[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย ตอนที่ 123 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย

Ch.123 - เหนือฟ้ายังมีฟ้า


ตอนที่ 123 : เหนือฟ้ายังมีฟ้า

 

 

〝 เป็นอะไรไป? เหตุใดจึงยืนนิ่งเป็นหินเช่นนั้นเล่าพ่อหนุ่ม? 〞

          จิ๋นหลี่ที่ยืนอยู่ด้านหน้าของกรซึ่งตอนนี้ยังคงเหงื่อตกด้วยความกังวล ถามออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

 

ยังจะมาถามอีกเหรอ? ก็เล่นแผ่จิตต่อสู้ออกมาซะขนาดนี้เองไม่ใช่เหรอ?

สีหน้าไม่ได้เปลี่ยน แต่ฉันดูออกนะ... นี่นายจงใจใช่ไหมเนี่ย!?

 

〝 อย่าแกล้งหมอนี่มากนักสิจิ๋นหลี่ 〞

          ในระหว่างที่กรยังเฝ้าดูท่าทีของจิ๋นหลี่อยู่อย่างงั้น เมอร์ลินก็พูดออกมาอย่างหน่ายๆ พร้อมกับเดินนำออกมาอยู่ระหว่างเขากับจิ๋นหลี่ นั่นทำให้ลูกศิษย์ชายหญิงทั้งสองคนที่อยู่ข้างหลังทำท่าเหมือนกับจะเตรียมพร้อมต่อสู้ แต่จิ๋นหลี่ก็ยกมือขวาห้ามไว้ก่อน ทั้งคู่จึงกลับมายืนตรงเรียบร้อยเช่นเดิม

 

〝 มิได้... นี่คือปกตินิสัยของข้าเจ้าก็รู้ 〞จิ๋นหลี่ว่าพลางหลับตาราวกับบอกว่ามันช่วยไม่ได้ และนั่นก็ทำให้เมอร์ลินถอนหายใจออกมาอย่างหน่ายๆอีกครั้ง

 

          และเพราะทั้งคู่ได้เปิดปากคุยกันอย่างสนิทสนม พวกมีอาจึงได้วางการ์ดลงโดยอัตโนมัติ และแม้ซิลเวียจะยังสงสัยอยู่แต่เจ้าตัวก็ยังเฝ้าดูสถานการณ์อยู่เงียบๆเช่นเดียวกับคนอื่น

 

แต่จะว่าไป... มหานักปราชญ์ทุกคนมีดันเจี้ยนเป็นของตัวเองไม่ใช่เหรอ?

แล้วนี่ออกเดินทางมาไกลจากดันเจี้ยนตัวเองนี่ไม่เป็นไรเหรอ?

 

หรือว่าเจ้าหมอนี่คือเจ้าของดันเจี้ยน『ตัวตนที่หายไป』 นี่กันหล่ะเนี่ย?

 

〝 แล้วไหงนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้? ไม่สิ... ต้องถามว่านายกำลังทำอะไรอยู่ต่างหาก แล้วดันเจี้ยนหล่ะ? 〞เมอร์ลินถามไปแบบนั้นจิ๋นหลี่จึงค่อยๆลืมตา ซุกมือทั้งสองข้างในแขนเสื้อใหญ่ๆของตน ก่อนจะตอบ

〝 งั้นรึ... คงเป็นเพราะเจ้าไม่ได้ออกมาดูโลกภายนอกนานเกินไปหล่ะสินะ... น่าเสียดาย แต่ข้ามิได้สร้างดันเจี้ยนหรอกนะเมอร์ลิน 〞

〝 อะไรนะ!? ไม่ได้สร้าง!? 〞

          พอได้ยินคำตอบจากเสียงราบเรียบของจิ๋นหลี่ เมอร์ลินก็เผลอขึ้นเสียงไปแบบนั้นในทันที และนั่นก็ทำให้กลุ่มของพวกกรเบิกตาโพลงขึ้นเล็กน้อยเหมือนกัน

 

          เพราะทั้งกลุ่มต่างก็รู้เป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้ดี ว่าคือการสะสมพลังให้มากที่สุดจากการเคลียร์มหาดันเจี้ยนโบราณที่ถูกสร้างโดยมหานักปราชญ์เหมือนกับของฟรังซ์ ออลเดลหรืออาเธน นั่นจึงสร้างความประหลาดใจให้ทุกคนไม่น้อยเลย

 

〝 อย่าได้เข้าใจผิดไป... ข้าก็แค่ไม่ชอบวิธีการอันอ้อมค้อมเท่านั้น เพราะเดิมที เหตุที่เราสร้างดันเจี้ยนขึ้นมาก็เพื่อคัดสรรค์บุคคลที่จะรับช่วงต่อพลังของพวกเราไม่ใช่รึ? 〞

〝 อืม... มันก็จริงของนาย 〞

〝 สำหรับดันเจี้ยนที่ใช้เพิ่มทักษะในการเอาตัวรอดให้สูงมากขึ้น มีเพียงพวกเจ้า 4 คนก็คงพอแล้ว... ข้าตัดสินใจเช่นนั้นจึงมิได้สร้างดันเจี้ยน เป็นเช่นนั้นแหล่ะ... 〞

 

หืม? สรุปก็คือคนๆนี้ไม่ได้สร้างดันเจี้ยน แต่ใช้วิธีหาคนที่เหมาะสมกับพลังตัวเองแล้วก็สอนให้เลยหล่ะสินะ

อืม... แต่เอาจริงๆ มันก็คล้ายๆกับอาเธนอยู่ แต่เจ้าหมอนั่นยังมีการทดสอบอยู่

 

แล้วจิ๋นหลี่... หมอนี่จะมีการทดสอบเป็นแบบไหนกันหล่ะเนี่ย?

แค่คิดก็ขนลุกแล้วแฮะ... แปลกชะมัด

 

〝 จะว่าไปข้ายังมิได้แนะนำลูกศิษย์ของข้าเลยสินะ... 〞จิ๋นหลี่ว่าพลางมองลูกศิษย์ทั้งสองที่อยู่ด้านหลังซ้ายขวาด้วยหางตา

〝 ศิษย์? หรือว่าสองคนข้างหลังนั่นคือคนที่นายสอนวิชาให้? 〞และนั่นก็ทำให้เมอร์ลินเอ่ยถามด้วยความสนใจ

          เช่นเดียวกันกับกรที่ซักวันก็ต้องเข้ารับการทดสอบ... กรเองก็สนใจลูกศิษย์ทั้งสองคนที่ว่าด้วยเช่นกัน

 

〝 ดิฉันคือ ผู้สืบทอดพลัง『ไทม์ ( Time ) 』จากท่านจิ๋นหลี่... ซีร่าค่ะ 〞ลูกศิษย์ผู้หญิงผมยาวสีบลอนด์ทองที่ยืนอยู่ทางด้านซ้ายกล่าวอย่างสุภาพ พร้อมกับโค้งตัวเล็กน้อยเป็นการทักทายพวกกรอย่างนอบน้อม นั่นทำให้เมอร์ลินที่ขี้รำคาญโค้งรับไปด้วยเลยทีเดียว ส่วนพวกกรต่างก็ทำแค่พยักหน้ารับเท่านั้น

          ฝ่ายหญิงแนะนำตัวอย่างสุภาพไปแล้ว แต่ทว่าฝ่ายชายอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเยื้องขวาของจิ๋นหลี่ เขากลับเดินขึ้นนำหน้าจิ๋นหลี่มานิดหน่อย ก่อนจะแนะนำตัวด้วยท่าทางภูมิอกภูมิใจและสง่าผ่าเผยแตกต่างจากศิษย์หญิงอย่างซีร่า

 

〝 ส่วนตัวข้ามีนามว่าเอลกิน ผู้สืบทอดพลัง『เชนจ์ ( Change ) 』ครับผม 〞ศิษย์ชายผมบลอนด์ทองกล่าวเช่นนั้นพลางยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ ซึ่งความจริงแล้วมันดูเย่อหยิ่งอยู่หน่อยๆ ก่อนจะหันไปพูดกับเมอร์ลิน

 

〝 ท่านคงจะเป็นท่านเมอร์ลินสินะครับ!? 〞

〝 ใช่แล้ว มีธุระอะไรกับฉันหล่ะ? 〞

          เมอร์ลินตอบกลับคำถามของศิษย์ชาย... เอลกินกลับไปในทันที แน่นอนว่าด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายอยู่หน่อยๆ แต่ทางเอลกินกลับยิ้มออกมาที่มุมปากเล็กน้อยเสียอย่างงั้น

 

〝 เปล่าหรอกครับ... พอดีผมได้ยินมาว่าท่านคือมหานักปราชญ์ที่ผนึกจอมมารเอาไว้แทนที่จะฆ่าทิ้งหน่ะครับ ก็เลยรู้สึกสนใจนิดหน่อย 〞

〝 ..... 〞

          เอลกินพูดด้วยน้ำเสียงออกแนวเยอะเย้ย ทว่าเมอร์ลินไม่ได้มีปฏิกิริยากับคำพูดของเขาที่เห็นได้ชัด แต่กรนั้นรู้สึกได้อยู่... ว่าเมอร์ลินค่อนข้างเจ็บปวดไม่น้อยเมื่อถูกว่ากล่าวเช่นนั้น

 

          นั่นทำให้กรเดินขึ้นมาขวางระหว่างเมอร์ลินกับเอลกินไว้แทนในทันที... ด้วยอารมณ์ที่เริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย แถมด้วยการมองตาขวางไปยังเอลกินอีกต่างหาก เมอร์ลินจึงคลายความกังวลลงบ้าง

          ...แต่ก็ต้องมากังวลว่ากรจะทำอะไรรุนแรงเกินควรไปรึเปล่าแทน

 

〝 โย่! ไม่คิดจะทักทายฉันบ้างรึไง? 〞กรว่าด้วยอารณ์โมโห ทว่ากำลังแสดงออกมาในเชิงยั่วโมโหอีกฝ่ายอยู่อย่างชัดเจน

          และจะด้วยเหตุใดก็ตามแต่... เอลกินก็เริ่มมองตาขวางกลับมายังกรเช่นเดียวกัน

          ราวกับมีฟระแสไฟฟ้าช็อตอยู่ระหว่างสายตาของทั้งคู่ที่จ้องกันอยู่... ในชั่วพริบตานั้น ทั้งคู่ต่างรู้กันด้วยสัญชาติญาณในทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นดั่งคู่ปรับของตน...

 

〝 โอ๊ะ! ขอโทษด้วยๆ พอดีข้าไม่สนใจคนที่อ่อนแอกว่าตัวเองหล่ะนะ แต่แค่จับมือทักทายข้าไม่ถือหรอก 〞เอลกินว่าพลางยื่นมือออกมาข้างหน้า หวังทักทายกับกร แต่ทว่าด้วยคำพูดที่หมอนี่พูดออกมาเป็นเชิงดูหมิ่นแบบนั้น กลับทำให้สาวๆของกรที่ยืนฟังอยู่ด้านหลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลยทีเดียว

          ซึ่งหากไม่ติดว่าเป็นสถานการณ์ที่แปลกประหลาดและเสี่ยงต่อตัวกรเพราะไม่รู้ความสามารถของศัตรูแบบนี้แล้วหล่ะก็... พวกมีอาคงพร้อมใจกันโจมตีเอลกินจนปางตายไปแล้ว

 

แหมๆ เล่นหาเรื่องกันแบบนี้ตั้งแต่เจอกันเลยเหรอเนี่ย?

ห้าวดีนี่หว่าเอ็ง... แต่เอาเถอะ ทำท่าทางแบบนี้ใส่ฉันก็ไมได้คิดอะไรมากหรอก

 

เพราะที่น่าโมโหกว่าคือ แกดันมาพูดดูถูกเมอร์ลินของฉันต่างหาก...

 

          และไม่ใช่แค่สร้างความไม่พอใจให้กับพวกกรเพียงอย่างเดียว... แม้กระทั่งซีร่าที่เป็นศิษย์หญิงอีกคนก็ยังถอนหายใจออกมา

          ในทำนองเดียวกันกับจิ๋นหลี่ด้วย

 

〝 ระวังคำพูดหน่อยเอลกิน... จะทั้งเมอร์ลินหรือชายผู้นี้ต่างก็เป็นสหายร่วมรบกับพวกเรา อย่าได้สร้างความบาดหมางนัก 〞

〝 อึก... ขะ ขออภัยครับท่านอาจารย์... 〞

          จิ๋นหลี่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงกึ่งโมโหลงใส่ลูกศิษย์ตัวเองเพื่อสั่งสอน ด้วยน้ำเสียงและสายตาที่เย็นชาจนน่ากลัว นั่นทำให้เอลกินกลืนน้ำลายเสียงดังแล้วก็สงบเสงี่ยมขึ้นทันตา

 

〝 ช่างมันเถอะ... ว่าแต่จะว่าไปแล้ว มีธุระอะไรหล่ะ? คงไม่ใช่แค่มาบอกว่าตัวเองไม่ได้สร้างดันเจี้ยนเท่านั้นหรอกใช่ไหม? 〞

          เมอร์ลินที่ไม่สนใจท่าทีของเอลกินดึงจิ๋นหลี่กลับเข้าสู่บทสนทนาหลักอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายรำคาญใจตามปกตินิสัย ซึ่งนั่นเองก็เป็นสิ่งที่กรอยากรู้เช่นกัน

 

          พอได้ยินเช่นนั้นสายตาเย็นชาของจิ๋นหลี่ก็หลับลงเช่นปกติ ก่อนจะหันหน้ามาพยักตอบเมอร์ลิน

 

〝 ถูกต้อง... ณ ตอนนี้ ข้ามาที่นี่ในนามของผู้อาวุโสแห่งสภาสวรรค์ 7 ปีก 〞

〝 !!!? 〞

 

อะไรนะ? มาในนามของสภาสวรรค์?

