Tales Of Holy Flag ตอนที่ 9 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tales Of Holy Flag

Ch.9 - ตอนที่ 9 [7 Sin Party] กลุ่มเหล่า 7 บาป


                หากถามว่าใครเป็นผู้มีบาปมากที่สุดนั้น...ก็ตอบได้เลยไม่ต้องใช้ความคิดมากว่า

 

                มนุษย์...

 

                และหากถามอีกว่าทำไม...ก็ต้องย้อนกลับไปดูสมัยอดีตกาล...ไม่ต้องไกลมากเอาแค่ไม่กี่ร้อยปีก่อนในช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายๆราชวงศ์อย่างต่อเนื่องหรือเกิดการบุกรุกยึดประเทศต่างๆมาเป็นของตน เอาแค่นี้ก็สามารถยืนยันได้ในระดับหนึ่ง...

 

                ความต้องการ...

 

                จนถึงปัจจุบันพวกเขาก็ยังไม่หยุดแสวงหาอำนาจในทุกๆทางเพื่อที่จะได้ครอบครองสิ่งที่ต้องการ...และส่วนใหญ่มักตกลงไปในห้วงแห่งความโลภและหลงงมงายในพลังจนถอนตัวไม่ขึ้น... ความต้องการของมนุษย์มีมากจนไม่สามารถหยั่งถึงและจึงตกเป็นขุมพลังของเหล่าบาปทั้ง 7 ไปโดยปริยาย

 

                เน็ทจ้องมองไปยังด้านหน้าอย่างไม่วางใจนัก ในตอนนี้แมมม่อนก็ได้ปรากฏตัวแล้ว ย้อนกลับไปไม่กี่นาทีก่อนขณะที่เขากำลังคิดจะทำสงครามเย็นกับเหล่า 7 บาปอยู่ผนังข้างบนก็เกิดแสงสว่างจ้าและก็มีร่างของเด็กชายลอยลงมา สายตาทุกคู่จับจ้องยังผู้มาใหม่ในร่างเด็กชายแน่นอนผู้ที่ลงมาใหม่คือ บาปแห่งความโลภนั้นเอง ปัจจุบันตรงหน้าของชายผมขาวมีบาปถึง 4 บาปที่กำลังยืนประจันหน้ากับเขาอยู่

 

                บาปแห่งความตะกละ เบลเซบับ หญิงสาวผมสีแดงมัดเกล้าที่มีใบหน้าที่เย้ายวนรูปทรงองเอวก็ไม่แพ้หญิงใด ดวงตาที่กลมโตจ้องมาที่เน็ทด้วยท่าทีที่มีความต้องการตัวเขาอย่างมากปีกของเธอที่งอกออกมาจากกลางหลังนั้นกระพือเร็วลักษณะคล้ายกับปีกของผึ้งที่ไม่สามารถใช้สายตาของคนปกตินั้นมองได้ทันการเคลื่อนไหวของมัน...

 

                บาปแห่งความเกียจคร้าน เบลเฟกอล ชายหนุ่มรูปงามราวเจ้าชายในชุดนิททรา ผมสีเทาดวงตาสีเขม่าที่ปิดครึ่งเปิดครึ่งจ้องมาอย่างนึ่งๆแต่ลึกๆนั้นก็ไม่ต้องจากบาปตนอื่นนัก ...สนใจ... เขากำลังสนใจชายตรงหน้าอยู่แม้เขาไม่เคยเจอกันตัวต่อตัวแต่หากว่าเพื่อนของเขามีฝีมือขนาดนั้นแล้วก็อดที่จะคาดหวังบางสิ่งจากเน็ทไม่ได้ ผู้ที่เขาได้เจอเมื่อไม่กี่ปีก่อนคือ...เอ็ดเวิด ชายผู้ปฎิเสธพลังบาปแห่งความเกียจคร้านจากเขา...

