[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย ตอนที่ 122 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย

Ch.122 - ไม่ว่าใครต่างก็มีความเชื่อเป็นของตัวเอง


ตอนที่ 122 : ไม่ว่าใครต่างก็มีความเชื่อเป็นของตัวเอง

 

 

          หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายทั้งหลายสงบลง กรก็ต้องแบกยูมิน่ากลับมาที่บริเวณรถม้า ซึ่งมีเหล่าแฟนสาว ซิลเวียและฟลอร่าที่ถูกจับรออยู่

 

          เพราะเหตุการณ์เมื่อครู่เลยทำให้ม้ายังขวัญเสีย เพราะเหตุนั้นเลยต้องพักกันประมาณ 1 ชั่วโมงไปก่อน

          ในระหว่างที่พักก็ต้องทนเสียงบ่น&เพ้อของฟลอร่าไปด้วย ต่อให้กรขู่แค่ไหนก็ไม่ยักกะเงียบ แต่พอถูกถูกมีอาเข้าโหมดอัลติเมท... ฟลอร่าก็ดูเหมือนจะเงียบลงในทันที

 

แล้วจากนั้นซักพักก็ได้ฤกษ์ออกเดินทางอ่ะนะ...

แน่นอนว่าจับยัยฟลอร่ามัดไว้กับตัวรถม้าด้านนอกให้ตากลมน้ำตาซึมอยู่อย่างงั้นแหล่ะ

 

แต่ถึงจะบอกว่าข้างนอกก็เถอะ แต่ก็อยู่แถวๆหน้าต่างด้านหลังตัวรถม้านั่นแหล่ะนะ เพื่อไม่ให้อยู่นอกสายตาของฉันด้วยนั่นแหล่ะ

 

เพราะงั้น เสียงน่ารำคาญของยัยนี่ที่เป็นปัญหามันเงียบลงไปบ้างแล้วก็จริงอยู่

แต่พอออกเดินทางไปได้ซักพัก... ยัยตัวปัญหาคนที่สองก็ตื่นขึ้นมาจนได้

 

ก็นะ... เป็นเพราะยัยนี่เป็นตัวอันตรายมากกว่าฟลอร่าที่น่ารำคาญ ก็เลยเอามามัดไว้ในรถม้าแทน

ถึงที่มันจะแคบไปหน่อย แต่ก็ปลอดภัยกว่า... ก็มีเรเชลกับริต้านั่งคุมซ้ายขวาของยัยยูมิน่านี่แหล่ะเลยปลอดภัยได้ในระดับนึง

 

แต่คือ ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วนั่งนิ่งๆเฉยๆมันจะไม่สร้างปัญหาเลย

ถ้าไม่เปิดประเด็น พูดออกมาใส่ฉันว่า

 

〝 ขอข้าเรียกว่าลูกพี่จะได้ไหม!? 〞

 

เธอพูดแบบนั้นออกมา ในระหว่างที่รถม้ากำลังเคลื่อนเข้าสู่เมืองฟอเรสเตอร์ตามกำหนดเวลาและเป้าหมายเดิม

แถมยังทำตาเป็นประกายพูดใส่ฉันแบบนั้นอีก... เฮ้ยๆ ทุกคนส่งสายตาเขม่นมาทางตูหมดแล้วนะเฟ้ย เห็นไหมเนี่ยยัยบ้านี่!?

 

〝 ขอปฏิเสธ 〞และแน่นอน ด้วยความเป็นพ่อบ้านใจกล้า... กรตอบกลับยูมิน่าไปแบบนั้นในทันทีด้วยสีหน้าน้ำเสียงปกติ นั่นทำให้พวกสาวๆพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

〝 อย่าพูดแบบนั้นเลยน่า นะ! ข้าก็แค่อยากจะติดตามคนที่แข็งแกร่งเท่านั้นเอง! 〞แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะอ่านสถานการณ์ไม่เป็น ยูมิน่ายังคงเซ้าซี้กรอยู่นั่นแหล่ะ

 

〝 ให้ตายสิ... ทำไมช่วงนี้ฉันถึงได้เจอแต่คนเซ้าซี้น่ารำคาญนักนะ... 〞กรบ่นอุบแบบนั้น แล้วก็มองซิลเวียด้วยหางตา แล้วพอสบสายตากับซิลเวีย กรก็เบือนหน้าหนีอย่างหน่ายๆ

 

〝 เดี๋ยว! เมื่อกี้นี้แอบเอ็ดฉันใช่ไหมคะเนี่ย!? 〞

〝 เปล่าซักหน่อยคร้าบบบ 〞

〝 เอ็ดชัวร์ๆ สายตาแบบนั้นมันฟ้องนะ! 〞

 

นี่ก็บ่นจังเลยแม่คุณ

แล้วถึงจะทำแก้มป่องไปตูก็ไม่ยกโทษให้อยู่ดีเฟ้ย!

 

ให้ตายสิ... จบเรื่องนึง ก็มีอีกเรื่องนึงให้ปวดหัวต่อ

นี่แหล่ะน้าความจริงของชีวิต ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องปวดหัวกันต่อไป...

 

〝 ว่าแต่... ยูมิน่า ทำไมเธอถึงรู้จักกับฟลอร่าได้หล่ะเนี่ย 〞แล้วซิลเวียก็เปลี่ยนคู่สนทนาไปเป็นยูมิน่าแทน เพราะยังคงโกรธกรอยู่(จากสถานการณ์ก่อนหน้าและตอนนี้รวมกัน)

          ทางยูมิน่าที่ได้ยินแบบนั้น หูกลมๆคล้ายหมีของเธอก็สั่นดุกดิกไปมาอย่างน่ารักน่าชังก่อนจะตอบกลับซิลเวีย

 

〝 ก็นะ... ข้ากับยัยบ้านั่นเติบโตขึ้นมาในหมู่บ้านเดียวกันนี่นา 〞

〝 อย่าเรียกเค้าว่าบ้าน้า!! 〞

 

นี่เธอ... อยู่นอกตัวรถยังอุตส่าห์ได้ยินอีกนะ

          กรคิดแบบนั้นแล้วก็ถอนหายใจด้วยความรำคาญอีกครา ส่วนทางฝั่งซิลเวีย... พอเห็นว่าทั้งสองคนรู้จักกันก็

 

〝 งั้นหรือคะ... ถึงจะน่าเศร้าก็จริง แต่ก็คงช่วยไม่ได้นะคะ ทั้งสองคนคงต้องถูกจับกันวันนี้แหล่ะค่ะ 〞

〝 ไม่ปราณีกันเหมือนเดิมเลยนะ 〞

          เพราะถูกซิลเวียว่าแบบนั้นออกมา ยูมิน่าก็ยิ้มแห้งๆออกมาในทันที เพราะทั้งสามคนต่างรู้นิสัยของกันและกันอยู่พอสมควรแล้ว

          แล้วซิลเวียก็ยังคงว่าต่อไปอีก ตามปกตินิสัยของเธอ...

 

เริ่มยัดอะไรต่อมิอะไรให้ชาวบ้านอีกแล้ว...

เดี๋ยวเถียงกันอีกแหงๆเลยชัวร์ป๊าด...

 

〝 สำหรับยูมิน่าคงโดนจับขังแค่ไม่กี่เดือนหรอกค่ะ... แต่สำหรับฟลอร่าก็คงนานกว่านั้นหน่อย เพราะงั้น——— 〞

〝 เพราะงั้นเลยจะบอกให้ยอมถูกจับไปดีๆหน่ะเหรอ? ...ใสซื่อตามเคยเลยน้าซิลวี่เนี่ย 〞

          แต่ดูเหมือนหนนี้ฟลอร่าจะไม่ยอมถูกพูดใส่ฝ่ายเดียวเหมือนทุกที... น้ำเสียงร่าเริงสดใสเกินควรของฟลอร่าเปลี่ยนเป็นทุ้มหนักและเย็นชาขึ้นมานิดหน่อยในตอนที่ซิลเวียพูดเป็นเชิงสั่งสอนเธอกับยูมิน่า

 

〝 อะไรกันคะ!? ก็คุณทำผิดกฎหมายนี่นา ก็ต้องจับคุณไปลงโทษสิ ฉันทำผิดตรงไหนกันหล่ะคะ!? 〞

〝 ก็เพราะทำตัวแบบนั้นยังไงเล่า ถึงทำเค้าโมโหหน่ะ! ทั้งที่ไม่รู้อะไรเลยแท้ๆ แต่ชอบทำเป็นอวดรู้ไปหมดเลย ขัดใจเค้าจริ๊ง! 〞

〝 เถียงกันเป็นเด็กเลยนะทั้งคู่หน่ะ 〞

〝〝 ยูมิน่า/ยูมิน นั่นแหล่ะใจเย็นเกินไปแล้ว! 〞〞

          โดยมีพวกกรเป็นผู้ฟังที่ดีนั่งฟังทั้งสามคนโต้เถียงกันอยู่เงียบๆ... และมีกรที่นั่งกอดอกฟังอย่างตั้งใจ ราวกับหาโอกาสเพื่อทำบางอย่างอยู่

          ส่วนทางด้านยูมิน่าที่อยู่ตรงกลางระหว่างซิลเวียกับฟลอร่าที่กำลังเถียงกันอยู่เลยเริ่มรำคาญ จึงถอนหายใจออกมาอย่างแรง ก่อนจะพูดออกมาว่า

 

〝 คือว่านะซิลเวีย... ก็จริงที่พวกเราทำผิด แต่เธอก็ไม่มีสิทธิมาว่ายัยนี่หรอกนะบอกไว้เลย 〞

〝 หมายความว่ายังไงเหรอคะ? 〞และซิลเวียก็ให้ความสนใจกับคำพูดของยูมิน่ามากกว่า

 

〝 รู้รึเปล่าทำไมยัยนี่ถึงกลายเป็นอาชญากรแบบนี้? 〞ยูมิน่าว่าพลางมองผ่านไหล่ไปยังฟลอร่าที่อยู่นอกหน้าต่างด้านหลังของเธอ

