Tales Of Holy Flag ตอนที่ 8 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tales Of Holy Flag

Ch.8 - ตอนที่ 8 [Mammon The Greed] แมมม่อนบาปแห่งความโลภ


 

ทุกสิ่งราวกับถูกสะกดเมื่อได้ยินการประกาศนามของปีศาจบาปความโลภสรรพสิ่งราวถูกตรึงไว้แม้มีค่ายป้องกันของเรย์โกะแล้วยังไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้แม้แต่น้อย ราวกลับเวทย์มนต์ของมิโกะคนพี่ เรย์กะ ถูกทำให้ย้อนกลับมามีผลกับพวกตนแทน...ยกเว้น...

 

“โหยๆ แมมม่อน เหรอเอาจริงดิ”  เอ็ดทำหน้าแหยงๆแทนที่จะหวาดกลัวจนทุกคนต่างหันมามองปฏิกิริยาของเขา

 

“บ่นก็ไม่ทันแล้วครับ...ถ้างั้นผมฝากทามิกะซังด้วยก็แล้วกันนะครับ แค่ถ่วงเวลาไว้ก็พอแล้วครับ” เน็ทก็พูดออกมาพลางโบกมือเบาๆโยนสกอในมือไปทางเหล่ามิโกะที่ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แสงสว่างส่องออกมาจากมันและพุ่งลงไปยังพื้นดินรอบๆที่เขายืนอยู่จากนั้นแสงสว่างก็กระจายไประยะ 10 เมตร ทันใดนั้นเหล่าผู้คนเริ่มที่จะสามารถขยับตัวได้ เน็ทเห็นเช่นนั้นแล้วเขาจึงกวกเรียกพวกทีมมิโกะที่จะไปลุยใต้ดินให้ออกเดินทางกัน เหมือนกับจะมีคนพูดอะไรขึ้นมาแต่ก็ถูกขัดด้วยคำของพูดของเอ็ดเวิด...

 

“อ่าๆ” เอ็ดโบกมือกลับพร้อมเริ่มดัดนิ้วดัง กร๊อบๆ พลางมองไปที่แมมม่อนด้วยสายตาที่มุ่งมั่น...

 

“เดี๋ยวก่อนซิ...คือ” ไม่นานนักที่ได้ยินสิ่งที่ชายผู้นี้พูดออกมาเบียคุเร็นตกใจกับความเป็นมั่นใจจนเกินเหตุของทั้งสอง ถึงจะไว้วางใจคำของชายตรงหน้าแต่แค่คำว่า1ใน7บาปก็เป็นเครื่องรับประกันความอันตรายสำหรับเธออยู่ดี

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้าไม่ถึงขนาดจอมมารซัดใส่ตรงๆเขาก็ไม่ตายหรอกครับ” เน็ทพูดยิ้มๆเอาจริงเอาเล่นจนเบียคุเร็นทนไม่ไหว

 

“นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะคะ นั้นเป็นเพื่อนคุณไม่ใช่หรอกค่ะ”

 

เธอขึ้นเสียงจนเจ้าตัวนั้นตกใจเมื่อได้ยินเช่นนั้นเอ็ดก็หันกลับมาพูดด้วยท่าทีที่สบายๆ

 

“โหยๆใจเย็นกันหน่อยคุณหนู ที่เห็นหน่ะไม่ใช่ตัวจริง100%สักหน่อยเอาเป็นว่าชั้นฝากทางนั้นด้วยก็ละกันเนทารอทคุง” เอ็ดหันมาพูดกับเน็ทด้วยสีท่ากวนๆ เพราะพอจับเค้าได้แล้วว่าทำไมเขาถึงใช้ชื่อเต็มแทนที่จะใช้ชื่อเล่นหรือชื่อที่เรียกกันในกิลล์ของพวกเขาเอง จากนั้นเขาก็หันกลับไปมองแมมม่อนอีกครั้งโดยไม่ได้สนคำคัดค้านของมิโกะคนนี้เลย

 

