[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย ตอนที่ 124 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย

Ch.124 - การตื่นของราชันย์


ตอนที่ 124 : การตื่นของราชันย์

 

 

ว่ากันว่าเมื่อต้อนสัตว์ป่าจนกระทั่งมันจนมุม

มันจะมีท่าทีดุร้ายขึ้นจากสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด

 

ในหมู่ผู้คนเอง... หากกระทำการใดอันเป็นการลดศักดิ์ศรีของคนๆนั้นลงเรื่อยๆ

ผลลัพธ์สุดท้ายก็จะทำให้คนๆนั้นกลายเป็นบุคคลที่เลือดเย็น เยือกเย็นหรือตายด้านไปเสีย...

 

เช่นนั้นในสถานการณ์นี้ก็คงเป็นไปตามการคาดการณ์ที่สอง

ทว่าที่อยู่ตรงหน้านี้จะเรียกว่าเป็นอุษณกร วัชรวิรุฬห์ก็ใช่... แต่ก็ไม่ใช่ในขณะเดียวกัน...

 

ลุกซ์』... สิ่งที่ท่านสร้างได้อยู่ตรงหน้าข้าแล้ว...

ทว่า... เด็กคนนี้... ในตอนนี้———

 

〝 เป็นอะไรไป? ไม่ได้ยินที่ข้าพูดเรอะเจ้าไพร่? 〞

          ในขณะที่จิ๋นหลี่กำลังใช้ความคิดบางอย่าง กร?ที่กำลังลอยอยู่เหนือทุกคนก็พูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกแต่ไม่เหมือนกับเจ้าตัวคนก่อนเลยซักนิด

          จิ๋นหลี่ก็ยังคงหลับตานิ่ง และกลับมาสงบเยือกเย็นอีกครั้งในเวลาไม่นาน ก่อนที่จะสบัดกระบี่อย่างแรงจนพื้นที่กระทบกับพื้นกระจุยเป็นชิ้นๆ

 

〝 ราชาที่ข้าจักก้มหัวให้... มีเพียงผู้เดียวเท่านั้น 〞จิ๋นหลี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนอย่างเคย นั่นทำให้กรที่กำลังแผ่มือวางมือลงข้างลำตัวโดยไม่ได้เปลี่ยนสีหน้า

〝 แม้ข้าจักเป็นราชาแห่งราชันย์ของเจ้าก็ตามงั้นเหรอ? 〞

〝 ถูกต้องที่สุด 〞จิ๋นหลี่ตอบกลับอย่างไร้ความกังวล

〝 เข้าใจหล่ะ... 〞

          กรกลับตาลง ก่อนจะลืมตาขึ้นใหม่อีกครั้งราวกับเบื่อหน่าย

 

          แสงสว่างเริ่มสลัว เมฆครึมเริ่มปกคลุมบรรยากาศ เสียงฟ้าร้องดังกระหึ่ม ฟ้าผ่าลงมาบริเวณโดยรอบโดยมีกรเป็นจุดศูนย์กลางอีกครั้ง

          สายลมผันผวน ผืนดินสั่นสะเทือนอีกครั้ง... ราวกับโลกใบนี้กำลังโกรธาขึ้นอีกครั้งเพื่อตอบสนองกร

 

          แล้วกรก็ค่อยๆลดระดับความสูงลงมาจนถึงพื้น

 

〝 งั้นรึ... ขออภัยด้วย ดูเหมือนพลังของข้าจักมากเกินไป เพียงแค่ผืนดินธรรมดาคงมิอาจรองรับบาทาอันสูงส่งของข้าได้... 〞

          ทว่าพื้นดินที่สัมผัสกับร่างของกรซึ่งมีออร่าสีรุ้งราวกับตอนที่จุติครั้งที่ 4 กลับแหลกสลายปลิวไปตามสายลมในพริบตา

 

〝 กร... กรงั้นเหรอ? 〞

〝 นายท่าน... ? 〞

〝 น้องกร? 〞

          เสียงเรียกอันแผ่วเบาปลิวมาตามสายลมของมีอา ชาลอตและลิลิธราวกับเป็นตัวแทนของทุกคน ได้มาเข้าหูของกร นั่นทำให้กรค่อยๆหันศีรษะไปตามเสียงเรียก

          นั่นทำให้พวกสาวๆขมวดคิ้วแน่น ทว่าไม่มีใครเลยซักคนที่แสดงความหวาดกลัวในตัวกรออกมา

          และนั่นแหล่ะที่ทำให้กรยิ้มออกมาเล็กๆที่มุมปาก

 

〝 อื้ม! ฉันก็คือฉันนั่นแหล่ะ 〞

〝 !!!? 〞

          แล้วกรก็กลับยิ้มออกมา พร้อมกับตอบกลับเหล่าสาวๆไปด้วยท่าทีอย่างที่เคย

          ทั้งรอยยิ้ม ลักษณะคำพูด ท่าทาง และความอบอุ่นที่แฝงในคำพูด... ทั้งหมดนั่นคือกรไม่ผิดแน่ นั่นคือสิ่งที่สาวๆสัมผัสได้และยิ่งสร้างความแปลกใจมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

          มีเพียงจิ๋นหลี่ที่ต่างออกไปคนเดียว เขาทำสีหน้าสังเกตการณ์กรอยู่ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงบางสิ่งอยู่

 

          นั่นเป็นเวลาเดียวกับที่กรยกมือขวาขึ้น ทำท่าทางเหมือนกับจะยื่นมือไปคว้าพวกมีอาที่อยู่ในกล่อง

 

〝 แต่ว่า... พวกเธอต่างหาก ที่ยังไม่ใช่พวกเธอ... 〞

          สาวๆทำสีหน้าสงสัยให้กับคำพูดนั้นอีกครั้ง แต่ไม่รู้ทำไม... ในอกของพวกเธอถึงเจ็บจี๊ดในทันทีที่กรพูดแบบนั้นด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย

          ราวกับว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สัมผัสกับกรในรูปลักษณ์นี้ ไม่สิ... ย้อนกลับไปอีก

 

          ราวกับว่าพวกเธอ... คุ้นเคยกับกรและรู้จักกับกรมาตั้งแต่ก่อนหน้าจะพบกันแล้วเสียอีก ยังไงอย่างงั้น

 

          กรลดมือลงแล้วหันไปมองดูรอบๆ ทั้งดินแดนของชาวทะเลที เมืองยูทาร์น่าที รวมถึงที่ๆไกลออกไปจากเมืองฟอร์เรสเตอร์ รวมถึงไกลออกไปจนไปถึงอาณาจักรอาลันเองก็ด้วย

 

〝 งั้นเหรอ... ยังไม่ได้เจอกันสินะ 〞

          กรยังคงมองสถานที่ดังกล่าวด้วยสีหน้าถวิลหาถึงใครบางคนอยู่พร้อมกับพึมพำออกมาเบาๆแบบนั้น

 

〝 เป็นอะไร? ฟั่นเฟือนไปแล้วรึเจ้าหน่ะ? 〞

          จิ๋นหลี่ว่าพลางชี้กระบี่ท้าทายมาทางกรที่ยืนอยู่ห่างออกไปอีกครั้ง นั่นทำให้กรกลับมามองจิ๋นหลี่อีกครั้ง

          แต่จากที่มองแบบไม่คิดอะไรเมื่อครู่ กลายเป็นสายตาที่มองสิ่งที่ต่ำกว่าขยะไปเสียแล้ว...

 

〝 ข้ามิได้เกลียดนิสัยเย่อหยิ่งของพวกเจ้าหรอกนะ... เพราะยังไงเสีย ทุกสิ่งล้วนเต็มไปด้วยความขัดแย้งซึ่งนำมาสู่การล่มสลายอยู่แล้ว 〞

          กรว่าพลางเดินเข้าหาจิ๋นหลี่ และนั่นทำให้จิ๋นหลี่ตั้งท่าต่อสู้เป็นครั้งแรก ไร้ซึ่งท่าทีสบายๆก่อนหน้า

          ราวกับว่าเขารู้อยู่แล้วว่าตัวเองกำลังเจออยู่กับอะไร

 

〝 และหน้าที่ของราชาที่ดีเช่นข้าคือชะลอการล่มสลายให้มันยืดไปเสีย สำหรับเด็กดื้อเช่นเจ้า... ข้าคงต้องลงทัณฑ์พวกเจ้าเสียหน่อยแล้ว 〞

วูม!!!!!

          พริบตาเดียวกับที่กรพูดแบบนั้นออกมา ออร่าสีรุ้งที่คลุมฝ่ามือขวาของกรอยู่ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง พร้อมกับประกายแสงระยิบระยับรอบๆออร่า ซึ่งเป็นคนละแบบกับของซาช่าขึ้นมา

 

          แล้วพริบตาเดียวกันนั้นเอง ร่างของกรก็หายไปจากสายตาของทุกคน ด้วยความเร็วที่ไม่มีใครตามทันได้ซักคนแม้แต่จิ๋นหลี่ยังต้องขมวดคิ้วแน่น จนกระทั่งอีกเสี้ยววินาทีถัดมา

          ที่กรโผล่มาอยู่ด้านหลังของจิ๋นหลี่และใช้นิ้วชี้ขวาซึ่งมีออร่าสีแดง สัมผัสกับปลายหลังของจิ๋นหลี่ ไม่สิ... สัมผัสกับพลังเชนจ์ที่จิ๋นหลี่ใช้คลุมร่างอยู่ โดยที่เข้าไม่ทันขยับร่างได้ทัน

 

เพล๊ง!!!

