Tales Of Holy Flag ตอนที่ 20 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tales Of Holy Flag

Ch.20 - ตอนที่ 3 [Silence Change] การเปลี่ยนแปลงที่เงียบงัน


“แย่มากเลยน้า~ พี่ชายเนี่ย”

 

เสียงตัดพ้อดังออกมาจากในปราสาทสีดำที่อยู่ห่างจากเมือง Isumo กว่าค่อนทวีปชายในชุดนอนลำลองสีดำกำลังนั่งมองกองเศษเหล็กสีทองที่วางอยู่บนห่อผ้าอย่างครุ่นคิดอยู่จนหญิงสาวที่นั่งข้างๆนั้นกำลังงอนแก้มป่องอยู่...

 

“นั้นซิแย่มากจริงๆ พี่ไม่รู้เลยว่าเขาคนนั้นจะมีสิ่งนั้นติดตัวอยู่ด้วย” ต้วนจี้หลิงตอบกลับมาขณะนั่งจับคางพิจารณาสิ่งที่อยู่บนผ้าที่ถูกลงอักขระเวทย์ไว้อยู่โดยไม่สนใจหญิงสาวที่นั่งข้างๆเขาแม้แต่น้อย

 

แก้มนวลๆของเด็กสาวป่องขึ้นมาดูตัดกับสีผมสีม่วงครามของเธอที่ราวกับสีของท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ประดับไปด้วยแสงดาวเช่นนี้ ดวงตาสีเหลืองอร่ามหรี่มองพี่ชายของตนอย่างงอนๆ

 

“พี่ชาย~ สนใจหนูหน่อยซิ...” เมื่อน้ำเสียงที่เอาแต่ใจดังขึ้นมานั้นทำเอาฝ่ายพี่นั้นหันกลับมามองและรีบขอโทษขอโผยน้องสาวของตน

 

“โถ่น้องฟางซิน พี่นั้นยังมีอาจเข้าใจได้ว่าในคราวนั้นพี่ถูกโจมตีได้เช่นไรเลยนะขอรับ”

 

“หนูก็บอกแล้วไงว่า หลังจากมีแสงสว่างวาบขึ้นร่างของพี่ก็ทรุดลงไปกับพื้นแล้วไงล้า~”

 

คงมีเพียงต้วนจี้หลิงที่เข้าใจสิ่งที่เจอเพียงผู้เดียวในยามนี้ ฉายาอาวุธชิ้นนั้นเป็นดั่งตำนานที่เคยกล่าวไว้

                                                       

ยามใดที่ได้ยินเสียงปักษากระพือปีก และแสงดาวดวงเล็กๆเปล่งประกายขึ้นมา นั้นคือวาระสุดท้ายของเจ้า

 

เมื่อลองนึกย้อนกลับไปเขาจำได้เพียงแค่แสงสว่างวาบราวกับรุ่งเช้าของวันใหม่เมื่อหรี่ตาลง ในขณะนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงการกระพือปีของสัตว์จำพวกนกดังขึ้นมาติดๆกัน มีแสงประกายเล็กๆต้องสายตาของเขาราวกับดวงดาวที่พราวแสงบนท้องฟ้ายามค่ำคืน และแล้วจู่ๆร่างกายก็ทรุดลงไปพร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาในสมองราวกับถูกเหล็กร้อนๆแทงเข้ามาในร่างกายอย่างรวดเร็ว

 

“และข้าน้อยก็ยังมิเข้าใจอยู่อีกอย่างว่าทำไมผู้กล้าคนแรกถึงตั้งชื่อมันไว้เช่นนี้...” สายตาของจอมยุทธหนุ่มที่พันผ้าพันแผลไว้ที่จุดที่ถูกอาวุธนั้นทำร้ายเป็นจุดๆ ถึงจะได้รับเวทย์มนต์รักษาระดับกลางก็ยังไม่หายได้ภายในทันทีทันใด

 

จากบันทึกแล้วนักปราชสมัยก่อนได้แปลชื่อของมันไว้ว่า รอยจูบแห่งเทพธิดาแห่งชัยชนะ... KISS Vitoria... หากแต่ทำไมผู้กล้าคนแรกถึงตั้งชื่อไว้ว่า

 

KRISS S V…

 

มันมีความหมายแฝงอะไรงั้นหรือ...