“อ่า...งั้นเราก็ไปกันเถอะครับ” ถึงเบียคุเร็นจะไม่ค่อยอยากจะเชื่อคำพูดของเอ็ดแต่หากไม่ทำอะไรกับต้นเหตุ ก็ไม่สามารถหยุดเหตุการณ์นี้ได้ ไม่รอช้าเน็ทมองเหล่ามิโกะที่ถูกคัดมาเพื่อลงไปข้างล่างกับเขาจากนั้นก็ออกเดินทางทิ้งให้เอ็ดกับเหล่ามิโกะที่เหลือที่กำลังใช้ค่ายผนึกป้องกันชาวบ้านรับมือกับ1ใน7บาปแห่งความโลภ แมมม่อน

 

เมื่อไม่เห็นหลังของชายผมสีขาวแล้วชายในผ้าคลุมขาวทีเหลืออยู่ก็แสยะยิ้มขึ้นมา...เช่นเดียวกับบาปแห่งความโลภ

 

“หึหึ มนุษย์ แค่มองก็รู้เลยอย่างงั้นหรือ” แมมม่อนกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทีที่สนใจชายตรงหน้าเป็นอย่างมาก

 

“เอาหล่ะๆ ท่านจอมปีศาจแห่งความโลภ เรามาเล่นเกมส์กันหน่อยดีไหม” รอยยิ้มของชายผู้เผชิญหน้ากับบาปแห่งความโลภนั้นปรากฏขึ้นมา ทันใดนั้นเองเมื่อสิ้นคำของเอ็ดท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆหมอกนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นท้องฟ้าที่ไร้เมฆเฉพาะจุดที่เขายืนอยู่ ราวกับท้องฟ้านั้นถูกเปิดออกให้เขาโดยเฉพาะ ซึ่งทำให้มิโกะที่เชี่ยวชาญการอ่านดวงดาวในตอนนี้ถึงกับตกใจกับสิ่งที่เห็น

 

อิชิคาว่า มากิสะ

 

ลูกศิษย์หมายเลขหนึ่งของบุพผาแรก ไซเร็นจิ ยูมิโกะ สตรีตัวเล็กเผลอลดมือปล่อยพลังการรักษาค่ายกลไว้ช่วงขณะขาทั้งสองข้างนั้นก้าวออกมาจากเขตป้องกันตามสัญชาตญาณโดยที่สายตานั้นจับจ้องยังหมู่ดาวที่ปรากฎอยู่โดยไม่วางตา

 

“เดี๋ยวนะคะ นั้น [แอนโดรมิด้า] งั้นหรือเจ้าค่ะ” หญิงสาวตัวเล็กที่มีผมสีน้ำตาลยาวถึงข้อเท้ากล่าวขึ้นมาด้วยความตกตะลึง 14 ปีที่เกิดมาและ 10 ปีเต็มๆที่ได้ฝึกการอ่านดวงดาวมายังไม่เคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนแม้แต่น้อย เธอมองไปยังชายที่ยืนประจันหน้ากับแมมม่อนด้วยความตกตะลึง

 

“เอ้าๆ ยัยหนูจิ๋ว ถอยออกไปหน่อย เดี๋ยวจะร้อนเอานะ” ทันทีที่เอ็ดพูดจบดวงตาของเขาก็มีประกายเปลวเพลิงข้างใน ร่างกายจากมนุษย์ปกติธรรมดาก็เริ่มกลายเป็นสีแดงคล้ายกับเหล็กที่ถูกตีจนร้อนฉ่าแต่ที่แปลกกว่านั้นคือ เสื้อคลุมสีขาวที่ควรจะถูกความร้อนของร่างกายเขานั้นแผดเผากลับคงอยู่ในสภาพเดิมราวกับยามปกติ

 

“เสริม[ปราณโลหะ] ขั้นที่ 3” หลังจากกล่าวจบทั่วทั้งสองมือของเอ็ดก็เริ่มหลอมละลายกลายเป็นเหล็กที่ไหลวนไปมาคล้ายๆกับงูที่เลื่อนพันมือของเขาภายในปรากฎเป็นลาวาที่หลอมละลายส่องแสงออกมาตามช่องว่างที่เหล็กนั้นแยกกัน หากสังเกตดีๆลายที่ผ้าคลุมของเขาเริ่มปรากฏรอยจางๆขึ้นมาเป็นรอยคล้ายๆกำแพงที่สูงตระหง่านตั้งอยู่ตรงกลางหลัง

