าง

 

          ทว่าพริบตาที่สาวๆทุกคน ยกเว้นซิลเวียที่ยืนดูอยู่ห่างๆเข้ามากุมมือของกร... พริบตานั้นออร่าสีดำก็ค่อยๆกลายเป็นไอสลายไป จนกระทั่งไม่เหลือร่องรอยใดๆทั้งสิ้น นั่นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครเข้าใจ แต่สาวๆก็คิดเพียงแค่ว่า ดีใจจริงๆที่กรหายทรมาน

          แตกต่างจากพระเจ้ากับจิ๋นหลี่ ที่มองภาพตรงหน้าด้วยความสงสัย...

 

          ในขณะเดียวกับที่กรดีขึ้นแล้ว มีอาก็ฝากกรให้ซาช่าดูแลต่อ เธอกับเมอร์ลินยืนขึ้นพร้อมกันแล้วเดินเข้าหาพระเจ้ากับจิ๋นหลี่ที่ยืนดูอยู่ห่างออกไป

          มีอามองค้อนจิ๋นหลี่ด้วยสายตาอาฆาตเช่นเดียวกับเมอร์ลิน ก่อนจะหันมาหาพระเจ้า

 

〝 ขอบคุณที่ช่วยให้กรกลับมาเป็นปกตินะคะ 〞มีอาว่าพลางก้มหัวลงเล็กน้อย เป็นการขอบคุณที่มาจากใจจริงของมีอา ซึ่งไม่บ่อยนักที่เธอจะทำแบบนี้

〝 ไม่เอาน่าๆ ข้าเองก็ไม่ได้ช่วยอะไรซักหน่อยน้าเอาจริงๆ 〞พระเจ้าว่าแล้วก็ยิ้มแหะๆอย่างร่าเริง

          เป็นเวลาเดียวกับที่จิ๋นหลี่เดินเข้าหามีอา นั่นทำให้มีอาตั้งท่าจะโจมตีใส่จิ๋นหลี่ในทันที ทว่าจิ๋นหลี่ไม่ได้แสดงท่าทีประหลาดใจอะไรออกมา

          เขาลืมตาขึ้น จ้องตาของมีอากลับไปพร้อมกับส่งจิตสังหารออกมา แต่นั่นไม่ได้ทำให้มีอาหวาดกลัวเลยซักนิด... เมื่ออัลติเมทมีอาตื่นขึ้น สิ่งที่เธอตระหนักได้มีอแค่ครอบครัวของเธออย่างทุกคนและที่สำคัญ... เธอนึกถึงแค่กรเท่านั้น มีอาจึงไม่ได้กลัวจิ๋นหลี่ที่ข่มขู่เธอเลยซักนิด นั่นทำให้เมอร์ลินแอบหัวเราะเยาะเย้ยอยู่ในใจ

 

          และในขณะที่คิดว่าจิ๋นหลี่กำลังจะทำอะไร เขาก็เปิดปากพูดขึ้นมาก่อน

 

〝 อยากจะแข็งแกร่งขึ้นรึเปล่า... มีอาน่า กาบริเอล 〞จิ๋นหลี่ว่าไปแบบนั้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกอีกครั้ง

〝 แน่อยู่แล้ว 〞

          มีอาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแบบเดียวกัน พร้อมกับชี้ปลายดาบเข้าหาร่างของจิ๋นหลี่โดยไร้ซึ่งความกลัวใดๆ

          นั่นเป็นครั้งแรกที่จิ๋นหลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยที่มุมปาก

 

〝 ท่าทางเจ้าจะดูพึ่งได้กว่าคนรักของเจ้าซะอีกนะ 〞

〝 ว่าไงนะ! แก——— 〞

          มีอาไม่ทนที่จะได้ยินคำสบประมาทออกมาจากปากของจิ๋นหลี่อีกแล้ว เธอจึงพุ่งเข้าใส่จิ๋นหลี่ในทันที ทว่าพริบตานั้นใบหน้าของเธอก็กระทบกับบางอย่าง เธอใช้ดาบผ่ามันในพริบตาทว่าไม่สำเร็จ

          มีอาจึงคว้ามันไว้แทน แล้วก็พบว่ามันคือม้วนคัมภีร์ และไม่ใช่แค่ม้วนคัมภีร์ธรรมดาอีกด้วย...

 

〝 คัมภีร์... ไทม์? 〞มีอาอ่านคำที่ถูกเขียนไว้กับม้วนคัมภีร์นั่น เลยทำให้เข้าใจได้ในทันที ว่านี่คือสิ่งที่จะช่วยให้เธอใช้พลังแบบเดียวกับจิ๋นหลี่ได้

          นั่นก็หมายความว่า... เธอสามารถแข็งแกร่งขึ้นและใช้พลังนี้เพื่อปกป้องกรได้นั่นเอง

 

〝 ฉันไม่ขอบคุณหรอกนะ 〞มีอาว่าแบบนั้นใส่จิ๋นหลี่ โดยที่สายตาและการใช้ดาบข่มขู่จิ๋นหลี่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย

〝 เช่นนั่นแหล่ะดีแล้ว 〞

          จิ๋นหลี่ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนที่จะหันหลังขวับกลับไปพร้อมๆกับพระเจ้าที่เกาศีรษะด้วยความรำคาญใจกับภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มกวนๆ

          แต่ก่อนหน้านั้น ทั้งสองคนก็ถูกเมอร์ลินดึงตัวด้วยคำพูดอีกครั้ง

 

