[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย ตอนที่ 10 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[Juti: Cheaters Party] ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย

Ch.10 - สภาพแวดล้อมมักเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเสมอ ตอนแรก


 

ตอนที่ 10 : สภาพแวดล้อมมักเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเสมอ ตอนแรก

 

 

อืม.........

......รายละเอียดข้อมูลจำเพาะ / คลังข้อมูลความทรงจำ / ตั้งค่าสเตตัส / ตั้งค่าปาร์ตี้ / ตั้งค่าสมาชิกปาร์ตี้ / อ็อปเจ็คโดยรอบ / บุคคลโดยรอบ / แผนที่ดันเจี้ยน / แผนที่โลก /  เรดาร์ตรวจจับสิ่งมีชีวิต / เรดาร์ตรวจจับสิ่งไม่มีชีวิต / คลังสูตรวัสดุและแร่ธาตุ / คลังสูตรอาหาร / คลังตำราอาวุธ / คลังตำราเครื่องป้องกัน / คลังตำราเครื่องประดับ.....

 

          ในดันเจี้ยนที่ปิดตายจากโลกภายนอก ไม่ว่าจะมองไปทางซ้ายหรือทางขวา หน้า หลัง บนหรือล่างก็เป็นอิฐ หินและดินเต็มไปหมด แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ทั้งยังเพิ่งผ่านประสบการณ์เฉียดตาย  ไม่สิ.....ฟื้นขึ้นมาจากความตายมาหมาดๆ แต่กรก็ยังคงไล่ดู『หน้าต่างตั้งค่า』จำนวนมากที่ลอยอยู่ในระดับสายตา รอบตัวเขาอยู่จำนวนกว่า 20 แผ่นอย่างใจเย็น แม้ก่อนหน้าจะตกใจกับหน้าต่างจำนวนมากที่ปรากฏขึ้นกะทันหันตรงหน้าก็ตาม แสดงให้เห็นเลยว่าจิตใจของกรนั้นแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมากพอสมควร

 

.....ตั้งค่าค่าประสบการณ์ / ตั้งค่าอัตราการดรอปไอเทม / ตั้งค่าอาชีพ / คลังอาชีพ / ตั้งค่าสกิล / คลังสกิล / นูเมรัลดิสเพลย์ / ตั้งค่าหน้าต่างตั้งค่า

 

......มีทั้งหมด 24 แผ่นเลยแฮะ... เยอะไปไหมเนี่ย! 

แต่ละอันนี่แค่อ่านหัวข้อก็รู้แล้วว่าโกงขนาดไหน....  แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้แย่อย่างที่คิด

 

ก็แหม...ไอ้ตอนแรกนี่คิดไปว่าจะถึงขั้นปรับโครงสร้างโลกหรืออะไรทำนองนั้นได้เลยนา .....ถ้าเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริงละก็น่ากลัวพิลึกเลยหล่ะ... หมายถึงตัวฉันหน่ะนะ....

เอาเถอะ....กังวลไปก็เท่านั้น  ตอนนี้ไล่ดูทีละอันก่อนดีกว่า......

 

          แล้วหลังจากนั้นกรก็ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในการศึกษาหน้าต่างทั้งหมด ข้อมูลที่รู้ในตอนนี้ก็คือ หน้าต่างรายละเอียดข้อมูลจำเพาะ จะแสดงข้อมูลทางกายภาพของกรทุกอย่างตั้งแต่ค่าสายตา วันเกิด ความสูง น้ำหนัก มวลกล้ามเนื้อแต่ละส่วน ขนาดรอบอก ขนาดของอวัยยะแต่ละส่วนของร่างกาย ความเร็วในการประมวลผลและตอบสนองไปจนถึงรายละเอียดยิบย่อยอย่างอัตราการเต้นของหัวใจและการทำงานของอวัยวะภายในทุกอย่างอย่างละเอียด ส่วนคลังข้อมูลความทรงจำก็คือ ข้อมูลบันทึกความทรงจำอย่างละเอียดของกร ตั้งแต่วันที่เขาเกิดจนถึงวินาทีนี้อย่างละเอียดพร้อมกับบรรยายสภาพแวดล้อมรอบๆกรในตอนนั้น และข้อมูลทั้งหมดยังถูกแสดงเป็นตัวอักษรออกมาในภาษาไทยอีกต่างหาก

 

          หน้าต่างตั้งค่าสเตตัสเอง แม้จะเขียนแบบนั้น แต่ก็ทำได้แค่ปรับให้น้อยลงเท่านั้น ไม่สามารถปรับได้มากกว่าที่แสดงอยู่ในหน้าต่างสเตตัส กรจึงเลื่อนหน้าต่างไปดูที่ตั้งค่าปาร์ตี้และตั้งค่าสมาชิกปาร์ตี้ต่อไป ดูเหมือนว่าสมาชิกปาร์ตี้ทั้งหมดจะสามารถตั้งค่าได้เช่นเดียวกับตัวกรเอง และจำนวนสมาชิกปาร์ตี้จะเพิ่มได้จากระดับความหายากของสกิล『ตั้งปาร์ตี้』 ดังนั้นกรที่มีสกิลนี้อยู่ในขั้นกลางสามารถจึงมีสมาชิกได้ทั้งหมด 4 คน แต่กรที่ตัดสินใจแล้วว่าจะพิชิตดันเจี้ยนนี้ด้วยตัวคนเดียวโดยไม่หวังความช่วยเหลือจากใคร จึงได้เลื่อนหน้าต่างทั้งสองออกไปจากทัศนวิสัยแล้วก็ดูหน้าต่างต่อไป

 