〝 ไม่รู้หรอกค่ะ เรื่องนั้นหน่ะ... 〞

〝 เพราะมันเป็นทางเดียวที่จะช่วยให้พวกเรามีชีวิตรอดยังไงหล่ะ 〞

          ยูมิน่าพูดแบบนั้นออกมา ด้วยน้ำเสียงที่หนักหน่วง ราวกับเป็นกระบอกเสียงแทนฟลอร่าที่อยู่ด้านหลังตน ทางฝั่งซิลเวียที่ได้ยินแบบนั้นก็เบิกตาโพลงไปชั่วขณะแม้จะยังไม่เข้าใจก็ตามที

 

〝 หมู่บ้านของข้ากับฟลอร่าหน่ะ ถูกมอนสเตอร์เข้าโจมตี 〞

〝 ยูมิน!!! 〞

          ยูมิน่าเริ่มเล่าต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดออกมา และนั่นดูจะทำให้ฟลอร่าไม่พอใจอยู่

          ส่วนคนที่มีปฏิกิริยากับคำพูดนั้น นอกจากซิลเวียที่เป็นผู้ฟังโดยตรงแล้ว ก็ยังมีเรเชลกับริต้าที่นั่งข้างๆติดกับยูมิน่านี่แหล่ะ

          เพราะถ้าหากยังจำได้ เรเชลกับริต้าเองก็เป็นผู้รับเคราะห์จากโศกนาฏกรรมแบบเดียวกันนี้แหล่ะ พวกเธอถึงได้เข้าใจความรู้สึกนี้ได้ในทันที

 

〝 ทุกคนกระจัดกระจายกันไปหมดเพราะหมู่บ้านลุกเป็นไฟจากการทำลายของมอนสเตอร์... รวมถึงข้ากับฟลอร่าก็ด้วย 〞

          ซิลเวียพูดอะไรไม่ออกไปในทันที เมื่อได้ยินอดีตของทั้งสองคน แน่นอนว่าพวกกรเองก็ด้วย

          จากที่ไม่เข้าไปขัดเพราะไม่ได้สนใจ พวกสาวๆจึงเปลี่ยนมาฟังด้วยความเคารพแทนโดยไม่รู้ตัว

 

〝 ไม่มีที่พักพึง... ไร้ซึ่งอาหาร... พวกข้าไม่มีสิ่งที่จะทำให้พวกเรารอดเลยซักนิด ในตอนนี้ก็มีเพียงข้าด้วยซ้ำที่หาของป่าประทังชีวิตกับฟลอร่าไปวันๆ แต่เพราะอยู่ในป่าที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์... ข้าจึงปรารถนาที่จะแข็งแกร่งขึ้น ให้มากกว่านี้... เพื่อปกป้องเพื่อนคนเดียวของข้าที่เหลืออยู่ 〞

          ยูมิน่ายังคงเล่าด้วยน้ำเสียงปกติแต่ยังคงกำหมัดทั้งสองแน่น... เป็นข้อสังเกตนึงที่กรมองเห็น ว่าผู้หญิงคนนี้จิตใจแข็งแกร่งมากเลยทีเดียว แต่ทางด้านฟลอร่าที่กำลังนั่งฟังอยู่นั้นค่อนข้างจะมีอาการเศร้าปะปนกับโกรธอยู่พอสมควร

 

〝 และเพราะไม่อยากเป็นภาระของข้า ฟลอร่าจึงขอแยกตัวไปคนเดียว... แน่นอนว่ายัยบ้านี่แข็งแกร่งพอที่จะเอาตัวรอดคนเดียวได้แล้ว แต่ยัยนี่กลับมีอยู่อย่างนึงที่แตกต่างจากข้า... ใช่ไหมหล่ะ? 〞

〝 พอเถอะน่า... 〞

          ยูมิน่าว่าพลางยิ้มให้ฟลอร่าที่อยู่ด้านหลังด้วยความชื่นชม แต่ทางฟลอร่ากลับตอบกลับมาอย่างเศร้าๆอยู่ ก่อนที่ยูมิน่าจะหันมามองซิลเวียและพูดขึ้นอีกครั้ง

 

〝 เธอหน่ะ เรียกตัวเองว่าฮีโร่หล่ะสินะซิลเวีย? 〞ยูมิน่าพูดพลางหรี่ตามองซิลเวีย

〝 ละ แล้วมันทำไมเหรอคะ? 〞นั่นทำให้ซิลเวียหวั่นอยู่หน่อยๆเมื่อรับสายตาจริงจังแบบนั้นมา

〝 แต่รู้อะไรไหม? ...ถ้าจะเรียกใครซักคนว่าฮีโร่จริงๆ ก็คงต้องเป็นยัยบ้านี่ต่างหาก 〞

          ยูมิน่าพูดแบบนั้นด้วยแววตาดุดันอย่างจงใจใส่ซิลเวีย แต่ซิลเวียที่รับสายตานั้นมากลับหรี่ตาลงเล็กน้อย และเปลี่ยนมาฟังอย่างตั้งใจ

 

〝 ทำไมงั้นเหรอ? ก็เพราะยัยบ้านี่หน่ะนะ ขโมยเงินและทรัพย์สมบัติของพวกขุนนาง แล้วเอาไปแจกจ่ายให้พวกประชาชนที่กำลังอดอยากอยู่ในเงามืดยังไงหล่ะ ยัยนี่ต่างจากข้าที่แข็งแกร่งขึ้นเพื่อตัวเอง... แต่ยัยนี่หน่ะ ทั้งพวกที่ไร้ญาติเพราะถูกเก็บภาษีมากเกินไปแถวหัวเมือง พวกที่กำพร้าจากสงครามกลางเมืองเมื่อปีก่อนหรือพวกที่หมู่บ้านถูกทำลายจากมอนสเตอร์แบบเรา ยัยบ้านี่เอาเงินที่ขโมยมาไปช่วยเหลือคนพวกนั้นหมดเลยยังไงหล่ะ 〞

          พอยูมิน่าพูดออกมาแบบนั้นสายตาของทุกคนที่มองฟลอร่าก็เปลี่ยนไปในทันที

          และแน่นอนว่าเปลี่ยนไปจากที่คิดว่าเป็นยัยบ้า กลายเป็นบุคคลที่น่าชื่นชมแทน เพราะในสถานการณ์แบบนี้โกหกไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรนอกเสียจากเรียกคะแนนสงสารเพื่อลดหย่อนโทษทัณฑ์

          และแทนที่ทุกคนจะคิดในแง่นั้น แต่ทุกคนก็ยังชื่นชมในการกระทำของฟลอร่าอยู่ดี

 

หืม... ไอ้ตอนแรกก็คิดว่าเป็นจอมโจรบ๊องๆ แต่ที่ไหนได้ เป็นถึงโรบินฮู๊ดเชียวเหรอเนี่ย?

น่าชื่นชมอยู่หน่อยๆนะเนี่ย...

 

แต่ก็เอาเถอะ... ไม่ว่าใครต่างก็มีเหตุผลของตัวเองกันทั้งนั้นแหล่ะ

แม้จะต้องก่ออาชญากรรม แต่ก็มีสิ่งที่ยอมไม่ได้อยู่... มนุษย์ที่มีความรู้สึกเขาก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้นแหล่ะนะ

 

ซิลเวียนี่ซึมไปหน่อยๆเลยแฮะ... ท่าจะรู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อยแล้วสินะ

ไม่ได้สิไม่ได้ นี่ความยุติธรรมของเธอมันอ่อนแอถึงขนาดที่จะสงสารคนอื่นเขาแบบนี้เหรอ...

 

ถ้าเศร้าเสียใจกับเรื่องแค่นี้ ยังไม่นับว่าเป็นอุดิมคติที่ดีพอหรอกนะจะบอกให้ซิลเวียเอ๋ย

          กรคิดแบบนั้นอยู่ในใจในขณะที่สำรวจท่าทางของทุกๆคน และในตอนนั้นฟลอร่าก็พูดขึ้นมาบ้าง ด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วน

 

〝 เค้าไม่ได้น่าชื่นชมขนาดนั้นหรอกนะ... ที่ทำไปหน่ะ เพราะเค้าอยากแก้แค้นต่างหาก 〞

〝 แก้แค้น... เหรอคะ? 〞

          ซิลเวียเอ่ยถามแบบนั้นออกมาในทันทีด้วยความสงสัยแทนทุกคนที่นั่งเงียบ ส่วนทางยูมิน่าเองก็เงียบเช่นกัน จะด้วยเพราะเจ้าตัวรู้เหตุผลอยู่แล้วหรือไม่สนเหตุผลนั้นก็ตามที

 

〝 สาเหตุที่หมู่บ้านถูกมอนสเตอร์โจมตีหน่ะ... ก็เพราะทหารมีจำนวนน้อยเกินไปนั่นแหล่ะ และที่เป็นแบบนั้น ก็เพราะพวกขุนนางมันเล่นไม่ซื่อกินส่วนต่าง ทำให้เงินบำรุงมาไม่ถึงหมู่บ้านยังไงหล่ะ 〞

〝 ...... 〞

          ซิลเวียเบิกตาขึ้นเล็กน้อย ทว่าไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะเธอเองก็ไม่ได้เป็นคนโง่... ซิลเวียนั้นเข้าใจดีอยู่แล้วว่ามนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาใดๆนั้น เป็นสิ่งที่มีชีวิตที่จ้องจะหาผลประโยชน์ได้เสมอเมื่อมีโอกาส โดยไม่สนพวกรากหญ้าที่รองมือรองเท้าของตน

          แม้จะไม่อยากจะยอมรับ แต่ปัญหาแบบนี้ก็เป็นอีกรเอง ที่ดาบแห่งคงามยุติธรรมของเธอฟาดฟันไปถึงได้ยากเหลือเกิน... ซิลเวียจึงทั้งเจ็บปวดและชื่นชมในตัวฟลอร่าอยู่ไม่น้อยเมื่อได้รับรู้ความจริง

 