〝 เดี๋ยวก่อน! นี่นาย จะว่าไปก่อนหน้านี้บอกว่ามาในนามของสภาสวรรค์ใช่ไหม? 〞เมอร์ลินถามแบบนั้นออกมาด้วยความกังวล กับความเยือกเย็นที่เริ่มลดลง

          เช่นเดียวกับมีอาที่ได้ยินแบบนั้นเริ่มสูญเสียความเยือกเย็นไปเหมือนกัน

 

〝 ทำไมรึ? 〞จิ๋นหลี่หยุดเดิน และถามย้ำโดยที่ไม่ได้หันหลังกลับไปคุยต่อหน้า

〝 อย่าบอกเจ้าพวกนั้นเรื่องดาบนั่นนะ... ได้โปรด... 〞

          เมอร์ลินว่าแบบนั้นแล้วก็เริ่มโค้งตัวลง ขอร้องจิ๋นหลี่โดยทำลายทิฐิของตัวเองลงสิ้น พระเจ้ากับจิ๋นหลี่ถึงกับเบิกตาโพลงให้กับภาพตรงหน้าที่เมอร์ลินขอร้องเขาแบบนั้นโดยที่มีน้ำตาปริ่มอยู่ที่ขอบตาเล็กน้อย

          เพราะทั้งสองคนเป็นเพื่อนกับเมอร์ลินมานานนั่นแหล่ะ ถึงได้รู้ว่าเมอร์ลินเป็นคนหยิ่งในศักดิ์ศรีและมีเกียรติมากแค่ไหน

 

          พอเห็นแบบนั้นเข้า... จิ๋นหลี่ก็คงทำได้แค่ยอมรับ เขาพยักหน้าให้เมอร์ลินเบาๆโดยที่ไม่ได้ตอบกลับอะไร ก่อนที่พระเจ้ากับจิ๋นหลี่จะเปิดวงเวทย์และค่อยๆเดินเข้าไปข้างใน

          และเมื่อทั้งสองคนหายไปจากสถานที่แห่งนี้ ความตึงเครียดก็หายไปในพริบตา

 

          และแน่นอน สิ่งต่อไปที่ควรทำก็คือการกลับไปตั้งหลัก... ทุกคนคิดแบบนั้นกันทั้งสิ้น รวมถึงตัวซิลเวียที่ยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน

 

〝 อะ เอ่อ... ยังไงก็เถอะ รีบพากรไปที่พักกันก่อนเถอะนะคะ เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง 〞

          ซิลเวียว่าแบบนั้น ทุกคนก็พยักหน้าให้ในทันที

          นั่นคือเหตุผลที่กรย้ายมานอนพักในปราสาทของเมืองหลวงฟอเรสเตอร์...

 

          ส่วนอีกด้านนึง... ทางฝั่งของพระเจ้าและจิ๋นหลี่ที่เข้าไปในวงเวทย์เคลื่อนย้าย ทั้งสองคนยังไม่ออกจากวงเวทย์ในทันที ยังอยู่ในวงเวทย์ที่มืดมิดไร้ซึ่งแสงแต่มองเห็นอีกฝ่ายชัดเจนอยู่

 

〝 แหมๆ ทีงี้หล่ะยอมให้พลังไปง่ายๆซะงั้น รู้สึกผิดขึ้นมารึไง? 〞

          พระเจ้าหยอกจิ๋นหลี่ไปแบบนั้น นั่นทำให้จิ๋นหลี่หวดกระบี่ใส่อย่างแรง พอๆกับจะฆ่ากันให้ตาย แต่แน่นอนว่าพระเจ้าหลบได้สบายๆ เพราะนี่เป็นเรื่องที่เกิดตามปกติอยู่แล้ว

 

〝 ไร้สาระ... ก็แค่นางมีคุณสมบัติ 〞พอได้ยินแบบนั้น พระเจ้าก็เริ่มรู้สึกสนใจไปด้วย

〝 มากกว่าซีร่า... ศิษย์เอกของเจ้าอีกเหรอ? 〞พระเจ้าถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ว่าสีหน้ากลับยังกวนตีนอยู่เหมือนเดิม

〝 นางเกิดมาเพื่อพลังนี้... 〞พอจิ๋นหลี่ว่าแบบนั้นออกมา พระเจ้าก็ดูเหมือนจะนิ่งไปถึง 2 วินาทีเลยทีเดียว

 

〝 ขนาดนั้นเลย? 〞

〝 เช่นนั้นแหล่ะ 〞

          แม้จะถูกถามย้ำ แต่จิ๋นหลี่ก็ยังตอบเหมือนเดิม กับการประเมินคุณสมบัติในการใช้พลังไทม์ของมีอา ซึ่งเจ้าตัวอย่างมีอาเองก็คงไม่รู้ตัวเหมือนกันนั่นแหล่ะว่าตัวเองมีความเหมาะสมกับพลังมากขนาดนี้

          เพราะอย่างเคย... มีอาสนแค่ว่าพลังนี้จะเอาไปปกป้องครอบครัวและกรได้รึเปล่าแค่นั้นแหล่ะ

 

〝 โอ๊ะ! จะว่าไป... ข้าบอกแล้วไงว่าอย่าไปกระตุ้นไอ้หนูมันมากเกินหน่! 〞พระเจ้าว่าแบบนั้นพลางยิ้มแหยๆออกมา