          หน้าต่างอ็อปเจ็คและบุคคลโดยรอบ ทั้งสองหน้าต่างจะแสดงรายชื่อของเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาโดยไม่รวมพวกมอนสเตอร์ และยังสามารถล่วงรู้ข้อมูลจำเพาะของสิ่งนั้นๆและคนนั้นๆได้อย่างละเอียดเช่นเดียวกับหน้าต่างรายละเอียดข้อมูลจำเพาะของตัวกรได้อีกด้วย ส่วนแผนที่ของดันเจี้ยนและของโลกที่แยกออกจากกัน  นั่นเป็นเพราะรายละเอียดบนแผนที่ต่างกัน โดยแผนที่โลกนั้นแม้จะไม่ได้แสดงตำแหน่งของดันเจี้ยนเลยซักที่ก็ตาม แต่ชื่อและประวัติความเป็นมา รวมถึงรายละเอียดยิบย่อยอื่นๆของพวกภูเขา ลำธาร หมู่บ้าน แม้กระทั่งอาณาจักรและเส้นแบ่งเขตการปกครองทุกแห่งก็ยังมีอยู่ แต่ที่แสดงผลออกมานั้นกลับเป็นแบบแผนที่กระดาษทั่วไปแม้มันจะลอยอยู่ก็ตาม

          ส่วนแผนที่ของดันเจี้ยนนั้นแสดงเป็นรูปโฮโลแกรม 3 มิติ สามารถบังคับภาพ 3 มิตินั่นให้เห็นทุกส่วนได้อย่างละเอียดทั้งยังซูมเข้าออกได้อย่างอิสระอีก ซึ่งนั่นก็ทำให้กรล่วงรู้เส้นทางต่างๆทั้งหมดในดันเจี้ยนแห่งนี้ได้เลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามแผนที่ดันเจี้ยนแห่งนี้มันไม่ได้แสดงตำแหน่งของพวกมอนสเตอร์เลยแม้แต่น้อย แต่หากใช้หน้าต่างเรดาร์ตรวจจับสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตที่อยู่ใกล้ๆกัน ผสมผสานควบคู่ไปด้วยกัน ก็จะสามารถหาตำแหน่งมอนสเตอร์ได้ไม่ยาก แต่กรก็มีสุดยอดการประมวลผลอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้เรดาร์ในการหามอนสเตอร์เลยแม้แต่น้อย เพราะแม้ก่อนหน้านี้เขาจะสัมผัสตัวตนของมอนสเตอร์ตัวที่ 6 ที่ตัดแขนซ้ายเขาไม่ได้ แต่นั่นเป็นเพราะเขาประมาทไปเอง เพราะยังไงแม้จะมันอาจจะวาร์ปมาก็ตามที แต่ก็ต้องมีจังหวะที่สัมผัสกับพื้นหรือเสียดสีกับอากาศเล็กน้อยแน่นอน กรในตอนนี้นั้นมีแต่ความแน่วแน่และมั่นใจในตัวเอง แต่ก็ไม่ได้หลงตัวเองแต่อย่างใด การประมาทแบบนั้นจึงเป็นไปไม่ได้อีกแล้วสำหรับกรในตอนนี้

 

          ส่วนพวกคลังข้อมูลที่แยกประเภทออกมามากมายนั้น ก็ตามที่ชื่อของมันบอก มันเป็นหน้าต่างที่รวบรวมตำราในการประกอบอาหาร ผสมวัสดุและแร่ธาตุ สร้างอาวุธและชุดเกราะอย่างละเอียด มีกระทั่งรายละเอียดของวัสดุทั้งหมดที่ใช้ทำพร้อมกับเทคนิคในการทำอีกด้วย แม้ตอนนี้กรจะคิดว่าไม่จำเป็น แต่ในอนาคตข้างหน้าอาจจะได้ใช้เพื่อเอาตัวรอดไม่ทางใดทางหนึ่งก็เป็นได้ กรจึงได้ไล่ดูตำราที่คิดว่าจำเป็นไว้คร่าวๆ เพื่อถึงคราวจำเป็นจะได้เปิดหาตำรานั้นได้อย่างรวดเร็ว

 

อืม... เท่าที่ไล่ดูมา ไอ้หน้าต่างมหาโกงพวกนี้นี่มันก็โกงจริงๆนั่นแหละ หวังว่าโลกนี้คงไม่มีระบบส่งจดหมายไปฟ้องพระเจ้าว่ามีคนโกงหรอกนะ....หะหะห่ะ!

แต่ว่า.....หน้าต่างส่วนใหญ่ก็เป็นของที่ฉันในตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้ละหน่ะ…  ที่เข้าท่าที่สุดก็คงเป็น『แผนที่ดันเจี้ยน』นั่นหล่ะ ที่พอจะใช้ประโยชน์ได้ในตอนนี้... ไอ้เด็กนั่นคงไม่ว่าอะไรเราหรอกน่ะ ถ้าจะใช้สูตรโกงนี่หน่ะ.....

 

แต่... ก็...

ไอ้ที่ไล่ดูไปเมื่อกี้ ถึงจะโกงก็เถอะแต่ก็รู้สึกว่ายังไม่สุดเลยแฮะ..... ที่ทำให้รู้สึกแบบนั้นก็เป็นเพราะอีก 8 หน้าต่างที่เหลือนั่นหล่ะ... ทำไมงั้นเหรอ? นั่นก็เพราะ....

 

ไอ้หน้าต่างพวกนั้นมันเกินขอบข่ายของคำว่าโกงไปแล้วหน่ะสิ!!!

ก็มันมีที่ไหนกันเล่า... ที่ในเกมมันให้สิทธิผู้เล่นปรับเรตค่าประสบการณ์ที่ได้รับเอาเองหน่ะ ถึงนี่มันจะไม่ใช่ในเกมก็เถอะนะ...

 

แถมยังมีให้ปรับค่าเติบโตเอาเองอีกต่างหาก อีแบบนี้จะมีสกิล『เติบโตยิ่งยวด』ไปทำไมเนี่ย!!!