ไอ้พวกเวรที่ใส่ร้ายมีอานั่นหน่ะเหรอ!?

          ความคิดของกรถูกเร่งขึ้นในชั่วพริบตาที่ได้ยินว่าผู้ที่แข็งแกร่งตรงหน้าตนเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนที่เกลียด ทั้งพอมองกลับไปด้านหลัง มีอาก็เริ่มตัวสั่น... ดวงตาสั่นเครือด้วยความกลัวและยื่นมือมาจับชายเสื้อของกรจากด้านหลังโดยไม่รู้ตัวไปแล้ว

          นั่นยิ่งทำให้กรและเมอร์ลินที่รู้เรื่องนี้กังวลจนเหงื่อตกเลยทีเดียว

 

〝 เป้าหมายหล่ะ? คุณมาที่นี่เพราะอะไร? 〞กรกัดฟันถามออกไปแบบนั้นในขณะที่ขยับตัวบังมีอาเอาไว้

〝 ขอให้คำตอบออกมาดีๆทีเถอะนะจิ๋นหลี่ 〞

          เช่นเดียวกับเมอร์ลินที่สายตามองมิตรเปลี่ยนไปเป็นระแวดระวังภัยจิ๋นหลี่ไปแทน

          แต่แม้จะเห็นภาพน่ากระอักกระอ่วนใจเช่นนั้นตรงหน้า แต่จิ๋นหลี่ก็ยังคงไม่แสดงท่าทีแปลกใจอะไรออกมา

          แต่กลับกันเลย... ทั้งที่เห็นท่าทีเช่นนั้นของกรและเมอร์ลิน แต่จิ๋นหลี่กลับค่อยๆย่างเข้ามาทางกร ไม่สิ... ก้าวเข้าหามีอาอย่างช้าๆ ไปเสียอย่างงั้น นั่นทำให้เมอร์ลินต้องขยับตัวมาบังมีอาด้วยอีกคน

 

          นั่นยังทำให้มีอาสั่นเป็นลูกนกอยู่หลังกรไปแล้ว พวกชาลอตจึงตอบสนองด้วยการเตรียมพร้อมโจมตีได้ทุกเมื่อไปด้วย

 

เอาไงดี... จิ๋นหลี่เดินเข้าหามีอา มีเป้าหมายเป็นมีอาอย่างชัดเจน

แต่ก็ไม่น่าแปลกใจอะไร... ถ้าเจ้าหมอนี่บอกว่ามาในนามของสภาสวรรค์แล้วมาตามตัวมีอาที่เป็นทาสนอกกฎหมาย นั่นมันก็สมเหตุสมผล...

 

แต่ไอ้เหตุผลบ้าๆพรรค์นั้น มีเหรอที่ฉันจะยอม!

ถึงคนๆนี้จะแข็งแกร่งก็เถอะ แต่ว่า... ไม่ยอมหรอก!

 

ถ้าคิดจะแตะต้องมีอาหรือพาตัวเธอกลับไป ก็ข้ามศพฉันไปก่อนเถอะ!

          กรคิดแบบนั้นพร้อมกับกัดฟันแน่น จ้องเขม็งไปยังจิ๋นหลี่ที่เดินเข้ามาโดยไม่สนท่าทางของพวกกรเลยซักนิด

 

〝 แม่นางมีอา... 〞

          จนกระทั่งจิ๋นหลี่เดินมาหยุดตรงหน้ากรกับเมอร์ลินแค่ฟุตเดียว... คำพูดนั่นทำให้มีอากลั้นใจมองจิ๋นหลี่ด้วยเนื้อตัวที่สั่นเครืออยู่แม้จะมีกรบังไว้อยู่ก็ตามที

 

〝 กับเรื่องที่แม่นางต้องประสบพบเจอมาตลอด... ขอต้องขออภัยยิ่ง 〞

          …แล้วจิ๋นหลี่ก็โค้งตัวลงเกือบจะ 90 องศาตรงหน้าของมีอา

 

เอ๋!?

 

〝 อะ เอ่อ... 〞นั่นทำให้มีอาส่งเสียงแปลกใจออกมาด้วยความงุนงง ทว่าสีหน้ายังคงกังวลอยู่

〝 ข้ามิอยู่ในจุดที่ทำอะไรได้... ทว่าการนิ่งดูดายก็เป็นสิ่งผิดเช่นกัน นั่นแหล่ะที่ข้าอยากจะกล่าวขออภัยกับแม่นางอย่างสุดซึ้ง... 〞

          จิ๋นหลี่ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้น แต่นั่นก็ทำให้กรกับเมอร์ลินถอนหายใจออกมาพร้อมกันด้วยความโล่งอก

 

อะไรกัน... งั้นที่พูดมานี่ แสดงว่ารู้ความจริงอยู่แล้วงั้นเหรอว่าครอบครัวของมีอาถูกใส่ร้าย?

ท่าทางพวกสภาสวรรค์ 7 ปีกก็คงไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกันทั้งหมด

 

ไม่สิ... บางที ที่แบ่งการปกครองเป็น 7 ส่วน ก็คงเอาไว้คานอำนาจกันและกันนั่นแหล่ะมั้ง

คนๆนี้... เคยบอกว่าตัวเองเป็นผู้อาวุโสของสภาสวรรค์สินะ

 

เข้าใจละ... คงจะเป็นเพราะตัวเองไม่ได้อยู่ในจุดที่จะเข้าไปแทรกเกมการเมืองของพวกเวรนั่นก็เลยทำได้แค่ดูอยู่เฉยๆแม้จะรู้ความจริงทุกอย่างหล่ะสินะ

รู้แบบนี้ก็โล่งใจได้เปราะนึงหล่ะ... คนๆนี้เองก็เป็นคนดีเหมือนกันนี่นา

          กรคิดแบบนั้นแล้วก็กุมมือมีอาจากด้านหลัง นั่นทำพให้มีอาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแล้วก็ยิ้มให้กรด้วยความโล่งใจไปอีก

          ทว่า ณ ตรงนี้... ยังมีคนไม่พอใจการกระทำเมื่อครู่อยู่

 

〝 ทะ ท่านอาจารย์! ทำไมถึงไปก้มหัวให้อาชญากรพรรค์นั้นกันครับ! ยัยนั่นมันตัวอันตรายนะครับ! ต้องจับตัวกลับไปสิครับ! 〞

          เอลกินตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความไม่พอใจพร้อมด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว นั่นทำให้มีอาสะดุ้งอย่างแรงอีกครั้ง

          และอีกคนที่มีปฏิกิริยากับคำพูดของเอลกิน ก็คือกร ที่ขยับร่างเร็วเสียยิ่งกว่าคำพูดตักเตือนลูกศิษย์ของจิ๋นหลี่จะถึงหูของเอลกิน

 

          หมัดของกรพุ่งตรงไปยังใบหน้าของเอลกินด้วยความเร็วแรง... เรียกได้ว่ากรต่อยออกไปสุดกำลังเลยด้วยซ้ำ

          เกิดเสียงดังลั่นขึ้นจากการกระทบกันของสองวัตถุ... แต่ทว่าเป็นการกระทบกันของหมัดขวาของกรกับฝ่ามือซ้ายของเอลกิน ไม่ใช่ใบหน้าของเขา...

 

〝 คิดจะทำอะไรกันเจ้าหน่ะ? 〞เอลกินถามด้วยสีหน้าสงสัย ด้วยสีหน้าที่เชื่ออย่างจริงจังว่าสิ่งที่ตัวเองทำไม่ใช่เรื่องผิดอะไร

          แต่สำหรับพวกกร... ท่าทางสบายๆของเอลกินที่ใช้รับหมัดของกรได้ทัน แถมยังไม่ไหวตึงใดๆนั่นทำให้สาวๆแปลกใจเป็นอย่างมาก เพราะตามปกติ หากอีกฝ่ายไม่ปลิวกระเด็นก็คงแหลกคาทีไปแล้วแท้ๆ

 

          แต่สำหรับกร... ความจริงข้อนั้นไม่ได้อยู่ในหัวเลยซักนิด

 

〝 ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะแกหน่ะ... หยาบคาบกับเมอร์ลินยังไม่พอ ยังคิดจะพาตัวมีอาไปทั้งที่ไม่รู้อะไรอีก จะมากเกินไปแล้วนะโว้ย! 〞

          กับกรที่กำลังโกรธจัดจนคุมตัวเองไม่อยู่... ในหัวก็คงมีแค่การสั่งสอนเอลกินให้หลาบจำเพียงเท่านั้น

          ทางฝั่งเอลกินกลับมองมายังกรด้วยสายตาราวกับมองขยะ พร้อมทั้งกำหมัดของกรไว้แน่น

 

〝 นี่ไม่รู้เลยสินะว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่... คิดจะเป็นศัตรูกับสรวงสรรค์งั้นเหรอ? เจ้ามนุษย์ชั้นต่ำ!!!! 〞

〝 !!!! 〞

          และพริบตานั้น นิ้วมือขวาทั้ง 5 ของกรก็ถูกฉีกกระฉากออกทั่วทิศทางในพริบตา กระดูกทั้งหมดหักและนิ้วทั้งหมดกลายเป็นเหมือนกระดาษเปียกเปื้อนเลือดในพริบตา รวมถึงถุงมือที่แหลกดป็นซากไปพร้อมกัน

          แต่ว่านั่นไม่ได้ทำให้กรแสดงสีหน้าท่าทางเจ็บปวดออกมาเลยซักนิด เขาชักมือกลับในทันทีด้วยสีหน้าที่ยังคงเยือกเย็น

 

〝 กร! / นายท่าน! / คุณกร! / ท่านพี่! / น้องกร! 〞

          แต่กลับกัน... พวกสาวๆที่เห็นพกรได้รับบาดแผลฉกรรจ์ พริบตานั้นก็ตะโกนออกมาด้วยความเป็นห่วงในทันที แล้วจากนั้นสายตาก็แปรเปลี่ยนเป็นศัตรู แม้แต่มีอาที่สั่นกลัวก่อนหน้า พอเห็นกรถูกทำร้ายเช่นนั้น แววตาก็เปลี่ยนไปเป็นอาฆาตเอลกินในพริบตาจนความกลัวหายไปสิ้น...

 

〝 ไม่ต้องห่วง ฉันไม่เป็นไร 〞

          กรพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ก่อนที่สกิล『ออโต้รีไวฟ์』จะเริ่มทำงาน

          นิ้วมือทั้งห้ากลับคืนสภาพเดิมในพริบตา กรกลับมายืนด้วยท่าทางสงบนิ่ง... จากที่เข้าหาด้วยควาฒโกรธ หลังจากรู้ลังของศัตรู กรก็เปลี่ยนอารมณ์มาเป็นเยือกเย็นและจ้องเอลกินด้วยสายตาวิเคราะห์อย่างใจเย็นไปแทน ทว่ามันคงเหมือนน้ำแข็งที่พร้อมจะระเหิดเป็นไอได้ทุกเมื่อเสียมากกว่า

 

          พอเห็นท่าทางแบบนั้นของกร เอลกินก็แสยะยิ้มออกมา...

 

〝 หืม... นี่คือพลังของ『วีรบุรษ』สินะ คงต้องบอกว่าสมแล้วจริงๆ... แต่ก็อยู่ในระดับของมนุษย์หล่ะนะ ไม่มีทางเทียบชั้นกับเทพเจ้าอย่างข้าได้หรอก! 〞

          เอลกินว่าแบบนั้นพร้อมกับทำท่าทางเหมือนจะคว้าอะไรซักอย่างกลางอากาศ แต่ก็ถูกขัดโดยลูกศิษย์สาวอีกคนไว้เสียก่อน

 

〝 หยุดนะเอล! นี่คิดจะให้เรื่องมันบานปลายออกไปถึงไหนกันฮะ! 〞ซีร่าเดินเข้ามาจับไหล่ซ้ายของเอลกินไว้แน่นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ทว่าเอลกินกลับสะบัดไหล่หนี

〝 สำหรับพวกที่อาจหาญท้าทายอำนาจอันสูงส่งของพวกเรา คงปล่อยไปไม่ได้ง่ายๆหรอกนะซีร่า... แล้วอีกอย่าง เจ้าหมอนี่เองก็คงไม่ยอมเหมือนกันนั่นแหล่ะจริงไหม? 〞

          เอลกินว่าแบบนั้นพลางจ้องมองไปยังกรด้วยสายตาท้าทาย แต่นั่นไม่ได้ทำให้กรที่กำลังใจเนแบบสุดๆหงุดหงิดกลับ...