〝 เรื่องนั้นมิสำคัญหรอก... เช่นไรก็ตาม เด็กนั่นก็เอาชนะเจ้าไม่ได้มิใช่รึ? 〞จิ๋นหลี่ว่าแบบนั้นด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนอย่างเคย เพราะประเมินจากสถานการณ์ที่กรถูกแบกกลับมาเลยคิดเป็นอื่นไม่ได้

〝 นั่นแหล่ะประเด็น 〞

          ทว่าพระเจ้ากลับตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเจ็บใจอยู่หน่อยๆเสียอย่างงั้น ก่อนจะพูดต่อ

 

〝 แพ้หมดรูปเลยหล่ะข้าหน่ะ... ไอ้หนูมันชนะข้าราบคาบเลย แต่พอผลลัพธ์ออกมามันก็ยอมถอยไปเองซะงั้น บอกว่า “ยังไม่ถึงเวลาของข้า” อะไรประมาณนี้แหล่ะ 〞พระเจ้าพูดออกมา คนฟังอย่างจิ๋นหลี่ก็เบิกตาโพลง เพราะได้รับรู้แล้วว่าพลังที่แท้จริงของกรอยู่ในระดับไหน

 

〝 เช่นนั้น... ในอีกแง่นึงก็คงหวังได้สินะ 〞จิ๋นหลี่งว่าพลางกอดอกครุ่นคิด

〝 อา... คงพูดได้แค่ว่าสมกับเป็น『กุญแจ』ของพวกเราหล่ะนะ 〞

          ทั้งสองคนว่าแบบนั้น ด้วยความรู้สึกกังวลประสมดีใจ ก่อนที่จะเดินออกจากวงเวทย์กลับไปยังที่ของตน...

 

❖❖❖❖❖

 

นั่นคือเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันที่แล้วหล่ะนะ...

          เมอร์ลินคิดแบบนั้น ก่อนที่จะหันกลับมามองหน้าของกรที่กำลังหลับอยู่อีกครั้ง...

          และในตอนนั้นเอง ที่เปลือกตาของกรค่อยๆถูกเปิดขึ้นอย่างช้าๆ จนกระทั่งเปิดจนสนิทและกรอกไปรอบๆ นั่นเป็นตอนที่กรได้สติจากการหลับใหล

 

〝 กร! / นายท่าน! / น้องกร! / คุณกร! / ท่านพี่! 〞

          ทุกคนเรียกกรด้วยความเป็นห่วงเหมือนอย่างเคย และพริบตาที่กรเริ่มลืมตานั่น สาวๆก็วิ่งเข้าไปล้อมเตียงในทันที

 

ที่นี่... ไม่ได้อยู่ที่หน้าผาแล้วสินะ

          สายตาที่กำลังพร่ามัวหลังตื่นจากนิทราค่อยๆเป็นปกติ กรมองไปรอบๆก็รู้ได้ในทันทีว่าตัวเองอยู่ในที่พักแห่งหนึ่ง แม้จะไม่รู้ว่าเป็นที่ใดก็ตาม

          เพราะนั่นไม่สำคัญเท่ากับสภาพอิดโรยของแฟนสาว

 

〝 ทำให้ลำบากอีกแล้วสินะ... ขอโทษจริงๆ... แล้วก็ขอบคุณนะทุกคน 〞กรพูดพลางยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ในขณะที่ไล่มองใบหน้าของหญิงสาวที่ตัวเองรักเรียงคนขณะพูดเหมือนทุกที

〝 ไม่หรอก... แค่กรฟื้นขึ้นมา... ก็ดีเท่าไหร่แล้ว... 〞มีอาว่าพลางกุมมือกรขึ้นสัมผัสก้มตัวเองทั้งน้ำตาด้วยความดีใจ เช่นเดียวกับสาวๆคนอื่น

          นั่นทำให้กรยิ้มแห้งๆออกมา ก่อนที่จะเอื้อมมืออีกข้างไปลูบหัวมีอาอย่างอ่อนโยน พอมีอาปล่อยมือออก กรก็ไล่กุม&ลูบหัวสาวๆคนอื่นบ้าง จนถึงเมอร์ลินที่กำลังหงุดหงิดกึ่งกังวลอยู่

 

〝 เมอร์ลิน... ขอบคุณมากนะ 〞

〝 อะไรหล่ะนั่น? อยู่ๆก็... 〞คำขอบคุณกะทันหันของกรด้วยรอยยิ้ม ทำให้เมอร์ลินแปลกใจจนต้องขมวดคิ้วเลยทีเดียว

〝 ก็... รู้สึกเหมือนกับว่าเธอกำลังทำบางอย่างเพื่อฉันอยู่หน่ะก็เลย 〞

          ไม่รู้เป็นตลกร้ายหรืออย่างไร... กรที่พูดแบบนั้นขึ้นมาราวกับรู้ว่าเมอร์ลินยอมทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเอง ก้มหัวขอร้องจิ๋นหลี่ไปเพื่อปกป้องเขา

          เมอร์ลินถึงกับเบิกตาโพลงขึ้น แล้วก็ยิ้มอ่อนอย่างดีใจออกมาไปเองจนความกังวลเรื่องของกรเริ่มหายไปนิดหน่อยจนใกล้จะเป็นปกติ

 