〝 เค้าถึงได้เกลียด... เจ้าพวกขุนนางที่ใช้ชีวิตบนกองเงินกองทองที่ปล้นสะดมมาจากชาวบ้านหน่ะ... หุหุ... มันสะใจสุดๆเลยหล่ะนะจะบอกให้... ใบหน้าของเจ้าพวกนั้นตอนที่ถูกแย่งทุกอย่างไปหน่ะ ให้มันรู้ซะบ้าง... ว่าใหญ่คับฟ้ามาจากไหนก็ทำสีหน้าแบบนั้นได้เหมือนกัน... 〞

〝 มันก็จริงแหล่ะค่ะ ว่าคนพวกนั้นสมควรถูกลงโทษ แต่ว่า... 〞

〝 หรือจะบอกให้ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมงั้นเหรอ? จะบอกให้รอแสงแห่งความยุติธรรมที่ไม่รู้เมื่อไหร่มันจะส่องลงมาถึงงั้นเหรอ?...จงทำตามกฎหมายแล้วไปตายซะ งี้อ่ะเหรอ? เค้าไม่ยอมหรอกนะซิลวี่... ไม่มีใครยอมตายเพื่อไอ้ของพรรค์นั้นหรอก แล้วก็ไม่มีใครทนรอได้ด้วย... 〞

〝 อึก... 〞

          ซิลเวียพยายามเถียงกลับ แต่ก็ถูกฟลอร่าตอกกลับมาในทันที ด้วยความจริงที่ออกมาจากปากของฟลอร่านั่นไม่ว่าใครก็เถียงไม่ออก โดยเฉพาะทุกคนที่กำลังทำสีหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก...

 

          มีอาที่ถูกใส่ร้าย เมอร์ลินที่ถูกโยนความรับผิดชอบ ชาลอตที่ถูกเกลียดชัง ซาช่าที่ถูกปฏิเสธ ลิลิธที่ถูกหวาดกลัว เรเชลและริต้าที่ถูกแย่งทุกสิ่งไป รวมถึงคาเรนที่ถูกแย่งชิงครอบครัวและร่างกายไป

          ทุกคนต่างก็ตระหนักดี... ว่าความยุติธรรม มันเป็นเพียงมโนภาพที่บุคคลจำนวนหนึ่งก่อร่างขึ้นมาใช้เป็นสัญลักษณ์ในการอ้างความชอบธรรมของตัวเอง ด้วยเหตุนั้น... จึงเป็นสาเหตุที่ทุกคนถูกมองข้ามเพราะไม่ได้เป็นส่วนนึงของมโนภาพนั้น

 

          ฟลอร่าและยูมิน่า รวมถึงซิลเวียเองก็รู้ในจุดนี้ดีเช่นกัน.... ณ จุดๆนี้ ไม่ว่าจะโต้เถียงออกมายังไงจึงไม่มีทางได้ข้อสรุปแน่ชัดออกมาอยู่แล้ว ว่าสิ่งใดคือความถูกต้อง...

 

          แต่ที่อยู่ตรงนี้... ยังมีเด็กหนุ่มที่เชื่อในสิ่งที่ต่างออกไปอยู่

 

〝 ก็จริงหล่ะนะ... อย่างที่เธอว่านั่นแหล่ะฟลอร่า ยูมิน่า... กับโลกเฮงซวยพรรค์นี้หน่ะ ไม่ว่าใครก็ลำบากกันทั้งนั้นแหล่ะ... 〞กรพูดขึ้นมาในขณะที่กอดอก และเพราะเมื่อครู่ทุกคนเงียบไป นั่นถึงทำให้ทุกคนหันมาสนใจคำพูดของกรกันหมด

 

〝 ในโลกที่ความถูกต้องจำนวนมหาศาลถูกปรุงแต่งขึ้นและใช้เป็นเครื่องมือ... เพื่อที่จะมีชีวิตรอด ความถูกต้องที่คล้ายคลึงกันจึงรวมตัวกันเพื่อสะสมพลังอำนาจและสุดท้าย... มันก็กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า『กฎ』 ส่วนความถูกต้องน้อยนิดที่ไม่เข้าพวกก็จะถูกความถูกต้องที่มีมากกว่ากลืนกินหายไป นั่นคือความเป็นจริงของโลกนี้หล่ะนะ 〞

          กรพูดย้ำไปแบบนั้น ราวกับตอกฝาโลงความคิดของยูมิน่า ฟลอร่าและซิลเวีย ยกเว้นเหล่าแฟนสาวเท่านั้นที่ฟังอย่างตั้งใจ

 

〝 ความถูกต้องของคนๆเดียวเป็นเรื่องผิด? หรือคนที่ใช้ความถูกต้องของคนจำนวนมากเป็นเครื่องมือต่างหากที่ถูก? เพราะโลกมันเป็นแบบนี้แหล่ะ ความยุติธรรมมันถึงได้เป็นแค่ลมปาก... เพราะว่าความจริงแล้วความถูกต้องหน่ะ มันไม่มีแบบไหนเลยที่ผิดยังไงหล่ะ! 〞

          กรว่าออกมาแบบนั้นยูมิน่ากับซิลเวียที่ก้มหน้าลงนิดหน่อยก็เงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย ส่วนฟลอร่าที่นั่งอยู่ด้านนอกตัวรถ แม้ทุกคนจะไม่เห็นว่าเธอเปลี่ยนท่าที แต่กรรับรู้ได้ว่าเธอกำลังเงี่ยหูฟังอยู่

 

〝 จะความถูกต้องที่ต้องการจะช่วยเหลือคนอื่น หรือความถูกต้องที่ต้องการไขว่คว้าพลังเพื่อปกป้องคนสำคัญ จะแบบไหนก็ไม่มีทางผิดหรอก ไอ้ที่ผิดหน่ะ คือความยุติธรรมจอมปลอมที่ยัดเยียดความถูกต้องของตัวเองให้กับคนอื่นต่างหาก! 〞

 

นั่นแหล่ะคือความจริงของโลก...

มีชีวิตอยู่ด้วยความถูกต้องของตัวเอง ต่อต้านสิ่งที่ผิดแผกไปจากตัวเอง...

 

ป่าเถื่อนแต่ก็งดงาม เพราะนั่นแหล่ะคือรากเหง้าของสิ่งที่กำเนิดขึ้นเป็นความถูกต้อง...

เพราะงั้น ถ้าจะบอกว่าพวกที่มีชีวิตอยู่ตามความเชื่อหรือความถูกต้องของตัวเองเป็นพวกที่ผิดหล่ะก็ ขอค้านหัวชนฝาเลย!

 

〝 เพราะว่าสำหรับฉัน ทุกอย่างไม่มีอะไรเลยที่ผิด... ไม่ว่าจะเป็นความถูกต้องของซิลเวียหรือของฟลอร่า... 〞

 

แม้แต่ความถูกต้องของทุกคน... ความถูกต้องของฉันก็ด้วย...

 

〝 นั่นเพราะถ้ามันเป็นเรื่องผิดจริงๆ... ความถูกต้องแบบนั้น ก็ไม่สมควรเกิดขึ้นมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วสิ จริงไหมหล่ะ? 〞

          กรว่าแบบนั้น พร้อมกับอมยิ้มขึ้นมาที่มุมปากอย่างเชื่อมั่น...

          เพราะนี่เองก็คือ ความถูกต้องของกรเช่นเดียวกัน...

 

          ซิลเวียที่ได้ยินเช่นนั้นรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไปทั่วร่าง... ราวกับฉุกคิดบางอย่างได้ขึ้นมา ไม่สิ... ทางฟลอร่าหรือยูมิน่าเองก็ด้วย

 

          เพราะว่าโลกใบนี้ไม่มีอะไรผิด เพราะงั้นสิ่งที่เกิดขึ้นมาจึงไม่มีสิ่งใดผิด

          เพราะงั้นการปฏิเสธส่วนนึงของโลกอย่างเช่นแนวคิดที่เกิดจากโลกแบบนั้น... มันช่างเป็นเรื่องโง่เง่าที่ไม่ต่างจากการปฏิเสธตัวเองที่เกิดจากสิ่งเดียวกันเลยซักนิด นั่นคือสิ่งที่กรจะสื่อให้พวกเธอฟัง และนั่นก็ทำให้พวกเธอเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง...

 

〝 จะบอกว่าไม่มีใครผิดงั้นเหรอคะ? 〞

〝 ถูกต้องที่สุด 〞

〝 แต่ถ้าเป็นแบบนั้น อาณาจักรหรือบ้านเมืองมันก็วุ่นวายหน่ะสิคะ ถ้าเต็มไปด้วยคนที่ทำตามใจตัวเองแบบนั้นหน่ะ... แล้วมันก็จะกลายเป็นความขัดแย้ง หรือเผลอๆอาจจะเป็นสงครามเลยก็ได้! 〞

 

แต่ดูเหมือนยัยซิลเวียคนนี้จะยังไม่ยอมอ่ะนะ

เอาเถอะ... ก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจ ก็เราเพิ่งบอกไปหยกๆเองนี่นะว่าความถูกต้องของใครก็ไม่ผิด

 

แต่ก็เพราะแบบนั้น... ความถูกต้องของฉันเองก็ไม่ผิดเหมือนกันหล่ะนะ

 

〝 ไม่มีสงครามไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างมันสงบหรอกนะซิลเวีย... เธอคิดว่ามีกี่ร้อยกี่พันคนกันหล่ะที่กักเก็บความไม่พอใจของตัวเองไว้ในอกอย่างพวกฟลอร่าหน่ะ? 〞

〝 เรื่องนั้น... 〞

〝 สำหรับความยุติธรรมจอมปลอมที่สร้างจากความถูกต้องของคนเลวๆ ยังไงซะซักวัน มันก็จะถูกพังทลายลงอยู่ดีนั่นแหล่ะ... ไม่ว่าจะพังลงมาเองหรือถูกความถูกต้องของคนที่ถูกยอมรับมากกว่าสยบก็ตามที 〞

          กรว่าแบบนั้นพร้อมกับหลับตาพยักหน้าอืมๆให้ตัวเอง แล้วก็มีเหล่มองปฏิกิริยาของซิลเวียที่เถียงอะไรไม่ออกอยู่

          โดยมีเมอร์ลินแอบหัวเราะเล็กๆ เพราะเธอรู้ดียิ่งกว่าใคร ว่ากรเป็นคนเถียงเก่งมาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งเห็นทีคนที่จะโต้เถียงในแง่ของเหตุผลสู้กรได้ก็คงมีแต่เธอนั่นแหล่ะ

 

          และในขณะเดียวกัน นั่นก็ได้ทำให้เหล่าๆแฟนสาวแสดงสีหน้าดีใจและภูมิใจในตัวกรเหมือนที่ผ่านมาตลอด แต่ก็ทำให้ยูมิน่าส่งสายตาชื่นชมกรมากขึ้นเช่นกัน...