          แทนที่จะโต้คำพูดของเอลกินกลับ กรได้ส่งคำพูดไปยังแฟนสาวของเขาแทน

 

〝 ทุกคน... ถ้าฉันไม่ได้อัดหมอนี่ซักหมัดคืนนี้คงนอนไม่หลับแหง เพราะงั้นให้ฉันลุยเถอะนะ... 〞

          กรว่าแบบนั้นพร้อมกับหักนิ้วดังกรอบแกรบ... ในขณะที่ใบหน้าเผยบรรยากาศเย็นยะเยือก แต่จิตใจกลับร้อนแรง

          สาวๆเห็นเช่นนั้นจะปฏิเสธก็คงทำไม่ได้อย่างที่รู้กัน เพราะพวกเธอเองต่างก็รู้ดี ว่านิสัยของกรเป็นยังไง เมื่อคนสำคัญคนดูถูกเช่นนั้น

 

〝 จิ๋นหลี่ 〞ทางเมอร์ลินส่งสายตาเป็นนัยไปยังจิ๋นหลี่ ถามด้วยความเป็นห่วงกรว่าการต่อสู้นี้จะมีผลกระทบอะไรตามมาหรือไม่ และดูเหมือนจิ๋นหลี่จะเข้าใจ ซึ่งก็สมกับที่เป็นเพื่อนกันมานานนม

 

〝 วางใจได้... ข้าจะถือเป็นการประลองที่ไม่เคยเกิดขึ้น และจะไม่รายงานกับสภาสวรรค์ 7 ปีก... เดิมที ข้าเองก็คิดว่าหากมีเรื่องบาดหมางก็ควรจะแก้กันเสียตรงนี้... มิเช่นนั้นยามร่วมศึกกันในอนาคตคงไม่เป็นผลดีหากยังมีอะไรค้างคาใจ 〞

          จิ๋นหลี่ตอบกลับมาแบบนั้นอย่างเป็นเหตุเป็นผล ทำให้เมอร์ลินถอนหายใจออกมาทั้งโล่งอกและเสียดายในเวลาเดียวกัน เพราะหวังอยู่เล็กๆว่าจะถูกห้ามไม่ให้ประลองกัน เพราะเมอร์ลินเองก็ไม่อยากให้กรบาดเจ็บเท่าที่เป็นไปได้

          แต่พอเป็นแบบนี้... เมอร์ลินก็คงทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว

 

〝 เห็นด้วยครับท่านอาจารย์... หากไม่ทำให้สำเหนียกถึงจุดยืนของตัวเอง คงจะเหิมเกริมไปหน่อยแม้จะถูกเรียกว่าวีรบุรุษก็ตามที 〞

〝 นั่นสินะ... ถ้าไม่จัดอะไรๆให้เข้าที่ ไอ้ความไม่สมประกอบนั่นของแกคงทำคนอื่นพากันคลื่นไส้แหง... 〞

          เอลกินกับกรพูดข่มใส่กันแบบนั้น พร้อมกับจ้องมองกันด้วยสายตาเป็นศัตรู ราวกับรู้กันด้วยสัญชาตญาณ ว่าอีกฝ่ายเป็นดั่งศัตรูฟ้าลิขิต

 

〝 ศัตรูแข็งแกร่ง ระวังตัวด้วย 〞

〝 อย่าฝืนนะกร 〞

〝 เข้าใจแล้ว... 〞

          เมอร์ลินกับมีอาพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วงอย่างที่สุด รวมถึงความรู้สึกผิดประสมปนเปอยู่ในใจ กรจึงพยักหน้ากลับไปให้พวกเธอพร้อมกับตอบกลับสั้นๆโดยที่ไม่ได้หันหลังกลับไป

 

〝 นายท่าน... 〞

〝 น้องกร... 〞

〝 คุณกร... ต้องปลอดภัยนะ... 〞

          ซาช่า ลิลิธและริต้ารำพึงออกมาแบบนั้นด้วยความเป็นห่วง เช่นเดียวกับชาลอต เรเชลและคาเรนที่แสดงสีหน้าเป็นห่วงออกมา แต่กลับพูดอะไรไม่ออก

          พอได้รับความเป็นห่วงมามากขนาดนั้น... กรจึงมีแต่ต้องคิดวิธีชนะให้ได้โดยที่ตัวเองไม่ฝืนจนบาดเจ็บเท่านั้น

 

          กรคิดแบบนั้นก่อนที่จะเดินเข้าหาเอลกิน... เป็นเวลาเดียวกับที่เอลกินเองก็เดินเข้าหากรเช่นกัน

 

〝 ใจกล้าไม่เบานะเจ้าหน่ะ 〞เอลกินเดินเข้าหากรด้วยรอยยิ้มแห่งความมั่นใจ

〝 แกเองก็ด้วย... ท่าทางมั่นใจน่าดูนี่หว่า... 〞กรเดินเข้าหาเอลกินด้วยสีหน้าเยือกเย็น พร้อมกับเรียกอาวุธคู่ใจ『Barrett』และ『Taurus』มาถือในมือซ้ายและขวาตามลำดับ จากการประเมินสถานการณ์ว่าการสู้ระยะประชิดไม่เป็นผลดี และการใช้เคลเบรอสอาจเสี่ยงให้เคลเบรอสเสียหายจากพลังปริศนานั่น

 

          การสนทนาหยุดลงในชั่วพริบตาที่ระยะห่างของทั้งสองเหลืออยู่ 2 เมตร... แล้วจากนั้นทั้งสองคนก็ถีบตัวไปด้านข้างพร้อมกัน ห่างออกจากจุดที่ทุกคนยืนอยู่ไปกว่า 500 เมตร ก่อนที่จะเริ่มการต่อสู้จริง

 

ปัง!!! ปัง!!!

          ลูกกระสุนควงสว่านออกจากปากกระบอกปืนทั้งสองในมือกร พุ่งตรงไปยังต้นแขนทั้งสองข้างของเอลกินอย่างแม่นยำราวจับวาง ด้วยความเร็วที่ตามนุษย์มองไม่ทัน

          แต่ทว่าสำหรับเผ่าเทพเจ้าที่สเตตัสพื้นฐานสูงกว่ามนุษย์แล้ว แถมเอลกินคนนี้ยังผ่านการฝึกฝนมาแล้วอีก แค่การมองนั้นทำได้สบาย แต่ดูเหมือนเขาเองก็หลบมันไม่พ้นเหมือนกัน

 

          นั่นทำให้กระสุนทั้งสองพุ่งตรงไปจนถึงต้นแขนซ้ายขวาของเอลกิน แต่พอใกล้จะกระทบกับร่าง กระสุนของกรกลับกระเด็นกลับไปยังทิศตรงข้าม พุ่งเข้าหาทิศที่กรยิงมา กลายเป็นกรเองที่ต้องถีบตัวไปด้านข้างเพื่อหลบแทนเสียอย่างงั้น

 

〝 อันตรายๆ... เป็นอาวุธจาก『โลก』ที่น่าสะพรึงใช่เล่นนะนั่น 〞เอลกินยิ้มเยาะอีกครั้ง ในขณะที่กรเรียกและสับเปลี่ยนแม็กกาซีนกลางอากาศเป็นกระสุนอีกแบบ และเล็งไปยังเอลกินอีกครั้ง

〝 ใช่เลย... มันทำให้แกหงอได้ก็คุ้มหล่ะวะ 〞

ปัง!!! ปัง!!!

          กรยิ้มเยาะกลับไปบ้าง พร้อมกับยิงกระสุนทั้งสองพุ่งตรงไปเอลกินอีกครั้ง

 

          ทีแรกก็หงุดหงิดอยู่ที่ถูกกรเยาะเย้ยด้วยรอยยิ้ม แต่พอเห็นว่ากรโจมตีแบบเดิมกลับมาอีก ความมั่นใจก็กลับมาสู่สติของเอลกินอีกครั้ง นั่นทำให้เอลกินใช้วิธีเดิมในการตั้งรับ...

          และนั่นแหล่ะคือการประมาทอย่างแท้จริง

 

〝 อะไรกัน!!!? 〞

          เพราะพริบตาที่กระสุนทั้งสองเข้าใกล้เอลกินในระยะ 5 เมตร กระสุนแต่ละอันก็แตกตัวเพิ่มจำนวนขึ้นจากเดิมกลายเป็น 10 นัด 2 ระลอก รวมทั้งหมดเป็น 20 นัด ทั้งหมดพุ่งเข้าใส่เอลกินทั้งหมดโดยที่ความเร็วไม่ได้ลดลงเลยซักนิด

 

〝 อึก! 〞

          เอลกินยกมือทั้งสองขึ้นไขว้เป็นกากบาทรับกระสุนทั้งหมดด้วยปฏิกิริยาระดับสุดยอด กระสุนที่กระทบกับแขนและขาของเขาสะท้อนกลับไปทั้งหมด ส่วนที่เหลือเอลกินใช้ปฏิกิริยาหลบได้ 2 นัด และมี 3 นัดที่แฉลบสีข้างด้านซ้ายกับใบหน้าไป และไม่มีกระสุนนัดใดที่เข้าจุดตายเลย

 

〝 แก! ....!!!? 〞เอลกินวางการ์ดลงแล้วจ้องมองกรด้วยสายตาอาฆาตแค้นราวกับจะฆ่าให้ตาย

          แต่ทว่าที่ตรงนั้นที่กรเคยยืนอยู่... กลับไม่มีแม้แต่เงาของกร

 

ตู้ม!!!!

〝 อุก!!!!! 〞

〝 เอล!!! 〞

          แต่ในพริบตาเดียวกับที่รู้ว่ากรหายไปจากจุดเดิม ก็เป็นพริบตาเดียวกับที่ถูกกรซึ่งโผล่มาทางด้านข้างขวา ต่อยอย่างแรงเข้าไปที่สีข้าง นั่นเองก็ทำให้ศิษย์หญิงอีกคนอย่างซีร่าตะโกนขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงไปเสีย

 

          อนึ่ง ท่าที่กรต่อยออกไปนั้นเป็นหนึ่งในศิลปะการต่อสู้ที่กรร่ำเรียนมาจากหลายๆโลก นั่นคือมวยอ่อนประเภทหนึ่ง เลยทำให้เอลกินไม่ถูกต่อยกระเด็นไปในทันที แต่ว่า...

 

〝 อึก... กะ แก... 〞เอลกินมองกรทั้งด้วยสายตาแค้นเคืองและทรมาน

〝 เจ็บหล่ะสิ... ซี่โครงฝั่งขวาของแกแหลกหมดแล้ว... ลำบากหน่อยนะ 〞กรพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเย็นชา

          ใช่... นั่นคือหนึ่งในหมัดทรงอานุภาพนับพันนับหมื่นวิชาของกร... 『เพลงหมัดบดกระดูก』 ซึ่งเป็นท่าทีใช้ทำลายอวัยวะภายในอย่างกระดูกของคู่ต่อสู้ในหมัดเดียว

 

เอาหล่ะ... ต่อไปจะทรมานแกด้วยวิธีไหนดีนะ

ถึงจะสาสมกับที่พูดจาหมาๆกับแฟนฉันหน่ะ?

 

〝 แก!!! บังอาจนัก!!! 〞

          เอลกินระเบิดพลังเวทย์โดยที่มีตัวเองเป็นศูนย์กลาง ทว่าในสภาพเช่นนั้น ไม่ใช่เรื่องยากที่กรจะกระโดดหลบไปด้านหลัง

          ในขณะที่มองสภาพเหนื่อยอ่อนของเอลกิน กรก็เหน็บปืนกระบอกนึงไว้กับรักแร้ซ้ายและเรียกแม็กกาซีนออกมาสับเปลี่ยนปืนในมือซ้ายอย่างใจเย็น เป็นการดูถูกอย่างจงใจ

 

〝 อืม... ความสามารถในการสะท้อนไม่ก็เปลี่ยนทิศทางของการโจมตี... สามารถใช้คลุมร่างกายได้ราว 1 ใน 3 ของร่าง นี่คือตัวตนของ『เชนจ์ ( Change ) 』สินะ... นอกเหนือจากนั้น จุดอื่นยังสามารถสร้างความเสียหายได้ตามปกติ... พลังไม่มีดีเลย์และไม่ใช้พลังเวทย์... 〞

          กรพูดแทงใจดำออกมาแบบนั้นในขณะที่เปลี่ยนแม็กกาซีนของปืนอีกกระบอกอย่างใจเย็น ท่าทางสบายๆนั่นทำให้เอลกินเหงื่อตก แถมพอถูกแทงใจดำเข้าไปอีกแบบนั้นก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก ทว่าสายตาของเขายังคงมุ่งมั่นที่จะจัดการกรไม่เปลี่ยนอยู่ดี...

 

〝 น่าชื่นชม... ทำการโจมตีอีกฝ่ายเพียงสองหนก็ได้ไพ่ในมือของอีกฝ่ายมาครองเกือบทั้งหมด... คงพูดได้แค่ว่าสมแล้วจริงๆหล่ะนะ 〞

          จิ๋นหลี่ยังคงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าคำพูดเป็นการชื่นชมจากใจจริง

 

〝 นั่นแหล่ะหมอนั่นหล่ะ 〞เมอร์ลินเองก็ยิ้มออกมาด้วยความโล่งอกเช่นกันที่สถานการณ์เป็นไปในทางที่กรได้เปรียบ

          แต่ว่า...

 

〝 แต่ว่า... ทางเอลกินเองก็เคี้ยวไม่ง่ายเหมือนกันหล่ะนะ 〞

〝 หมายความว่าไง? 〞

          เมอร์ลินขมวดคิ้วในทันทีที่ได้ยินจิ๋นหลี่ว่าแบบนั้น

 

ซู่ม!!!