〝 ค่าๆ แล้วคิดว่าเป็นความผิดของใครกันหล่ะคะ 〞เมอร์ลินว่าพร้อมกับหยิกแก้มกร

〝 แฮะๆ... ขอโทษจริงๆครับที่รัก 〞

 

หยิกแรงนะเนี่ยคุณเธอ

แต่เอาเถอะ... ร่าเริงขึ้นมาได้ก็ดีแล้วหล่ะนะ

 

〝 อะแฮ่ม! ขออภัยที่ขัดจังหวะนะคะนายท่าน เมอร์ลิน... แต่คิดว่าควรถึงเวลาแล้วมั้งคะ ที่จะบอกเราว่าเกิดอะไรขึ้น 〞

 

แล้วในระหว่างที่กำลังหยอกกับเมอร์ลิน ชาลอตก็พูดขัดขึ้น แถมสีหน้ายังดูยั๊วสุดๆไปเลยด้วย

แต่ก็ไม่แปลกหรอกนะ เจอสถานการณ์แบบนั้นเข้านี่นา

 

แต่ว่า... ถึงจะพูดอย่างงั้นก็เถอะ

ฉันเองก็...

 

〝 ขอโทษด้วยนะชาลอต... คือฉัน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่ แต่ว่า... 〞กรพูดแบบนั้นค้างไว้ และนั่นยิ่งทำให้ทุกคนสงสัย สาวๆทุกคนยื่นหน้าเข้ามาในเตียงกันหมดเพื่อรอฟังคำตอบ

 

ในขณะที่เล่า... พอนึกถึงเรื่องเมื่อตอนนั้น ก็รู้สึกปวดหัวแปลบๆขึ้นมา จนต้องเอามือกุมหัว...

 

〝 ถึงจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็เถอะ... แต่ฉัน จำได้ทั้งหมดเลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง... 〞

ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บใจ... แล้วก็ ทรมาน

〝 ฉัน... รู้สึกเหมือนกับจะทำเรื่องใหญ่มากๆลงไปแล้ว... ทั้งที่เป็นร่างกายตัวเอง แต่ก็ถูกบางอย่างในตัวฉันขยับไปเองยังกับโดนควบคุมเลย... ฉันหน่ะ——— 〞แต่ยังพูดไม่ทันจบดี ชาลอตก็เข้ามากอดกรไว้ก่อน

 

〝 ขอโทษค่ะ... ดูเหมือนดิฉันจะใจร้อนเกินไปหน่อย ขอโทษนะคะ 〞ชาลอตเริ่มรู้สึกผิดกับที่บังคับให้กรพูดโดยไม่ตั้งใจเพราะความกังวล เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นๆราวกับจะร้องไห้

〝 ไม่หรอก... ฉันเข้าใจ แล้วก็ดีใจด้วยนะ 〞

 

ฉันว่าแบบนั้นแล้วก็กอดร่างเล็กๆของชาลอตที่ข้างเตียงกลับไปแน่น

บางทีชาลอต... ไม่สิ... ทุกคนเองก็อยากจะช่วยฉันสุดกำลังนั่นแหล่ะ ถึงได้อยากรู้ให้เร็วที่สุดว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวฉันกันแน่

 

รู้แบบนั้นแล้ว ใครมันจะไปโกรธลงกันหล่ะเนี่ย...

คิดแบบนั้นแล้วก็ลูบหัวชาลอตอีกครั้ง

จากนั้นทั้งคู่ก็ค่อยผละตัวออกมา แล้วตอนนั้นเมอร์ลินก็พูดแทรกขึ้นมาราวกับเป็นจังหวะเหมาะ

 

〝 แต่ว่าที่ชาลอตพูดเองก็มีส่วนถูกนะ... ฉันเองก็มีเรื่องที่ต้องบอกนายกับทุกคนอยู่เหมือนกัน เกี่ยวกับดาบนั่น... 〞

〝 กะแล้วเชียว... รู้เรื่องดาบแปลกๆนั่นจริงด้วยสินะ 〞

          พอกรถามยืนยันไปแบบนั้นเมอร์ลินก็พยักหน้าให้ทันที ทั้งกลุ่มจึงได้ยกเก้าอี้มานั่งแล้วจัดที่นั่งกันใหม่ กรเองก็ชันตัวขึ้นแล้วนั่งขัดสมาธิพิงหัวเตียงในทันที แม้สาวๆจะเป็นห่วงอยู่เพราะกรเพิ่งตื่น แต่ก็แน่นอนว่ากรไม่เป็นไร

          แล้วการสนทนาก็เริ่มขึ้นในทันที

 

〝 จำได้รึเปล่า... ที่เคยเล่าถึงสงครามที่ผนึกจอมมารเมื่อหลายล้านปีก่อนนั่นหน่ะ 〞

〝 อืม จำได้สิ 〞

〝 ฮืม〜 ไอ้ตอนนั้นเนี่ยลำบากสุดไปเลยหล่ะน้า ก็หมอนั่นเล่นระเบิดดาวซะกระจุยเลยนี่นา〜 〞

          กรกับลิลิธตอบกลับเมอร์ลินในทันที แต่ท่าทีที่ต่างกันนั่นทำเอาเมอร์ลินหงุดหงิดจนต้องสับกบาลลิลิธเลยทีเดียว

 

〝 อา แล้วที่จะพูดก็คือตัวการที่ทำให้ดาวกระจุยนั่นแหล่ะ 〞เมอร์ลินพูดแบบนั้นแล้วมองไปที่แขนซ้ายของกรโดยไม่รู้ตัว

