Tales Of Holy Flag ตอนที่ 22 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tales Of Holy Flag

Ch.22 - ตอนที่ 5 [Yatanokagami] กระจกยาตะ


                ไตรราชกกุธภัณฑ์ อาวุธแห่งสรวงสวรรค์ตะวันออกเป็นอาวุธในตำนานที่ใช้ร่วมกันผนึกยามาตะโนะโอโรจิ...ตามจริงแล้วอาจพูดได้ว่าเป็นสิ่งที่ยามาตะโนะโอโรจิเห็นเป็นของแสลงก็เป็นได้หาแต่ทว่า....

 

                “หืม...ถึงข้าจะคุ้นเคยกับคุซานางิกับลูกแก้วยาซากะนิก็เถอะแต่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้สัมผัสกระจกยาตะจริงๆ” น้ำเสียงของพี่ใหญ่สุดของเหล่าดวงจิตแห่งความมืดตะวันออกนั้นกล่าวอย่างตื่นเต้นพร้อมกับใช้ปีกบางๆของมันลูบกระจกตรงหน้าเบาๆ

 

                “อืม...ผมก็ไม่เคยใช้มันซะด้วยซิ ผมเลยไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้บ้าง” น้ำเสียงงัวเงียเล็กน้อยจากปากของชายผมสีขาวดังขึ้นมาข้างๆ ตอนนี้เวลาได้ล่วงเลยผ่านจากที่เขานอนมาสองชั่วโมงแล้วหรือก็คือยามเช้าของวันใหม่นั้นกำลังจะเข้ามา แทนที่จะได้นอนบนผืนหญ้าสบายๆจนถึงเช้าแต่จู่ก็มีเสียงกระพือปีกดังขึ้นข้างๆเขาและไถ่ถามชายหนุ่มถึงหนึ่งในไตรราชกกุธภัณฑ์ที่ใช้สะกดตัวเขาลงนั้นลง ถึงจะเป็นเวลาที่ไม่ค่อยสมควรแต่เน็ทก็ไม่ได้บ่นอะไรจึงหยิบมันออกมาจากกระเป๋าเวทย์มนต์ออกมาให้มันดูแต่ที่แปลกใจมากกว่าก็คือ...ในตอนนี้ผู้ที่เขาสนทนาด้วยกับกลายเป็นอิจิแทนที่จะเป็นนิจิอย่างตอนดึก...

 

                จากที่ชายหนุ่มได้รับฟังมาจากอิจิมันบอกมาว่าแต่ละวันดวงจิตทั้ง 8 ของมันจะค่อยๆทยอยสลับกันออกมาวันและดวงจิตสลับกันไปเรื่อยๆจนกว่าจะเผาผลาญสุราที่ตกค้างอยู่ในร่างได้จนหมดแต่ในตอนนี้กลับกลายเป็นอิจิที่กำลังคุยกับเขาอยู่แต่ด้วยความที่มีมารยาทหรืออะไรก็แล้วแต่เขาจึงไม่ได้ถามและรอให้นกฮูกสีขาวตัวนั้นจ้องมองกระจกบานเล็กๆนั้นอย่างพอใจและกำลังจะกลับไปนอนต่อ

 

                ...

 

                จู่ๆนกฮูกตัวนั้นก็หยุดขยับไป ชายผมขาวสังเกตได้ถึงพลังบางอย่างที่กำลังถูกกระตุ้นจากตัวของนกฮูกกับกระจกใบนั้น

 

                “พี่อิจิทำอะไรอยู่งั้นหรอ...” เน็ทกล่าวขึ้นมาพลางนั่งลงบนโซฟาข้างหลังโต๊ะรับแขกที่นกฮูกสีขาวนั้นกำลังเอาปีกของมันแตะไปยังกระจกยาตะเบาๆ

 

                “เนโร...ข้าตัดสินใจแล้ว…”

 

                สิ้นคำพูดแสงจากกระจกก็ส่องประกายเจิดจ้าไปทั่วบริเวณห้องรับแขก รอบข้างนั้นก่อเกิดเขตแดนสีดำที่มีไอความชั่วร้ายห่อหุ้มอยู่มันพยายามที่จะปล่อยไอความมืดเข้าคลุมร่างของเน็ท ชายหนุ่มขมวดคิ้วขึ้นแต่ก็เข้าใจถึงบางสิ่งเมื่อรับรู้ได้ถึงอารมณ์ของฝ่ายตรงข้าม

 

                งั้นหรอกหรอ...เป็นอย่างนี้เองซินะ

 

                ผมคงทำให้พวกคุณลำบากใจซินะ...