          ราวกับตอบสนองคำพูดของจิ๋นหลี่... เอลกินยืนขึ้นตัวตรง พริบตานั้นแสงสีเขียวอ่อนก็พวยพุ่งออกมาจากทั่วทั้งร่างของเขา

          และไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นคือ

 

〝 ออร่างั้นเหรอ? 〞

 

ก็ไม่ใช่ว่าคิดไม่ถึงหรอกนะ ยังอยู่ในการคาดการณ์

แต่ว่า... อานุภาพของออร่า ขึ้นอยู่กับจินตนาการของผู้ใช้

 

สำหรับเจ้าหมอนี่แล้ว... จะไปได้ถึงไหนกัน นั่นแหล่ะคือข้อมูลที่ต้องการ

 

〝 หึหึ... ถูกต้องแล้วเจ้ามนุษย์! นี่คือพลังอำนาจของผู้เป็นเทพยังไงหล่ะ! จงดีใจซะเถอะที่ได้เป็นกระสอบทรายลองพลังของข้า! 〞

          เอลกินว่าแบบนั้นแล้วก็ตะโกนลั่น นั่นทำให้กรทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนที่การเตรียมการกระสุนใหม่ทั้งสองกระบอกจะเสร็จสิ้น

          พร้อมกับเล็งปืนไปทางเอลกินที่ห่างออกไปกว่า 10 เมตร

 

          แต่ทว่าพริบตาเดียว... ร่างของเอลกินก็อันตรธานหายไปจากสายตาของกร

 

〝 !!!!? 〞

          ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ขนที่กำลังลุกขึ้นชูชันทั้งตัวเป็นสัญชาตญานที่กรได้รับมาจากประสบการณ์จำนวนมหาศาล สัญชาตญาณนั่นมันได้บังคับร่างกายของกรให้เอี้ยวตัวหลบบางอย่างจากด้านหลังไปทางขวา

 

          กรทำตามแต่โดยดี นั่นทำให้กรหลบทวนสีเขียวมรกตที่พุ่งโจมตีเขาจากทางด้านหลังได้อย่างฉิวเฉียด

          ที่อยู่ด้านหลังของกร กลายเป็นเอลกินที่สายตาเปลี่ยนจากยโสโอหังกลายเป็นสายตาของผู้ที่กำลังมองกรด้วยสายตาเยือกเย็นราวกับกรในตอนนี้ไปไม่มีผิด

 

          เขาจ้องมาทางกรด้วยสายตาวิเคราะห์ศัตรูอย่างที่กรทำกับเขาก่อนหน้า

          ควงทวนสีเขียวมรกตที่ไม่รู้ว่านำออกมาเมื่อไหร่นั่นแทงใส่ร่างของกรที่ไร้การป้องกันในระยะประชิดอีกครั้งด้วยความเร็วที่พอๆกับตอนที่กรเอาจริงเลยทีเดียว

 

〝 ชิ! 〞

            กรยก『Barrett』ขึ้นป้องกันการโจมตีด้วยทวนของเอลกิน ทว่าพลานุภาพของมันมากยิ่งกว่าที่กรคาดการณ์ หนึ่งในปืนคู่ใจของกรแตกสลายไปในทันทีที่กระทบกับใบมีดของทวนดังกล่าว กรที่รู้ว่าตัวเองเสียเปรียบจึงถีบตัวออกห่างในทันที

           

          สาวๆทุกคนยกเว้นจิ๋นหลี่ มีอา ลิลิธและเมอร์ลินมองภาพตรงหน้าด้วยความสับสน เพราะเป็นการขยับเขยื้อนในเวลาเพียงไม่ถึงเสี้ยววินาที เหนือยิ่งกว่าสัมผัสยอดมนุษย์อย่างทุกคนเสียอีกทั่วไปเสียอีก

          ที่ทั้งสี่คนมองตามทันนั่นเป็นเพราะประสบการณ์ล้วนๆ และเมอร์ลินที่สมองดีกว่าชาวบ้าน(สมองประมวลผลเร็วเทียบเท่ากับสุดยอดการประมวลผลของกร) กับมีอาที่ประสาทสัมผัสเฉียบคมขึ้นจากการสัมผัสโลกแห่งความเร็วมาหลายต่อหลายครั้ง

 

          ส่วนในด้านของกร... เรียกได้ว่าเพราะมีสุดยอดการประมวลผลที่ถูกอัพเกรดจากการอยู่ในลูปนรกและจุตินั่นแหล่ะ ถึงได้เบี่ยงการโจมตีนั่นได้

 

〝 น่าตกใจจริงๆ... ไม่มีใครหลบการโจมตีนี้ได้มาก่อนเลยนะเนี่ย... 〞เอลกินสะบัดทวนลงพื้น จนพื้นเกิดรอยแตกระแหงไปทั่ว เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ยืนยันถึงพลานุภาพของมัน

 

น้ำเสียงของหมอนี่เปลี่ยนไป... เยือกเย็นขึ้น... สงบขึ้น...

ทั้งหมดเป็นแค่การแสดง? ไม่หรอก... ทั้งหมดคืออารมณ์ของจริง

 

คงใช้หลักการเดียวกับ『ตัดความรู้สึก』ของเราสินะ

ไอ้หมอนี่...

 

〝 ไม่ได้โง่ไปซะทีเดียวสินะแกหน่ะ... 〞

          กรพูดแบบนั้นพร้อมกับตั้งท่าเตรียมพร้อม เร่งความเร็วกระบวนการคิดของสุดยอดการประมวลผลในพริบตา พร้อมทั้งเรียกสกิลเนตรอย่าง『เอ็กซ์ตร้าโหมด』ของ『เนตรทวิกาล』 และ『รีดดิ้งอายส์』ไปพร้อมกัน

          เพราะกรเองก็ได้ตัดสินแล้วว่าศัตรูตรงหน้าแข็งแกร่งมากพอ ถึงระดับที่กรต้องเอาจริง...

 

〝 ... 〞

          ไร้ปฏิกิริยาตอบสนองจากเอลกิน... เขาทำเพียงแค่ตั้งท่าเตรียมพร้อมเหมือนกับจะพุ่งเข้าหากรได้ทุกเมื่อเพียงอย่างเดียว แถมท่าทางเจ็บปวดทรมานจากกระดูกซี่โครงที่ร้าวทั้งแถบเขาก็ไม่แสดงให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

          คาแรคเตอร์ที่ต่างอย่างสุดขั้วกับก่อนหน้าเช่นนี้ของเขาสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนไม่น้อย

 

〝 ...เอาจริงแล้วสินะ ทั้งสองคนนั้นหน่ะ 〞ซีร่ามองภาพตรงหน้าแล้วก็พูดออกมาเช่นนั้นด้วยน้ำเสียงกังวลนิดหน่อย

 

〝 นะ... นี่มัน เกิดอะไรขึ้นกันแน่คะเนี่ย... ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว... 〞ซิลเวียที่ทนนิ่งเงียบมาตลอดเพราะรับมือสถานการณ์ไม่ถูกพูดขึ้นมาแบบนั้นเพราะหมดความอดทน ทว่าก็ถูกสายตาของลิลิธจับจ้องในทันที

〝 ซิลเวียจ๊ะ... ดูอยู่เฉยๆเถอะ ถ้าไม่อยากตายหน่ะนะ 〞ว่าแบบนั้นด้วยรอยยิ้มออกไปทางข่มขู่และสยองอยู่พอสมควร นั่นทำให้ซิลเวียหน้าถอดสีแล้วพยักหน้าหงึกๆด้วยความกลัวในทันทีเลย

 

〝 เอาหล่ะวีรบุรุษเอ๋ย... จะรับมือเช่นไรกันหล่ะ? 〞

          จิ๋นหลี่พูดออกมาพร้อมกับจ้องมองไปยังกรอีกครั้ง ดังที่ทำมาตลอดตั้งแต่มายังที่แห่งนี้...

 

          นั่นเป็นพริบตาเดียวกับที่การต่อสู้รอบที่สองของกรกับเอลกินเริ่มขึ้น

 

ปัง!!!

          กรยิงกระสุนปริศนาขึ้นฟ้า เป็นพริบตาเดียวกับที่กรร่ายเวทย์ มีลูกบอลลำแสงสีขาว 10 ลูก ล้อมรอบด้านหลังของกร

          ทางฝั่งเอลกินก็ไม่น้อยหน้า เขาเองก็สามารถใช้เวทย์แบบละการร่ายได้เช่นกัน แต่ที่ปรากฏด้านหลังของเขาคือลูกบอลลำแสงสีขาว 10 ลูก กับ ดาบสีขาว 2 เล่ม

 

          เอลกินตั้งท่าจะถีบตัวเข้าหากร ในพริบตาเดียวกันก็ขัดจังหวะด้วยการยิงลำแสงออกจากลูกบอลทั้งสิบเข้าไปยังจุดที่เอลกินอยู่ แต่เอลกินก็ยังคงพุ่งเข้ามาโดยไม่สนใจการโจมตีของกร

          ความน่ารำคาญใจเกิดขึ้นอีกครั้ง... การโจมตีด้วยลำแสงของกรทั้งหมดถูกพลัง『เชนจ์』เบี่ยงออกไปด้านข้างทั้งหมด ทวนของเอลกินจึงร่นระยะเข้ามาจนถึงคอเสื้อของกรในพริบตา

 

          กรพลิกตัวหลบไปด้านข้าง ทำท่าทางเหมือนกับจะอัดหมัดเข้าไปที่ท้องน้อยของเอลกิน แต่ก็หยุดไว้ก่อนในพริบตาก่อนที่จะกระทบตัวอันเป็นการหลอกล่อก่อน แล้วเปลี่ยนมายิงลำแสงทั้ง 10 ในระยะประชิดอีกครั้ง ซึ่งเอลกินก็ทำแบบเดียวกัน เขายิงลำแสงทั้งสิบกระทบเข้ากับลำแสงของกรจนเกิดแสงสว่างวาบและเกิดฝุ่นตลบคละคลุ้งไปทั่ว และทำให้เวทย์ลำแสงของทั้งคู่สลายหายไปสิ้น

 

          ฝุ่นดังกล่าวคงสภาพได้ไม่นาน มันก็ถูกแบ่งเป็นสามส่วนด้วยดาบสีขาวที่เหินอยู่กลางอากาศของเอลกิน

          และไม่จบแค่นั้น ดาบทั้งสองกระหน่ำโจมตีกรในระยะประชิดด้วยความแม่นยำและซับซ้อน พร้อมกับการหาจังหวะของทวนที่เตรียมซ้ำการโจมตีกรให้จอดสนิท

 

          ด้วยความสามารถสุดยอดการประมวลผลและสเตตัสของกร แถมยังมี『เอ็กซ์ตร้าโหมด』ของ『เนตรทวิกาล』 ที่ใช้คาดเดาการโจมตีในอนาคตอีก ไม่ใช่เรื่องยากที่จะหลบทั้งสามอย่างนั่น ทว่าก็ไม่สามารถโจมตีกลับได้

          กรจึงเรียกอุปกรณ์ทรงกลมออกมาจากแหวนในพริบตาแล้วถอยห่างจากมัน เอลกินที่พุ่งเข้ามาหากรจึงอยู่ในระยะสายตาพอดี

 

〝 บูม.... 〞

          กรพูดออกมาเบาๆเช่นนั้นราวกับล้อเล่น ทว่าความจริงแล้วมันคือการสั่งการอุปกรณ์ดังกล่าวด้วยเสียงต่างหาก

          และพริบตาที่คำสั่งสิ้นสุด อุปกรณ์ทรงกลมก็เกิดแสงวาบขึ้นไปทั่วบริเวณ... พูดง่ายๆว่ามันคือระเบิดแสงนั่นเอง เอลกินจึงโดนเข้าไปเต็มๆทำให้เขาต้องหลับตาแน่นและสูญเสียการมองเห็นไปในทันที

 

          แต่ทว่า... โลกนี้ไม่มีอะไรง่าย

 

〝 ไร้สาระ 〞เอลกินกล่าวด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ ก่อนที่จะสั่งดาบทั้งสองพุ่งเข้าด้านข้างซ้ายขวาของกรที่กำลังยืนนิ่งเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหว...

          และพุ่งนำทวนเสียบท้องน้อยของกรในพริบตาเดียวกันนั้นเอง

 

〝 กร!!!!! 〞มีอาร้องเสียงหลงออกกมาในทันทีที่เห็นภาพเช่นนั้น สาวคนๆอื่นก็ถึงกับหน้าซีดราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง

 

〝 อึก... แก... ทำไมถึงยังมองเห็นได้วะเนี่ย... 〞เลือดไหลออกจากมุมปากของกร ในขณะที่กุมปากแผลทั้งที่ทวนยังเสียบคาอยู่ที่ท้องน้อย

〝 พูดบ้าๆ... ตัวข้าหน่ะแม้จะมองไม่เห็นก็จับสัมผัสทั้งจากเสียงหรือสัมผัสได้อยู่แล้ว 〞

          เอลกินว่าแบบนั้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นราวกับไม่สนใจสภาพของกร พริบตานั้นเอลกินก็ได้รับการมองเห็นคืน และมองกรที่ถูกทวนเสียบร่างด้วยสายตาเวทนา

 

          แต่นั่นก็เป็นตอนที่กรแสยะยิ้มออกมาเช่นเดียวกัน

 

〝 ติดกับแล้ว…〞พริบตาเดียวกับที่รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของกร ร่างของกรก็จางลงกลายเป็นหมอกไปเสียอย่างงั้น

          นั่นทำให้เอลกินขมวดคิ้วเข้าด้วยกัน แต่ก็ยังคงเยือกเย็น...