 

“หือ...เจ้า...อืมแบบนั้นเองซินะ” ดูเหมือนแมมม่อนจะตกใจไปชั่วขณะแต่มันก็ดึงสติกลับมาได้100%โดยไม่ต้องทำอะไรมากนอกจากหลับตาและลืมตาขึ้นมาใหม่

 

“ว่าไงหล่ะท่าน 7 บาปผู้ยิงใหญ่ ของบอกก่อนนะว่า ไอเนี่ยหน่ะสามารถคงสภาพที่สูงสุดอยู่ที่ 3 ชั่วโมง” เอ็ดกล่าวออกมาตรงๆจนฝั่งมิโกะอึ้งกับการกระทำของเขาไปตามๆกันว่า

 

แล้วจะไปบอกมันทำไม!?

 

หนึ่งในเจ้าแห่งบาปแสยะยิ้มอย่างถูกใจเพราะตั้งแต่มองทั้งสองจากไกลๆแล้ว ชายที่ประจันหน้ากับเขานั้นมีออร่าแห่งความขี้เกียจออกมาเหมือนเบลเฟกอลแต่ทว่าแฝงไปด้วยความจองหองเทียบขั้นกับตนได้เลยส่วนอีกคนนั้นเป็นตัวตนที่เงียบสงบ ไร้คลื่นเวทย์มนต์ ไร้จิตสังหาร...ไร้แกนกลางของเวทย์มนต์...

 

อันตราย...

 

เป็นคำเดียวที่จะกล่าวออกมาได้เมื่อเห็นตัวตนของชายผมสีขาวเมื่อครู่นี้

 

“โฮ้...เจ้าเป็นคนเช่นนี้เองถึงสามารถปฏิเสธการทำสัญญากับ เบลเฟกอล ได้” แมมม่อนแกว่งมือเป็นวงกลมเกิดดาบคะหยิ่นและดาบวูซูออกมาจากมือทั้งสองข้างของมันราวกับท้าทายชายที่อยู่ตรงหน้าของตน ชายผู้ปฏิเสธพลังแห่งบาป...

 

เบลเฟกอล บาปแห่งความขี้เกียจ...

 

ส่วนเอ็ดนั้นยิ้มขึ้นมาแล้วหักนิ้วดังกร๊อบๆจากนั้นก็ย่อตัวลงตั้งท่าพยัคฆ์เตรียมจู่โจม...การต่อสู้ระหว่าง แทงค์เกอร์แห่ง Holy Flag กับ บาปแห่งความโลภก็เริ่มขึ้น

 

 

ในขณะเดียวกัน ทางด้านล่างของเมือง Isumo ใต้ดินลึกประมาณสามกิโลเมตร ยันต์จำนวนมากกำลังพุ่งผ่านไปตามเส้นทางขอองทางเดินชีพจรของเมืองแห่งนี้อย่างรวดเร็ว หากสังเกตดีๆจะมีกลีบดอกบัวแทรกอยู่ท่ามกลางยันต์ดูแล้วมันมีหน้าที่เสริมพลังของยันต์ให้ไหลไปตามกระแสของเส้นทางด้วยความเร็วที่คงที่

 

“หืม...ฉลาดมากครับ อาศัยการไหลของวิญญาณไปยังจุดศูนย์กลางแบบนี้” เน็ทกล่าวชมออกมาขณะที่ยืนนิ่งอยู่บนยันต์ที่กำลังเคลื่อนที่อยู่พลางมองมิโกะแต่ละคนที่กำลังตั้งสมาธิส่งพลังไปที่ยันต์ให้เคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น

 

“นี่เป็นหนึ่งในพลังของเร็นจังเลยนะ หึหึ ฉายา บัวบานทศทิศ ไม่ได้มีไว้ประดับหรอกนะ” เสียงแจ้วๆดังขึ้นขณะที่เน็ทเอื้อมมือไปจับกลีบของดอกบัวขึ้นมาดู

 

“เรย์โกะ กรุณามีสมาธิด้วยค่ะ” เสียงที่เรียบสงบดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของเขาแต่ชายเพียงคนเดียวในกลุ่มก็มิได้หันกลับไปมองเธอ...