 

                บาปแห่งความริษยา ลิเวียธาร หญิงสาวผู้มีใบหน้าที่ดูเหมือนจะหงุดหงิดตลอดเวลาและด้วยความที่มีจุดเด่นเป็นดวงตาสีแดงเลือดราวกับดวงตาของมังกรเพลิง จึงทำให้คนที่จ้องตาเธอถึงกับชะงักหรือไม่ก็ขยับตัวมิได้ กล่าวได้ว่าเป็นตัวตนที่รุนแรงที่สุดในหมู่ 7 บาป แตกต่างจากชายตรงหน้าที่กำลังยืนสบายๆอยู่ซึ่งมิได้ปล่อยบรรยายกาศที่เป็นพิษออกมาแม้แต่น้อยความรู้สึกที่เธอรับรู้ได้ราวกับว่าชายตรงหน้านั้น ...ว่างเปล่า... มันไม่ใช่ความว่างเปล่าแบบผู้โง่เขล่าหากแต่คล้ายกับว่าเป็นความว่างเปล่าที่แฝงไปด้วยกับดักต่างๆนานา จุดเด่นของเธออีกอย่างนอกจากดวงตาก็คือปีกนกสีดำข้างหลังนั้นปีกที่คล้ายกับปีกของเทวดาหรือนางฟ้าบรสรวงสวรรค์ มันคือปีกของ [เทวดาตกสวรรค์] เป็นปีกเช่นเดียวกันกับปีกของ ลูซิเฟอร์ เจ้านรกบาปแห่งอัตตา...

 

                บาปแห่งความโลภ แมมม่อน เด็กชายตัวเล็กๆวัย10ปีผมสีแดงแซมเทาดวงตาสีดำหม่นๆ มีใบหน้าที่น่ารักแต่ความจริงนั้นเขาคือผู้ช่วงชิงอันดับหนึ่งของ7บาป ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง เงินทอง อำนาจ ความรัก หากปรารถนาสิ่งใดจะไขว่คว้ามันมาครอบครองและเป็นหนึ่งในไม่กี่คนในเหล่า 7 บาปที่มีนิสัยขี้เล่น...จะว่าเป็นจ้าวปีศาจผู้รักสนุกอีกคนหนึ่งก็เป็นได้...

 

บัดนี้ทั้งสี่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเน็ท แผ่แรงกดดันออกมารุนแรงอย่างมากจนมิโกะที่เบียคุเร็นหามาเพิ่มเพื่อที่จะจัดการผู้อยู่เบื้องหลังหลายคนนั้นสลบไสลไปเหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังคงสติได้อยู่ และแล้วก็มีผู้กล้าที่เปิดการสนทนาขึ้นมา...

 

“ทำไมจ้าวปีศาจทั้ง 4 ถึงถ่อสังขารมาถึงที่นี่ได้ครับเนี่ย” เน็ทพูดเสียงเรียบๆติดตลกด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มของเขา เบลเซบับเห็นแล้วนั้นก็หอบหายใจแรงขึ้น ดวงตามันวาวราวกับเด็กที่เจอของเล่นที่ถูกใจใจจริงแล้วเธอนั้นอยากจะรีบพุ่งเข้าไปหาเขาทันใดแต่ต้องติดที่ภารกิจของเธอนั่นเอง

 

“ลู...บอกมา...เฝ้า...อย่าให้ทำลาย” เบลเฟกอลพูออกมาเบาๆด้วยสีหน้าที่ง่วงงันมาก...

 

ทั้งหมดต่างหันไปมองที่ชายที่พูดอยู่รวมถึงเพื่อนๆของเขาในกลุ่ม7บาปด้วย คาดไม่ถึงว่า ชายผู้ที่กำลังงัวเงีย ชายผู้ขี้เกียจไปเกือบทุกอย่าง...กลับพูดออกมาเพื่อตอบคำถามของชายตรงหน้า

 

“อ่อ งั้นหรอครับ” เน็ทตอบกลับไปด้วยสีหน้าปกติ ในตอนนี้เขาสัมผัสได้ว่าเหลือพวกเขาอยู่เพียงสี่คนเท่านั้น เพียงสี่คนรวมถึงตัวเขาด้วย...

เบียคุเร็น...เรย์กะ...เรย์โกะ งั้นหรอ...

 

เน็ทเปลี่ยนท่ายกมือขึ้นมาเกาหัวเบาๆจนเบลเฟกอลเบิกตากว้างขึ้นด้วยความแปลกใจท่าทีที่ง่วงนอนเมื่อครู่นั้นค่อยๆจางหายไปขณะเดียวกันลิเวียธารก็กำลังขมวดคิ้วมองเน็ทอย่างระแวงมากยิ่งขึ้น...