〝 !!!!!? 〞

          และพริบตานั้น เชนจ์ที่คลุมร่างของจิ๋นหลี่อยู่ก็แตกกระจายราวกับแก้วตกพื้นออกไปทั่วทิศทางอย่างง่ายดาย นั่นถึงกับทำให้จิ๋นหลี่กลืนน้ำลายพร้อมกับถีบตัวถอยร่นห่างออกจากตัวกรไปในทันที

 

〝 เมื่อครู่นี้มัน? 〞จิ๋นหลี่มองภาพที่กรยังคงใช้นิ้วชี้ชี้ยังจุดเดิมไม่ขยับอยู่ เช่นเดียวกับสาวๆที่ทั้งโล่งใจและสงสัยว่าเมื่อครู่มันเกิดอะไรขึ้น แต่คนเดียวที่รู้คำตอบก็ไม่ได้พูดอธิบายอะไรออกมาแต่อย่างใด

 

          กรค่อยๆลดมือลงด้วยท่าทีสบายๆ นั่นทำให้จิ๋นหลี่เอาจริงเต็ม 100% ในทันที เพราะรู้ตัวแล้วว่ากรในตอนนี้แข็งแกร่งจนมองไม่เห็นขีดจำกัดเลยด้วยซ้ำ

          ท่าทางของกรเมื่อกี้ มันเหมือนกับกรแค่เดินเล่นมาอยู่ด้านหลังของจิ๋นหลี่แล้วสะกิดไหล่เบาๆเสียด้วยซ้ำ

 

          แต่แม้กระทั่งตอนนี้ จิ๋นหลี่ก็ยังคงสังเกตกรอยู่เรื่อยๆอย่างที่ทำมาแต่ต้น

 

〝 ข้ามิชอบปกครองด้วยความหวาดกลัวเสียด้วย... ทว่าเรื่องที่มันคือสิ่งที่ใช้ตักเตือนได้ดีที่สุดก็มิผิดเพี้ยนแต่อย่างใด... เช่นนั้น... 〞

          กรว่าพร้อมกับยื่นมือขวาไปยังทิศที่จิ๋นหลี่ตั้งท่าเตรียมพร้อมอีกครั้ง

 

〝 ความหยิ่งผยองนั่นของเจ้า... ข้าคนนี้จักทำลายมันแล้วเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวให้เอง 〞

          พูดจบประโยค กรก็ชักมือขวากลับจนกระทั่งฝ่ามือมาอยู่ในระดับเดียวกับสายตา และกำหมัดฝ่ามือนั้นจนแน่น ก่อนจะพูด ไม่สิ... ร่ายบางอย่างออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นอย่างที่สุด

 

〝 เจตจำนงลุกโชนดุจดั่งเพลิงกัลป์แดงฉาน... Infinite Burst! 〞

          พริบตาที่กรร่ายบางอย่างที่เหมือนกำการบริกรรมคาถาออกมา ออร่าสีแดงที่เต็มไปด้วยประกายแสงก็กระจายไปโดยรอบราวกับหมอกซึ่งมีกรเป็นศูนย์กลาง จนกระทั่งว่าทั่วทั้งบริเวณ มีประกายแสงสีแดงระยิบระยับอยู่เต็มไปหมด และมันยังขยายอาณาเขตเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆอีกด้วย

 

〝 รับมือเสียจิ๋นหลี่... ข้าให้เวลา 3 วินาทีในการสร้างเชนจ์ป้องกันการโจมตีของข้า 〞

วูม!!!

          กรพูดออกไปแบบนั้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก พร้อมกับชักเท้าไปด้านหลัง และขยายออร่าสีแดงที่คลุมมือขวาอยู่ในพริบตา

 

วูม!!!

          บรรยากาศสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงในขณะที่มือขวาของกรที่คลุมด้วยออร่าสีแดงสั่นไหวอย่าวรุนแรงราวกับจะกลืนกินโลก

          พื้นที่อยู่ใต้เท้าของกรถูกคว้านออกไปในพริบตาที่เวลาผ่านไปได้เพียง 1 วินาที

          พอผ่านไป 2 วินาที หน้าผาก็เกิดรอยร้าว จนกระทั่งมันขาดออกจากกันและถล่มลงไปยังพื้นดินด้านล่าง ไม่ว่าจะด้วยโชคช่วยหรือความตั้งใจ พวกสาวๆอยู่ในส่วนที่ติดกับภูเขาเลยไม่หล่นลงไปด้วย

 

          และวินาทีที่สาม เมฆทั้งหลายที่อยู่เหนือหัวของกรได้พัดกระจายออกไปสิ้นทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงอานุภาพของพลังแม้จะยังไม่ได้ปล่อยหมัดเสียด้วยซ้ำ

 

          นั่นทำให้จิ๋นหลี่กลืนน้ำลายเป็นครั้งแรกของการต่อสู้ ก่อนที่จะ...

 

〝 ฮึ่ม… 〞

          จิ๋นหลี่เข้าสู่สถานะตึงเครียดอย่างแท้จริง เขากัดฟันกรอด สร้างกำแพงจากเชนจ์หนาถึงหนึ่งล้านชั้น เป็นกำแพงที่ใช้เบี่ยงการโจมตีออกไปแทนที่จะรับตรงๆ ด้วยความหนารวมแล้วประมาณ 50 เมตร นั่นหมายความว่าเชนจ์แต่ละแผ่นหนาน้อยยิ่งกว่ากระดาษด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ตาม ความหนาของเชนจ์ไม่มีผลกับความแข็งแกร่งของมัน...

          และทำไมถึงไม่ใช้ไทม์ในการปัดป้องการโจมตีจากอดีต? จิ๋นหลี่ที่โดนความกลัว?เข้าปกคลุมเพียงแค่ชั่วพริบตาไม่ได้ทำแบบนั้น

          แต่ทว่านั่นเป็นการตัดสินใจที่ถูกแล้วแม้เขาจะไม่รู้ตัวก็ตาม

 

          และจากนั้น... หมัดทรงอานุภาพของกรก็ถูกปล่อยออกมา

 

ตู้ม!!!!!

〝 บ้าหน่ะ!!! 〞

          หมัดของกรที่ชกออกมากลายเป็นคลื่นพลังรุนแรงพุ่งตรงไปยังกำแพงเชนจ์จำนวนกว่าหนึ่งล้านชั้น ทว่าพริบตาที่ออร่าสีแดงซึ่งเป็นคลื่นพลังของกรสัมผัสกับเชนจ์ พวกมันก็แตกสลายไปสิ้นเสมือนไม่มีค่าอะไรเลย และทะลุผ่านไปถึงตัวจิ๋นหลี่ได้อย่างง่ายดาย จิ๋นหลี่จึงทำได้เพียงแค่กระโดดหลบไปด้านข้างเท่านั้น

 

          การโจมตีของกรไม่มีวันหยุด.... มันยังคงพุ่งตรงออกไปเรื่อยๆ แถมยังไม่แม้แต่จะถูกแรงดึงดูดของดวงดาวทำให้ตกลงทะเลด้วยซ้ำ...

          มันลอยตรงไปจนกระทั่งออกไปเหนือชั้นบรรยากาศ จนทำให้เมฆบริเวณนั้นปลิวหายไปจนหมดสิ้น กลายเป็นช่องโหว่กลางอากาศไปเสียแล้ว

 

          แต่ใครจะสนเรื่องนั้นกัน? นั่นคือสิ่งที่จิ๋นหลี่คิด

          เพราะประเด็นสำคัญคือการปล่อยพลังที่สามารถทำลายได้ทั้งทวีป หรือบางทีอาจจะทั้งโลกเลยด้วยซ้ำนั้นออกมาง่ายๆของกรต่างหากที่น่ากังวล

 

ชายคนนี้... จะถึงขนาดทำลายดาวทั้งดวงทิ้งรึเปล่า?

          จิ๋นหลี่คิดแบบนั้นแล้วก็เหงื่อตก... นั่นคือเหตุผลที่ทำให้จิ๋นหลี่จำต้องหยุดกรเสียตอนนี้

          แต่ในขณะเดียวกัน... กรก็เคลื่อนไหวอีกครั้ง

 

〝 แลนิ่งสงบดังเช่นสาครคราม... Immortal Burst! 〞

          การบริกรรมของกรเริ่มขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ออร่าสีน้ำเงินพร้อมกับประกายระยิบระยับได้กระจัดกระจายออกไปราวกับหมอกครอบคลุมพื้นที่เช่นเดียวกับสีแดงแล้ว...

 

ต้องรีบจัดการชายคนนี้เสีย!

〝 ไทม์!!! 〞

          จิ๋นหลี่ตัดสินใจแบบนั้น แล้วก็ใช้ไทม์ ซึ่งเป็นพลังอีกอย่างของเขา และส่งการโจมตีเชนจ์ไปยังอดีตก่อนหน้าที่กรจะร่ายคำบริกรรมทั้งหมด

          แต่กว่าจะรู้ว่ามันเปล่าประโยชน์ ก็สายไปเสียแล้ว...