 

          เป็นเวลาเดียวกับที่กรส่งสายตาขออะไรบางอย่างจากเมอร์ลิน ตามด้วยการหันไปมองหน้าทุกๆคนด้วยสายตาแบบเดียวกัน ซึ่งพอสบตากัน พวกเธอก็ยิ้มแห้งๆให้กรในทันที โดยเฉพาะมีอาที่ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้เหมือนทุกที กับเมอร์ลินที่ยิ้มอ่อนให้อย่างอ่อนโยนพร้อมกับแผ่มือบอกเป็นนัยว่า “จะทำอะไรก็ทำเถอะ”

 

ดีหล่ะ... ขออนุญาตเรียบร้อย

ถ้างั้น...

 

〝 ก็เพราะแบบนั้นแหล่ะนา... นี่คุณคนขับรถ! ช่วยหยุดรถซักแปปนึงหน่อยคร้าบบบ!!! 〞

〝 คะ ครับผม! 〞

          พอกรว่าไปแบบนั้น คนขับรถก็ทำการดึงเชือกหยุดม้าในทันที

 

〝 เอ๋!? เดี๋ยวสิคะ? นี่คิดจะทำอะไรกันคะเนี่ย? 〞แต่พอตัวรถม้าหยุดเคลื่อนที่ ซิลเวียที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ก็ตะโกนโพล่งขึ้นมาแบบนั้น โดยมีฟลอร่ากับยูมิน่าทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกอยู่

〝 ทำเรื่องที่ถูกต้องยังไงหล่ะ 〞

          กรทิ้งท้ายไว้แบบนั้น แล้วก็เดินไปเปิดประตูรถม้าโดยไม่สนคำทัดทานของซิลเวีย

 

〝 ลงมานี่ยูมิน่า! 〞

〝 ? คะ ค่ะลูกพี่! 〞กรสั่งไปแบบนั้น ยูมิน่าเลยทำท่าทางเก้ๆกังๆ แต่เพราะรู้อยู่แล้วว่าจะไม่ทำตามก็คงไม่ได้ เลยยอมลงมาตามที่กรบอกแต่โดยดี

 

〝 ก็บอกว่าอย่าเรียกลูกพี่ไงเฟ้ย! 〞กรว่าแบบนั้นแล้วก็ถอนหายใจในขณะที่เดินลงจากรถม้า แต่ก็ดูเหมือนจะลงไม่ได้ เพราะมีบางคนดึงแขนเขาไว้ และเธอคนนั้นก็คือซิลเวีย

 

〝 เดี๋ยวก่อน! นี่อย่าบอกนะคะว่าจะปล่อยสองคนนี้ไป? 〞

〝 ก็ใช่หน่ะสิ ไม่ได้เหรอ? 〞กรว่าพลางเอียงคอให้ซิลเวีย

〝 ก็ไม่ได้หน่ะสิคะ! ถึงทั้งสองคนจะมีเหตุผลแล้วก็น่าสงสารจริงๆก็เถอะ แต่ว่า———เนี๊ยะ!  〞

          แล้วซิลเวียก็ถูกมือข้างที่ว่างอีกข้างของกรดีดหน้าผากเข้าให้ เพราะขี้เกียจเถียงด้วยนั่นแหล่ะกรเลยใช้วิธีนี้ นั่นทำให้ซิลเวียร้องเสียงแปลกๆออกมา ก่อนที่จะยกมือทั้งสองข้างมากุมหน้าผากตัวเองทำแก้มป่องเหมือนเดิม ซึ่งแน่นอนว่ากรไม่สนใจ และลงรถไปกับยูมิน่าในทันที

 

〝 เธอก็ด้วย มานี่! 〞

〝 อุเว๋!? เค้าด้วยเหรอ!? 〞

          เช่นเดียวกับฟลอร่าที่ถูกแก้มัดจากตัวรถ กรหิ้วเธอลงมาแถวประตูรถม้าตรงจุดเดียวกับที่ยูมิน่ารออยู่ แล้วก็ปล่อยเธอลงกับพื้น ก่อนที่จะแก้มัดให้ทั้งสองคนในพริบตา

          นั่นเป็นอีกครั้งที่กรสร้างความแปลกใจให้กับพวกเธอ

 

〝 เอ๋!? เดี๋ยวนะ นี่จะปล่อยพวกเค้าจริงๆเหรอ!? 〞

          ส่วนทางฟลอร่า พอเห็นสถานการณ์เป็นแบบนั้น ท่าทางก็กลับมาร่าเริง และววตาที่เป็นกลีบดอกไม้ก็กลับมามีประกายวิ้งๆอีกครั้งในทันที

 

〝 ถ้าว่าแบบย่อๆก็ตามนั้นแหล่ะนะ 〞

〝 จริงอ่ะ! เย้ กนๆใจดีที่สุดเลย! ขอบคุณที่สุดเลย งั้นเค้าไปละนะบาย——— 〞ฟลอร่าว่าแบบนั้นแล้วก็ตะเบะให้กร ก่อนจะหันหลังขวับแล้วเตรียมพุ่งตัวหนี?ออกจากที่นี่ในทันที แต่ว่า

〝 เดี๋ยวก่อน! เรียกใครว่ากนๆฟระ แล้วอีกอย่าง ยังไม่ได้บอกให้ไปเลยเฟ้ย! 〞

          ก็ถูกกรคว้าหมับเข้าที่หัวของเธอเข้าให้ ทำให้ฟลอร่าวิ่งต่อไม่ได้... ก่อนที่กรจะปล่อยมือให้เธอหันหน้ามาคุยกันดีๆ แต่ทางฟลอร่าก็ยังทำสีหน้าระรื่นพูดออกมาอีกว่า

 

〝 เอ้า! ก็ชื่อกรไม่ใช่เหยอ? ก็เลยเรียกย่อๆว่า กนๆไง———โอ๊ยเจ็บๆๆๆๆ สมงสมองกับความฝันและความหวังมันจะไหลออกมาหมดแล้วค่า! 〞

          แล้วเธอก็ถูกกรคว้าหัวเข้าอีกครั้งจนได้ แต่หนนี้สาเหตุมาจากความหงุดหงิด กรเลยเพลอออกแรงบีบไปนิดหน่อย?

          อีกซักพักนึง กรถึงได้ปล่อยให้ฟลอร่าเป็นอิสระ

 

〝 ใจร้าย... 〞

〝 หนวกหูน่า... 〞

          และแม้จะถูกฟลอร่าเอ็ดมาแบบนั้น กรก็ยังไม่สนใจ เขากระแอมครั้งนึงก่อนที่จะเข้าสู่ประเด็นหลัก

 

〝 ถึงจะบอกว่าปล่อยไปก็จริง แต่ไม่ได้ปล่อยไปเฉยๆ... พวกเธอต้องยอมรับเงื่อนไขของฉันซะก่อน 〞

〝 เงื่อนไขเหรอ? 〞พอได้ยินแบบนั้น ยูมิน่าก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัยในทันที

          เช่นเดียวกับฟลอร่าที่กำลังเอียงคอสงสัยและมีเครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นบนหัว กรก็แสยะยิ้มออกมาพลางยื่นมือไปทางทั้งสองคนราวกับเชื้อเชิญพวกเธอ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเคร่งขรึมราวกับตัวร้ายว่า

 

〝 แลกกับการปล่อยตัว จงมาเป็นเบี้ยให้ฉันใช้งานซะ... และฉันจะทำให้พวกเธอแข็งแกร่งขึ้นเอง เพื่อให้มีชีวิตรอดในโลกเส็งเคร็งพรรค์นี้หน่ะ 〞กรว่าแบบนั้นด้วยสายตาจริงจังซึ่งก็ออกแนวข่มขู่อยู่นิดหน่อย นั่นก็ถึงกับทำให้ฟลอร่าและยูมิน่าไหล่กระตุกนิดหน่อยได้เลยทีเดียว

〝 เอ้า! ว่ายังไงหล่ะ? ฟลอร่า ยูมิน่า? 〞

          แล้วพอกรถามย้ำไปแบบนั้น ทั้งสองคนก็เริ่มกลืนน้ำลาย

          จากเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ทั้งคู่ต่างรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของกรดี เพราะงั้นถึงได้กลัว... ว่าความแข็งแกร่งนั่นจะเป็นตัวการให้พวกเธอสูญเสียบางอย่างไป

          เมื่อเติบโตมาจนป่านนี้ พวกเธอจินตนาการได้ไม่ยากเลยว่าผู้ที่มีพลังมากเกินไปจะเป็นเช่นไร... ความกังวลดังกล่าวจึงเริ่มเข้ากัดกินจิตใจของเด็กสาวทั้งสอง แม้ความจริงแล้ว พวกเธอเองก็ต้องการพลังเช่นกันแท้ๆ

 

〝 อย่าได้เข้าใจผิดไป... พลังที่ฉันจะให้พวกเธอหน่ะ ไม่ได้แค่เอาไว้เพื่อปกป้องตัวเองเท่านั้น แต่เพื่อเอาไว้ปกป้องความถูกต้องของพวกเธอด้วย 〞

〝 ความถูกต้องของเค้าเหรอ? 〞ฟลอร่าถามย้ำ

〝 อา... เพราะงั้นเมื่อถึงวันที่ฉันให้พลังพวกเธอ... พลังที่ให้ไป ฉันไม่อนุญาตให้ทำสิ่งอื่นนอกเหนือจากนั้นเด็ดขาดเข้าใจไหม? และเมื่อไหร่ที่พวกเธอออกนอกลู่ทางของตัวเอง 〞

          กรพูดแบบนั้นเสร็จ แล้วก็ชกลมด้วยหมัดขวา ตรงหน้าของสาวๆทั้งสองคน

 

〝 ฉันจะเป็นคนอัดแล้วลากพวกเธอกลับมาเอง จำข้อนี้ไว้ด้วย 〞

          กรว่าแบบนั้นแล้วยิ้มให้ทั้งสองคน แต่มิใช้เพื่อข่มขู่ดังก่อนหน้า เขาทำเพื่อแสดงความตั้งใจต่างหาก และดูเหมือนความตั้งใจนั้นของกรจะส่งไปถึงพวกเธออยู่

 

          นั่นทำให้ฟลอร่ายิ้มแป้นและยูมิน่ายิ้มออกมามากกว่าที่เป็นตามปกติ... พวกเธอเข้าใจเจตนาของกร และวางใจได้ในทันทีที่กรให้คำสัตย์เช่นนั้น

 

ก็ไม่รู้หรอกว่าเป้าหมายของคนๆนี้คืออะไร แต่จากที่ฟังคงไม่ใช่เรื่องแย่...