 

อัตราการดรอปไอเทมก็ด้วย!!!  แถมมีให้เลือกด้วยแหน่ะว่าจะให้โอกาสดรอปออกมาเป็นวัสดุ อาหาร ตำราสกิล อาวุธหรือไอเทม 

แค่ปรับได้เฉยๆก็โกงแล้ว  นี่ยังจะเลือกได้อีกว่าจะให้ดรอปอะไรบ้าง... แถมจำนวนที่ออกมาก็ไม่จำกัดซะด้วย  ก็หมายความว่าถ้าปรับโอกาสดรอปให้เป็นอาวุธ 100% อาวุธดรอปที่เป็นไปได้ทั้งหมดของมอนสเตอร์ตัวนั้นก็จะดรอปออกมาหมดเลยยังไงหล่ะ ถึงของที่ออกมาจะไม่ซ้ำกันก็เถอะ แต่ก็ยังโกงโคตรเลยใช่ไหมหล่ะ!

 

ส่วนตั้งค่าอาชีพ... ใช่เลยหล่ะ! อันนี้แหล่ะที่รอคอย! ก็แหม... ฉันในตอนนี้มันไม่มีอาชีพนี่นา... แถมในคลังอาชีพก็มีให้เลือกเยอะโคตรเลยด้วย นี่มันจะเกินไปแล้ว!!!

แต่มันไม่ใช่แค่นั้นหน่ะสิ...  เพราะไอ้ตั้งค่าอาชีพนี่หน่ะมันเขียนว่า【สามารถเลือกใส่อาชีพได้ 3 อย่าง】 เลยนะเฟ้ย!!! ไม่ใช่ว่ามีกันได้คนละอย่างหรอกเหรอ!? อีแบบนี้มันยิ่งโกงเข้าไปใหญ่!

 

พูดถึงอาชีพแล้วก็พูดเรื่องสกิลด้วยเลยแล้วกัน….

ไอ้สกิลที่อยู่ในคลังเองก็มีสกิลพื้นฐานของทุกอาชีพหมดเลยด้วย... สกิลโจมตีพื้นฐานของทุกสายอาชีพ สกิลป้องกัน สกิลเสริมพลังและสกิลติดตัวพื้นฐานทั้งหมดเองก็มีด้วยเหมือนกัน ขนาด『ภูผาแกร่ง』กับ『ป้องกันขั้นสุดยอด』ที่พวกรินได้มาตอนแรก ก็ยังมีอยู่ในคลังด้วย... ไม่ใช่แค่นั้น....ในช่องสกิลพิเศษยังมี『ราชสีห์ขู่คำราม』ที่น่าจะเป็นสกิลที่ฮันซี่ใช้ตอนที่ฉันโดนเสือมันประจานก็ยังมีเลย

แถมสกิลในสายผลิตก็ยังมีครบหมดเลยด้วย... ฟังดูโกงโคตรเลยใช่ไหมหล่ะ... แต่ยังไม่พอหรอก...ของจริงมันอยู่ที่ตั้งค่าสกิลต่างหาก... ทำไมงั้นเหรอ?

 

ก็เพราะในหน้าต่างตั้งค่าสกิลที่ว่า มันปรับระดับความหายากของสกิลได้ด้วยนะสิ!!!!!

แบบนี้ไม่ใช่แค่ได้สกิลมาหมดเลยเท่านั้น.... ยังสามารถปรับทุกสกิลให้อยู่ในระดับสูงสุดได้อีกต่างหาก แบบนี้มันยิ่งกว่า GM แล้ว!

แต่เอาเถอะดูเหมือนมันจะปรับระดับของพวกสกิลต้นฉบับกับ『ตั้งค่าขั้นกลาง(ต้นฉบับ)』ไม่ได้...

แต่แค่นี้ก็พอแล้ว!  ขืนทำได้มากกว่านี้ฉันจะยิ่งกลัวตัวเองเข้าไปใหญ่

 

ส่วน『Numeral Display』(นูเมรัลดิสเพลย์) นี่ ดูเหมือนจะเป็นแค่หน้าต่างเดียวที่หัวข้อมันเขียนด้วยอักษรภาษาอังกฤษ เพราะงั้นความหายของมันเลยค่อนข้างคลุมเครือ...แต่พออ่านคำอธิบายแล้ว...

ไอ้นูเมรัลดิสเพลย์ มันคือหน้าต่างที่มีไว้ใช้แสดงค่าต่างๆที่อยู่รอบตัวเราทั้งหมดให้เป็นตัวเลขแล้วแสดงค่าออกมายังไงหล่ะ....  สามารถแสดงได้แม้กระทั่งค่า HP(พลังชีวิต) ของมอนสเตอร์ที่ปกติไม่ถูกจัดอยู่ในสเตตัส  ค่าพลังโจมตีที่คำนวณออกมาเสร็จสิ้นแล้วของมอนสเตอร์ ค่าพลังโจมตีอย่างต่ำที่ต้องใช้ในการปราบมอนสเตอร์ตัวนั้น แถมมีคำนวณระยะเวลาในการต่อสู้กับมอนสเตอร์ตัวนั้นโดยใช้สเตตัสกับสกิลของฉันเป็นตัวแปร รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะพ่ายแพ้ก็ยังแสดงออกมาเป็นตัวเลขให้เลยด้วย...

ขอบอกคำสั้นๆให้กับไอ้หน้าต่างนี่...........โกงสลัดเลยเฟ้ย ไอ้บ้าเอ๊ยยยยย!!!!!!!

 

ส่วนไอ้หน้าต่างสุดท้าย ตั้งค่าหน้าต่างตั้งค่านี่หน่ะ....ก็อย่างที่บอก มันเป็นหน้าต่างที่คุมการทำงานทั้งหมดของหน้าต่างตั้งค่าที่ลอยอยู่รอบๆตัวฉัน....  ไอ้ตอนแรกก็ไม่คิดว่ามันโกงเท่าไหร่หรอก....แต่พออ่านรายละเอียดเท่านั้นแหล่ะ..... รู้รึเปล่าว่ามันเขียนว่ายังไง....

