Tales Of Holy Flag ตอนที่ 19 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tales Of Holy Flag

Ch.19 - ตอนที่ 2 [New Target] เป้าหมายใหม่


สวรรค์บัญชาให้ลงมาจัดการข้า...

 

เนื่องด้วยมติลงเห็นว่าข้านั้นเป็นอันตรายต่อพวกเขา...

 

เทพบิดาและมารดาต่างช่วยแก้ต่างในสิ่งต่างๆนานาให้...

 

แต่ตัวข้ามิอาจปฏิเสธความผิดพลาดของตัวข้าได้...

 

สุราสวรรค์ได้ถูกนำมาเทลงใส่มหาสมุทรที่ข้าและเหล่าน้องๆนั้นพยายามควบคุมพลังอยู่...

 

สุรานั้นส่งผลให้พลังหลุดรั่วไปทั่วร่าง เหล่าน้องๆของข้าผู้ไม่มีภูมิคุ้มกับต่างเริ่มกลายเป็นผู้ไร้สติ...

 

ในเฮือกสุดท้ายก่อนที่จะหมดสติ ข้ารวมพลังจาก 8 รวมเป็น 1

 

เศียรทั้งหมดถูกรวมกันเป็นเศียรเดียว เพื่อผนึกเหล่าน้องๆข้าที่เมามาย...

 

และเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าได้พบกับเด็กน้อยทั้งสามที่ข้าเคยเลี้ยงดู...

 

เด็กน้อยในตอนนั้นเติบใหญ่ขึ้นมาเป็นเสาหลักของสวรรค์ตะวันออก...

 

คำพูดสุดท้ายที่ออกจากปากข้าในวันนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าความปิติ...

 

หึหื พวกเจ้านั้นเติบใหญ่ได้สง่ายิ่งนัก...

                                                                                                                                                                            

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

“มันก็เป็นเรื่องที่ผ่านมานานแล้วหล่ะผู้กล้าน้อย...” น้ำเสียงของนกฮูกน้อยดูอ่อนลงถึงจะไม่ได้บอกกล่าวออกมาทั้งหมดทั้งสองก็พอเดาได้ว่าคงจะจบไม่ค่อยสวยแน่ๆ...

 

“นั่นซิครับ มันเป็นเรื่องอดีตไปแล้วครับ เราควรใช้ชีวิตในปัจจุบันดีกว่า” ด้วยความที่ไม่อยากถามซักไซ้อีกเน็ทเลยกล่าวออกมาในขณะที่เหล่าสรรพสัตว์ที่เริ่มลุกขึ้นจากน้ำไปทีละตัวสองตัวแล้ว

 

“น่าๆ พอแล้วเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตาหน่ะมาเรื่องนี้กันดีกว่า...” เอ็ดเอ่ยขึ้นมาราวกับตัดอารมณ์เมื่อครู่ไปเกือบหมด สายตาที่ซุกซนราวกับจ้องไปยังเหยื่อโจมตีของเขาในคราวนี้...

 

ชายผมสีขาวนั้นถอนหายใจราวกับรู้ว่าเป็นตนแน่ๆ...

 

“เฮ้ๆ พ่อเสือผู้หญิงจะเลือกคนไหนงั้นหรอ”

 

“คุณพูดเรื่องอะไรงั้นหรอครับ” หลังจากคำถามของเอ็ดทำเอาดวงตาของพญาอสรพิษนั้นลุกวาวจ้องไปยังชายผมขาวด้วยความสนเท่ห์

 

“ก็นั่นไง...สุริยัน จันทรา หรือ นกนางแอ่นน้อยแหละ” เอ็ดพูดขึ้นมาด้วยความอยากรู้ซึ่งไม่ต่างจากนกฮูกน้อยที่ลอยตุ๊บป่องๆข้างเขา

 

“พวกคุณคงเข้าใจอะไรผิดแล้วหล่ะครับ” เน็ทยังคงปฏิเสธอย่างแข็งขันและก็หลับตาลงเงยหน้าขึ้นปล่อยตัวลอยในแอ่งน้ำที่พวกเขากำลังอาบอยู่