 

                กระจกยาตะ หรือมีชื่อเต็มว่า ยาตะโนะคากามิ หนึ่งในสามไตรราชกกุธภัณฑ์ อาวุธแห่งสรวงสวรรค์ตะวันออกในกาลก่อน อาวุธสายเทคนิคที่ทรงพลานุภาพมาก สิ่งที่มันทำร้ายนั้นหาได้เป็นร่างกาย...

 

                หากแต่เป็นจิตใจ... การปลดปล่อยความอัดอั้น...ความอดทน และบาปทั้งหมดออกมา

               

                และในครานี้เป็นจิตใจอันบอบบางที่เขาได้ปิดซ่อนเอาไว้จากทุกคนและคนอื่นๆก็ไม่อยากจะทำให้เขาลำบากใจจึงปล่อยไปเลยตามเลย หากแต่ลึกๆแล้วก็รู้ว่ามันจะเป็นการทำร้ายจิตใจของเขาก็ตาม

               

                ... กึก กึก กึก

 

                “เกิดอะไรขึ้น!!!” เสียงของชายวัยกลางคนกล่าวขึ้นมาพร้อมกับร่างที่วิ่งลงมาจากชั้นบนอย่างเร่งรีบ คิ้วที่เบิกกว้างด้วยความตกใจนั้นถูกผูกขมวดเข้ามาจนเป็นปมเมื่อเห็นร่างของเน็ทที่นอนอยู่ในท่าสงบนิ่งแต่รอบๆกายของเขานั้นกลับเต็มไปด้วยไอความมืดที่น่ารังเกียจ...

 

                “มันหมายความว่าอย่างไร ยามาตะโนะโอโรจิ...” น้ำเสียงของชายตรงหน้าแปรเปลี่ยนไป สายตาหรี่ลงจ้องไปยังนกฮูกสีขาวที่หันหน้ามาทางเขา

 

                “ในยามนี้เจ้าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แล้ว ผู้กล้าแห่งดวงดาวที่ร่วงหล่น...เจ้ารู้ดีว่าเขากำลังเผชิญอยู่กับสิ่งใด”

 

                อึก...

 

                เมื่อได้ยินคำของอิจิเอ็ดถึงกับเหงื่อไหลออกมาเป็นเม็ดๆ คำพูดเมื่อครู่นี้ราวกับเป็นสายลมพิฆาตที่พัดผ่านเขาไป

 

                เขารู้...แต่ทำเป็นไม่รับรู้สิ่งใด

 

                สิ่งที่กำลังเกาะกินหัวใจของเพื่อนเขา...หากแต่เขาไม่รู้วิธีรักษา...ไม่หรอกเขารู้แต่ทว่าไม่มีความกล้ามากพอ

 

                “ในยามนี้ข้าคาดว่าขุนพลมืดอาจเคลื่อนไหวมาสังหารเขาเพื่อรับพลังนั้นมาเป็นของตน...พลังที่อยู่ในตัวเขาค่อยๆถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเบาบางถึงจะไม่มีใครที่รู้สึกหากเป็นถึงระดับขุนพลนั้นไม่ใช่...และมันก็กำลังกัดกินเขาจากข้างใน” อิจิกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบหากแต่ทางเอ็ดนั้นกำลังทำสีหน้าที่เจ็บปวดหากแต่ร่างกายนั้นไม่ได้ถูกทำร้ายแม้แต่น้อย...

 

 

                ใจของเขาราวกับถูกของมีคมบาดลึกถึงขั้วของมัน...