แถมยังเป๋นการแลกเปลี่ยนที่ทัดเทียม แถมคำพูดนั่น ถึงภายนอกจะฟังดูน่ากลัว

 

แต่ความจริงแล้ว เขาก็แค่ไม่อยากให้เราเอาพลังทั้งที่มีตอนนี้และที่กำลังจะได้รับไปใช้ในทางที่ไม่ดีไม่ใช่เหรอ?

ถ้าเป็นแบบนั้น.... งั้นการเป็นเบี้ยให้คนๆนี้ ก็คงไม่แย่นักหรอก

          ทั้งสองคนคิดในทำนองแบบนั้นขึ้นมาพร้อมกัน นั่นเป็นเครื่องยืนยันว่าในตอนนี้กรเองก็ได้รับความไว้วางใจจากพวกเธอในระดับนึงแล้ว

          แล้วฟลอร่ากับยูมิน่าก็หันมามองหน้ากัน พยักหน้าให้กันด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะ...

 

〝 น่าสนใจ! กนๆเองก็ดูท่าทางไม่ใช่คนเลวๆนะ งั้นเค้าร่วมมือด้วย! 〞ฟลอร่าว่าอย่างร่าเริง พลางโบกมือขึ้นสูงน้อมรับคำเชื้อเชิญของกรด้วยท่าทางกระตือรือร้นตามปกติของเธอ

〝 โอ้ว! ลูกพี่ว่าไงว่าตามกัน! 〞เช่นเดียวกับยูมิน่า ที่ประสานหมัดทั้งสองข้างเข้าด้วยกันอย่างเร่าร้อน

〝 แบบนั้นแหล่ะดี... คงความรู้สึกนั้นเอาไว้ อย่าให้ความถูกต้องจมหายไปกับกาลเวลาเชียวหล่ะ... 〞

          กรทิ้งท้ายไว้แบบนั้นด้วยรอยยิ้ม ทว่าเป็นรอยยิ้มที่ออกจะขมขื่นอยู่หน่อยๆ

          ก่อนที่จะขึ้นรถม้า แล้วก็ออกเดินทางต่อไป โดยทิ้งฟลอร่ากับยูมิน่าไว้บริเวณนี้ เพราะเดิมที แถวนี้ก็เป็นถิ่นของพวกเธออยู่แล้วด้วย

 

          ในขณะที่มองรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวห่างออกไป ฟลอร่าก็เปิดปากถามยูมิน่าอีกครั้ง

 

〝 ก็คิดอยู่ว่าเป็นคนยังไงหล่ะนะ... แต่สุดยอดไปเลยเนอะ! 〞

〝 อา... ไม่คิดเลยแฮะว่าจะมีคนคิดแบบนั้น เหลืออยู่ในโลกพรรค์นี้ด้วย 〞ยูมิน่ากอดอกเห็นด้วย

〝 อะไรก๊านๆ ก็ไอ้คนบ้าที่คิดแบบนั้นก็ยืนหัวโด่อยู่นี่ไง 〞

〝 ก็นั่นสินะ... 〞

          มิน่ายิ้มๆแห้งๆให้ความเห็นของฟลอร่า ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินกลับไปยังฐานของตัวเอง...

 

〝 อืม... ว่าแต่เป็นเบี้ยงั้นเหรอ? ยูมินคิดว่าไงอ่ะ? 〞

〝 ข้าไม่รู้สึกว่าจะเป็นแบบนั้นเลยแฮะ... สัญชาตญาณมันบอก 〞ยูมิน่าว่าพลางสั่นหูดุกดิก

〝 นั่นสิเนอะ! แปลกคนชะมัดเลย ทั้งที่อ่านสีหน้าไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่เลยแท้ๆ แต่ดันรู้สึกว่าหมอนั่นเชื่อใจได้ซะงั้น แปลกดีเนอะ 〞

          ทั้งสองคนคุยเล่นไปแบบนั้นตลอดทาง...

 

          ส่วนทางด้านรถม้าของพวกกร...

 

〝 ทำอะไรตามใจอีกแล้ว... 〞ซิลเวียบ่นอุบแบบนั้น พร้อมกับเบือนหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่าง

〝 ถ้าไม่ทำตามใจก็ไม่ใช่ฉันหรอกนะ 〞

          แต่ก็แน่นอนว่ากรไม่สนใจว่าซิลเวียจะต้องการอะไร

 

〝 แต่เมื่อกี้... ดิฉันนึกว่านายท่านจะบอกว่า “เดินทางไปด้วยกันไหม?” อะไรแบบนั้นซะอีกนะคะเนี่ย 〞

〝 นั่นสินะคะ ท่านพี่เองก็โหดใช้ได้เลยนะคะเนี่ย เล่นบอกว่า “มาเป็นเบี้ยให้ฉัน” หน่ะ 〞

          ชาลอตและคาเรนว่าแบบนั้น ในขณะที่แสดงสีหน้าโล่งใจ เช่นเดียวกับสาวๆคนื่อนยกเว้นมีอากับเมอร์ลิน

 

〝 ก็แหงหล่ะ... เพราะฉันไม่อยากให้ผู้หญิงคนอื่นอยู่ใกล้ฉันมากเกินไป จนทำให้พวกเธอกังวลแบบนี้ยังไงหล่ะ 〞

          กรว่าแบบนั้นแล้วก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนไปยังสาวๆ...

 

〝 นายท่าน... อีกแล้ว... 〞ซาช่าว่าออกมาอย่างเขินๆด้วยความดีใจ แล้วก็หน้าแดงเป็นลูกแตงโมขึ้นมา

〝 แหมๆ〜 〞เช่นเดียวกับลิลิธที่ขวยเขินออกมาอย่างออกนอกหน้า เพราะบวกกับเรื่องที่กรโกรธเพื่อตัวเองก่อนหน้านี้ด้วยแล้ว มันยิ่งน่าดีใจเข้าไปใหญ่

〝 เท่ห์... คุณกรโคตรเท่ห์อ่ะ... 〞

〝 ก็แหงอยู่แล้วริต้า... อา... คุณกรช่างใจดีจริงๆ... 〞

〝 พอเถอะน่าพวกเธอ 〞

          กรยิ้มๆให้กับท่าทางของริต้ากับเรเชล เป็นเวลาเดียวกับที่มีอาขยับเข้ามากอดแขนของกร

 

〝 เฮะๆ... จริงๆก็รู้อยู่แล้วหรอก แต่ก็ขอบคุณนะกร ดีใจจังเลย 〞

〝 ก็ทำเรื่องปกติน่า โถ่... 〞กรที่ขวยเขินเช่นนั้น ทำได้แค่หลบหน้ามีอา แล้วก็โดนเมอร์ลินใช้นิ้วจิ้มแก้มเล่นแทน

〝 อื้มๆ! ต้องเป็นเด็กดีแบบนี้สิ มันค่อยน่ารักหน่อย 〞

〝 ฮะฮะฮะ... 〞

          กรยิ้มให้กับเมอร์ลินไปแบบนั้นด้วยรอยยิ้มสุขสม เช่นเดียวกับชาลอตและคาเรนที่ยิ้มออกมาด้วยความดีใจและภูมิใจในคู่ครองที่ซื่อสัตย์เช่นกร

          บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุขเช่นนั้นอบอวลไปทั่วรถม้า

 

〝 คือว่า... ฉันยังนั่งอยู่ตรงนี้นะคะ... 〞

          โดยลืมไปเสียสนิทเลยว่ายังมีซิลเวียนั่งอยู่ในรถม้าด้วย...

 

〝 ชิ 〞

〝 อย่าเดาะลิ้นสิคะ! 〞

          ซิลเวียว่าแล้วก็น้ำตาซึมไปนิดหน่อยเมื่อถูกกรทำแบบนั้นใส่ ทั้งด้วยความเหงาที่ตัวเองกลายเป็นคนนอก และความหดหู่ที่ไม่สามารถทำอะไรกับพวกฟลอร่าได้ก็ด้วย...