 

          และมองขึ้นไปด้านบนด้วยสายตาราวกับผู้คุมเกมอย่างหมดจด... ซึ่งหากกล่าวตามความหมาย บางทีอาจจะหมายความตามตัวอักษรก็เป็นได้

 

〝 ถ้าหมายถึงว่าเจ้าตัวจริงกำลังพุ่งลงมาโจมตีตัวข้าจากข้างบนหล่ะก็... นั่นคงไม่เรียกว่าข้าติดกับหล่ะนะ 〞

〝 !!!!? 〞

          และที่สบตากับเอลกิน คือกรที่พุ่งโจมตีลงมาจากด้านบนราวกับอุกกาบาตพร้อมทั้งคลุมร่างด้วยออร่าสีขาวทั่วทั้งตัว

 

〝 อั๊ก! 〞

          ทว่าพริบตาที่กรพุ่งลงมาจนถึงจุดที่เอลกินยืนอยู่ เขาก็พลิกตัวหลบแล้วพลิกตัวเตะท้องน้อยของกรที่ลอยอยู่กลางอากาศอีกครั้งจนกระเด็นไปหลายตลบ

 

          เป็นตัวยืนยันว่าแผนซ้อนแผนของกร... ถูกคนๆนี้อ่านออกโดยสิ้นเชิง

 

〝 โกหกน่า... หมอนั่นถูกอ่านแผนออกงั้นเหรอ!? 〞เมอร์ลินตกตะลึงกับภาพตรงหน้าสุดๆ ตะโกนออกมาแบบนั้นด้วยน้ำเสียงกังวลสุดๆพอๆกัน

            และที่อยู่ตรงหน้าของสาวๆ คือภาพของกรกำลังนั่งอยู่ที่พื้นและกุมท้องของตัวเอง ในขณะที่เอลกินเดินเข้ามาใกล้เขา แล้วใช้ทวนชี้ใส่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บใจของกรซึ่งพูดอะไรไม่ออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

〝 ถือว่าน่าชื่นชมที่วางแผนการโจมตีซ้อนไว้เช่นนั้น... บางทีคงจะเป็นเวทย์เคลื่อนย้ายสินะกระสุนนั่น ในพริบตาที่เกิดฝุ่นควันก็ใช้การเคลื่อนย้ายแล้วสร้างภาพลวงตาขึ้นแทนตัวเอง แล้วตัวจริงก็ขึ้นไปอยู่ข้างบน เพื่อรอการโจมตีปิดฉากด้วยออร่า ความจริงก็ไม่น่าตกใจเท่าไหร่หรอกนะที่เจ้าเองก็ใช้ได้ ยังอยู่ในการคาดการณ์ของข้าอยู่ แต่ก็อย่างที่รู้... มันเปล่าประโยชน์ 〞

〝 ชิ! 〞

          กรที่นั่งอยู่บนพื้นสบถด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเจ็บใจ ในขณะที่ถูกมองลงมาด้วยสายตาเหนือกว่าของเอลกิน

 

〝 มันจบแล้วเจ้าวีรบุรุษจอมปลอม... สุดท้ายเจ้าก็เป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาหล่ะนะ 〞

〝 อา... น่าเสียดายนัก... 〞

          เอลกินว่าพลางยกทวนขึ้นสูง เป็นพริบตาที่การประลองจะถูกตัดสินผล ซึ่งยืนยันอีกเสียงโดยจิ๋นหลี่ที่กล่าวออกมาด้วยเสียงเรียบๆ

 

          ท่ามกลางเสียงตะโกนของแฟนสาว พร้อมกับทำท่าเหมือนกับจะพุ่งเข้ามาช่วยกรไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนยังไงทวนของเอลกินก็คงจะเร็วกว่าอยู่ดี

          กรยังคงขยับไปไหนไม่ได้เพราะถูกเตะเข้าเต็มแรง โดยรอเพียงแค่ชะตากรรมพ่ายแพ้เท่านั้น...

 

          ...ความจริงแล้วมันควรจะเป็นเช่นนั้น

 

〝 ยังต้องฝึกฝนอีกเยอะนะเอลกิน... เจ้าแพ้แล้วหล่ะ 〞

〝 เอ๋!? หมายถึงเรื่องอะไรครับท่านอาจา————!!!!? 〞

          พริบตาที่จิ๋นหลี่ว่าแบบนั้น เอลกินก็รู้สึกเหมือนถูกกระแทกเข้าที่หลังคอ โลกที่เอลกินมองเห็นบิดเบี้ยวในพริบตานั้น และไม่อาจคงสติได้

          เอลกินสลบกลางอากาศ แล้วก็ล้มฟุบหน้าคว่ำลงไปทั้งอย่างงั้น โดยที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขา กลายเป็นกรที่สับหลังคอของเขาแทน แล้วร่างของกรที่นั่งอยู่กับพื้นก็สลายหายไปแล้วเช่นกัน

 

〝 ฟู่... เอาเถอะ ก็ประมาณนี้แหล่ะนะ 〞

          กรท้าวสะเอวแล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนที่จะหันไปมองพวกสาวๆที่หยุดกึกในพริบตาก่อนที่จะพุ่งเข้ามาช่วยกรจนบางคนเกือบจะล้ม ส่วนซีร่ากับซิลเวียนั้นอ้าปากค้างไปเรียบร้อยแล้วที่ผลลัพธ์ถูกกลับตาลปัตรในพริบตาแบบนี้ ทั้งที่ยังไม่เข้าใจเลยซักนิดว่าเกิดอะไรขึ้น

 

          ทางสาวๆกะพริบตาปริบๆให้กับกร แล้วจากนั้นกรก็ส่งยิ้มให้กับพวกเธอไปโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นภาพเช่นนั้น

 

〝 เฮะๆ... ชนะแล้วล่ะ! 〞กรพูดแบบนั้นออกมาด้วยรอยยิ้ม

〝 กร!!!! 〞

〝 เฮ้ย! ใจเย็นเด้ทุกคน! 〞

          และพริบตานั้น เหล่าสาวๆนำโดยมีอา ตามด้วยทุกคนยกเว้นเมอร์ลินกับซิลเวียก็กระโดดพุ่งเข้ามากอดร่างของกรในทันที จนทำให้กรต้องล้มลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง

 

〝 ไม่เป็นไรแล้วๆ 〞กรว่าพร้อมกับค่อยๆชันตัวขึ้นแล้วก็ไล่ลูบหัวสาวๆเรียงคนราวกับจะปลอบใจพวกเธอ

          และแน่นอน ว่ามันได้ผลเป็นอย่างดี สาวๆที่กำลังนั่งอยู่กับพื้นล้อมรอบตัวกรยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจกันทุกคน...

 

〝 ทำให้เป็นห่วงอีกแล้วนะ... ตาบ้า 〞

〝 ขอโทษๆ 〞เมอร์ลินที่เดินเข้ามาทีหลังเตะขากรเบาๆแล้วก็ทำแก้มป่องกอดอกหันหน้าหนีแบบนั้น ทำเอากรหัวเราะแห้งๆออกมาเลยทีเดียว

〝 ทำอะไรเกินตัวอีกแล้ว กรอ่ะ! 〞มีอาว่าแบบนั้นแล้วก็ชกหน้าอกกรเบาๆเช่นเดียวกัน

〝 ช่วยไม่ได้นี่นา... แต่ฉันประเมินสถานการณ์แล้วนะว่าจะชนะอ่ะ 〞

〝 นายท่านก็เป็นอย่างงี้ทุกที 〞ชาลอตว่าแล้วก็ทำหน้าเหมือนกับจะถอนหายใจ

〝 นั่นสินะคะ... แต่ถึงอย่างงั้นก็เป็นห่วงอยู่ดีค่ะ 〞เช่นเดียวกับซาช่าที่พอว่าแบบนั้นเสร็จก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

〝 ใช่เลยๆ〜 ให้ตายสิ... ชอบทำให้เป็นห่วงซะจริงน้า!!! 〞

〝 ยอมแล้วๆ! 〞ตามด้วยลิลิธที่เข้ามาล็อคคอกรจากด้านหลังเหมือนทุกที

          คาเรนเองก็ขยับเข้ามาควงแขนขวาของกรด้วย พร้อมๆกับริต้าที่เข้ามาควงแขนซ้ายของกรอย่างแนบแน่น

 

〝 คือ-ว่า-นะ-คะ!!! ท่านพี่หน่ะเซฟตัวเองหน่อยสิคะ หัวใจของหญิงสาวมันบอบบางนะคะรู้ไหม!? 〞

〝 คาเรน... พูดถูกแล้ว... เป็นห่วงสุดเลยนะรู้ไหม... 〞

〝 ใช่เลยค่ะคุณกร! ฉันหัวใจแทบวายแล้วนะคะเนี่ยเมื่อกี้นี้หน่ะ! 〞

          ทั้งคาเรน ริต้าและเรเชลที่โค้งตัวเข้ามาจนใบหน้าเกือบจะชนกับกรว่าแบบนั้นออกมาด้วยความเป็นห่วงกันหมด เลยทำให้กรยิ้มออกมาอีกครั้ง

 

〝 นะนะ นั่นสินะคะ! ฉันเองก็... ไม่ใช่สิ! ก็อุตส่าห์รู้จักกันแล้วทั้งทีนี่ค่ะ ถ้าเกิดคนรู้จักเกิดเป็นอะไรขึ้นมาก็คงรู้สึกแย่จริงไหม! 〞

          เช่นเดียวกับซิลเวีย ที่กรไม่คิดว่าเธอจะมีปฏิกิริยากับเข้าด้วยเหมือนกัน ก็ยังเข้ามาร่วมแจมบทสนทนา เลยทำให้กรถอนหายใจออกมาด้วยรอยยิ้มแห้งๆอีกครั้ง

 

〝 แหมๆ! นี่ขนาดคุณฮีโร่ยังเป็นห่วงฉันเลยเหรอเนี่ย ซึ่งใจจริงๆนะเนี่ย 〞

〝 อะ อะไรกันคะ! คนเค้าเป็นห่วงแล้วมาพูดแบบนี้กลับเนี่ยนะ! 〞

          ทั้งสองคนก็ยังต่อล้อต่อเถียงกันอยู่เหมือนเดิม ภาพแบบนั้นทำเอาสาวๆอมยิ้มออกมาเลยทีเดียว

 

〝 แต่ก็... ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงจริงๆนะทุกคน ฉันมันก็อย่างงี้หล่ะ ฮะฮะ... 〞

          กรว่าแบบนั้นแล้วก็เกาหัวแกรกๆ และก็ทำให้สาวๆยิ้มแป้นกันออกมาหมดทุกคน

          เพราะทุกคนต่างก็รู้ดีกันอยู่แล้ว ว่าสาเหตุที่กรเคลื่อนไหวนั้น เป็นเพราะมีคนมากล่าวว่าร้ายคนที่เขารักดังเช่นพวกเธอ

 

          แน่นอนว่าโกรธและโมโหด้วยความเป็นห่วง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจดุกล่าวได้เพียงอย่างเดียว... เพราะพวกเธอเองก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่า ตัวเองดีใจมากแค่ไหนที่ได้เป็นคนสำคัญของชายคนนี้

          เป็นอีกครั้งหนึ่งที่สาวๆรู้สึกว่า การอุทิศทุกสิ่งของตนให้ชายคนนี้ไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดเลยซักนิด

 

          ทางซิลเวียเองที่ได้สัมผัสความอบอุ่นท่ามกลางบรรยากาศที่มีกรเป็นศูนย์กลางนั่น ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปบ้างเล็กน้อยเช่นเดียวกัน

 

          ในขณะที่บรรยากาศกำลังเป็นสุขอยู่เช่นนั้น จิ๋นหลี่ก็เดินเข้าหามาทางกรพร้อมกับยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

 

〝 ถือว่าฉลาดมาก... หลอกให้อีกฝ่ายเชื่อว่าเป็น『การทำลายการมองเห็น』 แต่แท้จริงแล้วเป็นเวทย์『ควบคุมประสาทสัมผัส』ของอีกฝ่ายแทน 〞

          จิ๋นหลี่กล่าวชื่นชมกรแบบนั้น ในขณะที่เดินมาพร้อมกับซีร่าที่หามเอลกินแบบโอบไหล่ตามหลังมา

          นั่นเองทำให้กรหรี่ตาลงอย่างงเยือกเย็นอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นยืน พร้อมกับสาวๆ

 

เป็นไปตามที่จิ๋นหลี่บอก

ระเบิดที่ปาไปนั่นไม่ใช่ระเบิดแสง แต่เป็นเวทย์ที่เอาไว้ใช้ควบคุมประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของผู้ที่โดน...

 

นั่นถึงทำให้ฉันหลอกหมอนั่นสองต่อได้เลย

ทั้งเรื่องที่หลอกให้หมอนั่นคิดว่าเป็นระเบิดแสง และจงใจยิงกระสุนขึ้นฟ้าอย่างผิดสังเกต

ก็นะ ถ้าหมอนี่มันฉลาดจริงก็ต้องรู้อยู่แล้วแหล่ะว่ากระสุนที่ยิงขึ้นฟ้าไปตอนแรกต้องมีอะไรแน่ๆ

 

แล้วตอนที่มันระวังบนฟ้านั่นแหล่ะคือการหลอกซ้อนครั้งแรก

ตามด้วยการปิดฉากที่ว่าทุกอย่างเป็นภาพลวงตาทั้งหมด

 

เป็นแผนที่ใช้ความรอบคอบของอีกฝ่ายเป็นตัวหลัก

แต่ดูเหมือนแผนที่ว่าไปนี่...

 

〝 เป็นไปตามนั้นครับ ว่าแต่... มองออกหมดเลยสินะครับ 〞กรว่าแบบนั้นแล้วก็จ้องไปยังจิ๋นหลี่ที่ยังคงยืนหลับตาหันหน้ามาทางกรอยู่

〝 ใช่แล้ว... 〞

          คำตอบสั้นๆด้วยเสียงราบเรียบของจิ๋นหลี่ ทำให้กรถึงกับกลืนน้ำลาย ซึ่งหากคิดตามหลัก จิ๋นหลี่ก็คงมองออกด้วยประสบการณ์นั่นแหล่ะ

 

          แต่ก็เพราะแบบนั้นแหล่ะ ที่ทำให้กรไม่สบายใจเพราะมีคนที่แข็งแกร่งระดับนี้อยู่ใกล้ตัวสาวๆของเขา โดยที่กรไม่อาจประเมินสถานการณ์ได้หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น

 

          กรเองก็คิดว่าบางทีคงจะเป็นการกังวลเกินเหตุเหมือนทุกทีนั่นแหล่ะ แต่น่าเสียดาย...