 

“ง่ะ..อ-อื้อ เข้าใจแล้วว” เสียงแจ้วๆก่อนหน้านี้ตอบกลับด้วยเสียงอ่อยๆและกลับไปควบคุมพลังเวทย์เช่นเดิม

 

ใครไปนึกว่าสองคนนี้จะตามมาด้วยหล่ะน้า โดยเฉพาะคนน้องเนี่ย...

 

จู่ๆสายตาของเรย์โกะก็จ้องมาที่เน็ท

 

“นายกำลังคิดอะไรที่เสียมารยาทกับชั้นอยู่ใช่ไหม” ได้ยินเช่นนั้นเน็ทก็ทำท่าตกใจเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวออกมาด้วยท่าทีที่ตื่นตระหนก

 

“โห...ไม่นึกว่าเรย์โกะซังจะมีพลังอ่านใจด้วยนะครับเนี่ย” พอพูดเสร็จก็หันหลังและเอามือป้องปาก

 

คึก...

 

“ตาบ้านี่!!! ฮึ...” เรย์โกะตะโกนโวยวายขึ้นมาแต่พอรู้สึกถึงพลังของสองสายตาพิฆาตจากพี่สาวและหญิงสาวที่ปิดหน้าอยู่ตลอดเวลาแล้วเธอจึงยอมเงียบลงและส่งพลังเวทย์ต่อไป

 

ระหว่างทางก็มีมอนสเตอร์หลากหลายที่เข้ามาโจมตีเป็นระรอกๆราวกับกำลังวัดกำลังผลของฝ่ายเน็ทที่กำลังเข้าไปหาแต่ก็ถูกหมัดของเน็ทและวิชาองเมียวของเหล่ามิโกะจัดการจนหมด ส่วนใหญ่จะเป็นมอนส์เตอร์ประเภทตั้งรับไม่ค่อยมีตัวสายบุกทำให้รับมือได้ง่ายกว่าพวก [โซล รีปเปอร์] ที่เจอตอนแรกเป็นอย่างมาก

 

“เอาเถอะค่ะ แต่คุณเนทารอทเพื่อนของคุณไหวแน่นะคะ อีกฝ่ายเป็นถึง7บาปเลยนะค่ะ” เบียคุเร็นที่กำลังกังวลเกี่ยวกับเรื่อง7บาปอยู่จึงถามชายผมสีขาวอีกครั้งหนึ่งแต่เขาก็ได้แต่ตอบกลับมาว่า

 

“ไหวซิครับ เขาเป็นถึง ทามิกะ เลยนะครับ”

 

แต่จะว่าไงดีหล่ะ... วางใจได้แน่จริงงั้นหรือ

 

เป็นสิ่งที่เบียคุเร็นจะพูดออกมาแต่ก็กลืนคำเหล่านั้นไปตั้งสมาธิค้นหาต่อ และแล้วการเดินทางก็สิ้นสุดที่ห้องด้านในสุดของเส้นทาง

 

... โอโหแหะ

 

เน็ทเบิกตากว้างขึ้นมาตกใจให้กับ...จำนวนของสิ่งที่เห็นอยู่ ดวงวิญญาณหลายล้านดวงที่ไหลวนอยู่บนพื้นพสุธารวมกับที่ไหลมาพร้อมกับแม่น้ำแห่งวิญญาณและเหล่านักรบกระดูดที่ยืนอย่างเป็นระเบียบ...

 

“ยินดีต้อนรับเหล่ามิโกะทั้งหลาย...” เสียงของชายชราดังขึ้นมาท่ามกลางเหล่านักรบโครงกระดูก สายตาของเน็ทนั้นหรี่ลงเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของเขา...

 

ดวงตาแห่งฮอครัซ...

 

ไอเทมต้องห้ามในทางตอนกลางของทวีปในอดีตกาลว่ากันว่าสามารถใช้คืนชีพเหล่าคนตายให้กลับมามีชีวิตได้...