 

〝 !!! 〞

          บริเวณลำคอของกรมีใบมีดจากเชนจ์เข้าโจมตีหวังที่จะบั่นคอเขาให้ขาดสะบั้น ทว่าก่อนที่ใบมีดจะถึงคอของกร มันก็ถูกประกายแสงจากออร่าสีน้ำเงินลบทิ้งไปอย่างง่ายดาย

          การโจมตีของไทม์ไร้ผลอย่างสิ้นเชิง เสมือนกรใช้นิ้วปัดยุง... นั่นทำให้จิ๋นหลี่ลืมตาขึ้นมานิดหน่อยด้วยความตกตะลึงเลยทีเดียว

 

          และไม่ใช่แค่จิ๋นหลี่... แม้แต่เมอร์ลินเองก็ด้วย

 

〝 พลังนั่น... ขนาดการโจมตีจากอดีต... การโจมตีที่ก้าวข้ามขอบเขตของเวลาก็ยังใช้ไม่ได้ผลเลยงั้นเหรอ? 〞เมอร์ลินพูดออกมาด้วยสีหน้าโล่งอก ทว่าก็ยังเหงื่อตกด้วยความกังวลจากความไม่รู้อยู่ดี

〝 เกิดอะไร... ขึ้นกับนายท่านกันแน่คะ? 〞ชาลอตถามออกมา แต่เมอร์ลินส่ายหัวในทันที

〝 ไม่รู้... แต่ว่าที่รู้มีอยู่อย่างเดียว... พลังแปลกๆนั่นหน่ะ คือ ออร่าในอุดมคติ 〞

〝 ออร่าในอุดมคติ? 〞มีอาถามย้ำด้วยความสงสัยในทันที

 

〝 ใช่... ออร่าหน่ะ คือ พลังที่จะแข็งแกร่งขึ้นตามจินตนาการ อย่างออร่าของมีอาที่ใช้เพิ่มความเร็ว หรือออร่าของซาช่าที่ใช้ดูดซับการโจมตี... ทั้งหมดมีแนวโน้มจะอ่อนแอลงหากกำลังใจหรือจินตนาการของผู้ใช้อ่อนแอลง 〞

          เมอร์ลินว่าจบแล้วก็หันไปมองสภาพของกรในปัจจุบันที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยออร่าประกายสีแดงและสีน้ำเงิน

 

〝 แล้วถ้าเกิด... มีออร่าที่เป็นจุดสูงสุดของแต่ละอย่างอยู่หล่ะ? ออร่าที่ทำให้เร็วยิ่งกว่าใคร... ออร่าที่ทำให้มีพลังมากยิ่งกว่าใคร... ออร่าที่ทำให้ป้องกันได้ทุกสิ่งตลอดกาล... นั่นแหล่ะคือออร่าในอุดมคติ 〞

          สาวๆได้ยินแบบนั้นก็กลืนน้ำลาย และเข้าใจได้ถึงพลังมหาศาลของกรที่อยู่ตรงหน้าในตอนนี้ทันที ส่วนทางซิลเวียที่แม้จะไม่รู้ศัพท์เฉพาะ แต่ดูเหมือนเธอจะฉลาดพอที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรอยู่บ้าง

 

          ออร่าสีแดงที่ทำให้พลังเพิ่มขึ้นมหาศาลยิ่งกว่าใคร และออร่าสีน้ำเงินที่ทำให้ป้องกันได้ทุกสิ่งไม่ว่าจะมาจากห้วงเวลาใดก็ไม่มีผลนั่นก็ด้วย...

          นั่นคือตัวตนของพลังของกรในตอนนี้...

 

〝 แล้วกร... จะเป็นอะไรรึเปล่า? 〞มีอาเอ่ยถามขึ้นมาแบบนั้นพร้อมกับกำมือแน่นด้วยความเป็นห่วง เป็นอีกครั้งที่เมอร์ลินขมวดคิ้วแน่นพร้อมกับสาวๆทุกคน ก่อนที่จะส่ายหน้าไปมาเพราะไม่อาจตอบคำถามนั้นได้เลย

 

          และเพราะว่าทำอะไรไม่ได้นอกจากเฝ้าดูผลลัพธ์ด้วยความเป็นห่วง... พวกเธอจึงทำได้แค่รอด้วยความเจ็บใจเท่านั้น

 

〝 เอาหล่ะ...ต้องเท่าใดกัน ถึงจะสร้างความหวาดกลัวให้เจ้าได้... มาดูกัน 〞

          กรว่าพร้อมกับเดินเข้าหาจิ๋นหลี่ช้าๆ ซึ่งทางจิ๋นหลี่ก็ทำแค่ตั้งท่าเตรียมพร้อมเท่านั้น

          แม้ในสถานการณ์แบบนี้ ยิ่งปล่อยให้นานจะยิ่งเสียเปรียบ ทว่าการเข้าโจมตีทั้งที่ไม่รู้ขีดความสามารถของศัตรูนั้นเสียเปรียบยิ่งกว่า

 

〝 อืม... เช่นนั้นข้าเองก็... 〞

วูม!!!

          จิ๋นหลี่เร่งพลังจินตนาการของตัวเองขึ้น พริบตานั้น ออร่าสีขาวก็พวยพุ่งออกมาจากภายในร่างของเขา ครอบคลุมร่างของเขารวมถึงกระบี่ด้วยออร่าสีขาวเช่นเดียวกับออร่าเทพเจ้าของกร พร้อมกับชี้กระบี่มาทางกรอีกครั้ง

 

〝 เป็น『เจตจำนง』ที่แข็งแกร่ง... 〞

          กรพูดพึมพำแบบนั้นออกมาราวกับชื่นชม แต่ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นแค่ลมปาก เพราะสีหน้าและน้ำเสียงของกรไม่ได้บ่งบอกแบบนั้นเลยซักนิด

          สีหน้าและน้ำเสียงของกร ยังคงดูถูกจิ๋นหลี่เหมือนที่ผ่านมา

 

          จากนั้นเขาก็เดินหน้าเข้าหาจิ๋นหลี่ ก่อนที่จะหยุดลงในตอนที่ห่างกันประมาณ 10 เมตร

          ทั้งคู่จ้องมองกันโดยที่ไม่ได้ขยับไปไหน

 

ตู้ม!!!

          ก่อนที่อากาศบริเวณนั้นจะเกิดระเบิดขึ้น แล้วก็เกิดระเบิดขนาดใหญ่ขึ้นบริเวณนั้น... ร่างของทั้งสองคนหายไป แล้วไปลอยอยู่เหนือผืนป่าด้านล่างแทน

 

          พริบตาเดียว ร่างของทั้งสองก็หายไปอีกครั้ง ผิวหน้าของผืนป่าถูกคว้านออกไปเป็นบริเวณกว่า 500 เมตรในพริบตา อันเกิดจากการต่อสู้ในชั่วพริบตาของกรและจิ๋นหลี่ โดยที่แม้แต่พวกสาวๆที่ประสาทสัมผัสเหนือมนุษย์ยังไล่ตามไม่ทัน

 

〝 ไม่เลว 〞

          กรพูดแบบนั้นกลางอากาศโดยไม่ได้ร่อนลงพื้นเหมือนจิ๋นหลี่

          ส่วนจิ๋นหลี่ที่ร่อนลงพื้น ก็จ้องมองกรที่ลอยอยู่เหนือหัวอีกครั้ง

 

〝 เจ้าต่างหาก... ไม่คิดเลยว่าพลังจะมากมายมหาศาลเช่นนี้ 〞จิ๋นหลี่ว่าในขณะที่สังเกตกรด้วยสายตาซึ่งหรี่ลงครึ่งหนึ่ง

 

เป็นอย่างที่คิด... เป็นพลังของราชันย์แห่งสรรพสิ่ง

ดูเหมือนที่ท่านเคยกล่าวไว้จะจริงเสียด้วย... ราชาของข้า...

 

〝 แต่ว่า... ต่อให้รู้ว่าข้าเป็นใคร ก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้ารู้จักข้าหรอกนะ และแน่นอน นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะเอาชนะข้าได้เช่นกัน 〞

〝 .... 〞

          คำพูดราวกับอ่านใจได้ของกรจี้จุดจิ๋นหลี่ในทันที แต่เขาก็ไม่ได้แสดงสีหน้าร้อนรนหรือวิตกออกมาเลยซักนิด

 

〝 ชีวิตยังอีกยาวไกล จุดจบยังอีกยาวนาน นี่คือคำแนะนำของข้า... ปลงซะเถอะจิ๋นหลี่ เจ้าทำอะไรไม่ได้หรอก ไม่มีใครทำอะไรได้ทั้งนั้น... 〞

〝 .... 〞

          จิ๋นหลี่เข้าใจความหมายนัยตรงของคำพูดนั้น ว่าการต่อสู้ในครั้งนี้ ยังไงเขาก็ไม่มีทางชนะ

          ทว่าในคำพูดนั้นก็ยังมีนัยยะแฝงอยู่ ซึ่งเขาก็เข้าใจมันดีเสียด้วย

 

〝 มิได้... หากยอมรับชะตากรรมเสียง่ายๆ ชีวิตจะมีความหมายได้อย่างไร? 〞

〝 ...งั้นเหรอ 〞

〝 เข้ามาเสียราชันย์เอ๋ย... เรามิมีเรื่องอันใดต้องกล่าวกับเจ้าอีกแล้ว 〞

          จิ๋นหลี่ชี้กระบี่ไปที่กรอีกเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ นั่นทำให้กรทำสีหน้าเศร้าสร้อยออกมานิดหน่อย โดยมีสาเหตุมาจากความนัยที่ทั้งสองกล่าวกัน

 

〝 เจ้าพูดถูก... ถึงเวลาอันควรแล้ว... 〞

ซูม!!!

          พริบตาที่กรว่าแบบนั้นออกมาราวกับจะตัดพ้อ พริบตานั้นออร่าในมือซ้ายของกรก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท... ใช่ มันคือออร่าของความมืดนั่นเอง แตกต่างกับของเดิมแค่มันมีประกายแสงระยิบระยับเป็นสีดำเท่านั้น

 

〝 นั่น!!!? 〞

          แล้วจากนั้นสิ่งที่น่าพรั่นพรึงก็ปรากฏออกมาอีกครั้ง... ดาบสีดำขนาดใหญ่ที่มีคมดาบสองฝั่งและมีลูกแก้วอยู่ตรงกลางของส่วนกั้นระหว่างคมดาบกับด้ามดาบ

          เมื่อดาบที่ว่าปรากฏขึ้นในมือของกร นั่นยิ่งทำให้จิ๋นหลี่เบิกตาโพลงเต็มที่ พร้อทั้งขมวดคิ้วแน่นอีกต่างหาก

 

〝 『ดาบผ่าดารา』 พวกเจ้าเรียกมันเช่นนี้สินะ... ทว่านามแท้จริงของมัน———— 〞

【 เดี๋ยวสิเฮ้ยแกหน่ะ! นี่มันดาบของฉันหน่ะโว้ย คิดจะทำอะไรกันวะ! 】

          และแน่นอน ความมืดออกมาโวยวายในทันที ด้วยเสียงที่เสมือนออกมาจากรอบทิศทางโดยมีออร่าสีดำเป็นแหล่งกำเนิดเสียง

 

〝 ไม่ใช่ของเจ้า... ของเราต่างหาก 〞

【 อะไรนะ!? 】

วูม!!!

          กรไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความนัก ก่อนที่จะเร่งพลังจินตนาการจนทำให้ลูกแก้วสีดำส่องแสงสีดำอมม่วงออกมาทั่วทิศทาง

          ลายตามดาบที่แสนวิจิตรเริ่มส่องแสงสีดำอมม่วงโดยเริ่มจากลูแก้มไหลไปตามทางราวกับสายน้ำจนถึงปลายคมดาบ และจากนั้นคมดาบทั้งสองก็แยกออกจากกันเผยให้เห็นวงจรข้างใน

 

          คมดาบฝั่งที่เป็นฟันเลื่อยเริ่มหมุนวนเสมือนมันเป็นเลื่อยจริงๆ พร้อมกันนั้น แสงสว่างจากลูกแก้วและลายของดาบก็สว่าง ไม่สิ... สร้างความมืดมิดครอบคลุมบริเวณให้มากขึ้นไปอีก

          เกิดกระแสไฟฟ้าสปาร์คขึ้นระหว่างช่องว่างของคมดาบทั้งสองที่แยกออกจากกัน เป็นพริบตาเดียวกับที่แสงปริมาณความเข้มสูงถูกรวบรวมจากลูกแก้ว ราวกับดาบได้แปรสภาพไปเป็นปืนใหญ่ สร้างความกังวล ไม่สิ... มันได้สร้างความหวาดกลัวให้กับจิ๋นหลี่ไปแล้ว

 

          เพราะเขารู้ดีอยู่แล้วว่า การที่ดาบเปลี่ยนสภาพไปแบบนี้มันหมายความว่ายังไง

 

〝 เจ้า!!! นี่ถึงกับจะทำลายดาวดวงนี้ทิ้งเลยงั้นรึ!!! 〞

          จิ๋นหลี่ที่กำลังเหงื่อตก ตั้งท่าป้องกันเต็มกำลัง แถมยังพยายามหาช่องว่างเพื่อหยุดกรด้วย แต่แน่นอนว่ามันไม่มี...

 

          กรไม่ได้ตอบกลับคำถามนั้นของจิ๋นหลี่... เขาลอยตัวสูงขึ้นอีก แผ่บรรยากาศจากออร่าแห่งความมืดไปทั่วพร้อมๆกับหันปลายดาบ ไม่สิ... ปลายกระบอกปืนไปยังจิ๋นหลี่

 

〝 หยุดนะกร! อย่าใช้ดาบเล่มนั้นนะ! ทุกคนจะตายกันหมด!!! 〞

          และพริบตานั้น... เมอร์ลิน ซึ่งเป็นอีกคนที่รู้ซึ้งถึงอานุภาพของดาบเล่มนี้ก็ตะโกนห้ามกรในพริบตาที่เห็นสภาพของกรในทันที แต่ว่า...

 

〝 ไม่ต้องห่วงเมอร์ลิน... ทุกอย่างจะโอเค... 〞

          กรก็ยังเล็งไปที่ร่างของจิ๋นหลี่อยู่ดี และแน่นอน นั่นหมายถึงว่ากรกำลังเล็งลงไปยังดาวดวงนี้ด้วยเหมือนกัน

 

          เมอร์ลินไม่อาจรู้ได้เลยว่าคำพูดและเจตนาของเธอส่งไปถึงกรรึเปล่า ไม่สิ... เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่กำลังสะท้อนอยู่ในดวงตาเธอใช่กรคนที่เธอรักหรือไม่ด้วยซ้ำ

          แต่เธอกลับรู้สึกว่าคำพูดนั้นของกรไม่ได้โกหกเลยซักนิด...

 

          แต่ท่าทางของเมอร์ลินนั่นแหล่ะ ที่ทำให้สาวๆคนอื่นๆกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกกันแน่? และจากที่เห็นเมื่อครู่ ไม่ว่าทุกคนตะโกนไปยังไง ก็น่าจะได้รับคำตอบกลับมาแบบเดิมอยู่ดี...

 

〝 อย่านะกร! ถ้าทำแบบนั้น นายจะเสียใจทีหลังนะ!!! 〞

〝 พอได้แล้วน้องกร! พี่สาวไม่อยากให้น้องกรต้องมาเจอเรื่องแบบเดียวกับพี่สาวนะ!!! 〞

〝 ทะทะ ถึงไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร... แต่ถ้าจะทำเรื่องไม่ดีก็หยุดเถอะนะคะกร!! 〞

〝 ไอ้ท่าทางเพี้ยนๆแบบนั้นมันไม่เหมาะหรอกนะคะ! เพราะงั้นกลับมาเป็นเหมือนเดิมทีเถอะค่ะท่านพี่!!! 〞

〝 คุณกร!!! 〞

〝 คุณกร!!! 〞

〝 นายท่าน!!! 〞

〝 นายท่านได้สติซักทีสิคะ!!! 〞

          แต่สุดท้ายพวกสาวๆก็ยังไม่ยอมแพ้... ทุกคนรวมถึงซิลเวียยังคงไล่ตะโกนเรียกสติของกรอยู่อย่างต่อเนื่องแม้จะรู้ว่ามันอาจจะเปล่าประโยชน์ก็ตาม

 

〝 ไม่เห็นต้องชนะก็ได้! พวกเราแค่อยากให้นายมีชีวิตรอดเท่านั้นเอง เพราะงั้น... ได้สติซักทีสิยะอีตาบ้า!!! 〞

          เมอร์ลินตะโกนออกไปแบบนั้นทั้งน้ำตาแถมยังสุดเสียง

          เสียงของหญิงสาวทั้ง 9 คนรุนแรงราวกับกระแสลมโหมกระหน่ะตีเข้ากลางหน้าของกร

 

          แต่น่าเสียดาย... ที่ความคิดในแง่ร้ายดันเป็นจริง

 

〝 โทษทีนะทุกคน แต่ก็อย่างที่บอก... ทุกอย่างจะโอเค... 〞

วูม!!!

          แสงแห่งความมืดที่แผ่ออกมาจากลูกแก้วเข้มข้นขึ้นแถมยังแผ่ขยายวงกว้างออกไปอีก เห็นได้ชัดเลยว่ากรไม่มีท่าทีลังเลซักนิดในการโมตีครั้งถัดไปที่อาจมีพลังมากพอจะทำลายดาวได้ทั้งดวง

 

          สาวๆจึงทำได้แค่ยอมรับความจริงเท่านั้นว่าเสียงของตัวเองส่งไปไม่ถึงกรแล้ว

          แม้จะรู้สึกสมเพชตัวเองที่ไม่สามารถช่วยกรในตอนนี้ได้ แต่ก็ตัดสินใจแล้วด้วยเช่นกันว่าต่อให้เกิดอะไรขึ้นพวกเธอก็จะอยู่ข้างๆกรเสมอ... พวกเธอตัดสินใจกันแบบนั้นอยู่ในใจอย่างหนักแน่นทั้งน้ำตาและพร้อมเพียงโดยไม่ได้นัดแนะกันเสียด้วยซ้ำ

 

          ความมืดแผ่ขยายวงกว้างออกไปจนรัศมีกินเกือบ 1 กิโลเมตรโดยมีกรเป็นจุดศูนย์กลาง

          พลังจากลูกแก้วก็ถูกส่งถ่ายไปยังปลายดาบเรียบร้อย ราวกับเตรียมพร้อมที่จะยิงใส่เป้าหมายที่อยู่ด้านล่างอย่างจิ๋นหลี่ได้ทุกเมื่อ

 

พลังนั่น... ต้องมากพอจะทำลายดาวได้ทั้งดวงแบบตอนนั้นแน่ๆ

ถ้าเช่นนั้น...

          ทว่าจิ๋นหลี่นั้นไม่ได้มีท่าทีจะหนีแม้แต่น้อย... เขาคิดเพียงแค่ว่านี่เป็นความรับผิดชอบของเขา ทีต้องการจะปกป้องคนหมู่มากให้ได้ตามปณิธานเท่านั้น

         

〝 กร... 〞

          มีอากำมือแน่นด้วยความเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้ทั้งน้ำตา ในขณะที่มองภาพตรงหน้า ซึ่งกรกำลังจะยิงแสงแห่งความมืดลงมายังพื้นดินของดวงดาว

          กรที่กำลังกำด้ามดาบไว้แน่น ส่งพลังมากขึ้นอย่างไม่ลังเล และเป็นพริบตาที่แสงแห่งความมืดถูกปล่อยออกมา…

 

          ...ความจริงมันควรเป็นเช่นนั้น หากไม่มีใครบางคนโผล่ออกมาขัดจังหวะเสียก่อน

 

〝 ข้าเคยสอนแล้วนะว่าอย่าปล่อยให้ผู้หญิงร้องไห้หน่ะ... ไอ้หนู 〞

          ชายที่เป็นลุงวัยกลางคนสวมชุดสูทสีดำ ปล่อยชายเสื้ออย่างหลวมๆและมาพร้อมหมวกทรงสูงของนักมายากล โผล่ขึ้นมากลางอากาศ ลอยอยู่ข้างๆไหล่ของกรในลักษณะหันหน้าเข้าหากัน และนำมือวางบนไหล่ของกรอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเช่นนั้น

 

〝 นี่เจ้า———— 〞

〝 ช้าไปแล้วท่านราชา! ขออนุญาตพาไปทัวร์สุดขอบจักรวาลหน่อยนะขอร้าบ!!! 〞

          ก่อนที่กรจะได้พูดอะไรและก่อนที่กรจะได้ทำอะไร ชายวัยกลางคนก็พูดขึ้นอย่างยียวนด้วยรอยยิ้มกวนประสาท

          ก่อนที่ร่างของทั้งกรและชายวัยกลางคนจะอันตรธานหายไปในพริบตา รวมถึงออร่าแห่งความมืดหรือแสงแห่งความมืด ทุกอย่างอันตรธานหายไปสิ้นพร้อมร่างของทั้งสองคน

 

          เหลือไว้เพียงสีหน้าตกตะลึงของทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนี้ โดยเฉพาะเมอร์ลินกับจิ๋นหลี่ ที่รู้ว่าชายวัยกลางคนเมื่อครู่นี้เป็นใคร...