 

          ...ที่ครั้งนี้ กรกลับคิดถูกในเรื่องนั้นเสียได้

 

〝 แข็งแกร่ง... ทรงปัญญา... รู้จักใช้เล่ห์เพทุบาย... พื้นฐานดี แถมดูเหมือนว่าจะมีประสบการณ์ในการต่อสู้ที่สูงอีกด้วย ถึงได้ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในเวลาอันสั้นได้เช่นนั้น 〞จิ๋นหลี่ยังคงออกปากชื่นชมกรอย่างต่อเนื่อง แต่กรก็ไม่ได้คิดว่ามันผิดสังเกตแต่อย่างใด

 

          จะมีอย่างเดียวที่ทำให้กรรู้สึกกังวล นั่นก็คงจะเป็นแรงกดดันจากจิ๋นหลี่ที่ส่งมายังกรนั่นแหล่ะที่ยังคงอยู่เหมือนเดิม ไม่สิ... กรรู้สึกว่ามันมากขึ้นกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก

 

〝 แต่ว่า... นั่นก็ยังห่างไกลนัก กับผู้ที่ได้ถือครองนามแห่งวีรบุรุษ 〞

〝 มะ หมายความว่ายังไง? 〞

          จิ๋นหลี่กล่าวเช่นนั้น แต่ไม่ใช่เสียงราบเรียบเหมือนก่อนหน้า หากแต่เป็นน้ำเสียงเย็นยะเยือกที่ทำให้กรขนลุกชูชันแทน

 

          ดวงตาที่ปิดสนิทของจิ๋นหลี่ค่อยเปิดขึ้นอย่างน่าเกรงขาม พร้อมกับจับจ้องเข้าไปในดวงตาของกร

 

〝 เจ้าหน่ะ... ยังใช้การไม่ได้ 〞

〝 !!!? 〞

ตู้ม!!!

          พริบตานั้น ร่างของกรก็กระเด็นจากจุดที่ยืนอยู่ด้านหน้าของจิ๋นหลี่ไปด้านหลังของจิ๋นหลี่ในพริบตา

 

〝 อั๊ก!!! 〞

          ร่างของกรกระแทกเข้ากับโขดหินหนึ่งจนแตกเป็นสองส่วน ทำให้กรกระอักเลือดออกมา

          และนี่ไม่ใช่ภาพลวงตาหรือการหลอกประสาทสัมผัสแบบก่อนหน้า... กรถูกจิ๋นหลี่ใช้พลังบางอย่างโจมตีจนเกิดแผลสาหัสตามที่เห็นแบบนั้นเลย

 

เจ็บ! เจ็บจริงเลยนี่เฮ้ยแก!

อะไร!? อยู่ๆมาโจมตีกันเฉยเลย!

 

เดี๋ยวนะ!? นี่อย่าบอกนะว่าโกรธที่ไปทำร้ายลูกศิษย์หน่ะ!?

เฮ้ยๆ! ทางนั้นปากหมาก่อนเองนะ แถมบอกด้วยแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นหน่ะ

 

〝 จิ๋นหลี่!!! นี่คิดจะทำอะไรของนายกันยะ! 〞เมอร์ลินแผดเสียงด้วยความเกรี้ยวกราดยิ่งกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก พร้อมกับกำลังย่ำเท้าเข้าหาจิ๋นหลี่อย่างเร็ว ทว่านั่นไม่ได้ทำให้จิ๋นหลี่หวั่นไหวซักนิด

 

〝 พวกเจ้าไม่เกี่ยว เจ้าเองก็ด้วยเมอร์ลิน เงียบซะ 〞

          จิ๋นหลี่แผ่มือไปทางพวกมีอาอย่างรวดเร็ว พริบตานั้นรอบบริเวณของพวกมีอาก็มีกล่องสีใสๆ แบบเดียวกับที่ใช้คลุมร่างของเอลกิน ซึ่งเป็นพลังที่ใช้สะท้อนการโจมตี อาณาเขตของ『เชนจ์』นั่นเอง

 

〝 นี่เจ้ากล่องนี่มันอะไรกันเนี่ย... 〞ลิลิธขมวดคิ้วแน่น เพราะเธอเป็นคนแรกที่ออกแรงโจมตีใส่เกราะดังกล่าว จากการประเมินสถานการณ์ว่าจิ๋นหลี่กลายเป็นศัตรู แล้วก็ต้องขบฟันแน่นเมื่อรู้ว่ามันไม่สะเทือนซักนิด

          เช่นเดียวกับสาวๆคนอื่นที่ใช้อาวุธประจำตัวแต่ก็ไม่เป็นผลเหมือนกัน

 

〝 นี่นาย... คิดจะทำอะไรกันแน่! ไม่ใช่เป้าหมายของนายคือมาบอกเรื่องดันเจี้ยนกับคุยเรื่องมีอาหรอกเหรอ!? 〞เมอร์ลินตะโกนลั่นออกมาจากในกล่องอีกครั้งพร้อมกับใช้มือทุบผนังกล่องตรงหน้าด้วยความหงุดหงิด เพราะเธอรู้ดีอยู่แล้วว่าทำอะไรกับมันไม่ได้

          ทางจิ๋นหลี่หน้าไปทางกรที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้หันมามองเมอร์ลินด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังตอบกลับเมอร์ลินอย่างหน่ายๆอยู่

 

〝 เปล่าเลยเมอร์ลิน... ข้ามิได้บอกเสียหน่อยว่านั่นคือเป้าหมาย ไม่มีคำใดที่ข้าสื่อเช่นนั้นเลยซักนิด 〞

〝 อะไรนะ!? 〞

          เมอร์ลินสบถอย่างอารมณ์เสีย เช่นเดียวกับมีอาที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ข้างๆ จากที่เคยมองจิ๋นหลี่ด้วยสายตาเคารพ กลายเป็นเกลียดชังไปโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน

          แต่จิ๋นหลี่ก็หาได้สนใจไม่ เขาให้สัญญาณมือกับลูกศิษย์สาวซีร่า แล้ววงเวทย์วาร์ปก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ซีร่าก็พาเอลกินกลับเข้าไปในวงเวทย์ จนเหลือแค่จิ๋นหลี่

 

          ที่เดินเข้าหากรซึ่งกำลังชันตัวขึ้นจากพื้นด้วยสภาพสะบักสะบอมไม่น้อย

 

〝 เป้าหมายของข้า... คือเจ้าตั้งแต่แรกแล้วอุษณกร วัชรวิรุฬห์ 〞

〝 อะไรนะ! 〞

          กรที่ถูกสายตาเย็นชาของจิ๋นหลี่จับจ้องทำได้แค่ตอบกลับไปแบบนั้นอย่างหวั่นๆ เป็นพริบตาเดียวกับที่กระบี่สีเงินปรากฏขึ้นในมือขวาของจิ๋นหลี่ นั่นทำให้กรเรียกชิโรยูกิฮิเมะมาถือในมือขวาโดยอัตโนมัติตามสัญชาตญาณในทันที

 

〝 ณ ตอนนี้ เจ้าคือความหวังของมวลมนุษย์ชาติในการต่อกรกับจอมมาร... แต่หากมีพลังแค่นี้ ก็อย่าหวังเลยว่าจะทำอะไรจอมมารได้ 〞

〝 นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันต้องฝึกไม่ใช่รึไง! 〞

〝 เวลามิคอยท่าหรอกเจ้าหนู... 〞

 

ฉั๊ว!!!!

〝 อ้ากกกกก!!!!! 〞

          สิ้นสุดคำพูดแสนเย็นชาของจิ๋นหลี่ แขนขวาของกรที่ถือชิโรยูกิฮิเมะอยู่ก็ขาดสะบิ้นในพริบตา ไม่มีเวลาหรือสัมผัสในการโจมตีของจิ๋นหลี่เลยซักนิดเดียว

          ที่ทำได้คือการร้องลั่นออกมาด้วยความเจ็บปวดของจริงเท่านั้น

 

〝 กร!!!! 〞

〝 แก... 〞

〝 เวรเอ้ย!!! 〞

          เมอร์ลิน มีอาและลิลิธสบถออกมาอย่างรุนแรงต่างจากตอนสู้กับเอลกินเสียอีก

          สายตาของสาวๆทุกคนรุนแรง ทว่าก็ทำอะไรไม่ได้เลยซักนิด... ทำได้เพียงแค่มองภาพที่เลือดจำนวนมากไหลล้นออกมาจากปากแผลกรด้วยความโกรธ แล้วก็ใช้มือทุบผนังของกล่องอย่างไร้ประโยชน์

          เรียกว่าปากด่ามือตีอย่างแท้จริง

 

〝 หากความหวังที่ไม่มีวันเป็นจริงกลายเป็นสัญลักษณ์ต่อต้านเช่นเจ้าทุกอย่างคงพินาศ... ข้ามาเพื่อตรวจสอบเรื่องนั้น 〞

〝 อึก.... 〞กรกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ เป็นพริบตาเดียวกับที่ออโต้รีไวฟ์ทำงานทำให้แขนกลับมาเป็นเช่นเดิม ทว่าความกดดันมีแต่จะเพิ่มขึ้นท่าเดียว

          เป็นพริบตาเดียวกับที่จิ๋นหลี่ชี้ปลายกระบี่มาทางกร

 

〝 และผลลัพธ์ช่างไร้แก่นสาร... เช่นนั้นข้าจักทำลายเจ้าเสียซะตรงนี้แหล่ะ! 〞

〝 !!!! 〞

          ร่างของจิ๋นหลี่ร่นระยะเข้าหากรในพริบตา แต่กรเองก็ไม่ปล่อยให้ถูกโจมตี เข้ารีบคว้าชิโรยูกิฮิเมะที่อยู่ในมือที่ถูกตัดมาถือในมือขวา แล้วก็รับกระบี่ของจิ๋นหลี่ที่ฟาดลงมาจากด้านบนไว้

 

ตู้ม!!!!!

〝 อึก!!!! 〞

          แต่ถึงกระนั้นพลังที่มากมายของจิ๋นหลี่กรก็ไม่อาจรับได้ แรงกดทับจากการฟันลงของจิ๋นหลี่ทำให้พื้นแตกระแหงไปทั่วจนแทบจะทำให้หน้าผาพังทลายลงไป และนั่นทำให้ตัวกรฝังลงไปในพื้นเลยทีเดียว

 

บ้าเอ้ย!!! แรงเยอะชะมัด!!!

ไอ้หมอนี่ไปเอาพลังขนาดนี้มาจากไหนวะเนี่ย

 

นายเป็นร่างความคิดที่เหลือพลังแค่ 1 ใน 4 ไม่ใข่รึไงฟร่ะเนี่ย!?

แถมยังแข็งแกร่งขนาดนี้ทั้งที่ไม่ใช่ออร่าอีก

 

นี่มันยิ่งกว่าฟรังซ์ ออลเดลอีกนะเฮ้ย!

 

ต้องบอกว่าสมแล้วที่เป็นมหานักปราชญ์แบบเมอร์ลิน

แต่ว่าไม่ยอมหรอก! ใครมันจะไปยอมถูกฆ่าง่ายๆด้วยเหตุผลแบบนั้นกันวะ!!!

 

คิดจะใช้งานก็เรียกมาจากต่างโลกหน้าด้านๆ

แต่พอหมดประโยชน์ก็จะฆ่าทิ้ง ตูรับไม่ได้หรอกโว้ย!

 

มันจะไร้เหตุผลเกินไปแล้ววว!!!

          กรคิดแบบนั้นพร้อมกับปลุกจิตสู้ของตัวเอง เป็นพริบตาเดียวกับที่ออร่าเทพเจ้าและออร่าจอมมารพวยพุ่งออกจากร่างของเขา ทำให้ทั้งร่างของเขาถูกปกคลุมด้วยออร่าสีขาว แต่มือทั้งสองข้างคลุมด้วยออร่าสีดำของออร่าจอมมารแทน

 

〝 ย้ากกกก!!!! 〞

          กรเปล่งเสียงตะโกนราวกับราชสีคำราม ระเบิดออร่าสีขาวและดำนั่นไปทั่วบริเวณ ทำให้จิ๋นหลี่เองก็ต้องถีบตัวออกห่าง

          แต่สำหรับตัวจิ๋นหลี่... เขาก็แค่ถอยห่างเพราะดูถูกกรต่างหาก

 

〝 ทำได้แค่นี้รึ? น่าขันนัก! 〞

          จิ๋นหลี่พูดอย่างฉุนเฉียว พริบตานั้นกรรู้สึกเหมือนมีกำแพงพุ่งเข้ามาอัดจากด้านหน้า แต่เขาก็ใช้พลังจินตนาการจากออร่าเสริมสเตตัสของตัวเองให้สูงขึ้นจนยันไว้ได้สำเร็จไม่เหมือนกับก่อนหน้าที่ถูกข่มด้วยพลังที่เหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง

          กรคิดว่าบางทีถ้าเป็นแบบนี้ก็คงมีดอกาสชนะอยู่บ้าง... แต่นั่นก็เป็นแค่เรื่องในตอนนี้

 

〝 ไทม์..... 〞จิ๋นหลี่พึมพำคำสั้นๆแบบนั้นออกมา นั่นทำให้กรสงสัยอยู่เช่นกัน

 

〝 กร! พลังนั่นมัน!!! 〞

ฟุบ!