 

[สะกด : ตรึง] ความสามารถของเบลเฟกอล กับ [นัยน์ตามังกร] ความสามารถของลิเวียธาร ใช้ไม่ได้ผลกับเขา...

 

[สะกด : ตรึง] เวทย์มนต์สาย กาลเวลา สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามขณะที่ยังอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดไว้

 

[นัยน์ตามังกร] เวทย์มนต์สาย โบราณ วิชาที่เหล่ามังกรใช้เมื่อเจอคู่ต่อสู้เพื่อวัดระดับอีกฝ่ายหากอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าตนมากจะทำให้เคลื่อนไหวได้ลำบากแต่หากเป็นผู้มีพลังสูงกว่าจะไม่มีผลอะไรกับอีกฝ่าย...

 

ทั้งสองต่างคิดเหมือนกันขณะที่เน็ทกำลังเกาหัวอยู่นั่นเอง...

 

อันตราย...

 

“อ้าห์...ที่รัก เจ้าช่างเหลือเชื่อจริงๆที่เหมือนกับตายไปครึ่งตัวนั้นหยั่งกับโกหกเลยหล่ะ...ข้าหน่ะนะ..อยากจะ...เจ้าใจจะขาด” ท่ามกลางความตึงเครียดจากสองเจ้านรก เบลเซบับเอาลิ้นเลยริมฝีปากอย่างช้าๆและกล่าวออกมา ดวงตาจ้องมองยังชายตรงหน้า ใบหน้าของเธอเริ่มขึ้นสีขึ้นเรื่อยๆและหอบหายใจแรงขึ้น ราวกับสัตว์ป่าที่พบเจอเหยื่ออันโอชะและรอเหยื่อของมันคลายระวังลงอย่างช้าๆจากนั้นค่อยเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว

 

“หืม...เจ้านี่น่าสนุกเหมือนตาลุงด้านนอกนั้นเลยนะ” แมมม่อนพูดขึ้นมาขณะที่กำลังกอดอกประเมินสถานการณ์อยู่ เหล่ามิโกะที่ได้ยินก็ตกใจกับสิ่งที่เห็นเช่นเดียวกัน

 

ทำไมเขาถึงขยับตัวได้หล่ะ?

 

ที่พวกเธอคิดเช่นนี้เพราะว่าพวกเธอนั้นไม่สามารถขยับได้แม้แต่ปลายนิ้วสักนิ้วเดียว...

 

“เอาหล่ะครับ ผมขอถามคำถามเล็กๆน้อยนะครับ” เน็ทพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปพร้อมกับดีดนิ้วเบาๆ จากนั้นถุงมือเขาก็เรืองแสงเบาๆออกมา

 

“ท่านคนไหนกับที่สะกดจิตคุณลุงที่สามารถใช้ไอนั้นงั้นหรือครับ...คิดจะทำให้โลกแปดเปื้อนมากว่าเดิมงั้นเหรอครับ” เขาเอ่ยคำถามออกมาพร้อมชี้ไปยังชายชราที่นั่งขัดสมาธิอยู่ในวงแหวนเวทย์นั้นราวกับรู้อะไรบางอย่าง...

 

สายตาของผู้ถูกชี้นั้นหัวเราะ หึ ออกมาเบาๆ....

 

“สมแล้วๆ ถึงจุดเด่นจะหายไปแต่ความสามารถในการวิเคราะห์อย่างแม่นยำไม่ได้หายไปด้วยซินะ...” เสียงหวานๆดังออกมาจากร่างชายแก่ๆ ออร่าสีชมพูเข้มลอยออกมาจากตัวของเขาอย่างช้าๆ ในดวงตาของเขาปรากฏเป็นรูปหัวใจที่ถูกอักขระบางอย่างตรึงไว้ส่วนอีกข้างยังคงเป็นสีแดงก่ำอยู่เช่นเดิม...

 

ในตอนนี้ 3 ใน 4 ของ 7 บาป...ไม่ซิ 4 ใน 5 ของ 7 บาป...ได้เผยตัวตนต่อหน้าของเนทารอทอย่างไม่กลัวเกรง...