 

ในขณะเดียวกันในยามที่ต้วนจี้หลิงกำลังครุ่งคิดเกี่ยวกับอาวุธปฐมกาลของผู้กล้ารุ่นแรกนั้นหญิงสาวที่นั่งข้างๆก็ถอนหายใจแล้วมองไปยังนอกหน้าต่างห้องปราสาทที่เธอกำลังเฝ้าพี่ชายอยู่นั้นเอง...

 

ภายในสวนที่เป็นที่โล่งๆของปราสาทนั้นกำลังมีหญิงสาวอีกคนที่กำลังร่ายรำด้วยศิลปะการต่อสู้ของเธอกับอากาศเปล่าๆ...ไม่ซิคนภายนอกนั้นเห็นเพียงแค่นั้นแต่ทว่าที่จริงแล้ว...

 

มันคือการฝึก อิมเมจเทรนนิ่ง...

 

การจำลองคู่ตอบสู้ออกมาตรงหน้าของตัวเอง ทั้งรูปร่าง หน้าตา ความรู้สึก กลิ่น เสียง ลักษณะนิสัย หญิงสาวผู้นี้นั้นสามารถทำได้ถึงขั้นนั้น...

 

ชายตรงหน้าของเธอคือชายหนุ่มคนหนึ่งที่เธอพึ่งเคยเจอหน้าได้ไม่นาน นัยน์ตาสีม่วงนั้นมองกลับมาอยู่สุขุมนิ่งๆหากแต่รอยยิ้มนั้นราวกับเย้ยหยั่นเธอเบาๆ สภาพของเธอตอนนี้นั้นมีรอยแผลถลอกตามตัวของเธอมุมปากของเธอมีเลือดไหลออกมาเป็นสายเล็กๆ แต่รอยยิ้มของเธอกับเบิกกว้างอย่างที่ไม่เคยเป็น...

 

“นายนี่มันคมในฝักจริงๆ ผู้กล้าเนโรทารอท ชั้นชักกลัวนายแล้วซิหากนายกลับมาใช้เวทย์มนต์ได้จริงๆหน่ะนะ” โจ๊กเกอร์สาวพูดออกมาพลางถอนหายใจพร้อมกับพุ่งเข้าไปหาร่างอากาศที่ตนได้สร้างขึ้นมาภายในจิตใจต่อราวกับโหยหาผู้ต่อสู้เช่นนี้มาอย่างยาวนาน

 

“อาระ~ อาระ~ พี่สาวชั้นเจอแค่ครั้งเดียวก็หลงซะมโนถึงแล้วงั้นหรอเนี่ย คิกคิก” เสียงจากเอชตัวน้อยที่กำลังจ้องหญิงสาวที่ยังเข้าสู้กับความว่างเปล่าอย่างบ้าคลั่งด้วยรอยยิ้มเล็กๆ

 

ทางอีกด้านหนึ่ง ณ ร้านค้าอาวุธ Red Wall...กำลังมีปาร์ตี้เล็กๆกัน

 

“คุณเนโรค่ะ ดิชันมีเรื่องสงสัยค่ะ”

 

“เนโร~ คุยกับชั้นหน่อยซิ”

 

“คุณเนโรมีสีตาสวยจังนะคะ ฮิก~”

 

...

 

สายตาเย็นชาจ้องไปยังเพื่อนสนิทกล้าโตที่ยกไหเหล้าที่วางไว้อย่างไม่สนใจพร้อมกับหัวเราะฮาออกมาดังๆ

 

“ฮ่าๆๆ แบบนี้ซิถึงจะเป็นงานเลี้ยง...มีทั้งสุราและนารี เยี่ยมไปเลยใช่ไหมหล่ะไอหงอก”

 

ขอย้อนกลับไปในเวลาช่วงประมาณห้าโมงเย็น...

 

“คุณทามิกะครับ...”

 

“อะไรครับคุณเนโร...”

 

“ทำไมถึงให้พวกเธอตามมาด้วยงั้นหรือครับ” ชายหนุ่มผมขาวใช้สายตาแหนบแนมจ้องมายังชายกล้ามโตผมสีน้ำตาลไหม้ที่เป็นเพื่อนสนิทของเขา มือข้างซ้ายนั้นถือกระดาษที่เป็นลิสรายการที่ซื้อของเขาส่วนข้างขาวนั้นถือปากกาขนนกสีขาวพลางเช็คลิสรายการที่ตัวเองได้ซื้อไปแล้วแต่ที่สำคัญคือ...