〝 เอ๋!? 〞

          กรได้ยินเสียงเตือนจากเมอร์ลินแว่วๆ ทว่าพอกรรู้สึกตัวอีกที เขาก็นอนหมอบคว่ำพื้นไปเสียแล้ว แถมด้วยพื้นที่แตกระแหงไปทั่วทั้งบริเวณอีกต่างหาก ราวกับวิวทิวทัศน์ถูกเปลี่ยนในชั่วพริบตา

          แล้วหลังจากนั้นแรงกระแทกถึงตามมา กรรู้สึกเหมือนกับถูกโลกตกลงมาหล่นทับยังไงอย่างงั้นเลยทีเดียว ซึ่งนั่นก็คงไม่พ้นที่จะเป็นอาณาเขตของเชนจ์นั่นแหล่ะ

 

〝 อึก! อะไรอีกวะเนี่ย!? 〞

          กรเร่งพลังจินตนาการ ดันตัวเองขึ้น ก่อนที่จะถีบตัวหนีจากอาณาเขตเชนจ์ แล้วก็หายใจหอบอยู่อย่างงั้น

          แล้วจิ๋นหลี่ก็โผล่มาอยู่ด้านหลังของกรในพริบตาอีกครั้ง

 

〝 ความสามารถในการควบคุมเวลายังไงหล่ะ? 〞

〝 อึก!!!! 〞

          ก่อนที่จะหวดกรเต็มแรงด้วยกระบี่ แม้กรจะใช้ชิโรยูกิฮิเมะรับแรงกระแทกไว้ได้ทัน แต่ตัวกรก็ยังกระเด็นไปไกลอยู่ดี

          และที่กระเด็นไปไกลไม่ได้มีเพียงร่างเท่านั้น หากแต่เป็นความหวังในการเอาชนะเมื่อได้ยินคำตอบของคำถามก็ด้วย...

 

〝 ควบคุมเวลา? 〞กรถามออกมาในขณะที่เหงื่อแตกซก ซึ่งนี่คงเป็นครั้งแรกในชีวิตที่กรได้รับความกดดันและสร้างความวิตกให้กับเขาได้มากขนาดนี้

 

〝 ถูกต้องแล้ว... ด้วยพลังนี้ ข้าสามารถส่งการโจมตีหรือการเคลื่อนไหวของข้าไปยังอดีตหรือแม้แต่อนาคตก็ยังทำได้ แม้จะมีขอบเขตเพียง 30 วินาทีก่อนหน้า แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับการต่อสู้จริงไหม? แถมด้วยพลังนี้ข้ายังสามารถใช้ยืดระยะเวลาฟื้นคืนความเสียหายกับร่ากายของเจ้าได้อีกด้วย 〞จิ๋นหลี่ว่าแบบนั้นพลางกวัดดาบในตำแหน่งใกล้ๆกับเขา

          กรรู้สึกขนลุกในทันที เพราะนั่นเป็นตำแหน่งที่เขายืนอยู่เมื่อก่อนหน้านี้...

 

          และสิ่งที่กรคิดกลัวก็เกิดขึ้นจริง... เกิดรอยแผลขึ้นตรงบริเวณหน้าอกของกรขึ้น เลือดไหลลงจากบาดแผลนั้นในทันที แต่บาดแผลกลับไม่หายในทันทีซะอย่างงั้น เป็นไปดังที่จิ๋นหลี่ว่าเวลาของการรักษาถูกยืดขึ้นจริงๆ

          และด้วยความจริงที่กรรับรู้เช่นนั้น... ทำให้รู้ความจริงอีกอย่างนึงว่าหนทางชนะ ได้มลายสิ้นไปแล้ว...

 

          แถมพอออโต้รีไวฟ์ถูกลดความสามารถแบบนี้... เรียกได้ว่ากรกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงตายของจริง

 

บ้าหน่ะ... ควบคุมเวลางั้นเหรอ!?

แถมยังมีพลังที่สามารถเปลี่ยนทิศทางหรือสร้างการโจมตีของตัวเองจากมันได้อีก

 

แตกต่างจากของเอลกิน จิ๋นหลี่สามารถใช้เชนจ์ในการโจมตีระยะไกลได้ด้วย

โจมตีระยะไกลได้แถมสามารถโจมตีตัวเราในอดีตแล้วส่งผลมายังปัจจุบัน แถมยังทำให้ออโต้รีไวฟ์ใช้เกือบไม่ได้ผล เราไม่รู้ด้วยสิว่าถ้าเราไม่เหลือซากมันจะยังทำงานเหมือนเดิมรึเปล่า?

 

ไม่สิ ไม่ใช่แค่ออโต้รีไวฟ์... แต่ทั้งสกิลหรือเวทย์มน ถ้าถูกหมอนั่นย้อนเวลากลับไปโจมตีตอนก่อนจะใช้เวทย์เพื่อขัดจังหวะ เราก็ไม่มีวันใช้ได้เลยซักอย่างเดียวไม่ใช่รึไง!?

 

มันก็หมายความว่าไม่มีทางหลบเลยไม่ใช่เหรอ?

แล้วจะเอาชนะ... จะเอาตัวรอดจากสถานการณ์แบบนี้ไปได้ยังไงวะเนี่ย!?

 

〝 มันจบแล้วอุษณกร... หนทางชนะของเจ้าได้เลือนหายไปสิ้นแล้ว 〞จิ๋นหลี่พูดแบบนั้นตอกย้ำความคิดของกร พร้อมกับชี้กระบี่มาทางกรอีกครั้ง

 

〝 คิดว่าสเตตัสคือทุกอย่างงั้นรึ? คิดว่าสกิลคือทุกอย่างงั้นรึ? โง่เขลายิ่งนัก เพราะยึดภาพจำจากหนึ่งในตัวแปร ทั้งที่มันไม่ใช่ตัวแปรทั้งหมดเช่นนั้นแหล่ะเจ้าถึงได้อ่อนแอ... เจ้ามันอ่อนแออุษณกร คนเช่นเจ้าปกป้องสิ่งใดได้กัน? 〞จิ๋นหลี่ว่าพร้อมกับเดินเข้าหากรช้าๆ แต่กรยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติงเพราะขาไม่อาจขยับได้ เพราะอารมณ์กำลังคุกกรุ่นและหมองมัว ทั้งด้วยความกลัวและความโกรธ

 

〝 มันอาจจะจริงของแก... ฉันอาจจะคิดง่ายไปที่หวังพึ่งสเตตัสกับสกิล เลยทำให้เอาชนะพลังพิเศษที่อยู่นอกเหนืออย่างที่แกใช้ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปกป้องใครไม่ได้ซักหน่อย... 〞กรกัดฟันพูดออกมาอย่างเจ็บใจ ทว่าสำหรับกรในตอนนี้ มันคงเป็นเหมือนคำพูดส่งท้ายไร้น้ำหนักเสียมากกว่า

          และนั่นทำให้จิ๋นหลี่พูดต่อด้วยน้ำเยงหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม

 

〝 ไร้สาระ... แม้แต่บิดาของเจ้า หรือมารดาของเจ้า... บุตรอกตัญญูเช่นเจ้ามิรู้พริบตาที่พวกเขาหยุดหายใจเสียด้วยซ้ำ อุดมคติของตัวเองก็เลือกที่จะละทิ้ง... หากไม่เรียกเจ้าว่าคนอ่อนแอแล้วจะเรียกว่าอย่างไรกันหล่ะ? 〞

〝 !!!!! 〞

          จนมาถึงคำพูดนั้นของจิ๋นหลี่ ทำให้กรต้องเบิกตาโพลง และทำให้สาวๆแสดงสีหน้าสงสัยออกมาเช่นกัน ทว่าเป็นเพราะเป็นห่วงกร

          แต่ทางกร... นั่นทำเอากรหวั่นไหวได้เลยทีเดียว ที่จิ๋นหลี่รู้เรื่องของกรแบบนั้น

 

〝 นี่แก... ทำไมถึง——— 〞

〝 ทำไมถึงรู้งั้นรึ? แล้วเจ้าหล่ะรู้อะไรบ้างอุษณกร? รู้ถึงความอ่อนแอของตัวเองบ้างรึไม่? 
เจ้าหน่ะ... รู้จักตัวเองดีพอแล้วรึ? ว่าคนอ่อนแอเช่นเจ้าจะยังปกป้องอะไรได้? หากยังคงอ่อนแอเช่นนี้ คนสำคัญทุกคนคงไม่พ้นตายจากเจ้าไปเหมือนพ่อกับแม่ของเจ้านั่นแหล่ะ〞

〝 ไม่! ไม่ใช่... ฉัน... ฉันหน่ะ... 〞

 

          ด้วยคำพูดที่ทำให้กรสับสนอย่างจงใจนั่น ส่งผลกับจิตใจและร่างกายของกรโดยตรง

          เหงื่อเริ่มตก แถมด้วยความวิตก ความกังวล ความสิ้นหวัง ความรู้สึกด้านลบต่างๆนานาเข้าครอบงำจิตใจของกรในชั่วพริบตาที่ถูกกล่าวถึงในเวลาที่ความอ่อนแอของกรเป็นที่ประจักษ์เช่นนี้

 

          จนกระทั่ง.... มันได้เรียกตัวปัญหาออกมาจากส่วนลึกของจิตใจของกร

 

【 กำลังลำบากเลยนี่หว่า! 】

 

〝 !!!! 〞

ซู่ม!!!!!

          เพราะกำลังสูญเสียความมั่นคงของจิตใจ เลยเป็นเหตุให้ตัวปัญหาอันดับหนึ่งที่เกือบจะลืมไปแล้วได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

          ออร่าสีดำสนิทที่ไม่เหมือนกับออร่าจอมมารพวยพุ่งออกมาจากตัวกร แล้วเริ่มเข้าคลุมส่วนแขนซ้ายของกรในพริบตา

          หนึ่งในศัตรูคู่อาฆาตที่หลับใหลอยู่ในตัวของกร... 『ความมืด』ได้ปรากฏออกมาแล้ว

 

แก!!! ทำไมถึงออกมาตอนนี้กันวะ!!!

 

【 บ่นไรนักหนาวะแกหน่ะ! ทั้งที่จะตายแหล่ไม่ตายแหล่อยู่แล้วเชียว! 】

 

เวรเอ้ย! เรื่องนั้นกูสนที่ไหนวะ!!!

พวกมีอา... พวกมีอาดูอยู่นะโว้ย!!! นี่ถ้าทุกคนกลัวฉันขึ้นมา————

 

【 นั่นมันเรื่องของแกโว้ย! 】

 

〝 หนวกหู! ก็บอกว่าออกไปซะไอ้เวรเอ้ย! นี่ไม่ใช่เวลาของแกโว้ย!!! 〞

          กรที่ตะโกนแบบนั้นออกมาท่ามกลางการต่อสู้ สร้างความประหลาดใจให้ทั้งจิ๋นหลี่และพวกแฟนสาว ซึ่งกรไม่อยากให้รู้เรื่องที่สุด

 

          แต่เพราะจิตใจที่ไม่มั่นคงของกร... นั่นยิ่งทำให้『ความมืด』กัดกินจิตใจของกรง่ายดายขึ้น

          ความเจ็บปวดเมื่อครั้งลูปนรกกลับมา... ความเจ็บปวดจากความผืดพลาดที่ก่อในอดีตเริ่มฟื้นคืน... ยิ่งทำให้สูญเสียความเยือกเย็น นั่นเป็นเหตุผลที่ความมืดกลืนกินแขนซ้ายของกรไปทั้งหมดจนกลายเป็นของตัวเองไปสิ้น

 

          แขนซ้ายของกรเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปคล้ายกับมีเกล็ดแข็งของสัตว์เลื้อยคลานขึ้นตามผิวหนัง นิ้วมือทั้ง 5 กลายเป็นกรงเล็บราวกับมังกรและบริเวณหัวไหล่ซ้ายนั่นก็มีปากเขี้ยวปรากฏขึ้น

 

【 ฮะฮะฮะ! บอกแล้วไงว่าอย่าประมาทฉัน! 】ราวกับจะยืนยันตัวตน... ปากนั่นขยับในทันทีที่มันปรากฏขึ้นบนไหล่ของกร

          แล้วก็ยิ้มแฉ่งออกมา

 

แม่ง... แม่งเอ้ย... อะไรกันนักกันหนาวะเนี่ย!!!

ทุกคน... มองมาทางฉัน...

 

กำลังสงสาร หวาดกลัวหรือว่าเป็นห่วง... หรือว่าทั้งหมดกัน!

ไม่ ไม่ได้! ตอนนี้ยิ่งคิดแบบนั้นยิ่งเข้าทางไอ้ความมืดนี่สิวะ!

          ในความคิดของกรยิ่งสับสนมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ความมืดกำลังสนุกสนานที่ได้ออกมาสูดอากาศยังโลกภายนอก

 

【 อ้า สดชื่น! ต้องแบบนี้เซ่ชีวิต! อย่างงี้มันต้องฉลอง!!! 】

          ความมืดที่อยู่บนไหล่ซ้ายของกรตะโกนขึ้นอย่างไร้แก่นสาร สร้างความฉงนและงงงวยให้กับพวกสาวๆเป็นอย่างมาก แต่ทางจิ๋นหลี่แม้จะมีท่าทีระวังมากขึ้นแต่ก็ไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกใดๆ...