 

แอสโมดิวส์ ตัวแทนบาปแห่งราคะ

 

แม้ว่าทั้งสี่นั้นยังไม่เคยสู้ตัวต่อตัวกับเน็ทจริงๆก็สามารถบอกได้เลยว่าเขานั้นเป็นตัวอันตรายที่ไม่อาจเพิกเฉยได้เลยไม่ต่างจากผู้ที่เคยต่อสู้กับเขา...เบลเซบับ

 

แอสโมดิวส์ รู้สึกถูกใจชายตรงหน้าเป็นอย่างมากที่เขาสามารถมองเวทย์ของเธอออกในครั้งแรกที่ตาเห็น อารมณ์ในตอนนี้ไม่ต่างกับบาปอื่นๆที่มีความรู้สึกที่แตกต่างกันไป บ้างหลงใหล บ้างสนใจ บ้างระวังตัว บ้างคาดหวัง บ้างชอบใจ...

 

ขณะที่ทุกคนกำลังจมอยู่กับความคิดของตนเองคนที่ลงมือก่อนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน...ชายคนเดิม...จอมเวทย์ที่ไร้พลังเวทย์...เขากำมือแน่นและต่อยลงพื้นอย่างรุนแรงจนพื้นถูกบดละเอียดจนเป็นฝุ่นบดบังสายตาของทุกคน ถึงมันจะใช้ไม่ได้กับเหล่า 7 บาปบางคน แต่เน็ทก็ไม่ได้สนใจรีบคว้าตัวของสาวๆที่ได้สติอยู่มาแล้วใช้ สกอเวทย์มนต์ ที่ควานหาไว้ตั้งแต่แรก...

 

[เทเลพอเทชั่น]

 

ร่างของทั้ง 4 คนหายไปเหลือเพียงแต่ร่างของเหล่ามิโกะที่สลบอยู่ เหล่า 7 บาปที่ยืนมองอย่างนิ่งๆไม่ได้ขยับไปไหนราวกับคาดการไว้แล้ว หรือ ไม่ก็ไม่ทันขยับตัวจริงๆ...

 

“ตัดสินใจ...ดี” เบลเฟกอลกล่าวชมออกมาด้วยท่าทางที่สร่างง่วงในทันใดเพราะโชว์อันตระการตาของ เน็ท ที่โชว์การหลบหนีแบบความเร็วสูง

 

“ใช่ไหมล้า... ที่รักหน่ะ เขาไม่ได้โง่หรอกนะ” เบลเซบับเอามือจับใบหน้าแล้วมองพื้นที่ที่เป็นจุดสุดท้ายของเน็ทอย่างชื่นชมและต้องการอย่างมาก

 

“ถึงจะรู้ตัวก็เถอะ ข้าก็ตามไม่ทันอยู่ดีเผลอๆมองไม่ทันด้วยซ้ำ นั้นหน่ะ...” แมมม่อนพูดขึ้นมาและกำลังอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นออกมาก็ถูกขัดด้วยคำพูดปีศาจแห่งความริษยา

 

“ก่อน [เทเลพอเทชั่น] เขาใช้ [ประกายแสง] ก้าวพริบตาเคลื่อนเข้าไปหามิโกะและพาหนีออกไป...แต่ก็ได้เพียงแค่ 3” หญิงแห่งความริษยาขยับปีกเบาๆพร้อมกับวิเคราะห์ความสามารถของชายหนุ่มไปด้วย

 

“อาระอาระ...ทุกๆคนไม่ได้สังเกตเลยงั้นหรอ...” เสียงหวานๆดังออกมาจากร่างทรงอีกครั้งแต่ครั้งนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ชายชราลุกยืนขึ้นพร้อมโยนลูกแก้วในมือขึ้นๆลงๆ

 

ด้วยคำพูดของเธอทำให้ทุกๆตัวนั้นมองไปยังเธอเป็นตาเดียว...

 

“คิกคิกๆ พวกที่นอนอยู่หน่ะ เป็น [ชิคิกามิ] ทั้งหมดเลยไงหล่ะแล้วก็นะ...” หญิงสาวในร่างชายชราก็ชี้นิ้วลงมายังพื้นด้านหน้าที่เธอยืนอยู่...