 

〝 ปล่อยไปแบบนั้น... ดีแล้วจริงๆเหรอคะเนี่ย... 〞แล้วซิลเวียก็เริ่มว่าแบบนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงหดหู่ และนั่นก็ทำให้กรถอนหายใจออกมาอย่างแรงเลยทีเดียว

 

〝 เฮ้อ! สองคนนั่นหน่ะนะซิลเวีย... พวกนั้นละทิ้งกฎเพื่อปกป้องคนสำคัญ... เป็นพวกนอกกฎหมาย แต่กลับมีศักดิ์ศรียิ่งกว่าพวกที่ใช้ความถูกต้องเป็นเครื่องมือ จากที่ฟังทั้งหมดมานั่นเธอยังจะมองว่าฟลอร่ากับยูมิน่าเป็นคนเลวอยู่เหรอ? 〞

〝 เรื่องนั้น... แน่นอนว่าไม่ค่ะ... แต่ถึงแบบนั้น... 〞

 

ให้ตายสิแม่คนนี้... แต่ก็เอาเถอะ ไม่ใช่ว่าฉันไม่เข้าใจเธอหรอกนะซิลเวีย

ยังไงซะสำหรับคนส่วนใหญ่ ก็คงหลีกคำว่า “กฎคือที่สุด” ไม่ได้ง่ายๆหรอก นั่นแหล่ะคือสิ่งที่คนปกติเขาเป็นกัน

 

แต่ว่านะ... ถึงจะไม่ใช่ความคิดที่ผิด แต่น่าเสียดาย...

มันไม่ใช่ความคิดที่ฉันจะยอมรับได้

 

〝 ถ้างั้นซิลเวีย... สมมุติว่าวันนึงพี่สาวเธอถูกใส่ร้าย กลายเป็นราชินีที่ถูกทั้งประเทศเกลียดขึ้นมา... เธอจะเลือกอะไรล่ะ? ระหว่างความถูกต้องกับคนสำคัญ 〞

          กรถามแบบนั้นออกมา พร้อมกับมองตาซิลเวียด้วยสายตาจริงจังราวกับจะเค้นคอ นั่นทำให้เธอหลบสายตานั้นของกรไปแวบนึง ก่อนที่จะหันมาตอบกรด้วยสายตาแบบเดียวกัน

 

〝 ไม่ยากเลยค่ะ... ฉันจะต้องช่วยทั้งสองอย่างอยู่แล้ว! 〞ซิลเวียว่าแบบนั้นด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่นสุดหัวใจ หากไม่ติดที่คำตอบ กรก็คิดว่ามันน่าชื่นชมอยู่

          เพราะสำหรับกร... มันเป็นเหมือนกับภาพสะท้อนอดีตที่อยากจะทำลายทิ้งนั่นแหล่ะ

 

ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่เปลี่ยนความคิดหล่ะสินะยัยนี่...

จิตใจและความเชื่อมั่นในอุดมคติของเธอนี่มันส่งซะจริง

 

ไม่สบอารมณ์เอาซะเลยนะให้ตายสิ...

          กรคิดแบบนั้นแล้วก็ขมวดคิ้วเข้าด้วยกันอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเบือนหน้าหนี

 

〝 ...บ้าบอสิ้นดี มือสองข้างของเธอจะจับอะไรไม่ได้ซักอย่าง... แล้วเธอจะสูญเสียทุกอย่างแน่นอน และพอถึงตอนนั้น เธอก็จะมานั่งเสียใจทีหลังเองนั่นแหล่ะ 〞

 

หรือว่าคนๆนี้... เตือนเพราะเป็นห่วงเราเหรอ?

เพราะความจริงแล้วคนๆนี้ก็ไม่ใช่คนไม่ดี กลับกัน... ออกจะเป็นคนใจดีสุดๆด้วยซ้ำไป

 

ก็คนๆที่อยู่รอบๆตัวมีแต่รอยยิ้มทั้งนั้นนี่นา

แต่... คิดเข้าข้างตัวเองไปแบบนั้น คงไม่ใช่หรอกมั้ง...

          ซิลเวียคิดแบบนั้นขึ้นมาชั่วขณะนึง แต่ก็ปัดตกไปเองโดยอัตโนมัติ

 

〝 รู้ดีจังเลยนะคะ... เคยเจอคนที่เป็นแบบนั้นงั้นเหรอคะ? 〞

          ซิลเวียถามมาแบบนั้น เพราะเห็นว่ากรทำสีหน้าหดหู่... แต่นั่นดูเหมือนความเป็นห่วงที่ไม่เข้าทีมากกว่า แต่ถึงกระนั้นกรก็ไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองสาวน้อยที่ใสซื่อบริสุทธิ์ในอุดมคติคนนี้แต่อย่างใด

          ไม่สิ... ใจจริงแล้ว สมองของกรอาจจะกำลังบอกว่า ตัวเขาไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธมากกว่ากระมั้ง...

 

〝 เคยสิ... เจ้าหมอนั่นเอง จนถึงตอนนี้ก็ยังนั่งเสียใจอยู่ทุกวันเลยด้วยซ้ำ... 〞

          กรว่าแบบนั้นแล้วก็เผลอกุมมือของมีอากับเมอร์ลินแน่น ซึ่งพวกเธอเองก็ทำได้แค่กุมมือนั้นกลับไปเหมือนทุกทีเท่านั้น และนั่นก็ทำให้ทุกคนแสดงสีหน้าเป็นห่วงกรออกมากันหมด ตามด้วยการแอบเขม่นใส่ซิลเวียของริต้ากับเรเชล

          ส่วนซิลเวียนั้นหลังจากที่สั่นไปนิดหน่อยจากสายตาของทั้งคู่ ก็ทำสีหน้าลำบากใจออกมาแทน... ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสาเหตุมาจากอะไร

 

          แต่ก็มีอยู่อย่างนึง... ที่เธออยากจะพูด...

 

〝 เอ่อ... 〞

〝 อะไร? 〞กรถามย้ำราวกับตัดรำคาญ แต่ซิลเวียก็ยังพยายามพูดต่อ

〝 ที่คุณพูดมา ฉันคิดว่ามันถูกต้องอยู่นะคะ... ถึงตอนนี้ฉันจะยังไม่เข้าใจก็เถอะ เพราะฉันหน่ะ ไม่ออยากจะเสียอะไรไป... เพราะงั้นฉันคิดว่าซักวันมันต้องมีจุดบรรจบแน่ค่ะ เกี่ยวกับความคิดของเราสองคนหน่ะ 〞

          ซิลเวียแสดงความคิดของตัวเองออกมาแบบนั้น แต่กรก็ทำแค่ฟังเฉยๆ ไม่ได้ว่าอะไรออกมา

 

〝 แล้วก็ 〞

〝 อะไรอีก? เธอนี่เซ้าซี้ซะจริง 〞

〝 มะ ไม่หรอกค่ะ อันนี้ก็แค่... คิดว่าเรียก “คุณ” ไปตลอดมันก็คงแปลกๆ... 〞ซิลเวียเปลี่ยนวิธีพูดไปนิดหน่อย เป็นท่าทีกระอักกระอ่วนที่ต่างจากทุกที แต่ก็แน่นอนว่ากรไม่ได้ใส่ใจ กรเลยไม่ได้รับรู้การเปลี่ยนแปลงนี้

 

〝 ขอฉัน... เรียกคุณว่ากรได้ไหมคะ? 〞เมื่อได้ยินเช่นนั้น กรก็หรี่ตาลงเล็กน้อยเพราะไม่เข้าใจจุดประสงค์นั้น แต่ก็แน่นอนว่าไม่มีเหตุให้ปฏิเสธ

〝 จะเรียกยังไงก็เชิญ... 〞

          กรว่าแบบนั้นด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนทุกที ทว่าซิลเวียกลับรู้สึกดีใจมากกว่าปกติไปเสียอย่างงั้นโดยที่เธอเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเหตุผล แถมยังไม่รู้อีกว่าตัวเองกำลังอมยิ้มอยู่ต่างจากทุกที

          นั่นทำให้พวกสาวๆยิ้มแห้งๆออกมา เพราะดูเหมือนคนที่สังเกต จะมีแค่พวกเธอนี่แหล่ะกระมั้ง...

 

          เพราะสุดท้ายคนที่เปลี่ยนไปก็ไม่ได้มีเพียงแค่ฟลอร่ากับยูมิน่า

          แต่นั่นรวมถึงความสนใจในตัวกรของซิลเวียเองก็มากขึ้นด้วยเช่นกัน... แต่จะเป็นในแง่ไหนนั้น ก็เป็นอีกเรื่องนึง

 

❖❖❖❖❖

 

หลังจากนั้นพวกเราก็มุ่งตรงไปสู่เมืองหลวงฟอเรสเตอร์

แต่เพราะไม่ได้ส่งจดหมายแนะนำตัวไป เลยไปแบบเงียบๆแทน

 

อารมณ์เหมือนไปราชการแบบลับๆนั่นแหล่ะนะ

ก็จดหมายแนะนำของทางนี้คือซิลเวียนี่นา เพราะงั้นจะไม่มีคนมาต้อนรับตอนที่เข้าเมืองมาก็ไม่แปลกหรอก

 

เพราะวุ่นไปซะนาน พอมาถึงเมืองความตื่นเต้นเลยลดลงไปเยอะ

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย...

 

ถ้าไม่นับสภาพบ้านเรือนที่เหมือนกับที่เคยเจอมาตลอดหล่ะก็นะ

บ้านส่วนใหญ่ทำมาจากไม้ ไม่ก็อิฐประสาน ให้อารมณ์คล้ายๆกับเมืองหลวงอาลันเชี่ยนนั่นแหล่ะ แค่ว่ามีแม่น้ำใสๆไหลผ่านตัวเมือง กับมีต้นไม้เยอะกว่าพอสมควรเท่านั้นเอง

 

และที่น่าตื่นเต้นอันดับหนึ่ง ก็คงไม่พ้นชาวเมืองที่เป็นเผ่ามนุษย์สัตว์พันธุ์ต่างๆนี่แหล่ะนะ

เท่าที่เห็นผ่านๆตาก็มีทั้งพวกหูหมา หูแมว ที่แปลกๆหน่อยก็ครึ่งคนครึ่งม้า ไม่ก็พวกที่มีปีกงอกเหมือนกับฮาปี้ อะไรเทือกๆนั้นนี่แหล่ะ...