 

          จนกระทั่งหมอกดำสนิทที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของกร ก่อตัวขึ้นเป็นวัตถุมีคมขนาดใหญ่ในมือซ้ายที่กลายเป็นกรงเล็บของมังกรหรือสัตว์ป่าไปแล้วของกร

 

          มันคือดาบสีดำขนาดใหญ่ สองคมปลายตัดทู่ คมดาบด้านนึงเป็นคมดาบตามปกติ แต่อีกด้านนึงคมด่บมีลักษณะเหมือนใบเลื่อย โดยที่กันระหว่างด้ามดาบกับใบดาบคือลูกแก้วสีดำสนิทขนาดใหญ่ซึ่งนูนออกมาทั้งสองด้านมีรัศมีพอๆกับความกว้างของใบดาบเลยทีเดียว

          รูปร่างอันน่ะสะพรึงกลัวของมันนั่น ยิ่งสร้างความฉงนให้สาวๆเข้าไปใหญ่

 

〝 โกหก... โกหกใช่ไหม ดาบนั่นทำไมถึง... 〞

          ยกเว้นเมอร์ลินที่ได้เห็นดาบเล่มนั้น ใบหน้ากลับซีดเผือกลงอย่างผิดปกติราวกับเคยเห็นมันมาก่อนยังไงอย่างงั้น

          เช่นเดียวกับปฏิกิริยาที่ไม่เหมือนคนอื่นของจิ๋นหลี่เมื่อได้เห็นดาบเล่มนั้นก็ด้วย

 

〝 โฮ่... น่าตกใจจริง สิ่งนั้นมาอยู่กับเจ้าเองรึ 〞

          นั่นเป็นครั้งแรกที่จิ๋นหลี่ยิ้มออกมาที่มุมปากเล็กน้อย แต่ก็ไม่ทราบเหตุผลแน่ชัดอยู่ดี

 

ดาบ? ดาบนี่?

พูดเรื่องอะไรกัน?

 

ฉั๊ว!!!!

〝 อึก!!!! 〞

【 อ้ากกกกกกก!!! เดี๋ยวสิโว้ย ฉันยัง——— 】

          แต่ก่อนที่ดาบปริศนานั่นจะได้สำแดงเดชใดๆ จิ๋นหลี่ก็จัดการตัดแขนซ้ายที่ถูกความมืดครอบงำนั่นทิ้งไปเสียก่อน เสียงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดของความมืดดังลั่นไปทั่วก่อนจะเงียบไป และสำหรับกรความเจ็บปวดนี้เป็นเหมือนกับการเรียกสติมากกว่า

          แต่ที่น่าเศร้าคือ... บาดแผลจากแขนซ้ายที่ขาดไปของกรไม่ได้ฟื้นฟูกลับมา แม้แผลจะสมานกันแล้ว แต่แขนซ้ายกลับไม่ได้งอกขึ้นใหม่แต่อย่างใด

 

          ในระหว่างที่เรื่องวุ่นวายเรื่องนึงจบไปแล้ว จิ๋นหลี่ก็ยิ่งเดินเข้าหากรไวขึ้นเสียอีก

 

〝 บังเอิญรึไงกันนะ? น่าเสียดายจริงๆที่มันมาอยู่กับคนเช่นเจ้า ทว่า... มันมิใช่สิ่งที่เจ้าตอนนี้ควรถือครอง 〞

〝 พูดอะไรเข้าใจกันไปเองอีกแล้ว... 〞กรยังกัดฟันพูดด้วยความสับสนอยู่ ทว่าก็พยายามปรับจูนให้สติกลับมา แม้สถานการณ์ตอนนี้จะอลหม่านสุดๆก็ตามที

          กรพูดแบบนั้นไป แต่จิ๋นหลี่ไม่ได้ฟังคำพูดนั้นของกรเลยซักนิด เพราะดูเหมือนว่า สิ่งที่เขาสนใจจะเปลี่ยนไปแล้ว

          จิ๋นหลี่เดินเข้าหากรเร็วยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับยื่นมือซ้ายไปทางกร

 

〝 ข้าคงต้องฆ่าเจ้าจริงๆซะแล้วสิ... จงไปโทษโชคชะตาซะเถอะที่ดาบนั่นดันมาอยู่ในตัวเจ้า 〞

〝 หา!? 〞

 

พูดห่าเหวอะไรออกมาอีกวะเนี่ย!?

ดาบนั่นเพิ่งเคยเห็นครั้งแรกด้วยซ้ำ นี่แกจะบอกให้เรียกความมืดออกมาอีกงั้นเหรอ?

 

อะไรเป็นอะไรงงไปหมดแล้ว!?

นี่คิดจะทำตามใจตัวเองอีกนานไหมวะเนี่ย!

 

ตู้ม!!!!!

〝 อั่ก!!! 〞

          ในขณะที่คิดแบบนั้น แรงอัดกระแทกจากพลัง『เชนจ์』ก็พุ่งเข้าโจมตีร่างกรจากด้านหน้าอีกครั้งโดยไม่ทันตั้งตัว

          แรงโจมตีนั่นทำให้กรปลิวกลับไปจนถึงแนวหินภูเขาจากทางที่พวกกรขึ้นมาเลยทีเดียว ร่างของกรกระแทกเข้ากับแนวหินอย่างแรง...

 

          จนสลบไปในทันทีจากแรงอัดกระแทก ออร่าทั้งสองหายไปสิ้น เหลือเพียงแค่ร่างของกรที่เหลือเพียงแขนขวาสลบอยู่และฝังติดกับผิวของแนวหิน

          จิ๋นหลี่ยังคงเดินหน้าเข้าหากรด้วยความเร็วที่มากขึ้นและรังสีฆ่าฟันที่มากขึ้น

 

〝 หยุดก่อน! หยุดนะจิ๋นหลี่! หมอนั่นไม่รู้อะไรหรอก!!! ฉันจะช่วยหาวิธีเอาดาบนั่นออกมาให้ เพราะงั้น!!! 〞เมอร์ลินที่เห็นสถานการณ์เข้าสู่จุดที่เลวร้ายที่สุดตะโกนขอร้องทั้งน้ำตา แต่จิ๋นหลี่ไม่มีท่าทีจะรับฟังแม้แต่น้อย

 

〝 ขอปฏิเสธ... เจ้าเองก็น่าจะรู้นะว่าสิ่งนั้นมันเลือกผู้ใช้เอง ทางเดียวที่จะได้รับมันคือปลิดชีพผู้ใช้คนก่อนเจ้าก็รู้... 〞

〝 ถึงอย่างงั้นก็เถอะ! ขอร้องหล่ะ!!! อย่าทำอะไรหมอนั่นนะ!!! เห็นแก่ฉัน เห็นแก่ความเป็นเพื่อน!!! 〞

〝 เสียใจด้วยเมอร์ลิน... มิตรภาพมิอาจใช้ปกป้องผู้คนหมู่มากได้ เพื่อที่จะปกป้องสิ่งส่วนใหญ่ย่อมต้องมีผู้เสียสละเป็นธรรมดา 〞

          เมอร์ลินพยายามขอร้องสุดชีวิต ทว่าสุดท้ายจิ๋นหลี่ก็ยังเมินเธออยู่ดี...

 

〝 ไม่... ไม่จริง... 〞เมอร์ลินน้ำตาไหลออกมา พร้อมกับเข่าที่ทรุดลงไป

〝 โกหก... ใช่ไหม? 〞มีอากำมือตัวเองจนเลือดออก ในขณะที่ออกแรงทุบตีผนังตรงหน้า ซึ่งแน่นอนว่ามันเปล่าประโยชน์ น้ำตาจึงเริ่มไหลลงมาจากดวงตาที่สั่นเครือ

〝 แก.... ถ้าทำให้น้องกรเจ็บมากกว่านี้ฉันขอสาบานว่าจะฆ่าแกให้ได้เลยคอยดูสิ! 〞ลิลิธว่าด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดและดวงตาสาปแช่งจิ๋นหลี่

〝 ท่านพี่! ท่านพี่ฟื้นสิคะ ขอร้องหล่ะค่ะ! ใช้ลูกบ้าเหมือนทุกทีสิคะ! 〞คาเรนที่ตะโกนทั้งน้ำตาพลางออกแรงกระหน่ำทุบตีผนัง

〝 นายท่าน! นายท่านจะถูกฆ่าไม่ได้นะคะ!!! ถ้าตายขึ้นมาดิฉันจะไม่ให้อภัยท่านเด็ดขาดเลยนะคะ!!! 〞ชาลอตที่ตะโกนลั่นจนคอแทบแตก

〝 นาย... ท่าน... 〞ซาช่าที่กลัวจนตัวสั่นและอีกไม่นานหากเห็นภาพที่กรตายต่อหน้าก็คงจะเป็นลมล้มพับไป

〝 กรอด....... 〞ริต้าที่ใช้เล็บจิกผนังกล่องจนเล็บของบางนิ้วฉีก ทว่าเธอไม่ได้สนใจมันเลยซักนิด

〝 ฉัน... จะฆ่าแก... 〞กับเรเชลที่ก่นด่าอย่างเจ็บปวดทั้งน้ำตาเช่นนั้น พร้อมตั้งปณิธานไว้ในใจแน่วแน่ ว่าซักวันต้องจัดการจิ๋นหลี่ลงให้ได้แน่นอน

          และสุดท้ายคือซิลเวียที่ทำอะไรไม่ถูก และอยู่ในสภาวะช็อคจนต้องยกมือขึ้นป้องปากและพูดอะไรไม่ออกไปแล้ว...

 

          แม้จะถูกสายตาทั้งหลายจับจ้องด้วยอารมณ์แสนหนักหน่วง... แต่ความต้องการที่จะฆ่ากรของจิ๋นหลี่กลับไม่ได้ลดลงเลยซักนิด เขายังคงก้าวเท้าเข้าหากรที่สลบติดกับแนวหินอยู่ดี...

 

          น้ำตาของมีอาและเมอร์ลิน

          เสียงตะโกนของลิลิธและคาเรน

          ความคิดคำนึงของชาลอตและซาช่า

          ความโกรธาของริต้าและเรเชล...

          ...และความเศร้าเสียใจของซิลเวีย

 

          ความรู้สึกอันแรงกล้าของหญิงสาวทั้งหลายรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

          มากขึ้น...

          มากขึ้น...

          และมากขึ้น...

 

          สติที่ปิดสนิทและหูที่ไม่มีทางรับเสียงได้แล้วของกรไม่อาจได้ยิน... หากจัรับรู้ได้คงมีเพียงสิ่งเดียวนั่นคือความรู้สึกของทุกคนดังที่กล่าว

 

          จนดูเหมือนว่าความรู้สึกอันแรงกล้าของทุกคนนั่น... มันจะไปปลุก『บางสิ่ง』ในตัวกรขึ้นมาเสียแล้ว

 

วูม!!!!!

〝 !!!!? 〞

          จู่ๆร่างของกรก็เปล่งแสงสีรุ้งออกมา แล้วสว่างวาบขึ้นไปทั่วจนทำให้แม้แต่จิ๋นหลี่ที่ห่างออกไปราว 10 เมตรยังต้องหลับตาสนิท เช่นเดียวกับสาวๆที่รำพึงรำพันร่ำไห้อยู่ก็ด้วย

 

          หลังจากนั้นไม่นานแสงสว่างก็จางลง... ที่ปรากฏตรงหน้าเป็นภาพที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ของวันนี้

 

          เสียงฟ้าร้องดังกระหึ่มทั้งที่แสงแดดส่องลงถึงพื้น แผ่นดินสั่นไหวราวกับแซ่ซ้องสรรเสริญผู้เป็นนายของมัน คลื่นทะเลรุนแรงขึ้นราวกับจัดบทเพลงต้อนรับ สายลมพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงไปทั่วทั้งอาณาจักร

          ทั่วทั้งทวีป... ทั่วทั้งโลก...

 

          ใช่... โลกใบนี้... ดาวดวงนี้กำลังสั่นไหว... มิใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความตื่นเต้นดีใจที่ผู้เป็นนายของมัน...

          『ราชันย์แห่งสรรพสิ่ง』ได้ตื่นขึ้นจากนิทราอันแสนยาวนานแล้วต่างหาก

 

          จิ๋นหลี่ลืมตาเต็มที่มองภาพที่อยู่ตรงหน้า ทั้งด้วยความสงสัยและความยำเกรงโดยไม่รู้ตัว

          ทางสาวๆเองก็เหมือนกับมองสิ่งที่เหมือนจะรู้จักแต่ก็ไม่รู้จัก แต่ความรู้สึกถวิลหาอันมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในอกของพวกเธอเมื่อมองคนที่อยู่ตรงหน้าพวกเธอนั้นเป็นของจริง...

 

          นั่นคือภาพของกรที่ร่างกายและชุดเกราะทุกอย่างกลับมาเป็นเช่นเดิมทุกประการ ทว่าสีของชุดที่แต่เดิมเน้นสีดำได้เปลี่ยนเป็นเน้นสีขาวไปแทน และทั่วทั้งร่างถูกแสงสีรุ้งคลุมรอบตัวอยู่บางๆ

          ดวงตาลืมสนิท ทว่าเป็นสายตาที่แตกต่างจากที่กรเป็นปกติ ร่างของเขาลอยขึ้นเหนือพื้น ไม่สิ... พื้นแหลกสลายเมื่อเท้าของเขาสัมผัสพื้นต่างหาก

 

          ราวกับร่างของกรกำลังไร้สติและวิญญาณ... กรในร่างดังกล่าวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับลอยตัวขึ้นสูงอีกราว 10 เมตร ก่อนจะมองลงมายังจุดที่จิ๋นหลี่ยืนอยู่

          แผ่มือทั้งสองออกกว้าง ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์

 

〝 จงคุกเข่าเสียเจ้าไพร่ ต่อหน้าราชันย์ผู้เป็นที่สุดแห่งทุกสรรพสิ่ง 〞




NEKOPOST.NET