 

วงเวทย์ 4 ชั้นที่ถูกเขียนไว้บนพื้นดินนั้นแตกกระจาย ราวกับเศษแก้วที่ถูกโยนจากที่สูง วงแหวนเวทย์เกิดความเสียหายในจุดที่สำคัญและแถมยังพุ่งเป้ามายังเธอเพื่อที่จะโจมตีอีก หากแต่การโจมตีไม่สามารถเจาะผ่านเกราะเวทย์มนต์ของเธอได้ทั้งหมด...

 

“ไม่ธรรมดาเลย...ในช่วงที่เขาต่อยพื้นนั้นไม่ใช่เป็นแค่การต่อยเพื่อหวังผลที่จะเข้าไปช่วยเหล่ามิโกะเพียงอย่างเดียวหากแต่หวังที่จะทำลายวงเวทย์ไปด้วย ดูดีๆซิรอยแยกจากการที่เขาใส่พลัง...น่าจะเป็นพลังปราณนะ...หลังจากที่เขาต่อยแล้วพลังปราณที่ไหลลงไปยังพื้นดินนั้นก็กระจายทำให้เกิดรอยแยกสี่รอยที่แตกผ่านจุดสำคัญของวงเวทย์ทั้งหมดทำให้ที่เหลือนั้นเสียหายไปด้วย...เพียงหมัดเดียว คงต้องพูดว่า สมกับเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้กล้าแห่งยุคจริงๆ แต่ทว่า...” ลิเวียธารเดินไปยังรอยวงแหวนเวทย์ที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆจากนั้นก็ก้มเอามือลูบที่รอยที่ใหญ่ที่สุดพร้อมกล่าวขึ้นมา เมื่อกล่าวจบเธอก็หันไปทางหญิงสาวในร่างชายหนุ่มที่แสยะยิ้มเบาๆอยู่

 

นกที่ถูกยิงอีกตัวนั้นเป็นนกต่อ...

 

“ทั้งเฉลียวฉลาดและไหวพริบดีมากเลยน้า ถ้าไม่ได้คุยกับยัยลูและอีตาซามาเอลมาก่อนคงเละไม่เป็นท่าแล้วแน่ๆ” แอสโมดิวส์ในร่างของชายชรามองไปยังด้านบนของพื้นที่ตัวเองยืนอยู่ ทันใดนั้นแสงสว่างสีม่วงมัวๆก็ส่องแสงสว่างออกมาเบาๆจนเห็นเป็นรูปเป็นร่างของวงเวทย์ที่ถูกทำให้เสียหายไปเมื่อครู่ในสภาพครบสมบูรณ์...

 

 

ณ ร้านขายอาวุธ Red Wall

 

วิ้ง....

 

ตุบๆๆ

 

ร่างบางทั้งสามหล่นลงบนพื้นไม้ภายใต้วงแหวนเวทย์ที่ถูกเขียนขึ้นอย่างเป็นระเบียบและคงความเป็นเอกลักษณ์มีน้อยคนนักที่จะสามารถอ่านมันออกได้ ทั้งสี่สาวกระพริบตาปริบๆมองรอบตัวของพวกเธอ พวกเธอไม่สามารถรู้ได้ว่าที่นี่คือที่ไหน...แถมร่างกายของพวกเธอกลับมาขยับได้แล้วแปลว่าน่าจะหลุดออกมาได้เรียบร้อยแล้ว...

 

“น..นายพาชั้นมาที่ไหนเนี่ย!!!” เป็นเรย์โกะที่โวยวายขึ้นมาก่อนที่จะมีใครถามเขาว่าที่นี่ที่ไหน แต่เน็ทไม่ได้ฟังคำถามของเธอแถมกลับยืนหลับตานิ่งราวกับทำอะไรบางอย่าง...