 

❖❖❖❖❖

 

〝 ที่นี่มัน... 〞

          กรที่กลุ่มหมอกออร่าสีแดงและน้ำเงินรอบตัว รวมถึงออร่าสีดำที่แขนซ้ายพร้อมดาบล้วนหายไปสิ้น เหลือเพียงออร่าสีรุ้งที่คลุมรอบตัวบางๆเช่นทีแรก ได้พูดพึมพำในลำคอแบบนั้นแล้วก็มองไปรอบๆตัว

 

          รอบๆตัวของเขาเต็มไปด้วยทรายสีน้ำตาลแดงสุดลูกหูลูกตา แซมด้วยภูเขาหรือก้อนหินขนาดสูงร่วม 100 เมตรทั่วไปหมด ท้องฟ้าไร้ซึ่งเมฆาใดๆ เผยให้เห็นเพียงดวงดาวยามค่ำคืนเต็มท้องฟ้าเท่านั้น

          ไร้ซึ่งออกซิเจนและความชื้น อุณหภูมิติดลบ 500 องศาเซลเซียส เห็นได้ชัดเลยว่าที่นี่ไม่ใช่ดวงดาวที่กรอยู่เมื่อครู่หรือแม้กระทั่งโลกที่กรจากมา... นั่นหมายความว่าที่นี่มนุษย์ไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างแน่นอน

 

          แน่นอนว่าที่กรยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไม่สะทกสะท้าน นั่นก็เพราะเขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดานั่นเอง

          และที่น่าสนใจคือ... กรไม่ใช่คนเดียวที่สามารถมีชีวิตอยู่ในที่แห่งนี้ได้

 

〝 ไม่เจอกันนานเลยนะไอ้หนูเอ้ย ไม่คิดเลยแฮะว่าจะได้มาเจอกันอีกในสภาพแบบนั้น 〞

          ชายวัยกลางคน คนเดียวกับที่ส่งกรมายังดาวแห่งนี้ได้เดินเข้ามาจากทางด้านหลังของกรพร้อมกับพูดออกมาด้วยรอยยิ้มยียวนจนไม่อาจอ่านใจ ในขณะที่ค่อยๆเปิดหมวกทรงสูงขึ้นจนเห็นใบหน้าไว้เคราที่ดูใจดีเกินควรนั่น

          ทำให้กรเองก็ค่อยๆหันกลับไปมองเขาเช่นกัน

 

〝 หากจะหมายถึงข้าในตอนที่ยังไม่ลืมตาตื่นหล่ะก็ใช่... แต่ถ้าหมายถึงในอีกแง่นึงก็นานเช่นกันหล่ะนะ พระเจ้าเอ๋ย 〞กรว่าแบบนั้นแล้วก็พูดด้วยน้ำเสียงไร้ความสนใจเหมือนเดิม ทำให้ชายวัยกลางคน... พระเจ้ายิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

 

〝 ทว่า... ถึงกับต้องเคลื่อนย้ายข้ามาถึงดวงดาวที่อยู่คนละระบบกันเลยรึ? 〞กรพูดขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจนิดหน่อย ทำให้พระเจ้านำมือขวาแนบกับช่วงท้องก่อนจะโค้งตัวลงเหมือนเป็นการขอโทษ

〝 ขออภัยอย่างยิ่งครับท่านราชา... เพราะถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนั้นดาวของพวกเราคงระเบิดแหงเลยครับ... จากพลังของ『ดาบผ่าดารา』 นั่น 〞พระเจ้าว่าจบก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้น

 

〝 เรื่องที่คนของผมล่วงเกินท่านนั่นก็ต้องขออภัย แต่การจะทำลายดาวทั้งดวงเพราะเหตุผลแค่นั้นมันก็เกินไปหน่อยจริงไหม————ไอ้หนู 〞

〝 !? 〞

          พริบตาที่พระเจ้าว่าแบบนั้น หมัดลุ่นๆในขณะที่สวมถุงมือสีขาวราวกับนักมายากลก็พุ่งเข้าใส่ใบหน้าของกร แต่กรก็รับหมัดสุดแสนจะรุนแรงของพระเจ้าคนนี้ได้ แม้จะทำให้เกิดเครเตอร์รัศมีกว้างกว่า 10 กิโลเมตรโดยมีกรและพระเจ้าเป็นศูนย์กลางก็ตามที

 

〝 ข้าชักไม่มั่นใจแล้วสิ ว่าเจ้ายำเกรงข้ารึเปล่า... เช่นไรแน่? 〞กรว่าแบบนั้นด้วยน้ำเสียงสบายๆ ก่อนที่พระเจ้าจะถอนหมัดออกมาเอง แล้วกระโดดไปด้านหลังเหยาะๆ 2 ก้าว

 

〝 ก็รู้กันอยู่นี่... ว่า『การตัดสิน』ที่เกิดขึ้นโดยคนอย่างแกมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้... เพราะงั้นเลยอยากจะให้ลงโทษข้าแทนได้ไหมหล่ะ? เพราะความผิดของลูกน้องก็ถือเป็นความรับผิดชอบของเจ้านายเหมือนกันนี่นะ 〞

...ก็ดันไปกระตุ้นมากเกินก็เป็นซะแบบเนี๊ยะ

          พระเจ้าคิดแบบนั้นก่อนจะยิ้มอย่างยียวนกวนประสาทออกมาอีกครั้ง เขาจับปีกหมวกทรงสูงหมุนไปมาเล่นอย่างไม่ทุกข์ร้อนใดๆ

 

〝 น่ายกย่องยิ่งนัก.... งั้นข้าก็จักมอบบทลงโทษให้ตามที่เจ้าปรารถนา 〞

          กรว่าแบบนั้นจบ มวลอากาศรอบตัวของเขาก็เริ่มสั่นไหวอีกครั้ง

          ผืนดินเริ่มสั่นสะเทือน ท้องฟ้าที่แม้จะไร้ซึ่งเมฆใดๆ แต่ก็ยังส่งเสียงร้องสรรเสริญให้กับกร เห็นได้ชัดเลยว่าไม่ว่ากรจะอยู่ที่ใด...

          ความยำเกรงของทุกสิ่งที่มีต่อกรก็มิได้เปลี่ยนแปลง สมชื่อ『ราชันย์แห่งสรรพสิ่ง』โดยแท้จริง...

 

〝 คงต้องตบเกรียนแกซักหน่อยแล้วสินะไอ้หนูเอ้ย... ทั้งที่สาวๆเขาเป็นห่วง เพราะไม่อยากให้แกรู้สึกผิดทีหลังแท้ๆ แต่ก็ยังเมินไม่สนใจความหวังดีของพวกเธอซะได้นา... นายนี่โหดร้ายซะจริง 〞พระเจ้ายังคงพูดด้วยท่าทีกวนประสาท และใช้สิ่งที่คิดว่าจะทำให้กรหวั่นไหวได้เป็นเครื่องมือ และดูเหมือนว่าจะได้ผล... พอถูกคำพูดแบบนั้นเข้า ไหล่ของกรก็กลับกระตุกเป็นครั้งแรกในทันที

 

〝 มิใช่ธุระกงการใดๆของเจ้า พระเจ้าเอ๋ย! 〞

          กรพูดขึ้นเสียงแบบนั้นเป็นครั้งแรกอีกครั้งพร้อมกับยื่นมือไปทางพระเจ้า ก่อนจะหันฝ่ามือกลับเข้าหาใบหน้าของตัวเองแล้วกำหมัดแน่น...

 

〝 เจตจำนงลุกโชนดุจดั่งเพลิงกัลป์แดงฉาน... Infinite Burst! 〞

          สิ้นสุดคำบริกรรมของกรเช่นเคย ออร่าสีแดงพร้อมประกายระยิบระยับกลายเป็นหมอกกระจายออกไปโดยรอบร่างของกรอีกครั้ง

 

〝 แลนิ่งสงบดังเช่นสาครคราม... Immortal Burst! 〞

          ตามด้วยออร่าสีน้ำเงินกระจายออกไปรอบบริเวณอีกครั้ง เป็นที่ทำให้พระเจ้าถอนหายใจออกมา แต่ไม่อาจรู้ได้เลยว่าเขาทำด้วยความรู้สึกแบบไหน

 

〝 ฮึบ! 〞

วูม!!!!