มันเขียนว่า【ต้องการให้สกิลนี้ทำงานแบบแมนนวลหรืออัตโนมัติ?】ยังไงหล่ะ ก็ฟังดูไม่แปลกเท่าไหร่ใช่ไหม... แต่ไม่ใช่เลย ไอ้ที่พูดนั่นหน่ะมันหมายความว่า ถ้าปรับให้ทำงานอัตโนมัติ มันก็จะใช้ได้ตลอดเหมือนกับเป็นสกิลติดตัวเลยต่างหากหล่ะ แถมถ้าเกิดตั้งค่าเรดาร์ให้ตรวจจับมอนสเตอร์ในระยะที่ต้องการ ถึงปิดสกิลไป แต่ถ้าตั้งค่าอัตโนมัติมันก็จะเตือนเราแล้วหน้าต่างก็จะขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ทั้งยังแสดงตำแหน่งมอนสเตอร์ที่ว่าให้อีกด้วย...

 

ฮะฮ่ะ... ไอ้หน้าต่างพวกนี้มันเหมือนกับจะทำมาเป็นคอมโบยังไงอย่างงั้นเลยแฮะ... พอของโกงๆมาอยู่ด้วยกันมันเลยทำให้โกงเข้าไปใหญ่ แถมคุณสมบัติแต่ละอย่างยังเข้าขากันได้อย่างมีประสิทธิภาพและลงตัวพอดีอีกต่างหาก  เหมือนเกิดมาคู่กันเลยนี่นะ

....ถ้าจะเรียกไอ้พวกนี้ว่าเซ็ทโคตรโกงแห่งศตวรรษก็ไม่เกินไปเลยด้วยซ้ำ แต่นี่มันใกล้เคียงโปรแกรมโกงมากกว่าซะอีกแฮะ..... 

 

หะหะห่ะ!!!!  เป็นอีกครั้งที่รู้สึกจากใจจริงๆเลยหล่ะว่า〝จะไอ้หน้าไหนก็ดาหน้าเข้ามาได้เลย เดี๋ยวพ่อจะซัดให้คว่ำเลยคอยดู!!!!〞ยังไงอย่างงั้นเลย....

 

〝หะหะห่ะ!!!!!!!〞

          แล้วกรก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งให้กับความสามารถที่มีมากเกินไปของตัวเอง นั่นก็เป็นเพราะเขาไม่รู้จะทำยังไงกับสภาพแบบนี้ของตัวเองดีก็ด้วย และก็เพื่อเป็นการปรับสภาพจิตใจไปในตัว กรเลยคิดว่าแทนที่จะลงไปนั่งกลุ้มใจอย่างหดหู่ ก็หัวเราะสู้ออกมาดังๆอย่างร่าเริงเสียจะดีกว่า

          แต่ก็เพราะแบบนั้นเอง... ที่ทำให้กรชะล่าใจ(เหลิง)ไปกับความแข็งแกร่งนั้นจนลำบากทีหลัง และได้รับบทเรียนราคาแพงกลับมาอีกครั้ง

 

เอาเถอะ... คิดในแง่บวก คือ ตอนนี้ฉันเก่งขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลย  การพิชิตดันเจี้ยนต้องง่ายขึ้นแหงอยู่แล้ว...

ยังไงเป้าหมายของเราในตอนนี้ก็คือ พิชิตดันเจี้ยนและก็ไปบอกขอบคุณไอ้เด็กนั่นซักคำแหล่ะนะ.....

 

เพราะงั้นฉันจะไม่สนวิธีการอะไรทั้งนั้น...  ถ้าเกิดมีคนมาขวางก็จะอัดให้เละ... ถ้ามีคนหันคมดาบเข้ามาหา ฉันก็จะบั่นคอมันอย่างไร้ความปราณี….

 

หึๆ....เจ้าพวกนั้นจะรู้สึกยังไงกันน่ะ ถ้ามาเห็นฉันในสภาพนี้....

 

          ในขณะที่กรคิดแบบนั้นเป็นการเตรียมใจก่อนเดินทาง ก็กลับมานึกถึงเพื่อนสนิททั้ง 4 คนของตัวเองอีกครั้ง  คิดว่าเพื่อนๆทั้งหลายอาจผิดหวังก็ได้ที่เขาทำตัวเลือดเย็นเช่นนี้ แต่ก็ได้คิดต่อไปอีกว่าถ้าเกิดตัวเองได้ออกเดินทางคนเดียว เพื่อนของเขาจะรู้สึกยังไง แม้กรจะตัดสินใจออกเดินทางคนเดียวตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่เพราะหากลุยดันเจี้ยนทั้งแบบนี้เลย กว่าจะได้เจอกับเพื่อนสนิทอีกครั้งก็ต้องกินเวลานานพอสมควร ทั้งนี้ก็เพราะกรไม่รู้อะไรเกี่ยวกับดันเจี้ยนแห่งนี้เลยนั่นแหล่ะ    

          ดังนั้น หากพวกเพื่อนสนิทออกค้นหาแล้วไม่เจอตัวกรหรือเห็นเพียงแค่แขนซ้ายนี้ก็ต้องคิดว่ากรเสียชีวิตไปแล้วแน่ นั่นเป็นสิ่งที่กรไม่อยากจะให้เกิด เพราะกรไม่อยากจะเห็นใบหน้าเศร้าสร้อยของทั้ง 4 คนนั่นเอง กรที่กำลังคิดวิธีบอกเพื่อนของเขาทางอ้อมว่าเขายังมีชีวิตอยู่ยังไงนั้นก็มีความคิดผุดขึ้นมาอย่างนึง  จากนั้นก็เดินไปทางศพของก็อบลินที่เขากระหน่ำฟันเสียจนเละเทะจนดูไม่ได้ในตอนแรก แล้วก็หยิบมีดสั้นขึ้นมา พอถึงตรงนั้นศพของก็อบลินก็สลายหายไป เป็นจุดที่กรสงสัยอยู่นิดหน่อย แต่ก็เลิกคิดถึงมันในทันทีเพราะถึงคิดไปก็คงไม่ได้คำตอบอยู่ดี

          หลังจากนั้นกรก็เดินไปหยิบแขนซ้ายที่ขาดไปแล้วของตัวเองขึ้นมา แล้วก็...