 

ก็นะ... พูดมาขนาดนี้แล้ว ใครมันก็เดาถูกแหล่ะนะ

แถมเรื่องที่เกิดขึ้นก็จำได้หมดด้วย... รู้สึกขอบคุณสุดยอดการประมวลผลจริงๆเลยนะให้ตายสิ

 

ฉันคิดแบบนั้นแล้วก็เอื้อมมือขวาไปสัมผัสแขนซ้ายของตัวเอง

 

〝 หรือก็คือไอ้ดาบผ่าดาราบ้านี่... จะบอกว่าเป็นดาบเล่มเดียวกับที่จอมมารมันใช้ทำลายดาวบ้านเกิดของเธอกับลิลิธงั้นสินะ 〞

〝 อา... 〞

          เมอร์ลินตอบกลับมาสั้นๆได้ใจความ... นั่นทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นในทันที

 

〝 มะมะ ไม่เป็นไรหรอกนะคะนายท่าน! มีดาบเล่มนั้นไม่ได้หมายความว่านายท่านจะเป็นแบบจอมมารนั่นซักหน่อยนี่คะ! 〞ซาช่าว่าพลางให้กำลังใจกรเต็มที่ด้วยการโบกไม้โบกมือไปมาจนกรดูกังวลแทนเธอเลยด้วยซ้ำ แต่ท่าทีเป็นห่วงเกินเหตุนั่นก็ทำกรดีใจอยู่ไม่น้อย

 

〝 มั่นใจ... คุณกรไม่เป็นแบบนั้นหรอก 〞

〝 จริงด้วย! คุณกรหน่ะ ยังไงก็ไม่หลงผิดแน่ค่ะ! 〞

〝 เพราะมีพวกเราคอยลากกลับมาอยู่ยังไงหล่ะคะ! เนอะท่านพี่! 〞

 

ริต้า เรเชล แล้วก็คาเรนเองก็ให้กำลังใจฉันเหมือนกัน...

ก็นะ คือยังไม่รู้เลยว่าอะไรเป็นอะไรเลยนา... พูดยังกับว่าฉันจะทำลายโลกนี้ได้ทุกเมื่อถ้าเกิดคลั่งขึ้นมายังงั้นแหล่ะ

 

หรือว่า... ที่พูดแบบนี้เพราะพวกเธอรู้อะไรมาก่อนจากเมอร์ลินแล้วงั้นเหรอ?

คิดแบบนั้นแล้วก็มองหน้ามีอาเป็นอันดับแรก ไหล่เธอกระตุกทันที... กะแล้วเชียว

 

เพราะคิดแบบนั้นก็เลยหันไปจ้องเมอร์ลินแทน

 

〝 ให้ตายสิ... ทีอย่างงี้หล่ะเซนส์ดีชะมัดเลยนะนายหน่ะ... 〞

          เมอร์ลินว่าแบบนั้นแล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างแรง

 

〝 ดาบนั่นหน่ะ ไม่มีใครรู้หรอกว่ามันส่งต่อให้คนต่อไปยังไง... บ้างก็ว่าผู้ใช้คนก่อนต้องตายบ้าง... บ้างก็ว่าเป็นดาบที่จะยกเลิกผู้ใช้ไปหาผู้ที่เหมาะสมกว่าบ้าง... ขนาดจิ๋นหลี่ที่อยู่มาก่อนฉันตั้งหลายล้านปีก็ยังรู้แค่นั้นแหล่ะ แต่ที่เหมือนกันหมด... ดูเหมือนว่าสุดท้ายดาบนี่มันจะมีส่วนกระตุ้นความบ้าคลั่งของผู้ใช้... หน่ะนะ 〞เมอร์ลินว่าแบบนั้น ในขณะที่กอดแขนตัวเองแน่น

          ราวกับเจ็บใจตัวเองที่ไม่อาจให้ข้อมูลกับกรมากกว่านี้ได้ เพราะนี่คือทั้งหมดที่เธอรู้

 

〝 งั้นก็หมายความว่าบางที... ไอ้ดาบนั่น อาจจะทำให้ฉันกลายเป็นแบบเดียวกับจอมมารนั่นก็ได้สินะ——— 〞

〝〝〝 ไม่ปล่อยให้เป็นแบบนั้นหรอก!!! 〞〞〞

          สาวๆทุกคนตะโกนขึ้นพร้อมกันแบบนั้นในทันทีโดยไม่ยอมให้กรปริปากพูดจนจบประโยค

 

ให้ตายสิ... ดูเหมือนว่าตั้งแต่นี้ฉันจะแบกอะไรๆไว้คนเดียวไม่ได้แล้วสิเนี่ย...

ไม่เหมือนกับตอนอยู่ที่โลกก่อน ที่แม้จะเจ็บปวดและทรมานก็ไม่สามารถระบายให้ใครฟังได้...

 

ณ ตอนนี้... ที่นี่... เวลานี้...