          พระเจ้าส่งเสียงราวกับคนแก่ออกกำลังครั้งแรกพร้อมกับเรียกหอกแสงที่มีสองง่าม ปรากฏขึ้นในมือสองข้างในพริบตา ก่อนจะพุ่งตรงไปยังร่างของกรซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของหมอกสีแดงและน้ำเงิน

          อนึ่ง ทั้งสองเป็นเวทย์มนต์แสงระดับสูงกว่า 30 แต่ว่าสุดท้าย พอมันเข้าไปในอาณาเขตที่กำลังขยายของกร มันก็กระเด็นออกมาในทันที

 

〝 เวทย์มนต์ใช้ไม่ได้ผลจริงด้วยแฮะ น่ากลัวๆ... พลังแกนี่มันสุดยอดจริงๆน้าไอ้หนูเอ้ย สมแล้วหล่ะนะที่หมอนั่นมันเป็นคนชุบเลี้ยงแกมากับมือ น่าสนใจจริงๆเลยให้ตายสิ!!!! 〞

          พระเจ้าตะโกนออกมาแบบนั้น เป็นพริบตาเดียวกับที่ออร่าสีทองอร่ามพวยพุ่งออกมาทั่วร่างของเขา

 

〝 มาไฟว้กันไอ้หนู จะสอนให้รู้เองว่าที่นี่ใครใหญ่! 〞พระเจ้าว่าแบบนั้นแล้วก็หักนิ้วดังกรอบแกรบ ก่อนจะถีบตัวพุ่งเข้าหากรด้วยความเร็วสูง แถมเข้ามาในอาณาเขตของกรที่มีออร่าสีน้ำเงินได้โดยที่ไม่ถูกสะท้อนหรือดีดกลับอีกด้วย

〝 สมกับเป็น『เจตจำนง』ของผู้ที่ได้รับหน้าที่ให้ปกครองจักรวาล แต่ว่า... 〞แต่กรก็ไม่ได้ตกใจอะไรราวกับรู้อยู่แล้ว ก่อนที่จะชี้นิ้วไปยังพระเจ้า

 

〝 มิเคยหวั่นไหวสิ่งใด และไม่เคยหวาดหวั่นสิ่งใด... Enlightenment Burst! 〞

          กรบริกรรมต่อไปแบบนั้น คราวนี้เป็นออร่าสีเหลืองประกายระยิบระยับกระจายออกไป

 

          เป็นเวลาเดียวกับที่พระเจ้าพุ่งเข้ามาถึงตัวกรแล้วรัวหมัดใส่ร่างของกร พร้อมทั้งอัดออร่าสีทองเข้าใส่ มีทั้งการแปลงออร่าเป็นอาวุธอย่างดาบหรือหอกพุ่งเข้าโจมตีกร แต่ทว่า...

          กรกลับหลบการโจมตีได้ทั้งหมดอย่างไร้รอยขีดข่วน

 

          พระเจ้าเปลี่ยนการโจมตีเป็นแบบใหม่ที่ซับซ้อนขึ้น... ใช้ออร่าดักก่อน ตามด้วยการล่อให้กรเคลื่อนไหวอย่างที่เข้าต้องการ ปิดช่องว่างด้วยหมัด โจมตีหลอกครั้งแรก ครั้งที่สอง ครั้งที่สาม ครั้งที่สี่ ตามด้วยการโมตีปิดฉากจริงๆ

          แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร กรก็หลบมันได้ทั้งหมด... ราวกับว่ากรอ่านการเคลื่อนไหวของพระเจ้าได้ แถมไม่ใช่การคาดการณ์ พระเจ้ารู้ได้ในทันทีจากการเคลื่อนที่หลบอันแม่นยำของกรว่ามันเหนือกว่านั้น... มันเหมือนกับเป็นการหยั่งรู้มากกว่า เพราะกรเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่เขาได้เปรียบที่สุดเสมอแถมยังเป็นตำแหน่งเดียวกับที่ทำให้พระเจ้าเสียเปรียบที่สุดทุกการเคลื่อนไหวอีกด้วย

 

〝 ออร่าที่ทำให้มีพลังแข็งแกร่งที่สุด ตามด้วยออร่าที่ทำให้การโจมตีทุกอย่างไร้ผล แถมยังมีออร่าที่ทำให้รู้ทุกอย่างในขอบเขตอีกงั้นเหรอ.... งานยากแล้วไหมหล่ะ 〞

          พระเจ้าว่าแบบนั้นแต่ก็ยังยิ้มร่า ก่อนจะถอยออกมาราว 5 เมตรแล้วรวบรวมออร่าทั้งหมดไว้ที่มือขวาราวกับลูกบอลและกำมันไว้ในมือนั้นแน่น จนลูกบอลแสงระเบิด

 

ตู้ม!!!

          แล้วจากนั้น ร่างซีกขวาของกรตั้งแต่หัวไหล่ แขนทั้งข้างกินไปถึงสีข้างก็ระเบิดออกไปพร้อมกัน ชิ้นส่วนที่ขาดกลายเป็นธุลีในพริบตา เหลือเพียงแต่โลหิตสีแดงฉานไหลจากบาดแผล แต่กรก็ไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าหรือแสดงความเจ็บปวดออกมาแต่อย่างใด

          กรทำแค่เอื้อมมือซ้ายไปจับปากแผลด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

 

〝 ไร้ซึ่งจุดเริ่มและจุดจบ ข้าจึงไร้ซึ่งการดับสูญ... Revival Burst! 

          การบริกรรมครั้งที่สี่ ทำให้ออร่าสีเขียวที่มีประกายระยิบระยับกระจายออกไป เป็นพริบตาเดียวกับที่ร่างของกรฟื้นฟู ไม่สิ... เรียกว่ากลับไปเป็นปกติน่าจะถูกกว่า

          ไม่เพียงแค่ส่วนที่บาดเจ็บ แต่ออร่าสีเขียวยังทำให้ร่างกายของกรพร้อมสำหรับการต่อสู้ 100% ตลอดเวลาอีกด้วย

 

คราวนี้เป็นออร่าที่ทำให้ร่างกายกลับเป็นปกติ... รักษาในพริบตางั้นสิ?

ไม่สิ... ทำให้ฟิตปั๋งน่าจะเป็นคำที่เข้าเค้ามากสุดนะ

          พระเจ้าคิดแบบนั้นโดยที่ไม่ได้มีความกังวลบนสีหน้าเลยซักนิดเช่นเดียวกับกร

          แต่นั่นก็เป็นตอนก่อนที่กรจะบริกรรมต่อ...

 

〝 รังสรรค์ทุกสิ่งขึ้นด้วยสองมือ... ทำลายสิ้นทุกสิ่งด้วยสองเท้า... 〞

          สิ้นสุดคำบริกรรม ออร่าสีขาวและสีดำที่มีประกายระยิบระยับก็กระจายออกไป

          ออร่าสีขาวก่อตัวขึ้นที่หมัดขวาของกร ตามด้วยออร่าสีดำที่หมัดซ้ายของกร

 

〝 Creation Burst! Reversal Burst! 〞

            『ดาบผ่าดารา』ปรากฏขึ้นในมือซ้ายของกรอีกครั้ง และไม่ใช่แค่นั้น... กรค่อยๆลอยตัวขึ้นอีกครั้ง และสะบัดมือขวาที่มีออร่าสีขาวอยู่ทั้งแขน จากด้านหน้าไปด้านข้างราวกับบัญชาการรบ แล้วมีบางสิ่งปรากฏขึ้น

 

〝 งานเข้าแล้วไหมหล่ะ! 〞

          พระเจ้ายิ้มแหยๆอย่างขี้เล่น เมื่อพริบตาที่กรสะบัดแขน ก็มีอาวุธยิงทั้งที่คุ้นตาและไม่คุ้นตาปรากฏขึ้น ทั้งบนบกและลอยอยู่เหนือหัวด้านหลังของกรด้วยจำนวนที่เรียกว่ามากมายมหาศาล

 

          ปืนเลเซอร์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 กิโลเมตรตั้งอยู่ที่ภาคพื้นดิน

          ปืนใหญ่ที่ควรจะติดตั้งกับเรือรบ หัวกระสุนขนาดใหญ่ 16 นิ้วของเรือประจัญบานในสงครามโลกครั้งที่สอง

          เครื่องยิงโทมาฮอว์ก ซึ่งแน่นอนว่ามีหัวรบอยู่เต็มไปหมด

          รถหุ้มเกราะประเภทที่สามารถยิงขีปนาวุธได้ รวมถึงรถถัง

          ยานรบลอยตัวกลางอากาศขนาดยักษ์รูปแบบเครื่องบินราวกับหลุดมาจากหนังอวกาศ ตัวยานยาวกว่า 1 กิโลเมตร

          ตามด้วยยานรบรูปแบบเรือรบขนาดยักษ์รูปแบบเครื่องบินราวกับหลุดมาจากหนังอวกาศ ตัวยานยาวกว่า 2 กิโลเมตร

          F-22 Raptor , Super Hornet รวมถึงเครื่องบินแบบที่ไม่เคยปรากฏให้เห็นในโลกนี้ มีแม้กระทั่งยานรบทันสมัยที่ดูยังไงก็เป็นยานรบในอวกาศ

          ทั้งหมดปรากฏขึ้นในพริบตา ด้วยจำนวนของแต่ละอย่างที่มากมายมหาศาลเต็มผืนดินและท้องฟ้าเกลื่อนเต็มไปหมดราวกับมองฝูงผึ้งกับกลุ่มมดอยู่ยังไงอย่างงั้น

          แถมยังมี『ดาบผ่าดารา』อยู่ในมือซ้ายที่เปลี่ยนเป็นโหมดเตรียมยิงแล้วอีกต่างหาก

 

          นั่นทำให้พระเจ้าที่แม้จะยังยิ้มร่าอยู่ แต่ก็ยังต้องกลืนน้ำลายเสียงดังเลยทีเดียว

          ทั้งอาวุธมากมายมหาศาลซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าสามารถถล่มกองกำลังของชาติมหาอำนาจหรือโลกทั้งใบได้ในพริบตา ทั้งยังสร้างได้เรื่อยๆ แถมยังมีอาวุธสุยอดที่สามารทำลายดาวทั้งดวงหรือยิ่งกว่าให้ดับสลายได้ในการโจมตีเดียวอีก

          นั่นทำให้พระเจ้าถึงกับเหงื่อตก... ?