 

 

จุดกำเนิดบาปสมบูรณ์

หนึ่งในคำสาปที่เน็ทได้รับหลังจากทำการลบวิญญาณของแอ็ตลาสให้หายไปจากโลกนี้ หากเป็นปีศาจนั้นถึงได้ว่าเป็นยาอายุวัฒนะชั้นเลิศ

 

การกัดกินจากความบ้าคลั่ง...ปลุกปั้นอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้จิตใต้สำนึก...ทำลายตรรกะด้วยบาปที่เคยก่อไว้

 

ไร้ลักษณ์

คำสาปที่สองที่เน็ทโดนสาป...เป็นคำสาปที่เหมือนกับเอื้อประโยชน์ให้กับเหล่านักฆ่าหากแต่ใช่กับเน็ทผู้ซึ่งเป็นจอมเวทย์

 

ว่างเปล่าดุจสุญญากาศ...กลมกลืนกับธรรมชาติ...ละซึ่งทุกสิ่ง...อารมณ์ที่รุนแรงความอาฆาตดั่งพายุมลายหายไปในบัดดล

 

 

นี่เป็นเพียงข้อความในบันทึกโบราณที่ปรากฏไว้เพียงแค่นี่ก็รู้ได้แล้วว่าหากต่อต้านคำสาปนี้จะทำให้การกลืนกินนั้นเร็วขึ้น...

 

“และวันนี้เป็นค่ำคืนแห่งสุสานดวงดาวอีกเสีย...ในช่วงยามนี้แหละที่พลังความมืดที่กัดกินเขานั้นอ่อนแรงที่สุดในช่วงระยะเวลาที่เขากำลังเผชิญหน้ากับมันอยู่อยู่เราต้องปกป้องเขาไว้ เข้าใจใช้หรือไม่ผู้กล้า...”

 

อิจิพูดเตือนเพื่อเรียกสติของเอ็ดกลับมา ที่อิจิกล่าวว่า ค่ำคืนสุสานแห่งดวงดาว นั้นหมายถึง เป็นคืนที่หมู่ดาวทั้ง 88 หมู่ดาวทุกดวงนั้นปรากฎบนท้องฟ้าในยามค่ำคืนซึ่งแตกต่างจากทางช้างเผือกที่มีดวงดาวหลายร้อยหลายพันดวง  และเป็นคืนที่ผู้ครอบครองพลังแห่งหมู่ดาวนั้นวิวัฒนาการได้มากที่สุด

 

 

 

นั้นก็รวมไปถึงเน็ทด้วย...

 

 

 

ใจหนึ่งเขาก็ไม่อยากบังคับเน็ทให้เผชิญหน้ากับคำสาปเหล่านี้หากแต่เขารู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ดูแล้วกลวงๆและว่างเปล่าในขณะที่เขาได้อาบน้ำกับเน็ทมันได้ค่อยๆเริ่มกัดกร่อนนิสัยเขาไปจนคล้ายกับคนที่ตายด้านไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะทำให้เป็นภาชนะแห่งบาปบริสุทธิ์

 

“ถ..ถ้าเขาไม่กลับมาเป็นอย่างเดิมหล่ะ!” เสียงของเอ็ดเริ่มสั่นเครือด้วยความกลัว น้อยครั้งนักที่จะเห็นชายผู้เป็นดั่งภูผาที่ไม่สั่นคลอนกลับมีน้ำเสียงที่หวาดกลัวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมากขนาดนั้น

 

และมันมีต้นเหตุมาจากพวกเขา....บาปของเหล่า HolyFlag

 

บาป...ที่อ่อนแอ

 

...

 

นกฮูกน้อยหลับตาลงและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยอารมณ์หลายๆอย่าง

 

“พวกเจ้าก็ดูแลเขาซิ...หรือหากเขาเปลี่ยนไปเป็นมารร้ายพวกเจ้าจะตัดสัมพันธ์กับเขางั้นหรือ?”

 

“ไม่มีทาง!”

 

“งั้นก็ตกลงซินะ...ข้าว่าเจ้าควรตามพรรคพวกที่เหลือของเจ้ามาซะนะ พวกที่กำลังมาไม่เหมือนกับพวกข้างั้นหรอกนะ...ข้านั้นจำกัดวงความเสียหายแค่ภูเขาลูกนั้นเพียงเท่านั้น”

 

ขุนพลปีศาจ...ตัวตนอันยิ่งใหญ่...พลังการทำลายที่ไม่อาจควบคุม...

.

.

.

.

.

.