 

ชาวบ้านต่างมองพวกเขาราวเป็นตัวประหลาด...

 

เพราะขณะที่พวกเขาเดินซื้อของอยู่นั้น พวกสาวๆทั้งห้าคนก็เดินตามหลังมาราวกับกลุ่มทรรศนศึกษา สี่มิโกะหนึ่งเจ้าหน้าที่ Hall Of Frame แต่ก็ว่าอะไรไม่ได้มากเพราะหนึ่งในมิโกะนั้นได้แนะนำสถานที่ขายของต่างๆที่ต้องการให้เขา

 

เบียคุเร็นนั้นเริ่มพาเน็ทนั้นเดินตั้งแต่เหนือจรดใต้และอ้อมไปตะวันตกและมาสุดที่ตะวันออกถือว่าการมาเมือง Isumo ในนครั้งนี้นั้นนับได้ว่าคุ้มค่าสำหรับเน็ทเป็นอย่างมาก

 

ส่วนสาวๆอีกสี่คนต่างเดินดูชมเมืองตามภาษาผู้หญิงแต่ในบางเวลามิโกะตัวเล็กๆราวกับเด็กน้อยนั้นปลีกตัวคอยอยู่กับชายกล้ามโตที่เดินข้างๆเขาบางครั้ง

 

เวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่นานนักก็กินเวลาถึงสองทุ่ม เน็ทถอนหายใจออกมาพลางดูลิสรายการที่ถูกเช็คไว้ทุกชิ้นเรียบร้อยแล้ว...ไม่ซิต้องพูดว่า กว่าจะครบทุกชิ้นเรียบร้อยแล้ว

 

“แค่ซื้อของกับเหล่าสหายมันเหนื่อยขนาดนั้นเลยงั้นหรือ เนโร” นกฮูกที่เกาะอยู่บนหัวของเขาตั้งแต่ที่เริ่มเดินหาของที่ต้องการจนมาถึงในตอนที่เน็ทกำลังนั่นอยู่ที่ข้างๆลานน้ำพุกลางเมือง

 

“ก็นะครับพี่อิจิ...แค่ไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานแล้วหน่ะครับ” เน็ทพูดด้วยน้ำเสียงตลกๆแต่อารมณ์ที่สื่อออกมานั้นมีหรือที่เจ้าอสรพิษจะดูไม่ออก

 

“ถึงจะไม่ 100% แต่เจ้าก็ควรจะเปิดใจให้พวกเธอดูนะ เนโร ข้านั้นอยู่มานานกว่าเจ้าเห็นอะไรมาก็เยอะกว่าแต่ที่ข้ามั่นใจอยู่อย่างหนึ่งคือ...” นกฮูกน้อยเงยหัวขึ้นมาพลางมองไปยังทิศที่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินมา เอ็ดที่ยกไหบางอย่างมาสองสามไหข้างๆเขานั้นคือเบียคุเร็นที่ส่ายหัวเบาๆให้กับมิโกะที่ตัวเล็กกว่าที่กำลังอมอมยิ้มหลากสีราวกับจะสื่อว่า โตขนาดนี้แล้วยังกินของแบบนี้อีกนะ ส่วนอีกสามคนที่เหลือนั้นต่างหิ้วเครื่องปรุงอาหารต่างๆและพวกของหวานโดยเฉพาะเรย์โกะที่ทำท่ากระดี้กระด้ากว่าปกติข้างๆเธอคือเรย์กะที่ยิ้มเล็กๆให้กับน้องสาวของเธอ คนสุดท้ายก็คือชิมูกะที่เดินข้างๆเรย์กะพร้อมกับปิดปากหัวเราะออกมาให้กับท่าทีของเรย์โกะเบาๆ

 

“ไม่มีใครในโลกนี้อยากที่จะอยู่คนเดียวหรอก...”

 

...

 

เน็ทมองไปยังภาพที่เห็นตรงหน้าราวกับมันซ้อนทับกับภาพบางอย่างที่เขาเคยเห็นมาชายหูยาวที่กำลังยืนอ่านหนังสือแต่สายตานั้นจ้องไปทางที่ชายกล้ามโตที่ยกไหบางอย่างขึ้นมาไปทางชายหนุ่มที่นั่งขัดดาบของเขาอยู่ข้างๆทางขวาของเขาด้านซ้ายนั้นเป็นหญิงสาวที่กำลังหัวเราะออกมาโดยที่ไม่ได้เกรงใจภาพลักษณ์ในยามนี้ของตนแม้แต่น้อยและคนสุดท้าย...