ในที่สุดฉัน... ก็มีครอบครัวที่ต้องการจะแบ่งปันทุกข์สุขกับฉันซักทีนะ

 

คิดแบบนี้คงไม่เป็นไรสินะ

 

〝 ฮะฮะ... ถ้างั้นก็ฝากด้วยนะทุกคน ถ้าเกิดฉันเป็นแบบนั้นขึ้นมาเมื่อไหร่ก็อัดได้เลยตามสบาย 〞กรว่าแบบนั้นแล้วก็ยิ้มแฉ่งออกมาด้วยความโล่งใจ และเป็นความโล่งใจอย่างแท้จริงไม่ได้แสร้างทำให้ใครสบายใจ

          และความรู้สึกสบายใจนั่นก็ส่งต่อไปยังสาวๆด้วย นั่นทำให้พวกเธอเองก็ยิ้มกันออกมาเหมือนกัน

 

ว่าแต่ มันจะบังเอิญไปหน่อยรึเปล่าเนี่ย

พระเจ้ารู้จักกับฉันก่อนที่จะมีการอัญเชิญครั้งที่สาม... ฉันเป็นคนแรกที่จุติครั้งที่สี่ได้

 

แถมยังมีดาบที่จอมมารเคยใช้... แถมยังมีความสามารถสุดยอดการประมวลผลที่ทำให้ประสาทสัมผัสทั้งหมดเฉียบคมขึ้นอีก

ยังกับว่าฉัน... เกิดขึ้นมาเพื่อโค่นจอมมารยังไงอย่างงั้นเลยแฮะ...

 

เดี๋ยวๆๆๆ!!!

ไม่เอาอ่ะ... อย่าไปคิดอะไรแบบนั้นสิฟะ... น่ากลัวชะมัดเลยไอ้ความคิดแบบนี้เนี่ย

ความคิดแบบนั้นแล่นเข้ามาในหัวของกรชั่ววูบนึง แต่กรก็รีบสลัดความคิดนั้นทิ้งไป

เพราะแม้มันจะมีความเป็นไปได้มากที่สุดก็ตาม... แต่ก็น่ากลัวที่สุดเช่นเดียวกัน

 

ปัง!

 〝 เดี๋ยวก่อนสิคะทั้งสองคน! 〞

          ในขณะที่กรกำลังคิดแบบนั้น จู่ๆ เสียงประตูก็ถูกเปิดขึ้นอย่างแรง โดยมีเสียงห้ามปรามของซิลเวียดังมาแต่ไกล

          ส่วนต้นเหตุของความวุ่นวายก็มีเสียงดังขึ้นตามมาหลังจากนั้นไม่นาน

 

〝 ลูกพี่!!!!! ไม่เป็นไรใช่ไหม!!! 〞

〝 เจ็บๆๆๆ!!! นี่! รุนแรงเกินไปแล้วไม่ใช่เหยอยูมิน!!! 〞

          และที่อยู่ตรงหน้าประตูก็คือ ยูมิน่า สาวน้อยนักสู้กับจอมโจรฟลอร่าที่ก่อนหน้านี้เคยปะทะกกับกรและได้กลายเป็นลูกสมุน?ของกรไปก่อนหน้านี้นั่นเอง

          ทั้งคู่ยังคงปรากฏกายได้น่าจดจำเช่นเคย อย่างครั้งนี้ก็เป็นการที่ยูมิน่าแบกฟลอร่ามาอยู่ตรงหน้าห้องนี่แหล่ะ

 

〝 ทั้งสองคน ก็บอกแล้วไงคะว่ากรพักผ่อนอยู่... อะ อ้าว ตื่นแล้วเหรอคะนั่น 〞ซิลเวียที่วิ่งตามมาทีหลังเข้ามาจากทางเดิน และเดินลิ่วเข้ามาทางประตู

          แต่พอเห็นกรฟื้นขึ้นมานั่งได้ตามปกติแล้ว ซิลเวียก็แสดงสีหน้าโล่งอกออกมาอยทางชัดเจนแถมมียิ้มมุมปากเล็กๆอีก นั่นเป็นสิ่งที่กรไม่ได้สนใจ ต่างกับเหล่าแฟนสาวของกรที่เริ่มมองซิลเวียอย่างมีเลศนัยเพราะเรื่องนี้

 

          แล้วทั้งสามคนค่อยๆเดินเข้ามาในห้องพร้อมๆกัน

 

〝 อะไร๊อะไร... กนๆนี่ทนทายาทกว่าที่เค้าคิดอีกนะเนี่ย บู่ๆ 〞ฟลอร่าว่าพลางแกล้งทำแก้มป่องจนไม่รู้ว่าพูดจริงหรือพูดเล่น อนึ่ง เธอยังโดนยูมิน่าแบกอยู่

〝 ใครกันนะที่มันมาอัดลูกพี่แบบนี้เนี่ย 〞ทางยูมิน่าเองก็กอดอกพูดด้วยท่าทีสนใจเช่นกัน

 

ท่าทางไม่ได้เป็นห่วงกันเลยนี่หว่า

ว่าแต่ยูมิน่า... สีหน้าที่บอกว่า “อยากลองสู้กับคนที่อัดลูกพี่ได้ซักครั้งจังแฮะ” นั่น มันออกมาทางสีหน้าหมดแล้วนะเฮ้ย

 

〝 ไม่ได้เป็นไรมากหรอก ว่าแต่... อาชญากรอย่างพวกเธอเข้ามาได้ยังไงกันหล่ะเนี่ย? 〞กรถามพร้อมกับเกาศีรษะอย่างรำคาญใจ

 

เพราะแบบนั้นเลยทำเป็นไม่ใส่ใจแล้วถามสิ่งที่ควรถามก่อนมากกว่าหน่ะนะ

แต่ไอ้คำตอบเนี่ยสิ...