 

ชึบ———

        กรก็ใช้มีดสั้นทำสัญลักษณ์ไว้บนแขนของตัวเอง ในตำแหน่งที่อยู่บริเวณข้อมือ นั่นก็เพราะตรงนั้นมีไฝเม็ดใหญ่ที่สังเกตได้ง่าย กรนั้นคิดว่าพวกฮันซี่จะต้องส่งกลุ่มสำรวจมาตามหาฮาวลี่กับตัวเองแน่นอน เพราะลินดาก็รู้ชั้นของดันเจี้ยนแห่งนี้อยู่จากตอนที่แกะคำร่ายที่จุดหนี แล้วพอมาเจอแขนของกรก็ต้องมีการยืนยันอยู่แล้ว โลกนี้ยังไม่มีการตรวจสอบที่แน่ชัด แต่ก็เป็นไปได้สูงว่าจะให้คนรู้จักเป็นคนตรวจสอบ ถึงลักษณะจำเพาะของสิ่งๆนั้น แล้วกรก็เชื่อว่าถ้าเป็นชาญจะต้องสังเกตเห็นสัญลักษณ์นี้แน่ๆ จึงได้เขียนลงไปที่บริเวณนั้นอย่างไม่ลังเล ส่วนสัญลักษณ์ที่เขียนนั้นเป็นรูปภาพเล็กๆแต่ก็สังเกตได้ง่าย โดยวาดเป็นสัญลักษณ์โพธ์ดำ(♠) และมีเครื่องหมายกากบาททับอยู่บนเครื่องหมายที่ว่านั่น พอวาดเสร็จเรียบร้อยกรก็เดินไปข้างหน้าต่อเพื่อหาที่วางให้สังเกตได้ง่ายพลางพูดบ่นกับตัวเองไปด้วย

          แล้วจากนั้นกรก็เดินไปหยิบดาบยาวมือเดียว ซึ่งเป็นของมอนสเตอร์(ที่ตายแล้ว)มาคาดไว้ด้านหลังเป็นอาวุธประจำตัวชั่วคราว ก่อนที่จะเริ่มออกเดิน แต่ว่า...

 

〝เอาหล่ะเสียเวลามามากพอแล้ว…. เริ่มออกเดินทางเลยดีกว่า———!?〞

          แล้วกรก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่อีกครั้ง ก่อนที่จะเดินก้าวแรกออกไป เพื่อหนทางพิชิตดันเจี้ยนแห่งนี้ให้ได้ แล้วขณะที่กำลังเดินออกไปจากทางตันที่อยู่มาตลอดในตอนแรกอยู่นั่นเอง กรก็สังเกตเห็นร่างของชายคนนึง อยู่ในสภาพตัวขาดสองท่อน แต่ทั้งสองส่วนก็ไม่ได้อยู่ห่างกันมากนัก

 

〝.......คุณฮาวลี่〞

          แล้วกรก็เรียกชื่อของอัศวินผู้หาญกล้า ซึ่งยอมแลกด้วยชีวิตของตัวเองเพื่อเข้าปกป้องปาร์ตี้ของกรไว้ออกมาเบาๆ  เพราะเอาแต่ใช้สมาธิกับเรื่องของตัวเองอยู่ตลอดเลยทำให้เพิ่งนึกถึงเรื่องของฮาวลี่ในตอนที่พบศพอีกครั้ง

 

〝ฉันนี่มันไม่ไหวเลยแฮะ......〞

          เพราะคิดว่าตัวเองเกิดลืมผู้มีพระคุณไป กรเลยคิดโทษตัวเองอยู่เล็กน้อยในใจ จากนั้นก็วางแขนของตัวเองลงใกล้ๆกับศพของฮาวลี่เพราะหากฮันซี่เข้ามาตามหาจริงละก็หากมาเห็นฮาวลี่ก็ต้องเห็นแขนของตนด้วยนั่นเอง แล้วกรก็นั่งยองลงใกล้ๆกับใบหน้าของฮาวลี่ แล้วก็ปิดดวงตาทั้งสองของเขาลงด้วยความอ่อนโยน จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนในท่าตรงพลางเอามือทั้งสองผสานกันไว้แล้วแนบกับบริเวณต้นขาของตัวเองเพื่อเป็นการไว้อาลัยให้แก่ฮาวลี่ประมาณ 1 นาที แล้วก็หลับตาพลางนึกถึงเรื่องของเขาตั้งแต่ที่เจอกันครั้งแรกจนถึงตอนที่เขาเสียชีวิตด้วยความเคารพ หลังจากนั้นก็ลืมตาขึ้นมาแล้วก็กลับมายืนตรงอีกครั้ง แล้วกรก็ยื่นมือออกมาข้างหน้าพลางใช้เวทย์ศักดิ์สิทธิ์ครอบคลุมพื้นที่ที่ศพของฮาวลี่และแขนของตัวเองอยู่เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมอนสเตอร์มาเลื่อนตำแหน่งไปจากเดิม แม้จะเป็นการใช้เวทย์ครั้งแรกก็ตาม แต่ก็ไม่มีอะไรผิดพลาดเลยแม้แต่น้อย นั่นก็เพราะเขาทำทุกอย่างด้วยความสุขุมและเยือกเย็นอันเป็นเงื่อนไขสำคัญของจอมเวทย์ไม่ว่าจะที่ไดก็ตามนั่นเอง จากนั้นก็กล่าวประโยคอำลาเป็นครั้งสุดท้ายกับฮาวลี่

 

〝หลับให้สบายนะครับคุณฮาวลี่................ขอบคุณมากครับ สำหรับทุกอย่าง....〞

          กรพูดแบบนั้นกับศพของฮาวลี่ แล้วก็เดินต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง โดยที่ไม่หันหน้ากลับไปมองข้างหลังเลยแม้แต่นิดเดียว

 

❖❖❖❖❖

 

ตึงๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!!!!!!!!!