 

“คนหนึ่งน่าดูแล คนหนึ่งน่าทะนุถนอม ส่วนอีกคนก็น่าเอ็นดู แต่ที่เหมือนๆกันก็...อายุราวรุ่นลูกหล่ะนะ” เอ็ดเอ่ยออกมาโดยที่ไม่สนใจคำคัดค้านของเน็ทแม้แต่น้อย เมื่อได้ยินคำของเอ็ดนกฮูกน้อยก็แย้งขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

 

“อายุมิสำคัญหรอกผู้กล้าน้อย...มันอยู่ที่ความรู้สึก” ด้วยความอยากมีส่วนร่วมด้วยเขาก็เอ่ยออกมาขณะที่ลอยอยู่บนน้ำเหมือนกับเป็ดว่ายน้ำอยู่

 

เอิ่ม...ก็เฮียเป็นอมตะหนิ

 

“บางทีผมก็เหนื่อยนะครับคุณเอ็ด” เน็ทกล่าวขึ้นมาพร้อมกับหลับตาลงปล่อยอารมณ์ไปตามธรรมชาติรอบตัว

 

“นี่เฮียพนันกันเปล่าว่าใครจะเข้าวิน” ขณะที่ใบหูของเพื่อนสนิทของเขานั้นจมลงไปใต้น้ำเอ็ดก็ลองยื่นพนันให้กับนฮูกสีขาวที่ตอนนี้มาเกาะบนหัวของเอ็ดแทน

 

“หืม...เข้าวิน...เจ้าหมายความว่าใครจะเป็นคู่ครองกับผู้กล้าน้อยงั้นหรือ ผู้กล้ากล้ามโต”

 

“โถ่...เรียกผมว่าเอ็ดเถอะส่วนไอ้นี่เรียกว่าเนโรก็ละกัน ใช่แล้วเฮียว่าใครละลองมาทายกันดูไหม...”

 

บทสนทนาของหนึ่งคนหนึ่งสัตว์ก็ดำเนินต่อไปเรื่อยๆไม่นานพวกเขาทั้งสามก็ขึ้นจากแอ่งน้ำและไปยังห้องรับแขกที่ตอนนี้มีมิโกะทั้งสามและหัวหน้าหน่วยที่สามกำลังนั่งรอพวกเขาอยู่...

 

เนื่องด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาอย่างกะทันหันกับการประกาศตัวขององค์กรราชวงศ์หน้าไพ่นั้นทำเอาหัวหน้าหน่วยที่ 3 อย่างชิมูกะถึงกับทำงานหามรุ่งหามค่ำติดต่อมาตั้งแต่ที่มาถึงแล้ว กว่าจะสามารถแบ่งเวลามาถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากทั้งสามนี้ได้ถึงกับหัวปั่นไม่น้อยทีเดียว

 

เอ็ด เน็ท และ ยามาตะโนะโอโรจิ ก็เริ่มเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้พวกเธอฟังเพื่อที่จะได้ไปรายงานกับทางสภาของเธอ

 

“คุณเนโรทารอทก็ระวังตัวไว้ด้วยนะคะ ชั้นว่าหลังจากนี้คุณคงจะวุ่นวายมากเลยหล่ะค่ะ” ชิมูกะกล่าวขึ้นมาหลังจากเก็บเอกสารที่เธอเขียนบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปทั้งหมดตามที่ทั้งสามให้พูดมา

 

“ครับ ผมจะระวังตัวครับ” เน็ทตอบกลับไปด้วยท่าทีที่ไม่ทุกข์ร้อนอะไรด้วยความที่รู้อยู่แล้วว่าการที่มียามาตะโนะโอโรจิไว้ครอบครองนั้นทำให้ตัวเองเป็นเป้าสายตาจากประเทศต่างๆได้ง่ายกว่าเดิมมาก

 

พลังที่เกินกว่าจะให้คนหนึ่งคนครอบครอง...