 

〝 เนี่ยแหล่ะๆ! พอเค้ามาเยี่ยมเสร็จก็จะเผ่นออกไปเองหล่ะ! 〞

〝 ก็นะ ยังไงพวกยามก็ทำอะไรข้าไม่ได้อยู่แล้วนี่นา 〞

          ฟลอร่ากับยูมิน่าพูดพร้อมด้วยท่าทางยืดอกภูมิใจ

 

เฮ้ยๆ... นี่สรุปคือบุกเข้ามาในปราสาทงั้นเหรอ!?

ที่นี่มันเขตที่มีการป้องกันสูงสุดของประเทศนะเหวย

          ในขณะที่กรกำลังเป็นห่วงความสามารถของกำลังทหารประเทศนี้ ซิลเวียก็ยกมือขึ้นประมาณระดับศีรษะของตัวเอง

 

〝 ไม่หรอกค่ะ... จริงๆแล้ว ฉันเป็นคนปล่อยให้เข้ามาเอง 〞

〝 อืมๆ ปล่อยอาชญากรเข้ามาง่ายๆเลยเนอะ ซึ้งเลย... ก่อนหน้านี้ยังตีกันจะเป็นจะตายอยู่เลยแท้ๆ 〞

 

ว่าแต่ยัยนี่... สนิทกับราชินีขนาดไหน คนเขาถึงเชื่อใจกันขนาดนี้หล่ะเนี่ย

แต่ถ้าพูดกันโดยสนแค่ผลลัพธ์หล่ะก็ คิดถูกแล้วหล่ะนะที่ยอมให้เข้ามา... ไม่งั้นปราสาทอาจโดนยัยยูมิน่าถล่มเอาก็ได้ใครจะรู้

 

〝 กะ ก็กรบอกเองไม่ใช่เหรอคะ ว่าพวกเค้าก็มีเหตุผลหน่ะ! อะไรกันคะเนี่ย! อุตส่าห์เชื่อในคำพูดของคุณแล้วแท้ๆเชียว 〞ซิลเวียว่าแบบนั้นแล้วก็ทำแก้มป่องไม่พอใจ และรู้สึกเหมือนจะโกรธจนหน้าแดงถึงหูเลยด้วย

 

ใจเย็นๆน่าแม่คุณ ก็แค่แกล้งหยอกเหมือนทุกทีเองน่า

แต่ก็เอาเถอะ... อย่างน้อยสถานการณ์ก้ไม่กระอักกระอ่วนไปกว่าที่คิดหน่ะนะ ดีแล้วๆ

 

〝 แต่ก็เอาเถอะ... ขอบคุณมากนะทั้งสามคน อย่างน้อยตอนนี้พวกเราก็ไม่เป็นไรแล้วหล่ะนะ 〞

          กรตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มแบบทุกที นั่นทำให้ซิลเวียพ่นลมออกจมูกดัง ฮึ! ดังเช่นทุกครั้งที่โดนแกล้ง

          ทางฝั่งยูมิน่ากับฟลอร่าเองก็ยิ้มเล็กๆและพยักหน้าให้กรด้วยมิตรภาพเช่นกัน (นั่นทำให้สาวๆโล่งใจในหลายๆความหมาย)

 

〝 โอ๊ะโย๋! จะว่าไปนะกนๆ 〞

〝 ยังเรียกว่ากนๆอยู่อีกเหรอฟะ... 〞พอถูกเรียกแบบนั้นอีก ก่อนก็ถึงกับกุมขมับ สาวเองๆก็มีทั้งคนที่ขำกับสภาพนี้ของกร และคนที่หงุดหงิดจนเกิดเหตุอย่างเรเชลกับริต้าเพราะคิดว่ากรไม่ชอบเลยด้วย

 

          ในระหว่างที่กรถอนหายใจ ยูมิน่าก็หยิบถุงผ้าหนังออกมาจากที่เหน็บไว้ข้างเข็มขัดออกมา สิ่งที่อยู่ภายในดูน่าพิศวงเพราะมันขยับดุกดิกไปมา เสมือนสิ่งที่ยังมีชีวิตอยู่เอาไว้

          แล้วก็ยื่นมันไปทางกร

 

〝 เค้าเจอเจ้านี่ระหว่างทางอ่ะ เห็นบอกว่าเป็นคนรู้จักของกนๆเลยจับมาด้วย 〞

          ฟลอร่าว่าแบบนั้น ปากถุงก็ถูกเปิดออกเสียงดัง ป๊อง! พริบตานั้นสิ่งที่บิน?ออกมาก็คือสาวน้อยตัวเล็กความสูงเพียง 15 เซนติเมตร สวมชุดคล้ายกับใช้ใบไม้คลุมร่าง ผมบลอนด์ทองสีน้ำตาล และที่สำคัญ เธอมีปีกเล็กๆสองข้างสีใสค่อนทองอยู่ด้วย

 

〝 โหดร้าย! โหดร้ายที่สุดเลย ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดแท้ๆ แต่ดันจับข้าใส่ถุงอับๆนั่นซะได้!!! 〞สาวน้อยที่ลักษณะคล้ายภูติ กล่าวด้วยวาจาหงุดหงิดทันทีที่บินออกมาจากถุงผ้าของฟลอร่าได้

〝 อย่าพูดแบบนั้นซี่! ถุงนี้เค้าเคยใส่มาแล้วทั้งเงิน ทั้งสร้อยทองเลยนะ เพชรก็เคยแล้วด้วย! 〞