        เสียงฝีเท้าหนักอึ้งของเหล่ามอนสเตอร์ที่กรไม่มีวันลืม สะท้อนก้องไปทั่วบริเวณเนื่องจากอยู่ในสถานที่ปิดตาย มอนสเตอร์ทั้ง 3 อันประกอบไปด้วยลิซาร์ดแมน ก็อบลินและสเคเลตอนแมน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นมอนสเตอร์ทั่วไปของชั้นนี้ ได้วิ่งกรูเข้ามาตรงที่กรกำลังเดินไปข้างหน้าพร้อมกับเปิดหน้าต่างแผนที่ดันเจี้ยนเพื่อเดินทางไปยังบันไดลงไปชั้นที่ 24 ไปด้วย แต่แม้สถานการณ์จะเป็นเช่นนี้กรก็ยังคงเดินก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและไม่มีท่าทีหวั่นไหวแม้แต่น้อย อีกทั้งความเร็วในการเดินก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยด้วย เหตุผลนั่นก็เป็นเพราะว่า....

 

กี้ๆๆๆๆๆๆ!!!!!!!

ผั๊ว!!!!!!!  ตู้ม!!!!!!!

【เลเวลได้อัพแล้ว! เลเวลได้อัพแล้ว! เลเวลได้อัพแล้ว!】

 

ก๊าซซซซซ!!!!!!!

ผั๊ว!!!!!!!  ตู้ม!!!!!!!

【เลเวลได้อัพแล้ว!】

 

กร็อกแกร็กๆๆๆๆๆๆ!!!!!!!

ผั๊ว!!!!!!!  ตู้ม!!!!!!!

【เลเวลได้อัพแล้ว! เลเวลได้อัพแล้ว!】

 

          มอนสเตอร์ทั้ง 3 ที่เคยสร้างความหวาดกลัวให้กับกรในครั้งก่อนหน้า ได้ถูกกรโจมตีจนหมดสภาพในการโจมตีเพียงครั้งเดียว ทั้งยังกระเด็นไปกระแทกเข้ากับกำแพงเสียจนทะลุเข้าไปอยู่ในนั้นจนเกิดเสียงดังลั่นเลยทีเดียว แถมการโจมตีที่ว่ายังเป็นการใช้แค่หมัดลุ่นๆ โดยที่ไม่ได้ใช้สกิลหรือว่าเวทย์เสริมพลังเลยแม้แต่น้อย แม้จะเป็นแบบนั้น แต่หากมองกลับไปทางข้างหลังของกร ก็จะเห็นมอนสเตอร์จำนวนมากมายและหลากหลายประเภท กำลังอยู่ในสภาพคล้ายคลึงกัน บ้างก็มีหัวมุดเข้าไปอยู่ในเพดาน บ้างก็มีหัวทิ่มจนจมลงไปกับพื้น บ้างก็มีที่ลำตัวท่อนบนกำลังติดอยู่ในกำแพงในสภาพเละเทะจนดูไม่ได้ แม้จะมีบางส่วนสลายไปแล้วบ้างก็ตาม แต่หากมองดูสภาพโดยรวมแล้วก็เป็นที่น่าขบขันไม่ใช่น้อย 

 

〝เฮ้อ! ไอ้แบบนี้มันน่ารำคาญชะมัดยากเลย〞

          แล้วกรก็ถอนหายใจออกมาให้กับสภาพของทางเดินข้างหลังของตัวเองอย่างหน่ายๆ

 

ไอเทมดรอปที่ออกมาก็มีแต่เนื้อ... โคตรจะน่าสะอิดสะเอียนเลย เพราะงั้นเลยไม่ได้เก็บมา

อาวุธเองก็มีดาบมือเดียวของมอนสเตอร์ตอนแรกอยู่แล้ว เลยไม่ได้หยิบอาวุธที่ดรอประหว่างทางมาด้วย...

 

ชุดเกราะเองก็เอาที่ดรอปจากมอนสเตอร์ข้างทางมาใส่แค่พอประมาณเท่านั้น เพราะถ้าใส่แน่นหนาเกินจะเป็นการลดความคล่องตัวไปแทน แบบนั้นเสียเปรียบแน่

เพราะถ้าเกิดมีมอนสเตอร์ประเภทโจมตีทีเดียวตายโผล่มา ชุดเกราะมันไม่มีความหมายเลยนี่นะ...

 

แต่ถึงแบบนั้นก็ยังไม่ได้ใช้ดาบที่ว่าเลยซักนิด... ก็นะ เพราะถ้าพูดถึงอาวุธประจำตัวที่ถนัดที่สุดของฉันก็คือหมัดนี่นะ

เพราะงั้นเลยใช้แต่หมัดลุ่นๆ หวดมอนมาตลอดทาง

 

ให้ตายสิ...ตอนแรกก็กะจะแค่ลองใช้มือเปล่าทดสอบความแข็งแกร่งของตัวเองในตอนนี้ดูก็เท่านั้นแหล่ะ แต่พอเอาเข้าจริง หมัดเดียวก็ปลิวซะงั้น...

ก็นะถึงตอนแรกต้องอัดถึงสองหมัดก็เถอะ แต่พอเลเวลขึ้นมาพอสมควรก็ใช้แค่หมัดเดียวไปซะแล้ว แถมยังเอาซะติดกำแพงอีกแหน่ะ....

 

แล้วถ้าถามว่าสเตตัสของฉันตอนนี้เป็นยังไงหล่ะก็....