 

“ว่าแต่เรื่องงานเทศกาลที่ล่มไปนั้นจะเป็นอย่างไรหรอครับ” เน็ทถามกลับขณะที่จ้องไปยังมิโกะผู้พี่ เธอยิ้มกลับมาอย่างอ่อนโยนและพูดว่า

 

“ค่ะในตอนนี้คงต้องปล่อยไปก่อนหล่ะค่ะ...และยังต้องตามหาของที่จะมาซ่อมสิ่งนี้อีก” เธอมองไปยังสิ่งที่อยู่บนโต๊ะเศษแก้วที่แตกเป็นหลายพันชิ้นวางเรียงรายอยู่ในห่อผ้าสีม่วงตรงกลางโต๊ะ

 

เศษลูกแก้วยาซากะนิ...

 

ด้วยพลังที่มากจนลูกแก้วไม่สามารถกักเก็บได้ของราชาอสรพิษที่นอนอยู่บนหัวของเน็ทนั้นทำให้ลูกแก้วยาซากะนิถูกทำลายแต่เหล่ายุทโธปกรณ์ที่เหลือนั้นกลับกลายเป็นสภาพเดิมเหมือน 5000 ปีก่อน ดาบสั้นคุซานางินั้นถูกเก็บไปโดยหญิงสาวที่อยู่องค์กรราชวงศ์หน้าไพ่ไปแล้วส่วนที่เหลือทั้งสองนั้นก็อยู่ในกระเป๋าเวทย์มนต์ของเน็ทโดยที่ยังไม่มีใครรู้ยกเว้นหนึ่งคนและหนึ่งสัตว์ที่นั่งอยู่ฟากเดียวกับเขา

 

การที่จะซ่อม1 ใน 3 เครื่องราชศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์ตะวันออกนั้นอย่างที่เอ็ดได้กล่าวไปในตอนที่เน็ทหยิบออกมาให้ดูนั้นว่ามันเป็นไปไม่ได้เพราะว่าต้องใช้เลือดของเทพประจำอาวุธเหล่านี้ซึ่งหากเป็นลูกแก้วแล้วหล่ะก็คงต้องเป็น...

 

ซึคุโยมิ...เทวีจันทรา และ อามาเทระซึ...เทวีสุริยัน

 

อาวุธทั้งสามนั้นแสดงถึงตัวตนของเทพทั้งสามผู้ปกครองสวรรค์ตะวันออกในยุคนี้

 

ดาบสั้นคุซานางิ – สายลมและจัทรา

 

ดาบอาเมโนะมุราคุโม – สายลม สุริยัน

 

กระจกยาตะ – สายลม สุริยัน จันทรา

 

ลูกแก้วยาซากะนิ – สุริยัน จันทรา

 

เครื่องราชศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์ตะวันออกนั้นใช้เลือดของสามเทพผู้เป็นบุตรและธิดาของเทพบิดาและเทพมารดามันจึงเป็นการยากที่จะซ่อมแซมมันหรือสร้างขึ้นมาใหม่หากปราศจากคำอนุญาตของเหล่าสามเทพแห่งแดนตะวันออก

 

...

 

“หือ...หากเป็นข้าคงใช้วิธีอื่นที่ไม่ทำให้มันพังหรอก” นกฮูกน้อยรีบกล่าวออกมาอย่างร้อนตัวจนเน็ทอมยิ้มขึ้นมาและเอื้อมมือไปลูบหัวมันเบาๆ

 

“ปัญหาครอบครัวของเหล่าเทพมารหน่ะครับอย่าสนใจเลย” เน็ทกล่าวขึ้นมาเหมือนกับว่ารู้สึกที่สาวๆทั้งสามกำลังคิดอยู่

 

“แล้ว...” เสียงใสๆจากสาวน้อยมิโกะคนหนึ่งกล่าวขึ้นมา

 

“นายจะอยู่นี่อีกนานไหม เนโรทารอท” เรย์โกะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มใบหน้าเล็กๆได้รูปนั้นก้มหงุดๆหลบสายตาของฝ่ายตรงข้ามอย่างเอาเป็นเอาตายทำเอาพี่สาวของเธอนั้นลูบหัวเธอเบาๆด้วยความเอ็นดู

 