                “โย่ว...” เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นตรงหน้าร่างในผ้าคลุมสีขาวที่กำลังยืนอยู่บนผิวน้ำท่ามกลางความมืดมิด

 

                “สวัสดีครับ...ยะตะโนะคากามิ ซินะครับ” เน็ทกล่าวออกมาเบาๆด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ...

 

                “เสแสร้งจริงนะ...เอาเถอะข้าพอจะเข้าใจนิดหนึ่ง..อ้ะๆ อย่าบอกว่าข้าจะไปเข้าใจอะไรนะ...”

 

                สายตาของชายตรงหน้าเน็ทเบิกกว้างขึ้น ทำเอาเน็ทถึงกับชะงักไปชั่วครู่...

 

                “เพราะในตอนนี้ ข้าคือเจ้าไงหล่ะ เนโรทารอท บริโอ้ ทาร์ซ่า...” ชายผมสีดำนัยน์ตาสีม่วงกล่าวขึ้นมา ชายที่ท่าทางเหมือนกับตนยืนอยู่ตรงหน้าของเขาด้านหลังของเขามีกระจกบานใหญ่อยู่ข้างหลังเขา

 

                “อยากรู้ไหมว่าตอนนี้ตัวของเจ้านั้นเป็นอย่างไร...เจ้าอาจไม่รู้ตัวว่าเจ้าเปลี่ยนไปมากทีเดียว...”

 

                “ไม่เป็นไรครับ...” เน็ทกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สุภาพกลับไปหากแต่สายตานั้นคมราวกับใบมีดที่พร้อมจะฟาดฟันกับชายตรงหน้าอย่างปิดไม่อยู่...

 

                “ฮ่าๆๆๆ ถูกกัดกินไปมากเลยซินะ ที่เหลืออยู่ก็น่าจะเป็น...ครอบครัว...ไม่ซิ...”

 

                “พวกพ้องซินะ...เจ้าไม่คิดหรอว่าทางที่เจ้าเลือกไปมันทำให้หลายๆคนลำบากอยู่หน่ะ”

 

                “ถ้าจะสู้ก็เข้ามาเลยครับ...เสียเวลาพูดซะเยอะเชียว” หลับจบคำพูดของยาตะเน็ทก็กล่าวคำพูดที่ปกติไม่ค่อยจะได้พูดออกมาแสดงให้เห็นถึงความหงุดหงิดมากจนใกล้จะทะลุปรอทแล้ว

 

                “โฮ้ยๆ เข้าเปล่าสู้กับเจ้านะ...เจ้าหน่ะต้องสู้กับมันมากกว่า...”

 

                หลับจบคำชายตรงหน้าก็หายไปทันใดเหลือเพียงกระจกกับเน็ทที่กำลังจ้องกระจกด้วยสีหน้าที่คงรูปปกติไม่ได้อีกแล้ว...

 

                “หึหึ...สวัสดีเนโรทารอท” ภายในกระจกปรากฏร่างร่างหนึ่งขึ้นตรงหน้าของชายหนุ่ม ชายชราในร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสีฟ้า ดวงตาสีดำกลมมองลงมายังชายตรงหน้าอย่างดูถูก

 

“ข้าบอกแล้วไงว่า...เจ้าฆ่าข้าไม่ได้หรอก” รอยยิ้มแสยะนั้นทำเอาเน็ทที่เห็นร่างนั้นสั่นเทาขึ้นมา...

 

                “แอตลาส...”

 

                “หึหึ คิดว่าข้าจะหายไปจริงๆงั้นหรือ...ข้าผู้เป็นถึงราชาแห่งยักษาเนี่ยนะ...ถึงเจ้าจะลบตัวตนข้าไป แต่จิตข้านั้นมีอยู่ทุกที่ที่ความปรารถนาสันติภาพอย่างแรงกล้าฝั่งอยู่...รวมถึงเจ้าด้วย ผู้กล้าเน็ท”

 

                ...