 

〝 ซะที่ไหนหล่ะเฟ้ยยย!!! 〞

          พระเจ้าตะโกนลั่นไปแบบนั้นด้วยรอยยิ้มยียวนกวนประสาทอีกครั้ง ก่อนจะแผ่มือออกทั้งสองข้างกว้าง แล้วพริบตานั้น อาวุธ เรือรบ เครื่องบิน ยุทโธปกรณ์แบบเดียวกับที่เห็นจากของกรก็ปรากฏขึ้นด้านหลังของพระเจ้าด้วย แถมด้วยปริมาณที่พอๆกันอีกต่างหาก

 

          ทำให้พระเจ้ากลับมียิ้มอย่างร่าเริงอีกครั้ง ก่อนที่แผ่มือขวาไปที่กร

 

〝 อย่าลืมสิไอ้หนู... ถึงแกจะมีพลังมากมายมหาศาลยิ่งกว่าข้าก็เถอะ แต่ขอบเขตพลังที่จักรวาลหนึ่งจะรับได้มันมีจำกัดนา เพราะงั้นตามความหมายแล้ว... เราหน่ะแข็งแกร่งพอๆกันยังไงหล่ะ! 〞

〝 ..... 〞

          พระเจ้าว่าแบบนั้นแล้วกวักมือท้าทายกรอย่างจงใจ ทว่ากรก็ไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าอย่างใด

 

〝 โจมตี 〞

          กรออกคำสั่งสั้นๆราวกับเบื่อหน่าย ยานรบทั้งหมดพุ่งตรงไปข้างหน้าในทันที พร้อมๆกับยิงมิสไซล์ออกไป

          ยานรบอวกาศยิงเลเซอร์ ยานรบขนาดใหญ่ยิงอาวุธพร้อมกับเคลื่อนผลอย่างช้าๆ ขีปนาวุธถูกยิง ปืนใหญ่ร้องคำราม อาวุธทั้งหมดถูกยิงออกไปโดยมีพระเจ้าเป็นเป้า

 

〝 แบบนี้สิค่อยน่าสนุกหน่อยโว้ย!!! 〞

          พระเจ้าว่าแบบนั้นแล้วก็พุ่งตัวเข้าหากร พร้อมๆกับอาวุธด้านหลังที่ถูกยิงและเคลื่อนผลเข้าหากรเช่นเดียวกัน

 

          พระเจ้าหลบการโมตีของอาวุธทั้งหมด และหากหลบไม่พ้นก็จะถีบ เตะ ต่อยมันออกไป จนกระทั่งสิ่งที่ขวางทางหายไปหมด

 

〝 ไอ้หนู!!! 〞

          พระเจ้าตะโกนลั่นพร้อมกับพุ่งหมัดเข้าหากรอีกครั้งด้วยความเร็วสูงกลางอากาศ แต่กรก็กลับรับหมัดนั้นได้อย่างง่ายดายด้วยมือขวา

          ก่อนที่จะหันปลายกระบอกของดาบผ่าดาราแทบจรดระหว่างคิ้วของพระเจ้า

 

กึก!

〝 ชิบหาย! 〞

          พระเจ้าหงายหน้าหลบไปด้านหลังในเสี้ยววินาทีก่อนที่กระสุนซึ่งมีลักษณะเป็นลูกบอลสีดำสนิทและมีกระแสไฟฟ้าวิ่งอยู่รอบๆจะถูกยิงออกมา

          กระสุนแฉลบศีรษะและเผาไหม้หมวกทรงสูงจนเป็นธุลีสลายหายไปเลยทำให้รอดไปได้อย่างหวุดหวิด และยังพุ่งตรงไปจนถึงกลางดงของทัพยานรบของพระเจ้า ก่อนที่จะระเบิดออกเป็นวงกว้าง

 

ตู้ม!!!!!!!!!!!!!!!!

          เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วผืนฟ้า รัศมีระเบิดสีดำสนิทนั่นขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และกลืนกินยานรบ สายฟ้าที่สปาร์คจากมันเองก็ฟาดไปทั่ว พอไปจับเข้ากับสิ่งใดก็จะดึงเข้าไปในรัศมีระเบิดทันที

          ระเบิดนั่นกลืนกินทุกสิ่งแม้แต่อาวุธของกรเองก็ด้วย ก่อนที่หลังจากมันจะหดตัวลงจนหายไปสิ้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหลือไว้เพียงช่องว่างขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 100 กิโลเมตร ซึ่งรัศมีระเบิดกินไปแม้แต่หน้าดินจนเกิดหลุมลึกยิ่งกว่าเครเตอร์ในครั้งแรกเสียอีก

 

〝 ชิ! 〞

          พระเจ้าสบถ ก่อนที่จะลบความคิดถึงการโจมตีต่อไปให้หมดและเร่งพลังออร่าสีทองของตัวเองขึ้นจนสูงสุด พร้อมกับออกแรงใช้ศีรษะของตัวเองกระแทกกับศีรษะของกรอย่างแรง ทำให้กรเองก็บาดเจ็บหนักจนเลือดไหลลงจากหน้าผาก แม้หลังจากนั้นออร่าสีเขียวจะฟื้นฟูให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมในพริบตาก็ตาม นั่นถึงทำให้กรปล่อยมือของพระเจ้าไป

          กรสั่งให้อาวุธยิงใส่พระเจ้าอีกครั้ง ซี่งพระเจ้าที่กำลังล่าถอยไปก็ทำแบบเดียวกัน กระสุนของทั้งคู่กระทบกันแล้วเกิดระเบิดขนาดใหญ่ ทำให้พื้นที่กว้างกว่า 100 กิโลเมตรนี้กลายเป็นสมรภูมิเดือดอย่างแท้จริง แต่อย่างไรก็ตาม อาวุธที่พระเจ้ายิงมาเข้าไม่ถึงตัวกรเลยซักนิดเพราะออร่าสีน้ำเงิน

 

〝 เฮอะ! ดูเหมือนว่า ถ้าสู้ด้วยสัญชาติญาณล้วนๆ ออร่าสีเหลืองนั่นจะอ่านไม่ออกสินะ หรือจะเป็นเพราะข้าเร่งพลังของ『เจตจำนง』จนสูสีกับของแกกันนะ? 〞พระเจ้าพูดหยอกกลับไปแบบนั้นก่อนจะใช้มือปาดเหงื่อ ในขณะที่หลบการโจมตีจากกระสุนและขีปนาวุธของกรไปด้วย แต่ก็ไม่ได้หวังคำตอบจากกร เพราะรู้อยู่แล้วว่ากรไม่ตอบ

          และก็เป็นอย่างที่คาด กรไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด...

 

〝 สิ่งเดียวที่ปรารถนาคือจุดสิ้นสุดอันเป็นเหตุให้ข้าดำรงอยู่... Illution Burst! 

          คำบริกรรมเริ่มขึ้นอีกครั้ง ออร่าสีม่วงระยิบระยิบกระจายตัวออกไปในพริบตาเดียว ณ ปัจจุบันที่อาณาเขตของออร่าหลากสีคือกว่า 1,000 กิโลเมตร จนแทบจะครอบคลุมดาวทั้งดวง นั่นทำให้ออร่าสีม่วงเข้ากระทบกับร่างของพระเจ้าในพริบตา

 

〝 อึก! 〞

          พระเจ้าเซไปในพริบตาราวกับจะล้มแต่ก็ใช้ขายันไว้ได้ก่อน สายตาเริ่มพร่ามัว แขนขาเริ่มชา

          รวมถึงความทรงจำในอดีตอันแสนเจ็บปวดที่อยากจะลืมเลือนก็ถูกฉายขึ้นในหัวพร้อมกัน...

 

〝 คราวนี้เป็นดีบัฟเหรอ... ขี้โกงซะจริงเลยเฟ้ยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!! 〞

          พระเจ้าตะโกนแบบนั้นพร้อมกับกำมือทั้งสองข้างแน่นราวกับเรียกพลังจากภายใน แต่ตามความหมายแล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

          ออร่าสีทองที่ห่อหุ้มร่างของพระเจ้าหนาแน่นขึ้นในพริบตา ระเบิดออกไปทั่วพริบตาจนแม้แต่ขีปนาวุธและมิสไซล์ทีร่พุ่งเข้าหาเขาระเบิดในทันทีที่เข้าสู่รัศมี

 

〝 โอ้วววววววว! 〞

          พระเจ้าเร่งพลังจากออร่าสีทองอร่ามให้มากยิ่งขึ้นอีกครั้ง... รัศมีกระจายไปทั่วถึงขนาดทำให้ยานรบและยุทโธปกรณ์ของทั้งสองฝ่ายระเบิดจนทลายหายไปสิ้น

          แล้วจากนั้น...

 

วูม!!!

          มีดาบสีทองอร่ามปรากฏขึ้นในมือขวาของพระเจ้า เป็นดาบแนวตะวันตกสองคม โดยที่กั้นดาบมีลักษณะเป็นปีกของนางฟ้าและตรงกลางเป็นเทพธิดากำลังพนมมืออยู่ ด้ามดาบถูกพันด้วยผ้าสีทองเลยออกจากตัวด้ามดาบอย่างน่าหลงไหล และมีอัญมณีสีแดงฝังตัวผ้ากับด้ามดาบไว้เป็นแนวอีกที

 

          กรที่เห็นพระเจ้าเรียกอาวุธประจำตัวออกมาแต่ก็ยังไม่ได้ตื่นตระหนก

          เขาเล็งปากกระบอกดาบไปยังพระเจ้า และยิงกระสุนลูกบอลแห่งความมืดออกไปอีกครั้ง

 

〝 ไม่ได้แดรก!!! 〞

          พระเจ้าพุ่งเข้าหากระสุนที่กรยิงออกมาแล้วใช้ดาบของเขาตวัดเบาเพียงครั้งเดียว กระสุนลูกบอลสีดำก็ขาดเป็นสองส่วนแล้วอันตรธานหายไป ง่ายดายราวกับหั่นเต้าหู้

 

          แล้วจากนั้น... พระเจ้าก็หันปลายดาบไปยังกร ปลายดาบของเขามีลูกบอลสีดำที่กรเพิ่งยิงไปเมื่อครู่นี้ปรากฏขึ้นที่ปลายดาบ

 

〝 ส่วนแกไอ้หนู! เอานี่ไปแดรกซ้า!!! 〞

          กระสุนถูกยิงออกมาจากปลายดาบของพระเจ้าและพุ่งตรงมายังจุดที่กรยืนอยู่ ทะลุทะลวงออร่าสีน้ำเงินของกรเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งดูเหมือนว่าพลังของออร่าสีดำของเขาจะทำพิษเองเสียแล้ว...