“นั้นซิค่ะ ทางดิชั้นนั้นอยากจะตอบแทนบุญคุณที่ได้ช่วยทั้งศาลเจ้าและเมืองนี้ไว้หน่ะค่ะ” เรย์กะกลาวขึ้นมาด้วยรอยยิ้มให้กับเน็ทที่จ้องเธอกลับด้วยสีหน้าที่สบายๆ หากแต่เอ็ดที่นั่งข้างๆนั้นยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์นิดๆเหมือนกับว่ามีบางอย่างในใจที่อยากจะพูดออกมา

 

“ผมคงออกเดินทางในห้าวันต่อจากนี้ครับที่จริงแล้วยังไม่ได้กำหนดการณ์เวลาไว้ชัดเจนแต่น่าจะประมาณนี้ครับ”

 

“หืม...แต่ไม่จำเป็นต้องหาคนเพิ่มหรอเนโร” ในที่สุดเอ็ดก็พูดขึ้นมารอยยิ้มบนใบหน้าของเน็ทก็หายไปสายตาคมราวกับใบมีดเหล่ไปหาชายตัวโตที่ยกน้ำชาในแก้วขึ้นมาจิบเบาๆ

 

“หือ...ผมยังไม่ได้บอกเลยนะครับว่าจะให้คุณไปด้วยคุณทามิกะ” น้ำเสียงกระแทกกระทั้นดังขึ้นมาจากปากของชายผมสีขาว

 

“ก็เปล่าหนิ...ชั้นมีงานต้องทำอีกเยอะ ราวถึงซ่อมถุงมือให้แกด้วยหล่ะนะจากนี้ไปบางทีชั้นควรจะไปเช็คสต๊อคไอเทมที่มีอยู่หน่อยและบางทีมันอาจจะมีไม่พอใช้หน่ะเลยต้องออกเดินทางไปหาหน่อย” เอ็ดยิ้มขึ้นด้วยท่าทางกวนๆทำเอาหญิงสาวทั้งสามหันมองทั้งสองชายด้วยความสนใจ

 

“และบางทีผมไม่ควรบอกคุณซินะว่าจะไปไหนต่อ...” เน็ทขัดขึ้นมาทำเอาเอ็ดถึงกับคิ้วกระตุก เอ็ดส่ายหน้าพลางยกนิ้วขึ้นมาสามนิ้วในเพื่อนสนิทของเขาดู

 

“ไม่ครับ...” เน็ทกล่าวตอบทันใด ทำเอาชายผมสีน้ำตาลไหม้คิ้วกระตุกอีกครั้ง เน็ทไม่รอช้าชูแปดนิ้วขึ้นมาให้เขาดู

 

“จะบ้าหรอ ชั้นเพื่อนแกนะเว้ย มันจะขูดเลือดขูดเนื้อกันไปแล้วนะ” เอ็ดกล่าวพลางเป็นนิ้วจากสามเป็นห้านิ้ว เหมือนกับเน็ทจะเริ่มพอใจนิดแต่ก็ไม่ได้แสดงออกมาตรงๆ เขาลดนิ้วจากแปดนิ้วลงเป็นหก

 

“ค่าสกอเวทย์ ค่าหมึกปากกา ค่าอุปกรณ์ต่างๆและค่าอาหาร คุณจ่ายนะครับ” เน็ทกล่าวแบบไปสนใจฝ่ายตรงข้ามที่กำลังคอตกอย่างหมดหวัง

 

“ไม่ทราบว่าทำอะไรกันอยู่งั้นหรือ” กลับเป็นชิมูกะที่พูดขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทีที่หมดหวังของหนึ่งในผู้กล้า Holy Flag

 

“ข้อตกลงเล็กๆน้อยๆหน่ะครับ ผมไม่เดินทางไปไหนฟรีๆหรือเอา ภาระ ไปไหนมาไหนด้วยหรอกครับ” สิ่งที่เน็ทตอบทำเอาทั้งสามสาวสะดุ้งเพราะเขาพึ่งพูดขึ้นมาว่าผู้กล้าแห่ง Holy Flag นั้นเป็นภาระในการเดินทางของเขา เอ็ดได้ยินจึงยื่นมือมากอดคอของเขาและหัวเราะออกมา