 

                “เจ้าเป็นคนเห็นใจคนง่ายเนโรทารอท เจ้าเป็นคนรักเพื่อนพ้อง เจ้าเป็นคนที่เคราะห์ร้าย...ในเมื่อเจ้ายังมีความรู้สึกพวกนี้เจ้ายังคงหลบหนีจากบาปไม่ได้หรอก”

 

                “ผมไม่ได้หลบหนี” เน็ทกล่าวขึ้นมาทั้งๆที่เข่าแทบจะทรุดลงไปอยู่รอมร่อหากแต่ร่างกายนั้นกลับแข็งเกร่งเมื่อเผชิญหน้ากับชายตรงหน้า ราชาปีศาจเจ้าแห่งยักษาผู้ที่น่าจะถูกส่งไปยังมิติแห่งความมืดไร้ที่สิ้นสุดกลับมาปรากฏตรงหน้าของเขาในตอนนี้...มันทำให้ร่างกายของชายหนุ่มนั้นราวกับถูกแช่งแข็งไว้

 

                “เปล่าๆ เจ้าไม่ได้หลบหากแต่จิตใต้สำนึกเจ้าไงหล่ะที่หลบหนี...ต้องขอบคุณยาตะจริงๆที่ทำให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้นหน่ะ เจ้ากล้ากล่าวออกมาหรือไม่ว่าตัวเจ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย...คำสาปที่ข้าได้ให้เจ้าไปนั้นหน่ะ มันส่งผลดีต่อพวกซื่อสัตย์ต่อใจตัวเองนะเนโรทารอท อ่อใช่ซิ...เอลิเซียซินะ นักบวชสาวคนนั้นหน่...” ไม่ทันพูดจบหมัดของเน็ทก็พุ่งเข้าหาร่างนั้นอย่างรวดเร็ว

 

                เคร้งง!

 

                กระจกที่ขวางกั้นทั้งสองอยู่เกิดรอยร้าวเล็กขึ้นมา...มือที่ขาวสะอาดปัจจุบันนั้นกับเต็มไปด้วยเลือดสีชาติของตนที่กำลังหลั่งออกมาราวกับสายน้ำ...

 

                “กล้าพูดชื่อเธองั้นหรอ...ไอปีศาจสวะ”

 

                คิ้วของแอตลาสเลิกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อเห็นชายตรงหน้านั้นกำลังโกรธเขาเป็นฟืนเป็นไฟ

 

                “เจ้าจะโกรธทำไม...ในเมื่อสุดท้ายแล้วนางก็ต้องกลายเป็นดวงวิญญาณเพื่อไปเป็นปุ๋ยให้กับต้นไม้โลกอยู่ดี”

 

                เปรี๊ยะ!!!

 

                รอยร้าวเริ่มลามจากจุดเล็กๆกลายเป็นปกคลุมกระจกนั้นจนแทบจะมองไม่เห็นชายที่ผู้ภายในกระจกนั้น...

 

                “หุบปาก...ไอปีศาจเผด็จการ” พลังถูกปล่อยออกมาเงียบๆจากร่างกายของเน็ทโดยที่เขาเริ่มไม่รู้สึกตัวว่าความอดกลั้นของเขาหายไปไหน ชายผู้มีรอยยิ้มประดับอยู่บนหน้าตลอดเวลาพร้อมกับความอบอุ่นที่แผ่ออกมาในตอนนี้กลับสลายหายไปเหลือเพียงแค่ ความบ้าคลั่ง...

 

                “สูงสุดสู่สามัญ เกิดแล้วก็ดับ ข้านั้นอยู่มาตั้งแต่โลกถูกสร้างขึ้นมาทำไมข้าถึงไม่รู้ ข้าก็แค่ช่วยให้มันเร็วขึ้นกว่าเดิมเพียงเท่านั้นเอ...”

 

                แคร้งงงงงง!

 

                เศษกระจกได้แตกละเอียดกลายเป็นผุยผง กระแสไฟฟ้าสีฟ้าช๊อตเบาๆจากมือของชายตรงหน้า ดวงตาที่โกรธกร้าวที่ไม่มีใครเคยได้เห็นยกเว้นเหล่า HolyFlag แสดงออกมาโดยไม่ปิด สมองที่เหมือนกับมีเมฆขุ่นมัวมาบดบังตลอดเวลาบัดนี้ได้กระจายหายไปราวกับถูกแสงอาทิตย์ส่องผ่านให้มันหายไป...

 

                “หึหึ ฮ่าฮ่าฮ่าๆๆๆๆ”

 

                ยินดีต้อนรับสู่ ความโกรธเกรี้ยว ผู้กล้าเน็ท...

 

               

 

 

                




NEKOPOST.NET