 

แต่ดูเหมือนที่นี่จะไม่มีแบ่งสภาพของที่อยู่ตามชนชั้น เพราะบ้านเรือนของพวกที่อยู่ในเมืองชั้นในก็ไม่ค่อยแตกต่างกับพวกเมืองชั้นนอกเท่าไหร่

ความเหลื่อมล้ำมีน้อยหรือฉันไม่สังเกตก็ไม่รู้ ฟลอร่าเองก็พูดอยู่ว่าพวกขุนนางบางคนมันชอบกินเล็กกินน้อย... บ้านที่ดูรวยกว่าคนอื่นก็มีอยู่ บางทีคงเป็นแค่ขุนนางส่วนน้อยหล่ะมั้งนะ

 

อืม... แต่เอาเป็นว่าเรื่องนั้นช่างหัวมันไปก่อน...

หลังจากที่ใช้เวลาเดินทางชั่วโมงนึงจากที่หย่อนพวกฟลอร่ากับยูมิน่าลง พวกเราก็มาถึงตัววังของอาณาจักรฟอเรสเตอร์จนได้

 

ส่วนวังเองก็ทำจากไม้เป็นหลัก แต่ดูเหมือนไม่ใช่ไม้ธรรมดา เพราะมันไม่ติดไฟซะด้วย

แถมรูปร่างเองก็จัดว่างดงามใช้ได้ อารมณ์เหมือนกับปราสาทเอโดะของญี่ปุ่นเลย...

 

ชมวังจากภายนอกซักพักก็เข้ามาภายในกำแพง

และก็เพราะได้ซิลเวียแหล่ะนะเลยผ่านเข้าไปได้ง่ายๆ เป็นสัมภาระที่มีประโยชน์ก็ตอนนี้แหล่ะนะเธอหน่ะ

แต่ก็แน่นอนว่าใช้หน้าของเจ้าชายแห่งบาซิลเลียสของฉันด้วย

 

พวกคนรับใช้พากันตกใจกันใหญ่ที่คนใหญ่คนโตอย่างฉันกับซิลเวียมากันโดยไม่ได้นัดไว้ก่อน

ก็แหงหล่ะนะ... เพราะถ้ารับแขกได้ไม่สมฐานะ อาณาจักรคงถูกลือเสียๆหายๆแน่

 

ถึงจะทำเพราะไม่อยากเป็นที่จับตามองก็เถอะ... รู้สึกผิดขึ้นมาหน่อยๆเลยแฮะ

แต่มีข้อดีก็ต้องมีข้อเสียหล่ะนะ... ส่วนถ้าถามว่าเป็นยังไงก็...

 

〝 ขะ ขออภัยเป็นอย่างสูงขอรับท่านเจ้าชายแห่งบาซิลเลียสและท่านซิลเวีย... แต่ในตอนนี้ท่านราชินีเสด็จราชการอยู่นอกอาณาจักรหน่ะขอรับ... 〞

          พอเข้ามาถึงตัววังและลงรถเรียบร้อย กรกับซิลเวียก็ลงมาคุยกับหัวหน้าอัศวินที่เป็นเซนทอร์ด้วยตัวเอง ซึ่งตอนนี้เขาและลูกน้อง รวมถึงคนรับใช้ที่มีหูหมาหูแมวทั้งหลายต่างก้มหัวให้กร

          ท่าทางของพวกเขาทั้งหวาดกลัวและยำเกรง ซึ่งก็คงเป็นเรื่องปกติหากดูเพียงยศศักดิ์ของกรกับซิลเวีย

 

〝 เงยหน้าขึ้นเถอะครับทุกคน... พวกผมมาโดยไม่ได้นัดหมายเอง 〞

〝 ใช่แล้วค่ะ! ทุกท่านไม่ผิดหรอกนะคะ 〞

          พอกรกับซิลเวียช่วยกันว่าแบบนั้น อาการของเหล่าผู้รับใช้ทั้งหลายจึงค่อนข้างดีขึ้น

          แล้วพอกลับมาเป็นปกติ กรจึงเริ่มเข้าประเด็นสำคัญ

 

〝 เอ๋!? ท่านซิลเวียแค่อยากจะมาดูบอสของมหาดันเจี้ยนงั้นเหรอขอรับ? 〞

〝 ค่ะ! พวกเรามาที่นี่เพราะต้องการหาข้อมูลของบอสหน่ะค่ะ 〞และก็ได้ซิลเวียเข้ามาช่วยพูด เพราะดูเหมือนทั้งคู่จะพอรู้จักกันอยู่ กรเลยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเธอแทน

 

〝 แต่ว่าเรื่องนั้น... 〞หัวหน้าอัศวินพูดอ้ำอึ้งพร้อมกับเหล่มองกรอยู่เนืองๆ เห็นได้ชัดเลยว่าเขาไม่ไว้ใจกร

〝 ไม่ต้องห่วงค่ะ! พวกเราแค่ดูอย่างเดียวจนกว่าราชินีฟีโอน่าจะกลับมาก็ได้ค่ะ จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากท่าน เราจะไม่ทำอะไรมากไปกว่านี้แน่นอนค่ะ! 〞ซิลเวียว่าไปแบบนั้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจนยากจะปฏิเสธ และก็แน่นอนว่านั่นทำให้หัวหน้าอัศวินปฏิเสธไม่ลง

 

〝 ทราบแล้วขอรับ... ถ้าท่านซิลเวียกล่าวเช่นนั้นหล่ะก็ 〞

〝 ขอบคุณมากเลยค่ะ! 〞

          ซิลเวียตอบกลับหัวหน้าอัศวินที่ยอมแพ้ไปแล้วอย่างร่าเริง ก่อนที่จะวิ่งเตาะแตะไปหากรที่ยืนอชรออยู่ข้างๆรถม้า

 

〝 สำเร็จแล้วหล่ะกร! พวกเราได้รับอนุญาตแล้วค่ะ! 〞

〝 เห... จะทำก็ทำได้นี่นา 〞

 

เอาเถอะ... ให้คนรู้จักคุยกันมันก็ง่ายกว่าอยู่แล้วแหล่ะนะ

          กรคิดแบบนั้นในขณะที่พูดตอบซิลเวีย นั่นเลยทำให้เธออมยิ้มออกมาด้วยความดีใจ แต่กรก็ไม่ได้สังเกตอยู่ดี...

 

〝 อ้อ! แล้วก็ถ้าจะไปสังเกตบอส ฉันมีที่ดีๆอยู่นะคะ 〞

〝 ...ไว้ใจได้แน่นะ? 〞

〝 เชื่อใจกันหน่อยสิคะโถ่! 〞

 

แล้วยัยนี่ก็ทำแก้มป่องอีก... เอาเข้าไป

แต่ก็นะ... ไหนๆก็แนะนำมาแล้วก็มีแต่ต้องไปนั่นแหล่ะนะ

 

〝 งั้นฉันไปเรียกทุกคนก่อน ฝากนำทางด้วยละกัน 〞กรว่าแบบนั้นแล้วก็เดินไปเรียกพวกมีอา

〝 ไว้ใจได้เลยค่ะกร! 〞

           โดยมีซิลเวียอมยิ้มให้เขาอยู่ด้านหลังเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้...

 

❖❖❖❖❖

 

หลังจากนั้นยัยบ้านี่ก็นำทางพวกเราไปยังพื้นที่หลังราชวัง

เพราะมันใกล้เองแหล่ะนะ พวกเราเลยเดินไปเอง ถึงจะบอกพวกคนรับใช้ว่ามารถม้าก็เถอะ ไม่งั้นเดี๋ยวกังวลกันเปล่าๆ

 

ทางขึ้นมันค่อนข้างชัน แต่เห็นว่าเป็นที่ที่ดีเพราะเป็นมุมที่เห็นบอสได้จากมุมสูงเพราะงั้นก็คงเป็นบนเขานี่แหล่ะนะ

แล้วเราก็ใช้เวลาเดินทางไม่นานนัก ก็มาถึงพื้นที่ที่ว่าจนได้...

 

〝 เห๋... 〞เมอร์ลินพูดขึ้นโดยไม่รู้ตัวเมื่อขึ้นมาจนถึงจุดที่เป็นหน้าผา ซึ่งทั้งยาวและกว้างด้วยความประทับใจ

 

          ที่ๆทุกคนขึ้นมานั้น เป็นพื้นที่ที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงแทบจะตั้งฉากกับพื้นเรียงรายไปทั่ว ส่วนจุดที่พวกกรยืนอยู่นั้นเรียกได้ว่าพิเศษยิ่งกว่านั้น คือ เป็นหน้าผาที่งอกยาวจากส่วนของภูเขาไกลออกไปเป็นพื้นที่กว้างขวางแบบสุดๆราวหนึ่งกิโลเมตรเห็นจะได้ พื้นดินเป็นสีน้ำตาลและมีหญ้าขึ้นเพียงเล็กน้อย และมีต้นไม้อยู่สองถึงสามต้น ขนาดสูงร่วม 3 เมตรอยู่บริเวณขอบหน้าผาราวกับเป็นจุดนั่งพัก

 

〝 ตรงต้นไม้นั่นแหล่ะค่ะ! เป็นจุดดีเยี่ยมที่เอาไว้ดูบอสจากระยะไกลเลยนะคะนั่น! 〞

〝 เข้าใจแล้วๆ! 〞

          กรยิ้มแห้งๆให้กับซิลเวียที่ชี้ไปทางนั้น แล้วก็ออกเดินไปด้วยกัน

 

〝 เป็นที่ที่สงบดีเนอะกร 〞มีอาว่าพลางเข้ามาเดินข้างๆกรพร้อมๆกับเมอร์ลินและทุกๆคน

〝 นั่นสินะ แต่ถ้ามีหญ้าขึ้นมากกว่านี้ซักหน่อยก็น่าจะดีหล่ะนะ 〞กรว่าพร้อมกับมองไปรอบๆ