 

“ฮ่าๆๆ ไอเจ้านี่มันพูดเล่นๆหน่ะครับ ที่จริงแล้วเราจะไปยังภูเขาแห่งทวยเทพหน่ะครับ” สิ่งที่เน็ทกล่าวขึ้นมาทำเอานกฮูกตัวน้อยนั้นถึงกับลืมตาขึ้นและหันไปมองอย่างตกตะลึง

 

ภูเขาแห่งทวยเทพ...ดินแดนในตำนาน...บ้านเกิดของยามาตะโนะโอโรจิ...ที่พำนักเหล่าทวยเทพตะวันออก

 

นกฮูกน้อยหลับตาลงจากนั้นก็พลางคิดถึงคำพูดของชายผมขาวขึ้นมา...

 

ผมไม่บิดพลิ้วสัญญาหรอกครับ...

 

หนึ่งในคำสัญญาที่ได้ให้ไว้กับตัวตนที่เจ็ดของยามาตะโนะโอโรจิ...

 

พาพวกเขากลับบ้าน...บ้านที่แท้จริง

 

จากคำกล่าวของเอ็ดที่กล่าวขึ้นมาทำเอาสาวๆนั้นถึงกับเบิกตากว้างขึ้นมา

 

“เดียวนะคะ! ภูเขาแห่งทวยเทพ ที่ท่านเอ็ดกล่าวถึงคิดที่พำนักของเหล่าเทพตะวันออกงั้นหรือค่ะ?”

 

คำตอบที่คาดไม่ถึงจากปากของผู้กล้าตัวโตทำเอานักดาบสำนักชิงุเระถึงกับตะโกนออกมาด้วยความตกใจ

 

“ครับก็กะว่าจะแบบนั้นหน่ะครับ” เน็ทตอบกลับแทนเอ็ดแบบเนือยๆทำเอาสองสาวมิโกะถึงกับค้างไปเหมือนกัน

 

เป็นไปไม่ได้...

 

เสียงปฏิเสธดังขึ้นภายในหัวของพวกเธอ โอกาสที่จะเข้าไปยังพื้นที่ที่ว่านั้นมันเป็นไปไม่ได้แต่เมื่อหันหน้าไปมองใบหน้ายิ้มเล็กๆพร้อมกับใบหน้าที่เนือยๆของชายหนุ่มผมขาวนั้นเริ่มไม่แน่ใจสิ่งใดนัก...

 

พวกเธอเป็นกลุ่มคนพียงไม่กี่คนที่อยู่ในเหตุการณ์ที่เขาประมือกับองค์กรราชวงศ์หน้าไพ่และชนะมาได้อย่างรวดเร็วแถมยังเป็นกลุ่มคนที่...

 

ไม่เชื่อสิ่งที่ชายหนุ่มกล่าวออกมาก่อนหน้านี้...

 

น้องชายของหนึ่งในผู้กล้า...

 

ปรากฏตัวออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว...ผู้เป็นบุคคลลึกลับมีบรรยากาศรอบๆตัวแปลกประหลาด...แต่กลับทรงเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก...ยิ่งอยู่ด้วยกันนานขึ้นยิ่งอยากเข้าใกล้มากขึ้น...ความที่เป็นกลางการตอบสนองคนทุกคนในแบบเดียวกันโดยไม่แยกชนชั้น...

 

...

 

ทำไมกันนะ...ทำไมชั้นถึง...

 

เป็นสิ่งที่ทั้งสามคนนั้นคิดพร้อมกันโดยที่กำลังมองไปยังชายผมขาวที่กำลังอุ้มนกฮูกมาไว้บนตัก มันดูอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ความอ่อนโยนที่แม้กระทั่งกับสัตว์(?)ตัวเล็กๆ

 

...