 

“คุณเป็นใครกัน...” เบียคุเร็นถามออกไปทว่าในมือของเธอมันมีดอกบัวที่เบ่งบานอยู่ในมือ ทุกๆคนต่างหยิบทั้งอาวุธทั้งยันต์ขึ้นมาพร้อมจู่โจมทันทีหากทางนู้นทำอะไรขึ้นมา

 

“ข้าได้ละทิ้งนามไปแล้ว เหล่ามิโกะ บัดนี้ข้าคือผู้ส่งสารจากมหาจอมมารแดนตะวันออก”

 

เพียงประโยคหลังเพียงประโยคเดียวเหล่ามิโกะสาวก็เริ่มทำการโจมตีโดนทันที ยันต์ที่คมราวกับเคียวของยมทูตและ ลูกไฟที่มาจากเวทย์มนต์ที่ใช้ยันต์หลายสิบหลายร้อยพุ่งออกเข้าไปหาชายนิรนามคนนั้น หากทว่าทั้งหมดกลับหายไป...หายไปเฉยๆราวกับ...

 

ถูกดูดหายไป

 

“โห... เวทย์แบบนี้มัน เวทย์มิติ ซินะครับ” เน็ทกล่าวออกมาเรียบๆแต่ดวงตานั้นเปลี่ยนไปคนละแบบกับเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด จากสายตาที่มองแบบเอื่อยๆตอนนี้กลับปราดเปรียวดั่งมีดคม

 

“หึหึ เอาจริงดิ...” เน็ทหัวเราะเบาๆ เหงื่อข้างๆกระหม่อมไหลลงมาเป็นเม็ดใบหน้าที่แสดงออกมาคือใบหน้าเหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่ตนกำลังจะเจอในขณะเดียวกันเหล่ามิโกะนั้นราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ขนาดยักษ์ที่มองไม่เห็นไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้ พลังลึกลับพลั่งพรูราวกับเขื่อนแตกพุ่งออกมาจากทางด้านหลังของพวกเธอแต่จู่ๆมันก็หายไปราวกับถูกปิดลง ข้างหลังของพวกเธอนั้นปรากฏเป็นชายหนุ่มในชุดนอนหรูหรา มือขวาถูกยกขึ้นมาปิดปากที่หาวอยู่สายตาปิดครึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาดวงตาสีเทาหม่นเช่นเดียวกับสีผม... ออร่าของความขี้เกียจแผ่ออกมาจนทำให้มิโกะบางคนเริ่มเกิดอาการไร้กำลัง...

 

เบลเฟกอล จ้าวนรกแห่งความขี้เกียจ...

 

“คึกๆ ไม่คิดเลยว่าข้าจะได้เห็นเจ้าที่นี่...ที่รัก...”

 

ไม่นานนักเสียงหวานๆดังขึ้นมาจากด้านบนหญิงสาวผมสีแดงผิวสีขาวมีน้ำมีนวลที่ถูกปกปิดไปด้วยเกราะของแมลงสายตาที่หลงไหลในสิ่งที่ตนอยากครอบครองมองมายังชายหนุ่ม...

 

เบลเซบับ จ้าวนรกแห่งความตะกละ...

 

“เอาจริงงั้นเหรอครับ ชักแปลกๆนะครับเนี่ย 3 ใน 7 จ้าวนรกมายังที่แห่งนี้เนี่ย...” เน็ทพยายามยื้อเวลาเพื่อที่จะหาจังหวะใช้สกอเวทย์ [พูรีฟาย] ลบล้างคำสาปทั้งหมดที่เกิดกับเหล่ามิโกะทั้งหลายเพื่อเตรียมตัวต่อสู้แต่ยังหาโอกาศไม่ได้แต่เสียงหวานๆก็ขัดขึ้นมา...

 

“ฮะๆ ที่รัก เจ้าควรจะอยู่นิ่งๆมากกว่านะ...วาแต่ใครบอก 3 งั้นหรือจ้ะ” เบลเซบับแสยะยิ้มขึ้นมาจากนั้นก็มีคลื่นรังสีที่น่ากลัวมากๆพุ่งออกมาจากด้านหลังของเขาอีกครั้งหนึ่งแต่ครั้งนี้นั้นแปลกไปที่เขารับรู้ได้ไม่ได้มีแค่คลื่นรังสีหากกลับมีออร่าที่อันตรายแผ่ออกมาด้วย หากแทบกับแล้วรังสีล่าสุดที่พรั่งพลูขึ้นมานั้นน่าจะมีความรุนแรงมากที่สุดในที่นี้และยังมากกว่าเจ้านรกทั้งสามอยู่หลายขั้น...