〝 อื้มๆ เห็นด้วยเลย 〞เมอร์ลินพยักหน้าหงึกๆตามความเห็นของกร

〝 ปิคนิคก็คงเหมาะดีสินะคะนายท่าน 〞ชาลอตว่าพร้อมกับสังเกตรอบไปพร้อมกับกร

〝 โอ้! ความคิดดีนี่นา นี่ถ้าได้ขนมของซาช่าด้วยนะนี่แจ่มไปเลย 〞กรว่าด้วยรอยยิ้ม

〝 น่าสนุกดีนะคะ 〞ซาช่าว่าแล้วก็ยิ้มพลางหัวเราะคิกคักอย่างพอใจ

〝 บรรยากาศดีแบบนี้เหมาะกับการแต่งหนังสือด้วยนะคะ อื้มๆ! 〞คาเรนว่า

〝 ชวนนอนหน่ะซี้〜 พี่สาวว่า 〞ลิลิธว่าพลางหาวหวอดใหญ่ เพราะบรรยากาศที่แสนสงบ

〝 เห็นด้วย... นอนหนุนตักคุณกรในที่แบบนี้... ฟิน... 〞ริต้าว่าด้วยตาง่วงๆของเธอพลางขยับเข้าไปคลอเคลียกรจากด้านหลัง

〝 แล้วก็ให้คุณกรหนุนตักฉันอีกต่อ แบบนั้นดีไหมคะ!? อา... แค่คิดก็ฟินไปถึงต่อไหนแล้วค่ะ 〞เช่นเดียวกับเรเชลที่พูดพลางเอามือทาบแก้มตัวเองในขณะที่จินตนาการภาพที่ว่าไปก่อนแล้ว

〝 พวกเธอเนี่ยน้า พูดซะอยากเปลี่ยนเป้าหมายเลย... งั้นเอางี้ คราวนี้เราตั้งแคมป์ไปด้วย ศึกษาพลังของบอสไปด้วยเลยเป็นไง? 〞

〝〝〝 เห็นด้วย!!! 〞〞〞

          กรว่าแบบนั้นด้วยรอยยิ้ม แล้วทุกคนก็ตอบกลับกรด้วยรอยยิ้มแบบเดียวกัน

          ทุกคนเดินไปพลางคุยเล่นไปพลางเพราะถูกบรรยากาศแสนสงบดึงดูด แสดงรอยยิ้มให้กันและกันดังเช่นทุกที...

 

          แต่หารู้ไม่ว่าความสงบดังกล่าว... มันคือลมสงบก่อนที่พายุลูกใหญ่จะมาต่างหาก...

 

วูม.....

          ในขณะที่ทุกคนกำลังเดินไปยังต้นไม้ดังกล่าว... จู่ๆ ข้างหน้าของพวกกรห่างออกไปเพียง 20 เมตร กลับมีวงเวทย์วงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ามนุษย์ทั่วไปปรากฏขึ้นในแนวตั้งฉากกับพื้นเสียได้

          นั่นทำให้ฝีเท้าของกรและพรรคพวกรวมถึงซิลเวียหยุดกึกในทันที โดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลยซักคนยกเว้นกร

 

〝 อะไรวะนั่น... 〞

 

ฉันรีบทำใจให้เย็นแล้วใช้รีดดิ้งอายส์อ่านวงเวทย์ดังกล่าวในทันที

ถึงได้รู้ว่ามันเป็นวงเวทย์วาร์ป และเป็นแบบมาขาเดียว...

 

นั่นหมายความว่า ไอ้วงเวทย์นี่เป็นเวทย์ที่ใช้ส่งคนจากที่ไหนซักแห่งมายังที่นี่นั่นเอง...

แต่เราคงไม่รู้ว่าเป็นใครจนกว่ามันจะโผล่มา

 

〝 วงเวทย์นั่นมัน... 〞

〝 เมอร์ลิน? 〞

          กรเอียงคอสงสัยให้กับคำพูดของเมอร์ลิน ที่ทำเหมือนคุ้นเคยกับวงเวทย์นั้น เช่นเดียวกับทุกๆคนที่แสดงความสงสัยเช่นเดียวกันออกมา เหงื่อเย็นๆก็เริ่มผุดขึ้นทั่วร่างด้วยความกังวล รวมถึงซิลเวียเองก็ป้องกันด้วยสัญชาติญาณเช่นกัน

          แล้วเพียงชั่วอึดใจ คำตอบของคำถามในใจก็ปรากฏขึ้น...

 

          ที่เดินออกมาจากวงเวทย์ มีชายที่เดินนำหน้ามาคนนึง ตามด้วยผู้ติดตามเป็นชายหญิงอย่างละคน

          ผู้ติดตามชายไว้ผมสั้นคล้ายรองทรง ส่วนผู้หญิงไว้ผมมัดจุกสองข้าง โดยสวมเครื่องแต่งกายคล้ายกับชุดฝึกกังฟูสีขาวทั้งตัวเช่นเดียวกัน

          แตกต่างจากผู้ที่เดินนำออกมาจากวงเวทย์อย่างสิ้นเชิง แต่หาใช่เครื่องแต่งกายที่แตกต่างไม่... บรรยากาศที่แผ่ออกมาต่างหากที่แตกต่าง

 

อึก....

          พริบตาที่สายตาและประสาทสัมผัสทั่วกายสัมผัสกับชายคนนี้ กรก็ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอไปโดยไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

 

ไอ้หมอนี่... แข็งแกร่ง...

          กรรู้ได้ด้วยสัญชาติญาณในพริบตา แม้จะไม่ต้องใช้หน้าต่างตั้งค่าตรวจสอบ ด้วยออร่าที่ชายคนนี้แผ่ออกมาทั่วร่าง

          ไม่ว่าใครต่างก็ต้องขนลุกไปตามๆกันเมื่อได้สัมผัสกับบรรยากาศรอบตัวของผู้ที่แข็งแกร่งดังเช่นชายคนนี้ นั่นทำกรขมวดคิ้วแน่น และเริ่มเข้าสู่โหมดต่อสู้ที่จริงจังไม่แพ้ตอนที่สู้กับบอสมอนสเตอร์เลยทีเดียว

         

          ชายคนที่เดินนำมา... เป็นชายที่ไว้ผมด้านหน้าแบ่งกลางสีขาวยาวบริสุทธิ์จนถึงเอว ดวงตาสีน้ำเงินหยก ส่วนสูงสูงถึง 190 เซนติเมตร กล้ามเนื้อทั่วร่างมีพอประมาณแต่เหมือนจะน้อยกว่ากรเสียอีก ทว่าร่างกายที่มีกล้ามเนื้อพอประมาณนั่นไม่ได้ทำให้ราศีของเขาดูด้อยเลย

          กลับกัน... ร่างกายที่อรชรแต่ยังดูหนักแน่นราวกับจอมยุทธจีนนั่นกลับดูน่าเกรงขามกว่าเสียอีก แถมชุดสีดำที่สวมซึ่งราวกับหนังจีนย้อนยุคที่กรรู้จักเองก็ด้วย เห็นได้ชัดเลยว่าเขาคนนี้เป็นยอดฝีมือหรือจอมยุทธ์สมกับรูปลักษณ์ภายนอกแน่นอน

          หากดูจากรูปลักษณ์ภายนอกอายุคงแค่ 20 ปีต้นๆเท่านั้น แต่ใครๆต่างก็เดาได้แน่ว่านั่นไม่ใช่อายุจริง

 

          โดยที่ไม่สนการ์ดที่กำลังตั้งรับของพวกกร หรือท่าทางที่กำลังตกตะลึงอยู่ของพวกกร ชายคนนี้พร้อมด้วยลูกศิษย์ทั้งสองก็ยังคงก้าวเข้าประชิดกรเรื่อยๆ

 

〝 มิเจอกันนาน เมอร์ลินสหายข้า... 〞

〝 !!!? 〞

          ชายคนนี้กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆทว่าหนักแน่นยิ่ง พร้อมกับมองข้ามกรไปยังจุดที่เมอร์ลินยืนอยู่ นั่นสร้างความประหลาดใจให้กับพวกกรไม่น้อย

          ในสภาพการณ์ที่น่ากังวลและน่าสงสัยเช่นนี้... คงมีเพียงกรเท่านั้นที่พอจะเดาได้แล้วว่าชายคนนี้คือใคร

 

〝 เมอร์ลิน 〞

〝 อย่างที่นายคิดนั่นแหล่ะ 〞

          เมอร์ลินตอบกลับกรด้วยน้ำเสียงไร้ความกังวลราวกับอ่านใจเขาได้ไปแบบนั้น ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า

 

〝 หมอนี่คือ จิ๋นหลี่ หนึ่งในมหานักปราชญ์... เป็นเพื่อนของฉันเอง 〞

          เมอร์ลินว่าแบบนั้นแล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แล้วพอเห็นแบบนั้น สาวๆเลยวางการ์ดลงนิดหน่อยเพราะเห็นว่าเป็นคนรู้จักของเมอร์ลิน

 

          มีเพียงกรเท่านั้นที่... วางการ์ดไม่ลง

 

หนัก... เจ้าหมอนี่... บรรยากาศแบบนี้มันอะไรกัน!?

          กรยังคงเหงื่อไหลไคลย้อยไม่หยุด และรับรู้ได้แม้จะไม่ต้องสื่อสารกับคนที่ชื่อจิ๋นหลี่คนนี้ ว่าเขากำลังจดจ้องมาที่กรอยู่...

          ในขณะที่ยังกังวล จิ๋นหลี่ก็ย่างเข้าใกล้กรมากขึ้น จนกระทั่งหยุดลงตรงจุดที่ห่างจากกรเพียง 2 เมตร และมองกรจากด้านบนราวกับผู้ที่เหนือกว่าทั้งนัยตรงและนัยยะ

 

          ...มองด้วยสายตาราวกับสนใจที่ตัวเด็กหนุ่มคนนี้เป็นพิเศษตั้งแต่แรก

 

〝 งั้นรึ... เจ้าคืออุษณกรหล่ะสินะ... 〞

          จิ๋นหลี่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม แต่ในแววตาสีน้ำเงินหยกของจิ๋นหลี่นั้น ยังคงไม่คลาดไปจากการจดจ้องกรที่ขยับไม่ได้แต่อย่างใด




NEKOPOST.NET