 

          กรคิดแบบนั้นแล้วก็ทำสีหน้าหน่ายใจก่อนจะเรียกชิโรยูกิฮิเมะออกมาแล้วใช้ด้านข้างของคมดาบหวดลูกบอลสีดำเมื่อเข้าใกล้เขา จนกระทั่งมันปลิวออกไปเหนือวงโคจรของดาวแห่งนี้ในพริบตาและง่ายดายเช่นกัน

 

〝 เห้ยๆ... นั่นมัน『เทรเซอร์』ของเจ้าฟรังซ์ไม่ใช่เรอะ! 〞

ทำตูลำบากอีกแล้วไหมหล่ะเจ้านั่น!

          พระเจ้าพูดเหมือนกับกำลังลำบาก แต่สีหน้ากลับดูขี้เล่นมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่ศัตรูก็คงจะหงุดหงิดเขาไปตั้งนานแล้วหากไม่ใช่กร

          และเช่นเดิม... กรที่คิดจะรีบปิดฉากไม่ได้สนใจท่าทางนั้นของพระเจ้าและยังคงบริกรรมต่อไป

 

 คำตอบเดียวที่ได้รับคือแสงหลากสีแห่งจุดสิ้นสุดของความปรารถนา... Absolute Burst! 

          หลังร่ายคำบริกรรม คราวนี้เป็นแสงสีส้มส่องประกายระยิบระยับแผ่กว้างออกไปจนถึงขอบเขตที่กำลังขยายตัวของออร่าในพริบตา

          แสงสีดำสนิทจากดาบผ่าดารา ก็สว่างขึ้นไล่จากลูกแก้วจนถึงปลายอีกครั้ง ก่อนที่จะถูกยิงออกมาเป็นลำแสงแนวตรง พุ่งตรงไปยังจุดที่พระเจ้ายืนอยู่อีกครั้ง

 

          ซึ่งพระเจ้าก็ใช้ดาบของเขา... ซึ่งมีความสามารถในการดูดซับสสารและพลังงานต่างๆ แล้วสามารถใช้โจมตีกลับไปได้ นั่นคือเหตุผลที่ลูกบอลแสงสีดำก่อนหน้าของกรใช้ไม่ได้ผล

 

〝 อะไรอีกฟร่ะเนี่ย!? 〞

          แต่ว่าหนนี้... พริบตาที่ปลายดาบสัมผัสกับลำแสงที่พุ่งเข้ามาเป็นเส้นตรง ลำแสงก็เลี้ยวเบนหลบใบดาบของพระเจ้าแล้วพุ่งเข้ากลับสู่วิถีเดิมที่ควรจะเป็น... พุ่งตรงไปยังจุดที่กรเล็งแต่แรก โดยเมินใบดาบของพระเจ้าไป

 

          พระเจ้าเร่งออร่าสีทองทั่วทั้งร่างไว้ที่จุดกระทบ ออร่าสีดำของกรทำให้ออร่าของพระเจ้าสลายกลายเป็นดั่งฝุ่นปลิวว่อนออกไปทั่ว พระเจ้าจึงยิ่งเร่งออร่าสีทองให้มากขึ้นจนสุดท้ายเขาก็นำออร่าสีทองทั่วทั้งร่างไว้ที่จุดเดียว แล้วเคลื่อนย้ายหนีไปจากจุดนั้นทันที

 

          พระเจ้าโผล่ไปยังด้านหลังของกรที่กำลังลอยอยู่แทน ก่อนจะเรียกออร่าสีทองออกมาคลุมร่างอีกครั้ง... เป็นการแก้ปัญหาได้อย่างเฉียบขาด และเขาก็ยังไม่ได้เสียรอยยิ้มบนใบหน้าไปเลย

 

          กรหันหลังกลับไป สบตากับพระเจ้าที่กำลังยิ้มอยู่... กรกำดาบทั้งสองในมือแน่น

 

 ความจริงที่ค้นพบคือปลายทางอันไม่มีวันจบสิ้น... Reality Burst! 

          สิ้นสุดคำบริกรรม... ออร่าสีทองประกายระยิบระยับก็แผ่กระจายออกไป ซึ่งจะว่าไปแล้ว มันคืออร่าเดียวกับที่กรเคยใช้...

          ออร่าจาก『จิตวิญญานเหล็กกล้า』นั่นเอง และพลังของมันก็เป็นที่รู้กันอยู่ว่ามากมายมหาศาล แต่คงไม่มากมายมหาศาลเท่าในตอนนี้... ที่กรในร่างของราชันย์แห่งสรรพสิ่งรู้ว่าความสามารถของออร่าชนิดนี้ที่อยู่ในตัวเขานั้นมีพลังแท้จริงคืออะไร

 

〝 !? 〞

          ร่างของกรหายไปในพริบตา มาโผล่ตรงด้านหน้าของพระเจ้าสร้างความตกใจให้แก่พระเจ้าเป็นอย่างมากจนเขาเหงื่อตก

          มือทั้งสองข้างของกรที่เคยถือคาตานะชิโรยูกิฮิเมะในมือขวา กลายเป็นสวมถุงมือเหล็กสีขาวแทน ส่วนในมือซ้ายที่ถือดาบใหญ่อย่างดาบผ่าดาราก็กลายเป็นถุงมือเหล็กสีดำ ซึ่งด้านหลังกลางฝ่ามือมีลูกแก้วฝังอยู่

 

〝 อั๊ก!? 〞

          กรใช้หมัดทั้งสองที่สวมถุงมือชกเข้าไปที่ท้องของพระเจ้าอย่างแรง ทำให้เขากระเด็นไปไกลจนกระแทกกับพื้นผิวดาว แต่ก็พลิกตัวให้ยืนขึ้นได้ทันที

 

เพี๊ยะ!

          เสียงดีดนิ้วของกรดังขึ้น สิ่งที่น่าหวาดหวั่นสำหรับพระเจ้าก็เกิดขึ้น

 

          ออร่าสีทองอันตรธานหายไปสิ้นเสมือนไม่เคยมี พระเจ้าพยายามเรียกมันออกมาแต่ทว่าก็ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าออร่าออกมาเลยซักนิดเดียว

 

〝 เห้ยๆ... เอาจริงดิ!? 〞

          พระเจ้าสบถออกมาแม้จะยังมีรอยยิ้มอยู่ แต่สีหน้าก็ดูลำบากและกังวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อหนนี้ผืนดินทั้งหมดของดวงดาวได้เริ่มกลับด้าน ราวกับด้านนอกของลูกบอลกลายเป็นผิวด้านในของลูกบอลแทน ดวงดาวทั้งหมดที่เคยอยู่บนท้องฟ้ากลายเป็นว่าอยู่ตรงแกนกลางของดาวดวงนี้แทน

 

          เป็นภาพที่ทั้งน่าสับสนและน่าอัศจรรย์ แม้จะไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ

          นั่นทำให้พระเจ้ากลืนน้ำลายอึกใหญ่

 

〝 เอาจนได้สินะแก... คราวนี้เป็นออร่าที่ใช้เปลี่ยนความจริงเชียวเรอะไอ้หนู! 〞

          พระเจ้าตะโกนออกไปแบบนั้นด้วยรอยยิ้ม มันดูเหมือนกับว่าเป็นรอยยิ้มปลอบใจ แต่ที่เขายิ้มออกมานั่นราวกับคนที่กำลังสนุกโดยไม่สนว่าตัวเองจะแพ้หรือชนะยังไงอย่างงั้นเลย

 

          กรลอยขึ้น โดยมีลูกบอลทรงกลมซึ่งเคยเป็นท้องฟ้า ดวงดาวเป็นฉากหลัง จ้องมองลงไปยังจุดที่พระเจ้ายืนเงยหน้ามองกรอยู่เบื้องล่าง พร้อมกับยื่นมือขวาออกไปด้านหน้า

          และเริ่มการบริกรรมสุดท้าย...

 

 การเดินทางของข้าจึงมิเคยสิ้นสุด จากเหตุแห่งรักให้ยังดำรงอยู่  เช่นนั้นอนาคตที่ข้าจักไขว่คว้าจึงมีเพียงสิ่งเดียว       นั่นคือ... การก้าวเดินบนเส้นทางที่แต่งแต้มไปด้วยแสงหลากสีของข้า...          

          บันไดสีรุ้งถูกสร้างขึ้นจำนวน 21 ชั้นในขณะบริกรรมโดยมีกรยืนอยู่บนชั้นบนสุด

          แต่ละชั้น... ซ้ายขวาสุดของแต่ละชั้นจะมีรูปปั้นสีรุ้งของเทพธิดาที่มีหน้าตา ท่าทางและชุดที่แตกต่างกันทั้งหมดตั้งอยู่ชั้นละคนสลับกัน ถูกตั้งโดยมีตำแหน่งบีบเข้ามาเรื่อยๆเป็นรูปสามเหลี่ยมยกเว้นชั้นบนสุด หรือก็คือจุดยอดบนชั้นที่ 21 เพราะมีกร และวัตถุด้านหลังของเขาอยู่ก่อนแล้ว...

          ...นั่นคือ บัลลังก์สีรุ้ง

 

          กรนั่งลงไปบนนั้นอย่างไม่รีบร้อน ยกมือขวาเท้าคางกับที่วางแขนของบัลลังก์ วางแขนซ้ายตรงที่วางแขนอีกฝั่ง แล้วมองลงไปยังจุดที่พระเจ้ายืนอยู่เบื้องล่างด้วยสายตาที่ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ

          ก่อนที่จะกล่าวชื่อของนามอันแท้จริง... ที่ใช้เรียกขานพลังทั้งหมดนี้ของเขาออกมาด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์เหมือนอย่างเคย...

 

〝  Endless Spectrum Thrones  〞

 

          แล้วพริบตานั้นสิ่งสุดท้ายที่กรได้เห็นคือรอยยิ้มยียวนของพระเจ้า

          ก่อนที่แสงหลากสีซึ่งมีกรเป็นศูนย์กลางจะกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง ณ สุดขอบจักรวาล อันเป็นจุดจบของการต่อสู้ครั้งนี้...




NEKOPOST.NET