 

ยัยฟลอร่า... นี่กะจะเอาไปขายหล่ะสินะ

แต่ว่า... ก็เป็นคนรู้จักของเราจริงๆหล่ะนะ

 

〝 เบอร์หนึ่ง 〞

〝 เรียกเป็นเลขอีกแล้ว... เจ้านายอ่ะ... 〞สาวน้อยตอบกลับกรในขณะที่ลอยอยู่กลางอากาศ และค่อยๆบินมาทางกรด้วยสีหน้าอ่อนแรง

          พอกรพูดแบบนั้นทำให้ซิลเวีย ยูมิน่าและฟลอร่ามึนงง ต่างจากแฟนสาวของเขาที่รู้ได้เลยทันทีว่าสาวน้อยคนนี้คือภูติที่ใช้สิงสู่วัตถุ ซึ่งในที่นี้ก็คือกรสั่งให้สิงในโดรน และแน่นอนว่านั่นก็เพื่อให้พวกภูติทั้งหลายคอยจับตาดูพวกรินและอลิซไว้ทุกฝีก้าวนั่นเอง แน่นอน เพื่อความปลอดภัยของพวกเธอนั่นแหล่ะ

 

〝 ว่าแต่... ไม่ใช่ว่าสั่งให้อยู่ประจำตำแหน่งหรอกเหรอ———!? 〞

 

เดี๋ยวนะ!? ทำไมยัยนี่ถึงมาที่นี้ตอนเวลางานกันหล่ะ?

แล้วอีกอย่างที่สำคัญ... มีบางอย่างหายไป.....

 

.....โกหกน่า!!!!?

          และพริบตาที่กรรับรู้ได้ถึงความผิดพลาดบางอย่างของตน... กรก็กำมือของตัวเองแน่นจนเล็บจิกมือเลือดไหลเลยทีเดียว

          และความกระวนกระวายนั่น ถึงกับทำให้กรลุกออกจากเตียงเลยทีเดียว

 

〝 เวรเอ้ย! พันธะสัญญากับเวทย์ที่ใช้สื่อสารระยะไกลของฉันกับพวกเธอหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่!!! 〞

〝 ใจเย็นก่อนค่ะคุณกร! 〞

〝 อย่ารีบแบบนั้นสิคะท่านพี่ เดี๋ยวก็หน้ามืดหรอกค่ะ! 〞

          กรพูดขึ้นเสียงแบบนั้น แต่ก็ถูกเรเชลกับคาเรนที่อยู่ใกล้ๆจับตัวไว้ก่อน ไม่ให้กรทำอะไรวู่วามทั้งที่พึ่งฟื้น

          แต่สำหรับกรที่เริ่มรู้สึกไม่ดีกับสถานการณ์นี้นั้น คงไม่มีใครห้ามอยู่แน่… และท่าทางกระวนกระวายนั่นของกรก็ส่งไปถึงพวกสาวๆจนทำให้พวกเธอเหงื่อตกด้วยความกังวลไปด้วยอีกครั้ง กรจึงค่อยๆนั่งลงที่ขอบเตียงเหมือนเดิมตามการห้ามปรามของเรเชลกับคาเรน

 

บ้าชิบ! วงเวทย์หรือสายใยพลังเวทย์ที่ฉันเคยสร้างไว้กับโดรนเพื่อติดต่อหายไปทั้งหมดเลย

นี่อย่าบอกนะว่าเป็นเพราะเราใช้พลังออร่าสีดำ หรือเป็นเพราะมันกลืนกินพลังเวทย์กับสายใยพลังเวทย์ไปแล้วกัน!!!?

 

ไม่สิ... ประเด็นหลักไม่ได้อยู่ตรงนั้น

ประเด็นมันอยู่ที่ปกติถึงเราจะหลับแต่ถ้าเกิดมีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นกับพวกริน อลิซหล่ะก็ ฉันจะตื่นขึ้นมาทันที

แล้วนี่ฉันหลับไปตั้งสองวันโดยที่การสื่อสารถูกปิดกั้นแบบนี้ เราจะพลาดอะไรไปบ้างวะเนี่ย!!!

 

          และยิ่งเห็นท่าทางและสีหน้ากังวลจนสุดขีดของกรแบบนั้นเข้า ก็ยิ่งทำให้ภูติน้อยพุดยากยิ่งขึ้นไปอีก จนเธอถึงกับต้องยกมือขึ้นทาบอก สูดหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอดก่อนจะบอกความจริงกับกร

 

〝 เจ้านาย... ใจเย็นๆแล้วฟังให้ดีนะคะ... 〞

 

และน่าเสียดายที่นั่นไม่ใข่ข่าวดีเลยซักนิด

แต่กลับกลายเป็นความจริงที่ฉันหงุดหงิดจนอยากจะอัดตัวเองให้เละ เพราะความสะเพร่าเลยด้วยซ้ำ เวรเอ้ย!

          กรคิดแบบนั้นในขณะที่ความกังวลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งคำตอบที่ไม่อยากให้เกิดดันออกมาจากปากของภูติสาวคนนี้ซะได้

 

〝 เมื่อสองวันก่อน อาณาจักรอาลันของท่านรินกับท่านอลิซ... ถูกกองทัพราชาปีศาจโจมตีเข้าแล้วค่ะ 〞

         

 




NEKOPOST.NET