 

 

     ข้อมูลสเตตัส

『อุษณกร  วัชรวิรุฬห์ 』เพศ  ชาย   อายุ  17   เผ่าพันธุ์  ยอดมนุษย์อุษณกร  

อาชีพ                 ว่าง                    เลเวล     42

ฉายา     〘การใช้ชีวิตที่ผิดพลาด〙, 〘จุติแบบพิเศษขั้นสุดยอดที่หาได้ยากยิ่ง〙, 〘Give me Your Everything ?〙 ,〘กฎของชั้นก็คือกฎของนาย กฏของชั้นก็คือกฏของชั้น〙,〘ผู้ก้าวล้ำสรรพสิ่ง〙,〘จิตวิญญานเหล็กกล้า〙

 

《พลังโจมตี》                  354,955               《พลังป้องกัน》                       339,905

《พลังเวทย์》                   339,905               《ความต้านทานเวทย์》              348,505

《ความว่องไว》               374,305               《พละกำลัง》                     361,405

 

 

พระเจ้าจอร์จ!!!!  

เลเวล 42 แต่สเตตัสบานเบอะขนาดนี้เลย!!! ตั้ง 3 แสนเชียวนะ!!!

ถ้าถามว่าทำไมมันถึงขึ้นมาเยอะขนาดนี้ทั้งที่ยังอยู่ชั้นเดิมอยู่เลยหล่ะก็....

 

นั่นเป็นเพราะก่อนหน้านี้ฉันปรับค่าเติบโตกับค่าประสบการณ์ที่ได้รับจนเต็มไปเลยหน่ะสิมันถึงได้เป็นแบบนี้หน่ะ 

ค่าประสบการณ์เนี่ยปรับให้ได้รับเพิ่มขึ้นจากปกติ 20 เท่าเลยนะ แถมค่าเติบโตหน่ะตอนแรกมันเขียนว่า 2 แต่มันปรับได้มากสุด 5 ฉันก็ไม่รอช้าที่จะปรับทุกอย่างให้เต็มก่อนที่จะเริ่มสู้กับตัวแรก  แล้วผลมันก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหล่ะ

เท่าที่จำได้ ฉันอัดมอนสเตอร์ระหว่างทางไปทั้งหมด 27 ตัวรวมเมื่อกี้ด้วย ที่เลเวลขึ้นเร็วแบบนี้ต้องเป็นเพราะปรับค่าประสบการณ์เป็น 20 เท่าแหงๆเลย.....

 

หะหะหะ!!! เพราะผลมันเกินคาดอย่างที่คิด ตอนแรกฉันเลยปรับแค่ค่าประสบการณ์นั่นแหละ...  เพราะงั้นจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้แตะหน้าต่างอย่างอื่นเลยนอกจากแผนที่ เพราะคิดว่าจะใช้เวลาอัพเลเวลให้สูงพอจะเอาตัวรอดในชั้นให้ได้ซะก่อนหน่ะนะ..... แต่ผลลัพธ์นี่มัน....

 

....จะว่าเป็นไปตามที่คิดมันก็ใช่อยู่หรอก แต่เหมือนอะไรๆมันจะง่ายเกินไปหน่อยละมั้ง.....

นะ นั่นไงหล่ะ คิดแบบนั้นอีกแล้ว!  ไอ้ลางสังหรณ์ไม่เข้าท่านี่อีกแล้ว...หยุดๆๆ ลืมเรื่องที่กำลังคิดนี่ไปซะ ยังไงอีกไม่นานก็จะถึงทางลงไปชั้นที่ 24 แล้ว เพราะงั้นหล่ะก็เลิกคิดมากดีกว่า....

          ขณะที่กรกำลังคิดไปเรื่อยเปื่อยระหว่างกำลังเดินไปยังบันไดลงชั้นที่ 24 ที่อยู่ตรงหน้า ก็ยังคงไม่คุ้นชินกับลางสังหรณ์ในเรื่องแย่ๆที่จะเกิดขึ้นจริงเสมอของตัวเองเสียที  

          เพราะงั้นจึงไม่ได้คาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่น้อยที่สุดที่เจ้าตัวกำลังคิดถึงอยู่นั่นเลยแม้แต่น้อย

 

❖❖❖❖❖

 

〝อืม.......พื้นที่โดยรอบยังเหมือนเดิมกับชั้นก่อนเลยแฮะ〞

          พอกรลงบันไดมาจนถึงชั้นที่ 24 ที่เป็นชั้นถัดมา ก็พูดบ่นออกมาเล็กน้อยเพราะผิดหวังกับสภาพแวดล้อมที่เป็นเหมือนห้องปิดตายน่าหดหู่เหมือนกับชั้นที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก จึงได้เดินทางต่อไปยังบันไดลงชั้นที่ 25 โดยที่ยังเปิดหน้าต่างแผนที่ดันเจี้ยนไว้อยู่ แต่ในขณะที่กำลังเดินออกจากบันไดมาได้ซักพัก กรก็สัมผัสได้ถึงตัวตนของกลุ่มมอนสเตอร์ถึง 7 ตัวในทางข้างหน้าที่เป็นทางตรงโดยก่อนที่จะถึงกลุ่มมอนสเตอร์นั้น ไม่มีทางเลี้ยวเพื่อหลีกเลี่ยงได้เลยแม้แต่ทางเดียว

 

เฮอะ... เพิ่งมาถึงก็เจอกลุ่มใหญ่ซะแล้วแฮะ  ในชั้นก่อนเจอมากสุดก็แค่กลุ่มละ 6 ตัวเองนะ...

ก็เอาเถอะเราไม่รู้ข้อมูลของดันเจี้ยนนี้เลยนี่นะ... ในหน้าต่างก็ไม่มีบอกรายละเอียดของดังเจี้ยนไว้ซะด้วย แต่ในเมื่อเจ้าพวกนี้มันขวางทางอยู่หล่ะก็ ไม่ว่าจะมีกี่ตัวก็จะฆ่าให้เหี้ยนเลย.... ถึงจะใช้แค่หมัดก็เถอะนะ

 

กริ๊ง!!!