 

หญิงสาวที่หัวเราะเบาๆอยู่ข้างๆชายหนุ่มที่ซ่อมบำรุงดาบตัวเองอยู่ เธอหันมามองเน็ทและยิ้มพลางชี้มาที่ตนแล้วกวักมือเรียกเขาเข้าไปนั่งในวงนั้นด้วย...

 

“ก็อาจจะมั้งครับ” เน็ทพูดขึ้นก่อนที่จะลุกขึ้นไปรวมกุ่มกับพวกที่เดินมาใหม่ ไม่นานนักก็พากันเดินทางกลับไปยังร้านค้าอาวุธของตำนานผู้กล้าอย่าง กำแพงเพลิงทศทิศ...

 

“ฮ่าๆๆๆๆ ดื่มหน่อยซิ เครียดมากเดียวก็หงอกเต็มหัวเรียก... เอ้อะ ตอนนี้ก็หงอกไปหมดแล้วนี่นา ฮ่าๆๆๆๆ” หลังจากที่กลับมาได้ไม่นานงานเลี้ยงก็ถูกจัดขึ้นมาอาหารส่วนใหญ่จะเป็นชาบูคุโรบุตะกับผักตามฤดูกาล และยังมีบาร์บีคิวเนื้อไก่ฟ้าที่เป็นเนื้อได่ชั้นดีเกรดเอ และยังมีไวน์องุ่นทั้งสีขาวและแดงที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ก็น่าจะเป็น...

 

เอ๊อก!!!....

 

สุรากลั่นใต้ดินที่เอ็ดนั้นได้มาจากเพื่อนที่ไว้ใจได้และมันก็เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายเมื่อเอ็ดนั้นเผลอทำเหล้ากลั่นนั้นกระฉอกใส่ในหม้อชาบูขณะที่ไม่มีใครเห็น

 

จะว่ากระฉอกก็ไม่น่าใช่เอาเป็นว่าแอบเทลงไปตรงๆเลยดีกว่า หากเป็นปกติแล้วแอลกอฮอลจะระเหยออกจากน้ำเมื่อได้รับความร้อนพอสมควร แต่เหล้ากลั่นที่เอ็ดได้มานั้นมันพิเศษเพราะมันเป็นเหล้ากลั่นที่คล้ายน้ำมันกลั่นเป็นสูตรพิเศษที่เอ็ดนั้นชื่นชอบเป็นอย่างมาก เดือนหนึ่งในจะสั่งมานั่งดื่มประมาณสองถึงสามถังเลยทีเดียว

 

“คุณเนโรค่ะ ดิชั้นมีเรื่องสงสัยค่ะ”

 

“เนโร~ คุยกับชั้นหน่อยซิ”

 

“คุณเนโรมีสีตาสวยจังนะคะ ฮิก~”

 

“ครับ มีเรื่องอะไรงั้นหรือครับ...นั่งดีๆก่อนซิอย่าเอาคางเกยโต๊ะทานอาหารซิครับ...ผมว่าปกตินะครับ” เน็ทตอบกลับหญิงสาวทั้งสามที่หนึ่งกำลังทำหน้าตาสงสัยบางอย่างอยู่ อีกคนนั้นเหมือนกับโมจิที่กำลังจะละลายอยู่บนโต๊ะและคนสุดท้ายนั้นสายตาแย้มย้อยราวกับเจอของถูกใจเข้าให้อย่างนั้น...

 

“ฮ่าๆๆๆ ไอ้จอมเวทย์จืดชืด โดนรุกแค่นี้ก็ไปไม่เป็นแล้วเหรอฟ่ะ” ไม่นานก็มีเสียงน่ารำคาญดังขึ้นมา เน็ทหันไปมองด้วยสีหน้าที่ยิ้มๆพร้อมกับหยิบสกอออกมาหนึ่งใบ ทำเอาเอ็ดถึงกับจะสร่างเมาเมื่อได้เห็นมันในทันใด

 

“น่าๆ ล้อเล่นนิดหน่อยเอง อย่าทำหน้ายิ้มสยองขวัญแบบนั้นซิฟะ” เอ็ดหัวเราะออกมาดังพลางกอดคอเพื่อนหนุ่มของเขาอย่างเป็นกันเอง

 