 

“งั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกันนะครับ ผมต้องหาอุปกรณ์หลายๆอย่างเพื่อเตรียมตัวครับ” เน็ทกล่าวออกมาพร้อมก้มหน้าเล็กๆให้กับสามสาว ศึกที่ผ่านมานี้ชายหนุ่มยอมรับว่าได้ใช้สกอเวทย์มนต์ไปจำนวนมากแต่ก็ยังไม่ทั้งหมด สกอเวทย์มนต์แต่ละใบที่เน็ทใช้นั้นไม่ต้องใช้เวทย์มนต์ของตัวเองเป็นตัวกระตุ้น

 

หนึ่งในความสามารถของเน็ทที่ได้เรียนรู้จากสมัยอยู่โรงเรียนนั้นก็คือ การเขียนวงแหวนเวทย์มนต์ ผู้ได้อันดับหนึ่งสามปีซ้อน ผู้สามารถประยุกต์เวทย์ระดับมาสเตอร์ให้สามารถใช้งานได้เพียงแค่ใช้วงแหวนเวทย์และพลังเวทย์มนต์เป็นคนแรกของโลก

“เวทย์มนต์ระดับกลางขึ้นไปส่วนใหญ่แล้วนั้นต้องจินตนาการถึงสภาพการเกิดของแต่ละเวทย์มนต์ด้วยหากไม่สามารถจินตนาการได้ก็จะไม่สามารถใช้เวทย์มนต์นั้นได้...” เป็นทฤษฎีของเน็ทที่กล่าวในสภาเวทย์มนต์เมื่อหลายปีก่อนแต่ผู้คนส่วนใหญ่ในตอนนี้ก็ยังคงไม่สามารถที่จะยอมรับกันได้เป็นส่วนมาก...

 

การแบ่งระดับเวทย์มนต์นั้นสามารถจำแนกได้ดังนี้...

 

เวทย์มนต์ระดับเริ่มต้น คือเวทย์มนต์ที่ผู้ใช้เวทย์ส่วนใหญ่สามารถใช้ได้ เช่น [คลีน] ...เวทย์มนต์ทำความสะอาดพื้นฐาน [เสิร์ช] เวทย์มนต์ค้นหาว่ามีสิ่งใดอยู่รอบตัวบ้าง [ไฟร์] เวทย์มนต์จุดไฟดวงเล็กๆ เป็นต้น

 

เวทย์มนต์ระดับพื้นฐาน คือเวทย์มนต์เฉพาะเจาะจงกับเป้าหมายที่มองเห็น แบ่งเป็นธาตุต่างๆ ดิน น้ำ ลม ไฟ มืด แสง เช่น [ไฟร์บอล] เวทย์มนต์โจมตีศัตรูด้วยบอลไฟ [วินเบลด] เวทย์มนต์สร้างดาบอากาศเข้าโจมตีศัตรู เป็นต้น

 

เวทย์มนต์ระดับกลาง คือเวทย์มนต์ที่ใช้โจมตีได้เป็นพื้นที่ที่กำหนดในระยะหนึ่ง เช่น [ไฟร์ สตรอม] เวทย์มนต์พื้นที่ใช้ผสานเวทย์มนต์ธาตุลมและไฟเข้าด้วยกันโจมตีผู้ที่อยู่ในระยะเวทย์มนต์โดยไม่แบ่งพรรคพวก เป็นต้น

 

เวทย์มนต์ระดับสูง คือเวทย์มนต์ที่ใช้โจมตีได้เป็นพื้นที่ระดับกองทัพ มีผลต่อการแปรเปลี่ยนสภาพเมืองได้ทั้งเมืองภายในการโจมตีเดียว และยังเป็นเวทย์มนต์ที่สามารถเปลี่ยนชะตากรรมของคนหนึ่งคนได้ในทันใด เช่น [รีเซอเรคชั่น] เวทย์มนต์สายรักษาระดับสูง สามารถคืนชีวิตได้ภายในระยะที่กำหนด แต่ผู้มีพรสวรรค์ระดับนี้ในปัจจุบันไม่สามารถหาได้ง่ายเท่าอดีตนัก หรือ [มิลเลี่ยน ไลท์ สเปียร์] เวทย์มนต์ระบบธาตุแสงระดับสูง เป็นการโจมตีเพียงศัตรูที่อยู่ภายใต้พื้นที่ด้วยลำแสงจำนวนมากที่แปรสภาพเป็นหอกขนาดใหญ่ที่ตกลงมาจากท้องฟ้า เป็นต้น