 

หญิงสาวผู้มีปกนกสีดำขนาดใหญ่ดวงตาสีแดงรูบี้เหมือนมังกรจ้องมายังเขาด้วยสายตาที่ราวกับโกรธแค้นเขามานานแสนนาน...

 

ลิเวียธาร จ้าวนรกแห่งความริษยา...

 

“อ่อ มีปาร์ตี้กันซินะครับ” ถึงสถานการณ์ยังคงตึงเครียดแต่ชายตรงหน้าของเหล่าจ้าวนรกก็ยังยิ้มด้วยท่าทีที่สบายๆ

 

ในทางเดียวกัน...เหนือพวกเขาไปสามกิโลเมตรนั้น

 

...

 

“โฮ้ๆ ถือว่าบันเทิงดีเป็นการเปิดหูเปิดตาของข้าอย่างมาก เจ้านี่มันสุดๆจริงๆ” แมมม่อนสลายร่างที่เป็นเปลวเพลิงหม่นๆออกกลายเป็นเด็กชายอายุประมาณ 10 ขวบหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูจากนั้นก็สลายดาบคู่ของเขากลายเป็นไฟและสลายไปในอากาศ วายตาขึ้นเล่นนั้นจ้องมองที่เอ็ด...ขณะที่เอ็ดกำลัง...

 

ยืนกระดกสาเกอยู่...

 

“เอาหล่ะๆข้าไม่ยุ่งกับเจ้าแล้ว ข้าไปหล่ะ” แมมม่อนกล่าวพร้อมกับโบกมือเบาๆแต่ทว่า...

 

“โอยๆ จ้าวนรกปลดพวกนั้นด้วยซิ” ชายในร่างหินสีดำเหมือนกับลาวาที่ถูกทำให้เย็นลงแล้วกำลังยกขวดสาเกชี้นิ้วไปยังเหล่า [โซล รีปเปอร์] เห็นเช่นนั้นแมมม่อนก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยจากนั้นก็ชี้ไปยังพวกมันเช่นเดียวกัน...

 

“เจ้าพวกนั้นหรอ...มันไม่ใช่ของข้า ข้าไม่มีอำนาจทำเช่นนั้น” แมมม่อนตอบออกมาตามความจริง ทำเอาเอ็ดถึงกลับเบ้ปากใส่

 

“ที่จริงข้ามาธุระอื่นหน่ะ...” เจ้าปีศาจแห่งความโลภพูดขึ้นพลางทอกสายตาไปที่ชายร่างหินสีดำอย่างคาดหวังบางอย่าง...

 

“พอดีเบลเฟกอลบอกว่ารู้สึกถึง [ตราธง] หน่ะเลยลองมาดู” แมมม่อนนั้นไม่เคยเจอเหล่า Holy Flag ตัวเป็นๆที่แห่เข้ามาบุกนรกเอาชนะจ้าวนรกได้ถึง 5 ใน 7 แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเพียงแค่ตัวคนเดียวในตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรชายตรงหน้าได้แต่เขาก็รู้อีกว่าอีกฝ่ายก็ทำอะไรเขาไม่ได้เช่นเดียวกัน เด็กชายยักไหลเบาๆพร้อมกับเอามือปัดๆชุดที่เหมือนกับสูทของเขาจากนั้นวงเวทย์ก็เกิดที่เท้าของเขาขึ้นมา...

 

“อ่อ ใช่ๆ เจ้าควรจะกังวลเกี่ยวกับเพื่อนของเจ้าดีกว่านะ...” แมมม่อนพูดพร้อมร่ายเวทย์ขึ้นมาร่างกายของเขากำลังจมลงไปในวงเวทย์นั้นเขาก็พูดออกมาว่า

 

“ไม่ใช่ข้าคนเดียวหรอกนะที่มาหน่ะ...”

 

 




NEKOPOST.NET