〝!!!!!!!!!!?〞

          พอกรคิดได้แบบนั้นจึงเดินหน้าต่อไปหาพวกมอนสเตอร์อย่างไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย  แต่ในขณะที่กำลังเดินไปอยู่นั้น ก็มีเสียงกระดิ่งดังขึ้นมาในหัวของกร ใช่แล้วมันคือเสียงของหน้าต่างตั้งค่าที่ถูกเปิดขึ้นมานั่นเอง เพราะกรตั้งค่าให้สกิลตั้งค่าของตัวเองเป็นแบบอัตโนมัติเพื่อทดสอบผลลัพธ์ของมันนั่นเอง กรจึงรอผลลัพธ์นั้นอย่างใจจดใจจ่อเลยทีเดียว

 

【ค้นพบมอนสเตอร์ในรัศมี 20 เมตรข้างหน้า! จำนวนคือ 7 ตัว.....】

อันนี้ไม่ต้องบอกก็รู้แล้ว

 

【คำเตือน! มอนสเตอร์ข้างหน้ามีระดับความยากสูงมาก ควรหลีกเลี่ยงการปะทะหากเป็นไปได้!】

หืม ระดับความยากสูงงั้นเหรอ!?

ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่เข้าใจการจัดระดับของดันเจี้ยนหน่ะ  ถึงพูดมาแบบนั้นก็ไม่รู้หรอกว่าใช้อะไรเป็นเกณฑ์....

 

แต่ถึงงั้นถ้าไม่ล้มมันให้ได้ก็ไปต่อไม่ได้ไม่ใช่รึไงกัน เพราะงั้นจะให้หนีนี่ไม่มีวันซะหล่ะ!!!

 

กริ๊ง!!!

          แล้วหน้าต่างอีกอันก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของกรอีกแผ่นโดยอัตโนมัติ หน้าต่างนั่นก็คือ『นูเมรัลดิสเพลย์』นั่นเอง แล้วไม่รอช้า ผลลัพธ์การคำนวณจากที่ใช้สเตตัสและสกิล รวมถึงการกระทำต่างๆที่เป็นไปได้ของกรก็ถูกคำนวณออกมาเป็นค่าตัวเลขที่แม่นยำ

 

【คำเตือน! ความเป็นไปได้ที่จะชนะในการต่อสู้กับมอนสเตอร์ตรงหน้านั้นคือ 32.716%

      เวลาขั้นต่ำที่ใช้ในการต่อสู้คือ 35 นาที 26.256 วินาที

      และจะพ่ายแพ้หากการต่อสู้ยืดเยื้อเป็นเวลา 42 นาที 48.478 วินาที................】

 

          แล้วผลลัพธ์การคำนวณต่างๆก็ออกมามากมาย แต่กรกลับไม่ได้สนใจบรรทัดอื่นเลยนอกเสียจากเปอร์เซ็นชนะของตัวเองที่มีแค่ 1 ใน 3 เท่านั้นเอง

 

เฮ้ยๆ... คำนวณออกมาอีท่าไหนกันเนี่ย

ถึงจะบอกว่ามอนสเตอร์มันเก่งก็เถอะ แต่ในชั้นที่ผ่านมาเมื่อกี้ชัดอัดมอนสเตอร์ตายในหมัดเดียวเลยนะ...แค่ลงมาชั้นเดียวความต่างของสเตตัสคงไม่เยอะขนาดนั้นหรอกน่า.....

 

          กรที่คิดว่าการคำนวณของนูเมรัลดิสเพลย์อาจจะเกิดการผิดพลาดขึ้น จึงได้เดินย่องไปใกล้มอนสเตอร์จนกว่าจะมองเห็นตัวอย่างชัดเจนเพื่อให้สามารถใช้สกิลตรวจสอบได้ แล้วพอลองตรวจสอบดู ก็ได้ผลลัพธ์ที่น่ากลัวออกมา...

 

 

『ลิซาร์ดแมนเพลิง』                เลเวล     718

《พลังโจมตี》                  521,548               《พลังป้องกัน》                       548,951

《พลังเวทย์》                   589,521               《ความต้านทานเวทย์》              579,895

《ความว่องไว》               514,895               《พละกำลัง》                     578,954

 

 

เฮ้ยๆ เอาจริงเหรอวะเนี่ย!?

ในชั้นก่อนเลเวลของมอสเตอร์ทั่วไปมัน ร้อยเกือบๆสองร้อยไม่ใช่รึไงกัน! แถมสเตตัสยังเฉลี่ยอยู่แค่ สี่ถึงห้าหมื่นเองด้วย  แต่พอลงมาแค่ชั้นเดียว เลเวลดันพุ่งปรี๊ดมาเป็น 700 ได้ไงกันเนี่ย?

....แถมสเตตัสยังเยอะกว่าฉันตั้งสองแสนแน่ะ ....จำนวนเองก็มีตั้ง 7 ตัวเลยด้วย!?

 

สงสัย.... ไอ้ที่คำนวณออกมานั่นดูท่าจะเป็นของจริงซะแล้วแฮะ

ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย ไม่เข้าใจหลักการเลยซักกะนิด...

 

ดูเหมือนถ้าอยากจะลุยดันเจี้ยนนี้ให้ได้ คงต้องทิ้งสามัญสำนึกของโลกเดิมทิ้งซะหล่ะมั้ง...

 

ฮะฮ่ะ.... แบบนี้จะเรียกว่า ซวยแล้ว... ได้รึเปล่านะ?

 

          แม้จะอยู่ในสถานการณ์อันตราย แต่กรก็ยังคงรักษาความสุขุมเยือกเย็นไว้ได้อยู่  โดยที่ไม่รู้เลยว่าความผิดแปลกที่เกิดขึ้นนั้น มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง....

 

 

 




NEKOPOST.NET