“เฮ้อ...ท่าจะเล่นอะไรก็เพลาๆหน่อยนะครับ ผมขี้เกียจต้องมาเก็บกวาด” เน็ทถอนหายใจเบาๆพลางเก็บสกอนั้นคืนกระเป๋าของเขา

 

“ว่าแต่...ดูซิถ้าเป็นชั้นนะ ไม่เหลือรอดหรอก” เอ็ดยิ้มแสยะพลางหันไปมองทั้งสามสาวที่กำลังมองเน็ทกันเป็นตาเดียว

 

“คงเข้าใจผิดกันหน่ะครับ...และอีกอย่างอย่าให้มายุ่งกับผมเลยดีกว่า...” เน็ทกล่าวออกมาเบาๆพลางเหล่ตามองสาวน้อยทั้งสามที่กำลังจ้องเขาด้วยตาที่หยาดเยิ้ม(?)

 

“ผมว่าอุ้มพวกเธอไปนอนเถอะครับ ท่านจะง่วงนอนกันแล้วดีที่ว่าคุณเบียคุเร็นนั้นได้อนุญาตแล้วว่าให้พวกเธอพักคืนที่นี่ได้” เน็ทกล่าวขึ้นพร้อมส่ายหัวเบาๆจากนั้นก็หันมามองเพื่อนของเขา...

 

“ห้องไม่พอวะ...สงสัยแกคงต้องนอนกับพวก...” ยังไม่มีความคิดที่จะหยุดเอ็ดเลยแซวชายอายุมากกว่าที่เห็นด้วยความขำปนสนุกแต่ทันใดนั้นก็มีเหตุการณ์พลิกพลันเกิดขึ้นมา... เพียงแค่คำพูดของเน็ทที่พูดออกมาด้วยท่าทีนิ่งๆพร้อมรอยยิ้มประดับบนใบหน้าของเขา

 

“ผมบอกเฟริสนะครับ...”

 

“เอ๋!!! เมื่อครู่นี้ผมพูดอะไรงั้นหรอครับ ท่านกุนซือ สงสัยสุราแผลงฤทธิ์ขอรับ”

 

เป็นอันจบการสนทนา....

 

และด้วยความสามารถในการบ่ายเบี่ยงของช่างตีเหล็กกล้ามโตก็ทำให้เน็ทต้องเป็นคนแบกทั้งสามคนขึ้นไปในห้องนอนบนร้านอาวุธของเพื่อนสนิทเขาอย่างช่วยไม่ได้...

 

“ยืนไม่ไหววะ เหล้ามันดี ฮ่าๆๆๆ”

 

ถึงให้ตายก็ไม่เชื่อหรอก คนอะไรกินเหล้าชนะคนแคระได้โดยไม่น๊อคไปก่อนเนี่ย…

 

เน็ทอุ้มเด็กสาวทั้งสามขึ้นไปในทีเดียว ดูเผินๆนั้นเหมือนเขาจะเป็นแค่คนที่ผอมแห้งแต่ที่จริงแล้วใต้ผ้าคลุมนั้นกลับมีกล้ามเนื้อที่สมชายซ่อนอยู่ ด้วยการฝึกของเขาตลอดทั้งสองปีจากชายผู้รู้แต่ทฤษฎีทุกอย่างกลายมาเป็นปรมาจารย์การต่อสู้ด้วยมือเปล่า หากหันหลังไปดูคงจะเห็นเอ็ดเวิดนั้นมองกลับมาพร้อมยิ้มกริ่มๆเบาๆให้กับสถานการณ์ในตอนนี้

 

นายเปลี่ยนไปนะ เน็ท...

 

เป็นสิ่งที่คิดออกมาจากใจของชายร่างโตเมื่อเห็นเพื่อนของเขาอุ้มหญิงสาวทั้งสามขึ้นไป เขาไม่รู้ว่ามันเป็นสัญญาณที่ดีหรือเปล่าแต่เอ็ดก็ยิ้มขึ้นมาเบาๆพร้อมกับยกไหขึ้นและดื่มสุราในไหอย่างมีความสุขเล็กๆหากจะนับตั้งแต่อดีตนั้นผู้คนที่เน็ทนั้นใจดีด้วยหรือให้ความช่วยเหลือนั้นมีน้อยกว่านิ้วมือทั้งสองข้างด้วยซ้ำ...โดยเฉพาะผู้หญิง

 

 

 

 




NEKOPOST.NET