 

“อ่า...ไม่ไหวจริงงั้นหรอเนี่ย...เตรียมการกันดีจริงๆแฮะ” เน็ทลืมตาขึ้นมาพร้อมกับบ่นออกมา สกอเวทย์มนต์ที่เขาใช้นั้นมีใบเดียวคือ [เทเลพอเทชั่น] แต่ทว่ามันยังมีเวทย์มนต์ที่ซ้อนไว้อีกชั้นนั้นก็คือ [มานา อายส์] เป็นเวทย์มนต์ตรวจสอบระยะไกลที่สามารถใช้ได้ครึ่งเดียว หากร่ายเวทย์ปกติธรรมดาจะทำให้สามารถเห็นรอบๆตัวได้อย่างชัดเจนในระยะหนึ่งเสมือนไร้จุดบอด เมื่อครู่เน็ทได้ลองหลับตาเพื่อใช้ผลของเวทย์มนต์นี้เมื่อเขาเห็นวงเวทย์อีกชุดหนึ่งที่อยู่ด้านบนจึงถอนหายใจออกมา สี่สาวที่ไม่รู้เรื่องก็หันหน้ามองหน้ากันเองโดยที่ยังไม่เข้าใจว่าเขาพูดเรื่องอะไรขึ้นมา...

 

“เมื่อครู่นี้ผมพยายามทำลายวงเวทย์ครับแต่ที่อยู่ที่พื้นมันเป็นวงเวทย์ดัมมี่ครับ” เน็ทอธิบายขึ้นราวกับรู้ความต้องการของทั้งสามคน

 

“เอาเป็นว่าพวกคุณหน่ะ ตอนนี้รีบติดต่อของกำลังเสริมด่วนเลยครับ...” เน็ทบอกให้หญิงสาวทั้งสามเรียกกำลังเสริมเพิ่มเพราะตอนนี้นั้น 5 ใน 7 บาปปรากฏตัวพร้อมกันในเมือง Isumo ถือว่าเป็นเรื่องอันตรายร้ายแรงของโลกแล้วและในตอนนี้คงจะเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะต่อการทั้ง 5 เพียงลำพัง พูดแล้วไม่รอช้าเน็ทก็หันหลังเดินไปยังประตูหน้าร้านพลางเอามือป้องหูเบาๆและพูดพึมพำๆออกมาคนเดียว...

 

ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจว่าชายผมขาวทำอะไรลงไปแต่ก็สบายใจได้พักหนึ่ง ถึงจะไม่ค่อยอยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ก็ต้องทำใจยอมรับ และเป็นเรย์โกะเริ่มลุกขึ้นและบ่นเบาๆออกมา

 

“ทำไมต้องเมินกันด้วยห้ะ...ชิ ” มิโกะสาวเบ้ปากพร้อมกับกอดอกแล้วเชิดหน้าหนีทางที่ชายหนุ่มยืนอยู่

 

“ดิชั้นเรย์โกะ ค่ะ” จู่ๆเสียงของพี่สาวตัวเองก็ดังขึ้นมา เธอกำลังถือยันต์แนบไว้ที่หูและขอคำช่วยเหลือจาก Hall Of Frame ไม่นานนักเธอก็เก็บยันต์ลงไว้ในแขนเสื้อของเธอ...

 

“เอาละค่ะ...ถือว่าเป็นการเผชิญหน้าที่คุ้มค่านะคะ เพราะ เราได้ข้อมูลของผู้มาโจมตีมาเพียงแลกกับ ชิคิกามิ ไปไม่กี่ตัวเองค่ะ” เบียคุเร็นพูดออกมาแต่สายตากลับจ้องไปยังชายคนเมื่อครู่นี้อย่างไม่วางตาขณะที่สองพี่น้องก็ใช่สายตามองไปยังเขาเช่นเดียวกัน

 

เทเลพอเทชั่น เวทย์มนต์สาย กาลเวลา เวทย์เคลื่อนย้ายระดับสอง เป็นการเปิดช่องว่างขึ้นมาทั้งสองที่พร้อมกัน คล้ายกับประตูแล้วเดินทางผ่านมิติในที่หนึ่งมายังอีกที่หนึ่ง...

 

แต่ทำไมถึงใช้ได้เลยโดยไม่ต้องร่ายกันนะ...ไม่ซินั้นไม่ใช่ปัญหา...

 

เราไม่รู้สึกถึงพลังเวทย์จากตัวเขาเลย...

 

เหมือนกับรู้สึกถึงสายตาที่มองมา เน็ทหันกลับไปมองพวกเธอแล้วทำหน้างุนงงใส่พวกเธอจากนั้นก็พูดว่า...

 

“แล้วจะกลับกันหรือยังครับ”

 




NEKOPOST.NET