 

เวทย์มนต์ระดับมาสเตอร์ คือเวทย์มนต์ต้นแบบที่ผู้ใช้เวทย์นั้นสร้างขึ้นมาเองไม่ว่าเวทย์ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่จะอยู่ในระดับไหนก็ตามหากถูกสร้างขึ้นมาใหม่จะถูกเรียกว่าระดับมาสเตอร์...เช่น [เทเลพอร์ตมาสเตอรี่] เวทย์มนต์เคลื่อนย้ายกลุ่มคนจำนวนมากภายในครั้งเดียวซึ่งเป็นเวทย์ระบบใหม่ที่เน็ทได้ค้นพบโดยบังเอิญเมื่อหยิบของจากเมจิกแบ๊คโดยที่กำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ ซึ่งกินพลังเวทย์จำนวนมากซึ่งเป็นข้อเสียของเวทย์มนต์นี้

 

แต่ส่วนใหญ่วิธีแก้ไขก็คือใช้คนหลายๆคนช่วยกันใส่พลังเวทย์เข้าไปให้พอสำหรับการขนย้ายคน หากจะยกตัวอย่างอย่างเช่นตอนที่ชายหนุ่มที่ใช้วาปหรือก็คืออุปกรณ์ [เทเลพอร์ตมาสเตอรี่] ขนาดใหญ่เดินทางข้ามทวีปมาแจ้งให้ยูกับเฟริสได้ทราบการโจมตีจากเหล่า 7 บาป ที่ยูกับเฟริสเดินทางไปไม่ได้ในทันทีนั้นเพราะคนที่รักษาการอยู่ที่สำนักงานใหญ่นั้นมีไม่พอที่จะส่งพวกเขาทั้งสองคนข้ามทวีปไปหาพวกเน็ทได้

 

เช่นเดียวกับเวทย์มนต์ออริจินัลอีกหลายๆอย่างของเน็ท เขาได้สร้างสรรค์เวทย์มนต์ระบบใหม่ๆขึ้นมาอย่างนับไม่ถ้วนและแพร่กระจ่ายวิธีใช้ผ่านวงแหวนเวทย์ออกไป นับได้ว่าเป็นบิดาแห่งเวทย์ระบบใหม่ก็เป็นได้ซึ่ง...เจ้าตัวนั้นก็ไม่รู้เช่นกันว่าตนได้ถูกยกย่องไปไหนต่อไหนแล้ว...

 

แต่ก็ยังเป็นปริศนาจนถึงปัจจุบันว่าเวทย์มนต์ที่ถูกสร้างโดยจอมเวทย์ลึกลับแห่ง Holy Flag นั้นมีกระบวนการทำงานอ้างอิงจากอะไร ยังไม่มีใครสามารถรู้ได้นอกจากตัวของเขาเอง...

 

“ไว้เจอกันตอนเย็นนะครับ”

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

โอ้วฟักแฟงแตงโมชัยโยโห่ฮี้ว...บอกเลยครับว่าไม่ได้หนีไปไหนแต่แต่งไม่ออกครับ หัวตัน และช่วงนี้งานก็ท่วมหัวอีก ได้รับหนังสือจากอาจารย์มาอีกสามเล่มใหญ่เพื่อศึกษาการเขียน รายงาน จดหมาย และ เมมโม่ เป็นภาษาอังกฤษครับ ฮ่าๆๆ (ขอบ่นนิดหนึ่ง) ครับอย่างที่ได้เกริ่นไว้ บทนี้จะเกี่ยวกับการเดินทางไปดราก้อนบอ... ถุ้ย หาไอเทมและไปยังภูเขาแห่งทวยเทพ ครับหากผิดพลาดตรงไหนก็ขออำไพ(เอ้ย อภัย) ด้วยนะครับ

 

ปล. 1 หิวข้าวละบ้ะบรัยยยย

 

 

 




NEKOPOST.NET